Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

'นักเขียน' แชร์!! โดนคนอ่านด่าว่า 'เขียนคำผิด' ทั้งที่คนด่าไม่รู้คำศัพท์ สะท้อน!! คลังศัพท์ของคนยุคนี้เข้าขั้นวิกฤต แถมไม่ใฝ่ความถูกก่อนติ

(9 ก.พ.67) กลายเป็นไวรัลขึ้นมาทันที หลังจากมีกรณีสาวรายหนึ่งได้แชร์คอมเมนต์จากนักอ่านที่มาคอมเมนต์ในนิยายของเธอว่า..."แก้คำผิดหน่อยนะคะ มันคือ 'ประกอบ' ค่ะ ไม่ใช่ 'กอปร' คนละคำเลยนะคะ ไม่เคยเห็นคำนี้ด้วย ไม่รู้ว่าไม่ได้ตรวจสอบดูก่อนหรอ เห็นผิดหลายจุดมาก เนื้อเรื่องกำลังสนุก พอมีคำผิดนี่อ่านแล้วหงุดหงิดค่ะ"

ทั้งนี้ โพสต์ของเธอมีคนชมในแพลตฟอร์ม X กว่า 5.6 ล้านครั้ง และถูกแชร์ไปยังโซเชียลอื่นๆ มากมาย ซึ่งคอมเมนต์จากหลายคนไม่ได้แปลกใจที่นักอ่านไม่รู้คำศัพท์ แต่แปลกใจที่ไม่หาข้อมูลก่อนต่อว่าคนอื่นมากกว่า เช่น มีผู้คอมเมนต์คนหนึ่งเข้ามาแชร์ว่า "ตัวเองก็ไม่รู้จักคำว่า กอปร เหมือนกัน แต่พออ่านเจอก็ไปหาข้อมูล หาความหมายจนได้รู้ว่าแปลว่าอะไร"

ส่วนบางคนที่เป็นนักเขียนเหมือนกัน ก็เข้ามาแชร์ประสบการณ์พีกๆ จากคนอ่านในลักษณะที่คล้ายๆ กันด้วย เช่น...

'ทว่า' คิดว่าเราสะกดผิดจาก 'ว่า'

'แก้มตอบ' ไม่เข้าใจ แก้มมันจะพูดตอบได้ยังไง!!

'กัน' คิดว่าพิมพ์ผิดมาจาก 'ฉัน' ซึ่งจริงๆ 'กัน' เป็นภาษาเก่าแปลว่าฉันนี่แหละ

'ถ้าจะไม่มีรอยย่นต้องเกิดเป็นงู' = ไล่ให้ไปเป็นงูจริงๆ

'เชค' เป็นชื่อประเทศ ไม่ได้ไล่ให้ไป 'เช็กข้อมูล' เป็นต้น

อาจเรียกได้ว่า คลังคำศัพท์ ของคนไทยยุคปัจจุบัน เข้าข่ายขั้นวิกฤตแล้วจริงๆ เพียงแต่สมัยนี้ ก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต สามารถค้นหาความรู้ได้ง่ายดายแค่ปลายนิ้ว หากไม่รู้ก็เพียงแค่หาข้อมูลก่อนเท่านั้นเอง

‘ญี่ปุ่น’ พบน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี 5.5 ตัน รั่วไหลจาก ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ’

(9 ก.พ. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นเปิดเผยการพบน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีรั่วไหลจากอุปกรณ์ภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ ปริมาณรวม 5.5 ตัน

รายงานข่าวดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ คอมปานี (TEPCO) ระบุว่าคนงานพบน้ำรั่วไหลออกจากอุปกรณ์ที่ใช้กรองน้ำปนเปื้อนนิวเคลียร์ระหว่างตรวจสอบอุปกรณ์ ตอนราว 08.53 น. ของวันพุธ (7 ก.พ. 67) ตามเวลาท้องถิ่น 

