Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

'สุชาติ' สั่งคุมเข้ม!! เฝ้าระวังอุบัติภัยสารเคมีช่วงปีใหม่ 2569 หลังปี 2568 พบสถิติพุ่งสูงถึง 50 ครั้ง สถิติชี้โรงงาน-โกดัง-โรงน้ำแข็ง คือกลุ่มเสี่ยงหลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

รองนายกฯ ‘สุชาติ’ แจ้งเตือนประชาชน–สถานประกอบการ เฝ้าระวังอุบัติภัยสารเคมีช่วงปีใหม่ 2569

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับหน่วยงานในสังกัด ทส. เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษจัดเตรียมทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานท้องถิ่นในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม และให้คำแนะนำทางวิชาการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติภัยสารเคมี

นายสุรินทร์ กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีในปี พ.ศ. 2568 (มกราคม–ธันวาคม 2568) พบว่าเกิดเหตุรวม 50 ครั้ง แบ่งเป็นอุบัติภัยประเภทเพลิงไหม้ 36 ครั้ง โดยเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม 22 ครั้ง และโกดังเก็บสินค้าและโกดังรีไซเคิล 14 ครั้ง ประเภทสารเคมีรั่วไหล 8 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเหตุจากโรงน้ำแข็ง 6 ครั้ง และกรณีน้ำมันรั่วไหลลงทะเล 2 ครั้ง ประเภทอุบัติเหตุจากการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย 4 ครั้ง และประเภทอื่นๆ เช่น การระเบิดของพื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรมและบ่อบำบัดน้ำเสีย 2 ครั้ง

ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งมีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน สถานประกอบการจำนวนมากจะหยุดดำเนินการหรือลดกำลังการผลิต ขณะเดียวกันเป็นช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศแห้งและลมแรง ส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดอุบัติภัยเพิ่มขึ้น อาทิ ไฟไหม้โรงงานหรือคลังจัดเก็บสารเคมี ไฟไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย อุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีและวัตถุอันตรายพลิกคว่ำ รวมถึงการลักลอบระบายน้ำเสียและทิ้งกากของเสียอันตรายในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

กรมควบคุมมลพิษในฐานะหน่วยงานตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 จึงได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและเครื่องมือของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากส่วนราชการ เครือข่ายหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย และสถานประกอบการทุกแห่ง ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย ระมัดระวังในการขนส่งและจัดเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตรวจสอบระบบเตือนภัยและระบบดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุ

ทั้งนี้ หากหน่วยงานท้องถิ่นหรือประชาชนพบเหตุฉุกเฉินด้านมลพิษและสารเคมี สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนมลพิษ โทร. 1650 ตลอด 24 ชั่วโมง

กลับบ้านนาแล้วใจละมุน “แอน ทองประสม” เปิดบ้านนาที่เชียงใหม่ ร่มรื่นเต็มไปด้วยธรรมชาติ ปลูกผักปลอดสารพิษแบบง่ายๆ บรรยากาศสงบเรียบง่ายเหมาะเป็นที่ชาร์จพลั

(24 ธ.ค. 68) นางเอกและผู้จัดชื่อดัง 'แอน ทองประสม' เปิดเผยภาพบ้านพักตากอากาศ "บ้านนา" ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพักผ่อนและฮีลใจจากความวุ่นวายในเมืองกรุง โพสต์ดังกล่าวเผยให้เห็นบรรยากาศร่มรื่นและเต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติรอบบ้าน

'แอน ทองประสม' แชร์ภาพพร้อมแคปชั่นว่า "กลับบ้านนา" ซึ่งสะท้อนความอบอุ่นและเรียบง่ายของบ้านหลังนี้ ที่เจ้าตัวตั้งใจปลูกผักปลอดสารพิษไว้นำมาใช้ประโยชน์เอง ทำให้สภาพแวดล้อมนี้ยิ่งช่วยเติมเต็มวิถีธรรมชาติให้กับชีวิต

แฟนๆ ที่ได้ชมภาพต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมบรรยากาศสวยสงบ ซึ่งหลายเสียงบอกว่า "สวย น่าอยู่" และรู้สึกเหมือนได้พักใจไปด้วยกับบ้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบใจในวันที่เหน็ดเหนื่อย

