Friday, 12 April 2024
NEWS FEED

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดว่า...

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดว่า เกิดจากการตรวจเชิงรุก ทำให้พบการระบาดใน 3 คลัสเตอร์ใหม่ คือเรือนจำ ศูนย์เด็กเล็ก และสถานปฏิบัติธรรม โดยลักษณะของการติดเชื้อในระลอกนี้ พบว่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรม การสังสรรค์ และการพบปะกันในโอกาสต่าง ๆ โดยละเลยมาตรการควบคุมโรค โดยเฉพาะการไม่สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างขณะทำกิจกรรมร่วมกัน จึงขอให้ประชาชนตระหนักถึงสุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นสำคัญ และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ซ้ำรอย

ด้านนายทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันที่ 22 เม.ย. 64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 237 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมในระลอกเดือนเมษายนของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่ 2,819 ราย ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 2,597 ราย โดยยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันนี้มาจาก 3 คลัสเตอร์ ได้แก่

คลัสเตอร์เรือนจำกลาง อำเภอแม่แตง จำนวน 37 ราย ซึ่งไม่ได้เป็นการระบาดในแดนผู้ต้องขัง แต่เป็นผู้ต้องขังแรกรับ ที่พบจากการตรวจในระหว่างกักตัวตามมาตรการ 14 วัน ซึ่งผู้ติดเชื้อทั้ง 37 ราย ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่

ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่คือ พบว่าเกิดจากคุณครูที่ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งจากการตรวจกลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมด 120 ราย พบว่ามีเด็กในศูนย์เด็กเล็กอายุ 4-6 ปี ติดเชื้อทั้งหมด 14 ราย และอีก 2 ราย เป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลนครพิงค์และโรงพยาบาลดอยสะเก็ด ร่วมกับทางอำเภอดอยสะเก็ด จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเฉพาะกิจขึ้น เพื่อดูแลรักษาผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้

คลัสเตอร์สถานปฏิบัติธรรม ที่ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ พบว่าเกิดขึ้นจากการร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม และรับประทานอาหารร่วมกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 44 คน ซึ่งจากการตรวจหาเชื้อในกลุ่มดังกล่าว พบว่ามีผู้ร่วมกิจกรรมติดเชื้อจำนวน 23 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อของจังหวัดเชียงใหม่จำนวนทั้งสิ้น 21 ราย และอีก 2 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัดลำพูน โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 21 ราย ได้ถูกนำเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว

สำหรับมาตรการการค้นหาเชิงรุกด้วยการสุ่มตรวจกลุ่มตัวอย่างตามสถานที่สาธารณะสำคัญ ขณะนี้ทำการตรวจแล้วทั้งหมด 2,133 ราย พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 34 ราย คิดเป็น 1.59% จากจำนวนทั้งหมดที่สุ่มตรวจ

แนวโน้มสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างอำเภอมากขึ้น เห็นได้จากยอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นของเขตต่างอำเภอ และจากสถิติ พบว่ามีการแพร่ระบาดในกลุ่มครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นถึง 15.1% ในขณะที่การระบาดกลุ่มสถานบันเทิงลดน้อยลงจากมาตรการปิดสถานบันเทิงและสถานบริการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาดนั้นอยู่ใกล้ตัวทุกคนมากขึ้น

จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนรักษามาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และต้องสวมหน้ากากอนามัย 100% รักษาระยะห่าง ล้างมือให้บ่อยครั้ง สแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ และงดงานเลี้ยงสังสรรค์ การรวมกลุ่ม เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดในคลัสเตอร์ล่าสุด ทั้งนี้หากมีอาการไข้ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ที่ รพ.ประจำอำเภอ โรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

“ผบ.ทร.” ส่งสาร แสดงความเสียใจ ต่อกองทัพเรืออินโดนีเซีย กรณีเรือดำน้ำ ขาดการติดต่อ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ นาวาเอกปิยะศักดิ์  นิลนิมิตร  รองเลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะรองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่เรือดำน้ำ ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย  ได้ขาดการติดต่อระหว่างการฝึกซ้อมบริเวณตอนเหนือของเกาะบาหลี อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมานั้น พลเรือเอก ชาติชาย  ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจให้แก่ กองทัพเรืออินโดนีเซีย ในการค้นหา    

