Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

ศาลฎีกาฯ ยกฟ้อง ‘สุเทพ’ กับพวกรวม 6 คน คดีฮั้วประมูลก่อสร้างโรงพักทดเเทน 396 หลัง

วันนี้ (20 ก.ย. 65) เวลา 09.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) สนามหลวง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อม.22/2565 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และ นายวิศณุ วิเศษสิงห์ เป็นจำเลยที่ 1-6 กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดเเทนโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ)

คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 9 มิ.ย. 52 - 18 เม.ย. 56 จำเลยที่ 1 และที่ 2 เปลี่ยนแปลงแนวทางจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง จากราคาภาคแยกสัญญามาเป็นการรวมจัดจ้างก่อสร้างไว้ที่ส่วนกลางสัญญาเดียว จำเลยที่ 5 เป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยจำเลยที่ 6 ยื่นเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาได้เสนอ ราคาต่ำอย่างผิดปกติ จำเลยที่ 3-4 ในฐานะคณะกรรมการประกวดราคา ไม่ตรวจสอบราคาที่ผิดปกติดังกล่าว และได้นำเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคานั้นไปใช้ในการขออนุมัติจ้างและใช้ประกอบ เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา ต่อมาจำเลยที่ 5 ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1, 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลงโทษจำเลยที่ 3, 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, 12 กับลงโทษจำเลยที่ 5, 6 ในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำผิด

'แรมโบ้' ยก 10 ข้อเลวร้าย หากนายกฯ ชื่อ 'ทักษิณ' ชี้!! การทำรัฐประหารไม่ได้เลวร้าย ดีกว่ามีนายกฯ ขี้โกง

'แรมโบ้' ตอกกลับ 'ทักษิณ' คนไทยส่วนใหญ่ดีใจมากกว่าที่มีการทำรัฐประหาร ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองคงพัง ขออย่ามองการรัฐประหารเลวร้ายเสมอไป ยก 10 ข้อ หากทักษิณเป็นนายกฯ อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้าง

(19 ก.ย. 65) - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตรโพสต์เฟชบุ๊ก 16 ปีรัฐประหารประเทศไทยขาดโอกาสหลายด้าน และบอกว่าบั้นปลายชีวิตหวังกลับไปเลี้ยงหลาน โดยนายเสกสกลระบุว่านายทักษิณไม่ควรออกมาโพสต์เฟซบุ๊กในทำนองที่ทำให้ประชาชนเห็นว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ และการรัฐประหารทำให้ประเทศเสียโอกาสทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการที่ต้องทำรัฐประหารมีสาเหตุเกิดจากอะไร ไม่ใช่เพราะการบริหารงานผิดพลาด เห็นแต่ผลประโยชน์ของคนในครอบครัวและพวกพ้องจนทำให้คนทั้งประเทศออกมาขับไล่ แถมยังมีคดีติดตัวมากมาย ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของไทยและหนีคดีออกไปอยู่ต่างประเทศ

นายเสกสกล กล่าวว่าหากนายทักษิณไม่ถูกรัฐประหาร เป็นนายกฯ อยู่ต่อ อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมืองนี้ 10 ข้อ ดังนี้

1.) ประชาธิปไตย ที่ถูกวางรากฐานมาจากรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จะกลายเผด็จการรัฐสภาสมบูรณ์แบบ ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา จะถูกยึดเบ็ดเสร็จโดยมหาเศรษฐี ที่อ้างมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ระบบเผด็จการเสียงข้างมากลากไปจะเกิดขึ้นในยุคทักษิณ จนถูกขนานนามว่าระบอบทักษิณหรือระบอบเผด็จการรัฐสภา

2.) ประเทศชาติบ้านเมืองจะสูญสิ้นความสง่างามในสายตานานาชาติ เพราะเต็มไปด้วยการโกงกิน ทุจริตคอร์รัปชันไปทั่วทุกหย่อมหญ้า

3.) ระบบการศึกษา เทคโนโลยี การเกษตร และอุตสาหกรรมของประเทศชาติบ้านเมือง จะไม่มีวันเติบโต เพราะถูกเลี้ยงไข้คล้ายให้เป็นแมวป่วย เชื่องๆ ที่ไม่มีวันจะรู้เท่าทันผู้นำที่คิดโกงกิน

