Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

‘สี จิ้นผิง’ ยกความสัมพันธ์จีน–รัสเซีย เป็นตัวอย่างของมิตรภาพถาวร พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน

(2 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์จีน–รัสเซียว่าเป็น “ตัวอย่างของการร่วมมือระหว่างประเทศมหาอำนาจ” โดยย้ำถึงมิตรภาพถาวร การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน คำกล่าวนี้เกิดขึ้นระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปีชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2

สี จิ้นผิง ระบุว่าจีนพร้อมกระชับการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับรัสเซียในประเด็นสำคัญ และผลักดันความร่วมมือทวิภาคีให้ก้าวหน้า เขาเน้นว่าควรใช้โครงการขนาดใหญ่เป็นกลไกขับเคลื่อน เพื่อสร้างความร่วมมือให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนยังชี้ว่าการที่สองประเทศเข้าร่วมพิธีรำลึกชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกันและกัน แสดงถึงความรับผิดชอบในฐานะชาติผู้ชนะสงครามและสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะปกป้องผลลัพธ์ของสงครามโลกและมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสีจีนยังผลักดัน “ข้อริเริ่มการกำกับดูแลโลก” เพื่อร่วมกับประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันปกป้องกฎบัตรสหประชาชาติ และสร้างระบบบริหารจัดการโลกที่เป็นธรรมมากขึ้น เขาย้ำว่าจีนและรัสเซียควรเสริมบทบาทในเวทีพหุภาคี เช่น UN, SCO, BRICS และ G20 เพื่อร่วมกันสร้าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ”

3 กันยายน พ.ศ. 2505 ย้อนเรื่องราว "ความไม่โกรธ" ของ ในหลวง ร. 9 เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนประเทศออสเตรเลีย

วันนี้ เมื่อ 63 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยเมลเบิร์นลบหลู่พระเกียรติ แต่พระองค์ก็เปี่ยมไปด้วยพระราชธรรม " อกฺโกธํ " คือ กริยาที่ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ พร้อมแสดงพระอัจฉริยภาพในการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม

ย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน พุทธศักราช 2505 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถูกท้าทายจากนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีความคิดรุนแรง ไม่เข้าใจพระองค์และเมืองไทยเป็นอย่างดี โดยบ้างก็ถือป้ายที่มีข้อความกล่าวร้ายต่อพระองค์ท่าน บ้างก็ส่งเสียงโห่ปนฮาลบหลู่พระเกียรติ และเกียรติภูมิของชาติไทยอย่างแรง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งร่วมเสด็จฯ ด้วยในครั้งนั้น ได้ทรงบรรยายภาพไว้ในบทพระราชนิพนธ์ "ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ" ตอนหนึ่ง ระบุว่า

"... ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาที่พระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ไปพระราชทานพระราชดำรัสที่เครื่องขยายเสียงกลางเวที ยังไม่ทันจะอะไร ก็มีเสียงโห่ปนฮาดังขึ้นมาจากกลุ่มปัญญาชนข้างนอกอีกแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามือเย็นเฉียบ หัวใจหวิว ๆ อย่างไรพิกล รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะมองขึ้นดูพระพักตร์ท่านด้วยความสงสารและเห็นพระทัย ในที่สุดก็ฝืนใจมองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั่นเองแหละที่เป็นผู้ได้กำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะที่ทรงพระดำเนินไปยืนกลางเวทีเห็นพระพักตร์สงบเฉย ทันใดนั้นเองคนที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดก็ปรบมือเสียงสนั่นหวั่นไหวคล้ายจะถวายกำลังพระทัยท่าน

พอเสียงปรบมือเงียบลง คราวนี้ข้าพเจ้ามองขึ้นไปบนเวทีอีกก็เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงเอะอะอยู่ข้างนอกอย่างงดงาม และน่าดูที่สุด พระพักตร์ยิ้มนิด ๆ พระเนตรมีแววเยาะหน่อย ๆ แต่พระสุรเสียงราบเรียบยิ่งนัก

"ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมาก ในการต้อนรับอันอบอุ่นและสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่าน"

