Friday, 5 June 2026
ทรัมป์

ทรัมป์เดิมพันอนาคตสหรัฐ พึ่ง AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดึงเจ้าชายซาอุฯ ‘โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน’ ร่วมทุ่มลงทุน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ปั้นทะเลทรายให้กลายเป็นฮับดาต้าเซ็นเตอร์

(23 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังผูกอนาคตเศรษฐกิจสหรัฐเข้ากับเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างชัดเจน ภาพนี้ยิ่งชัดขึ้นระหว่างการเยือนสหรัฐของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ประกาศแผนลงทุนกับบริษัทอเมริกันมูลค่ารวมราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยใช้ความได้เปรียบด้านน้ำมันและก๊าซเป็นฐานพัฒนาประเทศให้กลายเป็นฮับดาต้าและเอไอของโลก

ในงาน US-Saudi Investment Forum ทรัมป์ประกาศต่อหน้านักลงทุนว่า สหรัฐจะร่วมกับพันธมิตรอย่างซาอุฯ “สร้าง ecosystem เอไอที่ใหญ่ ทรงพลัง และล้ำหน้าที่สุดในโลก” ท่ามกลางแขกแถวหน้าที่นั่งฟังอยู่มีทั้ง เจนเซน หวง (Jensen huang) ผู้ร่วมก่อตั้ง Nvidia และอีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla, SpaceX และ xAI ฝั่งซาอุฯ เองก็กำลังใช้ทรัพยากรพลังงานราคาถูกและพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นแม่เหล็กดึงดูดโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานเอไอร่วมกับบริษัทสหรัฐฯ

ทรัมป์พยายามโยงผลงานตลาดหุ้นและเม็ดเงินลงทุนปีนี้เข้ากับนโยบายของตัวเอง แต่ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เอไอและโรงไฟฟ้าที่ต้องรองรับการใช้พลังงานมหาศาล ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นก็เริ่มผันผวน ดัชนีสำคัญบางตัวร่วงลงเพราะนักลงทุนกังวลว่าเอไอกำลังสร้างฟองสบู่ใหม่ หากค่าพลังงานของประชาชนพุ่งขึ้น หรืองานในภาคเอไอไม่เกิดจริงตามคำสัญญา ความเสี่ยงทางการเมืองที่ทรัมป์ต้องเจอก็ยิ่งสูงขึ้น

บริษัทที่ปรึกษา Oxford Economics ประเมินว่า การลงทุนด้านเอไอช่วยพยุงเศรษฐกิจสหรัฐในปีที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์เองที่ดันเงินเฟ้อและกดดันการจ้างงาน แต่รายงานก็เตือนด้วยว่า บริษัทเอไอจำนวนมากเริ่มพึ่งพาหนี้ในระดับสูงเพื่อลงทุนขยายกิจการ สัญญาณนี้อาจสะท้อนว่า “เฟสเปราะบาง” ของบูมเอไอกำลังรออยู่ข้างหน้า

แม้ซาอุฯ ยกระดับดีลแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยพูดถึงตัวเลขลงทุนราว 6 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงทรัมป์เยือนริยาด มาสู่ตัวเลข 1 ล้านล้านดอลลาร์ระหว่างการเยือนวอชิงตันรอบล่าสุด ทรัมป์ยังแซวมกุฎราชกุมารหลังเวที ขอให้ดันตัวเลขไปถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ ขณะที่สตีเฟน ชวาร์ซแมน (Stephen A. Schwarzman) ซีอีโอ Blackstone ก็ย้ำบนเวทีว่า สองเรื่องเติบโตเร็วที่สุดในสายตานักลงทุนตอนนี้คือ “เอไอและพลังงาน” โดยบอกว่า Blackstone เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาและเจ้าของดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ของโลก

มิติด้านเทคโนโลยียิ่งชัดเมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอนุมัติให้ส่งออกชิปเอไอขั้นสูงตระกูล Blackwell ของ Nvidia จำนวนรวมเทียบเท่าราว 35,000 ชิป ให้กับสองบริษัทใหญ่ในซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แก่ G42 ในอาบูดาบี และ Humain บริษัทเอไอที่ซาอุฯ หนุนหลัง โดยทั้งคู่มีแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดยักษ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การอนุมัติครั้งนี้ถูกจับตา สะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมหนุนดีลเอไอเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตรอ่าวอาหรับ