4.) คนยากจนจะมากยิ่งขึ้นจะทบทวีคูณ เพราะที่ผ่ามมาตระกูลชินวัตรเป็นรัฐบาล 4 ชุด เข้าครองอำนาจรวมเกือบ 10 ปี พิสูจน์ชัดแล้วว่าไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ ตรงกันข้ามคนจนกลับเพิ่มมากขึ้น และความเหลื่อมล้ำทางสังคมยิ่งถ่างกว้างมากกว่าเดิมอีก

นายเสกสกล กล่าวต่อไปว่า 5.) คนไทยจะมองไม่เห็นอนาคตตนเอง เพียงแค่หางานทำให้ได้เพื่ออยู่ไปวันๆ ทั้งๆ ที่รายได้ต่ำกว่าประเทศอื่นในระดับการพัฒนาเดียวกัน เพราะประเทศชาติจะเต็มไปด้วยการทจุริตคอร์รัปชันทุกหย่อมหญ้าแรงงานถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบ นักศึกษาตกงานว่างงาน เดินเตะฝุ่นเต็มแผ่นดิน

6.) ศูนย์กลางการบินของสุวรรณภูมิ ที่นายทักษิณบอกเป็นที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เราควรจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียนนั้น จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน หากประเทศชาติบ้านเมืองยังมีภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชันและปล่อยให้พวกพ้องสมุนในเครือข่ายเข้าไปครอบงำแสวงหาผลประโยชน์เอื้อประโยชน์ ให้พวกตนเองและพวกพ้องจากสนามบินสุวรรณภูมิ

'บิ๊กป้อม' ติดตามสถานการณ์น้ำ-ศก.ภาคใต้ ยิ้มเขินถูกเรียกนายกฯ รีบออกตัว เป็นแค่รองนายกฯ

วันที่ (19 กันยายน 2565) เมื่อเวลา 8.45 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมพล.อ ชัยชาญ ช้างมลคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 ด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ หมายเลข 60206 ไปยังท่าอากาศยาน จ.นราธิวาส ในเวลา 10.10 น 

โดยทันทีที่ถึงสนามบิน ได้มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และว่าที่ผู้สมัคร ให้ต้อนรับประกอบด้วย อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซะ ส.ส.นราธิวาส, นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา, ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา, นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา, นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา และเข้าห้องรับรองพูดคุยร่วมกัน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะออกเดินทางจากสนามบินด้วยรถโตโยต้า อัลพาร์ด ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน บ 7240 กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ และประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมตรวจติดตามการขับเคลื่อนมติ กพต. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส

เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตรพร้อมคณะ เดินทางถึงมหาวิทยาลัยนราธิวาส โดยมีพล.ร.ต.สมเกีบรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต.ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานสรุปการขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากรไทย - มาเลเซียเสริมอัตลักษณ์ทางภาษา ประเพณีและวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเยี่ยมชมนิทรรศกรเสริมสร้างศักยภาพมหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกิจกรรมโคบาลชายแดนใต้ภายใต้โครงการเมืองปศุสัตว์ตามกรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมฟังบรรยายภาพรวมในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนายสุรสีห์ กิตติมลฑล เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการรับฟังบรรยายสรุป โครงการสร้างเสริมศักยภาพมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาจังหวัด นราธิวาส พล.อ.ประวิตรได้กล่าว ฝากมหาวิทยาลัยดังกล่าวให้ดูแลเรื่องภาษาไทย ทำอย่างไรให้เด็กในพื้นที่ใช้ภาษาไทยได้ดี เพราะเวลากลับบ้านใช้ภาษามาลายูกัน

จากนั้นพล.อ.ประวิตร ได้พูดคุยกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคผ่านระบบ Video Conference กับเกษตรกรชาวอำเภอรามันและสุไหงปาดี ซึ่งเกษตรกรได้รายงานถึงความก้าวหน้าของการดำเนินการ พร้อมยังขอเสาไฟฟ้า เพื่อใช้ในการเกษตร 

