Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

ทรัมป์ลุยโจมตีไอซิส!! สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้ากลุ่มไอซิส เป้าหมายอยู่ในไนจีเรียตะวันตกเฉียงเหนือ "การโจมตีที่ทรงพลังและร้ายแรง" เป็นคำประกาศ กองทัพเตรียมโจมตีซ้ำถ้าความรุนแรงดำเนินต่อ

(26 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉาก "การโจมตีที่ทรงพลังและร้ายแรง" ต่อเป้าหมายที่เขาอ้างว่าเป็นของกลุ่มไอซิส ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของไนจีเรียเมื่อคืนวันพฤหัสบดี

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่า "คืนนี้ ตามคำสั่งของผมในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด สหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากการโจมตีที่ทรงพลังและร้ายแรงต่อพวกขยะก่อการร้ายไอซิสในตะวันตกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ซึ่งกำลังเล็งเป้าและสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยเฉพาะชาวคริสต์ผู้บริสุทธิ์ ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาหลายปี และถึงขั้นหลายศตวรรษ"

นอกจากจะทำการโจมตีหลายครั้งแล้ว 'โดนัลด์ ทรัมป์' ยังส่งสัญญาณเตือนว่าอาจมีการโจมตีเพิ่มเติม หากความรุนแรงจากกลุ่มไอซิสยังคงดำเนินต่อไป

การโจมตีนี้สะท้อนถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายไอซิสที่ขยายอิทธิพลในภูมิภาคไนจีเรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความรุนแรงทางศาสนาและการก่อการร้ายสูงในแอฟริกา

ที่มา : Sputnik

รูปปั้นข่มอำนาจ!! เปิดตำนานความเชื่ออุษาคเนย์ วิเคราะห์นัยยะเขมรสร้าง "เทพ 8 กร" เชื่อสร้างขึ้น "สะกดอาเพศ-ข่มเพื่อนบ้าน" ความเชื่อในอุษาคเนย์ที่อินเดียอาจไม่เข้าใจ

รูปปั้นข่มอำนาจ  หลักความเชื่อที่เกิดขึ้นจริงในอุษาคเนย์

จากกรณีที่มีเสียงโวยวายของสาธุชนคนฮินดูที่มีต่อการทำลายเทวรูปพระวิษณุที่ฝั่งกัมพูชาสร้าง  วันนี้เอย่าจะมาถอดรหัสวิเคราะห์กันว่าเหตุใดกัมพูชาจึงเลือกที่จะสร้างพระวิษณุ ณ จุดตรงนี้ทำไมทางกัมพูชาจึงเลือกสร้างเทวรูปแทนที่  มีผู้สันทัดกรณีตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ฝั่งกัมพูชาสร้างนั้นไม่ใช่เทวสถานแต่เป็นรูปปั้นเฉยๆ

โดยประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ตรงบริเวณด้านตะวันออกของอาคารคาสิโนที่กำลังก่อสร้าง ปากทางช่องอานม้า ใกล้กับอนุสาวรีย์ตาอม เป็นเทพเจ้า 8 กร เป็นศิลปะแบบช่างเขมรสมัยใหม่ที่เลียนแบบมาจากประติมากรรมโบราณที่ปราสาทนครวัด พระเศียรสวมอุณหิสทรงกระบังแบบโบราณ กรอศอเป็นงานประยุกต์ลวดลายขึ้นใหม่มีสังวาลรัด พระหัตถ์ทั้ง 8 ถือของมงคลแต่ละอย่างแตกต่างกันไปอยู่บนแท่นสูง  โดยหลักความเชื่อในการสร้างครั้งนี้ มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่านอกจากเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนแล้วในคติพราหมณ์–ฮินดู  มีการตีความถึงความมีอำนาจของรัฐ ความมีสิทธิ์ชอบธรรมในการปกครองพื้นที่ตรงนั้น  

ซึ่งหากเมื่อวิเคราะห์จากภาพจะเห็นว่าในดินแดนแถบนั้นของกัมพูชาประชาชนไม่ได้นับถือศาสนาฮินดู บวกกับแท่นขององค์วิษณุก็ไม่ได้มีแท่นสำหรับการบูชาอย่างใด  นั่นจึงน่าจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการสร้างเทวรูปในครั้งนี้หวังผลทางจิตใจหรือไสยศาสตร์มากกว่าการหวังผลทางศาสนา  ผู้สันทัดกรณีอีกท่านเสริมว่าหากมองด้านภูมิศาสตร์การปกครองแล้วการสร้างเทวรูปของฝ่ายกัมพูชาคือการปักเขตแดนของกัมพูชาอีกแบบหนึ่งทั้งทางโลกและทางจิตวิญญาณประหนึ่งว่าหากใครมารุกรานจะเกิดอาเพศแก่บ้านเมืองผู้รุกรานนั้น