TEPCO เป็นผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้า โดยประเมินว่าน้ำที่รั่วไหลมีปริมาณ 5.5 ตัน น้ำปนเปื้อนอาจมีสารกัมมันตรังสี เช่น ซีเซียมและสตรอนเชียม อยู่ราว 2.2 หมื่นล้านเบ็กเคอเรล

ทั้งนี้น้ำที่รั่วไหลออกมาทั้งหมดได้แทรกซึมลงสู่พื้นดิน แต่ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของระดับกัมมันตรังสีในช่องทางระบายน้ำใกล้เคียง ส่วนเทปโกได้ปิดพื้นที่ที่น้ำรั่วไหลเป็นพื้นที่ห้ามเข้าแล้ว

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ เคยเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 9.0 ตามมาตราแมกนิจูด และสึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 ประสบเหตุแกนหลักหลอมละลายและปล่อยกัมมันตรังสีออกมาจนถือเป็นอุบัติเหตุนิวเคลียร์ ระดับ 7 ซึ่งสูงสุดในมาตราระหว่างประเทศว่าด้วยเหตุการณ์ทางนิวเคลียร์ (INES)

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะได้ผลิตน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีปริมาณมหาศาลจากการหล่อเย็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในอาคารเตาปฏิกรณ์ ซึ่งปัจจุบันถูกกักเก็บอยู่ในถังที่โรงไฟฟ้าฯ

ญี่ปุ่นเริ่มต้นปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 แม้มีกระแสคัดค้านต่อเนื่องมากมายจากรัฐบาลและชุมชนต่าง ๆ หน่วยงานสิ่งแวดล้อม เอ็นจีโอ และกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาคแปซิฟิก

ฤกษ์ดี!! 'สุวัจน์' เปิดบ้านเนื่องในวันเกิดครบ 69 ปี 'นักการเมือง-ภาคธุรกิจ-วงการกีฬา' เข้าอวยพรแน่น

(9 ก.พ. 67) ที่บ้านถนนราชวิถี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดบ้านเลขที่ 333 ราชวิถี จัดพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 69 ปี 9 ก.พ.67 

โดยในช่วงเช้าสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการเถรสมาคม เป็นประธานในพิธีสงฆ์ ซึ่งมีครอบครัว และบุคคลในวงการการเมือง และภาคธุรกิจ เข้าร่วมอวยพร พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ และผลไม้โดยเฉพาะส้ม ซึ่งวันนี้เป็นวันตรุษจีนด้วย 

นอกจากนี้ ยังมีนักการเมืองที่เดินทางมาอวยพรนายสุวัจน์มากมาย อาทิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกวุฒิสภา, นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ, นายชาญกฤช เดชวิทักษ์, นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขานายกรัฐมนตรี, พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึงยังมี สส. อดีต สส.กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติพัฒนากล้า เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

‘รมว.ปุ้ย’ เล่นใหญ่!! พลิก สมอ. สร้างมาตรฐาน 1,000 เรื่อง เป้าหลัก!! ‘สกัดสินค้าด้อยคุณภาพ-เสริมศักยภาพภาคอุตฯ’

(9 ก.พ. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ขออนุมัติบอร์ด สมอ. กำหนดมาตรฐานในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ขออนุมัติไว้ 603 มาตรฐาน เป็น 744 มาตรฐาน โดยบอร์ดได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของไทยให้ผลิตสินค้าอย่างมีคุณภาพได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันได้ในทุกเวทีการค้า ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยตั้งเป้าหมายในปี 2567 สมอ. จะต้องกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (มอก.) ให้ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 มาตรฐาน เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล ทั้ง S-curve และ New S-curve เช่น ยานยนต์สมัยใหม่, EV, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, เครื่องมือแพทย์, อุตสาหกรรมชีวภาพ, AI, ฮาลาล และ Soft power รวมทั้งตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และเป็นกลไกสกัดสินค้าด้อยคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า

ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กล่าวว่า จากการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบร่างมาตรฐาน จำนวน 32 มาตรฐาน เช่น ท่อเหล็กกล้า, คอนกรีต, ปูนซิเมนต์, เตาอบไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ, เตาอบเตาปิ้งย่างเชิงพาณิชย์, เครื่องอุ่นไส้กรอก, อ่างน้ำวนและสปาน้ำวน, สายสวนภายในหลอดเลือด, ยางวัลคาไนซ์ และมาตรฐานวิธีทดสอบต่างๆ รวมทั้ง เห็นชอบรายชื่อมาตรฐานที่ สมอ. ขอกำหนดมาตรฐานเพิ่มเติมจากเดิมอีก 141 มาตรฐาน จากที่เคยอนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้ว 603 มาตรฐาน รวมเป็น 744 มาตรฐาน 

ขณะที่ นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐานที่ สมอ. จะทำเพิ่มเติม เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ 50 มาตรฐาน และมาตรฐานวิธีทดสอบและข้อแนะนำ 91 มาตรฐาน แบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมดังนี้ 

1) S-curve 1 มาตรฐาน 
2) New S-curve 25 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร 
3) มาตรฐานตามนโยบาย 54 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานสมุนไพร และเครื่องกลและภาชนะรับความดัน 
4) มาตรฐานส่งเสริมผู้ประกอบการ 23 มาตรฐาน 
5) มาตรฐานกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ 38 มาตรฐาน ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก ยานยนต์ และสิ่งทอ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2567 นี้ สมอ. ได้รับนโยบายจาก รัฐมนตรีพิมพ์ภัทรา ที่เร่งรัดกำหนดมาตรฐานให้ได้ 1,000 มาตรฐาน โดยให้บูรณาการการทำงานร่วมกับ SDOs ของ สมอ. ทั้ง 8 สถาบันเครือข่าย ได้แก่ สถาบันอาหาร / สถาบันพลาสติก / สถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย / สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย / สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ / สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ / สถาบันยานยนต์ และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ 

รวมทั้งภาคีเครือข่าย SDOs อื่น ๆ ร่วมกันกำหนดมาตรฐานตามความเชี่ยวชาญและความถนัดของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ด้วยเล็งเห็นว่ามาตรฐานเป็นเครื่องมือสำคัญทางการค้า ประเทศที่พัฒนาแล้วใช้มาตรฐานเป็นเครื่องมือในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมของประเทศ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยหลังจากนี้ สมอ. จะเสนอบอร์ดให้ความเห็นชอบรายชื่อมาตรฐานในส่วนที่เหลือต่อไป

นราธิวาส-รอง มทภ.4 ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ กำชับให้มีการปรับแผนการปฏิบัติ ให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น

ณ  กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 วัดสวนธรรม บ้านปลายนา หมู่ที่ 2 ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมคณะฯ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมประชุมฯ รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขการปฏิบัติงานห้วงที่ผ่านมา พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติงานและกำชับปรับแผนการปฏิบัติ ให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น โดยมี พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ นราธิวาส, พันเอก สิทธิชัย บำรุงเขต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46, พันตำรวจเอก ศุภชัย ศุภกิจจารักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ และ นายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอรือเสาะ ให้การต้อนรับและร่วมประชุม

จากนั้น รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณปากซอยบ้านบาเละ อำเภอรือเสาะ ติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงซุ่มยิง เจ้าหน้าที่ขณะกลับจากปฏิบัติหน้าที่พื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คือ จ่าสิบตำรวจ บินหลี เศรษฐสุข ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราบ สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยของฐานปฏิบัติการ ให้มีความพร้อมอยู่เสมอ หมั่นซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลาอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนช่วยสอดส่องดูแล หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061-1732999 และเบอร์สายด่วนหมายเลข 1341 หรือ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘สมุทรสาคร’ เกาะกระแส!! เปิดตัว ‘กางเกงปูก้ามดาบ’ โชว์อัตลักษณ์ศิลปะ วิถีชีวิต ระบบนิเวศของจังหวัด

