Thursday, 4 June 2026
TheStatesTimes

27 พฤษภาคม 2449 วันคล้ายวันเกิด “ท่านพุทธทาสภิกขุ” บุคคลสำคัญของโลก ผู้มอบแก่นพระธรรมที่ร่วมสมัยแก่สังคมไทย เน้นแก่นพุทธศาสนาเข้าถึงคนรุ่นใหม่ คำสอนลึกซึ้งเชื่อมชีวิตและสังคม

27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 วันคล้ายวันเกิด “ท่านพุทธทาสภิกขุ” บุคคลสำคัญของโลก ผู้มอบแก่นพระธรรมที่ร่วมสมัยแก่สังคมไทย

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ท่านพุทธทาสภิกขุ หรือ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) พระนักคิดและนักเผยแผ่ธรรมะคนสำคัญของไทย ผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกในวาระครบ 100 ปีชาตกาลให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลก ด้วยผลงานด้านศาสนา ความคิด และการเผยแพร่ธรรมะที่มีอิทธิพลกว้างไกลทั้งในไทยและต่างประเทศ

ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นที่จดจำอย่างเด่นชัดในฐานะพระผู้พยายามพาคนกลับไปหา “แก่น” ของพระพุทธศาสนา มากกว่าการยึดติดกับเปลือกพิธีกรรมหรือความเชื่อที่ห่างไกลจากคำสอนดั้งเดิม หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ อธิบายว่า ตลอดชีวิตของท่าน ท่านศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติ และสอนธรรมะอย่างมุ่งมั่น เพื่อทำให้พุทธธรรมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริงสำหรับผู้คนในโลกสมัยใหม่

จุดเด่นที่สุดของท่านคือการอธิบายธรรมะให้ ร่วมสมัย เข้าใจง่าย แต่ยังคงความลุ่มลึก ท่านไม่ได้พูดถึงพุทธศาสนาในฐานะเรื่องไกลตัว หากแต่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ การยึดติด ความเห็นแก่ตัว สันติภาพ หรือการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยเหตุนี้ คำสอนของท่านจึงเข้าถึงทั้งพระสงฆ์ ปัญญาชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในวงกว้าง

อีกด้านหนึ่ง ท่านพุทธทาสภิกขุยังเป็นผู้บุกเบิกการตีความพุทธธรรมในมิติที่กว้างกว่าศาสนาเฉพาะบุคคล บทความของหอจดหมายเหตุพุทธทาสระบุว่า ท่านขยายการอธิบายธรรมะไปสู่ประเด็นทางสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม โดยมองว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องของวัดหรือการปลีกวิเวกเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิธีที่มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างไม่เบียดเบียนกันในโลกนี้

ความสำคัญของท่านในระดับนานาชาติสะท้อนชัดจากการที่ ยูเนสโก ยกย่องท่านในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกในขณะนั้นกล่าวถึงท่านว่าเป็นพระเถรวาทผู้ทรงอิทธิพลจากประเทศไทยที่เข้าร่วมรายชื่อบุคคลสำคัญระดับนานาชาติของยูเนสโก การยกย่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะท่านเป็นพระสำคัญของไทยเท่านั้น แต่เพราะแนวคิดและผลงานของท่านมีคุณค่าต่อมนุษยชาติในวงกว้าง

หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ความคิด ท่านพุทธทาสภิกขุมีบทบาทอย่างมากในการทำให้คนไทยจำนวนมากมองพระพุทธศาสนาใหม่ จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับศาสนาในกรอบพิธีกรรมและความเชื่อ ท่านพยายามดึงผู้คนกลับไปหาหลักการพื้นฐาน เช่น การลดตัวตน ความว่าง การดับทุกข์ และการใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือเข้าใจชีวิตจริง จึงไม่น่าแปลกที่คำสอนของท่านยังถูกอ่าน ศึกษา และอ้างอิงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น วันที่ 27 พฤษภาคม จึงไม่ใช่เพียงวันคล้ายวันเกิดของพระรูปหนึ่ง แต่เป็นวันที่ควรใช้รำลึกถึง ท่านพุทธทาสภิกขุ ในฐานะบุคคลสำคัญของโลก ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อเผยแพร่แก่นพระธรรมให้มีความหมายต่อมนุษย์ในโลกสมัยใหม่ และทำให้พุทธศาสนากลับมาเป็นพลังทางปัญญาและการเยียวยาจิตใจของผู้คนอย่างแท้จริง

ที่มา : https://main.bia.or.th/_en/buddhadasa-bhikkhu/

‘ทรัมป์’ ขึงเกมอิหร่าน!! ดัน “ดีลประวัติศาสตร์” ตะวันออกกลาง กดดันชาติอาหรับ–มุสลิมร่วม Abraham Accords เปิดทางอิหร่านในอนาคต หรือเสี่ยงกลับสู่สนามรบ

ทรัมป์โพสต์ยาวเหยียด ดัน “ดีลประวัติศาสตร์” กลางตะวันออกกลาง

กดดันชาติอาหรับ-มุสลิม ลงนาม “Abraham Accords” พร้อมเปิดทางให้อิหร่านเข้าร่วมในอนาคต

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โพสต์ข้อความระบุว่า การเจรจากับ “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี และข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นจะต้องเป็น “ดีลที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกฝ่าย” มิฉะนั้นก็จะไม่มีข้อตกลงใดเลย และทุกอย่างจะย้อนกลับไปสู่สนามรบและการสู้รบที่ “ใหญ่กว่าและรุนแรงกว่าที่เคย” ซึ่งไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น

