Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

ส.ส.ลาดกระบังเพื่อไทย ฟาดผู้ว่าฯ กทม. ซัด เคยขอเรือผลักดันน้ำไป แต่ไร้คำตอบ

ส.ส.กทม.เพื่อไทยเผยน้ำท่วมลาดกระบังรุนแรงต่อเนื่อง ขอเรือผลักดันน้ำตั้งแต่เดือนที่แล้วไม่มีสัญญาณที่ดี ไม่มีคำตอบ ทำได้แค่ให้กำลังใจชาวบ้าน ล่าสุดชัชชาติอ้างเปิดประตูน้ำลงคลองพระโขนงแล้วแต่เต็มร้อยไม่ได้

วันนี้ (12 ก.ย.) ทวิตเตอร์ @aim_theerarat ของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ระบุว่า "สถานการณ์น้ำท่วมลาดกระบังยังรุนแรงต่อเนื่อง แขวงลาดกระบังท่วมทุกจุด ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วม ประสานเรือผลักดันน้ำผ่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ยังไม่มีสัญญาณที่ดี ตั้งแต่ปี 54 ผ่านมา 8 ปี รัฐไม่เคยเตรียมการใด ๆ ความพร้อมในการรับมือไม่มี #น้ำท่วมกรุงเทพ #น้ำท่วมลาดกระบัง"

"ประสานงานเร่งให้ จนท.นำเรือผลักดันน้ำมาช่วยพร่องน้ำในคลอง ประสานไปทาง กทม.ยังไม่มีคำตอบ ตอนนี้จะส่งหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังกองทัพเรืออีกครั้ง แต่ถ้าฝ่ายบริหารยังนิ่ง ไม่สั่งการ ข้าราชการก็เกียร์ว่างไปด้วย ที่ทำได้เลยคือออกสำรวจจุดน้ำท่วม ให้กำลังใจชาวบ้านก่อน #น้ำท่วมกรุงเทพ"

ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คลองประเวศบุรีรมย์น้ำยังไม่ลด เมื่อคืนก็มีฝนตกเพิ่มขึ้นอีก 60 มม. แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากรดีขึ้น คลองประเวศฯ ก็จะดีขึ้นด้วย โดยขณะนี้ได้สั่งการให้เปิดประตูระบายน้ำในเขตลาดกระบังลงคลองพระโขนงมากขึ้น แต่จะเปิด 100% ไม่ได้ ต้องค่อยๆ เปิดเพื่อให้น้ำทยอยเข้ามา และดูดด้านปลายออก ในส่วนของระยะยาวในอีก 2-3 ปีข้างหน้าคงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพคลองให้ดีมากขึ้น

'อรรถวิชช์' ชี้ งบสัมมนาไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสนอโยกเงินเข้างบกลาง ให้ผู้ว่าฯ ใช้แก้วิกฤติน้ำท่วม

'อรรถวิชช์' ย้ำ งบ กทม.พาเที่ยวสัมมนา ไม่เหมาะกับสถานการณ์ เสนอโยกเงินเข้างบกลางให้ผู้ว่า กทม.ใช้แก้วิกฤตน้ำท่วม เตรียมยื่น สตง. สอบด่วนบ่ายสองพรุ่งนี้ ลั่นถึงเวลาปฏิรูประบบการใช้งบกทม. ให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจบริหารเต็มที่

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวภายหลังจากพบความผิดปกติในงบประมาณกรุงเทพฯ ปี 2566 ว่า สาเหตุที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องงบประมาณกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการจัดสัมมนาแล้วพาคนไปเที่ยวในช่วงน้ำท่วมนั้น เพราะอยากเห็นการปรับปรุงรูปแบบบริหารงบประมาณงบประมาณกรุงเทพขนานใหญ่ ซึ่งในสภาผู้แทนราษฎรเวลาตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไปนั้น งบดังกล่าวกลับไปให้นายกรัฐมนตรี ใช้เป็นงบกลางเมื่อเกิดเรื่องวิกฤติ แต่สภากรุงเทพมหานครกลับนำงบประมาณที่ถูกตัดไปเพิ่มโครงการใหม่ อย่างเช่น จัดสัมมนาพาคนไปเที่ยวในเขตจตุจักร โดยมีงบประมาณสูงถึงเกือบ 10 ล้านบาท หรืออย่างงบในสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย มีค่าพิมพ์คู่มือ 69 ล้านบาท และยังมีโครงการย่อยอีกมากมาย ซึ่งเป็นโครงการใหม่นำมาใส่ภายหลัง โดยพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. ตนจะส่งให้ผู้ว่า สตง. นำไปตรวจสอบและให้คำแนะนำ

