Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

ทรัมป์ เคลมผลงาน!! โพสต์ยินดีไทย-กัมพูชาหยุดยิง ชูบทบาทสหรัฐฯ คือ UN ตัวจริง หลังยุติขัดแย้งโลก 8 ครั้งใน 11 เดือน ย้ำชัดสุดภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือ 25

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อการที่ประเทศไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

(29 ธ.ค. 2568) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ อเมริกา โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า "ผมยินดีที่จะประกาศว่า การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาจะยุติลงในไม่ช้า และพวกเขาจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามสนธิสัญญาฉบับเดิมที่เราได้ตกลงกันไว้เมื่อไม่นานมานี้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของทั้งสองประเทศ ในความชาญฉลาดของพวกเขาที่ทำให้ข้อสรุปนี้มาถึงอย่างรวดเร็วและยุติธรรม นี่เป็นข้อสรุปที่รวดเร็วและเด็ดขาด อย่างที่สถานการณ์ทั้งหมดควรจะเป็น! 

สหรัฐอเมริกาภูมิใจที่ได้ให้ความช่วยเหลือเสมอมา! ด้วยสงครามและความขัดแย้งทั้งหมดที่ผมได้ช่วยคลี่คลายและทำให้ยุติลงในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีถึง 8 ครั้งนั้น บางทีก็อาจทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นองค์การสหประชาชาติที่แท้จริง ซึ่งที่ผ่านมาองค์การนี้ได้ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพียงเล็กน้อยในสถานการณ์เหล่านั้น รวมถึงหายนะที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครน องค์การสหประชาชาติจะต้องเริ่มมีบทบาทและมีส่วนร่วมในสันติภาพโลก!"

ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัน ในวันเสาร์ที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นการประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

รัสเซียปล่อยสำเร็จ!! คู่ดาวเทียมทำภาพ 3D โลก Aist-2T ขึ้นสู่วงโคจร แยกตัวจากขั้นบน Fregat สำเร็จ ถ่ายภาพโลก 3 มิติแบบสเตอริโอ

(29 ธ.ค. 68) บรรษัทอวกาศแห่งรัฐรัสเซีย 'รอสคอสมอส' ประกาศว่า ดาวเทียมสำรวจโลกแบบภาพสามมิติรุ่น Aist-2T จำนวน 2 ดวงได้แยกตัวออกจากขั้นบน Fregat หลังจากถูกปล่อยขึ้นสู่ปริภพในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ ฐานปล่อยวอสตอชนีของรัสเซีย

แถลงการณ์จาก 'รอสคอสมอส' ผ่านทางเทเลแกรมระบุว่า "ดาวเทียม Aist-2T ที่ปล่อยจากวอสตอชนีได้เข้าสู่วงโคจรเป้าหมายและแยกตัวออกจากขั้นบน Fregat แล้ว" ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จในภารกิจนี้

ดาวเทียม Aist-2T ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพพื้นผิวโลกแบบสเตอริโอ หรือภาพสามมิติ พร้อมทั้งสร้างแบบจำลองโลกในรูปแบบ 3 มิติให้มีความแม่นยำ นอกจากนี้ ภารกิจยังได้ส่งดาวเทียมอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยของรัสเซียขึ้นสู่วงโคจรร่วมด้วย

การส่งดาวเทียม Aist-2T ขึ้นสู่วงโคจรครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศของรัสเซีย ที่ยังคงพัฒนาการสำรวจโลกและสร้างข้อมูลเชิงลึกสำหรับวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ ทั่วโลกในอนาคต

ที่มา : Sputnik

มีเราไม่มีเทา? ตำรวจบุกค้นบ้านผู้สมัคร สส. พรรคส้ม เขต 33 กทม. ปมพัวพันยาเสพติด-ฟอกเงิน ด้านพรรคประชาชนออกโรงขอโทษ หลังผู้สมัครสส. โดนหมายจับ เร่งเปลี่ยนตัวผู้สมัคร

ตำรวจปราบปรามยาเสพติ บุกค้นบ้านผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน กล่าวหาพัวพันยาเสพติด-ฟอกเงิน ด้านพรรคประชาชนออกโรงขอโทษ หลังผู้สมัครสส. โดนหมายจับ เร่งเปลี่ยนตัวผู้สมัคร