ทรัมป์ระบุว่า ระหว่างการหารือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เขาได้พูดคุยกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอูด (Mohammed bin Salman Al Saud) มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน (Mohammed bin Zayed Al Nahyan) แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates), ชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี (Tamim bin Hamad Al Thani) เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์, นายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน บิน จัสซิม อัล ธานี (Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim Al Thani), อาลี อัล-ธาวาดี (Ali al-Thawadi) รัฐมนตรีของกาตาร์, จอมพลอาซิม มูนีร์ อาห์เหม็ด ชาห์ (Asim Munir Ahmed Shah) ผู้นำกองทัพปากีสถาน, ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdoğan) ของตุรกี, ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซิซี (Abdel Fattah El-Sisi) ของอียิปต์, กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 (King Abdullah II) แห่งจอร์แดน และกษัตริย์ฮาหมัด บิน อิซา อัล คอลิฟา (King Hamad bin Isa Al Khalifa) แห่งบาห์เรน

ทรัมป์กล่าวว่า หลังจากสหรัฐฯ ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อรวบรวม “จิ๊กซอว์ที่ซับซ้อนมากนี้” ประเทศเหล่านี้ควรจะลงนามเข้าร่วม “ข้อตกลงอับราฮัม” (Abraham Accords) อย่างน้อยพร้อมกันทั้งหมด โดยประเทศที่เขาต้องการให้เข้าร่วม ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, ปากีสถาน, ตุรกี, อียิปต์ และจอร์แดน ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนเป็นสมาชิกอยู่แล้ว

เขาระบุว่า อาจมี 1-2 ประเทศที่มีเหตุผลในการไม่เข้าร่วม ซึ่งสามารถยอมรับได้ แต่ส่วนใหญ่ควรพร้อมและเต็มใจที่จะทำให้ข้อตกลงกับอิหร่านครั้งนี้ กลายเป็น “เหตุการณ์ประวัติศาสตร์” ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่จะเป็นได้หากไม่มีการเข้าร่วมดังกล่าว

ทรัมป์อ้างว่า “ข้อตกลงอับราฮัม” ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็น “ระเบิดทางเศรษฐกิจ การเงิน และสังคม” ให้แก่ประเทศสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, โมร็อกโก, ซูดาน และคาซัคสถาน แม้จะอยู่ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งสงครามและความขัดแย้งก็ตาม พร้อมระบุว่า ไม่มีประเทศสมาชิกใดแม้แต่จะคิดถอนตัวหรือหยุดพักจากข้อตกลงนี้

ทรัมป์กล่าวอีกว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะนำ “พลัง ความเข้มแข็ง และสันติภาพที่แท้จริง” มาสู่ตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกในรอบ 5,000 ปี และจะเป็นเอกสารทางการเมืองที่ “ไม่มีข้อตกลงใดในโลกเทียบได้”

เขายังระบุว่า การลงนามควรเริ่มต้นทันทีโดยซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ แล้วประเทศอื่นจึงค่อยตามมา พร้อมเตือนว่า หากประเทศใดไม่เข้าร่วม ก็ไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของดีลนี้ เพราะจะสะท้อนถึง “เจตนาไม่บริสุทธิ์”

ทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำหลายประเทศที่เขาพูดคุยด้วย ต่างรู้สึกเป็นเกียรติ หากในอนาคตอิหร่านได้เข้าร่วม “ข้อตกลงอับราฮัม” ด้วย พร้อมระบุว่า หากอิหร่านลงนามในข้อตกลงกับเขาในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็จะเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่อิหร่านจะได้เข้าร่วม “พันธมิตรโลก” ชุดนี้

เขาปิดท้ายว่า ตะวันออกกลางจะกลายเป็นภูมิภาคที่ “เป็นหนึ่งเดียว แข็งแกร่ง และมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ” อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และได้สั่งให้ผู้แทนของตนเริ่มกระบวนการผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ลงนามเข้าร่วม “ข้อตกลงอับราฮัม” โดยทันทีแล้ว

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1304859965135694/?rdid=ww8V9A4Sij5JBF8q#

BASE เปิดโปรแกรมซ้อม HYROX โปรแกรม "12 Weeks to HYROX" เสริมความพร้อมสู้ HYROX Bangkok เริ่ม 22 พ.ค. ถึง 13 ส.ค. 69 พร้อมสัมมนาโดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญ

BASE เปิดตัวโปรแกรม “12 Weeks to HYROX” เตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน HYROX Bangkok เดือนสิงหาคม 2569

HYROX ผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายยอดนิยมอย่างการวิ่งและ Functional Training เข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เปิดกว้างสำหรับทุกคน และขับเคลื่อนด้วยพลังของชุมชน

กรุงเทพฯ 19 พฤษภาคม 2569 – BASE สตูดิโอออกกำลังกายด้าน HIIT และการฝึกความแข็งแรงที่ได้รับรางวัลระดับเอเชีย เปิดตัวโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้น “12 Weeks to HYROX” เพื่อต้อนรับการแข่งขัน HYROX Bangkok ที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ โดยโปรแกรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 13 สิงหาคม 2569 ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมทุกระดับความฟิตได้เตรียมความพร้อม พัฒนาศักยภาพ และสร้างความมั่นใจก่อนลงสนามจริงในหนึ่งในการแข่งขันฟิตเนสที่เติบโตเร็วที่สุดรายการหนึ่งของโลก

ในฐานะผู้นำด้านการฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขัน HYROX BASE นำเสนอโปรแกรมเตรียมความพร้อมแบบครบวงจรที่ผสานคลาสออกกำลังกายแบบกลุ่มเพื่อพัฒนาสมรรถภาพอย่างเข้มข้น เข้ากับการฝึกแบบตัวต่อตัวที่ออกแบบให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมสามารถเข้าใช้คลาสทั้งหมดของ BASE ได้อย่างไม่จำกัด เพื่อให้ฝึกซ้อมได้อย่างยืดหยุ่นและต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างความแข็งแรง ความอึด และความมั่นใจก่อนลงแข่งขันจริง

นอกเหนือจากการฝึกซ้อม โปรแกรมยังรวมถึง HYROX Preparation Seminar โดยโค้ชทอมมี่ ผู้ที่เคยคว้าอันดับ 3 จากการแข่งขัน HYROX หลายรายการในเอเชีย ซึ่งจะมาแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการเตรียมตัวเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมพร้อมสำหรับการแข่งขันอย่างเต็มที่

