Saturday, 13 July 2024
THESTAESTIMES

'บิ๊กป้อม' ย้ำ!! ไม่ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ การันตีชู 'บิ๊กตู่' แคนดิเดตนายกฯ

"บิ๊กป้อม" ย้ำไม่ทิ้ง พปชร. การันตีชู "บิ๊กตู่" แคนดิเดตนายกฯ ไม่ไปไหน ยันไม่แย่งเก้าอี้ "มท.1" จาก "บิ๊กป๊อก" น้องตัวเอง เลี่ยงตอบ "เศรษฐกิจไทย-รวมไทยสร้างชาติ" เป็นพรรคพันธมิตรกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างอารมณ์ดี ถึงสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่มีอะไร ก็บอกแล้วทุกครั้ง มีแต่สื่อไปเขียนกันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สบายใจทุกที เมื่อถามว่า ที่ระบุจะมีคนมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้น ตอนนี้มีใครบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่บอก เอาไว้ใกล้ๆ เวลาก่อน เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจจะได้ ส.ส. 150 เสียง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปตามที่ประกาศไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คิดไว้อย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการขอร้อง ส.ส. ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ จะทำให้ทิศทางการประชุมสภาฯ หลังจากนี้ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรียบร้อย ความจริง ส.ส. พรรคพลังประชารัฐก็เข้าประชุมกว่า 80 คนทุกครั้ง แต่ก็ขอร้องพรรคอื่นๆ ด้วยให้เข้าร่วมประชุม

เมื่อถามว่า ยืนยันจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไม่ไปไหนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า "ไม่ไปไหน ไม่ไปไหน มีแต่พวกสื่อจะไล่ผมให้ไป และขอยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ"

เมื่อถามว่า คนนอกเริ่มมองว่าพรรคพลังประชารัฐกำลังจะแตกแล้ว พล.อ.ประวิตร ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า จะแตกอะไรเล่า จะแตกได้อย่างไรก็ตนยังอยู่ ทุกคนก็อยู่กันหลายคน ทั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการเลขาฯ พรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็ยังอยู่กันทั้งนั้น ยืนยันพรรคยังรักกันเหมือนเดิมไม่มีอะไร

ล้วงลึก 'ท็อป จิรายุส' จากคนขี้กลัว ไม่กล้าพูดต่อหน้าสาธารณชน สู่ผู้เปี่ยมความมั่นใจ ใส่เต็มมากกว่า 1,000 เวที

ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอของบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub) ผู้เชี่ยวชาญด้านเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) และบล็อกเชนเทคโนโลยี โพสต์เฟซบุ๊ก ท๊อป จิรายุส - Topp Jirayut ว่า วันเกิดไม่ได้หมายถึงตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้นแต่มันคือ 1 ขวบปีที่ผ่านไปกับบทเรียนและประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เชื่อมั้ยครับว่าผมเคยเป็นคนที่กลัวการพูดต่อหน้าที่สาธารณชนมากๆ

รูปนี้ถ่ายขึ้นจากการออนสเตจครั้งแรกของผมครับ ครั้งนั้นคือตอนที่ผมตัดสินใจเอาชนะความกลัว แล้วพาตัวเองขึ้นไปพูดเวทีต่อหน้าคนเยอะๆ เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้าวันงาน ผมต้องซ้อมหน้ากระจกมากกว่า 20 รอบ เพื่อท่องและจดจำทุกคำ ทุกประโยคจากในกระดาษที่ผมได้ทำโน้ตไว้ (กระดาษที่ผมถือในรูปนั่นแหละครับ)

‘เฉลิมชัย’ เร่งพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ ย้ำชัด พอใจผลพัฒนา-การบริหารภาครัฐคืบหน้า

‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ เร่งปฏิรูปพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ พอใจผลการพัฒนาการบริหารและการบริการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัลคืบหน้า 70% 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC)เปิดเผยวันนี้ (7 ก.พ.) ถึงผลงานความคืบหน้าของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ประจำเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จากผลการปฏิรูปการบริการและการบริหารภาครัฐของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC : Agritech and Innovation Center) มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พอใจต่อผลการทำงานล่าสุดโดยเฉพาะการดำเนินงานด้านระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Gov Tech) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความคืบหน้าถึง 70% จากพัฒนาบริการภาครัฐทั้งหมด 176 ระบบเปลี่ยนเป็นการบริการภาครัฐด้วยดิจิทัล (Digital Service) แล้ว 156 ระบบ ซึ่งในส่วนนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นและให้บริการแล้ว 109 ระบบหรือคิดเป็น 70% 

ส่วนการพัฒนา NSW (National Single Window) 54 ระบบ อยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 47 ระบบ ในขณะที่ด้านระบบฐานข้อมูลดิจิทัล (Big Data) โดยศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติได้เชื่อมโยงข้อมูลสู่ภูมิภาคกับศูนย์ AIC เช่นศูนย์ AIC เพชรบุรี (มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี) ในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อการวิจัยและพัฒนาเกลือทะเลไทยเชิงบูรณาการ การวิจัยและพัฒนาต้นแบบด้าน IT เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านเกษตรกรรม และศูนย์ AIC จังหวัดเชียงราย ในการดำเนินโครงการ Flagship ร่วมกับ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟอาราบิกา การใช้งานระบบ CKAN เพื่อจัดทำ Data Catalog เป็นต้นทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้สั่งการให้มีการจัดประชุมเรื่อง NSW เป็นการเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและการพยากรณ์ข้อมูลราคาและตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศ

สำหรับด้านเกษตรอัจฉริยะ ได้มีการรายงานการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ ปี พ.ศ. 2565 - 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านเกษตรอัจฉริยะ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการเกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่ จับคู่เกษตรแปลงใหญ่ (Big Farm) กับบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ (Big Brother) โครงการความร่วมมือด้าน Smart Farming กับบริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะข้าว และระบบช่วยการตรวจประเมินระยะไกล (Remote Audit) หรือการตรวจผ่านระบบออนไลน์ แปลง GAP และเกษตรอินทรีย์ (Organic) (แอปพลิเคชัน Kasettrack) 

สำหรับด้าน E-Commerce ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องแผนการกระจายผลไม้ในประเทศ และความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าไทย-บาห์เรน รวมทั้งโครงการ Thailand E-Commerce Village 

ส่วนงานด้านธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบรนด์ธุรกิจ SMEs ด้วยการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ให้โดนใจกลุ่มผู้บริโภค และการประชาสัมพันธ์การจัดงานตลาดนัด Local CIP Fair และ Character Walking Street โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ในระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2565

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ได้มอบนโยบายให้คณะอนุกรรมการด้านธุรกิจเกษตร ศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งในเรื่องของระบบธุรกิจเกษตรแบบ Contract Farming ภายใต้กฎหมายปัจจุบันว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งที่จะต้องดำเนินการแก้ไขพัฒนาอย่างไร และการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ด้วยคณะทำงานของ AIC ในการพัฒนาธุรกิจเกษตร 

ทางด้านผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการทำงานของ AIC ที่ผ่านมา มีการนำเสนอความก้าวหน้าในเรื่องของการเชื่อมโยงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) กับศูนย์ AIC โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปัจจุบันมีการทำโครงการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของศูนย์ AIC ผ่าน ศพก. ใน 6 เขตพื้นที่ โดยเกษตรกรสามารถนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยีการผลิต ที่เป็นองค์ความรู้จาก AIC ไปใช้ในแปลงเกษตรได้เป็นอย่างมาก และมีการสนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมต่างๆ เพื่อการพัฒนาเกษตรกรครบรอบด้านผ่านการดำเนินงานของศูนย์ ศพก. และเครือข่าย การนำ (INNOVATION CATALOG) มาใช้ประโยชน์กับเกษตรกรของศูนย์ AIC จังหวัดระยอง ร่วมกับศูนย์ ศพก. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่ 

รู้จัก 'อายตา' บิวตี้บล็อกเกอร์ที่ถูก 'พิมรี่พาย' ซัดแรง!! กับบทบาทการพลิกชีวิตติดลบ สู่ยูทูบเบอร์เงินล้าน

‘ยูทูบเบอร์’ อาชีพแห่งโลกยุคดิจิทัลที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ เพียงแค่มีกล้องหรือสมาร์ตโฟนพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอภายในเวลาไม่กี่นาที ชื่อเสียงและรายได้กลายเป็นปัจจัยที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาประลองฝีมือด้านนี้กันมากขึ้น แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่มียูทูบเบอร์เกิดใหม่ในทุก ๆ วัน ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในสมรภูมินี้ได้นั้นก็ต้องมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครจริง ๆ

‘ศรสวรรค์ ใจมั่น’ หรือ EYETA (อายตา) ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเธอเริ่มจากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์เขียนกระทู้รีวิวผ่านเว็บไซต์ Pantip.com ในชื่อ ‘อายตาห้าบาท’ ก่อนจะหันมาผลิตคอนเทนต์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและยูทูบ ระหว่างนี้เองที่เธอมองเห็นโอกาสจากแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำแชนแนลของตัวเองอย่างเต็มตัว

ในวันนี้หลายคนรู้จักอายตาในฐานะยูทูบเบอร์สาวสวยอารมณ์ดีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้ชม แต่เบื้องหลังรอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคในชีวิต คลิปวิดีโอของอายตามักถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคลิปนำเงินสด 1 ล้านบาทไปให้แม่ รวมถึงคลิปการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่ยากลำบากในวัยเด็กเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังผู้ติดตามของเธอ

“อายตามองว่าคอนเทนต์ของเรามันคู่ควรกับคน 1 ล้านคนที่จะเห็นหรือยัง มันได้ให้อะไรเขาหรือเปล่า เพราะคนเหล่านี้แหละที่ให้อาชีพอายตา ทำให้อายตามีเงินซื้อบ้านให้แม่ ทำให้อายตาได้อยู่สุขสบาย คลิปวิดีโอของเรามันคุ้มค่ากับ 10 นาทีที่เขาจะเสียเวลาเข้ามาดูหรือเปล่า”

The State Times Lite พาไปพูดคุยกับ ‘อายตา’ ยูทูบเบอร์เงินล้านตัวจริงเสียงจริง พร้อมทำความรู้จักตัวตน ทัศนคติในการใช้ชีวิต รวมถึงเคล็ดลับของการทำงานเป็นยูทูบเบอร์มืออาชีพ แล้วคุณจะรู้ว่าทุกความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!

