Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

สว.'โวย' รัฐบาลเพื่อไทยบริหารประเทศ 2 ปี  เลือกเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปก ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่พัฒนา ทำงานไม่ตรงกับมิติ ศอ.บต.พัฒนา สร้างความเป็นธรรม แย่งชิงมวลชน 

ฝากรัฐบาล 'อนุทิน' เอาคนมานั่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากปกครอง ทำงานกับผู้ว่าฯนายอำเภอ

จากกรณีที่เลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรัตน์ ย้ายเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน รัฐบาลต้องรีบแต่งตั้ง เลขาธิการคนใหม่มาทำหน้าที่บริหารเพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาแทรกซ้อนมากมาย

(9 ก.ย.68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กล่าวว่าโยกย้ายเลขาธิการ ศอ.บต.ไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงแรงงานฯที่ผ่านมา ศอ.บต.มีความบิดเบี้ยวหลายประการ ถูกวิพากวิจารณ์ว่าให้ผู้ทำงานเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปกไม่ตรงกับงานทำหน้าที่ ตนเรีกยอย่างนี้ว่า ศอ.บต.เป็นหน่วยงานที่มีมิติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดูแลในการสร้างงาน การลงทุน การพัฒนา เพื่อให้ชายแดนภาคใต้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น ต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ดีขึ้น

“เราไม่ต้องการเห็นคนว่างงาน เดินทางไปทำงานในต่างภูมิภาค เดินทางไปทำงานในต่างประเทศมาเลเซีย เราไม่ต้องการเห็นนักเรียนที่จบมาใหม่ตกงาน เพราะเราไม่มีอุตสาหกรรมอะไรรองรับ เพราะนักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีความปลอดภัย”

นายไชยยงค์ ฯกล่าว มิติในการทำหน้าที่ของ ศอ.บต.คือมิติของการพัฒนา มิติสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น มิติการแย่งชิงมวลชน มิติทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้เป็นคนของรัฐ ให้หันมาสนับสนุนนโยบายของรัฐ แต่ที่ผ่านมาหลายเรื่องเราไม่ทำ  โดยเฉพาะ 2 ปีที่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล งานด้านการพัฒนาของจังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นเรื่องใหม่ๆยุทธศาสตร์ใหม่ๆ พึ่งจะเห็นใน 2 เดือนสุดท้ายมีการระดมใช้นโยบายวาระน้ำกระท่อมพืชกระท่อม ต้มน้ำกระท่อมขายอย่างจริงจัง ทำได้อย่างจริงจังแค่ 2 เดือน เลขาธิการ ศอ.บต.ย้าย เปลี่ยนรัฐบาล การต่อสู้กับยาเสพติดในระดับล่างคือพืชกระท่อม เข้าใจว่าคงยุติแค่นี้

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า ปัญหาของ ศอ.บต.ที่ผ่านมาเหมือนกับเราไม่รู้ว่า ศอ.บต.ทำงานกับใคร ศอ.บต.ทำงานกับฝ่ายปกครอง ฉะนั้นคนที่จะมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากฝ่ายปกครองมาจากผู้ว่าฯมาจากอธิบดีฝ่ายปกครอง เพราะอะไร เพราะเลขาธิการ ศอ.บต.และหน่วยงาน ศอ.บต.ต้องทำงานกับผู้ว่าฯทั้ง 5 จังหวัด นายอำเภอ

“แต่เมื่อเรามาไล่ดูวันนี้เลขาธิการ ศอ.บต.มาจากระทรวงยุติธรรม รองเลขาธิการคนแรกมาจาก ปปส. รองคนที่สองมาจากดีเอสไอ. รองคนที่สามว่างงาน เพราะไม่มีคนใช้งาน เพราะฉะนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ศอ.บต.ตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผิดฝาผิดตัวมา วันนี้ถือว่าที่ผ่านแล้วผ่านไป รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบบริหารประเทศไทย จะต้องส่งคนที่มีความรู้ความสามารถและคัดเลือก” บุคลากรมาจากฝ่ายฝ่ายปกครอง มาทำหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เพื่อที่จะได้แก้ปัญหา ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเรื่องอื่นๆ เพราะ ศอ.บต.อีกขาที่ไปหนุนเสริม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเดินคู่กัน ต้องมีการทำหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆกัน เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี”