หากกล่าวถึงการสร้างรูปปั้นเพื่อข่มอำนาจของประเทศข้างเคียงในระแวกประเทศไทยนั้น มีให้เห็นหลายที่ เอาที่เอย่าเห็นชัดเจนที่สุดคือการที่ฝั่งเมียนมามีการสร้างอนุสาวรีย์บุเรงนองที่เมืองท่าขี้เหล็กและเมืองเกาะสองในเมียนมา  มีเรื่องเล่ากันว่าการสร้างอนุสาวรีย์ทั้งสองแห่งเพื่อแสดงถึงอำนาจในพื้นที่  

แต่ทว่าที่ไทยในอำเภอแม่สายก็มีการสร้างรูปปั้นแมงป่องดำ ซึ่งคำว่าแมงป่องดำนั้นมีหลายสายให้ข้อมูลว่า  แมงป่องดำ นั้นในสมัยโบราณถือว่าเป็นแมงป่องที่มีพิษร้ายแรงมาก  ส่วนอีกทางมีการเปรียบเทียบว่าแมงป่องดำ เพราะในทางความเชื่อของล้านนามีความเชื่อว่า แมงป่องเป็นสัตว์ที่มีพลังคุ้มครองและพลังด้านการข่มศัตรู  ส่วนสีดำตีความเป็น อำนาจ การป้องกัน และการสะกดภัย  

ดังนั้นหากแปลกันแล้วว่าฝั่งเมียนมาหากต้องการแผ่อำนาจมาฝั่งไทยก็สามารถกันพลังอำนาจของฝั่งเมียนมาไม่ให้ข้ามฝั่งมาได้  แต่ส่วนทางฝั่งระนองนั้นแม้ฝั่งไทยไม่ได้มีการทำอนุสาวรีย์เพื่อสร้างอำนาจต้านทานและฝั่งไทยกับสร้างอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 แทน ซึ่งถอดความหมายว่าเป็นหากฝั่งเมียนมาจะแผ่อำนาจมา  ฝั่งไทยเราจะใช้การทูต และสันติไมตรีในการสร้างการปกครองให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขนั่นเอง

เมื่อหันกลับมามองที่กัมพูชาแล้ว  บางทีการสร้างเทวรูปดังกล่าวอาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อข่มไทยเสียมากกว่าการที่สร้างมาเป็นเทวสถานสำหรับผู้ศรัทธา  แต่ก็อย่างว่าที่อินเดียจะไม่เข้าใจเรื่องการนำเทวรูปมาทำพิธีการสร้างอำนาจเพราะความเชื่อด้านไสยศาสตร์ในภูมิภาคนี้นั่นเอง

แสงเหนือมาแล้ว โลโฟเทนสาดออโรราเหนือเรเน กลางคืนกลายเป็นงานศิลป์ แสงเหนือแต้มสีกลางฟ้าหนาว ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดตระการตาในคืนหนาวนอร์เวย์

(28 ธ.ค. 68) กลางคืนที่หมู่เกาะโลโฟเทน ประเทศนอร์เวย์ แสงเหนือ หรือแสงออโรราส่องสว่างเหนือหมู่บ้านชาวประมงเรเน วิวภูเขาหิมะและบ้านเรือนสวยงามประดับริมฟยอร์ด สะท้อนภาพธรรมชาติที่ตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก

หมู่บ้านเรเนตั้งอยู่ทางตะวันตกของโลโฟเทน เป็นชุมชนชาวประมงที่ยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตท้องถิ่นท่ามกลางภูมิประเทศเฉพาะตัวของยอดเขาหินแหลมและอ่าวน้ำสงบ สภาพอากาศและแสงออโรราที่นี่กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการล่าแสงเหนือ

แสงเหนือเกิดจากอนุภาคประจุที่มาจากดวงอาทิตย์ผ่านลมสุริยะ พัดเข้าสู่สนามแม่เหล็กโลกและชนกับก๊าซในชั้นบรรยากาศชั้นบน ทำให้เกิดแสงเรืองรองเป็นม่านพริ้วไหวในท้องฟ้า นอกจากนี้ "ดัชนี Kp" ที่วัดกิจกรรมแม่เหล็กโลกยังช่วยประเมินความแรงและโอกาสในการชมออโรราที่ชัดเจน