Q: จุดเริ่มต้นของ ‘อายตาห้าบาท’ และการเขียนกระทู้รีวิวในเว็บไซต์ Pantip.com
A: คำนี้เป็นชื่อที่ใช้ในเกมออนไลน์เวลาเล่นกับเพื่อน ชื่อสั้น ๆ มีคนใช้ไปแล้ว อายตาเลยคิดว่าใช้อะไรดีให้มันคล้องจองกัน ‘อายตาห้าบาท’ ละกัน แล้วก็ใช้เป็นชื่อล็อกอินใน Pantip ด้วย ตอนนั้นเรายังไม่เป็นที่รู้จักนะ ก็เหมือนผู้ใช้ทั่วไป นาน ๆ ทีถึงจะตั้งสักหนึ่งกระทู้ Pantip มีห้องโต๊ะเครื่องแป้งที่ดังมาก เราเห็นคนอื่น ๆ ไปซื้อหรือลองใช้ผลิตภัณฑ์นู้นนี่แล้วมาเขียนแชร์กัน เรารู้สึกว่ามันเข้าถึงง่ายดี ไม่จำเป็นต้องเป็นสื่อก็เขียนกระทู้ได้เหมือนกัน ก็เลยลองเขียนบ้าง แต่ตอนนั้นทำเป็นงานอดิเรกนะคะ หลังจากออกจากงานประจำมันมีเวลาว่างเยอะขึ้น ก็เลยมานั่งเขียน ถ่ายรูป ทำมาเรื่อย ๆ เลยค่ะ 

Q: ตอนนั้นเปิดช่อง Youtube ของตัวเองแล้วหรือยัง
A: ไม่ค่ะ อายตาเขียนเหมือนกระทู้นี่แหละ แต่ทำลงใน Facebook ทำโพสต์รูปที่เขาเรียกว่า ‘Tutorial How To แต่งหน้า’ ลงรูปสอนแต่งหน้าทีละสเตปแล้วก็เขียนบรรยาย เขียนเป็นบล็อก หลังจากนั้นเกือบปีมีการประกวดบิวตี้บล็อกเกอร์ เราต้องทำวิดีโอเข้าไปร่วมกิจกรรม นั่นเป็นครั้งแรกที่อายตาได้ทำวิดีโอ ก็ใช้มือถือถ่ายแล้วมานั่งตัดต่อ ตัดเองในคอมฯ เราก็ตัดไม่เป็นหรอก ก็เสิร์ชหาวิธีเอาว่าเขาใช้โปรแกรมอะไรที่ทำได้ง่ายๆ บ้าง เป็นครั้งแรกที่ได้โปรดิวซ์วิดีโอของตัวเอง ครั้งนั้นก็ไม่ชนะหรอก ได้เข้ารอบ 2 แต่ได้ประสบการณ์เยอะดี จากคนที่ไม่ได้ถ่ายวิดีโอเลย ไม่เคยทำตัดต่ออะไรเลย ซึ่งนั่นเป็นการเริ่มทำ Youtube ของอายตาในเวลาต่อมาค่ะ

Q: อายตามองเห็นโอกาสอะไรบนโลกออนไลน์ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องหันมาจริงจังและหารายได้จากช่องทางนี้
A: อายตามองว่าโอกาสมันมีอยู่เยอะมาก ตอนแรกที่เริ่มทำ อายตาทำด้วยความสนุกสนาน มีไอเดียอะไรก็ทำขึ้นมาเอง ไม่ได้มีแรงกดดันอะไร แล้วพอทำได้สัก 1-2 เดือน ก็เริ่มมีเอเยนซี่มาชวน “น้องอาย! แบรนด์นี้เขาจะมีเปิดตัวผลิตภัณฑ์นะ ที่นี่ห้างนี้ น้องอายแวะไปไหม” เราเลยรู้สึกว่า ไอ้ที่เราทำอยู่ เขารู้จักเราด้วย เขารู้จักชื่อเรา แบรนด์ใหญ่ขนาดนี้ชวนเราไปงาน ก็ดีใจนะ ได้ไปเปิดโลก ได้เจอบิวตี้บล็อกเกอร์ท่านอื่น ๆ ได้เจอเอเยนซี่ ได้เจอแบรนด์ โอเค เราอาจไม่ได้ดังแบบดาราฮอลลีวูด แต่ก็มีคนรู้จักเรามากกว่าแต่ก่อน ทำให้เรามีเพื่อนในวงการนี้มากขึ้น แล้วก็เปิดโลกทัศน์มากขึ้น เวลาไปอีเวนต์ เราได้เจอเขา ได้เมาท์มอย ทำให้อายตารู้สึกว่าเออจริง ๆ บิวตี้บล็อกเกอร์มันสามารถทำให้ก้าวหน้าต่อไปได้นะ มันไม่ใช่แค่เราอยู่ในห้อง เราทำคลิปอยู่คนเดียว มันยังมีสังคม มีงานและมีเม็ดเงินของมัน

