Monday, 27 July 2026
NEWS FEED

เชียงใหม่-ครั้งแรก!! งาน 'ปลายฝนต้นหนาว' จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (4 ต.ค. 68) ณ สวนสัตว์เชียงใหม่ นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าว การจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ "ปลายฝนต้นหนาว" จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1 "ร้อยเรียงความทรงจำใต้แสงดาวเหนือสายหมอก" โดยมีผู้แทนจากองค์การบริการส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลง

จังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวฤดูหนาวในงาน "ปลายฝนต้นหนาว" ภายใต้แนวคิด "ร้อยเรียงความทรงจำใต้แสงดาวเหนือสายหมอก" ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ นำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และหัตถกรรม ผ่านการจัดแสดง และกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามและน่าประทับใจของช่วงปลายฝนต้นหนาวภายในงานตลอด 10 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 3 - 12 พฤศจิกายน 2568 ณ พื้นที่ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการแข่งขันชกมวย ชิงถ้วยพร้อมรางวัล และกิจกรรมส่องดาวสุดโรแมนติก การแสดงดนตรีสดสร้างสีสันตลอดคืน งานประเพณีลอยกระทงอันยิ่งใหญ่ พร้อมเลือกชิม ช้อป และชิลไปกับร้านค้ากว่า 100 ร้าน รวมถึงการสักการะองค์พระพิฆเนศศักดิ์สิทธิ์แกะสลักจากไม้ตะเคียนทองอายุกว่า 1,000 ปี ห้ามพลาด!! งานใหญ่ครั้งสำคัญที่เชียงใหม่ ที่ทุกคนต้องมาเยือน

สมุทรปราการ-ครบรอบ 69 ปี วันคล้ายวันเกิด แม่หมี 'ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล' แจกข้าวสารอาหารแห้ง กว่า 1000 ชุด ให้กับผู้ยากไร้ ผู้พิการ 

(5 ต.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนกว่า 1000 คน ต่างเดินทางมาร่วมรับมอบของแจก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 69 ปี คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ณ วัดมหาวงษ์ ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิดให้กับ คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ได้แจกข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลกรัม พร้อมทั้ง มาม่า ปลากระป๋อง และขนมปังปิ๊บ นำมาแจกให้กับประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ ในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวนกว่า 1000 ชุด

โดยมี นายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล พร้อมด้วย นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ นายธนิตพงษ์ นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ นอกจากนี้ยังมีกัลยาณมิตรผู้ใจบุญ ตลอดจนคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชมรมโฮปฯ และสมาคมกู้ภัยจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันแจกข้าวสาร อาหารแห้ง ไอศรีม ให้กับผู้ยากไร้ และผู้พิการ 

จากนั้น ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ได้ร่วมกันภวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ คณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา เจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูสมุทรวชิรธรรม (สราวุฒิ โรจนธมฺโม) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระอาจารย์สวย แห่งวัดกลางวรวิหาร นำคณะสงฆ์ จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับคุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล พร้อมครอบครัวพาณิชย์พิศาล และคณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด คุณแม่ธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

นราธิวาส- 'แม่ทัพภาค 4' 'ป้ายแดง' พลโท นรธิป โพยนอก เข้านมัสการ 'ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18' รวมทั้งเจ้าคณะ จ.นราธิวาส ก่อนพบปะ ปธ.ซาฟีอี เจ๊ะเลาะ และ คกก.อิสลามฯ เพื่อแนะนำตัวพร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติ เป้าหมายคืนความสันติสุข จชต. 

(5 ต.ค. 68) เวลา 09.00 น. พลโท นรธิป โพยนอก หรือ 'แม่ทัพยูร' แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งย้ายข้ามห้วยจากกองทัพภาคที่ 1 ลงมารับภารกิจ 'สยบไฟใต้' เดินทางพร้อมคณะฯ ได้แก่ พล.ต.กรกฏ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส และส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าพบผู้นำศาสนา ที่ จ.นราธิวาส ภารกิจแรก ได้เดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา ต./อ.สุไหงปาดี โดยได้เข้านมัสการ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ (อ่อน ทนฺตจิตฺโต) อายุ 87 ปี 67 พรรษา ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 และเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี พระผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยพุทธไทยมุสลิมในพื้นที่ โดยคำกล่าวของพระธรรมวัชรจริยาจารย์ เมื่อวันฉลองอายุวัฒนมงคล 7 ม.ค.68 ที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน  