โดยมีใจความสำคัญ ว่า กองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินโดนีเซียมีความสัมพันธ์อันดีมาเป็นเวลาระยะเวลายาวนาน โดย กองทัพเรือขอส่งความปรารถนาดีมายังกองทัพเรืออินโดนีเซีย และพร้อมที่จะสนับสนุนกองทัพเรืออินโดนีเซีย

ป.ป.ส. เปิดประมูล แมวของกลาง เครือข่าย กุ๊ก ระยอง

สำนักงาน ป.ป.ส. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) เปิดประมูล แมวของกลาง เครือข่าย กุ๊ก ระยอง ตามคำสั่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. อนุมัติให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ไม่เหมาะแก่การเก็บรักษาไว้ (ประเภทสิ่งมีชีวิต) ครั้งที่ 2/2564 ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 23 เมษายน 2564) ณ ศาลาประชาคมอำเภอแกลง เลขที่ 111 หมู่ที่ 10 ถนนมาบใหญ่ ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เริ่มลงทะเบียนเวลา 13.00 น. เริ่มประมูลเวลา 14.00 น.

 ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอดูทรัพย์สินประเภทสิ่งมีชีวิต ได้ที่ บ้านเลขที่ 61/2 ถนนพลงช้างเผือก ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 12.00 น.

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สืบเนื่องจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด กุ๊ก ระยอง เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ และได้ยึดอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ บ้าน รถยนต์ รวมถึงแมวสายพันธุ์ต่างประเทศทั้ง 6 ตัวไว้ชั่วคราว สำหรับแมวนั้น ถือเป็นทรัพย์สินประเภทสิ่งมีชีวิต ที่ไม่เหมาะสมในการเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ หรือถ้าหน่วงช้าจะเสี่ยงต่อความเสียหาย ตามกฎหมายสามารถพิจารณานำมาขายทอดตลาดได้

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เปิดโอกาสตามกฎหมาย ให้ญาติ หรือผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาชี้แจงแสดงหลักฐานว่าเงินที่นำมาใช้ซื้อแมว เป็นเงินที่มาจากการค้ายาเสพติดหรือไม่ หากมีหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเงินที่มาจากการค้ายาเสพติด ก็จะมีคำสั่งยกเลิกการยึด ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีญาติหรือผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงแสดงหลักฐานว่าเงินที่ใช้ซื้อแมวมาจากการค้ายาเสพติดหรือไม่ สำนักงาน ป.ป.ส. ก็ต้องยึดไว้ตามกฎหมาย และต้องดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป

การเปิดประมูลทรัพย์สินประเภทสิ่งมีชีวิต จำเป็นต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นสิ่งที่ในการเก็บรักษา หรือการเลี้ยง ต้องมีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หากเกิดปัญหาด้านสุขภาพหรือเสียชีวิต ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการเปิดประมูล วัวชน จำนวน 11 ตัวที่จังหวัดเชียงราย ที่ยึดมาจากเครือข่ายยาเสพติด เป็นมูลค่ากว่า 414,000 บาท อย่างไรก็ตามการประมูลแมวที่จะเกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับการประมูลสัตว์เลี้ยง ที่มีความน่ารัก โดยเชื่อว่าผู้ที่ชนะการประมูล และได้แมวไป จะดูแลเป็นอย่างดี เพราะผู้ที่ชนะการประมูลจะต้องมีทั้งกำลังทรัพย์ และเป็นผู้ที่รักแมว จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมการประมูลได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ ดังกล่าวข้างต้น โดยเงินที่ได้จากการประมูลจะถูกส่งไปที่กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าว

รัฐบาลจีนเอาจริง ขู่ลบบัญชี ดาว Tiktok ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน โชว์พฤติกรรมอวดรวย กินหรู อู้ฟู่จนเกินวิสัย ที่อาจเป็นการสร้างค่านิยมในสังคมในทางที่ผิด