Q: รู้สึกกดดันไหมที่ได้เจอยูทูบเบอร์มืออาชีพคนอื่น ๆ ในขณะที่เราเพิ่งเริ่มต้นทำ
A: อายตาไม่กดดันเลย อาจเพราะอายตาไม่ใช่คนที่มีความรู้สึกแบบ ฉันไม่ชอบคนนั้น! ฉันเกลียดคนนั้น! มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้น อายตาจะมองทุกคนแบบเป็นเพื่อน ๆ กันหมด ในชีวิตอายตาไม่เคยมีความเกลียดใครหรืออะไรแบบนั้น พูดแล้วโลกสวยมาก (หัวเราะ) อาจเพราะตอนเด็ก ๆ อายตาเติบโตมาในครอบครัวที่จนมากเสียจนอายตาไม่ได้มีคู่แข่งในชีวิต เราอยู่เบื้องใต้ที่สุดของโลกใบนี้แล้ว เราจนที่สุด เราแย่ที่สุด เราอยู่สลัมที่สุด เราเลยไม่ได้มองว่าต้องไปแข่งกับใคร เราก็ทำงานของเราไป ไม่เป็นไรหรอกถ้าเราไม่ได้ดีกว่าเขา แต่เราก็ดีกว่าตัวเราเมื่อก่อนก็พอแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่ากดดันขนาดนั้น อายตากลับรู้สึกดีใจเสียอีกที่ได้เจอคนอื่น ๆ เพราะเวลาอายตาถ่ายวิดีโอ ส่วนมากทำอยู่ที่บ้านหรือสตูดิโอ ไม่ได้มีเพื่อนร่วมงานเยอะ แล้วการที่เจอคนอื่นมันเป็นการเปิดโลกเหมือนกัน โอ้ย! เจอมนุษย์คนอื่นแล้ว เพราะปกติอยู่บ้านทำงานคนเดียวมาตลอดจนน้ำลายบูดแล้ว

Q: หลังได้เข้าสู่วงการนี้แล้ว มองว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นยูทูบเบอร์คืออะไร 
A: ช่วงเริ่มทำเป็นช่วงที่ยากที่สุดเลย เพราะการเริ่มต้นสิ่งใหม่อะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะทำ Youtube หรือทำงานอื่นก็ตามมันยากมาก คนถามเยอะมากว่า “พี่อายตา หนูอยากเป็นยูทูบเบอร์บ้าง หนูอยากเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ หนูต้องทำยังไง ช่วงแรก ๆ วิวไม่ขึ้น ไม่มีใครดูวิดีโอหนูเลย” ตรงนี้คือสิ่งที่ยากมาก แต่ก็ต้องทำ สิ่งที่อายตารู้คือ เราต้องขยัน เราต้องมีความสม่ำเสมอในงานของเรา บางคนมีไฟเยอะมาก หนูจะทำไอเดียนี้ แต่หนูมีไอเดียแค่หนึ่งคอนเทนต์ แล้วไม่ลงอะไรอีกเลย คนจะลืมเราไป เพราะบนโลกนี้มีอินฟลูเอนเซอร์ให้เขาติดตามเยอะมาก อายตามองว่าสิ่งที่ยากที่สุดก็คือความสม่ำเสมอและความขยัน โดยเฉพาะงานนี้เป็นงานอิสระ ไม่มีเจ้านายประเมินปลายปี ไม่มีการขึ้นเงินเดือน เพราะฉะนั้นจะทำยังไงให้เราอยากตื่นเช้าแล้วลุกมาทำงาน บางคนพอไม่มีใครมาคอยตรวจงานก็จะกลายเป็นขี้เกียจไปเลย

Q: เชื่อว่าก่อนหน้านี้อายตาเองก็เคยผ่านการลองผิดลองถูกในการทำคอนเทนต์มาหลายครั้ง
A: การลองผิดลองถูกเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไม่ลอง ถ้าเราไม่ผิดพลาด เราก็จะไม่รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์กหรือไม่เวิร์ก อย่างน้อยถ้าเราลองไป 10 ครั้งแล้วมันไม่เวิร์กเลยทั้ง 10 ครั้ง เราก็จะได้รู้ว่าทั้ง 10 คอนเทนต์นี้ไม่เวิร์กสำหรับเรานะ แต่มันจะต้องมีอะไรที่มันเวิร์กสำหรับเราบ้างแหละ เราแค่ยังไม่เจอ การที่เราอาจจะยังไม่ดัง คนตามไม่เยอะหรือคอนเทนต์ยังไม่ปัง ไม่ได้หมายความว่าเราล้มเหลวหรือผิดพลาด เหมือนคนที่เรียนจบแล้วแต่งงานเลย เขาอาจเจอคนที่ใช่ได้เร็ว แต่เราอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่ บางคนอายุ 50, 60, 70 ปีก็ยังแต่งงานใหม่อยู่เลย 