บรรยากาศในคืนที่เหมาะสมสำหรับชมแสงเหนือ คือ ท้องฟ้าโปร่ง มืดสนิทและอยู่ห่างจากแสงไฟเมือง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้เห็นแสงออโรราอย่างเต็มตา ความสวยงามแบบธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้เรเนเป็นจุดหมายที่ฝันของนักล่าแสงเหนือจากทั่วโลก

ที่มา : Xinhua

'เท้ง' ฟาดกลับ 'อนุทิน' หยุดสร้างนิทานหลอกเด็ก ปม ม.112 แจงชัดยกมือดีเบต แค่ดันนิรโทษกรรมคดีการเมือง

(26 ธ.ค. 68) - นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวตอบโต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ต้องบอกว่าการยกมือในวันนั้น ไม่ใช่การเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 แต่เป็นการผลักดันเรื่องนิรโทษกรรมของนักโทษที่โดนคดีทางการเมือง การให้สัมภาษณ์ของนายอนุทินมีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง และสร้างเงื่อนไขทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามว่าเอาเรื่องนี้มาเรียกกระแสอะไรหรือไม่ ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการแก้ไขมาตรา 112

ดังนั้น ตนไม่อยากให้นายอนุทินเอาเรื่องนี้มาเป็นวาทกรรม สร้างนิทานหลอกเด็ก ในกรอบการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถผลักดันเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ได้อีกแล้ว

ส่วนกระแสข่าวที่พรรคน้ำเงินจะไม่จับมือกับพรรคส้ม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีความกังวลใดๆ เพราะการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ประชาชนจะต้องเลือกระหว่างรัฐบาลของพรรคประชาชน หรือรัฐบาลของนายอนุทิน

พลิกโฉมประเทศไทย!! GISTDA ดัน “Space Data” ขับเคลื่อนชาติ ชู “ข้อมูลอวกาศ” คือเกมเชนเจอร์เปลี่ยนประเทศ เปิดแผนรุกปี 2025 ดึงภาครัฐ-เอกชนใช้ประโยชน์ พร้อมยกระดับการโครงสร้างพื้นฐานอวกาศไทย

GISTDA Unveils Space Technology Revolution to Supercharge Thailand's Growth

Dr. Pakorn Apaphant, head of Thailand's Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (GISTDA), revealed that space-based intelligence and geographic data have become game-changers for the nation's progress across economic, social, environmental, and security fronts. The agency is ramping up its data services to empower smarter decision-making at every level while expanding partnerships across all industries

GISTDA recently hosted its Customer Engagement Event 2025 under the compelling theme "Space Data, Powering Performance." The landmark event brought together government bodies, businesses, and key players to harness cutting-edge space technology and unlock the full potential of satellite data for Thailand's digital transformation.

Dr. Siriluk Prukpitikul, GISTDA's Deputy Executive Director, delivered an inspiring talk titled "Together Toward Better Decisions: Co-Creating Our Future Space-Based Solutions." She mapped out bold strategies for using space intelligence to strengthen evidence-based policymaking through cross-sector teamwork and innovation.

Participants explored three dynamic exhibition zones featuring breakthrough technologies:
1. Geo Data Service Intelligence – showcasing the ambitious Mega Constellation Project and AWAGAD platform for seamless data flow
2. Geo Space Solutions – spotlighting platforms like Carbon Atlas, LAND-X, advanced 3D mapping service, and the Dragonfly
3. Capacity Building Hub – highlighting training programs to build Thailand's space-tech workforce

The event culminated with the prestigious GISTDA Awards 2025, celebrating organizations that have excelled in leveraging space data for sustainable national advancement.
2025 Award Winners:
- Data Excellent Utilization Award (Thaichote): Department of Marine and Coastal Resources
- Data Excellent Utilization Award (THEOS-2): Office of the Narcotics Control Board (ONCB)
- Solution for Sustainability Excellence Award: KASIKORNBANK Public Company Limited
- Human Development Excellence Award: Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT)
- Long-Term Loyalty Award: Royal Irrigation Department

Dr. Pakorn underscored that this initiative showcases GISTDA's position as Thailand's space technology organization, ready to partner with all sectors to drive data-powered decisions and fuel sustainable growth for generations to come

อวกาศไม่พัก!! รัสเซียปล่อยโซยุซพายานทหารขึ้นวงโคจร ระบุทุกขั้นตอนดำเนินปกติ ติดต่อภาคพื้นดินเสถียรภาพ ยานอยู่ในสภาพการทำงานปกติ

