Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

'ตำรวจไซเบอร์' ครบรอบ 5 ปี แห่งความภาคภูมิใจ รอง ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีสถาปนา ยืนหยัดปกป้องสังคมไทยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

(9 ก.ย.68) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ “ตำรวจไซเบอร์” จัดพิธีครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาปีที่ 5 อย่างสมเกียรติ โดยมี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะอดีตผู้บัญชาการ บช.สอท. คนแรกของหน่วย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และมี พล.ต.อ.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา อดีต ผบช.สอท. (คนที่ 2) รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธี ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงและกำลังพลตำรวจไซเบอร์ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารประชุมสัมมนาและฝึกอบรม ตร. (เมืองทองธานี)

พิธีเริ่มต้นในช่วงเช้าเวลา 07.20 น. ด้วยการสักการะพระไพรีพินาศ ณ บริเวณหน้าศาลาพระไพรีพินาศ ตามด้วยการตรวจแถวกองเกียรติยศ ณ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ หน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ โดย พล.ต.อ.กรไชยฯ เดินทางมาเป็นประธานตรวจแถว และลงนามอวยพรหน่วยงาน เพื่อเป็นสิริมงคลและกำลังใจแก่กำลังพลทุกนาย ต่อมา เวลา 10.00 น. ได้มีการประกอบพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและผู้เข้าร่วมพิธี จากนั้นได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจ โดยมีประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ บช.สอท. และคณะกรรมการแม่บ้านฯ ร่วมมอบทุนและกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน เพื่อสะท้อนถึงความห่วงใยและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวตำรวจไซเบอร์ 

จากนั้น เวลา 11.00 น. พิธีสวมแหวน “อัศวินตำรวจไซเบอร์” เพื่อยกย่องบุคลากรในด้านต่างๆ ที่มีผลงานดีเด่นเป็นประจักษ์ โดยในปีนี้มีข้าราชการตำรวจที่ได้รับมอบการยกย่องและมอบแหวน ได้แก่

ด้านบริหารป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สืบสวน – จับกุม)
-พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3
-พ.ต.ท.ประภาส ถาเหม รอง ผกก.1 บก.สอท.3
-ด.ต.สำนิตย์ สุระเวช ผบ.หมู่ กก.1 บก.สอท.3

ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ป้องกัน – ปราบปราม)
-พ.ต.อ.จักร ถนัดอักษร ผกก.กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บก.ตอท.
ด้านสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
-พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5
ด้านการประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์
-พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3

ด้านสอบสวนและดำเนินคดี (สอบสวน – งานคดี – วินัย – นิติกร)
-พ.ต.ท.เฉลิมพล จุมปูอา รอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.2
ด้านการพัฒนานวัตกรรมในการสืบสวนปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยี
-พ.ต.ท.เรืองกฤษณ์ ศิริมาจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สอท.1

ด้านอำนวยการและสนับสนุน
-พ.ต.ท.หญิง ลัดดา แตงอ่อน รอง ผกก.ฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.สอท.

ด้านตรวจวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
-พ.ต.ท.วินัย ชมพุฒ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3

รวมทั้งมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณแก่ตำรวจไซเบอร์ผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ในด้านต่างๆ อาทิ
พ.ต.อ.หญิง สิริพรรณ พูลสุข ผกก.ฝ่ายงบประมาณและการเงิน บก.อก.บช.สอท., พ.ต.ท.ชนทัช วุฒิภัทรโสภณ
รอง ผกก.วิเคราะห์และเครื่องพิเศษ บก.สอท.3, พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สว.ฝอ.บก.สอท.2 และข้าราชการตำรวจดีเด่นรายอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 32 ราย

ช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. บช.สอท. ได้จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม โดยมีพิธีอันทรงเกียรติ อาทิ ขบวนเดินลอดซุ้มกระบี่ การมอบประกาศเกียรติคุณ และการจัดแสดงวีดิทัศน์มุทิตาจิตสดุดีผลงานที่ผ่านมา เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความกตัญญูต่อผู้ที่อุทิศตนทำงานเพื่อประชาชนมาอย่างยาวนานจนถึงวันเกษียณ