อดีตศาลรธน. วิเคราะห์วาระ 8 ปีนายกฯ ชี้ชัดบทเฉพาะกาล ม.264 ดึงมาตีความไม่ได้

อดีตศาล รธน. วิเคราะห์วาระ 8 ปี ‘บิ๊กตู่’ ดึง ม.264 มาตีความไม่ได้ เหตุเป็นบทเฉพาะกาล-ข้อยกเว้น ชี้ต้องเริ่มนับจากปี’62 

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รายหนึ่ง แสดงความคิดเห็นถึงแนวทางในการตีความวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ตามหลักกฎหมายทั่วไป บทเฉพาะกาลถือเป็นข้อยกเว้นจากหลักเกณฑ์ทั่วไป ซึ่งในกรณีมาตรา 264 ในรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 ก็เช่นกัน เป็นข้อยกเว้นที่เขียนให้รัฐบาลที่อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญบังคับใช้เป็นรัฐบาลโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อให้ไม่มีรอยแหว่ง ให้มีความต่อเนื่อง เพราะไม่เช่นนั้นจะหาว่ารัฐบาลที่อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้เป็นรัฐบาลเถื่อน แต่งตั้งใครไปก็เป็นโมฆะ ใช้เงินก็เป็นโมฆะ ดังนั้นจึงต้องมีข้อยกเว้นเป็นบทเฉพาะกาลดังกล่าวไว้ เหมือนกับกฎหมายทุกฉบับ

“เมื่อบทเฉพาะกาลถือเป็นข้อยกเว้น ก็มีหลักว่าข้อยกเว้นจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ซึ่งมาตรา 264 ก็ตีความเฉพาะว่ารัฐบาลมีความต่อเนื่องตีความแค่เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง จะเอาเรื่องนี้ไปใช้ด้วยไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทีหลัง ทั้งนี้รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะใช้เงื่อนไขทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญ ทั้งคุณสมบัตินายกฯ คุณสมบัติรัฐมนตรี จะต้องเริ่มตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้งรัฐบาล วันที่ (9 มิ.ย. 2562) ดังนั้นหากจะนับ 8 ปีก็จะต้องนับตั้งแต่ปี 2562 ส่วนใครจะเป็นนายกฯ ก็ให้เป็นให้เบื่อไปเลย แต่กติกาเป็นอย่างนี้”

อย่างไรก็ตาม กรณีการดำรงตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประ ยุทธ์ จะเอามาเทียบเคียงกับกรณีของนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ เพราะนายสิระ สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ต้องใช้คุณสมบัติที่เขียนไว้ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้นจะไปเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่อง

ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ‘นิว จตุพร’ คดี 112 แต่งชุดไทยแคตวอล์กราษฎรหน้าวัดแขก ปี 63

ศาลอาญาใต้จำคุก 2 ปี ‘นิว จตุพร’ คดี 112 ชุมนุมเเต่งชุดไทยแคตวอล์กราษฎร หน้าวัดแขกสีลม ชี้มีเจตนาล้อเลียน ทนายเตรียมยื่นประกันชั้นอุทธรณ์

12 ก.ย. 2565 – ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.จตุพร แซอึง ชาวจ.บุรีรัมย์ อายุ 23 ปี แนวร่วมกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ป.อาญา มาตรา 112, ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน), ร่วมกันฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด, ร่วมกันชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สะดวกในที่สาธารณะ, ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมฯ และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต

กรณีการชุมนุมแต่งกายชุดไทยร่วมกิจกรรมแคตวอล์กราษฎรเมื่อวันที่ (29 ต.ค. 2563) บริเวณหน้าวัดพระศรีอุมาเทวี(วัดแขกสีลม) เรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร จำเลยให้การปฏิเสธ โดยในวันนี้จำเลยเดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษา

'แรมโบ้' สวน 'ชลน่าน' อย่าเป็นหมอเดาเรื่องยุบสภาฯ รู้ทัน!! อยากเป็นรัฐบาลเพื่อจะได้ช่วย 'นายใหญ่-นายหญิง'

เมื่อวันที่ (12 ก.ย. 65) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฟันธงว่าหากรัฐบาลอยู่ต่อไม่ได้ประโยชน์ เชื่อยุบสภาหลังเอเปกเพราะสามารถจัดการ ส.ส.ในการย้ายพรรคได้นั้น ว่า หมอชลน่านไม่ควรออกมาเป็นหมอเดาว่าจะมีการยุบสภาในช่วงใด ซึ่งช่วงนี้หรือไปจนถึงครบเทอมถือเป็นช่วงที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ รวมไปถึง ส.ส.ที่เป็นผู้แทนของประชาชน 

ดังนั้นหมอชลน่าน ไม่ควรที่จะออกมาบอกว่าการที่นายกจะประกาศยุบสภานั้นเพราะมีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือเพราะว่าหากรัฐบาลอยู่ต่อก็ไม่ได้ประโยชน์ทางการเมืองอะไร แต่ขอให้มองว่าการที่รัฐบาลยิ่งอยู่ต่อครบเทอมกลับจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น นายกฯ และรัฐบาล ไม่เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาปนกับเรื่องทางการเมืองเช่นเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย ที่ตลอดเวลาเรียกร้องแต่ให้นายกฯ ลาออก หรือเรียกร้องให้มีการยุบสภาอยากเลือกตั้งโดยเร็ว อยากเข้ามาเป็นรัฐบาลให้ได้ช่วยนายใหญ่-นายหญิง กลับบ้านให้เร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดถึงขั้นเอาคนในตระกูลชินวัตรทุกคนมาช่วยหาเสียงแล้ว

'พิธา' เปิดตัว 'ทนายเคน' ว่าที่ผู้สมัครส.ส. จ.แพร่ ลั่น!! พร้อมผลักดัน 'สุราก้าวหน้า-ทวงคืนผืนป่า' ให้ปชช.

'พิธา' นำทีมเยือนแพร่สร้างการเมืองแห่งความหวังอีกครั้ง ส่ง 'ทนายเคน ติรานนท์' ทนายอาสา ฉายา 'ทนายคนจน' ที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนมายาวนานเป็นว่าที่ผู้สมัครจังหวัดแพร่ มอบหมายดันแพร่เป็น 'เมืองหลวงสุราก้าวหน้า - ทวงคืนผืนป่าให้ประชาชน - ภาษีสำหรับดูแลป่า'

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เดินทางมาที่แพร่ครั้งนี้มีความฝังใจ ไม่ใช่เพราะลาบอร่อย เหล้ามีรสชาติดี หรือพี่น้องประชาชนกว่า 127,711 คน หรือครึ่งจังหวัด ให้ความไว้วางใจเลือกเราในสมัยที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่สิ่งที่ฝังใจมากสุดนั้นคือ จ.แพร่ คือที่สุดท้ายที่เรามาก่อนที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เพราะตอนนั้นเราอยากทำ 3 เรื่องสำคัญให้เกิดขึ้นในจังหวัดแพร่ คือ ทำให้ จ.แพร่เป็นเมืองหลวงของสุราก้าวหน้า การมีเบี้ยดูแลป่าสำหรับชาวแพร่ในฐานะเป็นผู้ดูแลทำให้มีพื้นที่ป่าไม้เป็นอันดับสองของประเทศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาของคนแพร่ 

“เราเชื่อว่าถ้าสิ่งเหล่านี้สามารถปลดล็อกได้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องชาวแพร่ได้อย่างมหาศาล และถึงวันนั้น ลูกหลานคนแพร่ไม่ต้องไปหางานในกรุงเทพฯ หรือต่างประเทศ แต่ทุกคนจะกลับมาทำงานอยู่ที่บ้านเกิดอย่างภาคภูมิใจเพราะมีสินค้าที่ดีที่สุดที่ส่งขายไปทั่วโลก”

