Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

ทอ.จีน ฉลอง 76 ปี!! โชว์ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีการรบ เผยโฉมโดรนสุดล้ำ GJ‑11 ร่วมทีมกับ J-20 ชี้อนาคตกองทัพผสานคนกับ AI เต็มรูปแบบ ยกระดับการฝึกนักบินสู่สนามรบอัจฉริยะ

(12 พ.ย. 68) กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน (PLAAF) เฉลิมฉลองครบรอบ 76 ปี ด้วยการเผยแพร่ไมโครฟิล์มชื่อ “Dreaming Far” บนโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นภาพในเรื่องเล่าการเติบโตของกองทัพอากาศจากยุคเริ่มต้น สู่กำลังรบสมัยใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีอัจฉริยะและข้อมูลนำรบ จุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือภาพโดรนรุ่นใหม่ GJ‑11 รหัส “Xuanlong-08” บินร่วมกับเครื่องบินรบ J-16 และ J-20 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จีนเผยให้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักบินและโดรนอย่างสมจริง

อีกหนึ่งคลิปจากช่องทหารของ CCTV ยังได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ PLAAF ตั้งแต่ยุคเครื่องบิน J-5 รุ่นแรก จนถึงเครื่องรุ่นใหม่อย่าง J-20 และ J-35 รวมถึงเครื่องขนส่งขนาดใหญ่ Y-20B สะท้อนให้เห็นพัฒนาการจากกองทัพขนาดเล็กที่เริ่มต้นด้วยเครื่องบินเพียง 17 ลำในปี ค.ศ.1949 จนกลายเป็นกองทัพอากาศชั้นนำของโลก นักบินรายหนึ่งกล่าวในคลิปว่า “เรามีเครื่องบินที่ดีที่สุด มือหนึ่งถือปืน อีกมือหนึ่งถือกิ่งมะกอก” สื่อถึงความพร้อมทั้งในสงครามและสันติภาพ

สี จิ้นผิงผู้นำจีนกำหนดทิศทางใหม่ให้กองทัพในอีก 5 ปีข้างหน้า มุ่งสู่ “กองทัพอัจฉริยะ” ด้วยการพัฒนาการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI ที่ถูกนำมาช่วยฝึกนักบินให้มีทักษะใกล้เคียงสถานการณ์จริง นักบินมากประสบการณ์อย่าง “หม่า เซียว” เผยว่า ระบบ AI ที่ใช้ซ้อมรบ “ดุดันและไม่พลาดเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันเรียนรู้จุดแข็งของนักบินทุกคนในหน่วย จนกลายเป็นคู่ซ้อมที่เก่งรอบด้าน”

ทั้งนี้ การฝึกแบบใหม่ช่วยยกระดับขีดความสามารถนักบินให้พร้อมต่อการรบจริงมากขึ้น ผู้บังคับการหน่วยย้ำว่า “เราต้องศึกษาไม่เพียงแค่สงครามในวันนี้ แต่รวมถึงสงครามของอนาคต” สะท้อนภาพชัดเจนว่ากองทัพอากาศจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งกำลังคน สู่ยุคของ “กองทัพอัจฉริยะ” ที่เทคโนโลยีและ AI จะเป็นหัวใจสำคัญของสนามรบในศตวรรษหน้า

นักเรียนนายเรืออากาศไทยสร้างชื่อบนเวทีนานาชาติ ร่วมงาน “PLAAF International Cadets Week ครั้งที่ 6” ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นาวาอากาศเอก อธิราช ศิริทรัพย์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้นำนักเรียนนายเรืออากาศ รชต  เพียรเสมอ (เฟีย) และนักเรียนนายเรืออากาศ ศรวีร์  จิรวีระ (มอส) นักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่ 5 ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนนักเรียนนายเรืออากาศ เข้าร่วมงาน PLAAF International Cadets Week ครั้งที่ 6 ณ เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 2 - 8 พฤศจิกายน 2568 ที่จัดโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ภายใต้วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะทางทหาร และ ทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ให้แก่ผู้เข้าร่วมทั้งจากจีนและประเทศอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ ฝึกอบรม แลกเปลี่ยนทางวิชาการ และกิจกรรมวัฒนธรรม รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน และกองทัพอากาศต่างประเทศ

