Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'ก้าวไกล' แถลงโต้!! กกพ. ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ยันค่าไฟต่ำกว่า 4 บาท/หน่วย ได้ ถ้าหยุดเอื้อกลุ่มทุน

จากกรณีที่ข่าวหลายสำนักได้ลงข่าวที่ กระทรวงพลังงาน หรือ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พูดว่า “ค่าไฟ 4 บาท/หน่วย ในประเทศไทยจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว” 

วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาตอบโต้ว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องขอแถลงข่าวเพื่อให้สื่อมวลชนช่วยสื่อสารกับประชาชน และยืนยันว่าค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนต่ำกว่า 4 บาท/หน่วย เป็นไปได้ ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนแนวนโยบาย จากการบริหารของรัฐบาลที่เห็นถึงผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่า กลุ่มทุนพลังงาน

วรภพกล่าวว่า ตามข่าวนั้น ทางกกพ. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่เรื่องนึง ที่ว่า ราคาต้นทุนก๊าซจากอ่าวไทยนั้นมีราคาที่ถูกอยู่ที่ 2-3 บาท/หน่วย และราคาก๊าซนำเข้า หรือ LNG นั้นมีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงต่อเนื่องอยู่ที่ 10 บาท/หน่วย นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเพียงแต่ว่า ปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยนั้น ที่จริงแล้วมีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า ข้อมูลครึ่งปีแรกของ 2565

"จากกระทรวงพลังงานเองก็ยืนยันข้อมูลที่ว่า ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 2,600 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน ซึ่งข้อมูลการผลิตก๊าซจากอ่าวไทย นั้นมีการผลิตได้ถึง 2,756 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน ซึ่งแสดงว่าก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูก 2 บาท/หน่วยนั้นเพียงพอกับการผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศ" วรภพกล่าว

วรภพกล่าวขยายความต่อว่า เป็นเพราะนโยบายรัฐที่ปล่อยให้กลุ่มทุนพลังงานของไทย สามารถนำก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกนั้น ไปสร้างผลกำไร ด้วยการนำก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกไปขายเป็นเชื้อเพลิงราคาแพงให้กับอุตสาหกรรมได้ก่อนถึง 811 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน และ นำไปขายเป็นวัตถุดิบปิโตรเคมีในเครือ อีก 804 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน หรือ รวมแล้ว 1,615 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน 

รัฐบาล จ่ายต่อเนื่องอุดหนุนเด็กแรกเกิด ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กมีพัฒนาการตามวัย

เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้โพสต์ข้อความถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยระบุว่า โครงการดังกล่าว เป็นนโยบายสำคัญระดับชาติ มุ่งเน้นให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคต อันจะยังประโยชน์ดังนี้

1) ช่วยให้เด็กอายุ 0 – 6 ปี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และเป็นกำลังของสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต

2) การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนแก่สังคมที่ดีที่สุดในระยะยาว โดยให้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต 7 - 10 เท่า ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีทักษะที่สูงขึ้น ผลการเรียนที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การเจ็บป่วยที่ลดลง และลดจำนวนอาชญากรรมลง เป็นต้น

3) ทำให้เด็กแรกเกิดสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้รับการพัฒนาให้เติบโตอย่างเหมาะสมตามวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดสวัสดิการตามภารกิจของหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความยากจนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

'ทิพานัน' กางข้อกม. ถามหาจุดยืน 'เพื่อไทย' หลัง 'ทักษิณ' พูดจาชี้นำ - หาเสียงให้พรรค

'ทิพานัน' ถามหาจุดยืน 'เพื่อไทย' เอาให้ชัด ใช้นักโทษหนีคดีหาเสียงแลนด์สไลด์ เตือนเสี่ยงถึงยุบพรรค โทษหนัก ทำ 'ทักษิณ' อาจเสี่ยงคุกอีก 5 ปี พร้อมปลุกคนไทยไม่เอาตระกูลคอร์รัปชันบริหารประเทศ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวใน Clubhouse ชี้นำให้เลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ 2 สมัย และพูดถึงนโยบายค่าแรงต่าง ๆ ว่า นายทักษิณ ได้พยายามพูดจาสั่งการพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดต่างกรรมต่างวาระ ล่าสุดทำเหมือนเป็นหัวคะแนน ช่วยหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการหาเสียงในครั้งนี้หรือไม่ 