Q: แสดงว่าเคล็ดลับของอายตาคือการค้นหาสไตล์ของตัวเอง
A: บางทีคนเราสมัยนี้กดดันตัวเองว่าทำอันนี้แล้วจะต้องได้ยอดผู้ติดตามเท่านี้ ยอดแชร์เท่านี้ แล้วก็กดดันตัวเองจนสูญเสียความเป็นตัวเองไป แต่อายตาอยากจะแนะนำว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการเป็นยูทูบเบอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์คือ ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง แน่นอนว่าการลองนู่นลองนี่มันดี เพื่อให้เรารู้ว่าอะไรที่ใช่และอะไรที่ไม่ใช่สำหรับตัวเอง อายตาเองก็เคยลอง บางทีไปเห็นของคนอื่น อุ้ย! เขาทำอันนี้เก๋ว่ะ เดี๋ยวเราลองบ้างว่าทำแล้วจะสนุกไหม เราทำแล้วจะถูกจริตกับเราไหม เราก็ต้องเอามาปรับใช้ แต่อย่าเปลี่ยนไปเรื่อยจนลืมว่าเราเป็นยังไง บุคลิกเราเป็นยังไงหรือว่าไอเดียที่แท้จริงที่เราอยากทำมันเป็นยังไง เพราะท้ายที่สุดถ้าเราพยายามเปลี่ยนจนเสียความเป็นตัวเอง เราจะทำสิ่งนั้นได้ไม่นาน แต่ถ้าเรามีความสุขกับการทำคอนเทนต์แบบตัวเอง เฮ้ย! เราทำแบบนี้แล้วเริ่ด คนดูชอบ เราจะอยู่ได้นานและมีความสุขมากในทุกๆ วัน อายตาไม่เคยตื่นมาวันไหนแล้วรู้สึกว่าไม่อยากเป็นยูทูบเบอร์ แม้บางทีวิวมันน้อย บางที Engagement มันน้อย แต่อายตารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่อายตาชอบและอายตาหาสิ่งที่อายตาชอบเจอแล้ว อายตามีความสุขในทุก ๆ วัน ก็เลยอยากให้ทุกคนหาสไตล์ของตนเอง ถ้าวันหนึ่งเราเจอ เราจะมีความสุขกับการทำงานมากค่ะ 

'พิมรี่พาย' แจงดรามา ด่า 'อายตา' ทั้งที่ยังไม่ดูคลิป รับหน้าแตกยับ!! 'แต่ไม่ขอโทษ - ขอยาลดความมั่น'

“พิมรี่พาย” เอิ๊กอ๊ากแจงดรามา “อายตา” รับหน้าแตกด่าเขาซะแรงทั้งที่ไม่ได้ดูคลิป บอกฟีลเหมือนถูกเพื่อนฟ้อง เข้าใจที่โดนด่าสาป เหมือนปาขี้เขา เขาก็สมควรถีบหน้ากลับ พร้อมฝากอย่ารักตนแบบผิดๆ พร้อมเผยขอโทษนะคะที่ไม่ได้พูดขอโทษ!

กรณี “พิมรี่พาย พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์” ไลฟ์ด่า “อายตา” ศรสวรรค์ ใจมั่น” ยูทูบเบอร์ และบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้าน ซึ่งซื้อสินค้าแป้งพัฟของพิมรี่พายมารีวิว ระบุตัวแป้งมีความปกปิดผิวหน้าที่ดูหนาเกินไป แม้จะดีกว่าที่คิด แต่ไม่ถึงขั้นประทับใจ จนทำให้พิมรี่พายฟาดแรงอีกฝ่ายว่าว่าโง่ เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ 10 ปีถึงไม่ดังสักที เรียกทัวร์จากความมั่นจนทำให้ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์

ล่าสุดวันนี้ (7 ก.พ.) พิมรี่พายก็ได้เปิดใจผ่านเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” โดยเผยถึงประเด็นนี้ ซึ่งตลอดทั้งคลิปเจ้าตัวทั้งทำท่าเขินอายเกินเบอร์ มีจริตเอิ๊กอ๊าก พร้อมยอมรับว่าหน้าแตกยับ เหตุไปด่าเขาซะแรงทั้งที่ไม่ได้ดูคลิป แต่ก็ประกาศไม่ขอโทษ

“แขวนหลวงปู่มั่นมาตั้งแต่เกิดค่า ความมั่นร้อยแรงม้า เมื่อวานพิมก็พูดเรื่องขายแป้ง ก็พูดไป แล้วก็จริงๆ ด้วย ก็โดนด่าเยอะมากเลย โดนด่านี่คือไม่ใช่เรื่องใหม่ โดนอยู่ตลอด เราทำงานทั้งวัน ทำงานหลายหน้ามาก เราทำทั้งวันเราไม่ได้นอน ไม่มีเวลาดูอินฟูฯ ทุกคนหรอก