ในครั้งนี้ นักเรียนนายเรืออากาศ รชต  เพียรเสมอ และนักเรียนนายเรืออากาศ ศรวีร์  จิรวีระ ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมทักษะและความรู้ ในกิจกรรมที่เรียกว่า Model United Nations คือ กิจกรรมที่จำลองให้นักเรียนนายเรืออากาศเป็นตัวแทนแต่ละประเทศที่กำหนดให้ และให้กล่าว speech ในการประกาศจุดยืนและแก้ปัญหาในหัวข้อที่ได้รับมา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปูพื้นฐานในด้านความรู้ ภาษา และโดยเฉพาะการทูตได้เป็นอย่างดี ซึ่งทั้งสองคนทำออกมาได้ดีและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจีนเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม (cultural exchange) ด้วยการแต่งกายชุดไทย โดยนักเรียนนายเรืออากาศ ศรวีร์ฯ ได้บรรเลงเปียโนในบทเพลงจันทร์ และ ออเจ้าเอย ปิดท้ายด้วยการบรรเลงเพลง “jumping machine” ของ LBI ที่กำลังได้รับความนิยม สร้างความประทับใจให้ผู้ชมและทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมงาน PLAAF International Cadets Week ครั้งที่ 6 นี้ คือได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบการศึกษาของโรงเรียนทหารในแต่ละประเทศ การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ สร้างการเรียนรู้มารยาทสังคมพื้นฐานในระดับสากล อีกทั้งยังสามารถนำประสบการณ์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการเรียน ถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับให้แก่นักเรียนนายเรืออากาศในรุ่นต่อ ๆ ไป และใช้ในการปฏิบัติงานในอนาคตได้อีกด้วย

กองประชาสัมพันธ์ 
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ 
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ 

11 พฤศจิกายน 2568 

 

วิบากกรรม 'ชนนพัฒฐ์' สะเทือนภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ หลังถูกปปง.ยึด-อายัดทรัพย์ 159 ล้าน ปมถูกกล่าวหาพัวพันพนันออนไลน์ วัดใจ 'ธรรมนัส' ให้ไปต่อหรือพอแค่นี้

คดีพนันออนไลน์ เกมชี้ชะตาอนาคต ‘ชนนพัฒฐ์-กล้าธรรม’ วัดใจ ‘ธรรมนัส’

น่าสนใจยิ่งต่อวิบากกรรมของ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. กฤต” หลังถูก สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึด-อายัดทรัพย์ 159 ล้านบาท ตามคดีพนันออนไลน์

ภูมิหลังและฐานะทางการเมือง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 จากพรรคพรรคกล้าธรรม เขาแจ้งเกิดทางการเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐ จากการเขียนไปเบียด ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ที่เป็น สส.เขตนี้อยู่ด้วยวิธีการใด ไม่อาจทราบได้ ซึ่งถือว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ในภาคใต้ที่ถูกจับตาอย่างมาก

ถูกจับตามอง เพราะชื่อเสียงของเราโด่งดังในทางลบกับข้อครหาพัวพันพนันออนไลน์ไม่แก๊งเด็กรุ่นใหม่ในแวดวงการเมืองด้วย ซึ่งเป็นรุ่นทายาทของนักการเมืองหลายคน

นอกจากนี้ยังมีบทบาททางธุรกิจหลายด้าน ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงงานผลิตเสื้อกีฬา อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงธุรกิจเรือท่องเที่ยว เขาเป็นคนนครศรีฯ บ้านเกิดอยู่ ต.ท่าเสม็ด อ.ชะอวดเขาจึงเป็นประธานสโมสรฟุตบอลนครศรี ยูไนเต็ดด้วย 

ด้วยบทบาททั้งการเมืองและธุรกิจ ทำให้เขามีภาพลักษณ์ทั้ง “นักการเมืองไฟแรง” และถูกตั้งข้อสงสัยในแง่ความโปร่งใส ซึ่งกลายมาเป็นจุดที่ถูกกระบวนการกฎหมายและสื่อจับตามองเป็นพิเศษมาตลอด เขาเคยถูกรวบคาสนามบินดอนเมืองมาแล้ว คดียังไม่จบยังอยู่ในมือของตำรวจ ซึ่งผกก.สภ.หาดใหญ่เตรียมสั่งคดีไม่เกิน 15 พฤศจิกายนนี้ 

คดีของ สส.กฤต ในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจชุดจับกุมสองนายกลับคำให้การ และสำนวนอ่อน และด้วยกลยุทธ์ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง และมีอัยการสองคนถูกย้าย และถูกตั้งกรรมการสอบด้วย

เมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เห็นแย้ง สำนวนจึงถูกส่งไปยังอัยการสูงสุด กำลังรอว่าอัยการสูงสุดจะสั่งคดีว่าอย่างไร หลังสั่งให้ตำรวจสอบเพิ่มอีก 8 ประเด็น