ในเวทีเดียวกัน Humain ยังประกาศจับมือกับ xAI ของมัสก์ สร้างดาต้าเซ็นเตอร์กำลังไฟ 500 เมกะวัตต์ในซาอุฯ พร้อมวางแผนให้แชตบอต Grok ของ xAI ถูกใช้อย่างกว้างขวางในประเทศ ขณะที่ฝั่งสหรัฐเอง Amazon Web Services ก็ได้รับการพูดถึงในแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ 100 เมกะวัตต์ในริยาด พร้อม “เป้าหมายระยะยาวระดับกิกะวัตต์” ทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วยชิปเร่งความเร็วเอไอจาก Nvidia เป็นหลัก

ทั้งนี้ แม้ในมุมหนึ่งภาพที่ออกมาคือ “ดีลทอง” ระหว่างเงินทุน–พลังงาน–เทคโนโลยี ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ แต่ก็มีคำถามใหญ่ตามมาด้วยว่า การพึ่งเอไอเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจะยั่งยืนแค่ไหน ทั้งเรื่องการใช้พลังงานมหาศาล ผลกระทบต่อค่าครองชีพ และความเป็นไปได้ที่การจ้างงานจะไม่โตทันกับมูลค่าเงินลงทุน ในขณะที่ซาอุฯ ใช้เอไอเป็นสะพานสู่เศรษฐกิจหลังยุคน้ำมัน ทรัมป์เองก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเศรษฐกิจเอไอที่เขาโปรโมต จะไม่กลายเป็นเพียง “ฟองสบู่ดิจิทัล” ที่ทิ้งภาระไว้กับประชาชนในระยะยาว

สหรัฐฯ เสนอกรอบสันติภาพ 28 ข้อ ยูเครนต้องเลือกระหว่างรับหรือสู้ต่อ มาตรการเน้นหนักต่อเงื่อนไขยูเครน รัสเซียพร้อมหารือขยายข้อตกลงถาวร

(24 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ส่งสัญญาณแรงถึงประธานาธิบดียูเครน 'วโลดีมีร์ เซเลนสกี' ให้ตัดสินใจรับข้อเสนอแผนสันติภาพของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย หากไม่รับก็สามารถ "สู้ต่อไปให้สุดหัวใจดวงน้อยของเขาได้"

ทรัมป์ระบุว่า รัฐบาลกำลังพยายามให้ความขัดแย้งยุติลง "ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" พร้อมย้ำว่า "เราต้องทำให้มันยุติให้ได้" และชี้ว่าแผนนี้ยังไม่ใช่ "ข้อเสนอสุดท้าย" สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความคิดเห็นของคู่ขัดแย้ง

รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ทรัมป์อนุมัติกรอบแผน 28 ข้อ ซึ่งรวมมาตรการหลายประการที่ถูกมองว่ามีเงื่อนไขเข้มงวดต่อยูเครน เช่น ลดความช่วยเหลือทหารจากสหรัฐฯ รับรองคริสตจักรออร์ทอดอกซ์ยูเครนฝ่ายคาโนนิกัล ให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาทางการ ลดขนาดกองทัพยูเครน และห้ามกองกำลังต่างชาติประจำการในยูเครน

ในประเด็นอ่อนไหว แผนตั้งสมมติฐานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรจะยอมรับไครเมียและดอนบาสเป็นดินแดนรัสเซียอย่างถูกกฎหมาย ขัดกับจุดยืนยูเครนและพันธมิตรบางฝ่าย

ด้าน 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ผู้นำรัสเซียกล่าวว่าแผนอาจเป็นฐานข้อตกลงยุติสงครามถาวร แต่ต้องหารือรายละเอียดต่อไป ขณะที่ยูเครนยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ แผนดังกล่าวกำลังถูกชี้วัดในเวทีโลกเนื่องจากส่งผลต่ออธิปไตยของยูเครนและดุลอำนาจในยุโรปตะวันออก รวมถึงทิศทางนโยบายของสหรัฐฯในยุคทรัมป์

สหรัฐฯ ปรับแผน!! ลดแผนสันติภาพเหลือ 19 ข้อ จาก 28 ข้อ…หวังยุติสงคราม ‘ยูเครน’ ยุโรปโล่งใจ ถอดเงื่อนไขยึดทรัพย์รัสเซีย แต่ขู่เคียฟ หากไม่รับแผนจะสั่งงดช่วยเหลือทั้งหมด

