Saturday, 6 June 2026
TheStatesTimes

ประกาศเตือนจาก ทปอ.!! ห้ามซื้อ-ขาย และเผยแพร่ข้อสอบ A-Level โดยเด็ดขาด แชร์ข้อสอบไม่ใช่เรื่องเล่น เตือนนักเรียนทั่วประเทศ ฝ่าฝืนเสี่ยงหมดอนาคต

ประกาศเตือนจาก ทปอ.  ห้ามซื้อ-ขาย และเผยแพร่ข้อสอบ A-Level โดยเด็ดขาด!

อ่านหนังสือมาเหนื่อย อย่าให้ต้องหมดอนาคตเพราะเรื่องนี้นะ! ทปอ. ออกประกาศเตือนเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ข้อสอบ A-Level ทุกกรณี

จำไว้ให้แม่น! ห้ามแชร์ ห้ามขาย ห้ามส่งต่อแบบทดสอบ ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตาม เพราะโทษที่ตามมาไม่คุ้มเสีย

โดนตัดสิทธิ์: ผลสอบเป็นโมฆะ อดเข้ามหาลัยในปีนั้นทันที
โดนตรวจสอบ: ประวัติเสียถึงสถานศึกษาและมหาลัยที่เล็งไว้
โดนคดี: มีโทษทางกฎหมายตามมาติดๆ

ขอให้ผู้สมัครสอบทุกคนปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวท่านเอง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=914810957804512&id=100078268492766&post_id=100078268492766_914810957804512&rdid=leBZrCasRtuhdKpw#

วงการเกมสะเทือน!! ลงโทษ 2 นักกีฬาอีสปอร์ต ศาลสั่งกักขัง 3 เดือน “โตเกียวเกิร์ล-เชียริโอ” คดีแฮกระบบแข่งอีสปอร์ตซีเกมส์ ศาลย้ำบทเรียนความซื่อสัตย์

(17 มี.ค. 69) ศาลแขวงปทุมวันมีคำพิพากษาจำคุก นางสาวณภัทร วราสินธ์ หรือ 'โตเกียวเกิร์ล' และนายไชยโย หรือ 'Cheerio' เป็นเวลา 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ ระหว่างการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568

ศาลระบุว่านักกีฬาอีสปอร์ตทั้งสองได้ละเมิดมาตรการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์เพื่อผลประโยชน์ในการแข่งขัน ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของวงการกีฬาไทย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศในฐานะเจ้าภาพระดับนานาชาติ

จากการที่จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้เหลือเปลี่ยนจากจำคุกเป็นกักขังแทน 3 เดือน พร้อมมีการประกันตัวเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้พิพากษาย้ำว่า "คดีนี้สะท้อนถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์ในฐานะนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติ"

คดีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ช่วยย้ำเตือนวงการอีสปอร์ตไทยถึงบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับการทุจริตและละเมิดกฎเกณฑ์การแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญในการแข่งขันทุกรูปแบบในปัจจุบัน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9878790/

ลุยรับมือ!! “ธนกร” สั่งทุกหน่วยอุตฯ รับมือศึกตะวันออกกลาง ประคองผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ เร่งลดภาระผู้ประกอบการทั่วประเทศ หนุนใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น

“ธนกร” สั่งทุกหน่วยงานประคองอุตฯ ไทย รับมือวิกฤตตะวันออกกลางตามนโยบาย ศปศ. กำชับเร่งเดินหน้ามาตรการลดภาระ-อำนวยความสะดวก เพื่อช่วยผู้ประกอบการ

กรุงเทพฯ – นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงาน รัฐบาลจึงตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศปศ.)” เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตาม วิเคราะห์ และกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นผู้รวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ ประเมินผลกระทบ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อดูแลภาคอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง

นายธนกร กล่าวต่อว่า ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือปัญหาการจัดหาน้ำมันของภาคอุตสาหกรรม โดยรัฐบาลกำหนดแนวทางให้ภาคอุตสาหกรรมกลับไปใช้น้ำมันผ่านระบบค้าส่งตามปกติ หากผู้ประกอบการรายใดประสบปัญหา สามารถใช้หลักฐานการสั่งซื้อย้อนหลัง 2 เดือน ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือพลังงานจังหวัด เพื่อจัดซื้อน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มสถานการณ์พลังงานภายหลังมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรครบกำหนดนั้น ภาครัฐนำโดยกระทรวงพลังงาน ได้หารือร่วมกับผู้ค้าน้ำมันและผู้ประกอบการโรงกลั่น เพื่อบริหารจัดการด้านปริมาณและการกระจายน้ำมันให้เพียงพอ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางปรับราคาน้ำมันแบบค่อยเป็นค่อยไป ครั้งละ 50 สตางค์ถึง 1 บาทต่อลิตร เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

“ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญคือ 1. สำรวจสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และขาดแคลนวัตถุดิบที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน เพื่อจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างตรงจุด 2. รณรงค์ให้สถานประกอบการในการลดใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก และ 3. ส่งเสริมการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของกระทรวงอุตสาหกรรม อาทิ ระบบทะเบียนลูกค้ากลาง (I-Industry) การยื่นขอใบอนุญาตออนไลน์ (Digital License) และการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล (Digital Payment) เพื่อลดภาระและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ” นายธนกร กล่าว

นายธนกร กล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้แนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน โดยใช้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน เช่น สินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวตามแนวประชารัฐ และสินเชื่อสีเขียว รวมถึงการกระจายความเสี่ยงทางการค้าไปยังตลาดใหม่ อาทิ ลาตินอเมริกา แอฟริกา และอินเดีย ตลอดจนการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น การทำประกันความเสี่ยงจากสงคราม และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เช่น การผลิตพลังงานจากชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (Biofuel) เช่น แกลบ ใบอ้อย ชานอ้อย กะลาและเส้นใยปาล์ม การพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงาน (Solar Rooftop) เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

“กระทรวงอุตสาหกรรมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างทันท่วงที เพื่อดูแลผู้ประกอบการไทยให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นายธนกร กล่าว

ปตท.สผ. ออกหุ้นกู้ใหม่ เตรียมขายหุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเหรียญสหรัฐ หุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปเป๋าตังครั้งแรกในเอเชีย หุ้นกู้ได้รับเรทติ้ง AAA สะท้อนความมั่นคง เตรียมเสนอขายในไตรมาส 2 ปี 2569

ปตท.สผ. เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในประเทศชุดใหม่ 2 สกุลเงิน
หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และหุ้นกู้สกุลเงินบาท ชูเรทติ้งสูงสุด AAA

กรุงเทพฯ, 18 มีนาคม 2569 – ปตท.สผ. เตรียมเสนอขาย 2 หุ้นกู้ชุดใหม่ “หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ” สำหรับนักลงทุนรายย่อยครั้งแรกในเอเชียผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “หุ้นกู้สกุลเงินบาท” สำหรับนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในองค์กรที่มีศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนความเชื่อมั่นด้วยอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรทติ้ง ที่ระดับสูงสุด “AAA” คาดว่าจะเสนอขายภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

นางชนมาศ ศาสนนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ “หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ” และ “หุ้นกู้สกุลเงินบาท” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนไทย ได้ร่วมเติบโตไปกับ ปตท.สผ. ซี่งเป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทย ที่มีพันธกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และรองรับโอกาสการเข้าลงทุนในอนาคต การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. กับพันธมิตรซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

หุ้นกู้ทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดของตราสารหนี้ในประเทศ สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท โดยแบ่งการเสนอขายออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ อายุ 5 ปี จะเสนอขายแก่นักลงทุนรายย่อย เป็นหุ้นกู้ดิจิทัลระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดย ปตท.สผ. ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำเทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ตมาใช้ในการซื้อขายหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในเอเชีย ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนไทยสามารถบริหารจัดการการลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 เหรียญสหรัฐ และทวีคูณเพิ่มครั้งละ 1,000 เหรียญสหรัฐ โดยไม่มีการกำหนดวงเงินลงทุนสูงสุด ซึ่งมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนการเสนอขายได้ที่ www.sec.or.th หรือธนาคารกรุงไทย โทร. 02-111-1111 หรือ www.krungthai.com

2. หุ้นกู้สกุลเงินบาท จะเสนอขายแก่นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดา) เป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่าย

ปตท.สผ. คาดว่าจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นกู้ทั้ง 2 ประเภทภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยจะแจ้งอัตราดอกเบี้ย มูลค่าการเสนอขายหุ้นกู้ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ให้ทราบอีกครั้ง

ปตท.สผ. เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีมูลค่าประมาณ 543,888 ล้านบาท (ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569) ปัจจุบันบริษัทมีการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม กว่า 50 โครงการ ในกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และสร้างการเติบโตให้กับบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังศึกษาธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ สำหรับอนาคตอีกด้วย
หมายเหตุ: การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางผ่านขนส่งน้ำมันดิบ(Crude Oil) ปริมาณต่อวัน

