Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

‘วราวุธ’ ขอโทษประชาชน หลังข้อมูล ‘ผู้สูงอายุ’ โดนแฮ็ก เร่งหาต้นตอคนทำผิด - เพิ่มมาตรการความปลอดภัยยิ่งขึ้น

(8 ก.พ.67) นายวราวุธ​ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแฮ็กเกอร์ต่างประเทศประกาศขายข้อมูลในเว็บไซต์ อ้างเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำใช้ในทางมิชอบ ว่า กรณีที่ผู้ไม่หวังดีมาเจาะฐานข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ และได้ข้อมูลไปจำนวนหนึ่ง แต่เท่าที่ตรวจสอบพบว่าไม่ได้จำนวนมากเท่าที่เป็นข่าว 

“ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ต้องกราบขออภัยต่อผู้สูงอายุ และขอโทษประชาชนทุกคน ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จากที่ผ่านมากระทรวงเราเข้าใจว่าระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ของกระทรวงมีเพียงพอ คือไม่ใช่ว่าไม่มี และเข้าใจว่าเพียงพอ แต่พอเกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยีมากขึ้นๆ วันนี้ทำให้เราต้องกลับมาเพิ่มมาตรการให้มีความเข้มงวด ให้เข้มแข็งมากขึ้น ในการป้องกันฐานข้อมูลของพวกเรา“ นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทางกรมกิจการผู้สูงอายุได้ดำเนินการแจ้งความกับทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) แล้ว และได้ประสานงานขอให้ตรวจสอบว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางใด และเร่งสืบหาให้ถึงตัวการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

นายวราวุธ กล่าวว่า พร้อมกับได้มีการประชุมหารือ เพื่อหามาตรการรับมือป้องกันภัยไซเบอร์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ซึ่งตนได้ใช้โอกาสนี้ขอให้ปลัดกระทรวง พม. ย้ำไปที่ทุกกรม และหน่วยงานภายใต้การดูแลของกระทรวงพม. ให้กลับไปทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแต่ละหน่วยงานนั้นมีความปลอดภัย และแน่นหนาแค่ไหนเพียงใด โดยจะเร่งดำเนินการ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

นายวราวุธ กล่าวว่า ส่วนกรณีรายชื่อที่หลุดออกไปแล้วขอความกรุณาพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ขอให้ระวังภัยทางไซเบอร์อีกส่วนหนึ่งก่อน เพราะมีผู้ไม่หวังดี มีคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพมากมาย จะมาหาประโยชน์จากผู้สูงอายุ ซึ่งกระทรวงจะมีโครงการต่างๆ เพื่อให้ความรู้กับผู้สูงอายุประกอบไปด้วย แต่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ขอความกรุณาโทรสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มาที่ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) เราจะได้เร่งประสานงานให้ 

'โหรลักยิ้ม' เผย คำทำนายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค่อยๆ เป็นจริง ยามใดคนขาดความ 'ยำเกรง-กตัญญู' ยามนั้นก็ไม่ต่างจากสัตว์

(8 ก.พ.67) ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อก ‘flukepatsmile’ หรือ ‘โหรลักยิ้ม อาจารย์ภัทร’ ได้โพสต์วิดีโอถึงกรณีมีแก๊งป่วนขบวนสมเด็จพระเทพฯ และตอบคำถามผู้ติดตามที่ถามเข้ามาว่า ‘อยากรู้ดวงของตะวันกับแบมค่ะ ยิ่งออกมาบีบแตรขบวนเสด็จอีก แย่มาก’ โดยระบุว่า…

“สมเด็จพระเทพฯ ท่านเป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถืออย่างมาก ส่วนตะวันกับแบม ก็เป็นเด็กที่อายุไม่เท่าไหร่ อายุก็ห่างกับสมเด็จพระเทพฯ เยอะมาก พฤติกรรมที่ทําก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง สำหรับคำถามที่ถามเข้ามาก็ต้องดู 3 ส่วน คือ ตามคําทํานาย ตามพิชัยสงคราม และตามหลักธรรม…

“ข้อแรกคือตามคําทํานาย บุคคลที่ทํานายไว้ก็คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งระบุไว้ว่าในกาลข้างหน้าบุคคลจะไม่เคารพศักดิ์ ไม่เคารพอาวุโส ทุกคนจะปีนเกลียวกันหมด ไม่มีความเคารพ ไม่มีความกตัญญู แม้แต่บิดามารดาก็ไม่มีความกตัญญูให้ เพราะฉะนั้นพุทธทำนายจะต้องเป็นจริงเสมอ แล้วจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อกาลพ้นกึ่งพุทธกาล ซึ่งตอนนี้ก็พ้นมาแล้ว…