(29 ธ.ค. 2568) เมื่อเวลา 06.00 น. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ปล่อยแถวกำลังพลเปิดปฏิบัติการ “Black Mirror TKP” เข้าตรวจค้นและทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดและฟอกเงิน รวม 22 เป้าหมาย ตามหมายจับ 7 หมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดตรัง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี รวมกว่า 120 นาย นับเป็นปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ ส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569

การปล่อยแถวครั้งนี้มี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เป็นประธานให้โอวาทและปล่อยแถวกำลังพล ก่อนกระจายกำลังเข้าปฏิบัติการพร้อมกันหลายจุด หนึ่งในจุดสำคัญคือ บ้านหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย เป็นสามีชาวไทยและภรรยาชาวลาว พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ รถยนต์หรู 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท อาวุธปืนสั้น 11 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนยาว 5 กระบอก และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ซึ่งเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีสามารถจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดชาวลาวได้ ก่อนขยายผลพบว่าเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติดอื่นอีกอย่างน้อย 7 คดี

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวได้จัดตั้งบริษัทเครือ “TKP” ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทด้านธุรกิจขนส่ง จำนวน 4 บริษัท โดยมีลักษณะการถือหุ้นและเป็นกรรมการไขว้กัน แต่แทบไม่ดำเนินกิจการตามที่จดทะเบียนไว้ อย่างไรก็ตาม ตรวจพบเส้นทางการเงินของทั้ง 4 บริษัท มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ผ่านบัญชีบริษัทกว่า 50 บัญชี บางบัญชีมีเงินหมุนเวียนสูงสุดถึง 20 ล้านบาทต่อครั้ง ซึ่งเชื่อมโยงกับเงินจากขบวนการค้ายาเสพติดและนำไปฟอกเงิน

ทั้งนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ คือ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) ผู้สมัครจากประชาชน เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย

ล่าสุด นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน  ได้ออกมาเเถลงว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้โทรหาผู้สมัคร สส. เขตที่ 33 คนดังกล่าว ทราบชื่อ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์  ผู้สมัคร สส. ในเขตบางกอกน้อย บางพลัด ซึ่งได้สอบถามเรื่องการออกหมายจับวันที่ 17 ธ.ค.68 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการฟอกเงิน เมื่อพรรคได้รับทราบจึงได้มีการหารือเเละ จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. ทันที โดยเฉพาะในเขตบางกอกน้อย บางพลัด ซึ่งในกระบวนการคัดสรรในรอบนี้เรามีการตรวจสอบประวัติอาชญกรรมเเละมีบูโร เเล้ว เเต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เเบบนี้ เเละมีหมายจับออกมา เราก็จะต้องรีบเเก้ไขปัญหาเพื่อคัดเลือกผู้สมัครใหม่ที่ถูกต้องทางกฎหมายให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทัน 31 ธ.ค.68 นี้ 

โดย ตัวผู้สมัครคนดังกล่าว  เพิ่งได้รับทราบเมื่อช่วงเช้านี้ ซึ่งการออกหมายจับครั้งนี้ต้องมีกระบวนการการสอบสวนตามระบบ ทั้งนี้พรรคประชาชน ยืนยันคือ มีส้มไม่มีเทา เพราะฉะนั้นเราจะไม่ปกป้องใคร ตอนนี้ตำรวจออกมายจับเรียบร้อยเเล้ว สำหรับพรรคเมื่อมีเหตุการณ์เเบบนี้พรรคต้องมีการเปลี่ยนตัวทันที สิ่งที่พรรคทำได้ตอนนี้คือตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง เเละที่าสำคัญช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียง อยากจะบอกว่า เราพยายามที่จะออกเเบบการคัดสรรผู้สมัครอย่างดีที่สุดเเต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนผิดหวัง ยันว่า มีส้มไม่มีเทาเเละต้องเเก้ไขปัญหาการทุจริตให้ได

ของขวัญที่จับต้องได้!! ถอดรหัส "ทางด่วนฟรี" ช่วงเทศกาล ทำไม กทพ. ควรถูกยกเป็นหน่วยงานรัฐตัวอย่าง กางตัวเลขรายได้ยอมเฉือนเนื้อ 87 ล้าน แลกความคุ้มค่าเศรษฐกิจ + ความสะดวกประชาชน