นายไชยยงค์ฯ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นแรกเลขาธิการ ศอ.บต.จะต้องมาจากฝ่ายปกครอง ในอดีตที่แรกเริ่มก่อตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ. ศอ.บต.เป็นคนของฝ่ายปกครอง เอารองปลัดกระทรวงคนหนึ่งคนใดมาทำหน้าที่ ผอ.ศอ.บต.ในการทำงานเป็นเนื้อเดียวกันผู้ว่าฯเพราะตำแหน่งรองปลัดกระทรงมหาดไทยไปจากผู้ว่าฯ การบริหารจึงเป็นเนื้อเดียวกัน

นายไชยยงค์ฯ กล่าวอีกว่า ระยะหลังๆเอาคนจากคนอื่นๆมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.เชื่อไหม คำสั่งเชิญผู้ว่าฯไปประชุมที่ ศอ.บต.บางจังหวัดไม่ให้ความสำคัญ บางจังหวัดส่งปลัดไป ตนเป็นที่ปรึกษามานานมาก ตนเห็นปรากฎการณ์ความเสื่อมถอยของ ศอ.บต.ที่เราได้เลขาธิการไม่ตรงกับการทำหน้าที่ ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมขององค์กระทรวงมหาดไทยเขาจะฟังคนที่มาจากมหาดไทยเป็นหลัก เมื่อเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากตำรวจ ทหาร มาจากกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถทำงานประสานกับฝ่ายปกครองได้เนื้อเดียวกัน ฝากไว้ให้พิจารณา

ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ เรียกคืน และตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระสุนขนาด 9 มม. ใช้ทดสอบยิงแล้วเกิดความเสียหายต่ออาวุธปืนของทางราชการ  

(8 ก.ย.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏภาพในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ VENOM เกิดการระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน ทำให้อาวุธปืนที่ใช้ยิงเกิดความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะการฝึกยิงปืนตามโครงการฝึกทักษะยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร ในสถานีตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าคุณลักษณะเฉพาะของกระสุนมีความเหมาะสมต่อการใช้งานกับอาวุธปืนของทางราชการหรือไม่ และกระสุนที่ส่งมอบดังกล่าวมีการผลิตได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานอาวุธปืน หรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า กระสุนขนาด 9 มม. ที่มีภาพปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นกระสุนยี่ห้อ VENOM ที่จัดหาโดยสำนักงานส่งกำลังบำรุง ในปี พ.ศ.2567 ตามสัญญาเลขที่ สพ.3/2567 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ส่งมอบครบถ้วนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยกองสรรพาวุธได้แจกจ่ายกระสุนปืนดังกล่าวให้หน่วยต่างๆ ในสังกัด รับไว้ใช้ในราชการแล้ว 

กระสุนยี่ห้อ VENOM ดังกล่าว ผลิตโดย บริษัท MEDEF DEFENCE สาธารณรัฐทูร์เคีย(ตุรกี) เป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน นาโต้ สแตนดาร์ด (NATO Standard) มีผลิตและส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ตุรกี อเมริกา และในยุโรป ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนดใน TOR ได้แก่ การสุ่มตรวจคุณภาพกระสุน จากจำนวนกระสุนทั้งหมด โดยยิงทดสอบความคงทนของปลอกกระสุนจะไม่แตกหรือร้าว ยิงทดสอบขนาดของกลุ่มกระสุนที่ระยะ 25 หลา ยิงทดสอบเพื่อดูความเร็วต้นด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ความเร็วที่วัดได้ค่าเฉลี่ย 383 เมตรต่อวินาที น้ำหนักหัวกระสุน 124 เกรน และตรวจสอบความถาวรของดินส่งกระสุน กระสุนเคลือบด้วยสารกันน้ำทั้งนัด ทั้งนี้ ในขั้นตอนการตรวจรับไม่พบว่ามีกระสุนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบแต่อย่างใด ขั้นตอนการจัดหา มีความโปร่งใส การตรวจรับพัสดุเป็นไปตามระเบียบสามารถตรวจสอบได้มีการบันทึกภาพ และคลิปวิดีโอ ไว้ทุกขั้นตอน 

แนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองสรรพาวุธได้มีหนังสือแจ้งให้ทุกหน่วยระงับการใช้งานกระสุนตามสัญญาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวและให้นำกระสุนที่มีปัญหาดังกล่าวทั้งหมดกลับมาเพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ ตามสัญญาบริษัทผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของกระสุน และรับผิดชอบอาวุธปืนที่ได้รับความเสียหายจากการใช้กระสุนดังกล่าว พร้อมทั้งจะตรวจสอบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว หากพบว่าสาเหตุเกิดจากกระสุนปืนตามสัญญาดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบโดยการเปลี่ยนให้สามารถใช้ได้ดีดังเดิม