กล่าวสำหรับข้อกล่าวหาและกระบวนการสอบสวน ของ ปปง.เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 คณะกรรมการธุรกรรมของปปง. มีมติ ยึด-อายัดทรัพย์สินของชนนพัฒฐ์และพวกรวม 69 รายการ มูลค่าประมาณ 159 ล้านบาท เนื่องจากพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ เช่น “gini88.com”, “gimi44.com”, “ts911goal.com” และอื่นๆ

รายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกอายัด ได้แก่ เงินสด รถยนต์ ที่ดิน เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินฝากธนาคารหลายบัญชี

คดีของเขาถูกตั้งข้อหาในหลายมิติ เช่น ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์, ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยการพนัน, โอน-จำหน่าย / ซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

ผลสอบของตำรวจ พบว่า พนักงานสอบสวนบางส่วนของคดีดังกล่าวมีความบกพร่อง เช่น เอกสารและการสอบพยานคลาดเคลื่อน ข้อมูลไม่ครบถ้วน

บทบาทของ ปปง. และการยึดอายัดทรัพย์ ปปง.ระบุว่า ตามมติ ครม. เมื่อ 21 ต.ค. 2568 เรื่อง “การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เป็นวาระแห่งชาติ ทำให้มีการขยายผลเรื่องพนันออนไลน์และฟอกเงินอย่างจริงจัง การยึดอายัดนั้นเป็นมาตรการ ชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน เพื่อให้ได้เวลาตรวจสอบทรัพย์สินว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามมาตรา 3(9) ของ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 (ปปง.) หรือไม่

ผู้ถูกยึดหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นอุทธรณ์ขอเพิกถอนคำสั่งได้ภายใน 30 วัน พร้อมหลักฐานว่า “ทรัพย์สินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด”

ผลกระทบทางการเมืองและภาพลักษณ์สำหรับชนนพัฒฐ์แล้ว คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “ถูกสอบ” แต่เป็น การทดสอบความโปร่งใสของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เคยถือว่าเป็นพื้นที่อิทธิพลทางการเมืองสูง ภาพลักษณ์ที่เขาสร้างไว้ว่าเป็น “นักธุรกิจการเมืองรุ่นใหม่” ถูกท้าทายอย่างหนักเมื่อข่าวยึด-อายัดทรัพย์เผยแพร่อย่างกว้างขวาง

ฝ่ายคู่แข่งและสื่อใช้กรณีนี้เป็น “สัญญาณ” ของการเมืองภาคใต้ที่มีเครือข่ายธุรกิจ–พนันออนไลน์–เงินทุนที่ซับซ้อน ซึ่งอาจเป็น “รอยแผล” ในระบบการเมือง

ไม่ควรลืมว่า การเข้ามาแจ้งเกิดของชนนพัฒฐ์ เป็นการเข้ามาเบียดแทรกเจ้าถิ่นเดิม เจ้าถิ่นจึงจ้องจะเอาคืน เมื่อจังหวะมาถึงเขาจึงถูกถล่มแบบไม่ยั้งมือ

ชนนพัฒฐ์เองก็เคยเปิดเกมแรงท้าชนนายกฯชาย เดชอิศม์ ขาวทอง แบบไม่มีใครยอมใคร ยิ่งมีข่าวนายกฯชายจะมากล้าธรรม ชนนพัฒฐ์เองก็ออกแรงกีดกันหนัก ข้ามไปถึงเขต 6 ที่ภรรยานายกฯชายเป็น สส.อยู่ด้วย 

กระบวนการสอบสวนที่ได้รับการวิจารณ์ว่า “บกพร่อง” ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เกิดข้อสงสัยว่าการบังคับใช้กฎหมายมีความ “เสมอภาค” หรือไม่ หรือมีอะไรมาบังตาพนักงานสอบสวน จึงทำให้สำนวนบกพร่อง หรือถึงขั้นจับกุมเองกลับคำให้การเอง

5. สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและจุดที่ต้องจับตา

การยึด-อายัดทรัพย์ของปปง. เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ลุย“เครือข่าย”เว็บพนันออนไลน์ยังต้องถูกขยายผลถึงโครงข่ายทั้งหมด  

ในทางการเมือง ผลของคดีนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคกล้าธรรม และโอกาสทางการเมือง ของชนนพัฒฐ์เองที่หวังผลสูงถึงตำแหน่งรัฐมนตรี

‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร่วมงาน รมช.กลาโหม แต่งตั้งเป็นคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ ชูการสื่อสารพิทักษ์ชาติ ย้ำภูมิใจปกป้องอธิปไตยของชาติ

(12 พ.ย. 68) กรรมการช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้ง ร้อยเอก สมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว บัญชาเมฆ ร่วมเป็นคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารภารกิจของกระทรวงกลาโหมในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร

บัวขาวกล่าวผ่านโพสต์ว่า “ภูมิใจครับที่ได้รับหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอีกรูปแบบหนึ่ง” สะท้อนจุดยืนในการใช้บทบาทประชาสัมพันธ์เป็นความต่อเนื่องของการปกป้องผลประโยชน์ชาติ แม้ไม่ใช่หน้าที่ปฏิบัติการโดยตรง

บัวขาวซึ่งมียศร้อยเอกในกองทัพบก มีประวัติการรับราชการและปรากฏในกิจกรรมสนับสนุนทหารชายแดนและการสื่อสารเรื่องอธิปไตยต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง การใช้บุคลากรสาธารณะในตำแหน่งนี้เหมาะสมกับนโยบายหน่วยงานความมั่นคงที่ต้องการขยายการสื่อสารให้ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น

การแต่งตั้งบัวขาวสะท้อนบทบาทใหม่ของการปกป้องชาติผ่านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพการแจ้งข่าวสารภารกิจด้านความมั่นคงให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจมากขึ้น

สาวลาวลายมือสวย เขียนภาษาไทยงามคม เนี้ยบทุกเส้น โซเชียลชม—อ่านง่าย—เป็นระเบียบ มอบคะแนนให้เกือบเต็ม 10 ถามเคล็ดลับ ฝึกยังไงให้สวยเป๊ะ?

โพสต์จากเพจ ตุ๊กตาสาวลาว - Toukta Lao เผยภาพตนเองเขียนตัวหนังสือภาษาไทย ลายมือสวยเป็นระเบียบ ตัวอักษรเอียงเท่ากัน ระยะห่างสม่ำเสมอ และเส้นหมึกคมชัด แม้แคปชันจะระบุว่าเขียนด้วยความรีบ จนกลายเป็นไวรัลในเวลาไม่นาน หลังเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 ยอดไลก์แล้วกว่า 1,200 ไลก์ 

ใต้โพสต์ ชาวเน็ตทั้งไทย–ลาวแห่ชื่นชมลายมือของสาวนิสิตลาวว่า “อ่านง่าย สบายตา” หลายคนขอเคล็ดลับการฝึก ตั้งแต่การจับปากกา การกำหนดเส้นบรรทัด ไปจนถึงการซ้อมเขียนตัวอักษรซ้ำๆ บางคอมเมนต์เล่าว่าเห็นแล้วอยากกลับมา “คัดลายมือ” อีกครั้ง เพราะช่วยทั้งสมาธิและความเรียบร้อยของงานเขียน 

รัสเซียสกัดแผนลับทัน!! อ้าง ‘ยูเครน–อังกฤษ’ พยายามไฮแจ็ก เครื่องบินรบ MiG-31 พร้อมขีปนาวุธ ‘คินซาล’ หลังเสนอสินบน 3 ล้านดอลล์ ล่อนักบินรัสเซีย เครมลินเตือนอาจดึง NATO เข้าสู่สงครามโดยตรง

(12 พ.ย. 68) หน่วยความมั่นคงรัสเซีย (FSB) แถลงว่า ได้สกัดแผนลับของหน่วยข่าวกรองทหารยูเครน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อังกฤษ ในการพยายามยึดเครื่องบินขับไล่รุ่น MiG-31 ที่ติดตั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงคินซาล (KinZhal) โดยมีการพยายามติดต่อชักชวนและติดสินบนนักบินรัสเซียด้วยเงินสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 109.5 ล้านบาท) เพื่อให้ขับเครื่องบินหลบหนีออกนอกประเทศ

ตามรายงานของ FSB เผย แผนดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ยึดเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างสถานการณ์ยั่วยุ โดยวางแผนให้นำ MiG-31 บินไปยังพื้นที่ใกล้ฐานทัพของ NATO ที่เมืองคอนสแตนตา ประเทศโรมาเนีย ซึ่งอาจถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของ NATO ยิงตก เพื่อโยนความผิดให้รัสเซียและขยายความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น

ทางการรัสเซียมองว่าปฏิบัติการนี้เป็นความพยายาม “ยั่วยุทางทหาร” ที่อาจลากประเทศสมาชิก NATO เข้าร่วมสงครามโดยตรง ขณะที่สถานทูตรัสเซียในเนเธอร์แลนด์เรียกร้องให้ยุโรป “ตระหนักถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาค” และกล่าวหายูเครนว่าดำเนินงานภายใต้คำสั่งของตะวันตก

ด้านนักวิเคราะห์ทางทหารของรัสเซียระบุว่า แผนดังกล่าวมีหลายเป้าหมาย ทั้งต้องการทำลายภาพลักษณ์ของรัสเซีย สร้างความเชื่อว่าทหารรัสเซียไม่จงรักภักดี และพยายามแสดงว่ายูเครนยังมีศักยภาพตอบโต้ แม้ในภาวะสงครามยืดเยื้อ อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหานี้จากฝ่ายใด และสื่อชาติตะวันตกส่วนใหญ่รายงานในเชิง “ข้ออ้างของรัสเซีย” ที่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