1.จีน  5.35 ล้าน

2.อินเดีย 2.15 ล้าน

3.เกาหลีใต้ 1.7 ล้าน

4.ญี่ปุ่น 1.7 ล้าน

4.ประเทศอื่นๆในเอเชีย 2 ล้าน

5.สหภาพยุโรป 5 แสน

6.สหรัฐอเมริกา  4 แสน

7.ประเทศอื่นๆ  แสน

หน่วย : บาร์เรล

หมายเหตุ ปริมาณน้ำมันดิบ จีนรวมกับอินเดียสูงถึง 52% ของปริมาณที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มา : IEA,Upsurge

'พรรครักชาติ' ยื่น UN เรียกร้องสากลช่วยไทย กวาดล้างทุ่นระเบิดชายแดน พร้อมเครื่องมือและเงินทุน ลดความสูญเสียทหาร-ประชาชน

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง UN เรียกร้องสากล ช่วย ไทยเก็บกู้ วัตถุระเบิด ปกป้องชีวิตทหารและประชาชน

18 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. -ทีมพรรครักชาติ ประกอบด้วย นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค, นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค, นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค, นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค, นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค และนายภูมิ สวัสดี รองโฆษกพรรค เข้ายื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเรียกร้องช่วยเหลือประเทศไทยในการกวาดล้าง "ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล" ซึ่งเป็นภัยต่อทหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชนไทย ในพื้นที่ตามตะเข็บชายแดน

โดยนายฐิติพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อสื่อสารในระดับสากล ระบุว่า วิกฤตทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านได้อีกต่อไป เพราะมันคือความเป็นความตายของทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ต้องลาดตระเวน และประชาชนตาดำ ๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง พรรครักชาติจึงได้เรียกร้องต่อ UN ว่า ประเทศไทยต้องการ "เครื่องมือที่ทันสมัย (Special equipment)" และ "เงินทุนสนับสนุนพิเศษ (Special funding)" จากนานาชาติ เพื่อนำมากู้ระเบิดและกำจัดทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้หมดไปอย่างเด็ดขาด

"พวกเราตัวแทนพรรครักชาติ ยื่นหนังสือขอความร่วมมือจากสหประชาชาติ ในการที่จะหาเครื่องมือที่ทันสมัย และเทคโนโลยีที่จะช่วยเราในการที่จะกู้ระเบิด เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงของทหารไทย และชีวิตของประชาชนชาวไทย ที่อยู่ในตะเข็บชายแดน ที่ต้องพบกับปัญหาของระเบิดที่อยู่ในแผ่นดินไทย" นายฐิติพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรครักชาติ ยังย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ UN เข้ามาช่วยลดจำนวนผู้สูญเสีย (Casualties) ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการทหาร หรือพลเรือน โดยมองว่าการแก้ปัญหานี้สเกลระดับประเทศอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องดึงความร่วมมือระดับสากลเข้ามาจัดการให้สิ้นซาก

"We want to ask for special equipment, special funding, to help Thailand to reduce our casualties. Whether it be our military or whether it be our people in our Nation"
(เราต้องการขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์พิเศษ เงินทุนพิเศษ เพื่อช่วยประเทศไทยในการลดจำนวนผู้สูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นทหารของเรา หรือประชาชนของเราที่อยู่ในชาติ" นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรครักชาติ กล่าวทิ้งท้าย

Sharara สะดุด!! ลิเบียเปลี่ยนเส้นทางน้ำมัน เพลิงไหม้ท่อส่งน้ำมันดิบ NOC เร่งเบนเส้นทาง-ประคองการผลิต คาดซ่อมแซมสองวันเสร็จ

(18 มี.ค. 69) บรรษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (National Oil Corporation) แจ้งว่าได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงน้ำมันจากแหล่งชารารา (Sharara) ไปยังท่อส่งทางเลือกหลังเกิดเพลิงไหม้จากการรั่วไหลบนท่อส่งน้ำมันดิบเพื่อส่งออก โดยยืนยันว่าการผลิตยังดำเนินต่อไปและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ในแถลงการณ์ บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนเส้นทางครั้งนี้จะช่วย "ลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ" น้ำมันจะถูกส่งไปผ่านท่อส่งของแหล่งเอลฟีล (El Feel) ไปยังท่าเรือเมลลิตาห์ (Mellitah) และส่งต่อไปยังคลังเก็บน้ำมันในเมืองซาวิยา (Zawiya)

อย่างไรก็ตาม วิศวกรเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่าหลังเกิดเหตุระเบิด กำลังการผลิตถูกทยอยหยุดลง คาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 2 วันในการซ่อมบำรุงและประเมินความเสียหาย