(9 ก.พ.67) เปิดตัว 'กางเกงลายปูก้ามดาบ' ผลักดันให้เป็นลวดลายประจำ จ.สมุทรสาคร โดยลวดลายต่าง ๆ บนกางเกงจะมีเรื่องเล่าอันแสดงถึงอัตลักษณ์ทางศิลปะ วิถีชีวิตและระบบนิเวศของสมุทรสาคร ซึ่งประกอบด้วย

>> ลายป่าชายเลน

เป็นลวดลายของต้นโกงกาง สัญลักษณ์แห่งพืชพันธ์ุป่าชายเลน บนเส้นโค้งลงล่างเป็นตัวแทนของพื้นที่น้ำท่วมถึงอย่างชายเลน และหยดน้ำที่แสดงถึงความชุ่มชื่น ประกอบกันเป็นป่าชายเลน แหล่งอาหารสำคัญของท้องสมุทร

>> ลายคลื่นน้ำ 3 ระลอก

เป็นลวดลายของคลื่นน้ำผสานเข้ากับลายเส้นตัดแหลมคล้ายลายกนก จำนวน 3 ระลอก ตลอดแนวชายฝั่ง แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเล ความท้าทายของคลื่นลมที่มีต่อวิถีชีวิตการประมงอันนำมาซึ่งอาหารทะเล และความเป็นพื้นที่ติดทะเล ซึ่งติดกับทะเลตลอดแนวชายฝั่งจากตะวันตกสุดของจังหวัด จนถึงตะวันออกสุดของจังหวัด

เป็นลวดลายแสดงถึงความสำคัญของปูก้ามดาบในระบบนิเวศป่าชายเลน โดยปูก้ามดาบนอกจากจะเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนเช่นเดียวกับปลาตีนแล้ว ยังมีหน้าที่เสริมในการเป็น ‘เทศบาล’, ‘ผู้เฝ้ายาม’ และ ‘ผู้ผลิตอาหาร’ แห่งป่าชายเลนด้วย โดยปูก้ามดาบจะกินซากพืช ซากสัตว์เป็นอาหาร และผ่านกระบวนการย่อยสลาย ขับถ่ายออกมาเป็นมูล ซึ่งเปี่ยมด้วยคุณค่าทางสารอาหารสำหรับสัตว์ทะเลขนาดเล็กๆ และเมื่อถูกน้ำทะเลชะล้างก็จะสลายตัวเป็นอาหารให้แก่เหล่าแพลงตอน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของห่วงโซ่อาหารอีกด้วย อีกทั้งปูก้ามดาบยังเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณพิเศษ แสดงพฤติกรรมปิดปากหลุม กลายเป็นการเตือนภัยก่อนน้ำขึ้นด้วย

>> ลายคลื่นน้ำ 3 เส้น

เป็นลวดลายของคลื่นน้ำ จำนวน 3 เส้น แสดงถึงพื้นที่และสมญานาม ‘เมือง 3 น้ำ’ ประกอบด้วย น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำเกษตรและประมงอันหลากหลายในพื้นที่
ลายปูก้ามดาบใหญ่

>> ลายปูก้ามดาบใหญ่

เห็นเด่นชัด ซึ่งเป็นทำท่าทางคล้ายการแสดงความรักแบบเกาหลี เป็นตัวแทนของการรณรงค์ให้พวกเราช่วยกันบำรุงรักษาและดูแลระบบนิเวศป่าชายเลนให้คงอยู่กับพวกเราตลอดไป

สตม.รวบแม่บ้านต่างชาติแสบร่วมกับหญิงไทยแอบลักเงินนายจ้างกว่า 7 แสนบาท

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์  จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓, พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