แต่เพื่อนของเราได้ทักข้อความเรามา ทักไลน์มา เพื่อนกูก็โลกสวย ใครด่าอีพิมรี่ไม่ได้ เสร็จแล้วก็แคปมา มาบ่นให้ฟังในไลน์ คือเพื่อนสาว อย่าว่าเพื่อน (อ่านแชตให้ดู) เพื่อนส่งไลน์มา กูก็ตอบไปว่า เออ! แล้วกูก็มาพูดในไลฟ์ ยังไม่ได้ดู (ยิ้มเขินบิด) ฟีลเพื่อนฟ้อง กูก็ใส่เลย แต่ก็พูดนะเมื่อวานว่ายังไม่ได้ดู พึ่งดูเมื่อกี้

เออ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเพื่อนส่งอะไรมาให้ดูก่อน (ทำท่าอาย) ขอยาลดความมั่นหน่อย มั่นเกินร้อย ความมั่น 200 มั่นเกินร้อยสาวน้อยคนเก่ง ไปว่าเขาซะแรงเลย โดเรมอน ย้อนเวลาหน่อยได้ไหม ไม่รู้จะว่ายังไง (เปิดเพลงเต้นยับ) ฟีลแบบเพื่อนผิดก็เข้าข้างเปล่า เฮ้อ ช็อตดิ ไม่เคยคิดจะดูด้วยนะ เพราะเขาทำรีวิวกันเยอะ เขาก็รีวิวกันไป เราโดนด่ามาตลอดอยู่แล้ว เราอยู่กับคำด่าและคำชมมาตลอด แต่อันนี้เพื่อนใส่มา โหย จริงเหรอวะเพื่อน ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไม่ได้ล่ะ สั-ว์ แป๊บเดียวเลย (หัวเราะ) แล้วเพื่อนกูก็คือเขาต้องชมอย่างเดียว เขาด่าไม่ได้ เกิดมาไม่เคยขี้ ไม่เคยเยี่ยว ไม่เคยตด โลกสวยไม่ไหว แตกเลย แอนตาซิลไม่แจกเลย แตกของจริง แอนตาซิลจ่ายไม่ถูกเลย”

'กากัน มาลิค' พระเอกหนัง 'พระพุทธเจ้า' ซึ้งรสพระธรรม!! เตรียมบินมาอุปสมบท ณ พระอารามหลวงไทย

“กากัน มาลิค” พระเอกบอลลีวูด ผู้รับบท “เจ้าชายสิทธัตถะ” ในภาพยนตร์ “Sri Siddhartha Gautama” ซึ้งรสพระธรรม เตรียมบินมาอุปสมบท ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประเทศเมืองไทย

หลังจากพระเอกหนุ่มชาวอินเดีย กากัน มาลิค มารับบทเป็น “เจ้าชายสิทธัตถะ” ในภาพยนตร์  “Sri Siddhartha Gautama (ศรีสิทธัตถะ โคตมะ)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ในประเทศศรีลังกา และได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติอีกมากมาย รวมทั้งยังทำให้เจ้าตัวซาบซึ้งในรสพระธรรม ล่าสุดหนุ่ม กากัน มาลิค เตรียมจ่อบินมาประเทศไทย ศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาหลักธรรมคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้อวัตรปฏิบัติของนักบวช และเรียนรู้วิถีสันติภายใน ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ตนเคยปวารณาตนเป็นศิษย์วัดไว้ ซึ่งนับว่าเป็นการบินมาประเทศไทยครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ!

กากัน มาลิค เผยความรู้สึกในช่องทางส่วนตัวว่า “การเล่นบทบาทของ เจ้าชายสิทธัตถะ ในเรื่องศรีสิทธัตถะ โคตมะ (Sri Siddhartha Gautama) เปลี่ยนชีวิตและทัศนคติของเขาอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เกิดโครงการดีๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีอีกหลายโครงการและกิจกรรมสำหรับชาวพุทธในเมืองไทยและทั่วโลกกับชมรมไตรรัตนภูมิ โดยผมเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ความสุขที่ได้รับจากการทำอะไรบางอย่าง เพื่อเป็นการรับใช้เพื่อนมนุษย์ คือสิ่งที่กระตุ้นให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในทุกวันนี้”

ก่อนหน้านี้ กากัน มาลิค ได้เดินทางมาเมืองไทย และทุกครั้งจะทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศาสนา พร้อมกับประกาศตัวเป็นพุทธศาสนิกชน ด้วยการเผยแพร่คำสอนผ่านช่องทางโซเชียลของตัวเองสม่ำเสมอ โดยครั้งนี้ กากัน มาลิค ตัดสินใจมาบวชที่เมืองไทย พร้อมสานต่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ได้เคยเริ่มไว้ ในนาม “ชมรมไตรรัตนภูมิ” ที่ก่อตั้งร่วมกับ ว่าที่ร้อยเอกณัฏฐกิตติ์ ชัยเฉลิมมงคล และนางสาวฐิติรัตน์ เฮงสกุล มิตรสหาย เครือข่ายสหายธรรมในประเทศไทยที่มีแนวคิดและความมุ่งมั่นเดียวกัน โดยกิจกรรมจะมุ่งเน้นไปในด้านการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงหลักการแนวคิดและแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมารุ่งเรืองและยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ 

การสัมผัสพื้นผิวดาวศุกร์ครั้งแรกของโลก จากการพุ่งชนของ ‘ยานเวเนรา 3’

