Tuesday, 9 June 2026
TheStatesTimes

หางโจว เมืองเศรษฐกิจมหัศจรรย์ บ้านเกิด Alibaba อดีตเมืองหลวงยุคราชวงศ์ซ่งใต้ บ้านเกิดก๊วยเจ๋ง นิยายอมตะมังกรหยก

ปัจจัยที่ทำให้หางโจวเติบโตเป็นเมืองเทคโนโลยีและรายได้สูง

1. ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและทำเลที่ตั้ง

· ทำเลเชิงกลยุทธ์: ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน
· ใกล้เซี่ยงไฮ้: ห่างจากเซี่ยงไฮ้เพียง 180 กม. ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงทุน
· โครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม: มีระบบรถไฟความเร็วสูง ท่าอากาศยานนานาชาติ และทางหลวงที่ทันสมัย

2. การกำเนิดของ Alibaba และระบบนิเวศดิจิทัล

· Alibaba Group ก่อตั้งปี 1999: โดย Jack Ma ในหางโจว
· สร้างระบบนิเวศดิจิทัลสมบูรณ์:
  · E-commerce (Taobao, Tmall)
  · การเงินดิจิทัล (Ant Group)
  · Cloud computing (Alibaba Cloud)
· ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ: เกิด cluster เทคโนโลยีดิจิทัล

3. นโยบายการสนับสนุนจากรัฐบาล

· "เมืองอินเทอร์เน็ตแห่งแรกของจีน": นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
· เขตพัฒนาพิเศษ: เช่น Hangzhou High-tech Industrial Development Zone
· การสนับสนุนสตาร์ทอัพ: เงินอุดหนุน อัตราภาษีพิเศษ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีความสามารถ

4. ระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์

· มหาวิทยาลัยและวิจัย:
  · มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) มหาวิทยาลัยระดับท็อปของจีน
  · สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งชาติ
· แหล่งเงินทุน: Venture capital, Angel investors
· บุคลากรคุณภาพสูง: ดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วประเทศ

5. การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย

· เศรษฐกิจดิจิทัล: E-commerce, FinTech, Cloud computing
· อุตสาหกรรมสร้างสรรค์: การออกแบบ, แอนิเมชัน, เกม
· ชีวเวชศาสตร์และสุขภาพ
· การท่องเที่ยวอัจฉริยะ: ใช้เทคโนโลยีพัฒนาการท่องเที่ยว

6. เหตุการณ์สำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนา

· การเป็นเจ้าภาพ G20 Summit 2016: ทำให้หางโจวเป็นที่รู้จักในระดับโลก
· Asian Games 2022: ส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
· การพัฒนาระบบ "City Brain": ระบบจัดการเมืองอัจฉริยะโดย Alibaba Cloud

7. คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

· เมืองแห่งทะเลสาบและภูเขา: ทะเลสาบซีหู (West Lake) สร้างสภาพแวดล้อมน่าอยู่
· การพัฒนาอย่างยั่งยืน: เน้น綠色發展 (การพัฒนาสีเขียว)
· วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์: เป็นเมืองหลวงโบราณของราชวงศ์ซ่ง

8. ข้อมูลผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ
.
· GDP per capita: สูงกว่าเฉลี่ยระดับประเทศ
· การเติบโตของ GDP: สูงกว่าค่าเฉลี่ยของจีนอย่างต่อเนื่อง
· จำนวนบริษัทเทคโนโลยี: กว่า 30% ของบริษัท Unicorn ของจีนตั้งอยู่ในหางโจว

สรุป

หางโจวประสบความสำเร็จจากการผสมผสานระหว่าง ปัจจัยภายใน (การเกิด Alibaba, มหาวิทยาลัยชั้นนำ) และ ปัจจัยภายนอก (นโยบายรัฐบาล, ทำเลที่ตั้ง) รวมถึง การวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ในการพัฒนาเป็นเมืองดิจิทัลและนวัตกรรม ทำให้กลายเป็นแบบอย่างของการเปลี่ยนแปลงจากเมืองท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก

ตัวเลข 15,292 บาทต่อเดือน เส้นวัด “การอยู่ได้จริง” ของผู้สูงวัยไทย อาชีพไหนพอเลี้ยงตัวในสังคมสูงวัย เตรียมตัวแก่อย่างมีคุณภาพไม่เป็นภาระลูกหลาน

ไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” แล้ว สัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 20% และแนวโน้มยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คำถามที่ต้องตอบคือ: ผู้สูงวัยทำอาชีพอะไรและรายได้แค่ไหนถึง “อยู่ได้จริง” โดยไม่เป็นภาระลูกหลาน? บทความนี้สรุปเส้นอยู่ได้ (living wage) ล่าสุด แนวทางอาชีพที่เหมาะกับรุ่น 60+ และวิธีผสมรายได้ให้พ้นเส้นอยู่ได้ภายใน 1–2 ปีหน้า

กล่องข้อมูลสำคัญ (อัปเดต พ.ย. 2568)
• Living wage เมืองไทย (เส้นอยู่ได้แบบมีศักดิ์ศรีของคนทำงานเดี่ยวในเขตเมือง): ประมาณ 15,292 บาท/เดือน (อัปเดตปี 2025 โดยงานวิจัยมาตรฐานสากล) — ใช้เป็น “เส้นเทียบ” ว่ารายได้พอหรือยัง
• ค่าแรงขั้นต่ำปี 2568: 337–400 บาท/วัน (ขึ้นกับจังหวัด) มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568
• เงินเฟ้อปี 2568–2569 (คาดการณ์): ต่ำมากเฉลี่ยประมาณ 0.0%–0.5% — ค่าครองชีพโดยรวมไม่น่าพุ่งแรงระยะสั้น แต่ค่าใช้จ่ายสุขภาพเฉพาะทางอาจต่างจากภาพรวม

1) หลักคิด: “เส้นอยู่ได้” ก่อน “เส้นเกษียณ”
เริ่มจากเช็กว่ารายได้สุทธิต่อเดือนถึงเส้นอยู่ได้หรือยัง (≈ 15,292 บาทขึ้นไป) ถ้ายังไม่ถึง มี 3 ทางเลือก: (1) เพิ่มชั่วโมง/ยกระดับเรทงานเดิม (2) ผสมรายได้จากงานที่ 2 (3) ลดค่าใช้จ่ายคงที่ที่กินสภาพคล่อง เช่น ค่าเช่า ค่าเดินทาง หรือหนี้ดอกสูง

2) อาชีพที่ “ไปต่อได้” ของรุ่น 60+ และวิธีให้แตะเส้นอยู่ได้
โฟกัสงานที่ยืดหยุ่น ใช้ประสบการณ์มากกว่าแรงกาย และมีดีมานด์ตามโครงสร้างประชากร
ก) กลุ่มดูแล–สุขภาพ (Care Economy)
• ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยที่บ้าน (เฝ้าไข้ ดูแลกิจวัตร ประสานโรงพยาบาล)
• ผู้นำกิจกรรมสุขภาวะในชุมชน (ยืดเหยียด โภชนาการ ป้องกันหกล้ม)
• วิธีแตะเส้น: ทำงาน 3–5 วัน/สัปดาห์ หรือรับกะ/รายเคสเฉลี่ย “รายวัน × 7–10 วัน/เดือน” สามารถผ่านเส้น 15k ได้ โดยเฉพาะเขตเมือง

ข) ถ่ายทอดความรู้–ที่ปรึกษา (Knowledge & Advisory)
• ติวเตอร์/ครูทักษะชีวิต/ภาษา ที่ปรึกษา SME หรือ Mentor สายอาชีพ
• สูตรชนะ: จัดคอร์สเป็นโมดูล 90 นาที × 10–12 ครั้ง/เดือน ที่เรทปานกลาง → รายได้รวมแตะ 15k ได้ และขยับเรทตามรีวิว/ผลลัพธ์

ค) งานบริการเบา–หน้าบ้าน (Service & Hospitality)
• รีเซปชันคลินิก/หอศิลป์ แคชเชียร์กะกลางวัน เจ้าหน้าที่ดูแลผู้มาเยือน
• ทิปส์: เลือกสถานที่นั่งทำงานได้ ไม่ยืนนาน และเดินทางสะดวกเพื่อลดต้นทุน