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ได้รับเกียรติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมพิธีอีกหลายราย อาทิ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ศรีศักดิ์ คัมภีรญาณ รอง ผบช.สงป.ตร. เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังมีผู้นำและผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนอีกหลายราย อาทิ ศาลจังหวัดนนทบุรี, เลขาธิการ ปปง., ปปช., DSI, กสทช., คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, มูลนิธิพระราหู, AIS, TRUE, คุณตัน ภาสกรนที (อิชิตัน), FLASH Express,ธนาคารต่างๆ, กลุ่มเพื่อนไตรรงค์, สมาคมหอการค้าไทยจีน, Mountainjoy Tech และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งหน่วยงานต่างประเทศ อาทิ ผู้แทน FBI, U.S. Secret Service, HSI, AFP, UNODC เป็นต้น 

การครบรอบ 5 ปีของตำรวจไซเบอร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองห้วงเวลาสำคัญ แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า บช.สอท. จะยังคงพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อคุ้มครองประชาชนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมธำรงเกียรติยศในความเป็น “ตำรวจไซเบอร์” ที่ประชาชนเชื่อมั่น

ยโสธร ผู้ว่าฯและสภากาชาดไทย มอบถุงชุดธารน้ำใจ ช่วยผู้ประสบภัยอำเภอป่าติ้ว

(9 ก.ย.68) เวลา 13.30 น. ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านสระเกษ หมู่ที่ 10 และศาลาประชาคมบ้านโพธิ์ไทร หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และ บุคลากรสถานีกาชาดที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่เพื่อมอบถุงชุดธารน้ำใจ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นใจ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เดินทางเข้าพบปะ พูดคุย และส่งกำลังใจแก่พี่น้องชาวตำบลโพธิ์ไทรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ก่อนนำคณะร่วมมอบถุงชุดธารน้ำใจ จากสภากาชาดไทย จำนวน 55 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวย้ำว่า จังหวัดยโสธรให้ความสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมกำชับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะบุคลากรท้องที่ ท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้ชิด ต้องคอยสอดส่องดูแลและประสานความร่วมมือกับทางจังหวัด ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและมีขวัญกำลังใจที่เข้มแข็งทุกคน

กาฬสินธุ์ ม.กาฬสินธุ์เดินหน้าพัฒนาท้องถิ่นมุ่งสู่มาตรฐานสากล แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะครู นักเรียน 

(9 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จัดงานวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ครบรอบ 10 ปี “1 ทศวรรษ  มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเดินหน้ายกระดับสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และก้าวสู่มาตรฐานสากล” ในอนาคต พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และหลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะครู นักเรียน กพส. ขอให้ช่วยกันรักษา 3 สถาบันหลักของชาติ

วันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รองศาสตรจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหาร  คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าร่วมกันจัดงานวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ครบรอบ 10 ปี “1 ทศวรรษ  มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ  ภาคเอกชน  ภาคสังคม และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพียง
ทั้งนี้กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป การแสดงของนักศึกษา พิธีเชิญตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย และทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 

การปาฐกถาพิเศษ “ความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” โดยพลโทบุญสินพาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ภาคภูมิใจ และจะรักษารางวัลนี้ไว้ พร้อมจะรักษาสถาบันหลักของชาติด้วยชีวิต ทั้งนี้เมื่อตนพ้นจากหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ไปแล้วก็จะใช้สติปัญญาความรู้ ประสบการณ์มาช่วยเหลือสังคมและกองทัพ  ซึ่งจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด, การปาฐกถาพิเศษ “อนาคตมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์กับความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลง” โดย ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
 เวทีเสวนา “จากวันแรกสู่อนาคต  1 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยนายเลิศบุศย์ กองทอง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ, ศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ, นายวันชัย ผโลทัยถเกิง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ, ดร.พราวพร เกียรติดำเนินงาม ตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินการเสวนา โดย รศ.ดร.คคนางค์ รัตนานิคม กรรมการสภามหาวิทยาลัย และผศ.ดร.จักรินทร์ ตรีอินทอง กรรมการสภามหาวิทยาลัย

พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร ครบรอบ 10 ปี วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ ผู้มีผลงานเด่นด้านการพัฒนาท้องถิ่น ศิษย์เก่าดีเด่น คณาจารย์ประจำดีเด่น บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น  นักศึกษาดีเด่น และนิทรรศการ “1 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”
รองศาสตรจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมงานครบรอบ 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษแห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจ และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในท้องถิ่น  เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เป็น “ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และศูนย์กลางการพัฒนาท้องถิ่น” เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกับ สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของท้องถิ่น

รองศาสตรจารย์สุพรรณ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้ก้าวเดินด้วยความมุ่งมั่น ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และก้าวไกล สู่ระดับสากล ซึ่งทุกก้าวย่างล้วนสะท้อนถึงความทุ่มเท ความเสียสละ ความเพียรพยายามและพลังศรัทธา ของทุกคนที่ร่วมกันสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

รองศาสตรจารย์สุพรรณ กล่าวอีกว่า ในโอกาสครบรอบ 1 ทศวรรษนี้ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะไม่หยุดเพียงแค่ความสำเร็จที่ผ่านมา แต่จะเดินหน้าต่อไปด้วย พลังแห่งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์สู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และก้าวสู่มาตรฐานสากล” ในอนาคตต่อไป 

อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าเวลา 08.00 น.พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเข้าพบปะครู และนักเรียนที่บริเวณหน้าเสาธง โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ โดยมี พลตรีกิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผบ.มทบ.23, พ.อ.สิทธิศักดิ์ พรมดิเรก รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์, พ.อ.วิเศษศิลป์ แสนภูวา สัสดี จ.กาฬสินธุ์, พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผกก.เมืองกาฬสินธุ์, ดร.วิภา สายรัตน์ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์, นางจารุวรรณ รัตนมาลี ผอ.โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ พร้อมคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และนักเรียนให้การต้อนรับ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทักทายและถ่ายภาพกับนักเรียน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเรียบง่ายเป็นกันเอง 

ทั้งนี้พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวว่า วันนี้แม่ทัพมาเพื่อประเทศไทย แม่ทัพจะมีธงชาติไทยติดอยู่เครื่องแบบตลอด ไปไหนมาไหนเอาประเทศชาติไปด้วย มันหมายถึง 3 สิ่ง คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับพวกเราที่ร้องเพลงชาติอยู่หน้าเสาธง ขอให้พวกเรายึดมั่นและรักษาสามสิ่งนี้ให้ดี ที่บรรพบุรุษของพวกเราได้สละเลือดและชีวิตมาเพื่อ 3 สีนี้ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว และพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ขอให้พวกเราต้องเป็นหนึ่งเดียว อย่าแตกแยกความสามัคคี

พลโทบุญสิน  กล่าวต่อว่า แม่ทัพและลุงทหารที่ทำหน้าที่ตรงนี้ เขากำลังมีกำลังใจดี แม้ว่าหลายท่านได้เสียชีวิตทั้ง 18 นาย บาดเจ็บหลัก 100 คน เขาทำเพื่อทวงแผ่นดินคืน เขมรเข้ามายึดไว้นานแล้ว แม่ทัพนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเราถูกกระทำก่อน เพราะเขาต้องการมาเอาแผ่นดินเพิ่ม โชคดีที่เป็นยุคแม่ทัพชื่อบุญสินพอดี นอกจากไม่ได้แผ่นดิน เรายังยึดแผ่นดินได้คืน 11 จุด รวมถึงภูมะเขือ ขณะที่พี่ๆ เราต้องสละชีพ บางส่วน บางท่านก็ขาขาด แขนขาด ตาบอด และจะทำอีกถ้ามีโอกาส 