“ข้อสองคือ พิชัยสงคราม การ ‘ตีบนอ้อมหลัง’ ก็คือ สส. ไปยื่นแก้ 112 แล้วก็ให้เด็ก ๆ ไปตีอ้อมข้างหลัง คอยมาแยงข้างล่าง ถือเป็นหลักที่ฉลาดตามหลักมหาพิชัยสงคราม…

“ข้อสามคือการว่าร้ายคนอื่น เช่น ด่าพระ ด่าขุน ด่าพระยา ด่าราชา เมื่อเราว่าร้ายหรือกระทําการอันไม่เป็นความเคารพต่อผู้อื่น โทษก็ย่อมมีมากตามกําลังบุญของบุคคลนั้น ๆ”

โหรลักยิ้ม กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะฉลาดตามหลักวิชัยสงคราม หรือเหตุการณ์ทั้งหมดจะต้องเกิดตามพุทธทำนาย แต่คุณเองก็เป็นคนเลือกได้ ว่าจะทําให้เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นในยุคของคุณอย่างรวดเร็ว หรือว่าชะลอให้มันนานที่สุด เพราะเมื่อใดที่มนุษย์ขาดความยําเกรง ความกตัญญู การให้เกียรติผู้อื่น มนุษย์ย่อมไม่ต่างกับสัตว์”

'บิ๊กโจ๊ก' ลั่น!! ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด กรณีสาวเอ็นถูกบังคับเสพยาและข่มขืน

ไม่นานมานี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันจะดำเนินคดีให้อย่างเด็ดขาด กรณีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งมีอาชีพเสริมรับงานเอนเตอร์เทน ถูกลูกเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง บังคับเสพยาและข่มขืน หลังจาก 'สายไหมต้องรอด' ได้พาเข้าพบเพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้สาวเอนฯ รักษาสุขภาพตัวเองให้ดี 

ทั้งนี้ยังได้ฝากไปยังผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท้องที่ด้วยว่า นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้เสียหาย ต้องพึ่ง เพจสายไหมฯ เพื่อร้องเรียน ทั้งที่ความจริงแล้วคดีนี้ควรจะจบตั้งแต่ในพื้นที่ไม่ใช่ให้เหยื่อนั่งรถมาถึงกรุงเทพมหานคร

สำหรับกรณีนี้ ทางหญิงสาวรายดังกล่าว เล่าว่าลูกเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง จ้างงานเอนเตอร์เทน โดยให้นั่งรถมาเจอกันที่รีสอร์ท เมื่อไปถึงก็ได้รับการดูแลพาเดินเที่ยวชม ก่อนที่ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทจะไปซื้อของมานั่งกินกันในห้อง

ระหว่างนั้นลูกชายเจ้าของรีสอร์ทก็ให้หญิงสาวรายดังกล่าวดื่มเบียร์จนเริ่มเมาก่อนจะหยิบยาเม็ดสีส้มให้กินเข้าไป จนมีอาการร้อนรุ่ม ไม่นานนักก็หักยา ให้กินโดยให้อมไว้ใต้ลิ้นอีก จนอาการร้อนรุ่มรุนแรงยิ่งขึ้น ก่อนที่ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทจะบังคับขืนใจ โดยไม่ป้องกันตัว ส่วนหญิงสาวไม่อาจปกป้องตัวเองได้เนื่องจากไร้เรี่ยวแรง

วันรุ่งขึ้นลูกชายเจ้าของรีสอร์ทก็ยังคงบังคับให้อยู่ในรีสอร์ทและมีการข่มขืนกระทำชำเราอีกหลายครั้ง กระทั่งต้องร้องขอชีวิตเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายและใช้เท้าเหยียบที่ใบหน้าลำคอ สุดท้ายลูกชายเจ้าของรีสอร์ทที่ก่อเรื่อง ก็เดินไปบอกแม่ และแม่ก็ให้ลูกน้องพี่รีสอร์ทขี่รถจักรยานยนต์พาสาวเอ็น ไปส่งที่ท่ารถโดยให้เงินไป 30,000 บาท ซึ่งหญิงสาวรายดังกล่าวต้องใช้เงินในการรักษาตัวไปกว่า 20,000 บาทแล้ว จึงนำเรื่องมาร้องเรียนเพื่อให้มีการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