แหล่งน้ำมันชาราราเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของลิเบีย มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 320,000 บาร์เรลต่อวัน และประสบเหตุหยุดชะงักหลายครั้งตั้งแต่การลุกฮือที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโตในปี 2011 ซึ่งนำไปสู่การโค่นอำนาจของ 'มูอัมมาร์ กัดดาฟี'

ที่มา : Sputnik

ตำนานเพลงไทย!! ‘ป๊อด Moderndog’ คว้ารางวัล Best Music Video of the Year ตอกย้ำตำนานเพลงไทยไร้กาลเวลา เพลง 'บุษบา' ยังฮิตคลาสสิก เจนใหม่ร้องได้เต็มเสียง

"ป๊อด Moderndog" ศิลปินระดับตำนานของวงการเพลงไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยการคว้ารางวัล Best Music Video of the Year จากงาน TOTY AWARDS SHINING FORWARD THAI MUSIC 2025 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ผลงานมิวสิกวิดีโอที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง "เพื่อนสนิท" กลับมาอีกครั้ง พร้อมเรียกเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงทุกเจนเนอเรชัน

"วันนี้ได้มารับรางวัล Best Music Video of the year จาก Toty Music Award ก็ดีใจมากครับ เพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจมาก ทั้งตัวเพลงเอง และทางผู้กำกับกับครีเอทีฟ คือคุณพีท ทสร" ป๊อดกล่าวในงาน พร้อมเล่าถึงการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงในโลกโซเชียล

ป๊อดเผยว่าเพลงของ Moderndog เป็นเพลิงไร้กาลเวลาที่เด็กๆ เจนใหม่ยังร้องได้ เช่น เพลง "บุษบา" ที่เจนใหม่ร้องได้หมดจนเขาถึงขั้นบันทึกภาพเป็นที่ระลึก รวมถึงเตรียมปล่อยมิวสิกวิดีโอตัวใหม่ "The Oath" ที่ร่วมกับ 'บอย โกสิยพงษ์' ในรูปแบบแอนิเมชัน พร้อมเตรียมคอนเสิร์ตใหญ่ในเดือนพฤษภาคมนี้

"รู้สึกดีครับที่เพลงเรามัน Timeless (ไร้กาลเวลา)...เราจะทำมันให้เหมือนเป็นครั้งแรก เพื่อให้เขาได้ฟังอย่างมีความสุขครับ" ป๊อดกล่าวเสริมถึงความตั้งใจดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อพร้อมถ่ายทอดความสุขในคอนเสิร์ตที่จะถึง

จากความสำเร็จและพลังดนตรีที่ยังคงสดใหม่ ป๊อด Moderndog ยืนยันว่าเขายังคงเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้แฟนเพลงทุกวัยอย่างต่อเนื่องในปี 2026 นี้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10175510

จีนดันนโยบายเด็ก!! คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปจีน ออกแนวปฏิบัติส่งเสริมสวัสดิภาพเด็ก ผสานนโยบายสังคมและบริการสาธารณะ เน้นคุ้มครองสิทธิและสร้างสภาพแวดล้อมดี

(18 มี.ค. 69) เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ร่วมกับสำนักงานคณะทำงานแห่งชาติด้านเด็กและสตรี ภายใต้คณะรัฐมนตรีจีน ประกาศแนวปฏิบัติใหม่เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับเด็กทั่วประเทศ เป้าหมายหลักเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้เยาว์ตามกฎหมาย พร้อมสนับสนุนการเติบโตที่สมบูรณ์และสุขภาวะของเด็กอย่างรอบด้าน

แนวปฏิบัติดังกล่าวอาศัยประสบการณ์จากโครงการนำร่องในเมืองต่างๆ ที่เน้นการเป็นมิตรกับเด็ก โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการทุกด้าน ทั้งในสังคม การให้บริการสาธารณะ การคุ้มครองสิทธิ รวมถึงพื้นที่และสภาพแวดล้อมการพัฒนาของเด็ก

ในแง่การปฏิบัติจริง แนวปฏิบัตินี้สนับสนุนการปรับปรุงบริการสาธารณะและนโยบายเด็กให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมาตรการในด้านการศึกษา การแพทย์ การเดินทาง กีฬา และกิจกรรมนันทนาการ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ยังเน้นการเสริมสร้างความปลอดภัยของเด็กโดยประสานงานระหว่างครอบครัว โรงเรียน สังคม อินเทอร์เน็ต ภาครัฐ และระบบยุติธรรม พร้อมขยายกลไกป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างลึกซึ้ง นายกฯจีนกล่าวว่า "อย่ามองยอดใช้เหนือความปลอดภัย" ซึ่งเป็นแนวทางในการดูแลเด็กอย่างรัดกุม