รับสั่งเพียงเท่านั้นเอง แล้วก็หันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในหอประชุม ตอนนี้ข้าพเจ้าอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ด้วยความสะใจ เพราะเสียงฮานั้นเงียบลงทันทีราวกับปิดสวิทช์ แล้วตั้งแต่นั้นก็ไม่มีอะไรเลย ทุกคนข้างนอกข้างในต่างนั่งฟังพระราชดำรัสเฉยท่าทางดูขบคิด ข้าพเจ้าเห็นว่าพระราชดำรัสวันนั้นดีมาก รับสั่งสดๆ โดยไม่ทรงใช้กระดาษเลย

ทรงเล่าถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยเราว่า เรามีเอกราช มีภาษาของตนเอง มีตัวหนังสือซึ่งคิดค้นขึ้นใช้เอง เราตั้งบทกฎหมายการปกครองของเราเอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมา 700 ปีกว่ามาแล้ว ตอนนี้ข้าพเจ้าขำแทบแย่ เพราะหลังจากรับสั่งว่า 700 ปีกว่ามาแล้ว ทรงทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก ทรงสะดุ้งนิด ๆ และทรงโค้งพระองค์อย่างสุภาพ เมื่อตรัสว่า ขอโทษลืมไป ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลย

แล้วทรงเล่าต่อไปว่า แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยเรามีน้ำใจกว้างขวาง พร้อมที่จะให้โอกาสคนอื่นและฟังความเห็นของเขา เพราะเรามักใช้ปัญญาขบคิดไตร่ตรองหาเหตุผลก่อนจึงจะตัดสินว่าสิ่งไรเป็นอย่างไร ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าตัดสินอะไรตามใจชอบ โดยไม่ใช้เหตุผล ..."

ทั้งนี้ผลจากการแสดงพระอัจฉริยภาพอย่างสูงในสถานการณ์ดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเสร็จพิธีแล้ว ผู้ร่วมพิธีต่างเข้ามากราบบังคมทูลสรรเสริญถึงพระราชดำรัสนั้น และสำหรับกลุ่มนักศึกษาที่มีปฏิกิริยาเหล่านั้น ต่างก็มีอากัปกิริยาเปลี่ยนไปหมด บ้างก็มีสีหน้าเฉย ๆ เจื่อน ๆ ดูหลบพระเนตร ไม่มีการมองดูพระองค์อย่างประหลาดอีก แต่บางพวกก็มีน้ำใจเป็นนักกีฬาพอที่จะยิ้มแย้มแจ่มใส โบกมือและปรบมือให้แก่ทั้งสองพระองค์ตลอดทางจนถึงที่รถพระที่นั่งจอดอยู่

‘ทรัมป์’ เล็งเปลี่ยนชื่อ ‘กระทรวงกลาโหม’ เป็น ‘กระทรวงสงคราม’ เชื่อคนอเมริกาส่วนใหญ่เห็นด้วย

(2 ก.ย. 68) สหรัฐฯ อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขากำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหม (Department of Defense) กลับไปใช้ชื่อเดิมคือ 'กระทรวงสงคราม' (Department of War) ซึ่งเคยใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว

ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงนี้ระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง โดยย้ำว่า คำว่า 'สงคราม' สะท้อนบทบาทที่แท้จริงมากกว่า พร้อมเสริมว่าแนวคิดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า หากจะมีการเปลี่ยนชื่อจริง ๆ ขั้นตอนนี้อาจต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน ซึ่งอาจกลายเป็นอีกประเด็นร้อนในทางการเมืองของวอชิงตันในเร็ว ๆ นี้

จีนเปิดตัวชิป 6G ครอบคลุมทุกย่านความถี่ ความเร็วทะลุ 100Gbps ปูทางสู่ยุคเครือข่าย AI

(2 ก.ย. 68) จีนเปิดตัวชิป 6G แบบ “ครอบคลุมทุกย่านความถี่” ชิ้นแรกของโลก รองรับความเร็วสูงสุดกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที นับเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่เครือข่ายไร้สายยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยชิปดังกล่าวอาจช่วยลดช่องว่างดิจิทัลระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่ชนบท

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) และ มหาวิทยาลัยซิตี้ยู ฮ่องกง (City University of Hong Kong) สามารถรวมย่านความถี่ตั้งแต่ 0.5 GHz ถึง 115 GHz ไว้ในชิปขนาดเพียง 11 x 1.7 มม. แถมยังสลับใช้งานระหว่างย่านความถี่ต่ำ-สูงได้อย่างไร้รอยต่อ เหมาะทั้งการกระจายสัญญาณกว้างไกลและการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง เช่น VR หรือการผ่าตัดทางไกล