โพสต์นี้ยังมาพร้อมอัลบั้มภาพจำนวนมากที่เผยมุมต่างๆ ของบ้านนา ตอกย้ำความตั้งใจของ 'แอน ทองประสม' ในการสร้างบ้านพักใจที่ใช้ชาร์จพลังเมื่อมีเวลาว่างและต้องการความสงบ

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9863986/

ขาวทั้งเมือง!! หิมะปกคลุม “ฉางชุน” หลายพื้นที่ มวลอากาศเย็นแผ่คลุม คนสวมชุดกันหนาวออกใช้ชีวิต ชมทิวทัศน์ฤดูหนาวทั่วเมือง

(25 ธ.ค. 68) เมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ห่มคลุมด้วยหิมะขาวโพลนหลายพื้นที่ ช่วงเช้าวันที่ 23 ธ.ค. ในขณะที่ลมหนาวระลอกใหม่พัดเข้าปกคลุม พร้อมเตือนประชาชนระมัดระวังถนนลื่นและสภาพอากาศเย็นจัดในช่วงปลายสัปดาห์

รายงานจากอุตุนิยมวิทยาระบุว่าหิมะตกในระดับปานกลางถึงหนักในหลายพื้นที่ของจี๋หลิน รวมถึงฉางชุน ปริมาณฝนเทียบเท่าหิมะสูงถึง 3–7 มิลลิเมตร ขณะที่อุณหภูมิลดลงต่อเนื่องประมาณ 10–14 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่อาจหนาวจัดถึง -30 ถึง -28 องศาเซลเซียสในเช้าวันที่ 26 ธ.ค.

อุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็วระดับ 4 ถึง 7 กระโชกขณะหิมะตก ทำให้ทัศนวิสัยลดลง และพื้นถนนกลายเป็นน้ำแข็งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสัญจร พร้อมแนะนำให้ประชาชน "ขับขี่อย่างระมัดระวัง" โดยเฉพาะในช่วงหิมะสะสมลึก

นอกจากนี้ภาครัฐยังเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและดูแลพลังงาน ระบบการทำความร้อน โรงเรือนเกษตรให้เหมาะสมเพื่อรับมือกับความหนาวเย็นนี้

ในทางเศรษฐกิจ ฉางชุนใช้ฤดูหนาวเป็นโอกาสสร้างความคึกคักทางธุรกิจท่องเที่ยว โดยมีการจัดกิจกรรมและเทศกาลเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศในช่วงฤดูหนาวนี้

ที่มา : Xinhua

ย้ำจุดยืนความถูกต้องมาก่อนความได้เปรียบ ยัน "ปชป." ปักหมุดจริยธรรมการเมือง ลั่นชัดเจน ไม่ร่วม "กล้าธรรม"

(24 ธ.ค.2568) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากกรณีที่สังคมให้ความสนใจต่อเวทีดีเบตของไทยรัฐเมื่อวานโดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล ว่าพรรคใดสามารถร่วมได้ และพรรคใดไม่สามารถร่วมได้จึงขอใช้พื้นที่นี้อธิบายเจตนาและจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์อย่างตรงไปตรงมา

ขอท้าวความไปถึงจุดเริ่มต้นของการกลับมาอีกครั้งของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป้าหมายสำคัญของการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตำแหน่งหรืออำนาจ แต่เพื่อกอบกู้ความศรัทธาของพี่น้องประชาชนที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์และทำให้พรรคกลับมาเป็นทางเลือกที่ดีอีกครั้งท่ามกลางสภาพการเมืองที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกอึดอัดและหมดหวัง

สิ่งที่เป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับคุณอภิสิทธิ์มาโดยตลอดคือการยึดมั่นในสัจจะวาจา หลักการ ความซื่อสัตย์และมาตรฐานด้านจริยธรรมซึ่งเป็นคุณค่าที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเราเชื่อว่าการเมืองที่ดีต้องเริ่มจากความถูกต้องก่อนความได้เปรียบ