รัฐบาลจีนเอาจริง ขู่ลบบัญชี ดาว Tiktok ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน โชว์พฤติกรรมอวดรวย กินหรู อู้ฟู่จนเกินวิสัย ที่อาจเป็นการสร้างค่านิยมในสังคมในทางที่ผิด ให้ติดกับวัตถุนิยม และความโก้หรูจนขาดสติ จนเหล่าเซเลปโซเชียลจีนนับร้อยต้องออกมาโพสต์คลิปขอโทษประชาชนเพราะกลัว Account ปลิว

Big Logo หนึ่งในดาว Tiktok ของจีนที่มียอดผู้ติดตามสูงถึง 27 ล้านคน จากการโพสต์คลิปตระเวนชิมอาหารตามภัตตาคารหรูหรา และพักโรงแรมห้องสูทคืนละหลายแสนเป็นประจำ ต้องออกมา 'ยกการ์ด' รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โพสต์คลิปขอโทษชาวจีนที่ทำพฤติกรรม อวดรวยโดยไม่คิด และพร้อมรับคำวิจารณ์สังคม เขาเพียงแค่ต้องการแชร์ประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมนิยมบริโภคของแพง ๆ หรือใช้เงินเกินตัวแต่อย่างใด

ขณะที่ดาวโซเชียลอีกคนของจีนอย่าง Xiaoyu ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 6 ล้านคนใน Tiktok ซึ่งมักอวดไลฟ์สไตล์หรู ใช้เงินเดือนละล้าน ตัดผมครั้งละหลายหมื่น และคลิปที่เป็นที่วิจารณ์อย่างมากคือ การรีวิวบริการห้องพักหรูหลังคลอดให้คุณแม่ที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2 ล้านหยวนต่อเดือน ก็ยอมลบคลิปและออกมากล่าวขอโทษเช่นกัน

สาเหตุที่เหล่าเซเลปโซเชียลของจีนต้องรีบออกมาแก้ต่างเรื่องคอนเท้นท์ที่เป็นการอวดไลฟ์สไตล์หรูหรา เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการจีนมีการออกมาตรการกวาดล้างเนื้อหาที่แพร่กระจายในแอปพลิเคชันโซเชียลของจีน ทั้ง Douyin, Tiktok, Kuaishou, Baidu และอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาอวดรวยจะเกินขอบเขต เช่น การซื้อข้าวของหรูหราราคาแพงมาอวดในโซเชียล เอาเงินจำนวนมากมากองแล้วถ่ายรูป เข้าภัตตาคาร โรงแรมหรู ที่เข้าข่ายสร้างค่านิยมบูชาเงิน ที่เหมือนเป็นการดูหมิ่น ทรยศต่อคุณธรรมของจีนที่ 'ปลูกฝังให้ลูกหลานมีความขยัน มัธยัสถ์ อดออม'

และเริ่มมีการลบบัญชีของผู้ใช้ที่เผยแพร่เนื้อหาการใช้เงิน บริโภคสินค้าอย่างขาดสติมากกว่า 4,000 บัญชีตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมขึ้นคำเตือนเนื้อหาที่เข้าข่ายบริโภคนิยมกว่าหมื่นคลิป

นโยบายเรื่องความประหยัด ใช้เงินอย่างรู้คุณค่าเป็นสิ่งที่ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนเน้นย้ำมาตลอดตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ที่ประกาศกวาดล้างการคอรัปชั่นในระบบราชการจีน งดการจัดเลี้ยงต้อนรับหรูหรา งดงานพิธีที่ไม่จำเป็นของรัฐบาล รณรงค์ให้ชาวจีนสั่งอาหารแต่พอดี ไม่ให้มีอาหารเหลือทิ้งโดยไม่จำเป็น สั่งแบนดารา เซเลป คนดังที่โอ้อวดความร่ำรวยเกินฐานะออกสื่อ รวมถึงการกวาดล้างเนื้อหา และคลิปที่ประกาศความรวยด้วยข้าวของหรูหราออกโซเชียลอย่างในครั้งนี้