‘เต้น-ณัฐวุฒิ’ โบ้ย ‘พธม.’ ต้นเหตุเกิดรัฐประหารปี 49 หากวันนั้นหยุดชุมนุมหลังยุบสภา บ้านเมืองคงไปอีกทาง

(19 ก.ย. 65) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นจุดเริ่มต้นมหากาพย์ความขัดแย้งของสังคมไทย มาตลอด 16 ปี การชุมนุมของกลุ่ม พธม. ในช่วงปี 2548 - 2549 แม้จะมีขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่สามารถเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์การเมืองได้ ถ้ากลุ่ม พธม. ยุติการชุมนุมไปหลังจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ประกาศยุบสภา บ้านเมืองอาจไปอีกทางหนึ่ง และจะไม่มาสู่หนทางนี้ได้ กระทั่งเมื่อกองทัพและเครือข่ายชนชั้นนำทำรัฐประหาร จึงกลายเป็นการเริ่มนับหนึ่งของมหากาพย์ความขัดแย้ง ก่อวิกฤตความแตกแยกของสังคมไทยยาวนานมาจนถึงวันนี้

16 ปีผ่านไป ตัวละครหลักในเหตุการณ์ยังคงอยู่ครบ ทั้งฝ่ายการเมือง กองทัพ และเครือข่ายอำนาจชนชั้น ขณะเดียวกัน 19 กันยา 49 และผลพวงจากเหตุการณ์นั้น ก็ให้กำเนิดตัวละครใหม่ เช่น กลุ่มคนเสื้อแดง กระทั่งขบวนการหนุ่มสาว ที่ออกมาร่วมกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในปัจจุบัน เกิดการเรียนรู้อุดมการณ์ประชาธิปไตย และมีนักประชาธิปไตยเกิดขึ้นทุกที่ทุกเวลา เครือข่ายชนชั้นนำและกองทัพที่มีอิทธิพลสำคัญในมหากาพย์ความขัดแย้งนี้ ก็ไม่ได้รอดพ้นจากความเสียหายที่ก่อไว้ เพียงยังทรงตัวอยู่บนรอยปริร้าวของตัวเองได้ชั่วคราว แต่วันหนึ่งความเสียหายร้ายแรงจะลุกลามไปถึง

‘ทักษิณ’ โพสต์รำลึก 16 ปี ถูกรัฐประหาร โอด ถูกลอบกัดโดยชายชาติทหาร

‘ทักษิณ ชินวัตร’ โพสต์ข้อความย้อน 16 ปี ถูกยึดอำนาจ ย้ำ ถูกลอบกัดโดยชายชาติทหาร ซัดทหารเหมือนหัวหน้ายามที่ใช้เฝ้าทรัพย์สิน หาเงินไม่เป็น ทำประเทศเสียโอกาสหลายด้าน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้องความเฟซบุ๊ก ในโอกาสครบรอบ 16 ปี ของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ว่า 

ครบรอบ 16 ปี ของการรัฐประหาร

19 กันยายน 2549 ขณะที่ผมเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาผมถูกการรัฐประหารลับหลัง (ถูกลอบกัดโดยชายชาติทหาร) ผมเสียดายสิ่งดี ๆ ที่ควรจะเกิดแต่วันนี้กลายเป็นความเลวร้าย

1. ผมเสียดายความเป็นประชาธิปไตยของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแต่วันนี้เรากลับต้องมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจเผด็จการ

2. ผมเสียดายความสง่างามและความไว้เนื้อเชื่อใจของประเทศไทยบนเวทีโลก

3. ผมเสียดายโอกาสประเทศในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็น การศึกษา เทคโนโลยี การเกษตร และอุตสาหกรรม

4. ผมเสียดายโอกาสในการแก้ปัญหาความยากจนซึ่งคนไทยควรจะหายจนไปแล้ว

5. ผมเสียดายโอกาสของคนไทยที่ทุกวันนี้มองไม่เห็นอนาคตตนเอง เพียงแค่หางานทำให้ได้เพื่ออยู่ไปวัน ๆ ทั้ง ๆ ที่รายได้ต่ำกว่าประเทศอื่นในระดับการพัฒนาเดียวกัน