ทางด่วนฟรีไม่ใช่ “แจก” แต่คือ “รัฐบริการ”
ทำไม กทพ. ควรถูกยกเป็นหน่วยงานรัฐตัวอย่าง

ทุกเทศกาลใหญ่ของไทย—ปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันหยุดยาว—สิ่งที่คนส่วนใหญ่ “ต้องเจอเหมือนกัน” คือรถแน่น ค่าเดินทางพุ่ง และความเครียดบนถนนที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ในภาพรวมของหน่วยงานรัฐที่คนมักบ่นว่า “ช้า” หรือ “ไกลตัว” การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานที่ทำสิ่งง่าย ๆ แต่ทรงพลังมาก: ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษช่วงเทศกาล เพื่อให้ประชาชนได้ “ประหยัดจริง” และ “เดินทางคล่องขึ้นจริง”
ปีใหม่นี้ กทพ.ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 7 วันเต็ม (30 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569) บนเครือข่ายทางพิเศษในกำกับ กทพ. ซึ่งเป็นของขวัญที่จับต้องได้ทันที—ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องรอผลระยะยาว แค่ขึ้นทางด่วนแล้ว “ไม่โดนตัดเงิน” ความรู้สึกของคนก็เปลี่ยนแล้ว

1) จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่กระแส: ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีใหม่ 2553
เอกสารทางราชการสะท้อนว่า แนวทาง “ยกเว้นค่าผ่านทางช่วงเทศกาล” ไม่ได้เกิดเพราะกระแส แต่เป็นมาตรการแก้ปัญหาจราจรที่ทำต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา–ชลบุรี) ที่มีการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา
ช่วงเริ่มต้นดังกล่าวอยู่ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ ทำให้เห็นว่านี่คือแนวทางที่ “ส่งไม้ต่อ” กันได้ ไม่ผูกกับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

2) ขยายผลแบบมีเหตุผล: เพิ่มกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่ปีใหม่ 2562
อีกหมุดสำคัญคือการขยายการยกเว้นค่าผ่านทางไปยังทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ซึ่งมีที่มาจากข้อสั่งการ/ดำริของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานสังกัดคมนาคม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ให้เริ่มยกเว้นตั้งแต่ปีใหม่ 2562 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับบูรพาวิถี เพราะเป็นสายทางต่อเนื่องกัน ช่วยระบายรถ ลดคอขวด และลดเวลาหน้าด่าน
ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในกรอบรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในช่วงนั้นคือ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ภาพรวมจึงชัดว่า “ต่างรัฐบาลก็ทำต่อ” เมื่อเห็นว่าเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและระบบจราจรจริง

3) ชมแบบมีหลักฐาน: ทำเพื่อประชาชน แต่กล้าบอกตัวเลขต้นทุน–ผลตอบแทน
คำว่า “ดี” ในภาครัฐ ถ้าวัดไม่ได้ก็เถียงกันไม่จบ แต่จุดแข็งของกทพ. คือการสื่อสารเชิงข้อมูล—ระบุทั้งช่วงเวลา เส้นทาง และประเมินทั้ง “รายได้ที่งดจัดเก็บ” เทียบกับ “ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ” ที่ประชาชนได้รับ
ตัวอย่างกรณีปีใหม่ 2569 มีการประเมินปริมาณรถใช้ทางพิเศษราว 2,378,341 คัน รายได้ที่ไม่จัดเก็บประมาณ 87,214,841 บาท ขณะที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเมินเป็นตัวเงินได้ราว 136,668,014 บาท (รวมทั้งประหยัดค่าใช้รถและประหยัดเวลาเดินทาง)
นี่คือมาตรฐานที่อยากให้หน่วยงานรัฐอื่นทำตาม: ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบาย แต่ยอมให้สังคมตรวจสอบบนฐานข้อมูล