หัวใจของนวัตกรรมนี้คือเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ผสานอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยแปลงสัญญาณไร้สายเป็นสัญญาณแสงเพื่อประมวลผล ทำให้การสื่อสารคงคุณภาพเสถียรทั่วทั้งย่านความถี่ พร้อมความสามารถ “เปลี่ยนช่องความถี่อัตโนมัติ” เมื่อเจอการรบกวน คล้ายการขับรถเลี่ยงช่องทางที่ติดขัด

นักวิจัยระบุว่าชิปดังกล่าวเป็นพื้นฐานฮาร์ดแวร์ของ “เครือข่าย AI-native” ที่สามารถปรับพารามิเตอร์สื่อสารได้เองแบบเรียลไทม์ในสภาพแวดล้อมซับซ้อน อีกทั้งยังวางแผนพัฒนาโมดูลขนาดเล็กเท่าแฟลชไดรฟ์ สำหรับติดตั้งในสมาร์ทโฟน สถานีต่างๆ โดรน และอุปกรณ์ IoT เพื่อผลักดันการใช้งานเครือข่าย 6G ให้แพร่หลายเร็วขึ้น

‘อินเดีย’ เผยผลสำรวจประชากร ‘สิงโต’ สายพันธุ์เอเชียติก เพิ่มจาก 674 เป็น 891 ตัวภายใน 5 ปี!! และพบในพื้นที่ชุมชนเป็นจำนวนมาก

(3 ก.ย. 68) สิงโตสายพันธุ์เอเชียติก (Asiatic lion) ในอินเดียกลับมาเพิ่มจำนวนอย่างก้าวกระโดด โดยรายงานจาก Lion Population Estimation ครั้งที่ 16 ระบุว่าจำนวนสิงโตเพิ่มขึ้นจาก 674 ตัวในปี 2020 เป็น 891 ตัวในปี 2025 คิดเป็นการเติบโต 32% ภายใน 5 ปี ขณะเดียวกันจำนวนตัวเมียวัยเจริญพันธุ์ก็เพิ่มจาก 260 ตัวเป็น 330 ตัว ทำให้ความสามารถในการสืบพันธุ์มีโอกาสสูงยิ่งขึ้น

รายงานยังพบการขยายพื้นที่กระจายพันธุ์ไปยังอนุรักษ์สัตว์ป่าบาร์ดาในรัฐคุชราต รวมถึงพื้นที่รอบ เจตปุระ (Jetpur) และ บาบรา–จัสดาน (Babra-Jasdan) โดยปัจจุบันดาวเทียมตรวจพบสิงโตอาศัยอยู่ จำนวน 497 ตัวใน 9 พื้นที่ และที่สำคัญคือมีการบันทึกพบสิงโต 22 ตัว ในพื้นที่ทางเชื่อมระหว่างถิ่นอาศัยกับมนุษย์เป็นครั้งแรก

เนื่องใน วันสิงโตโลก (World Lion Day) 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของอินเดีย ภูเพนเดอร์ ยาดัฟ (Bhupender Yadav) กล่าวว่านี่คือ “ความสำเร็จที่น่าทึ่ง” และย้ำว่าสิงโตเอเชียติกคือสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก พร้อมเปิดตัวโครงการ 1.8 พันล้านรูปี (ราว 810 ล้านบาท) เพื่อเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในรัฐคุชราต

สำหรับ สิงโตเอเชียติก พบได้เฉพาะในภูมิภาคกีร์ รัฐคุชราต อินเดีย มีลักษณะเด่นต่างจากสิงโตแอฟริกัน เช่น ขนาดเล็กกว่า แผงคอผู้ไม่หนา และมีรอยพับของผิวหนังที่หน้าท้อง การอนุรักษ์จึงมีความสำคัญยิ่ง เพราะพวกมันเป็นทั้งสายพันธุกรรมเฉพาะ ถ่วงดุลระบบนิเวศ และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอินเดีย หากไม่มีมาตรการคุ้มครองต่อเนื่อง ก็เสี่ยงเผชิญโรคระบาดและการสูญพันธุ์ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการพบเห็นสิงโตในสถานที่ไม่ควรอยู่ เช่น บนระเบียงบ้าน ในลานจอดรถใต้ดินของโรงแรม และบนทางหลวงที่พลุกพล่านเป็นประจำ ด้วยจำนวนสิงโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นกังวลว่าอาจจะเป็นปัญหาได้ โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.68 สิงโตตัวหนึ่งได้ขย้ำเด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตในเขตอัมเรลี รัฐคุชราต 