แม้นโยบายของจีนอาจฟังดูแปลกแตกต่างจากประเทศโลกเสรีอื่น ๆ ที่มองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล เงินของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา แต่สำหรับประเทศจีน ที่มองสังคมเป็นองค์รวม การส่งผ่านค่านิยมที่หลงใหลในเงินตรา และวัตถุนิยมจนเกินขอบเขตก็อาจมีผลกับเยาวชนที่เสพสื่อ และสร้างนิสัยในการใช้เงินอย่างไม่ระมัดระวังได้

ดังนั้น ท่านประธานสี จึงสั่งสอยชาวโซเชียลที่ถือคติ 'เงินเรา ใช้ซะ' หรือ 'ของมันต้องมี' ก็อาจโดนปิดบัญชี ไม่ก็ FC หายแบบไม่รู้ตัวเช่นกัน

 

อ้างอิง:

https://m.koreatimes.co.kr/pages/article.asp?newsIdx=307467

https://www.ndtv.com/world-news/china-rich-kids-learn-to-avoid-being-target-as-xi-targets-billionaires-2336944

https://nypost.com/2016/04/19/china-is-banning-rich-kids-from-appearing-on-reality-tv/


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

.

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางเมืองเควตต้า จุดเกิดเหตุอยู่ที่ด้านหน้าโรงแรม Serera เครือโรงแรมหรูอันดับต้น ๆ ของประเทศ ด้วยระเบิด Car bomb พบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บอีก 12 ราย

เหตุระเบิดฆ่าตัวตายมักเกิดขึ้นบ่อยในแคว้นที่มีชายแดนติดกับอัฟกานิสถาน แต่สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ น่าจะมีนัยยะซ่อนเร้นมากกว่าแค่การก่อความไม่สงบ เพราะในวันเกิดเหตุ โรงแรมกำลังต้อนรับแขกบ้าน แขกเมืองคนสำคัญของรัฐบาล นั่นคือ เอกอัครราชทูตจีน และคณะผู้ติดตามรวม 4 คน

ทั้งนี้ ผู้ก่อการร้ายได้ติดตั้งระเบิดภายในรถ และนำเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าโรงแรม จนถึงช่วงหัวค่ำ ก็เกิดระเบิดสนั่นจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งต่อมากลุ่มตาลีบันในปากีสถานได้ออกมาประกาศว่าเป็นฝีมือของตน และเป็นการก่อเหตุระเบิดพลีชีพ

ส่วนคณะทูตจีน ไม่ได้อยู่ภายในโรงแรมขณะที่เกิดเรื่อง แต่ได้เดินทางออกจากโรงแรมไปประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด แจม คามัล จึงไม่มีใครในคณะได้รับบาดเจ็บ

ชีค ราชิค อาห์หมัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน กล่าวว่า ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และท่านเอกอัครราชทูต หนง หลง พร้อมคณะปลอดภัยดี และไม่ได้เสียขวัญอะไร พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่จนแล้วเสร็จ จึงค่อยเดินทางกลับ

ถึงกระนั้น ข้อสันนิษฐานเรื่องการโจมตีโรงแรม Serena เพื่อหวังผลโจมตีคณะทูตจีน ก็ยังมีความเป็นไปได้สูง เพราะเคยมีการบุกโจมตีโรงแรม Pearl Continental ที่เมืองกวาดาร์ แคว้นบาลูจิสถานในปี 2019 และโจมตีสถานฑูตจีนในกรุงอิสลามาบัด โดยกลุ่มกองกำลังแบ่งแยกดินแดนบาลูจิสถาน เพื่อขัดขวางโครงการยักษ์ใหญ่ของจีน CPEC หรือ ระเบียงเศรษฐกิจ 'จีน- ปากีสถาน' ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมกะโปรเจกต์เส้นทางสายไหมยุคใหม่ของจีน (Belt and Road Initiative) ซึ่งแคว้นบาลูจิสถาน ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของจีน ที่จะสร้างท่าเรือน้ำลึกกวาดาร์ ที่จะเป็นประตูออกสู่ทะเลอาหรับ