"สิ่งที่เราอยากมุ่งมั่นอยากทำให้เกิดขึ้นใน จ.แพร่ นั้นยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุราก้าวหน้า เบี้ยดูแลป่า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นี่ยังคงเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำให้กับชาวแพร่ รวมถึงปัญหาเรื่องผลกระทบจากเหมืองแร่ที่พี่น้องชาวแพร่ประสบอยู่ก็ต้องเป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้าให้ได้รับการแก้ไข เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทลายทุนผูกขาด ปรับโครงสร้างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงนโยบายแบบปะผุ แต่เราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง แม้ทั้งหมดนี้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่เราก็ยังมีความหวังว่าทำได้ นี่คือการเมืองแห่งความหวัง การเมืองที่เป็นเรื่องของทุกคน และเราหวังว่าพี่น้องชาวแพร่จะลุกขึ้นมาทีละคน บอกกันว่าพอกันทีเผด็จการ พอกันทีการเมืองแบบเดิมๆ และให้ความไว้วางใจเราเหมือนที่เคยไว้วางใจพรรคอนาคตใหม่ โดยมี ‘ทนายเคน’ ติรานนท์ เวียงธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.แพร่ ที่จะมาตั้งคำถามว่าสุราเถื่อนหรือว่ากฎหมายเถื่อน คนนี้ที่จะมาร่วมต่อสู้กับพี่น้องเรื่องเหมืองแร่ และถ้าเขาได้เข้าไปในสภา ถ้าอยากให้แพร่ก้าวหน้า ต้องกาก้าวไกล" พิธา กล่าว

ด้าน อภิชาติ ศิริสุนทร กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ในฐานะประธานกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เดินทางมาที่ จ.แพร่ ในวันนี้ นอกจากเพื่อร่วมกิจกรรมของพรรคแล้ว ยังมาในนามของ กมธ.การที่ดินฯ เพื่อติดตามปัญหาเรื่องผลกระทบจากเหมืองแรไบท์ ที่พี่น้อง จ.แพร่ ประสบอยู่ และได้เคยเดินทางไปยื่นหนังสือต่อพรรคก้าวไกล มี ส.ส.ของพรรคตั้งกระทู้ถาม จนในที่สุดก็ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ กมธ.ที่ดินฯ เพื่อให้มาช่วยแก้ไขปัญหานั้น วันนี้จึงเดินทางมาดูในพื้นที่จริง และมีเวทีสอบถามจากพี่น้องประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่า จะมีการส่งเรื่องไปถึงกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ต่อไป โดยจะมีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดที่ประชาชนมีส่วนร่วมดำเนินการสำหรับในส่วนของพื้นที่สัมปทานแปลงแรก ขณะที่เรื่องของแปลงใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างการขอสัมปทานของนายทุนนั้น เราจะมีหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรมให้ทบทวนยกเลิก เพราะว่าผู้รับสัมปทานนั้นทำผิดเงื่อนไข พร้อมกันนี้ก็จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเดิมที่ยังแก้ไม่จบ ซึ่งถ้าของใหม่เกิดขึ้นอีกปัญหาของประชาชนก็จะยิ่งหนักขึ้นอีกอย่างแน่นอน

‘บิ๊กป้อม’ คิวแน่น!! ใช้ใจบันดาลแรง ไป จ.ตาก ภารกิจตรวจชายแดน – ดูอ่างเก็บน้ำ - มอบที่ดิน

‘ประวิตร’ บินจ.ตาก ติดตามสถานการณ์แนวชายแดน พร้อมมอบที่ดินทำกินบ้านมั่นคง และตรวจอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด

12 ก.ย. 2565 - เมื่อเวลา 08.40 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เดินทางตรวจราชการติดตามสถานการณ์ชายแดนและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก และเดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชา บ้านมั่นคงเมืองแม่สอด เพื่อเปิดงาน “บจธ.สอบสิทธิ มอบสุขในที่ดินทำดิน” พร้อมมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติและมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