'สุริยะ' จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 พร้อมเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดร่วมแสดงความจงรักภักดี

'กระทรวงคมนาคม' จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พร้อมเชิญชวนให้ทุกหน่วยงานร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมประชาสัมพันธ์การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นางมนพร เจริญศรี, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม  

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า เนื่องในปี 2567 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ รัฐบาลจึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดชื่อพระราชพิธีว่า 'พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567' ภาษาอังกฤษว่า 'The Celebration on the Auspicious of His Majesty the King’s 6th Cycle Birthday Anniversary 28th July 2024' และชื่อการจัดงานว่า 'การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567'

โดยกำหนดขอบเขตการจัดงานตลอดทั้งปี 2567 และเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมเครื่องราชสักการะ ตกแต่งสถานที่ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงตราสัญลักษณ์ฯ พร้อมประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงาน และจัดการลงนามถวายพระพรภายในหน่วยงานหรือทางเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและพร้อมเพียงกัน รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานให้การสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในวาระมหามงคลนี้ด้วย 

ทั้งนี้ ทางกระทรวงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางการจัดงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในการดำเนินโครงการและกิจกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างสมพระเกียรติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัยระวังคนร้ายแอบอ้างเป็นศูนย์ AOC 

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ. ศปอส.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนโลกออนไลน์

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบพบว่า มีคนร้ายสร้าง Page Facebook ปลอมและ Line Official ปลอมโดยแอบอ้างศูนย์ AOC 1441 หรือ Anti Online Scam Operation Center เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ หรือล่อลวงให้เหยื่อทำการโอนเงิน ในกรณีนี้จะมีพฤติการณ์คล้ายคลึงกับที่คนร้ายพยายามปลอมเป็นหน่วยงานราชการ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อหลอกรับแจ้งความหรือหลอกให้ติดต่อเพื่อรับเงินที่ถูกหลอกลวงคืนไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแจ้งให้ทราบว่า AOC 1441 เป็นศูนย์ One Stop Service จัดตั้งโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคง เพื่อแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์สำหรับประชาชน มีการจัดตั้ง War-room เพื่อดำเนินการด้านคดีให้กับประชาชนแบบเร่งด่วน เชิงรุก ตั้งเป้าหมาย จบระงับ/อายัด บัญชีการเงินได้ ใน 1 ชม. นับจากเวลาที่รับแจ้งเรื่องจากเหยื่อของโจรออนไลน์  
โดยมีเป้าหมายในการจัดตั้งเพื่อ  
 ระงับ/อายัด บัญชีของคนร้ายให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้ทันทีใน 1 ชั่วโมง 
 ติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอนได้ทันที 
 เร่งการติดตามการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย 
 เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม ดำเนินคดี และการขยายผลคดี

ปัจจุบันนี้ ศูนย์ AOC 1441 มีช่องทางติดต่อเดียวเท่านั้น คือสายด่วน 1441 โดยสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มี Page Facebook หรือ Line Official เป็นช่องทางติดต่อแต่อย่างใด 

สำหรับช่องทางรับรู้ข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน AOC 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบกรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.go.th

ผู้บัญชาการตํารวจท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักท่องเที่ยวและประชาชน ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผลักดันการท่องเที่ยว ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ปราบปรามการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว รวมทั้งการอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และนโยบาย ของนางสาวสุดาวรรณ  หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีข้อสั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวอำนวยความสะดวก และดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินให้แก่นักท่องเที่ยว

วันนี้ (7 ก.พ.2567) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ศักย์ศิรา  เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม  มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร  วรวรรณ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, นายบุญเสริม  ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายวัสน์พล  อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย และคุณขง จูเล่ย ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว, เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามและสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ได้ลงพื้นที่กำชับการปฏิบัติหน้าที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง โดยได้ร่วมกันบริหารจัดการเรื่องจุดรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวบริเวณท้องสนามหลวง และการติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ผู้เข้าชมสถานที่ได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็ว

จากนั้น เวลา 11.30 น. ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมมาตรการการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีนบริเวณย่านถนนเยาวราช เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว จากนั้นได้นำส่งความโชคดีและความรุ่งเรื่องผ่านส้มมงคลให้แก่นักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2567