(25 พ.ย. 68) แผนยุติความขัดแย้งยูเครนของสหรัฐฯ เดิมมี 28 ข้อ แต่ล่าสุดถูกลดเหลือ 19 ข้อ หลังการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และยูเครนในกรุงเจนีวา โดยยังเป็นการทำงานต่อจากร่างฉบับเดิมของสหรัฐฯ ไม่ใช่ร่างทางเลือกจากยุโรป และจำนวนข้อสุดท้ายก็ยังไม่สรุปแน่ชัด

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า เขายังไม่เห็นข้อเสนอของยุโรป ขณะเดียวกันสื่อบลูมเบิร์กรายงานว่า ร่างล่าสุดได้ตัดข้อเสนอเรื่องนำทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกแช่แข็งกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ไปใช้ฟื้นฟูยูเครนออกไป ทำให้หลายประเทศยุโรปรู้สึกเบาใจขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เห็นต่างกันมานาน

ส่วนเนื้อหาเดิมของแผนสหรัฐฯ เช่น การลดความช่วยเหลือทางทหาร การให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาทางการในยูเครน การลดกำลังทหารยูเครน รวมถึงการยอมรับไครเมียและดอนบาสเป็นดินแดนของรัสเซีย ยังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงต่อ ซึ่งผู้นำรัสเซียก็ส่งสัญญาณว่าแผนใหม่ของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การเจรจาปิดฉากสงครามได้

อย่างไรก็ตาม จากรายงานข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ขู่ยูเครนหากไม่ยอมรับแผนนี้ อาจถูกตัดความช่วยเหลือทั้งหมด ตั้งแต่ระบบป้องกันทางอากาศ ไปจนถึงการแชร์ข่าวกรองและการสนับสนุนทางทหารอื่น ๆ ทำให้ความกดดันต่อรัฐบาลเคียฟเพิ่มขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่กำลังเข้มข้น

‘สี จิ้นผิง-ทรัมป์’ ต่อสายเคลียร์ใจ ย้ำเดินหน้าบนฐานเท่าเทียม ร่วมมือได้ประโยชน์ ขัดแย้งเจ็บทั้งคู่ หนุนขยายความร่วมมือ ลดรายการปัญหา

(26 พ.ย. 68) สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า จีนและสหรัฐฯ ควรรักษาโมเมนตัมความสัมพันธ์ที่กำลังเดินหน้า และต้องเคลื่อนต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยยึดหลักความเท่าเทียม การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สี จิ้นผิง ระบุว่า การพบหาระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ ที่เมืองปูซานเมื่อเดือนที่แล้วประสบความสำเร็จ และช่วย “ปรับเข็มทิศ” ของความสัมพันธ์สองประเทศ เปรียบเหมือนเรือใหญ่ที่กลับมาแล่นได้อย่างมั่นคง ส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังประชาคมโลก พร้อมชี้ว่าตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เดินหน้าในทิศทางที่ค่อนข้างมั่นคงและเป็นบวก ได้รับการต้อนรับจากทั้งสองประเทศและนานาชาติ

ผู้นำจีนย้ำว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงชัดเจนแล้วว่า “ร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ ขัดแย้งกัน ทั้งสองฝ่ายเสียหาย” และมองว่าภาพของจีนและสหรัฐฯ ที่ช่วยกันเติบโต ร่ำรวย และประสบความสำเร็จไปด้วยกันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เขาเสนอว่าควร “เพิ่มรายชื่อเรื่องความร่วมมือ และลดรายชื่อปัญหา” เพื่อสร้างความคืบหน้าทางบวก เปิดพื้นที่ใหม่ให้การร่วมมือ และส่งผลดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศรวมถึงโลก

สี จิ้นผิง ยังทบทวนจุดยืนหลักของจีนเรื่องไต้หวัน โดยเน้นว่า การที่ไต้หวันกลับมาอยู่กับจีนเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมชี้ว่าในอดีตจีนและสหรัฐฯ เคยยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิทหารนิยม และในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศยิ่งควรช่วยกันปกป้อง “ชัยชนะของสงครามโลกครั้งที่ 2” ให้มั่นคง

