Saturday, 13 July 2024
THESTAESTIMES

‘อับราโมวิช’ ปักป้ายขาย ‘เชลซี’ เล็งนำรายได้ช่วยเหยื่อสงครามยูเครน

โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการในการขาย "สิงห์บลูส์" เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คาดว่าตั้งราคาอยู่ที่ 3,000 ล้านปอนด์ โดยสั่งการให้ เดอะ เรน กรุ๊ป ธนาคารจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของเขา เป็นผู้ดูแลเรื่องการซื้อขายดังกล่าว

ตามการรายงานจาก "สกายสปอร์ต" สื่อชั้นนำของอังกฤษ ระบุว่า "เสี่ยหมี" มีความต้องการที่จะขาย เชลซี ให้แก่กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และไม่มีความสนใจที่จะขายทีมให้กับกลุ่มทุนจากฝั่งเอเชีย หรือยุโรปตะวันออก

ล่าสุดเจ้าตัวออกมาแถลงผ่านสื่ออย่างเป็นทางการว่าต้องการที่ขายสโมสรเชลซีจริง โดยระบุว่า "ผมได้ตัดสินใจขายสโมสร ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทุกคนที่นั่น" 

"การขายสโมสรจะเป็นไปตามกระบวนการที่กำหนด สิ่งนี้ไม่เคยเกี่ยวกับธุรกิจหรือเงิน แต่เกี่ยวกับความหลงใหลในเกม และหลงใหลในสโมสรอย่างแท้จริง"

"ผมได้สั่งการให้ทีมงานตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อบริจาครายได้สุทธิทั้งหมดจากการขายสโมสร เพื่อช่วยเหลือเหยื่อของสงครามในยูเครน"

"นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากมากๆ และผมก็ลำบากใจที่ต้องทำแบบนี้ แต่นี่จะเป็นผลประโยชน์สูงสุดของสโมสร"

"ผมหวังว่าจะได้ไปเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อบอกลาพวกคุณด้วยตัวของผมเอง ถือเป็นสิ่งที่พิเศษตลอดชีวิตที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ เชลซี ผมภูมิใจในความสำเร็จทั้งหมดของสโมสรเชลซี และกองเชียร์ที่นี่จะอยู่ในใจผมเสมอ" เสี่ยหมี กล่าวทิ้งท้าย

'วอย' ขึ้น!! ฝากถึง 'กระติก' หลังฟังสัมภาษณ์ “คนแบบคุณไม่มีคุณสมบัติจะทำอาชีพนี้”

หลังจากที่ได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของ กระติก-อิศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ เพื่อนสนิทและเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ ในหลายๆ ประเด็น เกี่ยวกับกรณีที่ แตงโม นิดา พลัดตกเรือสปีดโบ๊ทจมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยอดีตนักร้อง วอย-เกรียงไกร อังคุณชัย ได้ออกมาฟาดกลับแบบจุกๆ ว่า...

ผมขอใช้ช่องทางนี้สื่อสารถึงคุณกระติกนะครับ รู้สึกคุณเป็นเฟรนด์กับผมในเฟซบุ๊กด้วย (เคยเห็นคุณแว้บๆ ในหน้าฟีดผม) แต่ผมไม่รู้จักคุณ ไม่รู้ชื่อเฟซคุณ เลยไม่สามารถแท็กคุณได้ แต่หวังลึกๆ ว่าคุณจะผ่านมาเห็น เผื่อจะเรียกสติ และทำให้คุณคิดได้บ้าง..

กต.คุณให้สัมภาษณ์บอกแม่น้องว่า...

