Monday, 27 July 2026
NEWS FEED

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิตถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) น.อ.พัลลภ สุภากรณ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิต ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

โดยมีข้าราชการและลูกจ้างของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารอำนวยการ รพ.ฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

เพจดังภูเก็ต เผย การท่องเที่ยวภูเก็ตส่อเค้าวิกฤต หลังยิว เปิดขายทัวร์ให้คนชาติเดียวกันผ่านโซเชียลฉ่ำ

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68) เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงกรณี ‘ชาวอิสราเอล’ จำนวนมากเข้ามาเปิดให้บริการนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับเปิดขายทัวร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลโดยไม่สนใจกฎหมายในประเทศไทย โดยในโพสต์ระบุว่า 

‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโซเชียลทุกช่องทาง

พร้อมกันนี้ ทางเพจ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ยังระบุด้วยว่า ‘เกาะภูเก็ต’ จะมีการรวมกลุ่มกันแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้าน ไม่เอายิว อิสราเอล โดยจะจัดกันขึ้นที่ แถวบางเทา เชิงทะเล ในเย็นวันนี้ (9 ต.ค. 68)

พิษณุโลก มทบ.39 จับมือกับบริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ลงพื้นที่ อ.กงไกลาศ จ.สุโขทัย มอบถุงยังชีพช่วยน้ำท่วม 

(9 ต.ค. 68) เวลา 1400 พ.อ.ชุติชัย อาทิตย์ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 , คุณอิงอร สร้อยสุวรรณ ผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 พร้อมคณะ ลงพื้นที่  ม.7 ม.8 และ ม.11 ณ วัดเนินหว้าวนา ต.กง อ.กงไกลาศ จว.สุโขทัย 

เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จำนวน 150 ชุด และได้พบปะประชาชนเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤตอันนี้ไปด้วยกัน “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่39 ปรีชา นุตจรัส รายงาน ข่าวพิษณุโลก

เชียงใหม่-CMUBS x MAT ฉลอง 60 ปี เปิดเวทีจุดประกายแรงบันดาลใจ สร้างพลังสู่อนาคต

CMUBS x MAT Exclusive Talk ฉลองครบ 60 ปี ผนึกพลังนักธุรกิจ การตลาด สร้างเวทีจุดประกายกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติสู่อนาคต

เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 68) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMUBS) ร่วมกับสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) และสมาคมนักศึกษาเก่าบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาน “CMUBS x MAT Exclusive Talk” เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของสององค์กร ภายใต้แนวคิด “THRIVING IN TURBULENCE: Beyond Survival – พลิกวิกฤติ ปั้นกลยุทธ์ เติบโตสู่อนาคต” ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กร นักธุรกิจ นักการตลาด นักวิชาการ ตลอดจนนักศึกษาและผู้สนใจ จำนวนกว่า 400 คน ร่วมรับฟัง Talk แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ด้านธุรกิจและการตลาด เพื่อจุดประกายความคิดใหม่ สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกัน 

งานนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Exclusive Dinner Talk ที่ผสมผสานบรรยากาศการเสวนาเชิงวิชาการสะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดจนความสนใจต่อประเด็นใหญ่แห่งยุคว่าด้วยการปรับตัวของธุรกิจในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน 

ไฮไลท์สำคัญคือเวทีเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ครอบคลุม 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ Beyond Disruptions การวิเคราะห์ทิศทางอนาคตโลกธุรกิจ โดย ผศ. ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มช., Beyond Survival การพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยคุณปิยะชาติ อิศรภักดี CEO BRANDi และ Beyond Rivalry กลยุทธ์สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง นำโดยคุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO TARAD.COM 

พร้อมด้วยคุณธานี ตรีวัฒนาวงศ์ เจ้าของ Online Channel “DB ซัวเถา” และคุณกษิดิศ สตางค์มงคล เจ้าของเพจ “DataRockie” ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการตลาดเชิงข้อมูล (Data Marketing) โดยให้ข้อคิดเชิงลึกจากกูรูผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนมุมมอง การสร้างเครือข่าย(Networking) และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด

ผศ. ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า คณะบริหารธุรกิจ มช. มุ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างและพัฒนาความรู้ทางธุรกิจและการจัดการ ที่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ได้อย่างรอบด้าน โดยไม่จำกัดเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ ชุมชน และสังคมโดยรวม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงบริบทของโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ 

แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือระหว่างคณะฯ สมาคมนักศึกษาเก่าฯ และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ในการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย เลขาธิการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ตรงกับการครบรอบ 60 ปีของสมาคมเช่นกัน ซึ่ง MAT ในฐานะศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้และแรงบันดาลใจของวงการตลาดไทย มีความมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสด้านการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองใหญ่ เพราะการตลาดคือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในทุกพื้นที่ 