“ขอบคุณทุกแรงกายแรงใจของทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการจัดพิธีในวันนี้ ดีใจมากๆ ที่ได้เห็นความความสมัครสมานสามัคคีของชาวไทยพุทธไทยมุสลิม เสมอมา ซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำหลายสายที่ไหลเวียนมาบรรจบกัน แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็นสายใยแห่งความผูกพันธ์และความปรองดองระหว่างชาวไทยพุทธไทยมุสลิมในสังคมพหุวัฒนธรรม ท่ามกลางความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก”

ทั้งนี้ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ เป็นพระนักปฎิบัติที่มีจริยวัตรที่ดีงาม ได้ส่งเสริมและสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฎิบัติ จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนทุกศาสนาในพื้นที่ ตลอดจนเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านอย่างล้นหลามอีกทั้งได้นมัสการ พระโสภณคุณาธาร เจ้าคณะ จ.นราธิวาส และเจ้าอาวาส วัดทองดีประชาราม หรือวัดท่านแดง อ.สุไหงโก-ลก 

จากนั้นเวลาประมาณ 10.30 น.วันเดียวกัน พลโท นรธิป แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 เดินทางพร้อมคณะฯ ไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส โดยได้เข้าพบปะ นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามฯ เพื่อแนะนำตัวพร้อมคณะทำงานฯ พร้อมทั้งได้หารือแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกมิติ เน้นปัญหาความมั่นคง รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เราตั้งใจมาเยี่ยมคารวะ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งในการพูดคุยครั้งนี้ได้หารือกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความสงบในพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น

"นโยบายของผมเองจริงๆ แล้ว ไม่มีนโยบายเฉพาะตัว แต่เป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้การดูแลพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืน ผมอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เราในฐานะข้าราชการของรัฐ จากทุกภาคส่วน จะเข้ามาดูแลให้พี่น้องทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทุกคนพร้อมขับเคลื่อนงานตามแนวทางของรัฐบาล เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศ”          

สมุทรปราการ-นายก อบจ.สมุทรปราการ จัดใหญ่!! ทุ่มงบส่วนตัว จัดกีฬาสีสานสัมพันธ์ 'ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ' สร้างความรัก ความสามัคคี ในองค์กร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ณ สนามกีฬา อบจ.สมุทรปราการ วัดราษฎร์โพธิ์ทอง ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาสีเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ภายในองค์กร ภายใต้ชื่อ กีฬาสานสัมพันธ์ “ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ” ประจำปี 2568 

โดยได้รับเกียรติจาก นายสุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ กล่าวรายงาน ซึ่งการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคีขึ้นในองค์กรระหว่างคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ และกองงานต่างๆ ของ อบจ.สมุทรปราการ

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ ความผูกพัน และการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โดยในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีมีขบวนพาเหรดจากคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงฝ่ายกองงานต่างๆ และคณะนักเรียนเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

โดยได้แยกการแข่งขันออกเป็นสีๆ อาทิเช่น สีเหลือง ภายใต้การดูแลของนายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ สีฟ้า นายวรพร อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ สีเขียว นายอัครวัตน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ และสีชมพู นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

ซึ่งการแข่งขันกีฬาสีประเภทแรกเป็นการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง การแข่งขันแชร์บอลหญิง การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทกีฬาตีกอล์ฟมะเขือยาว กีฬาปิดตาตีปี๊บ และกีฬากินวิบาก และการแข่งขันฟุตชอลหญิง การแข่งขันประเภทกองเชียร์ การแข่งขันฟุตซอลชาย การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทวิ่ง 3 ขา การแข่งขันกีฬาชักเย่อ และการแข่งขันกีฬาฟุตซอล VIP โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. ทั้ง 6 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายกองงานต่างๆ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย สำนักปลัด อบจ.สำนักงานเลขานุการ อบจ. กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ กองกิจการสภา, กองคลัง กองช่าง กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยตรวจสอบภายใน กองแผนและงบประมาณ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม หน่วยตรวจสอบภายใน กองการเจ้าหน้าที่ และกองผังเมือง 

ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวในครั้งนี้ใช้งบประมาณส่วนตัวของนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

ISUZU D-MAX 2.2 Ddi MAXFORCE คว้ารางวัล สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2025 กลุ่มยานยนต์