คณะกรรมการฯ และสำนักงานคณะทำงานแห่งชาติเหล่านี้จะยกระดับการประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อบูรณาการนโยบาย งบประมาณ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาด้านนี้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ที่มา : Xinhua

19 มีนาคม 2534 ในหลวง ร. 9 มีพระราชดำริทำฝายในลำน้ำปาย ก่อกำเนิด 4 โครงการชลประทาน จ.แม่ฮ่องสอน ทอดพระเนตรโครงการน้ำ-เกษตร ชี้แนวทางอนุรักษ์พันธุ์ปลา

วันนี้เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินจากเรือนประทับแรม ศูนย์พัฒนาปางตอง โครงการตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปยังศูนย์โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทั้ง 3 พระองค์ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมของสำนักงานประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ โครงการเพาะขยายพันธุ์เขียดแลว ซึ่งได้ทดลองการเพาะขยายพันธุ์เขียดแลวโดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติและโดยวิธีผสมเทียม นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีถิ่นอาศัยในแม่น้ำปาย ได้แก่ ปลาพลวงหิน ปลาช่อนงูเห่า ปลาสะแงะ ปลากดหัวเสียม ปลาหม่นสร้อย และปลาสลาด ตลอดจนหาวิธีแพร่ขยายพันธุ์ปลาดังกล่าวเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนของราษฎรท้องถิ่นในอนาคต
จากนั้น ทอดพระเนตรแผนงานโครงการปรับปรุงพันธุ์โค พันธุ์สัตว์ปีก พันธุ์แพะ โครงการฝึกอบรมเกษตรด้านการเลี้ยงสัตว์ โครงการธนาคารโค – กระบือ และโครงการปรับปรุงพืชอาหารสัตว์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแปลงขยายพันธุ์โครงการปลูกกุหลาบตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมศูนย์ประสานงานโครงการตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทอดพระเนตรงานของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ เรือนเพาะชำกล้าไม้ และแปลงรวบรวมและศึกษาพันธุ์แมคคาเดเมียนัท ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ปลูกพืชไร่ล้มลุกอื่นๆ แซมระหว่างแถวแมคคาเดเมีย ซึ่งจะทำให้บริเวณนั้นสวยงามมากขึ้น และเมื่อทรงทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ทรงรับสั่งให้กรมชลประทานหาน้ำมาให้ และเมื่อมีน้ำพอเพียงแล้วให้กรมวิชาการเกษตรนำไม้ผลไปปลูกบริเวณเชิงเขาด้วย จะทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกันนี้ทรงขอให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการให้เป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานราชการอื่น และเกษตรกรต่อไป จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปลูกต้นมะคาเดเมีย ไว้หนึ่งต้นด้วย

จากนั้นทอดพระเนตรงานกรมพัฒนาที่ดิน ได้แก่ วิธีอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นลาดเขาโดยวิธีทางพืช กับแผนที่แสดงชุดดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังริมฝั่งแม่น้ำปาย ในโอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างฝายทดน้ำในลำน้ำปาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการทดน้ำขึ้นระดับสูง โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าพลังน้ำทั้งทางด้านฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของลำน้ำ เพื่อสูบน้ำขึ้นไปใช้ประโยชน์ในการเร่งรัดการปลูกป่าทดแทนบนภูเขาบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามพระราชดำริต่าง ๆ ในบริเวณนั้น
นอกจากนั้น ฝายดังกล่าวยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในศูนย์ท่าโป่งแดง ตลอดจนใช้ในกิจกรรมสูบน้ำส่งขึ้นไป บนพื้นที่สูง

ต่อจากนั้นได้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาล่วงหน้า พร้อมด้วยในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรมของกลุ่มศิลปาชีพ ตลอดจนทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ บริเวณนั้น ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานถุงของขวัญแก่นายอำเภอและหัวหน้ากิ่งอำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ราษฎรที่ยากจนต่อไป

*หมายเหตุ ในวันที่ 19 มีนาคม 2534 แนวพระราชดำริที่พระราชทานให้กับกรมชลประทานนั้นทำให้เกิดโครงการชลประทานเพิ่มอีก 4 โครงการคือ
1)ฝายแม่สร้อยเงินพร้อมระบบส่งน้ำบ้านนาป่าแปก 2) ฝายบ้านห้วยเดื่อ 3) อ่างเก็บน้ำนากระจงบ้านห้วยเดื่อ 4) ฝายแก่นฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ ตําบลห้วยโป่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top