พลโทบุญสิน  กล่าวอีกว่า  ทหารยศร้อยตรีจบใหม่ จบมาได้ปีเดียว ขาขาด เขาพูดบอกว่า 'ผมขออยู่หน่วยเดิม ไม่มีขาก็อยู่' เราทำความดีเพื่อแผ่นดินหรือยัง เราทำอะไรให้กับประเทศชาติ พวกเธอเป็นนักเรียนไม่ต้องจับปืนถือปืนเหมือนกับพี่ทหาร แต่ขอให้เป็นคนดีของประเทศชาติ ตัวอย่างไหนที่ไม่ดีก็อย่าปฏิบัติ พวกเราโตขึ้นจะต้องรักษา 3 สีนี้เอาไว้ 3 สีที่อยู่บนแขนแม่ทัพ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อไปพวกครูที่อยู่ตรงหน้าและแม่ทัพก็จะแก่ ประเทศชาติจะอยู่กับพวกเธอ ไม่แน่ในอนาคตในนี้อาจจะเป็นแม่ทัพเหมือนแม่ทัพบุญสินก็ได้ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจเรียนของพวกเรา มีความขยันมั่นเพียร มีความเสียสละ อย่าเห็นแก่ตัว รักเพื่อน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน ให้มีหลักธรรมในการดำเนินชีวิต 

"ฝากครูสอนทั้ง 2 วิชานี้ คือ วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาจริยธรรม เพราะการแต่งกายดี ใส่สูท ผูกไท ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดี คนดีอยู่ที่ใจ อยู่ที่พฤติกรรม อยู่ที่สันดานคน แม่ทัพจะพูดแบบนี้ไปเรื่อยๆ มีคนมาเสนอให้ตำแหน่งทางการเมืองแม่ทัพ แต่ตำแหน่งสูงๆ แต่แม่ทัพไม่เอา จะอยู่กับพี่น้องประชาชน" "  พลโทบุญสินกล่าว  
 

ตำรวจจราจรพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน

(9 ก.ย. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ช่วงนี้ที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตำรวจจราจรได้เข้าให้ความช่วยเหลือกรณีมีรถจอดเสีย เครื่องยนต์ขัดข้อง และที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรด้วยความเข้มแข็งในจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและจุดต่อเนื่องมาโดยตลอด  ประกอบกับตลอดสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือน ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดหลายพื้นที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชื่นชมข้าราชการตำรวจจราจร ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ในช่วงเกิดภาวะน้ำท่วมขังดังกล่าว และส่งกำลังใจไปให้ข้าราชการตำรวจ ขอให้ช่วยกันดูแล ช่วยเหลือ ประชาชนในช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง พร้อมสั่งการให้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้
1. ให้เฝ้าระวังจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และประสานหน่วยระบายน้ำออกจากจากคลองสายหลักและสายรองที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ระบายมาจากพื้นผิวถนน 
2. เร่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณท่อระบายน้ำ บนผิวถนน เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากผิวถนนในกรณีฝนตกในปริมาณสูง 
3. ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมกรณีมีน้ำท่วมขัง ฉุกเฉินบนผิวการจราจร
4. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานีสูบน้ำ โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่ที่ประสานงาน ได้ในช่วงนอกเวลาเร่งด่วนและ่ชวงกลางคืน เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำ
5. จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชน กรณีรถจอดเสียจอดตายจากน้ำท่วมขังโดยให้จัดเตรียมรถยก รถลากทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และชุดช่วยเหลือประชาชนกรณีมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน เจ็บป่วยฉุกเฉิน 
6. ให้ประชาสัมพันธ์จุดที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมเส้นทางหลีกเลี่ยง โดยเร็วและจัดทำป้ายแจ้งเตือนจุดที่มีน้ำท่วมขัง ให้ประชาชนทราบก่อนถึงถึงจุดที่มีน้ำท่วมขังเพื่อเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว 
7. ขอความร่วมมือบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่กระทบต่อผิวการจราจรให้ดำเนินการ มิให้มีเครื่องจักรหรือวัสดุก่อสร้างใดๆกีดขวางทางระบายน้ำ
8. สำรวจและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้เส้นทางในช่วงฤดูฝน เช่น จุดที่มีต้นไม้บดบังทัศนวิสัย หรือพื้นผิวถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเพื่ออำนวยความปลอดภัยแก่ประชาชน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ย้ำว่า ตำรวจจราจรทุกนายพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมความพร้อมและจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของทุกท่าน