ง) งานเอกสาร–สนับสนุนระยะไกล (Remote Admin)
• ธุรการออนไลน์ บันทึกบัญชีเบื้องต้น คอลเซ็นเตอร์กะกลางวัน Data entry
• สูตรชั่วโมง: ถ้ารายชั่วโมง ~฿130–฿150 ต้อง 110–120 ชม./เดือน (≈ วันละ 4 ชม., 6 วัน/สัปดาห์) เพื่อแตะ 15k

จ) ค้าขาย–ครีเอเตอร์ (Self-employment)
• ขนม/อาหารสูตรบ้าน ของแฮนด์เมด ไลฟ์ขายของ เพจชุมชน
• ทางลัด: ทำ “แพ็กเกจรายเดือน” ให้ลูกค้าประจำ (เช่น ส่งขนมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง × 4 สัปดาห์) เพื่อสม่ำเสมอของกระแสเงินสด

3) ตาราง “ผสม 2 งาน” ให้พ้นเส้น
• แอดมินออนไลน์ (8–10k) + ติวเสาร์–อาทิตย์ (6–8k) → แตะ 14–18k
• เฝ้าไข้กะกลางวัน 6 วัน/เดือน + งานหน้าบ้าน 3 วัน/สัปดาห์ → แตะ 16–22k
•    ค้าขายเล็ก ๆ (กำไรสุทธิ 5–7k) + รับพิมพ์ดีด/ถอดเทป (8–10k) → แตะ 13–17k
หมายเหตุ: เลือกแพ็กเกจเวลา/แรงกายให้เหมาะกับสุขภาพ และนัดหมายพบแพทย์ตามระยะ

4) ทำไมภาพนี้ “พออยู่” ได้ใน 1–2 ปีหน้า
• เงินเฟ้อเฉลี่ยตามคาดการณ์ปี 2568–2569 ต่ำมาก (ประมาณ 0.0–0.5%) → เส้นอยู่ได้ 15k ไม่ถูกกัดกร่อนแรงในระยะสั้น (หากไม่มีช็อกใหม่)
• ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 ขยับขึ้นทุกจังหวัด (337–400 บาท/วัน) → ดันรายได้ฐานของงานบริการ/แอดมินบางส่วน
• สังคมสูงวัยมากขึ้น → ดีมานด์งานดูแล/บริการชุมชน/ท่องเที่ยวผู้สูงวัยสูงขึ้น งานที่ใช้ความน่าเชื่อถือและประสบการณ์จะได้เปรียบ

5) ความเสี่ยงที่ต้องกันเงินเผื่อ
แม้อัตราเงินเฟ้อรวมต่ำ แต่รายจ่ายสุขภาพและการดูแลระยะยาว (LTC) มักเติบโตเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป ควรมีกองกันชนหรือประกันสุขภาพ/ดูแลระยะยาวที่คุ้มค่าตามฐานรายได้ เพื่อไม่ให้รายได้จากงานถูกดูดหมดในกรณีฉุกเฉิน

6) เช็กลิสต์เริ่มงานใน 90 วัน (ฉบับรุ่น 60+)
• ตรวจสุขภาพ–ข้อจำกัด พร้อมลิสต์ทักษะที่ถนัด/ที่ชอบ
• เลือก 1–2 เส้นทางอาชีพ + อบรมสั้น 12–40 ชม. (caregiver/ดิจิทัลเบสิก/สื่อสารลูกค้า)
• ทำพอร์ต 1 หน้า (ประวัติ–บริการ–ช่องทางติดต่อ) + ตั้งเรท/แพ็กเกจ
• เปิดช่องทางรับงาน (LINE/โทร/เพจ) + เก็บรีวิวลูกค้า 3 เคสแรก
• ตั้ง “กติกาการรับงาน” (เวลาทำงาน ขอบเขต การชำระเงิน) เพื่อรักษาพลังงานและสุขภาพ