ด้วยเหตุนี้การประกาศจุดยืนในเวทีดีเบตว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้จึงเป็นการแสดงความชัดเจนต่อประชาชนไม่ใช่การเมืองแบบกั๊ก หรือการพูดเผื่อทางถอย

และขอเรียนให้เข้าใจตรงกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ประกาศตัวว่าจะเป็นฝ่ายค้านแต่เป็นการประกาศเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ประชาชน “เลือกอย่างชัดเจน” ว่าต้องการการเมืองที่ยืนอยู่บนหลักจริยธรรมแบบใด

คำถามสำคัญที่อยากชวนคิดร่วมกันคือประชาชนต้องการนักการเมืองที่พูดคลุมเครือเพื่อรักษาพื้นที่ทางการเมืองหรือผู้นำที่กล้าแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแม้จะไม่ถูกใจทุกคน

เพราะการเมืองที่ดีควรตั้งอยู่บนความชัดเจน ความรับผิดชอบและการเปิดพื้นที่ให้ถกเถียงกันอย่างมีเหตุผล มากกว่าการหลบเลี่ยงเพื่อประโยชน์ระยะสั้น

พรรคประชาธิปัตย์ เลือกยืนบนหลักการและขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าการเมืองแบบใด คือการเมืองที่ประเทศควรเดินไปข้างหน้าอย่างแท้จริง
 

จีนสวนทรัมป์!! 'จีน' เรียกร้องให้'สหรัฐฯ' รับฟังเสียงโลก ย้ำเคารพสิทธิประเทศภูมิภาคตามกฎหมายระหว่างประเทศ เน้นความปลอดภัยเดินเรือในภูมิภาค เตือนอย่ายกระดับสถานการณ์เวเนซุเอลา

(25 ธ.ค. 68) จีนเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายุติการดำเนินการที่สร้างความตึงเครียดต่อเวเนซุเอลา โดยซุน เล่ย รองเอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ ระบุในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า "เราขอเรียกร้องให้สหรัฐอเมริการับฟังคำเรียกร้องอันชอบธรรมของประชาคมระหว่างประเทศ ยุติการดำเนินการที่เกี่ยวข้องโดยทันที และหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดเพิ่มเติม"

ซุน เล่ย ยังเน้นให้วอชิงตันคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินเรือของประเทศในภูมิภาค และเหตุกิจกรรมบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่เวเนซุเอลาด้วยการใช้ "แรงสั่นสะเทือนที่ไม่เคยมีมาก่อน" พร้อมเรียกร้องให้คืนทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงน้ำมันและที่ดิน และประกาศแผนโจมตีผู้ค้ายาเสพติดในภูมิภาคในเร็ว ๆ นี้

กรณีนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนในเวทีระหว่างประเทศ และแสดงถึงความห่วงใยของจีนต่อเสถียรภาพภูมิภาคและกฎหมายระหว่างประเทศ

ที่มา : Sputnik

26 ธันวาคม 2547 ครบรอบ 21 ปี ‘วันสึนามิ’ ถล่มไทย ย้อนมหันตภัยสึนามิคร่ากว่านับพัน เปลี่ยนชายฝั่งไทยตลอดกาล ก่อนลุกขึ้นสร้างระบบเตือนภัยอันดามัน

(26 ธ.ค. 47) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 คลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาด 9.1-9.3 แมกนิจูดถล่มชายฝั่งอันดามันของไทย เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตกว่า 230,000 คนในภูมิภาคประเทศรอบมหาสมุทรอินเดีย ไทยได้รับผลกระทบรุนแรง มีผู้เสียชีวิตกว่า 5,000 คนและบาดเจ็บสูญหายอีกจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวเกิดจากแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลียมุดตัวใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย ทำให้พื้นทะเลยกตัวอย่างรุนแรง ส่งคลื่นสึนามิถาโถมชายฝั่งสูงหลายเมตร รุนแรงในพื้นที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตลอดจนระนอง ตรัง และสตูล

ในวันนั้นน้ำทะเลลดอย่างผิดปกติ ประชาชนบางส่วนไม่ทันรับรู้ถึงอันตราย ก่อนคลื่นน้ำซัดเข้าทำลายบ้านเรือน ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยว กระทบเศรษฐกิจและชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้ง “หลังเหตุการณ์สงบลง เราต้องลุกขึ้นสร้างระบบเตือนภัยสึนามิที่เข้มแข็ง” เป็นคำกล่าวสะท้อนจากการฟื้นฟูและเรียนรู้ของไทย