“ที่ไม่ได้ดูแลโมในวันเกิดเหตุ เพราะวันนั้นไปในฐานะเพื่อน ไม่ใช่ฐานะผู้จัดการส่วนตัว” 

ผมขอพูดบ้างนะครับ คำตอบคุณน่าสะอิดสะเอียนมาก ตั้งแต่ผมมีผู้จัดการส่วนตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก รวมถึงผู้จัดการส่วนตัวดารา-ศิลปินท่านคนอื่นๆ ที่ผมรู้จัก “ทุกคน” เค้าจะมีสัญชาตญาณที่พร้อมปกป้องคนของเค้าเสมอ ไม่ว่าจะไปในสถานที่ใดก็ตาม (ทำงานหรือเที่ยว) “เค้าจะห่วงเราคนแรกเสมอ”

เค้าพร้อมจะดูแล ปกป้องเราตลอดเวลาตามสัญชาตญาณของเค้า 

แต่…ดูสิ่งที่คุณตอบแม่น้องโมสิ...ตรรกะคุณโคตรแย่ เห็นแก่ตัว และไม่มีความสำนึกจากแก่นแท้เลย

‘อุตตม’ จี้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ให้ทันความเปลี่ยนแปลงโลก - ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยเปิดเผยว่า สวัสดีครับ เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ TNN เรื่องทิศทางของโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (Eastern Economic Corridor) ต่อจากนั้นก็มีโอกาสบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับผู้อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้านธุรกิจท่องเที่ยว ที่จัดโดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

ประเด็นหนึ่งที่ผมได้แชร์ความเห็นในทั้งสองกิจกรรมนั้น ก็คือทั้งอีอีซี และภาคการท่องเที่ยว จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ซึ่งโจทย์สำคัญที่เรากำลังเผชิญในปัจจุบัน คือ โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีอยู่นั้น นับวันจะอ่อนพลังลง จนไม่สามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสั่งสมของประเทศ เช่น ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน รวมทั้งไม่มีพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้หากเราเดินต่อด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราจะเผชิญกับการที่อนาคตของประเทศจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ตลอดจนไม่สามารถก้าวทันโลก และไม่สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน

ผมขอสรุปประเด็นหลักๆ เกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งไม่เอื้อต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ดังนี้

1.) เศรษฐกิจฐานรากของประเทศยังไม่เข้มแข็ง ประชากรส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับฐานราก ยังต้องเผชิญปัญหาความยากจน เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ขาดโอกาสในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เพียงพอกับการดำรงชีพ 

2.) เครื่องยนต์หลักในโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย ได้แก่ ภาคการส่งออก ซึ่งมีสัญญาณว่าจะเริ่มอ่อนกำลังลง เพราะความได้เปรียบของสินค้าเราในตลาดโลกลดลง เริ่มก้าวไม่ทันคู่แข่ง ความได้เปรียบเดิมๆ เช่น เรื่องค่าแรง ข้อเท็จจริงคือ ค่าแรงในประเทศนับวันสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ก็กำลังเร่งขึ้นมาเป็นคู่แข่งหรือแซงหน้าสินค้าส่งออกที่สำคัญของเราไปแล้ว

3.) นอกจากการส่งออกแล้ว การท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้เข้าประเทศมาโดยตลอด กล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวไทยมีศักยภาพสูงมาก ไม่แพ้ประเทศอื่น อย่างไรก็ดี ในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยวต้องไม่พึ่งพาเพียงการโปรโมชั่น เพื่อหวังผลในเชิงปริมาณเป็นหลักเท่านั้น

4.) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มีความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งพัฒนา ไม่เพียงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ถนน ระบบราง การขนส่งทางน้ำ และอากาศ แต่เราต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่จะเป็นพลังในโลกยุคใหม่ด้วย

5.) ทั้งนี้ในระบบเศรษฐกิจใดๆ ก็ตาม คน คือหัวใจสำคัญ ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาคน ให้สามารถตอบโจทย์การปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในโลกใหม่ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสถานการณ์

ประเทศไทยมีจุดแข็งในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ กำลังคน ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของจุดแข็งที่เรามีได้อย่างเต็มที่นั้น จำเป็นต้องอาศัยเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาด้วยเป้าหมายยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