นอกจากการฟังบรรยายกลยุทธิ์ เทคนิคการวางเพซ และวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมพร้อมสำหรับวันแข่งขันอย่างเต็มที่แล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้รับส่วนลด 15% สำหรับ HYROX Simulation Sessions ซึ่งเป็นการจำลองรูปแบบการแข่งขันจริง เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนลงสนามจริงและเตรียมความพร้อมก่อนวันแข่งขัน

สำหรับผู้ที่ต้องการการฝึกซ้อมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล BASE มีทีมโค้ชผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง พร้อมโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้าน HYROX อาทิ โค้ชทอมมี่ โค้ชกี้ โค้ชโอม โค้ชจัสติน โค้ชอารี และอีกมากมาย

ผู้เข้าร่วมแต่ละคนจะได้รับการจับคู่กับโค้ชที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากเป้าหมายส่วนตัว ระดับความฟิต และความคาดหวังที่ต้องการทำให้สำเร็จในวันแข่งขัน

แจ็ค โธมัส ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BASE กล่าวว่า “HYROX ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการผสานเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังมาแรง ได้แก่ การวิ่งและ Functional Training เข้าด้วยกันในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย เปิดกว้างสำหรับทุกคน และสร้างแรงขับเคลื่อนผ่านชุมชนของผู้ที่รักการออกกำลังกาย รูปแบบการแข่งขันมีความตรงไปตรงมา แต่ยังคงท้าทายความสามารถของผู้เข้าแข่งขัน ขณะเดียวกันก็มีตัวเลือกอย่างการแข่งขันแบบทีมผลัดที่ช่วยให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถเข้าร่วมได้ไม่ยาก”

“เมื่อผสานกับบรรยากาศของงานที่เต็มไปด้วยพลัง และภาพลักษณ์ของการแข่งขันที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตนเองเข้าถึงได้ HYROX Bangkok จึงเป็นการแข่งขันที่หลายคนรู้สึกว่าทุกคนสามารถทำได้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การแข่งขันนี้ทรงพลังอย่างแท้จริง” แจ็ค กล่าวเสริม

ขณะที่ HYROX ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก BASE ยังคงเดินหน้าเป็นหนึ่งในผู้นำของกระแสการออกกำลังกายดังกล่าว ด้วยโปรแกรมฝึกซ้อมที่ออกแบบอย่างมีแบบแผนและดูแลโดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรองรับทั้งผู้ที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกและนักกีฬาที่มีประสบการณ์

ชายแดนโขงเดือด!! กองทัพเรือ–ตำรวจ สกัดยาไอซ์เกือบ 200 กก. ริมโขงมุกดาหาร คาดลอบลำเลียงจากชายแดนเข้าไทย กองทัพเรือย้ำลำน้ำโขงยังเป็นเส้นทางลำเลียงยา เดินหน้าปราบเครือข่ายข้ามชาติ

กองทัพเรือบูรณาการสกัดยาไอซ์เกือบ 200 กิโลกรัม ริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 02.00 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ ดำเนินการปฏิบัติภารกิจบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ในพื้นที่บริเวณริมถนนหมายเลข 3010 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

จากการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาไอซ์ได้จำนวน 5 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 196 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 1 คัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลางที่ใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยไม่พบผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดกลับไปยังสถานีเรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

กองทัพเรือยังคงบูรณาการกำลังร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งยังคงพยายามใช้พื้นที่ชายแดนและลำน้ำโขงเป็นเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย อันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

Abraham Accords กลายเป็นข้อตกลงวัดใจ!! ‘ทรัมป์’ เรียกร้องรุกเซ็นข้อตกลงทันที กดดันซาอุฯ–กาตาร์ เปิดสัมพันธ์อิสราเอล ชี้ อิหร่านร่วมดีลจะเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ เตือนหากไม่ตกลงอาจลุกลามสู่สงครามใหญ่

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่า

Abraham Accords … ข้อตกลงวัดใจ ล้มดีล !!! เงื่อนไขใหม่สำหรับประเทศอาหรับในตะวันออกกลาง

เงื่อนสุดขั้วของท่าน President Trump ที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ล้มดีล ข้อตกลงอับบราฮัม คืออะไร ? ทำไมเราต้องรู้จัก ?

เมื่อวาน ท่าน President Trump แจ้งทุกคนว่า

Negotiations with the Islamic Republic of Iran are proceeding nicely! It will only be a Great Deal for all or, no Deal at all — Back to the Battlefront and shooting, but bigger and stronger than ever before — And nobody wants that!

During my discussions on Saturday with President Mohammed bin Salman Al Saud, of Saudi Arabia, Mohammed bin Zayed Al Nahyan, of The United Arab Emirates, Emir Tamim bin Hamad bin Khalifa Al Thani, Prime Minister Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim bin Jaber Al Thani, and Minister Ali al-Thawadi, of Qatar, Field Marshal Syed Asim Munir Ahmed Shah, of Pakistan, President Recep Tayyip Erdoğan, of Türkiye, President Abdel Fattah El-Sisi, of Egypt, King Abdullah II, of Jordan, and King Hamad bin Isa Al Khalifa, of Bahrain, I stated that, after all the work done by the United States to try and pull this very complex puzzle together, it should be mandatory that all of these Countries, at a minimum, simultaneously, sign onto the Abraham Accords.

Those Countries discussed are Saudi Arabia, The United Arab Emirates (already a Member!), Qatar, Pakistan, Türkiye, Egypt, Jordan, and Bahrain (already a Member!). It may be possible that one or two have a reason for not doing so, and that will be accepted, but most should be ready, willing, and able to make this Settlement with Iran a far more Historic Event than it would, otherwise, be.

The Abraham Accords have proven to be, for the Countries involved (The United Arab Emirates, Bahrain, Morocco, Sudan, and Kazakhstan), a Financial, Economic, and Social BOOM, even during this time of Conflict and War, with the current Members never even suggesting leaving, or taking so much as even a pause. The reason for this is that the Abraham Accords have been great for them, and will be even better for everybody, and bring true Power, Strength, and Peace to the Middle East for the first time in 5,000 years. It will be a Document respected like no other that has ever been signed, anywhere in the World. Its level of Importance and Prestige will be unparalleled!