‘ต้อม ยุทธเลิศ’ เรียกร้องปรับเรตหนัง “ผีใช้ได้ค่ะ” เป็น 20+ พร้อมขอให้ตรวจสอบเนื้อหาอีกครั้งก่อนส่งไปออสการ์

เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้เพียงไม่กี่วัน สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “ผีใช้ได้ค่ะ” ที่นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา และ วิศรุต หิมรัตน์ , อาภาศิริ นิติพน ฯลฯ และยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ครั้งที่ 98 สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม แต่ล่าสุดผู้กำกับดัง ต้อม ยุทธเลิศ ได้ออกมาเรียกร้องให้ปรับเรตขึ้นใหม่จาก 18+ เป็น 20+ แทนเพราะเนื้อหาไม่เหมาะสม อีกทั้งวอนผู้ใหญ่ตรวจสอบเนื้อหาอีกครั้งก่อนเป็นตัวแทนหนังไทย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ (2 ก.ย. 68) - ต้อม ยุทธเลิศ ลงภาพบางส่วนของภาพยนตร์ “ผีใช้ได้ค่ะ” พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับเรตของหนังเรื่องดังกล่าว ระบุว่า “เรียน: @thaccaofficial @thaimculture

เรื่อง: ร้องทุกข์ แก้ไข เรทหนัง เนื่องด้วยในวันที่ 1 กันยายน 2568 ผมได้ไปดูหนังเรื่อง #ผีใช้ได้ค่ะ กับลูกสาว หนังติดเรท18+ ลูกสาวผมอายุ18พอดี ก็เลยไม่ได้กังวลอะไร แต่เมื่อได้ดูหนังกลับพบว่า การกระทำของตัวละครในหนังผิดทั้งจริยธรรมและศีลธรรมอันดีของไทย และอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา112ได้ — ทราบมาว่าทางทักก้า @thaccaofficial ได้ยกเลิกการแบนหนังไปแล้ว ผมจึงขอเสนอให้เพิ่มเรตขึ้นเป็น 20+ เพื่อความเหมาะสมกับตัวหนัง และเพื่อป้องกันผู้ที่อายุต่ำกว่าต้องมาเจอกับสิ่งนี้โดยไม่มีการเตือนหรือตรวจบัตรใด ๆ ก่อนเข้าโรง”

รวมถึงยังเรียกร้องไปถึงบางหน่วยงาน อยากให้เข้ามาตรวจสอบเนื้อหาแล้วคิดอย่างรอบคอบอีกครั้ง ก่อนที่จะนำไปเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทย เสนอชื่อเข้าประกวดที่ออสการ์ วอนให้พิจารณาเป็นการเร่งด่วน พร้อมบอกอีกว่าลูกสาววัย 18 ของตน ไม่โอเคกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอีกด้วย

‘ยูเครน’ ถูกโจมตีด้วยโดรน-ขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูก ‘เซเลนสกี’ เรียกร้องชาติพันธมิตรเปลี่ยนระบอบรัสเซีย

(3 ก.ย. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เตือนว่ารัสเซียกำลังสะสมกำลังในแนวรบบางจุด และ “ฮึกเหิมหนักขึ้นทุกวัน” หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูก โดยมีกรุงเคียฟเป็นเป้าหมายหลัก ส่งผลให้ตึกอพาร์ตเมนต์ 9 ชั้นบางส่วนพังเสียหาย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงเด็กชายอายุ 6 ขวบ และบาดเจ็บกว่า 150 คน

หลังเหตุโจมตี เซเลนสกีเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงในรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้มอสโกพยายามสร้างความไม่มั่นคงในประเทศเพื่อนบ้านแม้สงครามจะจบลง พร้อมกล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้สะท้อนถึง “ความโหดร้ายและความหวาดกลัวเกินจินตนาการ”

ด้านกองทัพรัสเซียอ้างว่าได้ยึดเมืองชาซิวยาร์ (Chasiv Yar) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางตะวันออก และยังโจมตีฐานทัพอากาศ คลังอาวุธ และโรงงานผลิตโดรน ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อ แม้สหรัฐฯ จะออกคำเตือนให้รัสเซียยุติการรุกรานภายใน 10 วัน มิฉะนั้นจะถูกคว่ำบาตร