สตม.รวบแม่บ้านต่างชาติแสบร่วมกับหญิงไทยแอบลักเงินนายจ้างกว่า 7 แสนบาท 
บก.สส.สตม. ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.สิงห์บุรี, ตม.จว.สิงห์บุรี และ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จับกุมนางมะคิ่น (นามสมมติ) อายุ 53 ปี สัญชาติเมียนมา ตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 394/2566 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม ริมถนนสาธารณะ หน้าธนาคารแห่งหนึ่งใน ต.ต้นโพธิ์ อ.เมืองสิงห์บุรี จว.สิงห์บุรี

พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้รับนางมะคิ่น ผู้ต้องหาที่ 1 เข้าเป็นพนักงานในร้านซักผ้าหยอดเหรียญซึ่งตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.บางขวัญ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จว.ฉะเชิงเทรา ในตำแหน่งแม่บ้าน โดยมี น.ส.ขนิษฐา (นามสมมติ) สัญชาติไทย ผู้ต้องหาที่ 2 ทำหน้าที่เป็นพนักงานประจำออฟฟิศ มีหน้าที่ดูแลเปิดตู้เก็บเงินเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และนำเงินไปฝากเข้าบัญชีของผู้เสียหาย แต่ในบางครั้ง ผู้ต้องหาที่ 2 ก็จะใช้ให้ นางมะคิ่น ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้เปิดตู้และเก็บเงินมาส่งให้ผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ผู้เสียหายได้ตรวจสอบพบว่ามียอดเงินที่ทางร้านต้องได้รับกับจำนวนที่ปรากฏในรายการบัญชีรายรับของทางร้าน ไม่ตรงกัน

ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าระหว่างเดือน มกราคม 2566 ถึงเดือน พฤศจิกายน 2566 มีเงินสูญหายไปเป็นจำนวน 761,978 บาท ซึ่งหลังจากผู้เสียหายทราบเรื่อง ในช่วงคืนของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นางมะคิ่น ได้เก็บข้าวของแล้วหลบหนี จากการตรวจสอบภายหลังพบว่า ช่วงเดือน กันยายน 2565 ถึงเดือน พฤศจิกายน 2566 นางมะคิ่น ได้มีการวานให้ ผู้ต้องหาที่ 2 โอนเงินเป็นจำนวนหลายครั้งซึ่งยอดเงินที่โอนเกินกว่าจำนวนเงินเดือนที่ตนได้รับทุกเดือน รวมถึงรายการเดินบัญชีของผู้ต้องหาที่ 2 ก็มีเงินเข้าในลักษณะต้องสงสัย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2566 ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับที่ จ.394/2566 และ ที่ จ.395/2566 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง โดยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2566 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้จับกุมผู้ต้องหาที่ 2 นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายก่อนแล้ว

จากการสืบสวนของชุดจับกุมทราบว่า หลังจากที่นางมะคิ่น ได้หลบหนีออกจากร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ได้ไปสมัครเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ในพื้นที่ ต.ต้นโพธิ์ อ.เมืองสิงห์บุรี จว.สิงห์บุรี จึงได้ไปเฝ้าสังเกตการณ์ เพื่อสืบสวนติดตามจับกุม จนกระทั่งพบนางมะคิ่น ในบริเวณริมถนนสาธารณะ หน้าธนาคารแห่งหนึ่งใน ต.ต้นโพธิ์ อ.เมืองสิงห์บุรี จว.สิงห์บุรี จึงได้แสดงหมายจับและจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในชั้นจับกุมจากการสอบถามนางมะคิ่น ให้การว่าสาเหตุที่หนีออกจากงานที่ร้านซักผ้าหยอดเหรียญเนื่องจากต้องการไปหางานที่มีค่าจ้างสูงกว่า และปฏิเสธว่าไม่ได้ลักเงินของผู้เสียหายไป 