(4 ต.ค. 68) คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ ‘สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี’ (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025) จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีและประธานในพิธีให้เกียรติมอบรางวัล ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา โดย ปิกอัพอีซูซุ ‘ISUZU D-MAX 2.2 Ddi MAXFORCE’ ได้รับเลือกให้รับรางวัลในฐานะที่เป็นสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปีกลุ่มยานยนต์ พลังงานและน้ำมัน ประเภทรถยนต์ปิกอัพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีความโดดเด่น และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จากการสำรวจเชิงปริมาณและการประเมินเชิงคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และได้รับการโหวตจากประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านกระบวนการพิจารณารางวัลที่ใช้เกณฑ์อย่างเข้มข้น โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อให้มั่นใจในความโปร่งใสและมาตรฐานของผลรางวัลในครั้งนี้

‘แม่ทัพวรยส’ ยื่นคำขาด!! ‘กัมพูชา’ ไม่อพยพ!! เขมรล้ำแดน ไม่ต้องมาคุย

(4 ต.ค. 68) แม่ทัพวรยส บูรพาพยัคฆ์ คอแดง สายบู๊ ยื่นคำขาด เขมร ส่ง แผนอพยพ 3 หมู่บ้านเขมร ล้ำแดนไทย ไม่งั้น ไม่ประชุม RBC!! แม่ทัพไก่ พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 เป็นระดับแกนนำ ตท.28 /จปร.39 ที่เติบโตมาจาก กองพลบูรพาพยัคฆ์ ชายแดนตะวันออก ทำงานชายแดนไทย-กัมพูชา มาตลอด โดยเติบโตจาก ร.12 รอ. และ ร.2 รอ. โดยทำงานใกล้ชิด เป็นน้องรัก กับ บิ๊กหนุ่ย พลเอก ธรรมนูญ วิถี อดีตแม่ทัพภาค1 อดีตผบ.พล.ร.2 รอ. ที่ปัจจุบัน เป็นรองผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 

พลโท วรยส ยังเป็นสายตรงของ แกนนำรุ่น ตท.28 ที่เป็น ทหารคอแดง นอกกองทัพบก 

และถูกจับตามอง เมื่อได้ขยับจาก พล.ร.2 รอ มาเป็น ผบ.พล.1 รอ. กองพลคอแดง หลักของ ทัพภาค1 และ เป็นกำลังหลักของ ฉก.ทม.รอ.904 อีกทั้ง การเป็นแม่ทัพภาค1 ต้องเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ด้วย

จากนั้น ขึ้น รองแม่ทัพภาค1 และขึ้น แม่ทัพน้อย1 และเป็น แม่ทัพภาค 1 ในครั้งนี้ และถือว่า เข้าไลน์ เส้นทาง สู่ 5 เสือทบ. และ ชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. เพราะมีอายุราชการถึง ต.ค.2571 ชิงกับ บิ๊กใหญ่ พลเอก อมฤต บุญสุยา (ตท.27) และ บิ๊กเต้ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26) ผช.ผบ.ทบ. ที่เกษียณ 2571 พร้อมกัน 

แต่ใครจะเป็น ผบ.ทบ. จะต้องรอดู โยกย้าย ตค.2569 นี้ ว่า พลโท วรยส จะขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. หรือไม่ และ เส้นทางของ พลเอก อมฤต โยกย้าย ต.ค. 2569 ด้วยเช่นกัน

บทบาทที่น่าจับตา ของ พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ ทันทีที่รับตำแหน่ง แม่ทัพภาค 1 ที่ประกาศเจตนารมณ์ ว่า “ขอให้เชื่อมั่นในกองทัพภาคที่ 1 ที่พร้อมจะปกป้องรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ โดยจะทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ และด้วยชีวิต โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ”
และลงพื้นที่ สระแก้ว ทันที ในวันที่รับหน้าที่ 

พลโท วรยส ในฐานะ ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา RBC ด้านกองทัพภาคที่ 1 ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา เรื่องการประชุมRBC สมัยพิเศษด้านภูมิภาคทหารที่ 5 กับกองทัพภาคที่ 1 ว่า ตามที่ ภูมิภาคทหารที่ 5 ได้กำหนดการประชุม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคกัมพูชา-ไทย (RBC) สมัยพิเศษด้านภูมิภาคทหารที่ 5 กับกองทัพภาคที่ 1 ในห้วงวันที่ 10-12 ตุลาคม 2568 รวม 3 วัน โดยครั้งนี้ฝ่ายกัมพูชา เป็นเจ้าภาพ ณ จังหวัดบันเตียเมียนเจย ราชอาณาจักรกัมพูชา 