ทั้งนี้ กรุงเคียฟประกาศให้วันศุกร์เป็นวันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต นายกเทศมนตรี วิตาลี คลิทช์โก (Vitali Klitschko) ระบุว่าช่วงนี้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมเพื่อกดดันให้ยุติสงคราม

‘แม่ทัพภาค 2’ สั่งปิดตายปราสาทตาเมือนธม ล้อมรั้วลวดหนามชั่วกัลปาวสาน ใครแตะถือว่าล้ำอธิปไตยไทย

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษกับนักศึกษาหลักสูตรวัคซีนเพื่อชีวิต (วชส.) สมาคมพนักงานสอบสวน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถึงประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า แม้มีการหยุดยิงชั่วคราว แต่ทหารกัมพูชายังคงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น และบางครั้งใช้สูตรเจรจาไปพูดอีกอย่าง ทำอีกอย่าง พร้อมยืนยันว่า ภูมะเขือและพื้นที่ที่ไทยควบคุมอยู่ทั้งหมดเป็นอธิปไตยของไทย

สำหรับปราสาทตาเมือนธม แม่ทัพภาค 2 ชี้แจงว่า มีการวางรั้วลวดหนามรอบปราสาททั้งหมด และถือเป็นการประกาศอาณาเขตไทย หากใครแตะต้องรั้วถือว่าล้ำอธิปไตยไทย พร้อมย้ำว่า รั้วนี้จะอยู่ชั่วกัลปาวสาน ใครจะขึ้นมาต้องมีวีซ่าและพาสปอร์ต

พล.ท.บุญสินยังกล่าวถึงกรณีปราสาทพระวิหารที่ไทยแพ้คดีแล้วว่า มีสองแนวทาง คือ ยื่นต่อศาลโลกใหม่ หรือใช้กำลังยึดกลับ แต่ต้องคำนึงถึงกฎหมายและสถานการณ์โลก ขณะเดียวกันพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ เช่น บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ก็มีการวางรั้วลวดหนามเพื่อประกาศอาณาเขตไทย

ทั้งนี้ แม่ทัพภาค 2 ย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่และการวางรั้วขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่จริง และเป็นมาตรการรักษาอธิปไตยของชาติ ไม่เกี่ยวข้องกับอดีตหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับฝ่ายกัมพูชา แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน

‘ปูติน-คิม จองอึน’ ตบเท้าร่วมงานยกย่องวีรชนสงคราม วันแห่งชัยชนะ 80 ปีต้านญี่ปุ่น!! ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ณ กรุงปักกิ่ง

(3 ก.ย. 68) ขบวนพาเหรดทางทหารขนาดใหญ่จัดขึ้นที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ของจีน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยมี ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เข้าร่วมงานดังกล่าว ขณะที่ขบวนพาเหรดทำการเดินสวนสนามเพื่อยกย่องความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียตและการปราบลัทธิฟาสซิสต์จนสิ้นสุดสงคราม

นอกจากนี้ยังมีผู้นำโลกและตัวแทนจากกองทัพหลายประเทศเข้าร่วมในพิธี อาทิ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ , ปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย , เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส 

ทั้งนี้ ขบวนพาเหรดแสดงถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีของชาติพันธมิตรในสงคราม พร้อมให้ความสำคัญกับเหล่าทหารนักรบ ผู้รอดชีวิตและวีรบุรุษที่มีส่วนในการสร้างชัยชนะครั้งนี้

สื่อเขมร โพสต์ถามไทยจะช่วยสร้าง 7 โครงการต่อหรือไม่ หลัง ‘แพทองธาร’ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งนายกฯ

(3 ก.ย. 68) Khmer Times โพสต์ถาม ไทยยังเดินหน้าช่วยกัมพูชาตาม 7 โครงการ หลัง ‘แพทองธาร’ ถูกถอดถอนหรือไม่

สื่อกัมพูชา Khmer Times โพสต์ตั้งคำถามต่อความช่วยเหลือจากไทย หลังจากที่รัฐบาลแพทองธารเคยลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับกัมพูชาไว้ 7 โครงการ ว่าหลังการถอดถอน “อุ๊งอิ๊ง” ไทยจะยังคงดำเนินการตามสัญญาต่อไปหรือไม่ โดยบทความได้สัมภาษณ์นักวิชาการกัมพูชา ซึ่งย้ำว่า ไทยมีพันธะตามสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top