6. ผมเสียดายความเป็นศูนย์กลางการบินของสุวรรณภูมิ ทั้ง ๆ ที่ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เราควรจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน

การเมืองท้องถิ่นโค้งสุดท้าย…ศึกหาเสียงเลือกตั้งนายกอบจ.ร้อยเอ็ดใส่กันยับ ทั้งบนดิน ใต้ดิน

วิชามาร วิชาแพะงัดออกมาสู้กันเดือด ล่าสุดเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ลูกหม้อพรรคเพื่อไทย เบอร์2 โดนพิษใบปลิวว่อนสนามเลือกตั้งนั่งไม่ติดลุกชี้แจ้ง

วันนี้ (19 กันยายน 2565) เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมาภายหลังจากที่มีใบปลิวว่อนสนามเลือกตั้ง ซึ่งข้อความในใบปลิวนั้นระบุว่า”ศึกเลือกตั้ง อบจ.ร้อยเอ็ด 25 กันยายน 2565 เศกสิทธิ์เป็นหนี้อบจ.17 ล้าน แต่กลับมาสมัครเป็นนายกอบจ.? พรรคเพื่อไทยหาคนที่ดีที่สุดได้แค่นี้เหรอ??? คนร้อยเอ็ดต้องทำอย่างไร??? #กลุ่มพิทักษ์ประชาชน วันนี้เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมาเจ้าตัวออกมาชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ความว่า…

ตลอดชีวิตทางการเมืองผม​ 30 ​ปี​ ผมไม่เคยที่จะร้องเรียนใคร​ ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่ง​ หรือคนที่ไปช่วยฝ่ายตรงข้ามหาเสียง​ และไม่เคยใช้วิธีสกปรก​ ในการทำลายคู่แข่งขัน​ เพราะคิดเสมอว่าถ้าใช้วิธีสกปรกแสดงว่าใจเราก็สกปรก​พร้อมไปทำในเรื่องสกปรก​ ผมจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด​ และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนมีเหตุผล​ในการตัดสินใจเสมอ

ช่วงนี้มีคนไปโปรยใบปลิว​ คงหวังจะทำลายชื่อเสียงผม​ เรื่องนี้ผมได้อธิบาย​มาแล้ว​ ผมเชื่อว่าคนที่เคยฟังเข้าใจถึงเหตุผล​การรับสภาพหนี้ในการรักษาความรู้สึกของนักกีฬา​ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดและปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ไม่ให้ถูกฟ้องละเมิดจากการที่​ สตง.บอกว่าต้องมีคนรับผิดชอบ​ และ​ #ยังยืนยันว่าถ้าได้ตัดสินใจใหม่ก็ยังจะตัดสินใจรับสภาพหนี้นี้เหมือนเดิม​ แม้ #ถ้าไม่รับสภาพหนี้ก้อนนี้ผมก็ไม่มีความผิดอะไร และตอนนี้​ก็ได้ชำระไปแล้ว​ 5,100,000 บาท​ ส่วนที่เหลือก็จะชำระตามงวดที่​ สตง.กำหนด​ และหนี้ก่อนนี้ก็ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน​กับทางปปช.ไว้แล้ว​ และ​#ตั้งใจว่าถ้าได้รับเลือกตั้งอาจจะหาทางชำระทั้งหมดก่อนเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในการทำงาน

เรื่องนี้ผ่านการถูกตรวจสอบจาก​ #สตง.มาแล้วว่า​ ทุกอย่างดำเนินการตามโครงการที่ขอรับการอุดหนุน​ #ไม่มีการทุจริตแต่อย่างใด

'นักวิชาการ' ชำแหละ!! 'พระเอกลิเก' นักด้อยค่าความเป็นไทย ฝันจะเป็นนายกฯ

เมื่อไม่นานมานี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า...