7) บทเรียนสำหรับธุรกิจ–ผู้กำหนดนโยบาย
• นายจ้าง: เปิดตำแหน่งยืดหยุ่นสำหรับ 60+ (กะกลางวัน งานนั่งได้ ไม่เน้นแรงยก) และวัดผลงานด้วย output
• ท้องถิ่น/สถาบันการแพทย์: ขยายคอร์ส caregiver 70–100 ชม. ในอำเภอ ทำระบบ “จับคู่ดูแล” เชื่อมผู้ดูแลกับครัวเรือน
• ภาครัฐ: ผูกงบอุดหนุนฝึกทักษะกับโควตาจ้างงานผู้สูงวัยใน SMEs และสนับสนุนภาษีสำหรับรายจ่ายฝึกอบรม/อุปกรณ์ช่วยงาน

สรุป
หากตั้งเป้ารายได้เดือนละ ≥ 15,292 บาทเป็น “เส้นอยู่ได้จริง” แล้วจัดพอร์ตอาชีพให้แตะเป้าด้วยงานเดียวที่เรทเหมาะสม หรือผสม 2 งาน ผู้สูงวัยจำนวนมากจะอยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะ 1–2 ปีหน้า โดยไม่ต้องเป็นภาระลูกหลาน—และสังคมไทยจะได้ “พลังประสบการณ์” กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังคนวัยทำงานหดตัวลง

หมายเหตุแหล่งข้อมูล: living wage ปี 2025; ค่าแรงขั้นต่ำปี 2568; คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2568–2569; ภาพรวมสังคมสูงวัยของไทย (อัปเดตถึง พ.ย. 2568)

เปิด 6 ปัจจัย ที่ทำให้ข่าวพีค ในสัปดาห์น้ำหนุน ‘ชน’ ความใกล้ตัวของคนเมือง

ทำไมสื่อเพิ่งสนใจน้ำท่วม? 6 เงื่อนไขที่ทำให้ข่าวพีคในสัปดาห์น้ำหนุน
วิเคราะห์เชิงสื่อ: เมื่อข่าวจากต้นน้ำ ‘ชน’ความใกล้ตัวของคนเมืองและจังหวะเทศกาล

ช่วง 6–12 พฤศจิกายน 2025 กระแสน้ำเหนือไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาและเจอช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้พื้นที่ชั้นในของภาคกลางและปริมณฑล—โดยเฉพาะกรุงเทพฯ—เสี่ยงต่อระดับน้ำสูงทันที คำเตือนและปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐเริ่มเห็นเป็นรูปธรรม (เขื่อนเพิ่มการระบายน้ำ, แนวกระสอบทราย, ปั๊มเร่งระบาย, ผู้นำลงพื้นที่) 

ขณะเดียวกันก็ชนกับสัปดาห์ลอยกระทงพอดี จึงเกิดภาพ ข่าว และแคปชันที่เล่าเรื่องได้ง่าย ผลลัพธ์คือสื่อ “เพิ่งสนใจพร้อมกัน” ทั้งที่น้ำท่วมค่อย ๆ ลามจากภาคเหนือมาก่อนหน้านั้นหลายสัปดาห์

1) Proximity bias: ถึงกรุงเทพฯ คนเมืองอินทันที
เมื่อกรุงเทพฯ และลุ่มเจ้าพระยาเสี่ยงโดยตรง ห้องข่าวเร่งไลฟ์และลงพื้นที่ เพราะฐานผู้ชมจำนวนมากอาศัยและทำงานในโซนนี้ ผลคือความสนใจสาธารณะพุ่งแบบก้าวกระโดด ต่างจากช่วงที่ท่วมภาคเหนือซึ่งมักถูกมองเป็น “เหตุประจำฤดู” และห่างไกลชีวิตประจำวันของคนเมือง

2) ภาพปฏิบัติการที่เล่าเรื่องได้ใน 3 วินาที
ประกาศเตือน แนวกระสอบทราย ปั๊มเร่งระบาย จุดอ่อนริมแม่น้ำ—ทั้งหมดคือ visual ที่ตีความได้ภายในไม่กี่วินาที หัวข่าวและหน้าปกคลิปทำได้ทันที เช่น “คาดระดับน้ำแตะคันกั้นน้ำ” หรือ “วางกระสอบทรายปิดช่องโหว่”