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางจราจร หรือเส้นทางที่มีสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, ตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอนแก่น - ”สร้าง พัฒนาและรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์" ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ ขอนแก่นเมืองสมาร์ทซิตี้ 

(9 ก.ย. 68 ที่ ห้องประชุมพาวิลเลี่ยม โรงแรมราชาวดี จังหวัดขอนแก่น  นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน เปิดกิจกรรมสร้าง พัฒนา และรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์องค์กร “ขอนแก่นเมืองสมาร์ทซิตี้” ประจำปี 2568  โดยมี นายธีระพงษ์  โสดาศรี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นวิทยากรบรรยาย พร้อมด้วย นางทรงศิริ  แก้วคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น นำเครือข่ายประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ  ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยผู้ดูแลหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน และเสียงตามสายในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.) เครือข่ายประชาสัมพันธ์ กว่า 120  คนเข้าร่วม เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะครบวงจร

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  เครือข่ายประชาสัมพันธ์ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไปสู่ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเน้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมย้ำว่าการบูรณาการร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยให้ข้อมูลข่าวสารถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และตรงประเด็น

นอกจากนี้ จังหวัดยังดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ผ่านศูนย์ CI ซึ่งแม้ไม่มีระเบียบรองรับ แต่สามารถทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อบำบัดผู้เสพกว่า 170 คน ในระบบการแพทย์และการติดตามอย่างใกล้ชิด มุ่งสู่เป้าหมาย “จังหวัดสีขาว” ที่ปลอดยาเสพติด พร้อมคืนคนดีสู่สังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในทุกหมู่บ้าน.

กาฬสินธุ์-ม.กาฬสินธุ์มอบโล่เชิดชูเกียรติหลวงตาสินทรัพย์-แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ

(9 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มอบโล่เชิดชูเกียรติ “หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม” (พระสิ้นคิด) เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ แม่ทัพธรรมแห่งภาคอีสาน และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เนื่องในวาระวันสถาปนาครบรอบ 10 ปี

วันที่ 9 กันยายน 2568  ที่ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 70 พรรษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้มีการจัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ (บุคคลแห่งปี 2568) ประกอบด้วยฝ่ายฆราวาส และฝ่ายสงฆ์

โดยฝ่ายฆราวาส ทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่มีบทบาทสำคัญ ในการปกป้องรักษาอธิปไตย  และการทวงคืนผืนแผ่นดินไทยกลับมากว่า 10 แห่ง อันเป็นการแสดงถึงความเข็มแข็ง กล้าหาญ รักชาติรักแผ่นดิน อีกทั้งยังแสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำอันน่ายกย่อง
ส่วนฝ่ายสงฆ์ เนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมา มีพระสงฆ์ในอารามสำคัญหลายรูป ได้สร้างความเสื่อมเสียแก่พระศาสนา จนนำมา ซึ่งวิกฤติศรัทธา  แต่หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม (พระสิ้นคิด)  แห่งพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี กลับทุ่มเท กำลังกาย และ กำลังทรัพย์ ในการเผยแผ่ธรรมะอย่างไม่ลดละ โดยสามารถนำพาพุทธศาสนิกชนออกบวชเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งเสริมอุบาสกอุบาสิกา ในการปฏิบัติธรรมอย่างกว้างขวาง สร้างความศรัทธาแก่สาธุชนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทั้งนี้ที่สำคัญหลวงตาสินทรัพย์ ยังได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมในการสนับสนุนทางการเงินแก่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองมีภัย ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม  และภาวะสงคราม ท่านก็ส่งปัจจัยและหน่วยกู้ภัยไปช่วยเหลือราษฎรอย่างไม่รั้งรอ  และด้วยเหตุนี้จึงได้รับสมญานามว่า "แม่ทัพธรรมแห่งแผ่นดินอีสาน” ซึ่งคณะศิษย์ยานุศิษย์ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม ขอน้อมใจมุทิตาสักการะ และร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ ในโอกาสนี้หลวงตาสินทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจ และรู้สึกยินดีกับพลโทบุญสิน ที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะสังคมไทยเวลานี้ต้องการคนที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  รู้จัก อื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตาธรรม ซึ่งการที่สังคมไทยจะเจริญงอกงาม ไม่ได้อยู่ที่การศึกษาอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณธรรม จริยธรรม จึงฝากให้พุทธศาสนิกชนตั้งมั่นอยู่ในศีล ในธรรม และประพฤติตัวเป็นคนดีของสังคม