เพราะถึงแม้ในหลายครั้งพรรคเพื่อไทยมักจะอ้างว่าเป็นสิทธิของนายทักษิณ และไม่สามารถห้ามให้นายทักษิณแสดงความเห็นชี้นำได้ แต่เท่าที่ติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีครั้งใดเลยที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะแสดงถึงการไม่สนองตอบ หรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของนายทักษิณ และในช่วงโค้งแรกการหาเสียงครั้งนี้ก็เช่นกัน 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ต้องเคารพกฎหมาย และต้องทำความเข้าใจว่า เป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงครอบงำ ชี้นำการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองขัดพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ 

ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม และมาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

'บิ๊กตู่' เคารพศาลฯ ชี้ชะตา 30 ก.ย.นี้ ไม่ว่าผลจะออกรูปใด ส่วนตอนนี้หนุนรัฐแก้น้ำท่วมเต็มที่ในหมวก รมต.กลาโหม

'บิ๊กตู่' ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ ยืนยันเคารพการพิจารณาของศาลฯ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด ขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่รมต.กลาโหม เร่งสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะให้ความเคารพต่อผลการพิจารณาของศาลฯ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด

'ชัชชาติ' ขอบคุณ 'บิ๊กป้อม' ทำโครงการบ้านมั่นคง ช่วยคลองลาดพร้าว ระบายน้ำคล่องตัวดีขึ้นมาก

(14 ก.ย. 65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตรวจเยี่ยมพื้นที่น้ำท่วมเขตมีนบุรี และเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยจุดแรกเวลา 15.10 น. ไปที่ประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ (ตอนมีนบุรี) มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.มีนบุรี พรรคพลังประชารัฐ ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประวิตร รับฟังการบรรยายเรื่องการบริหารจัดการน้ำภายในคันกั้นน้ำพระราชดำริและโครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะ 1 และระยะ 2 จากนายชัชชาติ โดยนายชัชชาติระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาฝนตกในพื้นที่กทม.จำนวนมาก ตอนนี้อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ โดยหลังจากนี้จะเสนอแผนทำทางด่วนน้ำให้การระบายน้ำไม่ต้องไปผ่านบริเวณพระโขนง โดยจะเร่งเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในเดือนต.ค.นี้ 

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาน้ำหลายคลองยังอยู่ในสถานการณ์วิกฤต จึงต้องเร่งระดมเครื่องสูบน้ำจากหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน โดยภายใน 1-2 วันนี้จะเร่งทยอยปิดล้อมหมู่บ้าน เพื่อสูบน้ำออกจากบริเวณที่ท่วมขังให้เร็วที่สุด

นายชัชชาติ รายงานว่า ปริมาณน้ำที่ประตูระบายน้ำแห่งนี้ยังไม่เท่าในปี 2554 ยังมีความห่างในระดับความสูงของน้ำอีกประมาณ 50 เซนติเมตร พร้อมระบุว่า ปริมาณน้ำในพื้นที่มีนบุรีไม่หนักมาก ที่หนักคือคลองประเวศ ลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร ซึ่งต้องขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ไปทำเรื่อง 'บ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าว' ดีขึ้นมาก ทำให้การระบายน้ำคล่องตัว

'บิ๊กป้อม' ขอคนกรุงเชื่อมั่น ทุกฝ่ายต่างเร่งแก้น้ำท่วม ย้ำ!! ไม่ท่วม พร้อมยัน 'ชัชชาติ' แข็งแกร่งต้องชื่นชม