4) ไม่ได้ช่วยแค่ “กระเป๋าเงิน” แต่ช่วย “ระบบจราจร–ความปลอดภัย–มลพิษ”
การยกเว้นค่าผ่านทางไม่ได้หมายถึงแค่ “ลดค่าใช้จ่าย” แต่ช่วยย้ายปัญหาออกจากหน้าด่าน ลดการชะลอ ลดการสะสมรถ และลดความเสี่ยงบนถนน ขณะเดียวกันยังช่วยลดมลพิษบริเวณหน้าด่าน และทำให้การบริหารจราจรช่วงเดินทางหนาแน่นเป็นระบบมากขึ้น
พูดง่าย ๆ: ทางด่วนฟรีไม่ได้แปลว่า “รัฐเสียรายได้แล้วจบ” แต่คือการลดคอขวด ลดความเครียด และทำให้การเดินทางไหลลื่นขึ้นจริง

5) ไม่ใช่แค่ปีใหม่: ทำจริงทุกเทศกาล
นโยบายยกเว้นค่าผ่านทางไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ปีใหม่ แต่ถูกนำไปใช้ในช่วงเทศกาลอื่น ๆ เช่นสงกรานต์ในหลายปีที่ผ่านมา ความสม่ำเสมอแบบนี้ทำให้ประชาชน “คาดหวังได้” และวางแผนการเดินทางได้

6) โบนัสที่สะท้อนหัวใจบริการ: ฟรีทางด่วน + คืนเงิน Easy Pass
ปีใหม่ 2569 ไม่ได้มีแค่ “ฟรี 7 วัน” แต่ยังมีมาตรการสนับสนุนผู้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่นการคืนค่าผ่านทาง (บางเงื่อนไข) เพื่อส่งเสริมการใช้ Easy Pass และลดเวลาหน้าด่าน
ที่สำคัญ กทพ.ประกาศช่วงเวลาชัดเจน และครอบคลุมเครือข่ายทางพิเศษหลักในกำกับ เช่น เฉลิมมหานคร, ศรีรัช, อุดรรัถยา รวมถึงบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ทำให้คนเดินทางวางแผนเส้นทางได้จริง ไม่ต้องเดา

ถ้ารัฐจะเป็น “มืออาชีพ” หน้าตาควรเป็นแบบนี้
กทพ. ทำให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐที่ดีไม่จำเป็นต้องเสียงดัง แต่ต้อง “ทำจริง–ทำต่อเนื่อง–วัดผลได้–สื่อสารชัด” ทางด่วนฟรีจึงไม่ใช่การ “แจก” แบบไร้หลักคิด แต่เป็น “รัฐบริการ” ที่เลือกทำในวันที่ประชาชนต้องการมากที่สุด และทำให้ชีวิตคนง่ายขึ้นจริง
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานข่าวด้านเศรษฐกิจยังสะท้อนว่า กทพ.สามารถเดินเกมบริการสาธารณะควบคู่กับการบริหารองค์กรได้ โดยปี 2567 มีรายได้รวมราว 19,177 ล้านบาท (รายได้ค่าผ่านทางราว 13,465 ล้านบาท และรายได้อื่นราว 5,712 ล้านบาท) เป็นสัญญาณว่าการ “ให้” กับประชาชนในวันสำคัญ ไม่ได้แปลว่าองค์กรจะเดินต่อไม่ได้ หากบริหารอย่างมีวินัยและเพิ่มประสิทธิภาพ
ถ้าจะหา “หน่วยงานรัฐตัวอย่าง” ที่ประชาชนสัมผัสได้—กทพ. ควรถูกยกชื่อขึ้นมาแบบไม่ต้องลังเล

หมายเหตุ/ที่มา
• เอกสารสรุปมติคณะรัฐมนตรี/แนวทางการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษช่วงเทศกาล (กระทรวงคมนาคม/สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี)
• ประกาศและข่าวประชาสัมพันธ์ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เกี่ยวกับการยกเว้นค่าผ่านทางช่วงปีใหม่/สงกรานต์
• รายชื่อคณะรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่ง (สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี)
• รายงานข่าวด้านเศรษฐกิจ/รัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน กทพ.