โดยมี พลโท แอก ชอมโอน รองผู้บัญชาการทหารบก / ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 และ เชิญ พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 เป็นประธานการประชุมร่วม นั้น

กองทัพภาคที่ 1 ขอให้ ภูมิภาคทหารที่ 5 จัดทำแผนอพยพประชาชนชาวกัมพูชาในพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน, บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว และ บ้านตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว รวม 3 พื้นที่ โดยส่งแผนการอพยพฯ ให้กองทัพภาคที่ 1 ภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 พร้อมทั้งเสนอในการประชุม RBC ในครั้งนี้จึงจะเข้าร่วมการประชุม และ ได้มอบหมายให้ พันตรี สรายุทธ์ จันทรประยงค์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการ กองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ประสานงาน

‘มาสด้า’ ส่งเสริมเยาวชนไทย ให้ก้าวไกลสู่การเป็นมืออาชีพ หลังคว้ารางวัล!! ชนะเลิศ พร้อมดัน!! ให้เดินหน้าตามฝัน

(4 ต.ค. 68) นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแข่งขันกอล์ฟเยาวชน MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2025 ถือเป็นแมตช์ที่ 2 ของปี 2568 นับเป็นครั้งที่ 4 ที่มาสด้าได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวไกลผ่านกีฬากอล์ฟในระดับนานาชาติ โดยความร่วมมือกับ The Agency College Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาสำหรับเยาวชน เพื่อส่งเสริมเยาวชนและมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า Mazda Family นอกจากจะเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมองเห็นเส้นทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาตนเอง ทั้งด้านการศึกษาและอาชีพในอนาคต พร้อมทั้งมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าคนสำคัญ ตอกย้ำปณิธานของมาสด้าที่ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อมั่นเสมอว่า “รถยนต์” ไม่ใช่แค่ยานพาหนะในการเดินทาง แต่คือแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนชีวิตให้ไปไกลกว่าที่เคย

ไม่เพียงเท่านั้น มาสด้ายังตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะใช้เวทีการแข่งขันกอล์ฟในระดับเยาวชนนี้ให้กลายเป็นส่วนสำคัญในการปลูกฝัง จิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่น การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หรือ 'Challenger Spirit' ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาสด้า ที่ไม่เพียงแต่แสดงออกผ่านยนตรกรรมอันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดผ่านทุกกิจกรรมที่มาสด้าได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อส่งเสริมเติมความฝันของเยาวชนรุ่นใหม่ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ซึ่งมาสด้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่โครงการที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้นยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีเยาวชนจาก 20 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน รวม 107 คน

“โครงการฯ ไม่ได้จัดขึ้นเพียงเพื่อการแข่งขันกอล์ฟหรือการคว้าชัยชนะในสนามเท่านั้น แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตในระดับสากล เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง กำหนดเป้าหมายในชีวิต และกล้าก้าวออกไปคว้าโอกาสที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น ทุนการศึกษา หรือการได้เข้าร่วมแข่งขันในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ๆ ในสหรัฐอเมริกา สิ่งเหล่านี้ คือ Challenger Spirit หรือ สปริตแห่งความไม่ย่อท้อ ที่เยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีร่วมกัน เพราะเยาวชนทุกคนคือตัวแทนของความฝัน ความพยายาม และความกล้าหาญ ที่จะไม่หยุดอยู่แค่ในกรอบเดิม ๆ

มาสด้าเชื่อว่าด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้จะนำพาให้ทุกคนก้าวไปได้ไกลในเส้นทางที่เลือก และประสบความสำเร็จในเส้นทางข้างหน้า” นายภพนิพิฐ กล่าวทิ้งท้าย

ผลการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025

ระดับ Middle School (ป.5–ม.2 )
ประเภทชาย
1. ดุ๊ก คัง โด (เวียดนาม) อีเว่นพาร์ 216 (69-70-77)
2. โคลเท่น ทราน บัตเลอร์ (สิงคโปร์) 5 โอเวอร์พาร์ 221 (75-72-74)
3. ณัฏฐนันท์ ตั้งสุณาวรรณ(ไทย) 6 โอเวอร์พาร์ 222 (72-69-81)

ประเภทหญิง
1. ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน (ไทย) อีเว่นพาร์ 216 (70-70-76)
2. เอมี่ ซัน (สหรัฐฯ) 8 โอเวอร์พาร์ 224 (78-70-76)
3. แพรววนิต วรอภิญญาภรณ์ (ไทย) 10 โอเวอร์พาร์ 226 (73-78-75)