ขอคนกรุงเทพมั่นใจ ทุกฝ่ายต่างเร่งแก้น้ำท่วม ย้ำ!! ไม่ท่วม และ 'ชัชชาติ' แข็งแกร่งต้องชื่นชม 

พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2565

'ชัชชาติ' บอก 'บิ๊กป๊อก' “ฝนเยอะมากครับท่าน” ด้าน มท.1 ตอบทันที “อยากได้อะไรบอกผม”

(14 ก.ย. 65) พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร บริเวณสะพานคลองทับยาว เขตลาดกระบัง โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. / นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ / นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำเข้าให้ข้อมูลด้วย

ทันทีที่พลเอกอนุพงษ์ เดินทางมาถึง นายชัชชาติ เดินไปต้อนรับ พร้อมกับระบุว่า “ลาดกระบังหนักสุดครับ ฝนตกลงมาเยอะมากครับท่าน 2 เท่าของค่าเฉลี่ย” จากนั้น พลเอกอนุพงษ์ ตอบกลับไปว่า “ท่านผู้ว่าฯ จะเอาอะไรบอกผมได้เลย” จากนั้นทั้งคู่ได้พากันเดินไปดูแผนที่ระบายน้ำบริเวณใต้สะพาน โดยได้ขอบคุณและจับมือกัน 

ทั้งนี้ พลเอกอนุพงษ์ ระบุว่า วันนี้ตนได้รับคำสั่งจากประวิตร ให้มาพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม. ถือว่ามาให้กำลังใจ ทุกคนคงทราบดีว่าสถานการณ์ของกรุงเทพมานครนักหนา โดยกรุงเทพฯ มีเมฆฝนเข้ามาเฉลี่ยแล้วเกือบเกินครึ่ง 30 เขตใน 50 เขต และตกพร้อมกัน

'เจี๊ยบ-ก้าวไกล' โวยศาลจำคุก 'นิว จตุพร' ถาม ‘ล้อเลียน-ไม่เคารพ’ ผิดมาตราไหน

(14 ก.ย. 65) ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชน ร่วมแถลงข่าว

นางอมรัตน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. มีคำตัดสินจากศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งให้จำคุกน.ส.จตุพร แซ่อึง หรือนิว เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ข้อหาการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยการแต่งชุดไทยไปเดินในกิจกรรมทางการเมืองที่หน้าวัดแขกสีลม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 รู้สึกว่าการตัดสินคดีนี้อันเป็นปฐมบทเบื้องต้นที่น่ากลัวของการตัดสินคดีมาตรา 112 ที่มีจำนวนมากถึง 210 คดีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนตั้งคำถามถึงความไม่สมเหตุสมผลและทำให้สั่นคลอนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากกฎหมายไทย ‘ไม่มีมาตราไหนที่ระบุความผิดในข้อหาล้อเลียน’ เนื้อหาสาระสำคัญของมาตราดังกล่าวคือ การดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้าย ห้ามด้อยค่าสถาบัน ไม่มีข้อใดที่ครอบคลุมไปถึงการล้อเลียนหรือห้ามไม่ให้ไม่เคารพ

“ขอตั้งคำถามว่าการตีความเช่นนี้ถือเป็นการตีความที่เกินขอบเขตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 188 หรือไม่ อย่างไร เพราะมาตรา 188 ระบุไว้เพียงให้อิสระในการแสดงความเห็นเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้อำนาจในการคุมขังที่ไม่ชอบธรรม รวมถึงต้องตัดสินโดยปราศจากอคติและความลำเอียง ขอตั้งคำถามไปถึงการตีความกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มีการรับรองสิทธิในการแสดงออกโดยสุจริต และการให้ประกันตัวโดยไม่มีมาตรฐานในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่เราจะตระหนักถึงปัญหาของกฎหมายมาตรา 112 ที่มีไว้เพื่อกลั่นแกล้งรังแกผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง และไม่สอดคล้องกับการใช้มาตรานี้ในระดับสากล