สถานะ:
•พระเอกลิเก 
•นักด้อยค่าความเป็นไทย
•ฝันจะเป็นนายกฯ

รถไฟไทยที่ทันสมัยมีให้พูดถึง
แต่นักด้อยค่าความเป็นไทย เลี่ยงที่จะพูดถึง เพราะกลัวคนรู้ความจริงว่า 8 ปีกับรัฐบาลประยุทธ์ พัฒนาไทยก้าวไกลไปสูดกู่

รถไฟฟ้า BTS และ MRT ก็คือรถไฟ

'ชัยวุฒิ' เดือด!! กลต.ไม่ตรวจสอบ 'Forex 3D' เชิงลึก ปล่อยลวงปชช. ยืดเยื้อรวบหลักฐานส่ง ก.ดิจิทัลฯ สานต่อ

'ชัยวุฒิ' ฟาด กลต.ไม่ตรวจสอบ 'Forex 3D' เชิงลึก บริษัทลงทุนมีใคร ปล่อยหลอกลวงประชาชนเสียหายหมื่นล้านบาท ชี้ กลต.ต้องเร่งรวบรวมหลักฐานส่ง กระทรวงดิจิทัลฯ ปิดเว็บโดยด่วน หากพบส่อลอกลวงประชาชน 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการหลอกหลวงประชาชน ในคดี 'Forex 3D' เสียหายเป็นหมื่นล้านว่า ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลฯ มีความเป็นห่วงในเรื่องของการเชิญชวนคนมาลงทุนทางช่องทางโซเชียลมีเดียผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ช่องทาง Facebook หรือช่องทางในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการเชิญชวนคนมาลงทุนในหลายรูปแบบ และก็ได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง 

เพียงแต่ว่าโดยอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่สามารถไปปิดเว็บไซด์ หรือ ปิดกั้นโซเชียลมีเดียในช่องทางนั้นได้ทันที เนื่องจากต้องรอให้หน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อมีความผิดตามกฎหมาย ถึงจะส่งเรื่องมายังกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อปิดเว็บไซต์ดังกล่าว จากนั้นก็จะมีการแจ้งเตือนประชาชน 

'นิพนธ์' ผนึก 'ดร.เอ้' ดึงเทคโนโลยี ปลุกสงขลา ปั้นเมืองต้นแบบแห่งการศึกษา เพื่อพัฒนาลูกหลานไทย

'นิพนธ์' จับมือ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ปลุกสงขลา 'เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน' ยกสงขลาเมืองต้นแบบการศึกษา ทันสมัย ของประชาธิปัตย์ ยันพรรคมุ่งมั่นสร้างคนตลอดมา

เมื่อ 17 ก.ย. 65 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมามอบนโยบายแนวทางการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา สมาชิกพรรคปชป. และผู้นำชุมชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลาเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรม กรีนเวิลด์ อ.เมือง จ.สงขลากว่า 500 คน โดย มี ดร.สุวัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคปชป. (ดร.เอ้) มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง 'เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน'

นิพนธ์ กล่าวว่า ผมอยากเรียนว่า ผมได้รับภารกิจของพรรคปชป.เดินหน้าเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง จึงขอถือโอกาสนี้เรียนกับพี่น้องว่า พรรคปชป.พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง วันนี้ปชป.เขต 1 สงขลาได้แสดงความพร้อมที่จะนำพรรคปชป.พร้อมเดินไปข้างหน้า โดยวันนี้เราจะได้ฟัง ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคปชป. จะมาบรรยายพิเศษให้ฟัง  

ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคปชป.อดีต อะไรที่เคยผิดพลาดหรือทำให้ทุกคนไม่พอใจก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ เพื่อเดินหน้าในการนำประเทศก้าวไปข้างหน้า วันนี้ก็จะได้ฟัง ดร.เอ้พูดถึงอนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนใหม่ๆ มาใช้ในด้านการศึกษาและพัฒนาประเทศ ดังนั้นถ้าเมืองเปลี่ยนประเทศ ก็เปลี่ยนไปด้วย และถ้าทำท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศก็เข้มแข็งไปด้วย ส่วนในเรื่องของคดีวันนี้ ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ผิดเช่นกัน เพราะถือว่ามีการฮั้วประมูลกันจริง และนิติกรรมทุกอย่างจึงถือเป็นโมฆะ ดังนั้นตำแหน่งรัฐมนตรีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเอามาปกป้องตนเอง ก็ต้องขอขอบคุณทุกความห่วงใยและทุกกำลังใจ