วันนี้เมื่อ 56 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2509 ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งเกิดขึ้น กับ ‘ยานเวเนรา 3’ ยานอวกาศที่ถูกสร้างและปล่อยขึ้นสู่อวกาศโดยสหภาพโซเวียต เพื่อไปสำรวจพื้นผิวของดาวศุกร์ 

โดย ยานเวเนรา 3 นั้น ถูกปล่อยเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 จาก Baikonur คาซัคสถาน

ซึ่งเป้าหมายในการออกไปนอกโลกในครั้งนี้ คือ ภารกิจลงจอดบนพื้นผิวของดาวศุกร์ โดยลำตัวมีระบบวิทยุสื่อสาร เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ แหล่งพลังงานไฟฟ้าและมีตราแผ่นดินของสหภาพโซเวียต

แต่ภารกิจในครั้งนี้กลับไม่เป็นไปตามอย่างที่วางแผนไว้ เมื่อยานอวกาศดังกล่าวลงสู่ดาวศุกร์ แต่กลับลงด้วยการชนกระแทก เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2509 และกลายเป็นยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงอื่น 

ซึ่งด้านที่ตกนั้นเป็นดาวมืดของดาวศุกร์ ซึ่งพิกัดการลงจอดกระแทกน่าจะอยู่ที่พิกัด -20° to 20° N, 60° to 80° E อย่างไรก็ตาม ระบบสื่อสารของยานได้ล้มเหลวก่อนที่จะมีการส่งข้อมูลใดๆ กลับมายังโลก

อีกทั้งดาวศุกร์ มีอุณหภูมิประมาณ 500 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้การลงจอดของยานสำรวจเวเนรารุ่นต่อๆ ไป ก็ยังเป็นอุปสรรค จนกระทั่ง เวเนรา 7 ที่ลำตัวของยานเป็นไททาเนียม สามารถลงจอดที่พื้นผิวอย่างนุ่มนวลได้สำเร็จเป็นลำแรกและส่งข้อมูลกลับมายังโลกได้ 23 นาที

'โบว์ ณัฏฐา' แสดงมุมมองต่อกรณี นักแสดงสาว 'แตงโมนิดา' จมน้ำเสียชีวิต พร้อมเตือนสติสื่อ อย่า 'โยนขยะเข้าสู่สังคม' แล้วหวังให้ชาวบ้านใช้วิจารณญาณ

จากกรณี ‘แตงโม นิดา’ หรือ ‘ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์’ อายุ 38 ปี ดารานักแสดงสาวชื่อดังที่พลัดตกแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไป ขณะล่องเรือสปีดโบ๊ตไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนชาย-หญิง รวม 6 คน กว่า 38 ชั่วโมง จนกระทั่งพบร่างของนักแสดงสาวลอยขึ้นมาใกล้กับโป๊ะเรือในจุดที่จมหายไป ซึ่งกรณีนี้ก็ได้กลายเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง และในเกือบทุกแวดวง ซึ่งรวมไปถึงวงการกฎหมายนั้น

ทางด้าน ‘คุณโบว์ - ณัฏฐา มหัทธนา’ ได้ให้ความเห็นในมุมมองที่น่าสนใจ ผ่านรายการ MEET THE STATES TIMES เดอะ ดีเบต โดยยกกรณีของดาราสาวมาเป็นบทเรียนว่า...

“โบว์ ได้มีโอกาสฟังข่าววิทยุ โดยได้มีสื่อไปสัมภาษณ์ทนายความท่านหนึ่ง ซึ่งบางทีรายการข่าวชอบโทรสัมภาษณ์ทนายเวลาที่มีเคสอะไรขึ้นมา เหมือนเป็นแหล่งอ้างอิง แล้วก็จะใช้ทนายซ้ำๆ อยู่ไม่กี่คน 

“แต่ประเด็น คือ การตอบคำถามของทนายบางครั้งจะเกินเลยไป จนเป็นการสร้างจำเลยสังคมขึ้นมา ซึ่งโบว์บอกเลยในฐานะที่พอรู้กฎหมายบ้าง ถ้าคุณไปถามทนาย 10 คน บางทีก็ตอบไม่เหมือนกันหรอก อีกทั้งความรู้ก็ไม่เท่ากัน อคติต่อแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน แล้วก็ความเชี่ยวชาญต่างกัน”

“ดังนั้นเรื่องนี้ที่ยกขึ้นมาพูดในวันนี้ เพราะอยากจะแนะนำสื่อตรงๆ ว่า ไม่ควรไปยึดทนายคนใดคนหนึ่งมาเป็นสรณะ แล้วชี้นำสังคมผ่านการสัมภาษณ์แบบนี้ โดยที่เขาไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวกับคดี เพราะเขาอาจจะมโนไป พูดกันเป็นละคร วางเป็นพลอตเรื่องเองกันหมด มันแย่มาก กลายเป็นว่าไม่ใช้ปัญญา ไม่ได้ตั้งอยู่บนความรู้อะไร แต่อยากจะสร้างความบันเทิงจากสิ่งนี้”