สำนักงานส่งกำลังบำรุง ยืนยันว่า ได้ดำเนินการจัดหากระสุนตามระเบียบของทางราชการ และมุ่งมั่นที่จะจัดหากระสุนที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมีความปลอดภัย เชื่อมั่นและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

‘ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ’ แพทย์ประจำพระองค์ ร.๙ จากไปอย่างสงบ ในวัย 98 ปี ผู้ริเริ่มรณรงค์ไม่สูบบุหรี่

(8 ก.ย. 68) วงการแพทย์ไทยสูญเสียบุคคลสำคัญ ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด และแพทย์ประจำพระองค์ในรัชกาลที่ 9 ได้ถึงแก่อนิจกรรม ท่ามกลางความอาลัยจากครอบครัว ศิษย์ และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ โดยท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการควบคุมยาสูบและการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย

ศ.นพ.สงคราม เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำเตือน “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” บนซองบุหรี่ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรการควบคุมบุหรี่ เช่น การห้ามโฆษณา และการห้ามสูบในที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังอุทิศชีวิตให้กับการควบคุมวัณโรค ในฐานะนายกสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

อีกหนึ่งเกียรติประวัติสูงสุดของท่าน คือการได้ถวายงานเป็นแพทย์ประจำพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2535 โดยตามเสด็จฯ ไปทั่วประเทศเพื่อถวายการรักษาและช่วยเหลือประชาชนห่างไกลในนาม 'แพทย์พระราชทาน' ทำให้ท่านได้เป็นประจักษ์พยานพระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

เพื่อนร่วมวิชาชีพและศิษย์หลายคนยกย่องว่า ศ.นพ.สงคราม ไม่เพียงเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและครูผู้สอน แต่ยังเป็นต้นแบบของความเมตตา ความเสียสละ และจิตวิญญาณความเป็นแพทย์ที่แท้จริง มรดกทางคุณูปการและคำสอนของท่าน จะยังคงสืบต่อในวงการแพทย์ไทยตลอดไป

“ยศสูงขึ้น หน้าที่ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้น” คำกล่าว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1

(8 ก.ย.68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศให้แก่ข้าราชการที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น เพื่อเป็นเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่กำลังพล ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ห้องเกาะหลัก) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เชียงใหม่-HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (Suandok Medical Innovation District: SMID) จัดงาน HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต ซึ่งครั้งนี้ได้จัดเป็นครั้งที่ 6  โดยมุ่งยกระดับเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับอาเซียน ผ่านการสร้าง HealthTech Ecosystem ในทุกระดับ (เมือง-ย่าน-ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ) พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของอาจารย์ นักวิจัย แพทย์ พยาบาล สตาร์ทอัพ นักลงทุน หน่วยงานรัฐ และชุมชน มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน เพื่อจุดประกายความคิด สร้างความร่วมมือ และเร่งการนำนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพไปสู่การใช้งานจริง (Lab for Life)

โดยมี ศ.ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติประธานเปิดงาน, รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวต้อนรับ และศ.ดร.นพ.ดำเนินสันต์ พฤกษากร รองคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวรายงาน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์, ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริหารจัดการข้อมูล, รศ.นพ.เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง รองคณบดีด้านการศึกษาก่อนปริญญา ร่วมงาน

ในโอกาสนี้ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน Pitching ในงาน MEDCHIC Health Hackathon (MEDCHICKathon) 2025 ได้แก่
1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม PIXPULSE
2. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม NurseVoiceX
3. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Fifth Harmony 

มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ 
1. ทีม PIXPULSE
2. ทีม Fifth Harmony
3. ทีม AIDoC
4. ทีม PrikPool
5. ทีม GeneWave
6. NurseVoiceX
7. Brain Bridge

ภายในงานประกอบด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ และสุขภาพ เวทีเสวนา ปาฐกถาพิเศษ และ Policy Dialogue จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติ มีพื้นที่ในการแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพกว่า 40 บูธ  จัดโดย ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ (MedCHIC) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ณ The Nimman Convention Center จังหวัดเชียงใหม่