ด้านพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2  ได้กล่าวถึงการรับโล่เชิดชูเกียรติว่า ภูมิใจที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้มาเพียงเพราะตนคนเดียว และจะรักษารางวัลนี้ไว้ พร้อมจะรักษาสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต เมื่อตนพ้นจากหน้าที่ไปแล้วก็จะใช้สติปัญญาความรู้ ประสบการณ์มาช่วยเหลือสังคมและกองทัพโดยจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด

ปส.บุก EP.3 ทลายเครือข่าย 'หมอแอร์' รวบหมอ–เจ้าของคลินิก 11 ราย เปิดคลินิกบังหน้าสั่งยาจาก อย. ค้ายาเสียสาว

(9 ก.ย.68) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เปิดปฏิบัติการ EP.3 ขยายผลเครือข่ายยาเสียสาว “หมอแอร์” นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 11 จุด ในกรุงเทพฯ สุรินทร์ ภูเก็ต และชลบุรี มีผู้ต้องหาในเครือข่ายรวม 11 ราย แบ่งเป็น แพทย์ 9 ราย เจ้าหน้าที่เวชระเบียน 1 ราย และเจ้าของคลินิก 1 ราย

หนึ่งในจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.1 เข้าจับกุมแพทย์ชายที่อพาร์ตเมนต์ย่านซอยรางน้ำ หลังตรวจสอบยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยมีชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ประจำคลินิกย่านห้วยขวาง เพื่อสั่งยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ไม่เคยปฏิบัติงานจริง เพียงให้ทางคลินิกนำป้ายชื่อไปแขวน แลกค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ตรวจสอบพื้นที่กลับพบว่าเป็น ร้านสัก (Tattoo) ไม่ได้เปิดบริการทางการแพทย์ อีกทั้งยังพบว่าแพทย์รายนี้เป็นอายุรแพทย์ ไม่ใช่จิตแพทย์ตามที่อ้าง

อีกจุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่บุกจับแพทย์ชายภายในหอพักโรงพยาบาล ขณะเพิ่งออกเวร โดยผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับ “หมอแอร์” และถูกชักชวนให้ใช้ชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ประจำคลินิกแลกค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งยา และอ้างว่าลายเซ็นในเอกสารเป็นการปลอมแปลง

พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปส.1 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมใช้ชื่อคลินิกและเวชระเบียนในการสั่งยาจาก อย. แต่ไม่นำไปใช้รักษาผู้ป่วยตามวัตถุประสงค์ กลับนำออกจำหน่าย ซึ่งเข้าข่ายความผิด “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันแล้ว และสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจะได้มีการสืบสวนขยายผลต่อไป

นับตั้งแต่ปฏิบัติการ EP.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 12 ราย รวมถึง “หมอแอร์” ซึ่งขณะนี้สำนวนคดีถูกอัยการส่งฟ้องแล้ว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา

ความคืบหน้าล่าสุด ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม

พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมที่บ่อนทำลายสังคมไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินหน้าตามล่าผู้กระทำผิดทุกรายให้ถึงที่สุด และขอเตือนบุคคลที่คิดจะทำผิดกฎหมายว่า ไม่สามารถพ้นจากการติดตามและการบังคับใช้กฎหมายได้

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด หรือการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน สามารถแจ้งได้ที่ สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

‘นิ้วกลม’ สะท้อนคอร์รัปชันต่ำทำประเทศพัฒนาเร็ว เปรียบสโลวาเกียเจริญกว่าไทยแม้เป็นประชาธิปไตยไม่นาน

(9 ก.ย.68) เอ๋ – สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือที่รู้จักในนามปากกา ‘นิ้วกลม’ นักเขียนชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทย และสโลวาเกีย ว่า ความเจริญคือ public space

สโลวาเกียเป็นประเทศที่เพิ่งก้าวเท้าออกจาก 'ม่านเหล็ก' ไม่นานนัก ก็เมื่อโซเวียตล่มสลายลงนั่นแล จากนั้นแยกจากเชคปี 1993 บ้านเมืองยังต้องพัฒนาในหลายมิติ แต่มีแนวโน้มไม่เลว โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงกว่าไทยประมาณ 3.6 เท่า (27,000 กับ 7,500 ดอลลาร์) ถือเป็นประเทศรายได้สูง

ประชากร 5.4 ล้าน (น้อยกว่าไทย 13 เท่า) พื้นที่เล็กกว่าไทย 10.5 เท่า เอาโคราชมาเบิ้ลสองครั้งก็เกือบเท่าประเทศนี้ แต่ศักยภาพสร้างรายได้สูงเชียว

ลองเช็กอันดับคอร์รัปชันกับความเป็นประชาธิปไตย ช่วงปีหลังๆ อาจมีแนวโน้มแย่ลง (ไม่แย่เท่าเราหรอก) แต่สภาพบ้านเมืองก็เห็นการพัฒนาไม่น้อย (เพราะก่อนหน้านี้ดีมาก) ปัจจุบันอัตราคอร์รัปชันของสโลวาเกียอยู่ในกลุ่มกลางค่อนบน ถือว่า 'ค่อนข้างสะอาด' ส่วนของเราอยู่ในกลุ่ม 'ค่อนข้างคอร์รัป' 

เมื่อวานลองเดินเล่นริมแม่น้ำดานูบที่จัดสรรพื้นที่ริมน้ำได้ดีงามจนน้ำตาจะไหล ง่ายๆ แต่น่าเดิน น่าวิ่ง น่านั่ง น่านอน

ชาวเมืองออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งยามเย็น นั่งมองแม่น้ำบ้าง คุยเล่นบ้าง นอนกอดกันหวานชื่นบ้าง จูงมาเดินบ้าง ดูสบาย เรียบง่าย มีความสุข

การจัดสวนและแลนด์สเคปไม่หวือหวาอะไรเลย สนามหญ้าเรียบ ต้นไม้ใหญ่ที่เก็บไว้และปลูกเพิ่ม กอหญ้าแพมพัสฟูๆ เพิ่มบรรยากาศนุ่มๆ ทางวิ่งตรงๆ และที่นั่งขั้นนบันได เขยิบขึ้นไปมีร้านอาหารและผับเบียร์ให้ผู้คนนั่งชิลล์มาวิวแม่น้ำ จัดสรรดี เสียงไม่โหวกเหวกเอะอะมะเทิ่ง ดีไซน์เรียบกลมกลืนกับสวน

แค่เดินเล่นและนั่งมองแม่น้ำก็มีความสุข แข้งขาก็คันคะเยออยากวิ่งขึ้นมาซะงั้น ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าเขียว มองไปคล้ายบางกระเจ้า วันนี้ว่าจะไปสำรวจ เห็นว่าเป็นเมืองใหม่ดีไซน์เลิศ