แคว้นบาลูจิสถาน นับเป็นแคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของปากีสถาน เป็นแคว้นที่มีประชากรน้อย และยากจนที่สุดของประเทศ แต่ก็มีทรัพยากรธรรมชาติมากที่รอการสำรวจ ต่อมาแคว้นนี้ ก็กลายเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษเมื่อจีนเข้ามาลงทุน สร้างถนนเชื่อมตรงจากจีนสู่ท่าเรือน้ำลึกกวาดาร์ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์

แต่โครงการนี้ ก็ถูกต่อต้านโดยคนในพื้นที่ ที่มองว่าจีนเข้ามาแย่งทรัพยากรในดินแดนของพวกเขา และรัฐบาลปากีสถานก็ยังมีปัญหากับกลุ่มก่อการร้าย และกองกำลังแบ่งแยกดินแดน ที่มีอยู่หลายกลุ่มในแคว้นบาลูจิสถานแห่งนี้

ดังนั้นหากจีนจะสานฝันโครงการ CPEC ให้สำเร็จก็คงต้องฝ่าดงระเบิดอีกหลายลูก และต้องทุ่มงบประมาณด้านความมั่งคงให้กับปากีสถานอีกหลายปีทีเดียว

 

ที่มา: หรรสาระ By Jeans Aroonrat https://www.facebook.com/104132041212023/posts/286100319681860/

แหล่งข้อมูล:

https://www.theguardian.com/world/2021/apr/21/four-killed-in-bomb-explosion-at-pakistan-hotel-hosting-chinese-ambassador

https://www.theguardian.com/world/2019/may/11/armed-militants-storm-luxury-hotel-in-gwadar-pakistan

https://www.bbc.com/news/world-asia-56834937

https://timesofindia.indiatimes.com/world/pakistan/pakistan-tightens-security-in-balochistan-to-protect-cpec-projects/articleshow/81227467.cms

https://thediplomat.com/2020/06/how-cpec-left-behind-the-people-of-gwadar/


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

หนุ่มญี่ปุ่นโดนแหกวีรกรรมขั้นเซียน คบซ้อนสาวทีเดียว 35 คน ใช้คำหวานล่อลวง หลอกเอาเงิน - ของขวัญวันเกิด - หลอกขายเครื่องกรองน้ำ - เซ็นสัญญาขายตรง

หนุ่มญี่ปุ่น ชื่อว่า 'ทาคาชิ มิยากาวะ' (Takashi Miyagawa) วัย 39 ปี เป็นพนักงานพาร์ตไทม์ ไม่มีอาชีพประจำหรือรายได้ที่มั่นคง และมีถิ่นที่อยู่อาศัยชัดเจน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว หลังพบรายงานว่า เขาหลอกลวงเหยื่อผู้หญิงหลายคนที่คบหาด้วย ไม่ต่ำกว่า 35 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน ตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อาวุธสำคัญของมิยากาวะ คือ 'ปาก' เขาจะใช้คำหวานล่อลวง โปรยเสน่ห์จีบผู้หญิง ก่อนจะแกล้งโกหกวันเกิดขึ้นมา เพื่อหลอกเอาเงินและของขวัญวันเกิดที่มีราคา

หญิงรายหนึ่งอายุ 47 ปี ถูกหลอกว่าวันเกิดของเขาคือ 22 กุมภาพันธ์ แต่เขาอ้างกับหญิงอีกคนวัย 40 ปี ว่าเขาเกิดเดือนกรกฎาคม และโกหกหญิงอีกคนอายุ 35 ปีว่า เดือนเมษายนเป็นวันเกิดเขา

รวมจากหญิง 3 รายนี้ มิยากาวะได้บัตรของขวัญอิเล็กทรอนิกส์ 20,000 เยน และชุดสูท 30,000 เยน รวมเป็นเงินราว 100,000 เยน (ประมาณ 29,000 บาท)