ชนะที่ 1 ไม่สู้รวมเสียงได้!! ความจริงของระบบรัฐสภาที่คนไทยต้องรู้ รัฐบาลเกิดจากทีมที่รวมเสียงได้ ชี้ ในระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องแปลก "นิวซีแลนด์-เดนมาร์ก -เยอรมนี" เคยมีมาแล้ว

“แกนนำจัดตั้งรัฐบาล” ไม่ได้แปลว่า “พรรคอันดับ 1 เท่านั้น” เพราะระบบรัฐสภาวัดกันที่ “รวมเสียงได้” และ “ทำงานเป็นทีม”

วาทะกรรมที่ได้ยินบ่อยในสังคมไทยคือ “พรรคอันดับ 1 ต้องได้ตั้งรัฐบาล” หรือ “ที่หนึ่งคือเจ้าของประเทศ” ฟังดูง่าย จำง่าย แต่ไม่ตรงกับหลักการของระบบรัฐสภาแบบชัดเจน
หัวใจของระบบรัฐสภาไม่ได้อยู่ที่ “ใครได้ที่นั่งมากสุด” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ใครสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาได้มากพอ” เพื่อให้สภาไว้วางใจและให้รัฐบาลทำงานได้จริง
แปลไทยเป็นไทย: ในระบบรัฐสภา รัฐบาลเกิดจาก “ทีม” ที่รวมเสียงได้ ไม่ใช่ “พรรคเดียว/คนเดียว” ที่ประกาศว่าเป็นผู้ชนะแล้วทุกอย่างต้องเป็นของตน
หลักการสั้น ๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
• ประชาชนเลือก “สส.” ก่อน แล้วรัฐบาลเกิดจากการรวมเสียงในสภา
• รัฐบาลต้อง “คุมเสียง” ให้ได้อย่างน้อยสำหรับการโหวตไว้วางใจ (confidence) และการผ่านงบประมาณ (supply)
• การเจรจาจัดตั้งรัฐบาล/ข้อตกลงร่วม (coalition หรือ confidence-and-supply) คือเรื่องปกติของรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องแปลก
• ดังนั้น “อันดับ 1” อาจไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล ถ้ารวมเสียงไม่ได้หรือสร้างข้อตกลงร่วมไม่สำเร็จ

ตัวอย่างต่างประเทศ: ไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่ตั้งรัฐบาลได้ เพราะรวมเสียงได้สำเร็จ
นิวซีแลนด์ (2017): National ได้ที่นั่งมากสุด แต่ Labour ได้เป็นรัฐบาล
ผลเลือกตั้งทำให้ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมาก พรรค New Zealand First ถือ “ดุลอำนาจ” และเลือกจับมือ Labour พร้อมมีข้อตกลงสนับสนุนจาก Greens ทำให้ Jacinda Ardern ได้เป็นนายกรัฐมนตรี — สะท้อนว่าเกมจริงอยู่ที่การรวมเสียงหลังเลือกตั้ง

เดนมาร์ก (2011): Venstre ยังเป็นพรรคใหญ่สุด แต่ฝ่ายตรงข้ามรวมเสียงได้จึงเปลี่ยนรัฐบาล
แม้พรรค Venstre จะเป็นพรรคเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุด แต่กลุ่มพรรคฝ่ายค้านรวมเสียงได้มากกว่า จึงเกิดรัฐบาลใหม่ที่นำโดย Social Democrats และ Helle Thorning-Schmidt ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

สหราชอาณาจักร (ก.พ. 1974): Conservatives ได้ที่นั่งมากกว่า แต่ตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ สุดท้าย Labour เป็นรัฐบาล
เกิด ‘hung parliament’ นายกฯ Edward Heath (Conservative) พยายามเจรจาจัดตั้งรัฐบาลแต่ไม่สำเร็จ จึงเปิดทางให้ Harold Wilson (Labour) จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

เยอรมนีตะวันตก (1969): CDU/CSU ใหญ่สุด แต่ SPD จับมือ FDP ตั้งรัฐบาล Brandt
แม้ CDU/CSU จะเป็นกลุ่มใหญ่สุด แต่ SPD รวมเสียงกับ FDP ตั้งรัฐบาล และ Willy Brandt ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี (Chancellor) — เป็นการเปลี่ยนรัฐบาลครั้งสำคัญหลัง CDU/CSU ครองอำนาจยาวนาน

ทำไมต้องย้ำเรื่องนี้? เพราะความเข้าใจผิดทำให้สังคมโกรธผิดเป้า
เมื่อสังคมถูกป้อนความคิดว่า “ที่หนึ่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตั้งรัฐบาล” ผลคือประชาชนจำนวนมากจะตีความกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรัฐสภา) ว่าเป็น “ดีลลับ” ทั้งที่หลายประเทศทำเป็นข้อตกลงเปิดเผยและตรวจสอบได้
ความจริงคือ เราควรถามคำถามที่สำคัญกว่า: ใครตั้ง “ทีม” แล้วทำให้นโยบายผ่านสภาได้? ใครทำให้งบประมาณผ่านได้? ใครรับผิดชอบร่วมกันได้เมื่อทำไม่ได้ตามสัญญา?