‘สมศักดิ์–ทวี’ เป็นสักขีพยาน ลงนาม MOU ยกระดับบริการเยียวยา ‘ผู้เสียหาย–พยาน–จำเลย’ เท่าเทียม

(8 ก.ย. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยานร่วมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจแก่ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระหว่างสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการรักษา ช่วยเหลือ และฟื้นฟูด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษ

“ความร่วมมือนี้มุ่งพัฒนาระบบรักษา เยียวยา และฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงบริการได้ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งแบ่งปันทรัพยากรและบุคลากรเพื่อให้บริการด้านสุขภาพที่ทั่วถึง และไม่เลือกปฏิบัติ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การมี MOU ร่วมกันสะท้อนว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่สังคมต้องการและชื่นชม สามารถนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน และเป็นหมุดหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายกัญชาว่า ต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงหรือจัดทำกฎหมายใหญ่ ยังอยู่ระหว่างการประคับประคองให้ประชาชนไม่เดือดร้อน และยืนยันใช้ทางการแพทย์เป็นหลัก

เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่มีเหตุผลที่จะไม่กลับมา และไม่เห็นว่าการกลับเข้าประเทศจะมีโทษใด ๆ พร้อมย้ำว่าการทำงานของกระทรวงยังคงดำเนินไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจับมือสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลี เสริมเขี้ยวเล็บเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติ

(8 ก.ย. 68) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม Technical Workshop on Building Online Investigations Capacity to Address Trafficking in Persons into Cyber-Scam Centers ณ ห้องประชุมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ Warroom IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี Mr.David Thomas รองหัวหน้าคณะผู้แทน สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ Mr.David Scott ผู้จัดการร่วม (ออสเตรเลีย) ของสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลีว่าด้วยการลักลอบขนคน การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเปิดการฝึกอบรม

การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลี (Regional Support Office of the Bali Process: RSO) โดยมีระยะเวลาการฝึกอบรม 5 วัน ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริหารเหตุการณ์ แก๊งคอลเซนเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ Warroom IAC และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ศุลกากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมการฝึกอบรม

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้จัดการฝึกอบรม มุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ในการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีความเข้าใจและสามารถสืบสวนการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการก่ออาชญากรรมได้ รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการประสานงานและปฏิบัติการร่วมกัน

ประชาธิปัตย์ประกาศทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่พร้อมลุยปราบคอรัปชั่น “อลงกรณ์”ชี้จุดเสี่ยงจุดตายรัฐบาลคือคดีฮั้วเลือกสว.-เขากระโดง เตือนนายกฯ.อย่าแทรกแซงเด็ดขาด

(8 ก.ย. 68) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านวันนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบรัฐบาลภายใต้ระบบรัฐสภาอย่างเต็มที่โดยจะร่วมมือและทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ นอกจากนี้จะเดินหน้าตรวจสอบปราบปรามการคอร์รัปชั่นอย่างเข้มข้นตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อถามเรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเดินหน้าอย่างไร อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ตอบว่า รัฐบาลใหม่มีเสียง ส.ส.รัฐบาลไม่ถึงกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้านถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ไร้เสถียรภาพมากที่สุด วันใดที่พรรคประชาชนไม่สนับสนุนก็ไปไม่รอด นายกรัฐมนตรีต้องลาออกหรือยุบสภา โดยเฉพาะจุดเสี่ยงจุดตายของรัฐบาลคือคดีฮั้วเลือกสว.และคดีเขากระโดงซึ่งเกี่ยวโยงโดยตรงกับพรรคแกนนำรัฐบาล 

และขอฝากข้อความไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีว่าอย่าเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าวเด็ดขาดทั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีคนอื่นๆ ส่วนประเด็นการยื่นถอดถอนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทยนั้น นายอลงกรณ์กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นถอดถอนทั้ง2ท่านให้พ้นสมาชิกภาพ สส. จากปม MOAถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตนไม่มีความเห็นและไม่ก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายอลงกรณ์ตอบว่า เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ขณะนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่เสร็จ น่าจะหารือในวิปฝ่ายค้านภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและรัฐบาลทำงานไประยะหนึ่งก่อน.