ขณะที่สาวอีกรายหนึ่งเผยว่า มิยากาวะจูบเธอทันทีหลังจากเดตครั้งที่ 2 พร้อมกับคำพูดแสนหวานว่า "ผมจริงใจกับคุณ คุณเป็นคนที่ถูกลิขิตมาเพื่อผมจริง ๆ ผมจะอยู่กับคุณตลอดไป"

ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังเคลิบเคลิ้มและมึนงง ไม่มีสติในการตัดสินใจ มิยากาวะรีบใช้โอกาสนี้พูดคำลวงส่งเสริมการขายเครื่องกรองน้ำหัวฝักบัว รวมทั้งให้เซ็นสัญญาผลิตภัณฑ์ขายตรงอื่น ๆ ให้

ผู้หญิงหลายคนมารู้ตัวในภายหลังว่าโดนมิยากาวะหลอก และได้รวมกันเป็นกลุ่มพันธมิตร ก่อนจะรวบรวมหลักฐาน เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเดือนกุมภาพันธ์

มิยากาวะถูกจับในข้อหาฉ้อโกง และวันเกิดที่แท้จริงของเขาคือ 13 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม เขายังคงปิดปากเงียบ ในระหว่างถูกสอบสวน และมีเหยื่ออีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังจากวีรกรรมของเขาถูกเผยแพร่เป็นข่าวดัง ผู้คนในโซเชียลมีเดียได้แสดงความคิดเห็นเสียดสีทำนองว่า "คุณหล่อมาก", "นายบริหารเวลาเก่งมาก", "เพียง 24 ชั่วโมงต่อวัน 35 คน แข็งแกร่งสุดๆ"

 

ที่มา: https://hilight.kapook.com/view/212848

https://youtu.be/-UAmRRnfC8U


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

เว็บไซต์ CNN Travel ได้เปิดการจัดอันดับเมนูอาหารที่รสชาติยอดเยี่ยมจากทั่วโลก 50 เมนู และผลสำรวจ ยกให้อาหารที่รสชาติดีที่สุดคือ ‘แกงมัสมั่น’ จากประเทศไทย

เว็บไซต์ CNN Travel ได้เปิดการจัดอันดับเมนูอาหารที่รสชาติยอดเยี่ยมจากทั่วโลก 50 เมนู และผลสำรวจ ยกให้อาหารที่รสชาติดีที่สุดคือ ‘แกงมัสมั่น’ จากประเทศไทย ขณะเดียวกัน ยังพบว่า ‘ต้มยำกุ้ง’ หนึ่งในเมนูดังของไทย ยังติดอันดับที่ 8 ด้วย

 

สำหรับ 10 อันดับ อาหารจานเด็ดจากทั่วโลก ได้แก่

1.) แกงมัสมั่น จากประเทศไทย

2.) Neapolitan pizza จากอิตาลี

3.) ช็อกโกแลต จากเม็กซิโก

4.) ซูชิ จากญี่ปุ่น

5.) เป็ดปักกิ่ง จากจีน

6.) แฮมเบอร์เกอร์ จากเยอรมนี

7.) Penang assam laksa จากมาเลเซีย

8.) ต้มยำกุ้ง จากประเทศไทย

9.) Ice cream, global

10.) ไก่มูอัมบา จากกาบอง

นอกจากนี้ อาหารที่คนไทยคุ้นเคย อย่าง ‘ส้มตำ’ ยังติดอันดับที่ 46 โดย และ CNN Travel ยังยกให้ประเทศไทย เป็นดินแดนที่มีการขายอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกเกือบทุกมุมถนนอีกด้วย

ที่มา : https://edition.cnn.com/travel/article/world-best-food-dishes/index.html


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

กิ๊ฟมีสปอร์ต (givemesport) เว็บไซต์ข่าวสารวงการกีฬา ยกย่องให้ ตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของทีม เลสเตอร์ เป็นเจ้าของทีมที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้

กิ๊ฟมีสปอร์ต (givemesport) เว็บไซต์ข่าวสารวงการกีฬา ยกย่องให้ ตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของทีม เลสเตอร์ เป็นเจ้าของทีมที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ เพราะทั้งให้ความสำคัญกับแฟนบอลและบริหารทีมได้ดีจนทำให้มีผลงานที่โดดเด่น