ด้านการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก มีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีความสามารถพัฒนาการผลิตสินค้ามูลค่าสูงขึ้นกว่าเดิม ตลอดห่วงโซ่การผลิต นั้นคือ เป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งเป็นสินค้าและกระบวนการผลิตที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งในระดับเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน ทำให้เกิดการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศอย่างครอบคลุม

ขอยกตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก แต่ขณะนี้ทั่วโลกกำลังมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานสีเขียว พลังงานไฟฟ้า ฯลฯ เราจึงสมควรเร่งกำหนดทิศทางการปรับเปลี่ยน ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ เพื่อให้ยังคงบทบาทที่เข้มแข็งในเวทีโลกต่อไปได้ในอนาคต

โดยให้มีความชัดเจน ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง จะมีเป้าหมายอย่างไร และเกิดขึ้นในรูปแบบใด เพื่อให้ไทยจะยังเป็นที่น่าสนใจของลูกค้า นักลงทุน พันธมิตร ผู้ประกอบการ แต่หากไม่มีการปรับหรือยกระดับที่เหมาะสม การย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงอนาคตของบุคลากรจำนวนมากที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง

ในทำนองเดียวกัน อุตสาหกรรมอื่นๆของประเทศ จำเป็นต้องได้รับการทบทวนยกระดับ ควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ โลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์ครบวงจร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สินค้าจากเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น

สำหรับการท่องเที่ยวนั้น ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ เราควรมุ่งเน้นพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะมีบทบาทสูง ต่อการช่วยยกระดับความเข้มแข็งของชุมชนฐานราก โดยเราสามารถวางยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ให้เกิดการท่องเที่ยวภาคชนบทอย่างกว้างขวาง และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคเกษตร และการผลิตสินค้าชุมชน เพื่อให้โอกาสชุมชนนำศักยภาพทั้ง 3 ด้านที่มีอยู่ มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ 

สปสช. เผยรายละเอียดแนวทาง รักษาโควิดไม่มีอาการ แบบผู้ป่วยนอก จ่ายยารักษาตามอาการ ก่อนให้กลับไปกักตัวที่บ้าน

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ข้อมูลกรณี เจอ-แจก-จบ ระบุ เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ด้วยระบบ Tele-health ดังนี้ 

หลังจากผู้ที่สงสัยป่วยโควิด-19 ตรวจ ATK แล้วหากพบผลเป็นบวก (เจอ) ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ 3 สูตร (แจก) ได้แก่ 

1.) ยาฟ้าทะลายโจร 
2.) ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ไอ ลดน้ำมูก 
3.) ยาฟาวิพิราเวียร์ (การจ่ายยาขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ของแพทย์) 

แพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาต่อไป จ่ายยาแล้วให้ กลับมากักตัวที่บ้าน (จบ) แต่หน่วยบริการยังให้ผู้ป่วยดูแลป้องกันตนเองเหมือนเดิม และติดตามอาการ 1 ครั้งใน 48 ชั่วโมง

การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก (OPD) เริ่มวันที่ 1 มี.ค. 65 โดยจะใช้การรักษาแบบผู้ป่วย (OPD) มาเสริม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการและไม่มีภาวะเสี่ยง สามารถรักษาแบบ OPD และแยกกักตัวเองที่บ้านได้ โดยระบบการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 การรักษาจะมีการติดตามประเมินอาการ 48 ชั่วโมง หากอาการดีขึ้นทุกอย่าง ก็จะให้ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้านต่อจนครบกำหนดระยะเวลากักตัว

73 ปี สังหารกลางกรุง ‘4 อดีตรัฐมนตรี’ โดยตำรวจอ้างว่าเกิดการปะทะชิงตัวกับ ‘โจรมลายู’