ความร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของสมาคมในการส่งต่อองค์ความรู้สมัยใหม่และแนวคิดเชิงกลยุทธ์แก่นักการตลาดไทยทุกระดับ พร้อมกล่าวเสริมว่า นักการตลาดยุคใหม่ต้องพร้อมปรับตัว เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใดของประเทศเพื่อสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ MAT ยึดมั่นมาโดยตลอด

ด้านคุณบุญรัตน์ ตรีวัฒนาวงศ์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่าบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความภูมิใจที่ CMUBS สามารถสร้างโอกาส และสร้างอาชีพให้กับบัณฑิตมาแล้วกว่า 60 ปี ซึ่งการรวมพลังในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในพันธกิจของสมาคมในการร่วมต่อยอดความรู้ ส่งต่อโอกาสให้กับศิษย์ปัจจุบันของคณะต่อไป โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากงานนี้จะถูกนำไปเป็นทุนการศึกษาแก่รุ่นน้องคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นการส่งต่อพลังและโอกาสจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

สำหรับงานครบรอบ 60 ปีของ CMUBS และ MAT ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นงานแห่งความยินดี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการบูรณาการพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการตลาดไทย สู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

นายกฯ เผย สปสช. ติดหนี้โรงพยาบาลทั่วประเทศ เตรียมใช้งบกลางเคลียร์หนี้ พร้อมปรับปรุงการเงิน

(9 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเผยว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ติดหนี้โรงพยาบาลทั่วประเทศ และรัฐบาลกำลังพิจารณาใช้งบกลางชำระหนี้ทั้งหมด พร้อมเรียกร้องให้ สปสช. ปรับปรุงการบริหารการเงินให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะหยุดให้บริการผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทอง เนื่องจากหนี้ค้างชำระ

"ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาขอใช้งบกลางเพื่อเคลียร์บัญชีหนี้โรงพยาบาล หากพบว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและเข้าหลักเกณฑ์ของสำนักงบประมาณ จะเร่งดำเนินการทันที พร้อมเน้นให้ สปสช. บริหารการเงินอย่างรัดกุมและโปร่งใส" นายอนุทิน กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ยืนยันว่าหนี้ค้างจ่ายโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไม่ได้สูงถึง 110 ล้านบาท แต่ตัวเลขจริงอยู่ราว 37 ล้านบาท และย้ำว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้มีสิทธิบัตรทองประมาณ 47,000 คน เนื่องจากมีการจัดหน่วยบริการรองรับเพียงพอ

ร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน สังคมประมงปลอดภัย ไร้ยาเสพติด ⚓️

(9 ต.ค. 68) พล.ร.ต. อโศก ศรีสวัสดิ์ ผอ.สน.ฝอ.ศรชล.ภาค 1 เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “แรงงานประมงรู้เท่าทัน สร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด” ณ ห้องราชาวดีบอลรูม โรงแรมไอธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจัดโดย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่แรงงานภาคประมง รวมถึงผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด พร้อมร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

ภายในงานมีพิธีเปิดโดย เรือเอกสาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพร้อมการบรรยายให้ความรู้และกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ด้านการป้องกันยาเสพติดให้แก่พี่น้องชาวประมง

ในโอกาสนี้ ศรชล.ภาค 1 ได้ร่วมจัดบูทนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมเผยแพร่ช่องทางการแจ้งเหตุเมื่อประสบอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางทะเล เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่แรงงานภาคประมงในพื้นที่

‘อาจารย์อุ๋ย’ เตือน! ‘ทรัมป์’ อย่าแทรกแซงไทย–กัมพูชา ชี้ ขัดกฎบัตรสหประชาชาติ จี้ ‘นายกฯหนู’ แสดงจุดยืนบนเวทีโลก

อาจารย์อุ๋ย เตือนแรง! 'ทรัมป์' อย่าแทรกแซงกิจการภายในของไทย ขัดกฎบัตรสหประชาชาติ ชี้! สัญญาสันติภาพเป็น 'โมฆะ' หากเกิดจากการบีบบังคับ แนะ ‘นายกฯหนู’ แสดงจุดยืนบนเวทีโลก

(9 ต.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศและอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงท่าทีอย่างแข็งขัน ในการอยากมาเป็นประธานให้เกิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น ผมมีเรื่องอยากจะเตือนนายทรัมป์และฝากเรียนท่านนายกอนุทินและกระทรวงการต่างประเทศ ให้ทราบอยู่สามประการ 