ระดับ High School (ม.3–ม.6 )
ประเภทชาย
1. พาร์ค แจ มิน (เกาหลีใต้) 10 อันเดอร์พาร์ 206 (65-68-73)
อันดับสองร่วม ธีรวุฒิ บุญสีออ (ไทย) 9 อันเดอร์พาร์ 207 (66-70-71) และ เซีย ไคเฉิน (จีน) 9 อันเดอร์พาร์ 207 (70-67-70)

ประเภทหญิง
1. ซู่ หนิงเหยา (จีน) 5 อันเดอร์พาร์ 211 (70-71-70)
2. ธัญจิรา อิสสระพล (ไทย) 4 อันเดอร์พาร์ 212 (73-70-69)
อันดับสามร่วม ไอริส เมห์รี มัสลู (ไทย) 1 โอเวอร์พาร์ 217 (70-73-74) และ ขวัญชนก บุญจันทร์ (ไทย) 1 โอเวอร์พาร์ 217 (75-69-73)

'ประชาธิปัตย์' ห่วงกรุงเทพฯเป็นมหานครแห่งความเสี่ยง 'อลงกรณ์' ตั้งคำถามจะสู้หรือย้ายเมืองหลวงเสนอรัฐบาลคิดใหญ่ทำใหม่3เมกะโปรเจคเร่งแก้ปัญหา 'กรุงเทพฯยุบกรุงเทพฯจม'

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัยฯ.,สภาผู้แทนราษฎรฯ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์โพสต์บทความเรื่อง "กรุงเทพฯมหานครแห่งความเสี่ยงทั้งยุบทั้งจม"พร้อมจะย้ายเมืองหลวงหรือยัง???“ในเฟสบุ้ควันนี้มีเนื้อหาและแนวคิดน่าสนใจดังมีข้อความดังนี้

"กรุงเทพฯมหานครแห่งความเสี่ยงทั้งยุบทั้งจม"พร้อมจะย้ายเมืองหลวงหรือยัง???”

โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัยฯ.,สภาผู้แทนราษฎรฯ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์ ประธานมูลนิธิ Worldview Climate Foundation

ความเร่งด่วน: สัญญาณเตือนจากใต้พื้นผิวเมือง

วิกฤตการณ์ที่คุกคามกรุงเทพฯไม่ใช่เรื่องใหม่  แต่เป็นปัญหาที่สั่งสมและเร่งตัวขึ้นตามภาวะโลกร้อนทำให้กรุงเทพฯกำลังเผชิญกับวิกฤติคู่ที่อันตราย นั่นคือ การทรุดตัวของแผ่นดิน และ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตว่าเราควรจะ"สู้" เพื่อรักษามหานครแห่งนี้ไว้ หรือ "ถอย" โดยการย้ายเมืองหลวง?

สถานการณ์ดินยุบตัวครั้งล่าสุดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงความอ่อนแอของฐานรากเมืองหลวง กรณีถนนสามเสน หน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นเหตุการณ์ถนนทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 มีสาเหตุหลักที่ถูกระบุว่าเกิดจาก ดินทรุด ทำให้ท่อประปาแตกและเกิดโพรงใต้ดินเกิดดินไหล (Soil Loss)เข้าไปในอุโมงค์และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่กำลังก่อสร้างอีกเหตุการณ์หนึ่งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คือการทรุดตัวของพื้นถนนหน้าการไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวา ตอกย้ำว่าปัญหา โพรงใต้ดิน และการเคลื่อนตัวของดินเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ

เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ชัดว่า ปัญหาการทรุดตัวของกรุงเทพฯ ไม่ได้มาจากปัจจัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก งานก่อสร้างบนดินและใต้ดินที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดินใต้กรุงเทพฯ.โดยตรงซึ่งเป็นภัยคุกคามที่รากฐานคือชั้นดินอ่อน