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวปรารถนาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความปลอดภัย และเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2567 นี้ด้วยความสุข ทั้งนี้ ขอฝากถึงนักท่องเที่ยวและประชาชน หากพบปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง และแอพพลิเคชั่น ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว Tourist Police i lert u ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมดูความปลอดภัยให้ทุกท่าน

เกษตร-พาณิชย์ ผนึกกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงตรุษจีน รมช.ไชยา ให้ความมั่นใจ "ปศุสัตว์ OK" ปลอดภัย ไร้เนื้อเถื่อน

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกิจกรรม “พาณิชย์สั่งลุย ลดราคาตรุษจีน ปีมังกรทอง 2024” โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมร้านจำหน่ายสินค้าในตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน กรุงเทพฯ สำหรับวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าสำหรับไหว้บรรพบุรุษหรือเป็นของฝาก แก่ญาติในช่วงตรุษจีนว่าสินค้าที่ได้รับเป็นสินค้าราคาถูก และคุณภาพดี

รัฐมนตรีช่วยฯ ไชยา กล่าวว่า รู้สึกมีความยินดีที่ได้มาร่วมกิจกรรมกับทางกระทรวงพาณิชย์ และขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า ร้านค้าที่ได้รับป้าย "ปศุสัตว์ OK" เป็นร้านค้าที่กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์รับรองว่า สะอาดปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ทั้งเนื้อสุกร เนื้อไก่ ไข่ไก่ มาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน (GAP) ผ่านกระบวนการเชือดชำแหละในโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกกฎหมาย สามารถสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้ จึงมั่นใจได้ว่า ไม่มีการนำเนื้อเถื่อนมาจำหน่ายแน่นอน

สำหรับโครงการปศุสัตว์ OK มีสินค้าที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองของโครงการทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ดเนื้อโค ไข่ไก่สด ไข่เป็ดสด และไข่นกกระทาสด ปัจจุบันมีสถานที่จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 9,239 แห่ง ทั่วประเทศแบ่งเป็นสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ 5,621 แห่ง และสถานที่จำหน่ายไข่สด 3,671 แห่ง ในส่วนกิจกรรมพาณิชย์สั่งลุยลดราคาตรุษจีน ปีมังกรทอง 2024 ดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าเพื่อให้ประชาชนแวะเวียนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย   ยกขบวนสินค้า ราคาสุดพิเศษ 13 หมวด 7,784 รายการ จากผู้ประกอบการ 259 ราย พร้อมกัน 18,500 แห่งทั่วประเทศ

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีทั้งสองได้สักการะ และเติมน้ำมันตะเกียง ณ ศาลเจ้าพ่อสมบุญ บริเวณตลาดยิ่งเจริญ และอวยพรประชาชนผู้มาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดในโอกาสเทศกาลตรุษจีน อีกด้วย

ฮือฮา!! 'พี่คนดี' เขียนบทกวีดัดแปลงจากเพลง 'บ้านทรายทอง' "นี่คือสถาน แห่งบ้าน ยายทา โพสต์อินสตาแกรมอยู่"

(7 ก.พ. 67) เฟซบุ๊ก P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกวีที่กล่าวถึงกรณีชาวเน็ตขุดภาพนักการเมืองรายหนึ่ง โพสต์ภาพอินสตาแกรมบ้านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา อ้างว่ายายตนเองอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มานานครบรอบ 100 ปี และระบุข้อความภาษาไทยว่า ‘บ้านเก่าคุณยาย’ ซึ่งดัดแปลงมาจากเพลง บ้านทรายทอง ของ สวลี ผกาพันธุ์ ความว่า

"นี่คือสถาน แห่งบ้าน ยายทา โพสต์อินสตาแกรมอยู่
เจ้าของเดิมไม่รู้ มาเป็นญาติกู หรืออยู่ตอนไหน
แต่เรารู้ว่า เมื่อร้อยปีกว่า กัมพูชายึดไป
เกิดความสงสัย ในดวงจิต ไม่ได้ริษยา

โฉนดหลักฐาน แห่งบ้านพระตะบอง ใช่แฟ็กซ์ของพระเจ้า
ขอจงตอบด้วย และช่วยบอกเรา ให้เข้าใจนา
ใครงมงาย อาจตายเพราะงั่ง เพราะคลั่งพี่ทา
โปรดจงกังขา เวลาเขาหลอก เขาบอกให้ฟัง