วันนี้เมื่อ 73 ปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่กลางกรุงอย่างอุกอาจ เมื่อผู้ถูกลอบสังหารหมู่นั้น เป็นถึง “4 อดีตรัฐมนตรี” ซึ่งประกอบด้วย รองอำมาตย์ตรี ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เป็นนักการเมือง ภาคอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในกรณี “พระราชบัญญัติปักป้ายข้าวเหนียว” ต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาล นายปรีดี พนมยงค์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น นักการเมืองผู้ต่อสู้เพื่อชาวอีสานอย่างแท้จริงคนหนึ่ง

นายถวิล อุดล เป็นนักการเมือง หนึ่งใน “สี่เสืออีสาน” ซึ่งประกอบด้วย ตัวนายถวิลเอง นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายเตียง ศิริขันธ์ และนายจำลอง ดาวเรือง

นายถวิล ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด 2 สมัย เป็นหัวหน้าเสรีไทย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเคยเดินทางไปติดต่อขอความร่วมมือจาก ประเทศจีน แนวคิดทางการเมืองที่สำคัญ คือ เงินภาษีที่เก็บจากประชาชน ต้องเป็นประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนทั้งหมด

ดร.ทองเปลว ชลภูมิ ศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ อดีตรัฐมนตรี และเป็นคณะราษฎร อดีตส.ส.จังหวัดนครนายก และเลขาธิการพรรคแนวรัฐธรรมนูญ

นายจำลอง ดาวเรือง ขุนพลเมืองมหาสารคาม ผู้นำเสรีไทยหน่วยมหาสารคาม เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 อดีตส.ส.ตัวแทนชาวไร่ชาวนาเมื่อปี 2480 อยู่ในกลุ่ม “สี่เสืออีสาน”

โดยเหตุสังหารหมู่อย่างอุกอาจ “4 อดีตรัฐมนตรี” หลายคนเชื่อว่าเป็นจุดจบแบบอำพราง เนื่องจากช่วงค่ำวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2492 ตำรวจได้เคลื่อนย้ายผู้ต้องหาทั้ง “4 อดีตรัฐมนตรี” ไปไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน โดยอ้างเหตุความปลอดภัย ด้วยรถของตำรวจหมายเลขทะเบียน กท. 10371 โดยมี “พ.ต.อ.หลวงพิชิต ธุรการ” เป็นผู้ควบคุม โดยรับ “ดร.ทองเปลว” ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน  “นายจำลอง” ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา “นายถวิล” ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และ “นายทองอินทร์” ที่สถานีตำรวจนครบาลสามเสน

เมื่อวิ่งมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 12 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2492 ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกยิงเสียชีวิตด้วยกระสุนไม่ต่ำกว่า 10 นัดจนร่างเละ ทั้งหมดอยู่ในสภาพที่ทุกคนยังสวมกุญแจมืออยู่ โดยได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลกลาง

ต่อมาตำรวจแถลงว่า ในที่เกิดเหตุกลุ่มโจรมลายูพร้อมอาวุธครบมือได้ดักซุ่มยิงเพื่อชิงตัวผู้ต้องหา และได้มีการปะทะกับตำรวจ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ตำรวจทั้งหมดราว 20 นายไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย

ว่ากันว่าญาติของผู้ต้องหากว่าจะทราบเรื่องการเสียชีวิต ก็เมื่อได้ไปเยี่ยมที่สถานีตำรวจเดิมที่คุมขังแล้วไม่พบตัว ต้องไปตามหาตามที่ต่างๆ เช่น วังปารุสกวัน ซึ่งในขณะนั้นเป็น “กองบัญชาการตำรวจนครบาล” และได้รับคำบอกต่อให้ไปดูที่โรงพยาบาลกลาง จึงได้ทราบเรื่อง

ศพของ “4 อดีตรัฐมนตรี” ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ “วัดมกุฎกษัตริยาราม” กระนั้นในงานศพก็ยังมีตำรวจสายสืบและสันติบาลมาติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของผู้ที่เข้าร่วมงานศพ “4 อดีตรัฐมนตรี” อยู่เสมอ