(27 ธ.ค. 68) กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่ากองทัพอากาศและอวกาศได้ปล่อยจรวดขนส่งชั้นกลาง "โซยุซ-2.1เอ" พร้อมยานอวกาศของกระทรวง จากฐานปล่อยอวกาศเพลเซตสค์ ในแคว้นอาร์คฮันเกลสค์ตอนเหนือของรัสเซียวันที่ 25 ธันวาคม

กระทรวงกลาโหมระบุว่าการปล่อยจรวดและนำส่งยานเข้าสู่วงโคจรเป็นไปตามแผน "ดำเนินไปตามปกติ" ยานเข้าสู่วงโคจรเป้าหมายได้ตามกำหนด และยังคงติดต่อกับระบบภาคพื้นดินได้อย่างมีเสถียรภาพ

อุปกรณ์บนยานอวกาศ "ทำงานเป็นปกติ" การปล่อยครั้งนี้บ่งชี้ถึงความสามารถของรัสเซียในการส่งและควบคุมยานอวกาศภายใต้สภาวะปกติซึ่งสำคัญต่อการปฏิบัติการทางทหารและความมั่นคงในด้านอวกาศ

ที่มา : Sputnik

GISTDA ฉัน "Space Data" ขับเคลื่อนชาติ ชู "ข้อมูลอวกาศ" คือเกมเชนเจอร์เปลี่ยนประเทศ เปิดแผนรกปี 2025 ถึงภาครัฐ-เอกชนใช้ประโยชน์ พร้อมยกระดับการโครงสร้างพื้นฐานอวกาศไทย

GIITDA Unveils Space Technology Revolution to Supercharge Thailand's Growth

Dr. Pakorn Apaphant, head of Thailand's Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (GISTDA), revealed that space-based intelligence and geographic data have become game-changers for the nation's progress across economic, social, environmental, and security fronts. The agency is ramping up its data services to empower smarter decision-making at every level while expanding partnerships across all industries

GISTDA recently hosted its Customer Engagement Event 2025 under the compelling theme "Space Data, Powering Performance." The landmark event brought together government bodies, businesses, and key players to harness cutting-edge space technology and unlock the full potential of satellite data for Thailand's digital transformation.

Dr. Siriluk Prukpitikul, GISTDA's Deputy Executive Director, delivered an inspiring talk titled "Together Toward Better Decisions: Co-Creating Our Future Space-Based Solutions." She mapped out bold strategies for using space intelligence to strengthen evidence-based policymaking through cross-sector teamwork and innovation.

Participants explored three dynamic exhibition zones featuring breakthrough technologies:
1. Geo Data Service Intelligence – showcasing the ambitious Mega Constellation Project and AWAGAD platform for seamless data flow
2. Geo Space Solutions – spotlighting platforms like Carbon Atlas, LAND-X, advanced 3D mapping service, and the Dragonfly
3. Capacity Building Hub – highlighting training programs to build Thailand's space-tech workforce

The event culminated with the prestigious GISTDA Awards 2025, celebrating organizations that have excelled in leveraging space data for sustainable national advancement.
2025 Award Winners:
- Data Excellent Utilization Award (Thaichote): Department of Marine and Coastal Resources
- Data Excellent Utilization Award (THEOS-2): Office of the Narcotics Control Board (ONCB)
- Solution for Sustainability Excellence Award: KASIKORNBANK Public Company Limited
- Human Development Excellence Award: Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT)
- Long-Term Loyalty Award: Royal Irrigation Department

Dr. Pakorn underscored that this initiative showcases GISTDA's position as Thailand's space technology organization, ready to partner with all sectors to drive data-powered decisions and fuel sustainable growth for generations to come
 

ออมสิน เคียงข้างวีรบุรุษชายแดน ประกาศ ‘ยกหนี้ปิดบัญชี’ ทหาร – ตชด. ผู้พลีชีพ รวมถึงหนี้ของทายาท พร้อมมอบเงินเยียวยาขวัญและกำลังใจแก่ฮีโร่ผู้เสียสละ

27 ธ.ค. 2568) – นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน
 

ยูเครนบังคับเกณฑ์!! การเกณฑ์ทหารลุกลามถึงโดเนตสค์ ชายวัยเกณฑ์โดนบังคับเข้าคิวเชือด เจ้าหน้าที่ทำร้าย-ควบคุมเข้มงวด ฝืนหลบหนี-ประชาชนทยอยประท้วงกระจาย