‘รศ.ดร.อักษรศรี’ จี้รัฐบาลไทยถ้า ‘ทรัมป์’ โทรมาอย่ารีบยอม แนะเดินเกมยื้อเวลาเตือนอย่าซ้ำรอยรัฐบาลชุดก่อน

(8 ธ.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ร้อนแรงขึ้น โดยระบุว่า หาก “ทรัมป์” โทรมาจุ้นให้เร่งคลี่คลายปัญหา รัฐบาลไทยควร “เดินเกมดึงเรื่อง ยื้อเวลาให้นานที่สุด อย่าหมอบเร็วอย่างไร้กระบวนท่าเหมือนรัฐบาลชุดก่อน” 

ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองทัพอากาศไทยเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อเช้าวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพื่อตอบโต้การยิงจากฝั่งกัมพูชา ทำให้ความเชื่อมั่นต่อ “ข้อตกลงสันติภาพทรัมป์” ที่เพิ่งลงนามไม่กี่สัปดาห์ก่อน ถูกสั่นคลอนอย่างหนัก

รายงานจาก CNN ระบุว่า การปะทะเริ่มตั้งแต่เช้ามืด ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าอีกฝั่งเป็นผู้เปิดฉากก่อน ฝ่ายไทยชี้แจงว่าตรวจพบการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและมาร์กจุดยิงภายในดินแดนกัมพูชาที่มีแนวโน้มยิงเข้าเขตไทย จึงใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีคลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางลำเลียงที่มองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรง 

ด้านโฆษกกองทัพไทยย้ำว่าปฏิบัติการมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารเพื่อป้องกันอธิปไตยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์โต้ทันที ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่ากัมพูชายึดแนวทางสันติและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
 

สหรัฐฯ ควรรีบฟื้นสัมพันธ์กับรัสเซีย เพราะมีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์ คาดเห็นการเจรจาแบบตัวต่อตัวเพิ่มขึ้น หวังร่วมมือเศรษฐกิจ ‘สหรัฐฯ–รัสเซีย’ ในอนาคต

(14 ธ.ค. 68) จอร์จ ปาปาโดปูลอส อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยชี้ว่ารัสเซียเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์โลก และการเจรจาระหว่างสองประเทศจะมีความจำเป็นมากขึ้นในอนาคตเช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยผ่อนคลายท่าทีต่อซีเรีย

เขากล่าวว่า แนวโน้มการพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ| ชีวประวัติและข้อเท็จจริง

รายงานระบุว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้พบกับสตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 5 ชั่วโมง ครอบคลุมข้อเสนอแผนสันติภาพยูเครน และโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคตของทั้งสองประเทศ


ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ บีบยูเครน!! จ่อถอดหลักประกัน เตือนไม่ให้ยูเครนยืดเยื้อ เผย "มาตรฐานแพลทินัม" ถูกจำกัดเวลา ทรัมป์ชี้ยูเครนควรมองใหม่

(17 ธ.ค. 68) สหรัฐอเมริกาแจ้งยูเครนให้ยอมรับข้อเสนอ "มาตรฐานแพลทินัม" ว่าด้วยหลักประกันความมั่นคงภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเสียโอกาสเพราะข้อเสนอนี้อาจถูกถอนออกไป

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า หลักประกันดังกล่าว "จะไม่ได้อยู่บนโต๊ะเจรจาตลอดไป" พร้อมระบุว่ายูเครนและยุโรปพอใจในระดับที่ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้เสนอไว้ ถึงแม้รายละเอียดของหลักประกันยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

'โดนัลด์ ทรัมป์' กล่าวว่า ยูเครน "ได้สูญเสียดินแดนไปแล้ว" และเสนอให้ยูเครนเลิกหวังจะได้ดินแดนคืน ควรมุ่งสู่การได้รับหลักประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ และยุโรปแทน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และยูเครนได้หารือกันที่กรุงเบอร์ลิน โดยมี 'สตีฟ วิตคอฟฟ์' ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และ 'จาเร็ด คุชเนอร์' ลูกเขยของ 'ทรัมป์' เข้าร่วมประชุม เพื่อปรึกษาแผนสันติภาพของประธานาธิบดี 'ปูติน' ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ต้อนรับผู้แทนสหรัฐฯ ที่ทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโก

ที่มา : Sputnik

ดีลหรือเดือด!! ทรัมป์ขู่ส่ง “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ล้อมตะวันออกกลาง กดดันอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ หวังเจรจารอบสองอิหร่านคลี่คลาย พร้อมรับมือหากเจรจาล่ม

(11 ก.พ. 69) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณาส่ง "กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี" กลุ่มที่สองไปยังตะวันออกกลางในกรณีที่การเจรจากับอิหร่านล้มเหลว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า "ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องได้ข้อตกลง ไม่ก็เราจะต้องทำอะไรที่หนักหน่วงมาก เหมือนครั้งที่แล้ว" พร้อมเผยว่ากองกำลังทางเรืออาจจะเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่งตามไปด้วย

เขาแสดงท่าทีมองบวกต่อโอกาสการเจรจารอบที่สองกับอิหร่านที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยกล่าวว่า "อิหร่านอยากทำข้อตกลงอย่างมาก" ขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล 'เบนจามิน เนทันยาฮู' ซึ่งจะเยือนทำเนียบขาวในวันพุธ ไม่วิตกกังวล เพราะฝ่ายอิสราเอลก็ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นบวกเช่นกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ที่มัสกัต โอมาน โดยทรัมป์ระบุว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้เสี่ยงต่อสงคราม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เตือนว่าหากไม่บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน การโจมตีของสหรัฐฯ จะ "รุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก" ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ

ที่มา : Sputnik

อิสราเอลเข้าร่วมสันติภาพ เข้าสมาชิกคณะกรรมการสันติภาพอย่างเป็นทางการ พร้อมประชุมครั้งแรก 19 ก.พ. ที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์เตรียมประกาศแผนรีบิลด์ระดับพันล้าน และจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพตามยูเอ็น

(15 ก.พ. 69) อิสราเอลได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) อย่างเป็นทางการ ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกขององค์กรดังกล่าวที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการสันติภาพกาซานี้ จะมีคณะผู้แทนจากมากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม โดยประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' จะประกาศแผนฟื้นฟูกาซาที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ พร้อมชี้แจงรายละเอียดแผนจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพ ที่ได้รับการอนุมัติจากสหประชาชาติ (UN)

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพกาซา (Gaza Board of Peace) โดยเชิญผู้นำของราว 50 ประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อส่งเสริมความสงบในภูมิภาคนี้

นับเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของนานาชาติที่จะส่งเสริมสันติภาพในเขตกาซา โดยเฉพาะการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการรักษาความปลอดภัย เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออยู่ในภูมิภาคนี้

ที่มา : Sputnik

เดือดเวทีมิวนิก!! เซเลนสกีโจมตีออร์บาน นักวิเคราะห์ชี้ “หวังเก็บแต้มกับชนชั้นนำ EU” ยูเครนอาจไม่ง่ายได้เข้า EU ทรัมป์ยืนหยัดปกป้องพันธมิตรออร์บาน

(16 ก.พ. 69) ดร.จอร์จ ซามูเอลี นักวิเคราะห์ชื่อดัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดี 'โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี' ของยูเครนโจมตีผู้นำฮังการี 'วิกเตอร์ ออร์บาน' อย่างเปิดเผยในการประชุมความมั่นคงมิวนิก โดยมองว่าเซเลนสกีกำลัง "เก็บแต้มง่ายๆ" โดยตั้งเป้าที่จะทำให้ชนชั้นนำของสหภาพยุโรปพอใจ

ซามูเอลีย้ำว่า คำพูดกระทบกระทั่งของ 'เซเลนสกี' "ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของเขา" และแม้ว่านายออร์บานอาจพ่ายแพ้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายูเครนจะได้รับ "ตั๋วเชิญเข้าร่วมสหภาพยุโรปโดยอัตโนมัติ"

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า ยูเครนต้องการเงินช่วยเหลือกว่าหลักแสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูประเทศและหากยูเครนเป็นสมาชิก สหภาพยุโรปจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายนี้ ซึ่งอาจกระทบต่อประชาชนยุโรป นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างปัญหาในการบูรณาการสินค้าเกษตรของยูเครนที่ส่งผลกระทบกับเกษตรกรในยุโรป

ส่วนกรณีที่ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ปกป้อง 'ออร์บาน' ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองยาวนาน ซามูเอลีมองว่าฝ่ายสหภาพยุโรปอาจไม่ชอบทรัมป์แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top