It should start with the immediate signing by Saudi Arabia and Qatar, and everybody else should follow suit. If they don’t, they should not be part of this Deal in that it shows bad intention. In speaking to numerous of the Great Leaders mentioned above, they would be honored, as soon as our Document is signed, to have the Islamic Republic of Iran as part of the Abraham Accords. Wow, now that would be something special! This will be the most important Deal that any of these Great, but always in Conflict Countries, will ever sign. Nothing in the past, or in the future, will surpass it.

Therefore, I am mandatorily requesting that all Countries immediately sign the Abraham Accords, and that, if Iran signs its Agreement with me, as President of the United States of America, it would be an Honor to have them also be part of this unparalleled World Coalition. The Middle East would be United, Powerful, and Economically Strong, like perhaps no other area, anywhere in the World!

By copy of this TRUTH, I am asking my Representatives to begin, and successfully complete, the process of signing these Countries into the already Historic Abraham Accords.

“การเจรจากับอิหร่านกำลังเดินหน้าได้ดีมาก!

แต่ขอให้ทุกฝ่ายชัดเจน จะมีแค่

(1) ข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับทุกฝ่าย หรือไม่ก็

(2) ไม่มีข้อตกลงเลย!

ถ้าไม่มีดีล ก็กลับไปสู่สนามรบ กลับไปสู่การยิงตอบโต้ และครั้งนี้ ใหญ่กว่า แรงกว่า หนักกว่า ที่เคยเห็นมา! ไม่มีใครต้องการแบบนั้น!

ได้พูดคุยกับผู้นำตะวันออกกลางและพันธมิตรสำคัญจำนวนมาก และผมบอกตรง ๆ ว่า หลังจากสหรัฐทุ่มเททุกอย่างเพื่อจัดระเบียบความวุ่นวายนี้ให้เป็นรูปเป็นร่าง ทุกประเทศควรต้องลงนามในข้อตกลงอับราฮัมโดยทันที พร้อมกันทุกประเทศ! ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นสิ่งที่ควรทำ

ใครพร้อม ก็เซ็น โดยเฉพาะซาอุฯ และกาตาร์ และประเทศอื่นควรเดินตามทันที! ถ้าไม่ร่วม ทั้งที่ไม่มีเหตุผลดีพอ มันสะท้อนเจตนาที่ไม่ดี ไม่ควรได้เป็นส่วนหนึ่งของดีลครั้งประวัติศาสตร์นี้

ข้อตกลงอับราฮัมพิสูจน์แล้วว่าเป็น BOOM ครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจ การเงิน และสังคม สำหรับประเทศที่เข้าร่วม และถ้าอิหร่านทำข้อตกลงกับผมในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา มันจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะให้อิหร่านเข้าร่วมด้วย! นี่จะเป็น ดีลที่ใหญ่ที่สุด สำคัญที่สุด และทรงเกียรติที่สุด ที่ตะวันออกกลางเคยมีมา ไม่มีอะไรในอดีต และอาจไม่มีอะไรในอนาคต จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้

ผมจึงขอเรียกร้องอย่างหนักแน่น ทุกประเทศต้องลงนามใน Abraham Accords ทันที ตะวันออกกลางจะรวมพลัง แข็งแกร่ง มั่งคั่ง และทรงอิทธิพลอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน

เรื่องนี้ จะทำให้ประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมคิดหนัก

Abraham Accords คือข้อตกลงสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง Israel กับหลายประเทศอาหรับ ซึ่งเริ่มต้นในปี 2020 โดยมี United States เป็นคนกลางในการเจรจา

ประเทศอาหรับที่เข้าร่วม ได้แก่ United Arab Emirates, Bahrain, Sudan และ Morocco

ผลสำคัญของข้อตกลงคือ การเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ การเปิดเที่ยวบินตรง การเพิ่มการค้าการลงทุน การร่วมมือด้านเทคโนโลยี ความมั่นคง และการท่องเที่ยวกับอิสราเอล

ยังมีอีกหลายประเทศอาหรับไม่ยอมรับอิสราเอลอย่างเป็นทางการ เพราะปัญหาความขัดแย้งอิสราเอล–ปาเลสไตน์ ดังนั้นการเรียกร้องและตั้งเงื่อนไขให้ทุกคนเข้าร่วมข้อตกลงนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

ไม่ง่าย เรื่องนี้ทำให้ประเทศต่างๆ ใน Middle East ต้องคิดหนัก

ยอม …. หมายถึง การยอมรับอิสราเอล

ไม่ยอม … จะเสียหายหากมีสงครามกับอิหร่านอีกรอบ

นับเป็นการพลิกเกมส์

นำสถานการณ์ที่อิหร่านใช้ช่องแคบ Hormuz และโครงสร้างพลังงานในตะวันออกกลางที่อาจจะถูกทำลายมาเป็นตัวประกัน ใช้เป็นเครื่องต่อรอง

พลิกความเสี่ยงเหล่านี้ มาใช้กดดันประเทศตะวันออกกลางให้ยอมเปิดความสัมพันธ์กับอิสราเอล อีกที

ท่านวุฒิสมาชิก Lindsay Graham ที่เคยกังวลใจว่า ท่านประธานาธิบดีจะไปตกลงแบบเสียเปรียบกับอิหร่าน ถึงกับบอกว่า “Brilliant Move”

มาดูกันว่า … จะสำเร็จหรือไม่

จะเป็นเงื่อนไขล้มดีลหรือไม่ !!!