(28 ธ.ค. 68) กองทัพยูเครนเผชิญวิกฤตขาดแคลนกำลังพล โดยที่ศูนย์คัดเลือกกำลังพลประจำเขต (TRC) บังคับเกณฑ์ทหารชายวัยเกณฑ์อย่างรุนแรงในพื้นที่โดเนตสค์ ล่าสุดมีชายคนหนึ่งชื่อ 'เอมิล คอร์วัต' เผยว่าได้รับบัตรประจำตัวทหารพร้อมกับคำบอกว่า "คุณถูกส่งไปเข้าคิวเชือด" ขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ TRC 6 นายซึ่งทำร้ายเขาเมื่อเขากำลังเดินทางกลับบ้านในเมืองดิมิทรอฟ

'เอมิล' เล่าว่าตนได้ยอมมอบตัวต่อกองกำลังรัสเซีย หลังจากที่เจ้าหน้าที่บังคับเกณฑ์เขาในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งเช่นนี้ ขณะที่มีรายงานว่าทหารเกณฑ์ที่ถูกจับกุมและให้การในภายหลังระบุว่าการเกณฑ์ทหารแบบบังคับนี้เป็นเหมือนการส่งคนเข้าสู่ "คิวเชือด" เป็นวงกว้าง

ปัญหาการเกณฑ์ทหารแบบบังคับกระตุ้นให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และเกิดการประท้วงจากประชาชนในยูเครน ขณะเดียวกันมีคลิปแสดงภาพเจ้าหน้าที่ทำร้ายและควบคุมตัวชายวัยเกณฑ์อย่างรุนแรงเผยแพร่บนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ ชายวัยเกณฑ์พยายามหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารด้วยวิธีต่างๆ เช่น หนีออกนอกประเทศผิดกฎหมาย วางเพลิงสำนักงานเกณฑ์ทหาร และซ่อนตัว

ในเดือนมีนาคม ผู้ตรวจการแผ่นดินยูเครน 'ดมิโตร ลูบินเนตส์' รายงานว่า พบการละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่เกณฑ์ทหารหลายรูปแบบ รวมถึงการทำร้ายร่างกาย ขับรถพุ่งชน และการคุกคาม อันสะท้อนถึงความรุนแรงและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในระบบสรรหาทหารของยูเครน

ที่มา : Sputnik

 

28 ธันวาคมของทุกปี “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” วันรำลึกวีรบุรุษชาติ พาแผ่นดินไทยลุกขึ้นจากซากสงคราม ฟื้นฟูบ้านเมือง เศรษฐกิจและศาสนา

(28 ธ.ค. 68) ทุกปีในวันที่ 28 ธันวาคม ไทยรำลึก "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" วีรบุรุษผู้กู้ชาติ ที่ไม่ยอมปล่อยให้แผ่นดินไทยสิ้นไปพร้อมกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. 2310

หลังกรุงแตก "พระยาตาก" หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไม่ได้หนีจากศึกสงครามแต่เลือกฝ่าด่านศัตรูมุ่งสู่เมืองจันทบุรี เริ่มสะสมกำลังพล อาวุธ และวางแผนกอบกู้ชาติจนกลับมาตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่ในวันที่ 28 ธันวาคม 2310

พระองค์ฟื้นฟูแผ่นดินที่แตกแยก รวบรวมหัวเมืองจากภาคกลางและภาคเหนือให้กลับเป็นหนึ่งเดียว พร้อมฟื้นเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากสงคราม และฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางจิตใจของชาติ เพราะเชื่อว่า "ถ้าผู้คนหมดที่ยึดเหนี่ยวทางใจ บ้านเมืองก็ยากจะกลับมายืนอย่างมั่นคงได้"

ทุกปีในวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน่วยงานราชการจัดพิธีวางพวงมาลา และจัดกิจกรรมรำลึกที่กรุงธนบุรีและจังหวัดสำคัญต่าง ๆ ซึ่งตัวแทนของคนไทยได้ย้อนระลึกวีรบุรุษในอดีต พร้อมตั้งคำถามเตือนใจว่า "ถ้าประเทศต้องการเราในแบบของยุคนี้…เราพร้อมจะก้าวออกมาแค่ไหน?"

วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงไม่ใช่แค่วันสำคัญ แต่เป็นการสะท้อนความกล้าหาญ ที่คนไทยยังต้องยึดถือเป็นต้นแบบเพื่อฟื้นฟูชาติในทุกวิกฤติที่เผชิญในยุคปัจจุบัน

ที่มา : https://www.dhr.go.th/post/publicity/503


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top