จากความผิดปกติในครั้งนี้ ทำให้สังคมโดยทั่วไปไม่เชื่อว่าทั้งหมดเสียชีวิตเพราะถูกกระสุนของโจรมลายูจริง แต่เชื่อว่าเป็นการกระทำของตำรวจเอง ภายใต้การบัญชาการของ “พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์” ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากในการปราบกบฏและมีตำแหน่งเป็น “รองอธิบดีกรมตำรวจ” ในเวลานั้น

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้มีการฆาตกรรมนักการเมืองและบุคคลฝ่ายที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นผู้ที่อยู่ตรงข้ามอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เช่น นายเตียง ศิริขันธ์, นายหะยีสุหรง อับดุลกาเดร์, นายอารีย์ ลีวีระ

ศิริกัญญา’ ห่วงวิกฤต 'รัสเซีย-ยูเครน' ทำราคาน้ำมันพุ่ง หวั่น!! 2 มาตรการตรึงราคาภาครัฐท่าจะเอาไม่อยู่ 

‘ศิริกัญญา’ ห่วงวิกฤต 'รัสเซีย-ยูเครน' ทำราคาน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมปัญหาปากท้องประชาชน ย้ำ 2 มาตรการตรึงราคาเอาไม่อยู่ เหตุรัฐบาลเมินแก้กฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ ปิดประตูทางรอดทางการคลังของประเทศ

4 มี.ค. 65 ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความกังวลปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่จะมากขึ้น สืบเนื่องจากกรณีปัญหาสงครามระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ว่า ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ (3 มี.ค. 65) น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นมาปิดที่ 114.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ เดือน พ.ค. 54 ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นมาปิดที่ 119.02 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ยังไม่ต้องพูดถึงราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาอาหารสัตว์ และปุ๋ย ที่ตบเท้าเรียงแถวกันขึ้นพร้อมๆ กันย่อมกระทบกับเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

“ถึงแม้ว่าสงครามอาจไม่ยืดเยื้อยาวนาน แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าจะจบลงในรูปแบบใด และการแซงก์ชั่นหรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะจบลงพร้อมกับสงครามหรือไม่ ราคาพลังงานและสินค้าต่างๆ จะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด รัฐบาลยังคงมีเป้าหมายที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร และแย้มมาว่าจะอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินไปพร้อมๆ กัน แต่ ณ วันนี้ปั๊มต่างๆ ปรับราคาดีเซลขึ้นไปเกิน 30 บาทกันหมดแล้ว แม้จะเป็นเป้าหมายที่ดี แต่เริ่มเกิดความไม่มั่นใจว่าจะทำอย่างไร และยังมีคำถามคาใจที่ยังไม่มีคำตอบคือจะเอาเงินมาจากไหน ประชาชนส่วนนึงยังเฝ้ารอคำตอบชัดๆ ถึงมาตรการ” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุ

ศิริกัญญา ยังกล่าวต่อไปว่า มาตรการที่มีอยู่ตอนนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรก คือใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งติดลบอยู่ 20,000 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน ข่าวแว่วมาว่าจะใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนเพิ่มอีกเป็น 4 บาท/ลิตร ในสถานการณ์ที่กองทุนยังกู้เงินจากสถาบันการเงินไม่ได้ เนื่องจากติดปัญหาการเปลี่ยนสถานะจากนิติบุคคลเป็นองค์การมหาชน จึงยังไม่ได้รับรองบัญชี ทำให้วงเงินที่ครม.เคยอนุมัติไว้ 30,000 ล้าน ยังไม่มีเม็ดเงินจริงๆ เข้ากองทุนเลยแม้แต่บาทเดียว ยังคงต้องลุ้นกันต่อว่าจะกู้ได้เมื่อไหร่ เพราะถึงแม้จะเปลี่ยนสถานะได้ กว่าจะกู้ผ่านก็ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์สำหรับธนาคารในการดำเนินการ ข้อจำกัดคือเงินที่ใช้อุดหนุนอยู่จะตกราว 8,000 ล้านบาทต่อเดือน หากกู้เพิ่มได้จริง 30,000 ล้าน ก็ไม่เพียงพอ ส่วน ครม. ยังมีช่องให้อนุมัติเพิ่มได้อีกเพียง 10,000 ล้าน หลังจากนี้หากจะกู้เพิ่มคงต้องแก้กฎหมายกองทุนน้ำมันที่กำหนดเพดานการกู้ไว้