สื่อไม่กล่าวขาน ไม่อ่าน ไม่แล ไม่คิดแชร์ เขย่า
ถ้าเขาถูกใจ เขาไม่เหยียบเงา ไม่เอาไปฝัง
ลวงงัวฟาย ให้ตายเพราะโง่ โอ้อนิจจัง
ให้มีความหวัง เชื่อในเรื่องเล่า บ้านเก่าคุณยาย"

‘คณะกรรมาธิการยุโรป’ ประกาศลดปล่อย ‘ก๊าซเรือนกระจก’ 90% ตั้งเป้า!! สู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี 2040

(7 ก.พ.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิภายในสหภาพยุโรปลงร้อยละ 90 ภายในปี 2040 เมื่อเทียบกับระดับในปี 1990 โดยข้อเสนอทางกฎหมายจะจัดทำโดยคณะกรรมาธิการฯ ชุดต่อไปภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปในเดือนมิถุนายน

เป้าหมายดังกล่าวสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของสหภาพยุโรปซึ่งจัดทำในปี 2021 ที่มุ่งบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (climate neutrality) ภายในปี 2050 โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิอย่างน้อยร้อยละ 55 ภายในปี 2030 เทียบกับระดับในปี 1990

คณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การกำหนดเป้าหมายสภาพภูมิอากาศปี 2040 จะช่วยวางกรอบการทำงานที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรม นักลงทุน ประชาชน และรัฐบาลของยุโรปในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในช่วงทศวรรษนี้ และรับรองว่าสหภาพยุโรปจะอยู่บนเส้นทางสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศต่อไป

นอกจากนี้ เป้าหมายข้างต้นยังจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของยุโรปต่อวิกฤตการณ์ในอนาคต และเสริมสร้างความเป็นอิสระด้านพลังงานของสหภาพยุโรปโดยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของสหภาพยุโรปในปี 2022

'พล.ต.ท.ไตรรงค์' เตือนภัยทองปลอมระบาดช่วงตรุษจีน ห่วง!! ผู้ที่คิดจะซื้อ ต้องเลือกร้านที่มีชื่อเสียงการันตีเท่านั้น

(7 ก.พ. 67) ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. เข้าร่วมตรวจสอบ หลังได้รับรายงานจากกลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์ ที่ทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์วัถตุของกลางปลอมปนว่า ช่วงที่ผ่านมาได้มีการนำของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและได้ร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ นำทองรูปพรรณ-ทองคำแท่งมาตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์กลางและที่หน่วยตรวจพิสูจน์หลักฐานทั่วประเทศ

โดยตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา มีจำนวน 12 คดี และหากตรวจสอบสถิติย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2564-2566) พบว่าทั่วประเทศมีการตรวจพิสูจน์ทองคำ 2,271 คดี โดยประมาณ 2,000 คดีจะมีประเด็นปัญหาเรื่องเปอร์เซ็นและส่วนผสมการเจือปนของทองคำ โดยปี 2564 มี 122 คดี ปี 2565 มี 200 คดี และปี 2566 มีจำนวนถึง 1,633 คดี ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 35 ล้านบาท สำหรับการตรวจสอบสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) จะนำทองมาตรวจสอบโดยใช้เครื่องเอกซเรย์ X-ray Fluorescence (XRF) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทันสมัย มีความแม่นยำสูง เป็นเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานสากล 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่าก็ขอเตือนภัยในช่วงตรุษจีนที่จะมาถึงว่าขณะนี้มูลค่าทองคำบาทละ 34,000 บาท การไปซื้อทองคำ หรือร้านทองที่รับซื้อทองหรือโรงรับจำนำก็ดีขอให้ตรวจสอบ ถ้าจะซื้อทองก็ต้องซื้อร้านที่มีชื่อเสียงมีการการันตี เนื่องจากมีการใช้ผงโลหะทังสเตนที่มีน้ำหนักใกล้เคียงทองคำไปผสมในทองคำหรือยัดไส้ไว้ในทองคำ โดยนิยมทำเป็นลักษณะทองรูปพรรณเก่าเก็บทำให้ไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า เพราะการตรวจสอบทั่วไปรวมถึงห้องปฏิบัติการตรวจสอบขนาดเล็กที่มีเครื่องมือไม่เพียงพอ ยากต่อการตรวจสอบส่วนผสมดังกล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top