บก.สส.สตม. ขอแจ้งเตือนและฝากเป็นอุทาหรณ์ผ่านสื่อต่างๆ ไปยังนายจ้างที่รับสมัครคนงานเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะคนงานที่เป็นแรงงานต่างด้าว ต้องเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ระมัดระวัง ไม่ควรไว้ใจลูกจ้างมากเกินไป และต้องทราบข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของลูกจ้าง เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการติดตามกรณีมีการกระทำผิด 

'บุ้ง ทะลุวัง' ประกาศบริจาคร่างกายล่วงหน้า ลั่น!! ปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิตโดยไม่จำเป็น

(9 ก.พ. 67) เพจเฟซบุ๊กทะลุวัง เผยแพร่ภาพเอกสาร พร้อมระบุข้อความว่า…

“ข้าพเจ้านางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม อายุ 28 ปี 6 เดือน ขอแสดงเจตนาบริจาคร่างกายของข้าฯ และขอแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับบริการสาธารณสุขเพื่อยื้อชีวิตไว้โดยไม่จำเป็นและเป็นการสูญเปล่า พร้อมติดแฮชแทก #ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม #ยกเลิก112 #คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”

สำหรับเนื้อหาในหนังสือที่บุ้ง ทะลุวัง แจ้งแสดงเจตนาขอบริจาคร่างกายให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยตอนท้ายของหนังสือ บุ้งระบุว่า

“คุณความดีใดที่ได้จากการอุทิศร่างกายในครั้งนี้ ขอส่งให้กับประชาชนที่ยากลำบากทุกคนและขอให้ไม่มีความเหลื่อมล้ำในประเทศ”

ส่วนหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข บุ้ง ทะลุวัง ระบุตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าทำไปเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิมีรูปกระบวนการยุติธรรมของผู้พิพากษาและศาลในประเทศไทย”

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็น บางคนก็ยกย่อง บางคนก็บอกว่า

-ขอให้สมความมุ่งมารถปรารถนานะคะ อย่าให้อิชั้นเห็นนอนบนรถเข็นแล้วส่งต่อ รักษาที่ รพ.มธ.เหมือนรอบที่แล้วอีกนะคะ แบบนั้นมันผิดเจตนารมณ์นะคะ พรี่บรุ้ง

-ยังมีแรงลงชื่อหลังจากอดน้ำมานานหลายวัน นับถือจริง ๆ

สตม.ปูพรม X-ray พื้นที่เข้ม ปราบเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด รวบ!! 7 ต่างด้าว 4 คนไทย ดำเนินคดีบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน

ตามที่ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด สตม. ตลอดจน ด่าน ตม. ทั่วประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินมาตรการเข้มเพื่อป้องกันเหตุร้าย X-ray ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างความเชื่อมั่น สร้างความปลอดภัย แก่พี่น้องประชาชน พร้อมทั้งสืบสวน จับกุม การกระทำผิดกฎหมายของคนร้ายที่จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน

บก.ตม.3 ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก ของประเทศไทย รวมจำนวน 25 จังหวัด ได้ดำเนินการสืบสวน รวบรวมข้อมูล การกระทำผิดกฎหมายของคนต่างด้าวรวมถึงคนไทย ซึ่งมีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้โดยผิดกฎหมาย เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อวางแผนระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิด หลังได้รับรายงาน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยสังกัด บก.ตม.3 ดำเนินการสืบสวน จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งในห้วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2567 มีผลการจับกุมรวมทั้งสิ้น 11 ราย แบ่งเป็น คนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย 6 ราย สัญชาติเมียนมา 1 ราย และคนไทย จำนวน 4 ราย ซึ่งผู้กระทำผิดทั้ง 11 รายข้างต้น ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหา ให้บุคคลอื่นกู้ยืนเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของคนต่างด้าวยังถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะยังคงดำเนินมาตรการเข้มข้น ต่อเนื่องในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน จับกุม การกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

‘แนวร่วมเพจดัง‘ ร้องสภาฯ สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘พิธา’ กรณีเป็นนายประกัน ‘ตะวัน’ ลามปล่อย ‘ป่วนขบวนเสด็จ’