“ในประเทศอื่นที่มีระบอบการเมืองเดียวกับเรา ก็ไม่ได้มีโทษสูงเหมือนกับเราด้วย ขอเรียกร้องไปยังประชาชนทั่วประเทศให้มองเห็นถึงปัญหาการใช้มาตรา 112 ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่เราจะพิจารณาปรับแก้ไขและลดโทษ หรือมีการระบุว่าผู้ที่จะฟ้องร้องควรจะเป็นหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อป้องกันการฟ้องร้องกลั่นแกล้งกันทางการเมืองเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” นางอมรัตน์ กล่าว

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตอบคำถาม ทุกหน่วยงานระบุว่า มีคณะกรรมการกลั่นกรองว่าอะไรที่จะเข้าเงื่อนไขฟ้องหรือไม่ฟ้อง เมื่อขอรายชื่อ ขอรายงานการประชุม รายชื่อนักโทษในมาตรา 112 ก็ไม่ได้ ในขณะที่เราตรวจสอบเอกสารด้วยความยากลำบาก ขณะนี้ได้เรียกหน่วยงานมาเกือบครบแล้ว ก่อนที่จะมีการรวบรวมเอกสารทั้งหมดและข้อสังเกตของกมธ.ยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ยังไม่เคยมีท่าทีใดๆ ที่ชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงองค์กรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ไทยได้ลงนามไว้ในองค์กรนานาชาติ

'พิธา' พูดคุยกลุ่ม 'ข้าราชการบำนาญ' ย้ำ!! ไม่มีอคติ - ไม่เคยเสนอตัดสวัสดิการ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวพร้อมสหพันธ์ข้าราชการบำนาญแห่งประเทศไทยที่ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนพร้อมนำเสนอแนวทางสวัสดิการมั่นคงที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ห่วงการบริหารงบรัฐบาลที่ผ่านมาทำประเทศไม่มีเงินจ่ายบำนาญในอนาคต

โดยพิธากล่าวว่าที่ผ่านมามีการบิดเบือนว่าพรรคก้าวไกลต้องการตัดเงินบำนาญข้าราชการ ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในช่วงการพิจารณางบประมาณในวาระ 1 และได้มีการส่งข้อความกันทางไลน์ในวงกว้างว่าพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่จะลดเงินบำนาญหรือไม่ และได้มีคำถามจากเครือข่ายข้าราชการบำนาญจากทั่วประเทศถามมายังพรรคก้าวไกลว่าพรรคก้าวไกลจะปรับลดเงินบำนาญตามที่มีการปั่นกระแสกันในไลน์หรือไม่? ซึ่งในครั้งนั้นผมก็ได้ส่งจดหมายชี้แจงใน 3 ประเด็นด้วยกัน คือ

หนึ่ง พรรคก้าวไกลไม่มีอคติกับข้าราชการบำนาญ กลับกัน เราเข้าใจและเห็นใจ มีหลายคนที่เป็นข้าราชการบำนาญมาในวันนี้ด้วย

สอง เรายืนยันว่า บำนาญไม่ได้เป็นปัญหา แต่การหารายได้ของประเทศที่น้อยลง และไขมันในงบที่ตัดไม่ลงเป็นปัญหา ซึ่งถ้าเราไม่ชี้ให้เห็นตอนนี้ อีก 8 ปีจะมีปัญหาจริง ๆ เราเตือนตั้งแต่ ยังไม่สายเกินไป

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 30 กันยายนนี้ วันชี้ชะตา ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ปมวาระ 8 ปี นายกฯ

ศาลรัฐธรรมนูญ ยุติการไต่สวน ปมวาระ 8 ปีนายกฯประยุทธ์ เหตุมีพยานหลักฐานเพียงพอ พร้อมนัดอ่านคำวินิจ 30 กันยายนนี้

(14 ก.ย. 2565) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวแจ้งว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่แล้ว เห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและหลักฐานเพียงพอให้พิจารณาวินิจฉัยได้ จึงให้ยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติและอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย.เวลา 15:00 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top