จากป.6 สู่ CEO!! ‘บัวแพง โฮ้หนู’ หญิงแกร่งสู้ชีวิต ผู้พิชิตเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่พิสูจน์ว่า "ชีวิตที่ติดลบ" ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จได้เช่นกัน

เมื่อข้อจำกัดกลายเป็นแรงผลักดัน และความล้มเหลวกลายเป็นบทเรียน

"คนที่เรียนน้อยคือคนโชคดี เพราะเขาต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต" คำพูดจากพ่อที่ฟังดูขัดแย้ง แต่กลับเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เปลี่ยนจาก "เด็กจบป.6" ให้กลายเป็น "ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร" ของบริษัทระดับภูมิภาค ‘บัวแพง โฮ้หนู’ CEO บริษัท ไอ โกลเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด

จุดเริ่มต้น: เมื่อชีวิตไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจากติดลบ

‘บัวแพง โฮ้หนู’ หรือที่คนใกล้ชิดเรียกว่า ‘พี่พิม’ เกิดในครอบครัวธรรมดาต่างจังหวัด ที่โอกาสทางการศึกษาเป็นของหายาก การจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

"สมัยนั้น เด็กผู้หญิงต่างจังหวัดที่ได้เรียนต่อมันน้อยมาก บางคนอาจมองว่านี่คือจุดจบ แต่สำหรับฉัน มันคือจุดเริ่มต้นที่ฉันต้องเรียนรู้จากชีวิตเอง"

หลังจบการศึกษา เธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากงานกรรมกรก่อสร้าง คนใช้ในบ้าน พนักงานโรงงาน ไปจนถึงการทำนา ทุกอาชีพที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การหาเลี้ยงชีพ แต่เป็นห้องเรียนแห่งชีวิตที่สอนเธอถึงความเป็นจริงของสังคม

จุดเปลี่ยน: เมื่อคำถามนำทางชีวิต "ทำไมคนอื่นทำได้ ฉันจะทำไม่ได้เล่า?"

คำถามง่ายๆ นี้เองที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของเธอ เมื่ออายุเกือบ 20 ปี พิมได้งานขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็น "โลกใบอื่น" - โลกของคนที่มีชีวิตดีกว่า มีโอกาสมากกว่า

แทนที่จะท้อแท้หรือขี้อิจฉา เธอกลับเลือกที่จะ "เรียนรู้"

"ตอนนั้นเริ่มสังเกต สังเกตทุกอย่าง คนที่ประสบความสำเร็จเขาทำอะไร เขาพูดอย่างไร เขาคิดยังไง ฉันไม่มีโอกาสเรียนในห้องเรียน แต่ฉันมีโอกาสเรียนจากคนรอบตัว"

จากการสังเกตและความกล้าลองผิดลองถูก พิมเริ่มต้นธุรกิจค้าขายเล็กๆ โดยการซื้อของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากกาดหลวงเชียงใหม่ มาขายบนถนนคนเดิน เป้าหมายคือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

"ตอนแรกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ปล่อยให้มันเป็นข้ออ้าง จากนั้นเริ่มฝึกพูดทุกวัน ฟังเขาพูด ลองพูดตาม บางทีก็ผิดไวยากรณ์ แต่ไม่เป็นไร เพราะเขาเข้าใจ และที่สำคัญ เขาซื้อของ"

จากการขายรายชิ้น กลายเป็นรับออเดอร์หลายชิ้น จนในที่สุดพัฒนาเป็นธุรกิจส่งออกแบบคอนเทนเนอร์ ความสำเร็จนี้พาเธอไปใช้ชีวิตในยุโรปหลายปี ทำธุรกิจข้ามทวีป จนกระทั่งเศรษฐกิจยุโรปตกต่ำ

ล้มแล้วลุก: บทเรียนที่ไม่มีขายในตำรา

การกลับมาประเทศไทยของพิมไม่ใช่การกลับมาด้วยความรุ่งโรจน์ แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอประสบความล้มเหลวในธุรกิจหลายครั้ง สูญเสียเงินทองไปมากมาย แม้กระทั่งสุขภาพเธอเองก็พังทลาย จนต้องนั่งรถเข็นอยู่หลายเดือน จากการประสบอุบัติเหตุ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้หรือย่อท้อต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