3) สูตรข่าวเข้าใจง่าย: “น้ำหลาก + น้ำหนุน”
การเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อรับน้ำหลากจากต้นน้ำ ตรงกับช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้กรอบการเล่าเรื่องชัดและไม่ซับซ้อน สื่อสามารถอธิบายด้วยสูตรจำง่าย “น้ำหลาก + น้ำหนุน = ระบายลงทะเลยากชั่วคราว”

4) News peg จากเทศกาล: ลอยกระทง 5–6 พ.ย.
สัปดาห์ลอยกระทงเป็นกิจกรรมริมน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะริมเจ้าพระยา เมื่อมีคำเตือนระดับน้ำสูง ข่าวจึงแทรกเข้าสู่วาระสังคมได้รวดเร็ว ผู้จัดงาน–ผู้ประกอบการ–ประชาชนต้องการข้อมูลตัดสินใจ ทำให้บทความเชิงป้องกันและคู่มือรับมือถูกเสพมากขึ้น

5) ตัวเลขผลกระทบชัด—พาดหัวได้แรง
เมื่อมีตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ พื้นที่ และความเสียหายที่ชัดเจน ห้องข่าวมี “hard number” สำหรับพาดหัว กราฟิก และการเปรียบเทียบวันต่อวัน ความรู้สึกเร่งด่วน (urgency) จึงเกิดทันที มากกว่าข่าวกระจายย่อย ๆ ช่วงก่อนหน้า

6) Authority cue: ผู้นำ–หน่วยงาน ‘พูดพร้อมกัน’
สัญญาณจากหน่วยงานหลัก (เช่น กรมชลประทาน กทม. ปภ.) ออกมาถี่และสอดคล้อง—ตั้งเวร 24 ชม., เร่งสูบ-ผันน้ำ, แจ้งเตือนจุดเสี่ยง—ทำให้สำนักข่าวทุกสาย (สังคม การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์) หยิบไปต่อยอดเป็นข่าวบริการประชาชนได้ทันที

บทเรียนสำหรับห้องข่าว (และแพลตฟอร์มสื่อไทย)
• ตั้ง KPI: Attention Lead Time (ALT) — วัดว่าเราแจ้งเตือนเชิงความหมายได้ก่อนพื้นที่เสี่ยงจริงกี่วัน ลดอคติ “ดังเมื่อถึงเมืองหลวง”
• ตั้ง “โต๊ะเหนือ–โต๊ะน้ำ” ถาวร — ทำเครือข่ายผู้สื่อข่าวประจำลุ่มน้ำ (ปิง–วัง–ยม–น่าน–ป่าสัก) เล่า “ท่อส่งน้ำ” จากต้นน้ำถึงเจ้าพระยาเป็นซีรีส์
• กราฟิกกลางเดียวกัน — แผนที่แนวคันกันน้ำ/จุดอ่อน + อัตราระบายจากหน่วยงานรัฐ อัปเดตรายวัน เพื่อให้ทุกสำนักใช้ข้อมูลเดียว ลดความคลาดเคลื่อน
• เตรียม news peg ล่วงหน้า — ปฏิทิน “หน้าต่างน้ำหนุน–เทศกาล–กิจกรรมริมน้ำ” เพื่อทำสกู๊ปเชิงป้องกันก่อนวันจริง
• ภาษาคนดูมากกว่าภาษาเขื่อน — แปลง “ม³/วิ” และ “MSL” เป็นผลกระทบที่จับต้องได้: ชุมชนใด–เวลาไหน–สูงแค่ไหน–ควรทำอะไร

ผู้ว่าฯ กปน. ลงพื้นที่นนทบุรี มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ย้ำ!! คุณภาพน้ำในพื้นที่ยังใช้งานได้ปกติ พร้อมจัด จนท.ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

(11 พ.ย.68) นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) พร้อมด้วยนายสุเทพ เอื้อปกรณ์ รองผู้ว่าการ กปน. นำคณะผู้บริหาร และพนักงาน กปน. ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ให้บริการของ กปน. โดยได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในชุมชนบ้านตลาดขวัญ (ซอยนนทบุรี 7) ชุมชนซอยสงวนเงิน และชุมชนมัสยิดบ้านตลาดขวัญ (ซอยนนทบุรี 11)