ภาพ : การลงนาม Abraham Accords ในปี 2020 ในสมัยแรกของ President Trump

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10237703737666429&id=1044766528&post_id=1044766528_10237703737666429&rdid=k0icdd2u38PHxrI9#

นักวิชาการ มธ. แนะปรับจุดตัดทางรถไฟ!! เร่งอัปเดตข้อมูลเมืองใหม่ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุซ้ำ เชื่อมโยงข้อมูลจราจร พัฒนาระบบตามสภาพการใช้งาน

แนะปรับใหญ่จราจร ‘จุดตัดทางรถไฟ’ เร่งอัปเดตข้อมูลเมืองใหม่ ลดความเสี่ยงเกิดเหตุซ้ำ

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ “จุดตัดทางรถไฟ” เป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเร่งทบทวนในเชิงระบบ หวังสังคมหันมาพูดคุยแนวทางป้องกันอุบัติเหตุอย่างจริงจัง เพื่อยับยั้งการเกิดเหตุซ้ำ แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอัปเดตข้อมูลเมืองให้เท่าทันบริบทปัจจุบัน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลด้านจราจรและการบริหารจัดการความเสี่ยง สนับสนุนการตัดสินใจของผู้ปฏิบัติงาน ลดการพึ่งพาการตัดสินใจของมนุษย์เพียงชั้นเดียว

ดร.ภานุเดช ชุ่มเย็น อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก–ดินแดง นอกจากประเด็นด้านวินัยจราจรหรือการตัดสินใจในระดับบุคคลแล้ว สิ่งที่สังคมควรหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันอย่างจริงจังคือแนวทางลดความเสี่ยงเชิงระบบ โดยเฉพาะการบริหารจัดการพื้นที่จุดตัดระหว่างระบบถนนและระบบราง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและมีโอกาสเกิดความขัดแย้งของการจราจรอยู่ตลอดเวลา

ดร.ภานุเดช กล่าวว่า หากพิจารณาในมุมของระบบถนน ถนนจะพยายามระบายรถให้เคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหารถสะสมบริเวณทางแยก ขณะที่ในมุมของระบบราง รถไฟจำเป็นต้องรักษาแนวรางให้ปลอดจากสิ่งกีดขวางและสามารถเดินรถได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้น จุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟจึงเป็นพื้นที่ที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทั้งสองระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและสอดคล้องกับสภาพการจราจรที่เปลี่ยนแปลงไป

“ขบวนรถไฟมีระยะเบรกสูงและไม่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เหมือนรถยนต์ ดังนั้นแม้ผู้ควบคุมขบวนจะมองเห็นสิ่งกีดขวางด้านหน้า ก็อาจไม่สามารถหยุดรถได้ทันในบางสถานการณ์ หลายประเทศจึงไม่ได้พึ่งเพียงป้ายเตือนหรือการเพิ่มความระมัดระวังของผู้ใช้ถนนเท่านั้น แต่พยายามออกแบบและบริหารจัดการจุดตัด เพื่อลดโอกาสการเกิดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง” ดร.ภานุเดช กล่าว

ดร.ภานุเดช กล่าวต่อไปว่า การปรับปรุงการบริหารจัดการบริเวณจุดตัดจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านระบบราง ระบบถนน และการจราจร เนื่องจากบริบทของเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งจำนวนประชากร กิจกรรมการใช้พื้นที่ สิ่งปลูกสร้าง ปริมาณการจราจร รวมถึงรูปแบบของทางแยกและโครงข่ายถนนโดยรอบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการออกแบบและปรับปรุงการควบคุมสัญญาณไฟจราจร การระบายรถ และการประเมินความเสี่ยงบริเวณจุดตัด เพื่อให้การบริหารจัดการสามารถสอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงของแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น

“หากบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม เราจะลดโอกาสการเกิดปัญหารถค้างบริเวณจุดตัดทางรถไฟ หรือกรณีที่สัญญาณจราจรยังปล่อยรถเข้าสู่พื้นที่ แม้ว่าด้านหน้าจะเริ่มเกิดการสะสมของปริมาณรถแล้วได้ เชื่อว่าผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการจอดค้างบนรางรถไฟ เนื่องจากทุกคนต่างทราบถึงความเสี่ยงของอุบัติเหตุ ดังนั้นระบบจราจรควรสามารถตอบสนองต่อสภาพการจราจรที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างสอดคล้อง เช่น เมื่อพื้นที่หลังจุดตัดเริ่มเต็ม ระบบสัญญาณก็ควรช่วยชะลอหรือจำกัดการปล่อยรถเข้าสู่พื้นที่เพิ่มเติม” ดร.ภานุเดช กล่าว

 นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า หากสามารถพัฒนาการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในลักษณะ Real-time ได้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงบริเวณจุดตัดได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลด้านสัญญาณจราจร สถานะการจราจร และข้อมูลเตือนความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งในระยะยาวอาจพัฒนาไปสู่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบถนนและระบบรางร่วมกัน

“ปัจจุบัน ความปลอดภัยบริเวณจุดตัดหลายแห่งยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ปฏิบัติงานและผู้ขับขี่ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการที่แต่ละส่วนทำงานได้ดีแยกจากกัน แต่คือการทำให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในมุมของวิศวกรรมความปลอดภัย ระบบที่ดีต้องออกแบบภายใต้การยอมรับว่า ความผิดพลาดของมนุษย์มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และควรมีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยลดโอกาสที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจะนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง” ดร.ภานุเดช กล่าว

นอกจากนี้ หลายประเทศเริ่มนำเทคโนโลยีตรวจจับสิ่งกีดขวาง กล้องอัจฉริยะ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time มาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบริเวณจุดตัดมากขึ้น ซึ่งในอนาคตประเทศไทยอาจพิจารณาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีลักษณะดังกล่าวให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลด้านการจราจรและจุดเสี่ยงที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ทั้งหน่วยงานและประชาชนสามารถติดตามสภาพการจราจรหรือความเสี่ยงในพื้นที่ได้มากขึ้น คล้ายกับข้อมูลที่แสดงบนแอปพลิเคชันนำทางต่างๆ

“การระบุความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องยังเป็นสิ่งสำคัญตามกระบวนการ แต่การถอดบทเรียนจากอุบัติเหตุที่ดีไม่ควรจบเพียงการชี้ความผิดของบุคคลเท่านั้น ควรนำไปสู่การกลับมาตรวจสอบและอุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในระบบ เพื่อยับยั้งป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำอีกในอนาคต” ดร.ภานุเดช กล่าว