"ทุกคนมองว่าการล้มเหลวมันแย่ แต่สำหรับเรา มันคือของขวัญ เพราะมันสอนเราในสิ่งที่ความสำเร็จไม่เคยสอน มันสอนให้อดทน ให้เข้มแข็ง และที่สำคัญ มันสอนให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น"

สิ่งที่พิเศษที่สุดคือ เธอไม่เคยโทษใคร ไม่โทษสถานการณ์ ไม่โทษโชคชะตา

"ถ้าวันนั้นเราไม่ออกไปข้างนอก รถก็ไม่ชนเรา ใช่ไหม? พอคิดแบบนี้ เราก็ไม่โกรธคนขับรถคนนั้น เพราะมันเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง เมื่อไม่โทษใคร ก็ไม่เจ็บปวด แล้วก็ก้าวต่อไปได้"

เปิดบริษัทใหม่: เมื่ออายุจะ 60 ยังเริ่มต้นใหม่ได้

ปัจจุบัน พิมเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ไอ โกลเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากมาเลเซีย ที่ได้การรับรองมาตรฐานฮาลาลระดับโลก และได้รับรางวัล Top 10 ASEAN Super Health Brand ภายในปีแรก

การเลือกทำธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

"ที่ผ่านมาเรามองหาธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาให้ผู้คน ที่มีการซื้อซ้ำ และเป็นประโยชน์จริงๆ ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพและความงามมากขึ้น นี่คือเมกะเทรนด์ที่ไม่มีวันหมดไป"

แต่ที่สำคัญกว่านั้น เธอไม่ได้มองแค่ผลกำไร แต่มองถึงการสร้างโอกาสให้คนอื่น

"ไม่อยากเป็นคนรวยคนเดียว แต่อยากให้คนที่เคยเหมือนเรา คนที่เคยติดลบเหมือนกัน มีโอกาสเปลี่ยนชีวิต นั่นคือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

หลักคิดที่เปลี่ยนชีวิต: 5 บทเรียนจากผู้หญิงที่เปลี่ยนศูนย์ให้เป็นหลักล้าน

1. "คิดยังไง ได้อย่างงั้น"
นี่คือหลักคิดที่พิมถือเป็นคติประจำใจ เธอเชื่อว่าชีวิตของเราในวันนี้ เป็นผลมาจากความคิดและความเชื่อของเราในอดีต
"ถ้าเราเชื่อว่าทำไม่ได้เพราะเรียนน้อย ชีวิตก็คงหยุดแค่นั้น แต่เมื่อเชื่อว่าเราเรียนรู้ได้ทุกที่ ชีวิตจึงไม่มีขีดจำกัด"

2. ศูนย์ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
"คนมองว่าฟอร์มซีโร่มันแย่ แต่เรากลับมองว่ามันดี เพราะอะไรก็ตามที่เติมลงไป มันจะมากกว่าศูนย์เสมอ มันก็แค่เราจะมองมันยังไงเท่านั้น"

3. อย่าโทษใคร เพราะมันทำให้เราหยุดเติบโต
เธอเรียนรู้ที่จะไม่โทษใครเมื่อเจอปัญหา เพราะการโทษทำให้เรามองไม่เห็นทางออก "เมื่อเราหยุดโทษ เราจะเห็นว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนมาจากการตัดสินใจของเราทั้งสิ้น และถ้ามันมาจากเรา เราก็เปลี่ยนมันได้"

4. เรียนรู้จากทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา
"เมื่อไม่มีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัย แต่เรามีโลกเป็นครู อ่านหนังสือทุกวัน อย่างน้อยวันละ 3-4 หน้า จากหลายเล่ม เข้าคอร์สของคนเก่ง สังเกตคนรอบตัว การศึกษาไม่ได้จบที่วุฒิบัตร แต่มันจบเมื่อเราหยุดเรียนรู้"

5. ทำเพื่อคนที่เรารัก จะมีพลังมากกว่าทำเพื่อตัวเอง
"ถ้าทำเพื่อตัวเองอย่างเดียว กินกล้วยสองลูกก็อิ่มแล้ว แต่ถ้าทำเพื่อครอบครัว เพื่อสังคม เราจะมีพลังสู้ไม่รู้จบ เพราะความรักคือเชื้อเพลิงที่ไม่มีวันหมด"

อนาคต: เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จส่วนตัว
เมื่อถามถึงความฝันสูงสุดในชีวิต พิมตอบอย่างไม่ลังเล

"อยากเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำให้ชีวิตคนจำนวนมากดีขึ้น คนเราอยู่คนเดียวก็อยู่แค่สิ้นใจ แต่ถ้าอยู่เพื่อผู้อื่น จะอยู่ชั่วฟ้าดิน ดังนั้น จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ดี"