‘ภัสธนมนท์-ศาสตร์ศิลป์’ 2 เยาวชนฟอร์มแรง คว้าแชมป์สวิง “ช้าง คลาสสิค 2025”

(8 ก.ย. 68) นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานจัดการแข่งขัน “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์” ร่วมแสดงความยินดีและให้เกียรติมอบรางวัลกับนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์รุ่นซูเปอร์ เจ็นซ์ (ชายและหญิง) ในการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ “ช้าง คลาสสิค 2025” ที่สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ (คอร์สเอ-บี) จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2568 

เดอะ เจ็นซ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” เดินหน้าพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่องกับการจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในรายการ “ช้าง คลาสสิค 2025” แข่งขันระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568 ที่สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ (คอร์สเอ-บี) จ.เพชรบุรี ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน (54 หลุม)  ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ WAGR (World Amateur Golf Ranking) และ JGS (Junior Golf Scoreboard) 

หลังจบการแข่งขันในรอบสุดท้าย ผลปรากฏว่า ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ เรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ คว้าแชมป์รุ่น Super Genz (หญิง) ไปครองด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209  ส่วน Super Genz (ชาย) ศาสตร์ศิลป์ ฉันทะอุไร คว้าแชมป์แรกของทัวร์นี้ได้สำเร็จ จบสามวันทำไป 5 อันเดอร์พาร์ 211 

สรุปผลการแข่งขัน "ช้าง คลาสสิค 2025” รอบสุดท้าย (7 ก.ย.68) มีดังนี้
รุ่น Special GENZ (ชาย) ที่ 1 เลมอนเชลโล่ กลัดเจริญ สกอร์รวม 11 โอเวอร์พาร์ 227 (75-81-71) 

รุ่น Super GENZ (ชาย) ที่ 1 ศาสตร์ศิลป์ ฉันทะอุไร รอบสุดท้ายทำเพิ่มอีก  2 อันเดอร์ แซงนำคว้าแชมป์แรกในทัวร์นี้ไปครองด้วยสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 211 (68-73-70)  

รุ่น Super GENZ (หญิง) ที่ 1 ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ รอบแรกเก็บแต้มตุนไว้ 6 อันเดอร์ รอบสองเก็บได้ 3 อันเดอร์ รอบสุดท้ายตีเกิน 2 จบสามวันที่สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 (66-69-74) คว้าแชมป์ได้สำเร็จ 

รุ่น Junior GENZ (ชาย) ที่ 1 อมตะ รอดใหญ่ คว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 213 (68-74-71) 

รุ่น Junior GENZ (หญิง) ที่ 1 สุธันยา โกมลเกษรักษ์ สกอร์รวมสามวันที่ 4 อันเดอร์พาร์ 212 (73-68-71) 

รายการต่อไปเป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 7 “บางจาก แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” เป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ World Amateur Ranking และ Junior Golf Scoreboard แข่งขันระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2568 ที่แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229

‘หมอเหรียญทอง’ เผย เตรียมเปิดศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติ หลังคนไข้ต่างแดนแห่เข้ารักษามะเร็ง และโรคอื่นๆ ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ

(7 ก.ย. 68) พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยต่างชาติเดินทางมารักษามะเร็งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการบอกต่อเรื่องคุณภาพและค่ารักษาที่ถูก ทำให้มีการเข้ามารักษาโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและทันตกรรมเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลจึงเตรียมตั้ง “ศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติ” (International Relation Center) ที่อาคาร 3 ชั้น 2 เพื่ออำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะถูกนำมาใช้ชดเชยปัญหาหนี้สูญจากการเบี้ยวหนี้และการจ่ายล่าช้าของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และประกันสังคม พร้อมวิจารณ์ว่า สปสช.ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมามีการบริหารงานที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเทียบกับอดีต

แม้โรงพยาบาลยังคงให้บริการผู้ป่วยสิทธิบัตรทองและประกันสังคมเหมือนเดิม แต่มีแผนจะทยอยลดจำนวนผู้ป่วยในสองสิทธินี้ เนื่องจากไม่มั่นใจในความแน่นอนของการจ่ายหนี้ และยังมองว่าการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เป็นธรรมต่อโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

พลตรี เหรียญทองย้ำว่า โรงพยาบาลยังมีศักยภาพสูงและได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน เพื่อยกระดับเป็น “ศูนย์โรคมะเร็งนานาชาติในอาเซียน” พร้อมเปิดทางความเป็นไปได้ในการร่วมทุนกับกลุ่มทุนจีน แม้ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจเข้าร่วมทุนใดๆ ก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top