ดร.ภานุเดช กล่าวว่า การลดจำนวนขบวนรถไฟที่เข้าสู่พื้นที่ชั้นในของเมืองอาจช่วยลดความถี่ของความขัดแย้งบริเวณจุดตัดในระยะสั้นได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวควรพิจารณาผลกระทบต่อผู้โดยสารและประสิทธิภาพของโครงข่ายระบบรางโดยรวมควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาระการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งผลต่อเวลาเดินทางและความสะดวกในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ฉะนั้นในระยะยาว การแก้ปัญหาจึงควรมุ่งไปที่การลดความเสี่ยงของจุดตัดและการพัฒนาการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างระบบถนนและระบบราง มากกว่าการลดศักยภาพของระบบขนส่งทางรางเข้าสู่เมือง

รัสเซียออกกฎหมายคุ้มครองพลเมืองนอกประเทศ ใช้กองทัพช่วยผู้ถูกจับโดยศาลต่างชาติได้ สภาดูมา ชี้จำเป็นต้องปกป้องชาวรัสเซีย หลังกล่าวหาตะวันตกใช้ศาลลงโทษผู้เห็นต่าง ชี้ตะวันตกใช้ความยุติธรรมเป็นอาวุธ

เมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) เว็บไซต์กฎหมายของรัสเซียเผยแพร่เอกสารที่ระบุว่าวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ลงนามกฎหมายที่อนุญาตการใช้กองทัพรัสเซียปกป้องพลเมืองรัสเซีย ซึ่งถูกตัดสินลงโทษหรือจับกุมโดยศาลต่างประเทศหรือศาลระหว่างประเทศ

เอกสารข้างต้นระบุว่ากองทัพรัสเซียอาจมีส่วนร่วมคุ้มครองพลเมืองรัสเซียที่ถูกจับกุม ควบคุมตัว หรือดำเนินคดีตามคำตัดสินของศาลต่างประเทศที่ดำเนินการในนามของรัฐอื่นๆ ซึ่งรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงรัฐอื่นๆ ซึ่งอำนาจศาลมิได้อิงตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียหรือมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

อนึ่ง กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการครบ 10 วันแล้ว

ก่อนหน้านี้ วยาเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาดูมาแห่งรัสเซีย กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นต่อการปกป้องชาวรัสเซีย เนื่องจากความยุติธรรมของชาติตะวันตกกลายเป็นเครื่องมือควบคุมเพื่อลงโทษผู้เห็นต่างกับมติของพวกเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรประดับสูง (Eurocrat)

ที่มา : Xinhua

ลิเบอเรเตอร์เปิดเวที Investment Forum 2026 ถอดรหัสโลกใหม่ โอกาสใหม่ ลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผล ชี้โลกใหม่ต้องลงทุนไกลกว่าเดิม พร้อมปั้น Liberator 2.0 สู่ Global Reach ตั้งเป้าพานักลงทุนไทยเข้าถึง 21 ตลาดทั่วโลก

ลิเบอเรเตอร์ เปิดเวทีสัมนาใหญ่แห่งปี  “Liberator Investment Forum 2026”

ชี้ “โลกใหม่ โอกาสใหม่” นักลงทุนไทยต้องมองไกลกว่าเดิม

พร้อมเดินหน้า Liberator 2.0 ปลดล็อกการลงทุนทั่วโลกในแอปเดียว

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด จัดงาน Liberator Investment Forum 2026: โลกใหม่ โอกาสใหม่ ลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผล เวทีสัมมนาการลงทุนครั้งสำคัญที่รวบรวมผู้บริหาร นักวิชาการ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ร่วมถอดรหัสทิศทางโลก การลงทุนธุรกิจแห่งอนาคต และบทบาทของ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

งานดังกล่าวจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท โดยมีผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน และลูกค้าเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ภายใต้แนวคิดสำคัญว่า ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และกระแสเงินทุน นักลงทุนไทยจำเป็นต้องมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดใดตลาดหนึ่งอีกต่อไป

เปิดวิสัยทัศน์ Liberator 2.0 เดินหน้าสู่ Global Reach

ภายในช่วง Welcome & Vision | LIBERATOR MOVE 2026 นำโดย นางสาววทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ได้สะท้อนทิศทางการเดินหน้าของ Liberator ภายใต้แนวคิด Liberator 2.0 “Our Next Chapter” และคอนเซปต์ Global Reach เพื่อปลดล็อกโอกาสการลงทุนทั่วโลกให้อยู่ในแอปเดียว

Liberator ย้ำจุดยืนในการทำให้การลงทุนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ โดยแบ่งแกนการพัฒนาออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 

1.Global Reach การเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันให้บริการหุ้นสหรัฐฯ และเตรียมเปิดตัวหุ้นฮ่องกงและจีนในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ พร้อมตั้งเป้าขยายการลงทุนสู่กว่า 21 ประเทศทั่วโลก 

2.Powered by AI การนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ การจัดพอร์ต และการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ในพอร์ต 

3. Personalized UX/UI การปรับประสบการณ์ใช้งานแอปพลิเคชันให้เหมาะกับนักลงทุนแต่ละระดับ ทั้งมือใหม่และนักลงทุนที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก

World Changing Opportunities: ระเบียบโลกใหม่ สู่การลงทุนยุคใหม่

ใน Session World Changing Opportunities: ระเบียบโลกใหม่ สู่การลงทุนยุคใหม่ นำโดย นางสาววทันยา บุนนาค ร่วมกับ ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI และ รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมวิเคราะห์ภาพใหญ่ของโลกที่กำลังเปลี่ยนจากยุคโลกาภิวัตน์สู่ยุคที่แต่ละประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคง เศรษฐกิจภายในประเทศ เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น

เวทีนี้ชี้ให้เห็นว่า โลกการลงทุนกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เงินทุนโลกไม่ได้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่แบบเดิมโดยอัตโนมัติ แต่กำลังเลือกไหลไปยังประเทศและธุรกิจที่มี “เรื่องเล่าใหม่” และมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์ เช่น AI, Semiconductor, Automation, Cloud, Data Center และ Digital Infrastructure