สุดท้าย เธอฝากข้อความถึงคนที่รู้สึกว่าชีวิตติดลบ "ชีวิตไม่มีศูนย์หรอก ตราบใดที่เรายังหายใจอยู่ เรามีคุณค่า เรามีโอกาส ปัญหาไม่ใช่ที่เราเรียนน้อยหรือมาก ปัญหาคือเราเชื่อว่าเราไม่สามารถ อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น อย่ากลัวที่จะล้มเหลว ทุกคนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนผ่านความล้มเหลวมาก่อนหมด ความแตกต่างคือ พวกเขาไม่ยอมแพ้ จงเปลี่ยนศูนย์ให้เป็นศูนย์ข้างหลังตัวเลข ไม่ใช่ศูนย์ข้างหน้า คุณต้องเป็นซูเปอร์ซีโร่ที่มีศูนย์ต่อท้ายเยอะๆ นั่นแหละคือความสำเร็จ และจำไว้ว่า คิดยังไง ได้อย่างงั้น ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ ชีวิตคุณก็จะพิสูจน์ให้คุณเห็น"

นั่นคือแนวคิดที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ชีวิต ‘บัวแพง โฮ้หนู’ ที่พิสูจน์แล้วว่า วุฒิการศึกษาแม้ว่าจะมีความสำคัญ แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องกำหนดความสำเร็จของชีวิตคน แต่ความมุ่งมั่น ความอยากรู้ และความกล้าที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต ต่างหากที่สร้างความแตกต่าง เธอเปลี่ยนจาก "เด็กป.6" เป็น "CEO" ไม่ใช่ด้วยโชคชะตา แต่ด้วยการเลือกที่จะมองโลกในแง่ดี ไม่ยอมแพ้ และไม่หยุดเรียนรู้

ในยุคที่หลายคนบ่นว่าไม่มีโอกาส เธอสามารถพิสูจน์ว่า โอกาสอยู่ทุกที่ – ขอแค่เราเปิดใจรับและกล้าที่จะลงมือทำ

หมอเหรียญทอง เปิด รพ.มงกุฎวัฒนะ รับผู้ป่วย “สิทธิบัตรทอง” ที่ป่วยมะเร็งทุกราย สามารถมาแอดมิทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว-ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ (11 พ.ย. 68) พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์แจ้งเปิดรับผู้ป่วย “สิทธิบัตรทอง” ที่ป่วยมะเร็งทุกรายให้สามารถมาแอดมิทได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวจากคลินิกหรือโรงพยาบาลต้นสังกัด และไม่เสียค่าใช้จ่าย รพ.จะเป็นฝ่ายประสานส่งต่อไปยัง รพ.ตามสิทธิของ สปสช. หรือ รพ.ที่รักษาอยู่ในโอกาสต่อไป

ผอ.รพ.ระบุเพิ่มเติมว่า ได้ตั้ง “ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ” ของศูนย์รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา เพื่อเร่งกระบวนการรักษา ผู้ป่วยที่ติดต่อเข้ามาจะได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายใน 7 วัน และหลังตรวจไม่เกิน 10 วัน จะเริ่มฉายรังสีรักษาทันที กรณีฉุกเฉิน เช่น ภาวะกดไขสันหลังหรือกดหลอดเลือด รพ.พร้อมรับย้ายเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และจัดฉายรังสีเร่งด่วนภายใน 1 วัน

นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาภาระผู้ป่วยฐานะยากจนจากพื้นที่ห่างไกล มูลนิธิโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเพื่อผู้ป่วยโรคร้ายแรง จัดหอพักฟรี (ห้องพัดลม ห้องน้ำส่วนตัว) สนับสนุนการฉายรังสีรายวันต่อเนื่อง พร้อมบริการรถรับ–ส่งฟรีจากสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งมายังโรงพยาบาล ศูนย์รังสีรักษาฯ ให้บริการทุกวัน ไม่เว้นเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

อย่างไรก็ดี มาตรการนี้เริ่มเร่งด่วนกับผู้ป่วย “สิทธิบัตรทอง” ก่อน ส่วนผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมและสิทธิข้าราชการให้รอติดตามความคืบหน้า ผู้ป่วยสามารถติดต่อ “ศูนย์โรคมะเร็ง รพ.มงกุฎวัฒนะ” โทร. 02-574-5000 ต่อศูนย์โรคมะเร็ง หรือ LINE ID: @831emylb เพื่อประสานการเข้ารับบริการล่วงหน้า

‘กองทัพเรือ’ เข้ม!! มาตรการควบคุมชายแดนจันทบุรี–ตราด สกัดเครือข่ายผิดกฎหมายข้ามชาติ จับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 108 ราย สะท้อนวิกฤตปัญหาปากท้องคนฝั่งกัมพูชา