ระบบรัฐสภาคือ “ระบบทีมเวิร์ก”
แกนนำจัดตั้งรัฐบาลคือคน/พรรค/ขั้วการเมืองที่ “รวมเสียงได้มากพอ” และ “รักษาความไว้วางใจของสภาได้” ไม่ใช่ตำแหน่งที่แจกให้พรรคอันดับ 1 แบบอัตโนมัติ
ถ้าอยากให้ประชาธิปไตยเดินได้จริง เราต้องเลิกเชื่อวาทะกรรมที่ทำให้สังคมเข้าใจระบบผิด แล้วหันมาอ่านเกมรัฐสภาให้เป็น: ชนะเลือกตั้งคือหนึ่งขั้น แต่ตั้งรัฐบาลได้ต้องชนะสมการรวมเสียง และทำงานร่วมกันเป็นทีม

อ้างอิง
• UK Parliament: What is a hung Parliament? https://www.parliament.uk/about/how/elections-and-voting/general/hung-parliament/
• UK House of Commons Library: How is a Prime Minister appointed? https://commonslibrary.parliament.uk/how-is-a-prime-minister-appointed-2/
• UK Cabinet Office: The Cabinet Manual (PDF) https://assets.publishing.service.gov.uk/media/5a79d5d7e5274a18ba50f2b6/cabinet-manual.pdf
• House of Commons (Canada) Procedure and Practice: Majority supporting the Government https://www.ourcommons.ca/procedure/procedure-and-practice-4/ch02-3-e.html
• 2017 New Zealand general election (government formation summary) https://en.wikipedia.org/wiki/2017_New_Zealand_general_election
• 2011 Danish general election (government formation summary) https://en.wikipedia.org/wiki/2011_Danish_general_election
• February 1974 UK general election (hung parliament summary) https://en.wikipedia.org/wiki/February_1974_United_Kingdom_general_election_in_England
• 1969 West German federal election (coalition formation summary) https://en.wikipedia.org/wiki/1969_West_German_federal_election
• Encyclopaedia Britannica: Germany – Ostpolitik and reconciliation (1969–89) https://www.britannica.com/place/Germany/Ostpolitik-and-reconciliation-1969-89

จากความกลัวสู่ความจริง!! “พลอย เฌอมาลย์” เผยเหตุผล ที่ต้องกลับมาใส่ใจสุขภาพ หลังรักษามะเร็งเจอผลข้างเคียงหนัก ร่างกายเปลี่ยนชัดเจน

(29 ธ.ค. 68) นักแสดงสาว 'พลอย เฌอมาลย์' เปิดใจผ่านรายการ "โต๊ะหนูแหม่ม" ถึงเส้นทางการต่อสู้โรคมะเร็งระยะ 2 ที่เกี่ยวข้องต่อมน้ำเหลือง พร้อมเผยผลข้างเคียงร้ายแรงที่เจอจากยา tamoxifen ที่ต้องรับประทานหลังรักษา

'พลอย' เล่าวินาทีที่รับรู้โรคว่า "ไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นกับเรา" และยอมรับว่าช่วงเริ่มต้นเลี่ยงตรวจสุขภาพเนื่องจากกลัวเข็ม ก่อนพบมะเร็งและต้องเข้ารับการรักษาทันที

เธอเปิดเผยถึงผลข้างเคียงที่ทำให้เธอเข้าสู่วัยทองก่อนวัย ได้แก่ ผมหงอกขึ้นเยอะ ประจำเดือนหาย ร้อนวูบวาบ และผิวเหี่ยวง่าย จากผลของยากดฮอร์โมน นอกจากนี้ยังเคยมีอาการอารมณ์แปรปรวนและความเครียดหนักจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช

ภาวะวัยทองจากการรักษามะเร็งด้วยยากดฮอร์โมนเป็นเรื่องที่แพทย์เตือนให้ผู้ป่วยเฝ้าระวัง เนื่องจากสามารถส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก โดยอาการรวมถึงร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน และอารมณ์แปรปรวน ความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพนี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของ 'พลอย' ที่เน้นรักและดูแลตัวเองมากขึ้นหลังผ่านวิกฤตนี้ไปได้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9865126/

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่!! “ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์” เปิดใจเส้นทางสู่มือหนึ่งแดนซามูไร ลุยบอลมัธยมปลายญี่ปุ่น พาทีมคว้าแชมป์จังหวัดอิบารากิ

(29 ธ.ค. 68) 'ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์' ผู้รักษาประตูดาวรุ่งทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลมัธยมปลายของญี่ปุ่น กับโรงเรียนคาชิม่า กักคุเอน ซึ่งล่าสุดช่วยทีมคว้าแชมป์จังหวัดอิบารากิ พร้อมผ่านเข้ารอบแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศครั้งที่ 104

ในเกมรอบชิงชนะเลิศระดับจังหวัดอิบารากิ ทีมของเขาเอาชนะเมชู ฮิตาชิ 3-1 และคว้าตั๋วเข้ารอบประเทศได้สำเร็จ โดยภูมิรพีรับบทนายทวารมือหนึ่งที่ทีมวางใจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เขายังตั้งเป้าไว้ว่า "อยากไม่เสียประตูในนัดชิงฯ" เพื่อเป็นส่วนสำคัญทีมในการแข่งขันใหญ่

ภูมิรพีเคยเผชิญกับเส้นทางที่ยากลำบากในไทย เนื่องจากแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามหลายปี ก่อนตัดสินใจบินเดี่ยวไปเรียนและเล่นฟุตบอลที่ญี่ปุ่น แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องภาษาและสภาพอากาศหนาวเย็น แต่เขาก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองทั้งในสนามและชีวิตประจำวัน

โปรไฟล์ของเขาโดดเด่นด้วยสรีระสูง 191 ซม. และความสามารถในการเล่นหลายภาษา ภูมิรพีเคยเล่นให้กับเยาวชนเมืองทอง ยูไนเต็ด และติดทีมชาติไทย U-17 โดยเขามองว่า "J ลีกคือหนึ่งในเป้าหมาย" ในการพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความพยายามอย่างหนักของนักกีฬาหนุ่มไทยที่ตั้งใจฝากฝีเท้าในเวทีต่างประเทศ แต่ยังชี้ให้เห็นแนวทางใหม่ของนักกีฬาที่เลือกเดินเส้นทางต่างแดนเพื่อหาความท้าทายและโอกาสที่มากขึ้นในวงการฟุตบอล

ที่มา : https://www.ballthai.com/

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ชัด จีนเข้ามา “คุมกระดาน” ตีกันไม่ให้ชาติตะวันตกมีข้ออ้างแทรกปมไทย-เขมร จีนไม่เลือกข้าง แค่ไม่ต้องการเห็นภูมิภาคนี้ปั่นป่วน ปมบริจาคเงินช่วยเหลือกัมพูชา 20 ล้านหยวน

(29 ธ.ค. 2568) - รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีจีนบริจาคเงินให้กัมพูชา โดยระบุว่า จีนเข้ามา “คุมกระดาน” ตีกันไม่ให้ชาติตะวันตกมีข้ออ้างแทรกปมไทย-เขมร จีนไม่เลือกข้าง แค่ไม่ต้องการเห็นภูมิภาคนี้ปั่นป่วน+แค่บริจาคเศษเงินหยวนให้ชาติยากไร้ ด้อยพัฒนา

พร้อมระบุด้วยว่า จีนเสนอให้ความช่วยเหลือ 20 ล้านหยวนกับไทยเช่นกัน แต่เราขอคิดก่อน ขอพิจารณาก่อนจะรับไว้หรือไม่ เรามีศักดิ์ศรี เราไม่ได้กระโดดงับทันทีแบบบางชาติยากไร้ ด้อยพัฒนา

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10236742182307892&id=1037140385&rdid=JdmA5FMDisrVAu17#