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือ ตลาดทุนไทยยังพึ่งพาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมค่อนข้างมาก ขณะที่บริษัทในกลุ่ม New Economy ยังมีไม่มากพอที่จะสร้างภาพการเติบโตใหม่ให้กับตลาดได้อย่างชัดเจน ดังนั้น นักลงทุนไทยจึงไม่ควรผูกอนาคตการลงทุนไว้กับประเทศเดียว แต่ควรมองโลกให้กว้างขึ้น กระจายโอกาสไปยังตลาดที่มีศักยภาพ และเลือกลงทุนในธีมที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกใหม่

อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่างประเทศไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง เพราะแต่ละตลาดล้วนมีปัจจัยเฉพาะ ทั้งเรื่อง Valuation ความเสี่ยงเชิงนโยบาย ภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงิน และวัฏจักรอุตสาหกรรม นักลงทุนจึงต้องมองให้ลึกกว่าเพียงคำถามว่า “ตลาดไหนดี” แต่ต้องเข้าใจว่า กำลังลงทุนในธีมอะไร บริษัทนั้นได้ประโยชน์จากโลกใหม่จริงหรือไม่ และพอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงเพียงพอหรือยัง

Hidden Growth Business: ถอดรหัสธุรกิจแห่งอนาคต

.

ต่อด้วย Session Hidden Growth Business: ธุรกิจแห่งอนาคต ซึ่งเป็นเวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองจากนักลงทุนและผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในโลก Venture Capital และ Private Equity ได้แก่ คุณวรภัทร ชวนะนิกุล Chief Strategy Officer & Chief Financial Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และ Chief Executive Officer ของ Singha Venture Capital Fund Limited คุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Ookbee และ นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง RISE

เวทีที่ชวนให้นักลงทุนมองหา “Hidden Gems” หรือธุรกิจที่อาจยังไม่อยู่ในกระแสหลัก แต่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต โดยชี้ว่าโอกาสของไทยอาจซ่อนอยู่ในกลุ่ม SME Tech Startup ธุรกิจ Wellness Healthspan ธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเทรนด์ AI และพลังงาน

.

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทยอาจไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับมหาอำนาจในฐานะผู้สร้างเทคโนโลยีต้นน้ำทั้งหมด แต่สามารถวางบทบาทเป็น Smart Adopter หรือผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ เข้ามาเสริมจุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้ว เช่น อาหาร การแพทย์ การท่องเที่ยว และบริการที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ในเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ยังพูดถึงภาวะฟองสบู่ของ AI โดยระบุว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจริง แต่การลงทุนต้องพิจารณาพื้นฐานธุรกิจ โมเดลการทำกำไร และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ไม่ใช่ลงทุนตามกระแสเพียงอย่างเดียว หลักคิดแบบ Venture Capital จึงยังให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ Valuation (มูลค่าธุรกิจที่สมเหตุสมผล), Moat (ความได้เปรียบในการแข่งขันที่ป้องกันคู่แข่งได้) และ Management (คุณภาพของทีมผู้บริหาร)

AI Investment Frontier: ก้าวสู่โลกการลงทุนแห่งอนาคตด้วย AI ปิดท้ายด้วย Session AI Investment Frontier: ก้าวสู่โลกการลงทุนแห่งอนาคตด้วย AI โดย นพ.จักรินทร์ สราญฤทธิชัย นักลงทุนสาย Hybrid และเจ้าของเพจหุ้นพอร์ตระเบิด, คุณบรรพต ธนาเพิ่มสุข ผู้ก่อตั้งเพจและช่องรายการ ถามอีก กับอิก หรือ TAM-EIG และ คุณสุธน สิงหสิทธางกูร ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนตลาดหุ้นไทย เวียดนาม และจีน

เวทีนี้ชี้ว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนนักลงทุน แต่กำลังเปลี่ยนความหมายของ “นักลงทุนที่เก่ง” ในยุคใหม่ จากเดิมที่นักลงทุนได้เปรียบจากการอ่านข้อมูลมากกว่า หาข้อมูลได้ลึกกว่า หรือวิเคราะห์ได้นานกว่า วันนี้ AI สามารถช่วยอ่านรายงานจำนวนมาก สรุปงบการเงิน ดึงข่าว จัดทำตาราง เปรียบเทียบบริษัท และสร้างระบบติดตามหุ้นรายตัวได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ นักลงทุนต้องใช้ AI เป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ให้ AI ตัดสินใจแทนทั้งหมด เพราะ AI แม้จะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพได้มาก แต่ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณ การประเมินมูลค่า การตั้งสมมติฐาน และการคาดการณ์อนาคต นักลงทุนจึงยังต้องมีความรู้พื้นฐาน ความเข้าใจบริบท ความสามารถในการตั้งคำถาม และวินัยในการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิดการใช้ AI เพื่อสร้าง “Mini Investment Team” ส่วนตัว ผ่านการเชื่อม AI หลายบทบาทเข้าด้วยกัน เช่น AI สำหรับค้นข้อมูล วิเคราะห์ตัวเลข สรุปข่าว ทำ Visualization เขียนโค้ด หรือตรวจสอบความผิดพลาด ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงเครื่องมือระดับสูงได้มากขึ้น แต่ท้ายที่สุด เข็มทิศของการลงทุนยังต้องอยู่ในมือของนักลงทุนเอง

Liberator ย้ำพันธกิจ Investment for Everyone

การจัดงาน Liberator Investment Forum 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนพันธกิจของ Liberator ในการผลักดันแนวคิด Investment for Everyone หรือการทำให้การลงทุนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผ่านทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และการเปิดทางเลือกการลงทุนที่กว้างขึ้นให้กับนักลงทุนไทย