ทั้งนี้จากข้อมูลทางธรณีวิทยาโดยกรมทรัพยากรธรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนฐานรากที่อ่อนแอโดยธรรมชาติ นั่นคือ ชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ (Bangkok Soft Clay) ซึ่งเป็นชั้นดินบนสุดที่มีความหนาประมาณ 10-15 เมตร การทรุดตัวของแผ่นดิน (Land Subsidence) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษ จากงานวิจัย “Ground Subsidence in Bangkok” โดย สกว. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรายงานว่าการสูบน้ำบาดาลเกินขีดจำกัดทำให้อัตราการทรุดตัวพุ่งสูงถึงประมาณ 7 ซม.ต่อปีและสูงสุดถึง 12 ซม.ต่อปี ในช่วงต้นทศวรรษ 1980ก่อนมีการออกกฎหมายควบคุมการสูบน้ำอย่างเข้มงวด แม้มาตรการควบคุมการสูบน้ำบาดาลจะช่วยชะลอการทรุดตัวลงอย่างมาก แต่อัตราการทรุดตัวในปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่

ปัจจัยคู่เร่งวิกฤต: น้ำทะเลสูงและแผ่นดินทรุด

การทรุดตัวของแผ่นดินมาพร้อมกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น (Sea-Level Rise) จากภาวะโลกร้อน กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเพียงเล็กน้อยกำลังเผชิญกับวิกฤตความเสี่ยงสูง สถาบัน McKinsey Global Institute (MGI) ระบุว่าจากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้กรุงเทพฯเมืองหลวงของไทยเป็นเมืองที่มีความเสี่ยงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่จะถูกน้ำท่วมหนักเนื่องจากกรุงเทพมีระดับความสูงเฉลี่ย 1.5 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และแผ่นดินทรุดปีละ 2-3 ซม. 

นอกจากนี้การคาดการณ์ที่อัปเดตล่าสุดของ Climate Central คาดการณ์ว่าจะเกิดน้ำท่วมรุนแรงในกรุงเทพฯและ พื้นที่ริมชายฝั่งของประเทศไทย และตามแนวชายฝั่งของมาเลเซียโดยคาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในปี 2030

ทางเลือกใหม่ตอบโจทย์อนาคตกรุงเทพฯ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีข้อเสนอให้ย้ายเมืองหลวงซึ่งผมคิดว่ามีทางเลือกที่ดีกว่าเพราะ การย้ายเมืองหลวงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท เทียบเคียงกับงบประมาณโครงการสร้างเมืองหลวงใหม่“นูซันตารา”แทนกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ความจริงมีทางเลือกอื่นๆอีกหากรัฐบาลคิดจะสู้โดยไม่ต้องย้ายเมืองหลวงได้แก่

1.การสร้างเมืองราชการดิจิตอลซิตี้(Digital City)โดยบริหารและบริการแบบรัฐบาลดิจิตอล(Digital Government)ด้วยการย้ายส่วนราชการออกจากกรุงเทพฯไปในพื้นที่ที่มีการคมนาคมสะดวกในรัศมีไม่เกิน 120กม. จากกรุงเทพฯ เช่น สระบุรี เพชรบุรี ราชบุรี และฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์พ้นจากพื้นที่ลุ่มต่ำและมีศักยภาพด้านคมนาคมสูง เนื่องจากมีโครงข่ายทางหลวงสายหลัก มิเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพฯกับเมืองใหม่และสนามบิน(ในอนาคต)อำนวยความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางสู่เมืองราชการใหม่เพื่อลดความแออัดของประชากร ลดน้ำหนักกดทับฐานดินกรุงเทพฯ. และช่วยกระจายความเจริญ ซึ่งมีตัวอย่างการแยกศูนย์ราชการในต่างประเทศเช่นออสเตรเลียสร้างกรุงแคนเบอร์ราให้เป็นเมืองราชการโดยเฉพาะห่างจากซิดนีย์ 160 กม.ขณะที่ มาเลเซีย ย้ายส่วนราชการจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังเมือง“ปุตราจายา”

2.การสร้างเมืองเศรษฐกิจและเมืองเทคโนโลยีเป็นเมืองใหม่เช่นจีนสร้างศูนย์เศรษฐกิจใหม่โดยกระจายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเซี่ยงไฮ้สู่เขตพัฒนาเศรษฐกิจผู่ตง (Pudong) จากทุ่งนาให้กลายเป็น ศูนย์กลางทางการเงิน และนวัตกรรมระดับโลกภายใน 30 ปี ซึ่งช่วยลดความหนาแน่นและสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ตามโมเดลเขตเศรษฐกิจ“เซิ่นเจิ้น”