(9 ก.พ. 67) ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ นายนิยม นพรัตน์ หรือเค สามถุยส์ นางกัลยาณี จูปรางค์ หรือป้าอยุธยา กลุ่มสีดาจะไม่ทน นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ในฐานะแนวร่วมเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร‘ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เพื่อสอบจริยธรรมที่มีความร้ายแรงของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายประกัน และผู้กำกับดูแล น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน แกนนำกลุ่มทะลุวัง ในการกระทำอันเป็นการแสดงพฤติกรรมมิบังควรต่อขบวนเสด็จ 504 การให้สัมภาษณ์ให้ร้ายประเทศไทย และการพูดโกหก

โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า เนื่องจากนายพิธาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะนายประกัน และผู้กำกับดูแลน.ส.ทานตะวัน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมีพฤติกรรมเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง จนมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงการกระทำที่ต่อเนื่อง มีส่วนสนับสนุนและสัมพันธ์กันและกัน ของนายพิธา พรรคก้าวไกลและผู้ที่เคลื่อนไหว ซึ่งนายพิธา ได้แถลงต่อศาลอาญาในการรับเป็นนายประกันให้นางสาวทานตะวัน ว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อให้ปฏิบัติตนตามเงื่อนไขของศาล และจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ตามที่กฎหมายรับรองไว้ 

“บัดนี้ พบว่า น.ส.ทานตะวัน หนึ่งในการกระทำอันเป็นการแสดงพฤติกรรมมิบังควรต่อขบวนเสด็จ 504 โดยการพยายามขับรถยนต์ด้วยความเร็ว เพื่อไปให้ทันขบวนเสด็จ จนตำรวจต้องสกัดกั้น มิให้แทรกเบียดเข้าไปในขบวน อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ รวมทั้งการแสดงกิริยาก้าวร้าว มีพฤติการณ์ไม่สมควร ในการบีบแตรรถเสียงดังยาวนาน การตำหนิมีปากเสียง และต่อว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งล้วนแต่เป็นพฤติการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยทุกหมู่เหล่า” นายแทนคุณ กล่าว

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า รวมทั้ง กรณีที่นายพิธา ได้เคยอภิปรายในสภา ในลักษณะยกย่องนางสาวทานตะวัน ว่า  “มองตาแล้วเห็นพิพิมลูกสาวผมอยู่ในนั้น” ย่อมเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองโดยมิชอบกับเด็ก ไม่เว้นแม้แต่บุตรสาวของนายพิธาเอง ยังทำร้ายลูกสาวได้ลงคอ เพราะรอยพิมพ์ดิจิทัลจะเป็นสิ่งที่สร้างตราบาปให้กับเด็กที่ถูกอ้างอิงตลอดไป

"ดังนั้น การกระทำดังกล่าวข้างต้น เป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและจริยธรรม รวมทั้งพฤติการณ์ที่ชอบพูดโกหกซ้ำซาก และการสัมภาษณ์ในลักษณะให้ร้ายประเทศของนายพิธาหลายเรื่อง ที่กระทบต่อศีลธรรม และภาพลักษณ์อันดีของสภาผู้แทนราษฎร เช่น การให้สัมภาษณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยต่อสื่อต่างประเทศ การกลับมางานศพพ่อไม่ทัน การติดสติกเกอร์ช่องยกเลิก ม.112 การวาดภาพลอกเลียนแบบงานของโมเมนต์ เป็นต้น รวมทั้งการนำเด็กเยาวชนขึ้นเวทีปราศรัย ในลักษณะมีข้อความเกลียดชังอีกด้วย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชน และประชาชนทั่วไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิเชษฐ์ ไม่ได้ลงมารับหนังสือของแนวร่วมเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร‘ จึงต้องไปยื่นหนังสือผ่านระบบสารบรรณสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแทน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top