ในโลกที่ระเบียบเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และเงินทุนกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว Liberator เชื่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนไม่ใช่การทำนายอนาคตให้ถูกทุกครั้ง แต่คือการมีทางเลือกที่มากขึ้น มีข้อมูลที่ดีขึ้น มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีมุมมองที่กว้างพอที่จะไม่ยืนอยู่ที่เดิมในวันที่โลกเปลี่ยนไป

สำหรับผู้ที่สนใจรับชมเนื้อหาย้อนหลังจากงาน “Liberator Investment Forum 2026” สามารถรับชมในรูปแบบออนไลน์ได้ทาง LIB Academy ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

‘อ.เชน’ กับโจทย์คอร์รัปชัน!! ชี้ประเทศต้องทั้ง “รวยขึ้น–โกงน้อยลง” เดินหน้าใช้งบวิจัยให้ถูกทาง เจ้าตัวมองเศรษฐกิจใหม่คือทางรอดปากท้อง คอร์รัปชันแก้ยาก แต่ไม่ควรยอมแพ้

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Nat Luengnaruemitchai ได้กล่าวว่า

อ.เชนกับคอร์รัปชั่น

วันก่อนได้มีโอกาสฟังคลิปเต็มๆ ของ อ.เชน ที่พูดแล้ว มีคนตัดเอาส่วนหนึ่งของคำพูดที่ว่า

“ผมตั้งเป้าว่าเป็นประเทศรายได้สูง คนอาจจะหัวเราะ แต่ทุกอย่างจะกลับมาที่ปากท้อง เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน หากจะไปแก้ปัญหาคอร์รัปชัน แก้อีก 100 ปีก็ไม่หมด แต่หากเราทำให้คนมีตังค์ ใครจะอยากคอร์รัปชัน เพราะพื้นฐานความเป็นคน ถ้าเรามั่นใจในประชาชน อย่างไรเขาก็ไม่โกงอยู่แล้ว ดังนั้น จึงต้องมีโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่มีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ถึงจะเป็นทางรอดของประเทศ”

แช้วมีดราม่าออกมาว่า อ.เชนกันเยอะนะครับ ผมขอเอาชาร์ตมาฝาก ตอบไม่ได้ว่า รวยแล้วไม่โกง หรือไม่โกงแล้วรวย มันแค่บอกว่ามันมีความสัมพันธ์กัน ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ดีไม่ดี อาจจะไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกันเสียด้วยซ้ำ แต่รู้ว่า ควรทำทั้งสองอย่าง

ถ้าทำให้ประเทศไม่มีการโกง แล้วประเทศเจริญมันก็ดี

ถ้าทำให้ประเทศเจริญ และไม่โกงมันก็ดี

ต่างคนต่างทำตามที่เชื่อครับ อย่างน้อยดีกว่าสภาพในตอนนี้ที่ทั้งจน ทั้งโกงครับ

ส่วนตัวผมว่า เท่าที่ได้สัมผัสมา อ.เชน เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ผมเห็นว่า “ตรงสาย” และ “เหมาะสม” ที่สุด โดยเฉพาะถ้าเทียบกับรัฐมนตรีก่อนหน้า ไม่ใช่แค่ว่า เรียนมาตรง ทำงานมาตรง แต่เป็นเพราะเป็นคนที่ได้สัมผัสมาตรงๆ กับปัญหา ความเจ็บปวด โอกาส ในวงการศึกษา และวิจัย โดยตรง และเชื่อมั่นว่า ปัญญา และวิทยาศาสตร์ จะสามารถนำพาประเทศไปสู่ทางออกได้ และพยายามผลักดันอย่างเต็มที่ให้มันเป็นจริงได้

ส่วนเรื่องคอร์รัปชั่นเอง อ.เชนอาจจะไม่สามารถจัดการเองได้ทุกเรื่อง คนทั่วไปอาจจะดูว่ายังไม่เห็นทำอะไรเลย แต่ผมว่า อ.เชน ไม่ได้แค่พูด แต่เริ่มทำแล้ว ด้วยการเบรกโครงการแฟ้มทักษะดิจิทัลมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ทั้งๆ ที่โครงการนี้อาจจะกระทบกับความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลได้ และมุมตรงนี้เอง เป็นมุมที่ อ.เชน น่าทำได้ และทำได้ดี นั่นคือ การจัดการการจัดสรรงบประมาณวิจัย และการศึกษาของกระทรวง อว. เอง การจัดสรรให้ดี ให้ถูกต้อง นอกจากจะลดการทุจริตแล้ว ยังช่วยทำให้ประเทศเจริญถูกที่ถูกทาง ด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามที่ อ.เชน ถนัดเลย เรียกได้ว่า ลดโกง และรวย ไปพร้อมๆ กัน

เชียร์ให้ อ.เชน ทำเพิ่มให้เห็นกันเลยครับว่า การแก้คอร์รัปชั่นมันทำได้จริงๆ และทำให้ดูด้วย

ฝรั่งเศสส่งสัญญาณมิตรภาพ!! มาครงต้อนรับ “อนุทิน” ถึงปาแลเดอเลลีเซ โพสต์เพลง made in Thailand สะท้อนมิตรภาพไทย–ฝรั่งเศส ชูความร่วมมือเศรษฐกิจ–วิทยาศาสตร์–ความมั่นคง

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โพสต์ภาพคู่ ‘อนุทิน’นายกรัฐมนตรีพร้อมเพลง made in Thailand ของวงคาราบาว หลังจากทั่งคู่ได้หารือกันที่ทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ ย้ำ ไทยและฝรั่งเศสยังคงเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส โพสต์ภาพผ่าน instagram ส่วนตัวเป็นภาพคู่กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมแท็กเพลง made in Thailand แห่งวงคาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตระดับตำนานของไทย หลังจากให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ที่ทำเนียบปาแลเดอเลลีเซ

พร้อมระบุข้อความว่า มีความสุขที่ได้รับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย  ในการเยือนฝรั่งเศส  ไทยและฝรั่งเศสยังคงเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด และความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และความมั่นคง เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ

ที่มา : NBTConnext 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1464837409011925&id=100064570394286&rdid=qabCU9p0SmIAUai8#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top