บ้านเมืองที่ดีต้องมีพื้นที่สาธารณะที่คนเข้าถึงง่าย ใช้แล้วมีความสุข ไม่ใช่จะเข้าถึงพื้นที่ดีๆ สวยๆ ต้องมีเงินถุงเงินถัง และสงวนไว้ให้เฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ

ทุกครั้งที่เจอพื้นที่ริมแม่น้ำดีไซน์ดีๆ ผมจะนึกถึงริมเจ้าพระยาเสมอเลย เราไม่จำเป็นต้องมีบรรยากาศแบบเดียวกันกับเขา เราก็ทำแบบเรา ดูแลชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยริมน้ำด้วย และจัดสรรพื้นที่ให้รื่นรมย์น่าใช้งานเพิ่มขึ้นด้วย อาจไม่ง่าย แต่ก็น่าทำ เพราะเวลามีพื้นที่สาธารณะแบบนี้ในเมือง มันคือสวรรค์น้อยๆ สำหรับประชาชนเลย

ที่สำคัญ เป็นสวรรค์ที่ "เข้าฟรี" ด้วย

ผมแอบคิดว่า ปริมาณพื้นที่สาธารณะที่ดีน่าจะแปรผกผันกับจำนวนผู้ป่วยทั้งกายและใจ (เผื่อใครมีงานวิจัยเรื่องนี้)

และเวลาอยู่ในบ้านเมืองที่มีพื้นที่สาธารณะดีๆ ผมจะรู้สึกว่า "อิจฉาเค้าจัง ภาษีของพวกเค้าถูกเอาไปใช้พัฒนาประเทศ"

"กลิ่นความเจริญ" มันเป็นแบบนี้นี่เอง

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.68) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อันเนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและระบบระบายน้ำไม่ทัน

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย.) กำลังพลจากเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ร่วมปฏิบัติภารกิจบรรจุถุงทรายและวางแนวป้องกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินการอพยพประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และสนับสนุนภารกิจอื่นๆตามที่ร้องขอต่อไป

ชาวบ้านไม่ทน!! ขับไล่เมียเขมรของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังพบเป็นไส้ศึก...แอบถ่ายภาพอาวุธ-รถถังไทย ส่งทหารกัมพูชา

เมื่อวันที่ (7 ก.ย.68) ที่ศาลาประชาคมบ้านไซรไปร ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านรวมตัวประชุมเพื่อหารือกรณีหญิงชาวกัมพูชาชื่อ 'นางเขื่อน' ภรรยาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก แอบถ่ายภาพรถถังและอาวุธของทหารไทย ส่งต่อให้ฝั่งกัมพูชา รวมถึงแชร์โพสต์บิดเบือนใส่ร้ายทหารไทย ทำให้ชาวบ้านมีมติเรียกร้องให้ขับออกจากพื้นที่

นายสมบัติ สุขงาม กำนัน ต.ไพรพัฒนา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจต่อชุมชนชายแดน เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียด จึงเชื่อว่าการแชร์พิกัดและข้อมูลทางทหารอาจกระทบต่อความปลอดภัยของชาวบ้านและกองกำลังในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากรวมหลักฐานการโพสต์และคลิปบิดเบือนมานำเสนอในการประชุม

ต่อมา วันที่ 8 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง ร่วมประชุมตรวจสอบ พบว่านางเขื่อนแม้จะมีพาสปอร์ตถูกต้อง แต่วีซ่าขาดอายุตั้งแต่ พ.ค. 2566 อีกทั้งมีญาติรวม 7 คน ที่บางส่วนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงสรุปผลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศ

พ.ต.ท.หญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตร ตม. เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหาอยู่เกินกำหนด 2 ราย และข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 5 ราย ก่อนนำตัวทั้งหมดไปบันทึกการจับกุม ส่งฟ้องศาล และเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ชาวบ้านไซรไปรกว่า 200 คนที่มารอฟังผลพอใจกับการดำเนินการ และแยกย้ายกลับโดยสงบ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top