กองทัพเรือเข้มงวดมาตรการควบคุมชายแดน จันทบุรี – ตราด จับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกว่า 100 ราย

(12 พ.ย.68) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.2) ภายใต้การควบคุมของ นาวาเอก วีระเชษฐ์ ขยันทำ ได้บูรณาการร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรสะตอน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจสันติบาล จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการจับกุมผู้นำพาแรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาจำนวน 108 คน บริเวณบ้านสวนส้ม ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มแรงงานทั้งหมดมีความประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่ส่วนหลังของประเทศ เช่น จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าเดินทางให้กับผู้นำพาตั้งแต่ 5,500–7,000 บาทต่อคน จากการสอบปากคำเพิ่มเติมทราบว่า แรงงานจำนวนมากได้อพยพกลับประเทศกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้หลายพื้นที่ฝั่งกัมพูชามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขาดแคลนรายได้และโอกาสในการทำงาน แรงงานบางส่วนจึงพยายาม ลักลอบกลับเข้ามายังประเทศไทยเพื่อหางานทำ แม้จะทราบถึงความเสี่ยงและการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเข้มงวดมาตรการควบคุมและปิดช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ของกองทัพเรือ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมาย การลักลอบข้ามแดน และการย้ายฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่าย Cyber Scam ซึ่งกองทัพเรือได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

วู้ดดี้ขอโทษปม “นมวัวไทย” ย้ำหลักฐานต้องมาก่อนดราม่า “ไม่ตั้งใจด้อยค่า” ย้ำแค่ชวนคุยสุขภาพ เตรียมเทปใหม่อิงข้อมูลจริง

(12 พ.ย. 68) พิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้–วุฒิธร มิลินทจินดา ได้อัดคลิปขอโทษสาธารณะ หลังรายการ Woody Avengers ออกอากาศตอนที่ว่าด้วย "อาหารที่คิดว่าดี อาจกำลังทำร้ายร่างกาย" ซึ่งมีถ้อยคำพาดพิง "นมไทย" กระทั่งเกิดกระแสถกเถียงรุนแรงในสังคม วู้ดดี้ยอมรับว่าสื่อสารไม่รอบด้าน จึงระงับคลิปดังกล่าวชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยย้ำว่า "ไม่มีเจตนาด้อยค่านมไทย" แต่ตั้งใจชวนคนตั้งคำถามเรื่องโภชนาการด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้น

วู้ดดี้แจ้งว่าจะจัดทำตอนพิเศษเชิญแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนอุตสาหกรรมนมไทย มาร่วมพูดคุย "แบบตรงไปตรงมา" เพื่อเคลียร์ประเด็น เช่น เกณฑ์เรียก "น้ำนมโคแท้ 100%" ความแตกต่างระหว่างนมสดและนมคืนรูป ใครควรระวังการดื่มนม และภาพรวมคุณภาพนมไทยเทียบต่างประเทศ รวมถึงเจ้าตัว "น้อมรับคำวิจารณ์เป็นบทเรียน" และขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากเกษตรกร ปศุสัตว์ และนักวิชาการ

ก่อนหน้านี้ คลิปตัวอย่างรายการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประโยคที่ว่า "นมในไทยส่วนมากไม่ใช่นมแท้ เป็นนมผงผสม… บางกล่องอาจไม่เคยแตะวัวจริงเลย" จนบรรดานักวิชาการและสื่อหลายแห่งออกมาชี้แจงว่าสินค้านมในไทยจำนวนมากเป็น "น้ำนมโคสดแท้ 100%" มีการระบุชัดเจนบนฉลาก ขณะที่นมคืนรูปหรือผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งก็ต้องติดฉลากตามกฎหมาย ล่าสุดรายการต้องถอดคลิปออกเนื่องจากเกิดความเข้าใจผิด

กระแสขอโทษของวู้ดดี้เกิดขึ้นควบคู่กับคำถามในโซเชียลเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลด้านโภชนาการและข้อสงสัยเรื่องสปอนเซอร์ ฝ่ายที่ถูกอ้างถึงได้เผยว่า "ให้ข้อมูลไม่ครบ" และยืนยันว่าไม่มีสปอนเซอร์จ้างเชียร์รายการ

ภาพรวม ฝ่ายรายการแสดงความรับผิดชอบโดยการแก้ไขข้อมูลและเปิดเวทีผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่นักวิชาการเรียกร้องใช้หลักฐานและข้อกฎหมายบนฉลากเป็นฐานสื่อสาร เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกกับผลิตภัณฑ์นมไทยเกินจริง กำลังรอติดตามตอนพิเศษที่จะให้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบครบถ้วนในเร็ว ๆ นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top