โดยพล.อ.ประวิตร จะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 5 ป่า ประกอบด้วย “ป่าช่องแคบและป่าแม่โกนเกน” “ป่าแม่ละเมา” “ป่าแม่สอด” “ป่าท่าสองยาง” และ “ป่าแม่ระกา” พร้อมทั้งมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่จังหวัดตาก ให้กับประชาชนในพื้นที่ป่าช่องแคบและป่าแม่โกนเกน จำนวน 1,231 เล่ม

บิ๊กตู่ ปิดหลักสูตรวปอ.รุ่น 64 ย้ำความมั่นคงไม่ใช่แค่การทหารอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ลั่นคำพูดต้องออกมาจากใจ เหมือนคำมั่นสัญญาของผมที่ให้ไว้ในแผ่นดินนี้

บิ๊กตู่ ปิดหลักสูตรวปอ.รุ่น 64  ย้ำความมั่นคงไม่ใช่แค่การทหารอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ลั่นคำพูดต้องออกมาจากใจ เหมือนคำมั่นสัญญาของผมที่ให้ไว้ในแผ่นดินนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รมว.กลาโหม  เป็นประธาน พิธีปิดหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2564 โดยมีนักศึกษารุ่นนี้ 288 คน โดยมี พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อมด้วย พลเอกนเรนทร์ สิริภูบาล รองผู้บัญชาการสูงสุด และตัวแทนเหล่าทัพร่วมพิธี

พลเอกประยุทธ์  ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า เป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงสุดของกระทรวงกลาโหม  เป็น หลักสูตรให้กับข้าราชการทั้งทหารและพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารภาคเอกชน นักการเมืองและบุคคลทั่วไป ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของชาติ การสำเร็จการศึกษาจากนี้จึงเป็นเกียรติและมีความสำคัญอย่างยิ่งขอได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ ของที่ว่ารอบรู้ เข้าใจ ร่วมมือ และการประสานงาน

ผมได้ติดตามการแถลงยุทธศาสตร์ และ ขอชื่นชม ดีใจ พอใจที่ ทุกคนมีหลักคิดกระบวนการคิดในการปฏิบัติออกมาชัดเจนในด้านความมั่นคงและด้านอื่นๆด้วยการจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างไรพร้อมกับเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียนทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง นี่คือกระบวนการคิดของเรา

รัฐบาลมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนเอกชนการร่วมมือประชาชนก็ต้องรวมหนึ่งต่าง ๆ เราจะต้องไปด้วยกันนั่นคือการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเราต้องทำให้ได้

ที่เสนอมาผมอ่านในรายละเอียดแล้วเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามดำเนินการมาตลอดอย่างต่อเนื่องผมจะนำเสนอเข้าไปในระดับรัฐบาลต่อไปทคงไม่มีปัญหาอะไรดำเนินการได้ เพราะไม่ว่าใครก็ตามจะต้องคำนึงถึงความมั่นคงเสมอ ความมั่นคง ไม่ใช่แค่ความสงบเรียบร้อย

ความมั่นคงเปลี่ยนแปลงไปเยอะในโลกยุคใหม่ ผลกระทบเศรษฐกิจการค้า การดิสรัปชัน เป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอื่นๆด้วยความมั่นคงไม่ใช่มีแค่ด้านการทหาร แต่ความมั่นคงด้านอื่นมากมายที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการความร่วมมือซึ่งกันและกันไม่ว่าใครก็ตามต้องนึกถึงความมั่นคงเสมอไม่ใช่แค่ความสงบเรียบร้อยแต่เสถียรภาพความรักความสามัคคีของคนในชาติ เป็นสิ่งที่เราคาดหวังมุ่งหวังให้ประเทศเราไป เราต้องนำศักยภาพของเราไปแข่งกับประเทศอื่นได้

'บิ๊กป๊อก' ลุยตรวจน้ำท่วม ให้กำลังใจ 'บิ๊กแจ๊ส-ชาวปทุมธานี' ยัน!! รัฐช่วยเต็มที่ สั่งหน่วยงานต่างๆ ประสานช่วยเหลือแล้ว