3.การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมถาวรขนาดเมกะโปรเจค(MegaProject)ที่มีประสิทธิภาพป้องกันกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น การสร้างเขื่อนริมอ่าวตัวก.(Protection Dyke)เช่นกรณีอังกฤษและเนเธอแลนด์และการขุด“เจ้าพระยา2”ฝั่งซ้ายจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปออกแม่น้ำบางประกงหรือฝั่งขวาออกอ่าวไทยเช่นในอดีตที่มีการขุดคลองภาษีเจริญคลองดำเนินสะดวกและคลองแสนแสบควบคู่กับการสร้างระบบระบายน้ำใต้ดินเช่นกรณีของกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์

แนวทางเหล่านี้ต้องการการตัดสินใจโดยเร็วเพื่อรักษากรุงเทพฯ ไว้ในฐานะมหานครแห่งประวัติศาสตร์ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์พร้อมกับสร้างความเจริญที่กระจายตัวไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ได้อย่างมีอนาคต 

บทสรุป มหานครแห่งความเสี่ยงจมน้ำปี 2050 ???

คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) คาดการณ์ว่าภายในปี 2100 ระดับน้ำทะเลอาจสูงกว่าปัจจุบันถึง 1.1 เมตร และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใด ๆ ก็ตามจะไม่สามารถหยุดยั้งผลกระทบในระยะสั้นและระยะกลางของปรากฏการณ์นี้ได้ งานวิจัยของNature Communicationsคาดการณ์ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำและชายฝั่ง อาจเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมถาวร (Inundation) ภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ 2100 กรุงเทพฯกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะจมน้ำในอนาคต เนื่องจากหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและดินทรุดตัว พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ อาจจมอยู่ใต้น้ำ และจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังที่รุนแรงและยาวนานขึ้น  

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน การทรุดตัวของแผ่นดิน การระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของพื้นที่สีเขียว องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นไปประชากร 5 ล้านคนจาก 10.7 ล้านคนในกรุงเทพ มหานครอาจเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมโดยคาดว่าพื้นที่หนึ่งในสามของเมืองหลวงของไทยอาจจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมดภายใน พ.ศ. 2593 และส่งผลให้ประชาชนเกือบ 11 ล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่

สัญญาณเตือนภัยชัดเจนถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องคิดใหญ่ทำใหม่คิกออฟนโยบายและเริ่มก้าวแรกในช่วงเวลา4 เดือนที่ยังบริหารประเทศ

อย่าปล่อยให้กรุงเทพฯเป็นมหานครแห่งความเสี่ยงทั้งเมืองเสี่ยงและประชาชนเสี่ยงจากวิกฤตคู่ทำให้กรุงเทพยุบและกรุงเทพจมดังเช่นที่เป็นอยู่ในวันนี้และตลอดไป

‘Benz BKK Group’ ครอง!! แชมป์ยอดขาย จัดคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่!! ขอบคุณคนพิเศษ

(4 ต.ค. 68) กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ แถลงผลการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2568 พร้อมประกาศความสำเร็จขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปด้วยยอดขายรวม 932 คัน ถือเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดจาก 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดย Benz BKK Bangna ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก

สำหรับผลประกอบการธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึง 31 สิงหาคม 2568 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ลักชัวรี กลุ่ม Benz BKK Group ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรวม  932 คัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 621 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่ 15.62% และ Mercedes-Benz Certified รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง จำนวน  311 คัน  ซึ่งมีอัตราการเติบโตเทียบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น  32% ก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

โดยภาพรวมส่วนของรถยนต์ใหม่ (New Car) ยังคงตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มรถสปอร์ต รถอเนกประสงค์ (SUV) รวมถึงไลน์รถยนต์ไฟฟ้า (EQ) ที่นับเป็นกลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยขยายฐานลูกค้าและถือเป็นหัวใจของการเสริมพอร์ตสินค้าระยะยาว ในขณะเดียวกัน Mercedes-Benz Certified ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดด้วยเช่นกันด้วยข้อเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งพื้นที่โชว์รูมและขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยโชว์รูม Experience Center แบบครบวงจร มีรถให้เลือกครบทุกเซกเมนต์หมุนเวียนกว่า 150 คัน รวมถึงรถทุกคันผ่านการตรวจเช็กแบบ Multi-point มากกว่า 200 รายการ รองรับบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่มาพร้อมโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะบุคคล และบริการซื้อ-ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified กลายเป็น “ตัวเลือกที่คุ้มค่า และเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์พรีเมียมพร้อมใช้งานในงบประมาณที่คุ้มค่า ซึ่งการตอบรับเห็นได้จากงาน BIG Motor Sale 2025 และช่องทางขายอื่นๆ ที่ยืนยันถึงศักยภาพของไลน์ Mercedes-Benz Certified ในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ทาง Benz BKK Group ยังคงเสริมทัพรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย  พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่สุด มอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์และการรองรับบริการที่เหนือระดับ เพราะลูกค้าคือคนพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Benz BKK Group ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ CRM (Customer Relationship Management) แบบ 360 องศา เพื่อเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความพึงพอใจอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Experience ผ่านกิจกรรม Lifestyle & Entertainment สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าในทุกมิติครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน  Benz BKK Group จึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนความขอบคุณไม่สิ้นสุด
.
สำหรับกิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” แทนความขอบคุณที่ไม่สิ้นสุดบนการเดินทางแห่งเสียงดนตรีและความซาบซึ้งใจ คือการถ่ายทอดความผูกพันอันยาวนานระหว่าง Benz BKK Group และลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงามตลอดหลายทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญครั้งนี้จะเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของลูกค้าคนพิเศษของ Benz BKK กว่า 5,200 คน ของกลุ่ม Gen X และ Gen Y  

คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง”

คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน”

ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต  พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ  UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group  เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา   

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติ 'ยุทธการสกัดยานรก' ภายใต้นโยบาย 'ยกระดับจัดการปัญหายาเสพติด' ของนายกรัฐมนตรี

(4 ต.ค. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ณ บช.ปส. โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์  เย็นท้วม  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิต ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พ.อ.เกียรติศักดิ์ ทรัพย์เมฆ รอง ผบ.ขกท. และผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการ “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด

จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยให้เป็นนโยบายเร่งด่วน ขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก และให้ยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการร่วมกันปราบปรามยาเสพติด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมสั่งการให้ “อัปเดต - อัปเกรด” การทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรอบปีที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์ สามารถจับกุมคดียาเสพติดรวม 265,446 คดี ผู้ต้องหา 265,109 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,083 ล้านเม็ด, ไอซ์ 51,916 กิโลกรัม, คีตามีน 6,031 กิโลกรัม, เฮโรอีน 11,294 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดได้รวมมูลค่าสูงถึง 14,905 ล้านบาท 

ในห้วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เร่งเครื่องปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดสำคัญได้ถึง 9 คดี จับกุมผู้ต้องหา 16 ราย ยึดยาบ้ารวม 18.25 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,488 กิโลกรัม, และคีตามีน 29 กิโลกรัม โดยมีคดีสำคัญที่สะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงเมืองหลวง ดังนี้

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 6 คดี 
1. ยุทธการนักบินปราจีนบุรี: ทลายโกดังพักยาที่นครพนม ยึดไอซ์ 500 กิโลกรัม
2. สกัดรถบรรทุกนรก: จับกุมกลางสระบุรี ยึด ไอซ์ 468 กิโลกรัม และคีตามีน 29 กิโลกรัม ขัดขวางการลำเลียงสู่ภาคใต้
3. แก๊งซิ่งฝ่าแนวกั้น: บุกสกัดที่ปากช่อง นครราชสีมา ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด
4. แก๊งเจริญชัย: จับกลางปั๊มกำแพงเพชร ยึดยาบ้าลอตใหญ่ 6 ล้านเม็ด ขวางเส้นทางสู่ภาคกลาง
5. เครือข่ายพี่น้องชาวเขา: สกัดที่นครสวรรค์ ยึดยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด
6. เครือข่ายใต้ในแดนเหนือ: จับกุมที่เชียงราย ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด ขณะเตรียมลำเลียงลงสู่ภาคใต้

กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทลายเครือข่ายสุพรรณบุรี ยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 3.08 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหาที่ติดกำไล EM ในคดีพรากผู้เยาว์
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุมขบวนการลักลอบขนยา 2 คดี
1. เครือข่ายท้าวชัยน้อย: จับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดริมแม่น้ำโขง ยึดยาไอซ์ 300 กิโลกรัม และยาบ้า 1,472,00 เม็ด ในพื้นที่นครพนม มูลค่าประมาณ 75 ล้านบาท และถ้าส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 จะมีมูลค่าถึง 150 ล้านบาท
2. สกัดจับยาไอซ์ 220 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ 

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ ทั้งด้านเทคโนโลยีและการสร้าง “กลไกเชิงระบบ” ที่เป็นแนวทางถาวรในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญนี้ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านช่องทาง สายด่วนยาเสพติด 191 และสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top