ทั้งนี้ กปน. ได้ตรวจสอบระบบประปาในพื้นที่ และยืนยันว่ายังคงใช้งานได้ตามปกติ ทั้งคุณภาพและแรงดันน้ำ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลระบบประปาภายในบ้าน และจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนได้อย่างปลอดภัย และทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ของกระทรวงมหาดไทย และความห่วงใยจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

‘สว.อังคณา’ ประณามการรื้อลวดหนามฝังทุ่นระเบิดใหม่ ชี้ขัดอนุสัญญาออตตาวา

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 68 เกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดอีก 1 นาย ซึ่งเป็นครั้งที่ 7 ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา

ล่าสุด (11 พ.ย. 68) นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  “การลักลอบรื้อลวดหนาม เพื่อเข้ามาฝังทุ่นระเบิดใหม่ถือเป็นการผิดข้อตกลง”

“ปฏิญญาร่วม 26 ตุลา และขัดอนุสัญญาออตตาวา ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายและครอบครัวค่ะ”

อัยการจีนยื่นฟ้อง!! “จู้ จื้อซง” อดีตบิ๊กพรรคฯ เขตใหม่ผู่ตง ข้อหารับสินบนมูลค่ามหาศาล หลังคณะสอบสวนสรุปผลชัด ถือเป็นอีกคดีใหญ่ในศึกปราบโกงของจีน

(11 พ.ย. 68) อัยการจีนได้ยื่นฟ้อง จู้ จื้อซง (Zhu Zhisong) อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเขตใหม่ผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้ ในข้อหารับสินบน โดยสำนักงานอัยการเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เป็นผู้ดำเนินคดี และส่งเรื่องให้ศาลประชาชนชั้นกลางพิจารณาอย่างเป็นทางการ

คณะกรรมการกำกับดูแลแห่งชาติของจีนระบุว่า จู้ จื้อซงเคยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในช่วงดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นแลกกับเงินและทรัพย์สิน “จำนวนมากเป็นพิเศษ” หลังการสอบสวนเสร็จสิ้นจึงมีการยื่นฟ้องต่อศาล

สำหรับการดำเนินคดีครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดของจีน ที่มุ่งเล่นงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างผู่ตง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเงินและการลงทุนของนครเซี่ยงไฮ้

“สายป่าน” หวนเล่นหนังโรงครั้งแรกในรอบ 8 ปี ประกบ “ทราย เจริญปุระ” บทดราม่าขนลุก บทใหม่ท้าทายศีลธรรม กับภาพยนตร์จากเคสจริง “กิ่งแก้ว”

(11 พ.ย. 68) นักแสดงสาวสายป่าน–อภิญญา สกุลเจริญสุข กลับมารับบทในภาพยนตร์อีกครั้งหลังห่างหายจากจอหนังนานกว่า 8 ปี กับผลงานเรื่อง "กิ่งแก้ว" ที่มีกำหนดฉายในไทยวันที่ 29 มกราคม 2569

สายป่านเผยผ่านสัมภาษณ์ว่า "เราอยู่ในช่วงที่อยากท้าทายตัวเอง อยากเล่นบทที่คนไม่คาดคิด พอได้อ่านบทนี้ มันคือความรู้สึกว่า... ถึงเวลากลับมาแล้วจริงๆ" ผลงานนี้เป็นหนังแนวสยองขวัญและดราม่าที่ได้แรงบันดาลใจจากคดีฆาตกรรมจริงของนักโทษหญิงกิ่งแก้ว ลอสูงเนิน ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2522

นอกจากสายป่านแล้ว ยังมีนักแสดงทราย เจริญปุระ รับบทนำบทกิ่งแก้ว ซึ่งสะท้อนความเจ็บปวดและความจริงหลายด้านของความผิดและระบบยุติธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นการนำเสนอในมุมมองมนุษย์และศีลธรรม ไม่ใช่แค่ความโหดร้ายของคดี

กิ่งแก้ว จึงเป็นการคัมแบ็กที่มีนัยสำคัญต่อสายป่าน และชี้ให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของหนังไทยที่หยิบเรื่องจริงมาตีความในเชิงดราม่าละเอียดอ่อน ที่พร้อมสั่นสะเทือนจิตใจผู้ชมไทยและตลาดเอเชียอย่างกว้างขวาง