กิ๊ฟมีสปอร์ต (givemesport) เว็บไซต์ข่าวสารวงการกีฬารายหนึ่ง ยกย่องให้ตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเจ้าของทีมที่ดีที่สุดของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-21

ประเด็นเรื่องเจ้าของทีมในวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีถูกหยิบขี้นมาพูดถึงอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้บริหารของ 6 ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก อันประกอบไปด้วย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เคยคิดที่จะให้ทีมของพวกเขาไปร่วมจัดรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก มาชนกับฟุตบอลถ้วยในช่วงกลางสัปดาห์ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ซึ่งมันก็ทำให้ผู้บริหารของทีมเหล่านั้นโดนตำหนิอย่างหนักจนต้องถอนตัวจากโปรเจ็กต์ในเวลาต่อมา

กิ๊ฟมีสปอร์ต บอกว่าสาเหตุที่พวกเขาให้ตระกูลศรีวัฒนประภาเป็นอันดับ 1 ในชาร์ตนี้นั้น ก็เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับแฟนบอลอย่างแท้จริง, ลงทุนกับสโมสรอย่างเต็มที่ และทำการเสริมทัพได้ยอดเยี่ยม แถมยังตาถึงจากการเอา เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีมด้วย จนทำให้ตอนนี้ทีมกำลังมีลุ้นได้โควตาเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

สำหรับอันดับ 2 ในชาร์ตดังกล่าวคือ เกา กวนฉาง มหาเศรษฐีชาวจีนที่เป็นเจ้าของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ตามด้วย นาสเซฟ ซาวิรี่ กับ เวส เอเดนส์ เจ้าของทีม แอสตัน วิลล่า

ทั้งนี้ มีเจ้าของทีมจากทีมใหญ่ติด 10 อันดับแรกเพียงคนเดียว นั่นคือ ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน เจ้าของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยู่ในอันดับ 7 โดย โรมัน อับราโมวิช บิ๊กบอส เชลซี อยู่ที่ 11, แดเนี่ยล เลวี่ ของ สเปอร์ส อยู่ในอันดับ 15, สแตน โครเอ็นเก้ ของ อาร์เซน่อล อยู่ที่ 18, จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ บิ๊กบอส ลิเวอร์พูล อยู่อันดับ 19 ขณะที่ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับ 20 หรืออันดับสุดท้าย

 

อันดับเจ้าของทีม พรีเมียร์ลีก ที่ดีที่สุดประจำฤดูกาล 2020-21 ตามการจัดของ กิ๊ฟมีสปอร์ต

1.) ตระกูลศรีวัฒนประภา (เลสเตอร์)

2.) เกา กวนฉาง (วูล์ฟส์)

3.) นาสเซฟ ซาวิรี่ และ เวส เอเด็นส์ (แอสตัน วิลล่า

4.) โทนี่ บลูม (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน)

5.) ฟาร์ฮัด โมชิรี่ (เอฟเวอร์ตัน)

6.) อันเดรีย ราดริซซานี่ (ลีดส์)

7.) ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน (แมนฯ ซิตี้)

8.) เกา จีเฉิง (เซาธ์แฮมป์ตัน)

9.) ไล่ กั๋วฉวน (เวสต์บรอมฯ)

10.) ชาฮิด ข่าน (ฟูแล่ม)

11.) โรมัน อบราโมวิช (เชลซี)

12.) สตีฟ แพริช, จอช แฮร์ริส และ เดวิด บลิตเซอร์ (คริสตัล พาเลซ)

13.) อับดุลลาห์ บิน มูซัด บิน อับดูลาซิว อัล ซาอุด (เชฟฯ ยูไนเต็ด)

14.) อลัน เพซ (เบิร์นลี่ย์)

15.) แดเนี่ยล เลวี่ (สเปอร์ส)

16.) เดวิด โกลด์ และ เดวิด ซัลลิแวน (เวสต์แฮม)