'กอบศักดิ์' ชวนคิด!! สงครามค่าเงิน เกมสงครามคู่ขนาน แนวรบที่น่าติดตามจากสงคราม 'ยูเครน-รัสเซีย'

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สงครามค่าเงิน กับ รัสเซีย

อีกแนวรบที่น่าติดตาม จากสงครามยูเครน-รัสเซีย คือ สงครามค่าเงิน

เรียกว่าเป็น สมรภูมิ ที่ต่อสู้กันรุนแรงมากอีกสมรภูมิหนึ่ง

ซึ่งเป็นสนามรบที่จะมีนัยต่อไปอีกมาก เพราะค่าเงินที่สูงขึ้น หมายความว่า ต้นทุนของสินค้าต่างๆ ในรัสเซีย จะเพิ่มสูงขึ้น และจะมีนัยไปต่อถึงเงินเฟ้อที่ล่าสุดสูงถึง 8.73% ให้เพิ่มขึ้นได้อีก 7-10% สร้างความลำบากในการครองชีพให้กับคนรัสเซีย และบั่นทอนเสถียรภาพทางการเมืองของรัสเซีย

ล่าสุด สู้กันมา 4 วัน ยังสู้กันไม่จบ

ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา ค่าเงินวิ่งอยู่ระหว่าง 120 รูเบิล/ดอลลาร์ และ 97 รูเบิล/ดอลลาร์ หรือเหวี่ยงขึ้นลงประมาณ 15-20%

หมัดที่ออกกันมา ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา

เริ่มจากการ Sanctions ปกติ ที่ทำให้ค่าเงินอ่อนจาก 70 รูเบิล/ดอลลาร์ เป็น 85-90 รูเบิลต่อดอลลาร์

ตามมาด้วยการประกาศ Freeze เงินสำรองของรัสเซียที่อยู่ในโลกตะวันตก เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา 

ทำให้เงินสำรองรัสเซียที่สะสมไว้ตั้งแต่หลังการผนวกไครเมีย ที่เคยอยู่ที่ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2015 เพิ่มเป็น 6.43 แสนล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน บางส่วนไม่สามารถนำออกมาสู้ศึกค่าเงินได้ 

ไม่น่าแปลกใจ หลังมาตรการดังกล่าว ค่าเงินรูเบิลทิ้งดิ่งจาก 85 รูเบิล/ดอลลาร์ไปสู่ระดับ 117 รูเบิล/ดอลลาร์ ทันที

และก็หมุนเวียน ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 97-120 รูเบิล/ดอลลาร์

หลายคนถามว่า "ถ้าเงินสำรองถูกยึดแล้ว รัสเซียสู้อย่างไร"

คำตอบ "มาตรการ Capital Control" ในรูปแบบต่างๆ ที่ถูกทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
- ปิดตลาดหลักทรัพย์ ไม่ให้นักลงทุนขาย เงินก็ติดอยู่ในนั้น
- การประกาศห้ามไม่ให้นักลงทุนต่างประเทศ ขายสินทรัพย์ในรัสเซีย
- การบังคับให้ผู้ส่งออก ต้องเอาเงินตราต่างประเทศ 80% ที่ได้มา ออกมาขายในตลาด ไม่ให้เก็บไว้
- การออกค่า Commission 30% สำหรับการแลกเปลี่ยนเงิน
- ล่าสุด คือการที่กำลังจะจ่ายชำระคืนหนี้ไม่ได้ ซึ่งอาจจะต้องประกาศหยุดการชำระหนี้ 