หลังจากภัยครั้งนั้น รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ร่วมกันสร้างระบบเตือนภัย ติดตั้งเสาสัญญาณเตือนภัยและแผนอพยพหนีภัย มีการจัดซ้อมแผนป้องกันอยู่เป็นประจำ ความรู้และการตระหนักรู้เรื่องสึนามิเพิ่มขึ้นในชุมชนชายฝั่ง

ทุกปีในวันที่ 26 ธันวาคม พื้นที่ชายฝั่งอันดามันจัดพิธีรำลึกผู้สูญเสีย เพื่อให้สังคมไม่ลืมบทเรียนและยังคงใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างระมัดระวัง ตอกย้ำความเปราะบางของมนุษย์ต่อพลังธรรมชาติและความพร้อมในการรับมือภัยในอนาคต

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_43257

รู้ทัน...Scammers เปิด 10 คาถาป้องกัน Scammers ก่อนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ เผลอลงแอปฯ ปลอมต้องตัดสัญญาณทันที วิธีเอาตัวรอดเบื้องต้นอย่าปล่อยเงินสูญหมดบัญชี

รู้ทัน...Scammers EP#4 ภูมิคุ้มกันการหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์

“วาระแห่งชาติ” ว่าด้วยการปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ต้องไม่มุ่งเน้นเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบรรดามิจฉาชีพที่หลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์เท่านั้น เพราะจะจัดการได้แต่เพียงปลายน้ำของกระบวนการ Scammers จากสถิติคดีหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์ที่นับจากปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเกิดขึ้นมากมายมหาศาลเป็นล้าน ๆ คดี ทำให้มีมูลค่าความเสียหายรวมแล้วร่วม 100,000 ล้านบาท

หากเปรียบ Scammers เป็นโรคภัยที่ร้ายแรง การบังคับใช้กฎหมายก็เปรียบได้กับวิธีการรักษาโรคโดยใช้ยา แต่สารพัดมาตรการต่าง ๆ ที่นำมาปราบปรามก็เหมือนกับยา ซึ่งยิ่งแรงมากเท่าไรโรคก็ยิ่งดื้อยามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการกำจัดวงจรของกระบวนการ Scammers จึงจำเป็นต้องกำจัดทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ คือ การป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจ ถึงกลโกง สารพัดเลห์เพทุบายของบรรดามิจฉาชีพเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ด้วยการให้วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันการหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ให้แนวทาง 10 ข้อในการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบรรดามิจฉาชีพที่หลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์ ไว้ดังนี้:

1. ไม่กดลิงก์ใด ๆ ที่เเนบมากับ SMS หรือกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะไฟล์ .APK เพราะอาจเป็นการดักรับข้อมูล หรือการฝังมัลแวร์
2. ไม่ติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่ผู้อื่นส่งมาให้โดยเด็ดขาด แม้จะเป็นโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่รู้จักก็ตาม เพราะอาจเป็นแอปพลิเคชันปลอม โดยทำการติดตั้งจากแหล่งที่เชื่อถือ และเป็นทางการ เช่น App Store หรือ Play Store
3. โดยปกติ หน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายที่จะติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์หรือ การส่งข้อความสั้น (SMS) หากมีการติดต่อให้ขอรายละเอียดเพื่อติดต่อกลับด้วยตนเอง และตรวจสอบ
4. ระมัดระวังแอปพลิเคชันที่ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ขอเข้าถึงอัลบั้มรูปภาพ, ไมโครโฟน, ตำแหน่งที่ตั้ง, หมายเลขโทรศัพท์, รายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น โดยควรอนุญาตให้เข้าถึงเท่าที่จำเป็น
5. หากท่านติดตั้งแอปพลิเคชันในลักษณะดังกล่าวแล้ว ให้รีบเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) หรือปิดเครื่องเพื่อตัดสัญญาณไม่ให้สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ หรือทำการถอดซิมออก จากนั้นเข้าไปติดต่อกับศูนย์บริการโทรศัพท์ของท่าน
6. ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินใด ๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชันที่เข้ามาในลักษณะดังกล่าวโดยเด็ดขาด
7. หมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ส่งต่อกันมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์
8. โดยปกติประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ วิธีการใช้งาน และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยให้เพิ่มการสังเกตชื่อเว็บไซต์ เพื่อป้องกันการเข้าสู่เว็บไซต์ปลอมของมิจฉาชีพ
9. ไม่ตั้งรหัสการทำธุรกรรมการเงิน หรือรหัส PIN 6 หลัก เหมือนกันทุกธนาคาร
10. แจ้งเตือน ไปยังบุคคลใกล้ตัว หรือบุคคลอื่น เพื่อลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

การหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์)ในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมิจฉาชีพมักจะเจาะกลุ่มผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้คำพูดมั่นใจ ใช้ถ้อยคำทางการ ดูน่าเชื่อถือ หลอกควบคุมให้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ โดยกลโกงที่พบได้บ่อย ๆ สุดท้ายแล้วเหยื่อก็ต้องสูญเงินทั้งหมด ด้วย 5 กลโกงที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้กับผู้สูงอายุ อันได้แก่ 
1. หลอกให้ดีใจ ว่าได้รับเงินสวัสดิการ มิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูล
2. หลอกให้ลงทุน ชักชวนให้ลงทุนที่ได้ผลกำไรสูง หรือหลอกว่าช่วยลงทุน
3. หลอกให้กลัว อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกว่า มีความผิด ให้ทำการโอนเงินเพื่อตรวจสอบ
4. หลอกซื้อของออนไลน์ โอนเงินแล้วไม่ส่งของให้ หรือส่งของไม่ตรงปก
5. หลอกให้รัก ตีสนิท หลอกให้ไว้ใจ และหลอกให้โอนเงิน
ซี่งกลโกงเหล่านี้ ลูกหลานต้องหมั่นเฝ้าระวัง ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ญาติผู้ใหญ่คนใกล้ชิดต้องตกเป็นเหยื่อ และปลอดภัยจากมิจฉาชีพ (ยังมีตอนต่อไป)

หากโดนหลอกออนไลน์ สามารถโทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชีได้ที่สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กกท. เคาะแนวทาง!! ลงพื้นที่เช็กสนามครบ 3 คลัสเตอร์ มุ่งมั่นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ย้ำใช้งานสนามต่อเนื่องหลังจบงาน โฟกัสความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

(24 ธ.ค. 68) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ลุยยกระดับสนามแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพช่วงวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยสนามต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ และ เอ็กซ์ตรีม ที่ได้มีการปรับปรุง จนอยู่ในระดับมาตรฐานสากล

โดยวางเป้าหมายให้สนามแข่งขันและระบบต่าง ๆ ได้มาตรฐานสากล ทั้งเรื่องความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารหลังจบงาน เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานกีฬานี้ใช้งานได้ยั่งยืนไม่ถูกทิ้งร้าง

กกท. ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสนามแข่งขันและระบบรองรับใน 3 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดเพื่อบูรณาการงาน โดยเฉพาะที่สงขลาซึ่งมีประสบการณ์จัดกีฬาระดับนานาชาติแล้ว มีความพร้อมในการปรับสู่มาตรฐานซีเกมส์ ขณะที่ชลบุรีเน้นความพร้อมระบบทั้งหมดตั้งแต่สนามถึงการสร้างบรรยากาศ และกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางพิธีเปิด-ปิด ยกระดับสนามและเมืองเป็นภาพลักษณ์เมืองเจ้าภาพ

กรอบมาตรฐานสากลถูกชูในเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก โดย กกท. ระบุพร้อมปรับแผนสนามหากพบความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจทุกฝ่ายปลอดภัยและการแข่งขันคงคุณภาพระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนความเป็นมืออาชีพของเจ้าภาพที่พร้อมยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง

สนามแข่งขันหลังจบงานจะไม่ถูกทิ้งเป็นภาระ เพราะ กกท. วางแผนให้ใช้เป็นศูนย์ฝึกซ้อม รองรับการแข่งขันในประเทศและนานาชาติ และเปิดเป็นพื้นที่กีฬาเพื่อสุขภาพของประชาชน พร้อมระบบบริหารจัดการสนามที่มั่นคงเพื่อรักษาคุณภาพ

นอกจากนั้น ซีเกมส์ครั้งนี้ยังเน้นแนวคิด Green SEA Games เพื่อรองรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันกิจกรรม "ชิม ช็อป เชียร์" สนับสนุนสินค้าและชุมชนท้องถิ่นที่สนาม สร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินไปสู่พื้นที่จริงอย่างทั่วถึง

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/96862/

27 ธันวาคม ของทุกปี วันจิตอาสา วันแห่งผู้อุทิศตน ทำงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม หลังคลื่นสึนามิปี 2547 วันที่พิสูจน์ว่าไทยไม่เคยทิ้งกัน

(27 ธ.ค. 67) วันที่ 27 ธันวาคมของทุกปีถูกจดจำเป็น "วันจิตอาสา" ของไทย ซึ่งเริ่มต้นหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ทำลายฝั่งอันดามันและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก

เช้าวันนั้นตามด้วยวันที่ 27 ธันวาคมเป็นต้นมา คนไทยทั่วประเทศลุกขึ้นมาช่วยเหลือโดยไม่รอคำสั่ง ตั้งแต่รถนำของบริจาคไปลงพื้นที่ นักศึกษาลาหยุดเพื่อเป็นอาสาสมัคร จนถึงทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงพื้นที่เพื่อช่วยฟื้นฟูสังคม

ในโพสต์สื่อหลายแห่งมีข้อความว่า "เราต่างลุกขึ้นมาช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของจิตอาสา คือการใช้เวลาและแรงกายเพื่อช่วยสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน

วันจิตอาสาจึงถูกนิยามว่าเป็นวันของหัวใจที่รวมพลังคนธรรมดา แม้จะไม่ใช่วันหยุดราชการหรือวันสำคัญทางกฎหมาย แต่เป็นวันที่คนไทยเตือนใจถึงพลังของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

จากจิตอาสาในเหตุภัยพิบัติสู่การช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น สอนหนังสือ ดูแลผู้ป่วย ช่วยสัตว์จรจัด หรือใช้ทักษะเฉพาะทางเพื่อสังคม ทำให้วันนี้เป็นวันปลุกหัวใจอาสาที่สะท้อนถึงสปิริตของความเป็นไทยที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันเสมอ

ที่มา : https://www.tnnthailand.com/social/99852/

เปิดบ้านที่นอร์เวย์ “ญาญ่า” กลับนอร์เวย์จัดบ้านฉลองคริสต์มาส สองพี่น้องช่วยกันลุยทำความสะอาด ก่อนเสิร์ฟดินเนอร์อบอุ่น โมเมนต์เรียบง่ายแต่พ่อแม่ยิ้ม

(25 ธ.ค. 68) ซุปตาร์สาว 'ญาญ่า อุรัสยา' กลับบ้านที่ประเทศนอร์เวย์เพื่อฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวในบรรยากาศอบอุ่น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยปีนี้เธอและพี่สาว 'พี่แคท' ต้องช่วยกันทำความสะอาดและจัดบ้านอย่างเร่งรีบหลังมาถึงช้ากว่าปกติ

'แม่ปลา' คุณแม่ของครอบครัว เล่าว่าในมื้อคริสต์มาสดินเนอร์ปีนี้ ลูกๆ อาสารับบทบาทเป็นเชฟแทนพ่อแม่ โดยมีบางช่วงที่แซวเล่นว่า "มาลุ้นกันว่าหมูกรอบจะกรอบแบบนาน 3 วันมั้ย" เสริมความสนุกสนานให้วันพิเศษ

ท้ายที่สุด ผู้เป็นแม่สรุปความรู้สึกไว้ว่าวันนี้เป็นวันที่ "พิเศษและมีความสุข" ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย แม้จะเป็นโมเมนต์ที่ดูธรรมดาแต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในเทศกาลสำคัญ และการแบ่งปันบทบาทกันในบ้านเพื่อสร้างความสุขร่วมกันอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9864286/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top