30 ธันวาคม 2498 วันสุนทรภู่กลับบ้านเกิด วางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์กลางแกลง เปลี่ยนกวีในตำราให้ยืนเด่นบนผืนดินระยอง ประกาศกวีเอกเป็นสมบัติชาติ

(30 ธ.ค. 98) วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2498 รัฐไทยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์สุนทรภู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อยืนยันบทบาทของกวีเอกในฐานะบุคคลสำคัญของชาติ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่ทางกายภาพให้กับสุนทรภู่บนแผ่นดินจริง

ในยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม รัฐบาลไทยใช้วัฒนธรรมและสัญลักษณ์เป็นเครื่องมือสร้างชาติ การยกย่องบุคคลในประวัติศาสตร์และวรรณคดีเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความเป็นไทย สุนทรภู่จึงได้รับเลือกสร้างอนุสาวรีย์ ณ แกลง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและผลงานวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น นิราศเมืองแกลง

พิธีวางศิลาฤกษ์มีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประธาน ด้วยพื้นที่กว่า 8 ไร่เพื่อสร้างเป็นอุทยานวรรณกรรม แต่โครงการนี้สะดุดชะงักไปนานจนกระทั่ง พ.ศ. 2511 จึงมีการฟื้นฟูและสร้างอนุสาวรีย์สมบูรณ์ในปี 2513 พร้อมด้วยรูปปั้นกวีและตัวละครวรรณกรรมพระอภัยมณีที่ช่วยเติมเต็มโลกกลอนสุนทรภู่

อนุสาวรีย์สุนทรภู่ในปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับจังหวัดระยองและสถานที่จัดงานวันสุนทรภู่ประจำปี อีกทั้งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกใน พ.ศ. 2529 ว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก สะท้อนว่ากวีเอกไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่คือเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาติ

30 ธันวาคม จึงไม่ใช่แค่วันวางศิลาฤกษ์ธรรมดา แต่เป็นวันที่สุนทรภู่ "ถูกนำลงมาผูกโยงกับภูมิประเทศจริง" สร้างจุดหมายให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสวรรณกรรมอย่างจับต้องได้ และยืนยันว่า "กวีไม่ใช่แค่คนเขียนหนังสือ แต่คือเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาติ" อย่างแท้จริง

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88

ญี่ปุ่นแจงไข้หวัดนก!! ระบาดครั้งที่ 11 ในฮอกไกโด กำจัดไก่ไข่กว่า 6,000 ตัว จำกัดเคลื่อนย้ายในพื้นที่ใกล้เคียง ติดตามมาตรการควบคุมต่อเนื่อง

(30 ธ.ค. 68) กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นยืนยันการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง (HPAI) ที่ฟาร์มสัตว์ปีกแห่งหนึ่งในจังหวัดฮอกไกโด เมื่อวันจันทร์ (29 ธ.ค.) ซึ่งเป็นการระบาดครั้งที่ 11 ของฤดูกาลในญี่ปุ่น และทำให้ต้องกำจัดไก่ไข่มากกว่า 6,000 ตัว

รายงานระบุว่า แนวปฏิบัติของทางการกำหนดให้กำจัด เผา และฝังกลบไก่ทุกตัวในฟาร์มดังกล่าว ส่วนฟาร์มที่ตั้งอยู่ภายในรัศมี 3 กิโลเมตร ห้ามเคลื่อนย้ายไก่และไข่ ขณะที่ฟาร์มในรัศมี 3-10 กิโลเมตร จะห้ามส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกออกนอกพื้นที่

การระบาดโรคไข้หวัดนกในญี่ปุ่นมักเริ่มต้นในฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูใบไม้ผลิปีถัดไป โดยฤดูกาลนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่จังหวัดฮอกไกโด การระบาด 10 ครั้งก่อนหน้านี้ส่งผลให้ต้องกำจัดไก่เกือบ 3.65 ล้านตัว ท่ามกลางความพยายามควบคุมโรคตามมาตรการเข้มงวด

กระทรวงฯ ย้ำว่า "มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่พื้นที่อื่นและรักษาความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหาร" ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตัวและความเข้มงวดในการรับมือพันธ์ไข้หวัดนกในญี่ปุ่น

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top