“ถ้าคุณอยากสัมภาษณ์ทนายหรือนักกฎหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีจริงๆ ควรมีมากกว่าหนึ่งคน ต้องมี Second Opinion แล้วให้สังคมใช้วิจารณญาณ”

ทั้งนี้ คุณโบว์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิตบัณฑิตในสาขานิติศาสตร์อีกด้วยว่า “สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าอาจจะหายไปในการสอนนิติศาสตร์ในบางสถาบันในปัจจุบัน คือ วิชา ‘นิติปรัชญา’ พอไม่ได้เรียนลึกซึ้ง ถึงระดับปรัชญาของกฎหมาย มันก็จะมีการตีความอะไรทื่อๆ ไปตามตัวอักษร และท้ายที่สุดแล้วจะไม่นำไปสู่ความยุติธรรม” 

'ยูเครน-รัสเซีย' เจรจารอบแรกเหลว ด้าน ปธน.ยูเครน ชิงลงนามสมัครเป็นสมาชิกอียู

1 มีนาคม 2565 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน การเจรจาหยุดยิงระหว่างสองชาติยูเครนและรัสเซียในครั้งแรกดูเหมือนจะไร้ผล เมื่อรัสเซียยังคงปฏิบัติการทางทหารอย่างดุเดือดต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยยิงขีปนาวุธถล่มเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่ในกรุงเคียฟมีทั้งเสียงปืน เสียงระเบิด เสียงสัญญาณไซเรนดังทั่ว

อย่างไรก็ดี แม้ทหารรัสเซียจะตรึงกำลังอยู่ห่างจากกรุงเคียฟไปทางเหนือเพียง 30 กิโลเมตร แต่ต้องเผชิญการต้านทานที่แข็งแกร่งจากกองทัพยูเครน ทำให้ยังไม่สามารถบุกยึดได้ เช่นเดียวกับสถานการณ์ในเมืองเชอร์นิฮิฟ ซึ่งมีการสู้รบระหว่างสองฝ่าย จนทำให้บ้านเรือนจำนวนมากและร้านค้าหลายแห่งเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธ ขณะที่ทางการยูเครนยังยืนยันว่ายังสามารถรักษาทั้งกรุงเคียฟ เมืองคาร์คิฟ และเมืองเชอร์นิฮิฟ เอาไว้ได้

สำหรับการเจรจาหยุดยิงระหว่างผู้แทนรัสเซียและยูเครนปิดฉากลงแล้ว โดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ พร้อมเดินทางกลับเมืองหลวงของตนเองเพื่อหารือกันเองเพิ่มเติม แต่ตกลงที่จะเจรจากันรอบใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ทั้งนี้ การเจรจาจัดขึ้น ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ในเมืองโกเมล ใกล้กับแม่น้ำปรือเปียต ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างเบลารุสกับยูเครน โดยรัฐบาลเคียฟยื่นเงื่อนไขของตัวเอง คือการร่วมกันหยุดยิงทันที เพื่อยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา และการที่รัสเซียต้องถอนทหารออกจากยูเครน ซึ่งรวมถึงบนคาบสมุทรไครเมีย และภูมิภาคดอนบาสด้วย

สปสช. แจก ATK เฟส 2 ให้กลุ่มเสี่ยงตรวจโควิด ขอรับได้ผ่านแอปฯ เป๋าตัง - หน่วยบริการร่วมโครงการ

เริ่มวันแรก 1 มี.ค. 65 สปสช. แจก ATK เฟส 2 ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจ COVID-19 ยื่นขอรับชุดตรวจได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือรับได้ที่หน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ

วันนี้ (1 มี.ค. 65) เป็นวันแรกที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แจกชุดตรวจ ATK เฟส 2 ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจ COVID-19 ด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่ 1 มี.ค. เป็นต้นไป ผ่านแอปเป๋าตัง แนวทางในการรับชุดตรวจ ATK เฟส 2 สำหรับประชาชนคนไทยทุกสิทธิที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 สามารถทำตามขั้นตอน ดังนี้

รับบริการผ่านมือถือแบบสมาร์ตโฟน
• เข้าแอปฯ เป๋าตัง/กระเป๋าสุขภาพ เลือก “ฟรี ชุดตรวจโควิด”
• ทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อนรับชุดตรวจ COVID-19
• หากมีความเสี่ยง ระบบจะให้ค้นหาหน่วยบริการใกล้ฉันและโทรติดต่อสอบถาม
• เดินทางไปรับพร้อมมือถือที่มีแอปเป๋าตัง เพื่อใช้สแกน QR Code แอปถุงเงินของหน่วยบริการ
• ได้รับชุดตรวจ 2 ชุด นำกลับมาตรวจและบันทึกผลผ่านแอปเป๋าตัง/กระเป๋าสุขภาพ อีก 14 วัน หรือวันที่ 15 สามารถไปรับใหม่ได้อีกครั้ง หากมีความเสี่ยง (เปลี่ยนจำนวนวันจาก 2 ชุดต่อ 10 วัน เป็น 2 ชุดต่อ 14 วัน ตามหลักเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข)

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง สามารถดาวน์โหลดและลงทะเบียนได้ที่ https://krungthai.com/link/paotang-ktbwallet


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top