17.) ไมค์ แอชลี่ย์ (นิวคาสเซิ่ล)

18.) สแตน โครเอ็นเก้ (อาร์เซน่อล)

19.) จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ (ลิเวอร์พูล)

20.) ตระกูลเกลเซอร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

 

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football/kingpower/view/234191

https://www.givemesport.com/1679399-premier-league-club-owners-ranked-from-worst-to-best-after-super-league-mess


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ผลกระทบข้างเคียงฉีดวัคซีนโควิด ล่าสุดพบสาวมะกัน วัย 18 ปี อาการโคม่า! หลีงฉีดวัคซีนโควิดฯ ‘จอห์นสันฯ’ แพทย์ผ่าสมอง 3 รอบยื้อชีวิต พบสาเหตุลิ่มเลือดอุดตัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลกระทบข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ขนานต่าง ๆ ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ผู้ใช้วัคซีนขนานของบริษัท “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” ในสหรัฐฯ ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.เอ็มมา เบอร์คีย์ อายุ 18 ปี พำนักอาศัยอยู่ในย่านคลาร์กเคาน์ตี นครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐฯ เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ในเส้นเลือดดำบริเวณสมอง หรือซีวีเอสที ภายหลังจากเข้ารับการฉีดวัคซีนขนานนี้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า เอ็มมา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีอาการโคม่า จนทางคณะแพทย์ต้องผ่าตัดเพื่อรักษาอาการเส้นเลือดดำอุดตันบริเวณสมอง โดยมีรายงานว่า คณะแพทย์ต้องดำเนินการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง ซึ่งในเวลานี้ น.ส.เบอร์คีย์ สามารถออกจากห้องไอซียู และถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว หลังจากอาการดีขึ้นอย่างช้า ๆ อย่างไรก็ตาม คนไข้รายนี้ยังคงต้องใส่ท่อหลอดลมที่คอ

รายงานระบุว่า เอ็มมาฉีดวัคซีนของจอห์นสันโดสแรกเมื่อวันที่ 1 เม.ย. และผ่านไปราว 1 สัปดาห์จึงมีอาการ ส่งผลให้ครอบครัวต้องเร่งพาไปโรงพยาบาลเซนต์โรส โดมินิกัน ในเมืองเฮนเดอร์สัน แต่เพราะอาการวิกฤตจึงต้องนำตัวขึ้นหน่วยบินแพทย์ฉุกเฉินเพื่อส่งไปโรงพยาบาลโลมา ลินดา ในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

เอ็มมา เบอร์คีย์ ถือเป็น 1 ใน 6 ราย ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนขนานของบริษัท “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” แล้วเกิดผลกระทบข้างเคียงด้วยภาวะลิ่มเลือดอุดตัน


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

.

หน.ศปม. ส่งรถทหาร 10 คัน ช่วยภารกิจลำเลียงผู้ป่วยประเภทสีเขียว ไปส่งรพ.สนาม สั่งแสตนบายอีก 20 คัน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2564 พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นำรถทหาร เข้ามาช่วยในการลำเลียงผู้ป่วยโควิด-19 ว่า จะมาเข้าสนับสนุนในส่วนผู้ป่วยประเภทสีเขียว คือที่แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่ามีผลเป็นบวก แต่อาการไม่มาก โดยจะเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาล ที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการตรวจ และเอ็กซเรย์ปอดวินิจฉัยแล้วเข้าข่ายผู้ป่วยประเภทสีเขียว ไปส่งยังโรงพยาบาลสนาม

เบื้องต้นจนถึงขณะนี้ กองทัพได้สนับสนุนรถทหาร ในภารกิจแล้ว 10 คัน ตามแผนจะใช้ประมาณ 30 คัน โดยจะเป็นรถพยาบาล ของกองพันเสนารักษ์รวมถึงรถสองตอน ที่ต้องแยกระหว่างคนขับกับผู้ป่วยออกจากกัน  ซึ่งส่วนใหญ่จะดำการในกรุงเทพมหานคร เป็นหลัก


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top