หนุ่มวัย 20 ทะเลาะกับเพื่อน เถียงเรื่องข่าวแตงโม ก่อนเครียดจัด ดิ่งตึกชั้น 4 ย่านห้วยขวางดับสลด

วันนี้ 4 มี.ค. 65 เวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สุชาติ ราษฎร์ดุษดี รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีผู้ตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในอาคารพักอาศัยแห่งหนึ่ง ถนนลาดพร้าว ซอย 48 แยก 3 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอะพาร์ตเมนต์ สูง 7 ชั้น บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์ข้างอาคาร 1 พบศพ นายชัย (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล สภาพคางแตก ขาซ้ายหักผิดรูป เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ พร้อมนำรถติดไฟส่องแสงสว่างมาอำนวยความสะดวก ก่อนเร่งรัดสำรวจสภาพศพเบื้องต้น และให้หน่วยอาสากู้ภัยนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช รพ.รามาธิบดี ในทันที

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 3 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา ผู้ตายได้เดินทางมาหา นายบิ๊ก (นามสมมุติ) เพื่อนชายคนสนิท ซึ่งเป็นเจ้าของห้องพักบนชั้นที่ 4 ประกอบอาชีพเป็นพนักงานควบคุมระบบขนส่งสินค้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม โดยเจ้าของห้องและผู้ตายรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดียได้ประมาณ 2-3 เดือน และนัดหมายพบเจอกันที่ห้องนานๆ ครั้ง

ด่วน!! ไฟไหม้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ยูเครน ถ้าระเบิดจะแรงกว่า เชียร์โนบีล 10 เท่า

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลก ถูกเทขายอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกกองทัพรัสเซียโจมตี และเกิดเพลิงไหม้ และตอนนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังไม่สามารถเข้าไปได้

โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าว ชื่อว่า 'ซาปอริซเซีย' (Zaporizhzhia) เป็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าหลักราว 25% ของไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในยูเครน

นายดมิโทร ออร์ลอฟ นายกเทศมนตรีเมืองอีเนอร์โกดาร์ของยูเครนเปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia) ในยูเครน หลังจากกองกำลังทหารของรัสเซียได้เข้าโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว

นายออร์ลอฟกล่าวว่า เกิดการยิงปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารของยูเครนและทหารของรัสเซียในเมืองอีเนอร์โกดาร์ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

“ผลจากการที่ศัตรูได้ยิงถล่มอาคารและที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ทำให้โรงงานแห่งนี้ไฟไหม้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยของโลก” นายออร์ลอฟกล่าว

หน่วยงานยูเครนรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังทหารรัสเซียพยายามรุกคืบเพื่อที่จะยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ และได้นำรถถังเข้ามาในเมืองอีเนอร์โกดาร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว

เพื่อไทย จี้ รบ. เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร หยุดเอาเปรียบชาวนา ฉวยงบประเทศ หาเสียงล่วงหน้า

นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างจริงใจ ไม่ควรทำเพียงเพื่อที่จะได้ใช้งบประมาณแผ่นดินหาเสียงล่วงหน้าช่วงปลายอายุขัยรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลต้องจริงใจกับเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตร ไม่ควรหวังเพียงใช้งบประมาณประเทศเพื่อปูฐานทางการเมืองในอนาคต การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท จากเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปนั้น จะต้องมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือเกษตรอย่างแท้จริง เพราะเรื่องหนี้สินเกษตรกรนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ทำให้พี่น้องเกษตรกรหลายล้านคนต้องตกอยู่ในวังวนหนี้สิน ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่เคยให้ความสำคัญแก้ไขปัญหาในส่วนนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สารภาพเองว่าไม่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร เห็นได้จากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2563-2565 กองทุนฯ ไม่เคยได้รับการจัดสรรงบสนับสนุนจากรัฐบาลแต่อย่างใด จึงทำให้กองทุนฯ มีงบประมาณไม่เพียงพอในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินพี่น้องเกษตรกร


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top