ศาลมอสโกมีคำสั่ง!! ธนาคาร Euroclear ต้องชดใช้ กว่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่.. บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อรัสเซีย “ทรานส์เนฟต์” ปมทรัพย์สินถูกอายัดจากมาตรการคว่ำบาตร

(11 พ.ย. 68) ศาลอนุญาโตตุลาการกรุงมอสโกมีคำสั่งให้ธนาคาร Euroclear ในบรัสเซลส์ชำระเงินมากกว่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,100 ล้านบาท) แก่บริษัทท่อส่งน้ำมันของรัสเซีย “ทรานส์เนฟต์” ตามคดีที่ยื่นตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 โดยศาลมีคำตัดสินตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการเปิดเผยต่อสาธารณะไม่นานนี้ ขณะที่คำพิพากษาฉบับเต็มยังไม่มีการเผยแพร่

คดีดังกล่าวพิจารณาแบบปิดลับ หลังศาลอนุมัติคำร้องของฝ่ายโจทก์เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยความลับทางการค้า ทั้งนี้ Gazprombank และสำนักชำระราคาแห่งชาติ (NSD) ของรัสเซียเข้าร่วมในคดีในฐานะบุคคลภายนอก โดยข้อพิพาทเชื่อมโยงกับหลักทรัพย์ของทรานส์เนฟต์ที่ถูกระงับโดย Euroclear ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

หลังสหภาพยุโรปคว่ำบาตร NSD ในปี 2022 เงินทุนและหลักทรัพย์ของลูกค้ารัสเซียที่ฝากไว้กับ Euroclear และ Clearstream ถูกแช่แข็ง ส่งผลให้ธนาคารและบริษัทหลายแห่งของรัสเซียยื่นฟ้องทั้งสองสถาบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ทรานส์เนฟต์เป็นผู้เดินระบบท่อส่งน้ำมันหลักของรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียถือหุ้นสามัญ 78.55% ผ่านสำนักงานบริหารทรัพย์สินของรัฐ ที่เหลือ 21.45% เป็นหุ้นบุริมสิทธิ

ปลุกไฟช้างศึก!! ทีมชาติไทยประเดิมอุ่นเครื่องเจอสิงคโปร์ เปิดยุคโค้ช ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ เตรียมทีมคัดเอเชียนคัพ 2027 ทดสอบระบบใหม่ก่อนบุกศรีลังกา

(11 พ.ย. 68) ทีมชาติไทยชุดใหญ่เตรียมเปิดฉากยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษ ด้วยนัดอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติสิงคโปร์ วันพฤหัสบดีที่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 19:30 น. ที่ธรรมศาสตร์ สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี นับเป็นบททดสอบสำคัญก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ที่ศรีลังกาในเดือนถัดไป

แอนโธนี ฮัดสัน กล่าวผ่านสื่อว่า "สมาคมฟุตบอลฯ ต้องการความต่อเนื่องและเตรียมทีมทันที" โดยเกมนี้ถือเป็นโอกาสให้โค้ชใหม่ทดลองระบบและผสมผสานนักเตะรุ่นเก๋ากับดาวรุ่ง เพื่อสร้างความสมดุลในทีม

รายชื่อผู้เล่นชุดแรกประเดิมยุคฮัดสัน มี ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และสารัช อยู่เย็น ซึ่งถือเป็นการเรียกคืนประสบการณ์ที่สำคัญ รวมถึงการวางแทคติกเน้นเกมรุกที่ไลน์สุดท้าย และการทรานซิชันที่รวดเร็วเพื่อรับมือกับสิงคโปร์ที่มักครองบอลได้มากในอดีต

ไทยมีสถิติที่เหนือกว่าสิงคโปร์ในการพบกัน 5 นัดหลังสุด ด้วยการชนะรวด ทำให้แฟนบอลคาดหวังมาตรฐานผลการแข่งขันจากทีมชาติไทยต่อไป ด้านแฟนบอลที่ต้องการเชียร์ติดขอบสนามยังสามารถซื้อบัตรผ่านช่องทาง ThaiTicketMajor พร้อมเปิดประตูสนามตั้งแต่ 1 ชม.ก่อนการแข่งขัน