(9 ก.ย. 65) พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์น้ำท่วม เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงาน โดยมี นายคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายดรณ์ สมิตะเกษตริน ปลัดจังหวัดปทุมธานี นางสาวกันตรัตน์ เริ่มสูงเนิน นายอำเภอธัญบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจ ชาวปทุมธานี และติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้รับรายงานสถานการณ์น้ำ จากนายคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และ ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ว่าขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา พร้อมกับสั่งการให้ลดการระบายน้ำจากสู่พื้นที่รอบนอก และเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้ว่าจะมีฝนตกอยู่บ้าง แต่จากการบูรณาการความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถรองรับและควบคุมสถานการณ์น้ำได้แล้ว ส่วนการระบายน้ำในชุมชนกำลังเร่งดำเนินการใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กทยอยสูบน้ำออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้การสัญจรของพี่น้องประชาชน คาดว่าจะกลับมาเข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว

'อุ๊งอิ๊ง' ยังอุบนั่งแคนดิเดตนายกฯ พท. ชี้ ฟ้าลิขิตให้เป็นหรือไม่ อยู่ที่ประชาชน

‘อุ๊งอิ๊ง’ ตีปี๊บมีเซอร์ไพรส์! กิจกรรม ‘สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ’ 10 ก.ย.นี้ อุบสานต่อนโยบายจำนำข้าว ยันคอนเซ็ปต์ดี ปมนั่งแคนดิเดตนายกฯ ยังกั๊กเหมือนเดิม อ้างรอเคาะวันเลือกตั้งก่อน

9 ก.ย. 2565 – เมื่อเวลา 11.45 น. ที่โรงงานซันสวีท น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะมีการจัดกิจกรรม “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ในวันที่ 10 ก.ย. และอาจจะมีเซอร์ไพรส์ ขอให้ประชาชนติดตาม เราทำงานอย่างหนักเพื่อคิดแต่ละนโยบายขึ้นมาในการนำปัญหาของประชาชนมาแก้ไข ซึ่งเราจะเริ่มทยอยเปิดนโยบายในช่วงการหาเสียง โดยเกษตรกรเป็นแรงสำคัญ เป็นแรงหลัก เราไม่ได้มองแค่การหาเสียงหรือการชนะเลือกตั้ง แต่ปากท้องของประชาชนต้องเริ่มตั้งแต่เกษตรกร หากในส่วนนี้แข็งแรงก็จะสะท้อนภาพใหญ่ของประเทศได้

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการเดินหน้าสานต่อนโยบายจำนำข้าวหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการทบทวนรายละเอียด และต้องทำให้ดี แน่นอนว่ากระบวนการที่มีปัญหาหรือมีอะไรบางอย่าง จะต้องนำมาแก้ไขเพื่อตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง อย่างที่เคยพูดนโนบายจำนำข้าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และจุดมุ่งหมายของพรรคคืออยากให้เกษตรกร ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้นนโยบายจำนำข้าวในเรื่องคอนเซปต์ยังเป็นสิ่งที่ดี

ส่วนที่ขณะนี้หลายพรรคเริ่มมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค พท. ควรจะมีความชัดเจนได้เร็วขึ้นหรือไม่ เนื่องจากกระแสเริ่มมีมากขึ้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยากให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนก่อน พรรค พท. จะมีความชัดเจนแน่นอน

เมื่อถามว่า จะมีฟ้าลิขิตให้เป็นนายกฯ ได้หรือไม่ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องอยู่ที่พี่น้องประชาชน คนในพรรค และต้องดูเรื่องความเหมาะสม ซึ่งจะต้องดูเมื่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง ประเทศต้องไปต่อ ไม่ใช่จะมาดูว่าใครจะเป็นผู้นำ แต่จะต้องเป็นพรรคที่เสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง แก้ปัญหาให้ประชาชน เอาประชาชนเป็นหลัก คือหัวใจของประชาธิปไตย ทั้งนี้ พรรค พท. จะมีการเปิดแคนดิเดตนายกฯ เมื่อได้วันเลือกตั้ง แต่สุดท้ายแล้วก็อาจจะไม่แน่ ขอให้ประชาชนรอลุ้นต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top