1. มาตรา 2 (1) แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ กำหนดว่า รัฐสมาชิกทุกประเทศมีความเสมอภาคกันในอธิปไตย ซึ่งหมายความว่า รัฐใด ๆ ต้องมีสิทธิ “ตัดสินใจเอง” ในเรื่องนโยบายภายในและระหว่างประเทศ ดังนั้น หากนายทรัมป์หรือรัฐบาลสหรัฐ ฯ ใช้วิธีกดดันให้ไทยต้องลงนาม โดยไม่สมัครใจ ย่อมขัดต่อหลักอธิปไตยของรัฐไทย 

2. มาตรา 2 (7) แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ได้บัญญัติรองรับหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Principle of Non- Intervention) โดยระบุว่าสหประชาชาติไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการซึ่งอยู่อำนาจภายในของรัฐใด ๆ ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ได้วางหลักในคดี Nicaragua v. United States (1986) ว่าให้หลักการเดียวกันนี้ผูกพันรัฐต่อรัฐด้วย กล่าวคือ ห้ามรัฐหนึ่ง แทรกแซงกิจการภายในของอีกรัฐหนึ่ง โดยศาลอ้างว่าหลักนี้มีสถานะเป็นจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (customary international law) คือแม้รัฐจะไม่ได้เป็นสมาชิก UN หรือไม่มีสนธิสัญญาใด ก็ยังต้องเคารพหลักนี้

3. อนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 (Vienna Convention on the Law of Treaties) มาตรา 52 ระบุชัดเจนว่า สนธิสัญญาใดที่เกิดขึ้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลัง เป็นโมฆะ ดังนั้น หากสหรัฐ ฯ ใช้การบีบบังคับไทย เช่น การขู่ว่าจะขึ้นภาษี ตัดความช่วยเหลือหรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ไทยลงนามในสัญญาสันติภาพ การลงนามนั้นอาจถือว่า ไม่สมัครใจและเป็น 'โมฆะ' ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ 

ดังนั้น ผมจึงอยากให้ท่านนายกอนุทินในฐานะผู้นำประเทศ แสดงจุดยืนให้ชัดเจนต่อทุกประเทศในเวทีโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียว่าปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาเท่านั้น ซึ่งไทยสามารถจัดการได้โดยฝ่ายเดียวในเร็ววัน โดยไม่ต้องอาศัยประเทศอื่นใดเข้ามายุ่งเกี่ยว อันจะทำให้ขัดกฎหมายระหว่างประเทศข้างต้น ด้วยความปรารถนาดี”  

‘กัน จอมพลัง’ เดินหน้าวางตู้คอนเทนเนอร์ 60 ใบ กั้นแนวชายแดนบ้านหนองจาน 10 ต.ค. นี้

(9 ต.ค. 68) 'กัน จอมพลัง' หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โพสต์ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก ระบุเตรียมนำ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 6 เมตร จำนวน 60 ใบ ไปวางเป็นแนวรั้วกั้นบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ในวันที่ 10 ตุลาคม เพื่อใช้ป้องกันพื้นที่ชายแดนจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเปิดรับผู้จำหน่ายตู้ที่สามารถส่งของได้ทันภายในกำหนด

กัน จอมพลัง ระบุเพิ่มเติมว่าขณะนี้กำลังเดินทางไปตรวจสภาพตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดก่อนนำเข้าพื้นที่ และจะเปิดให้ประชาชนหรือแฟนคลับ (FC) เข้ามาร่วม เขียนข้อความให้กำลังใจทหาร บนตู้คอนเทนเนอร์ในวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อแสดงพลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน

เจ้าตัวกล่าวยืนยันว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้มีความแข็งแรงมากกว่ากำแพงปูนทั่วไป พร้อมตอบโต้กระแสวิพากษ์บนโซเชียลที่ล้อเลียนว่าตู้ดังกล่าวอาจถูกฝ่ายเขมรเข้าไปอาศัยอยู่ โดยย้ำว่า “ไร้สาระมาก” และตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อปกป้องความมั่นคงและเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น

(สุรินทร์) กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รอง  ผอ.รมน. จังหวัดสุรินทร์ (ท.)

(9 ต.ค. 68) ที่ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ศาลากลางใหม่ ชั้น4 จังหวัดสุรินทร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ระหว่าง พลตรี จิตรกร จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ส่งมอบการบังคับบัญชาให้แก่ พันเอก อัครสิทธิ์ ปะกิระตา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(1) ณ สำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) 

โดยกระทำพิธีลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ ทั้งนี้ พลตรี จิตรกร จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจในทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีมาโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีความรักความผูกพันธ์กับกำลังพลและหน่วย ได้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้จะดำรงอยู่ในจิตใจตลอดไป อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังพลทุกนายมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เช่นนี้ตลอดไป สำหรับ พันเอก อัครสิทธิ์  ปะกิระตา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ท่านใหม่ หลังเสร็จพิธีรับ – ส่งหน้าที่ ได้ประชุมกำลังพลสังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2569 โดยผลการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top