โปรแกรมต่อไปทีมช้างศึกจะลงสนามเยือนศรีลังกาในวันที่ 18 พ.ย. 2568 เพื่อเก็บสามคะแนนแรกในศึกคัดเอเชียนคัพ 2027 ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญต่อเส้นทางรอบคัดเลือกในกลุ่มนี้

‘ประชาธิปัตย์’ ชูแนวคิด Co-Design Policy ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างนโยบายแห่งอนาคต ผ่านเวที Youth Policy Hackathon 2025 เชื่อ!! เมืองที่ดีสร้างได้จากมือคนรุ่นใหม่

ปชป. เปิด 'Youth Policy Hackathon 2025' ท้าคนรุ่นใหม่ 18-35 ปี ร่วมสร้าง "นโยบายแห่งอนาคต" ชู 'Co-Design Policy' เปลี่ยนไอเดียสู่การขับเคลื่อนประเทศจริง

(11 พ.ย.68) – นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี (เนเน่) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชิญชวนผู้มีอายุระหว่าง 18–35 ปี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดทิศทางของประเทศ ผ่านเวที “Youth Policy Hackathon 2025” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ 'Co-Design Policy' เพื่อเปลี่ยนพลังทางความคิดให้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะในยุคที่ความท้าทายของประเทศมีความซับซ้อน การเมืองจำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบความคิดแบบเดิม และเปิดรับมุมมองที่หลากหลายจากคนทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ Policy Hackathon 

"เราเชื่อว่านโยบายที่ดีที่สุดต้องเกิดจากการมีส่วนร่วม (Co-Design) แคมเปญนี้จึงอยากเชิญชวนให้มา 'Hack' ความคิดและเปลี่ยนพลังของคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนประเทศได้จริง" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

กิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ "ฟังจริง คิดจริง ทำจริง" เปิดโอกาสให้นำเสนอ “Policy Pitch” ต่อหน้าคณะกรรมการที่มีประสบการณ์บริหารประเทศโดยตรง อาทิ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรับฟังการเปิดมุมมองเศรษฐกิจจาก นายกรณ์ จาติกวณิช ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่า การมีส่วนร่วมดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นโยบายที่ทันต่อสถานการณ์ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นว่า "การเมืองที่ดี...สร้างได้จากมือของเรา"

สำหรับไฮไลต์ของงาน จะมีกิจกรรมสนุกตลอดวัน — ฟังจริง คิดจริง ทำจริง!
09.30 | What is wrong with the world today โดย พี่กรณ์ จาติกวณิช
10.30 | How to create Public Policy โดย กูรู รับเชิญพิเศษ
11.30 | Workshop สุดมัน เลือกทีม 6 กลุ่ม เพื่อลุยสร้างนโยบายที่ใช่ในแบบของคุณ
13.00 | Meet the Mentors!

พบพี่ ๆ รุ่นใหม่สุดเจ๋ง!
• พี่อ้อ การดี เลียวไพโรจน์
• พี่อาร์ท วีระพงษ์ ประภา
• พี่เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี
• พี่เอิร์ท พงศกร ขวัญเมือง
• พี่จ๊อบ อิสรา สุนทรวัฒน์
• พี่จูรี นุ่มแก้ว

15.00 | Policy Pitch
นำเสนอ “นโยบายเด็ด ๆ สด ๆ จากน้อง ๆ” กลุ่มละ 7 นาที ต่อหน้าคณะกรรมการ ผู้มีประสบการณ์บริหารประเทศ!!

16.00 | ประกาศผลและมอบรางวัล โดย ลุงชวน หลีกภัย และ พี่มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

พิเศษสุดสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน...จะรับใบประกาศนียบัตร พร้อมโอกาส Meet & Greet ใกล้ชิด กับผู้นำในดวงใจ ...ถ่ายรูป เซ็นชื่อ เก็บโมเมนต์ได้ไม่จำกัดช็อต
(เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤศจิกายน 2568 รับจำนวนจำกัด)
https://docs.google.com/.../1FAIpQLScZHLpac.../viewform...


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top