วันนี้ปชป.เรามีผลงานมากมาย เพราะในอดีตปชป.เน้นสร้างคน นั่นคือให้การศึกษากับคน โดยนายชวน ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2536 ได้มีนโยบายในเรื่องของนมโรงเรียนทั้งประเทศจนถึงปัจจุบันนี้ ร่วม 30 ปีมาแล้ว ในเรื่องของอาหารกลางวันโรงเรียน หลังนายอภิสิทธิ์เป็นนายก ได้มอบให้ผมทำในเรื่องของอาหารเช้าในโรงเรียนซึ่งสมัยตนเป็นนายกอบจ.ก็ทดลองนโยบายดังกล่าวแก่โรงเรียนตชด.ในจังหวัดสงขลา 10 โรงเรียนโดยใช้งบของ อบจ.สงขลา ทำให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์การเรียนของเด็ก นี่คือสิ่งที่ปชป.สร้างคนกับผลักดันนโยบายกินอาหารเช้าในโรงเรียน ในส่วนของทุน กยศ. นายชวนก็เป็นคนตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา จนถึงปัจจุบันร่วม หกแสนล้านบาท 

นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ นี่คือคอนเซปต์ของพรรคปชป. ในการสร้างคน และต้องสร้างคนรุ่นใหม่ของประเทศไทยให้รู้ทันเทคโนโลยี จึงต้องมีการสอนให้คนรุ่นใหม่รู้จักมากขึ้น เพื่อให้คนของเรารู้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ การรักษาฟรีด้วยบัตรประกันสุขภาพ ในอดีตปชป.ก็เข้ามาดูแลในเรื่องของคุณภาพชีวิต ยกฐานะสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน  รวมถึงการให้เงินแก่ อสม.เป็นค่าตอบแทนในสมัย ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี และนโยบายเงินแก่ผู้สูงอายุตั้งแต่สมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึงท่านอภิสิทธิ์ เหล่านี้เป็นนโยบายของพรรคปชป.ทั้งสิ้น

ประกันรายได้ผู้สูงอายุก็เป็นอีกนโยบายหนึ่งของพรรคปชป. นอกจากประกันรายได้เกษตรกรที่พรรคปชป.ทำมาแล้ว จึงขอให้พี่น้องเชื่อได้ว่านี่คือนโยบายของพรรคปชป. ส่วนนโยบายกัญชา ที่ทางพรรคปชป.ค้าน เพียงเพื่อไม่ให้มีการนำกัญชามาสูบเสรีเท่านั้น แต่ให้ใช้เฉพาะทางการแพทย์อย่างเดียว  พี่น้องจึงวางใจได้ว่าสิ่งที่พรรคทำ ทำเพื่อประชาชน ในการสร้างคน และดูแลทุกชีวิตตั้งแต่ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน นี่คือสิ่งที่มาบอกพี่น้องประชาชน พรรคปชป.จึงเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ ทันสมัย

ดร.เอ้ กล่าวตอนหนึ่ง ที่นี่ถือเป็นดินแดนที่มีสุภาพบุรุษที่เป็นลูกผู้ชายที่ชื่อนายนิพนธ์บุญญามณี เพราะเป็นผู้ทุ่มเทเสียสละไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสงขลา แต่ยังดูแลประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งบุคคลแบบนี้หาได้ยากไม่ว่าที่ไหน ดังนั้นถ้ารักนิพนธ์ ต้องเลือกสรรเพชญ นโยบายพรรคปชป.อุดมการณ์ ทันสมัย พรรคเราเป็นพรรคที่เป็นตัวแทนประชาชนทุกคน เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ไม่เคยเสื่อมคลาย ไม่ว่าสิ่งดีวันใด เราคิดถึงพี่น้องประชาชนเสมอ วันนี้พรรคเราจะดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลลูกหลานให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนมีการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้

'สุรนันทน์-สันติ' ลงพื้นที่บางแค พร้อมรับฟังปัญหา เพื่อนำมาสานต่อนโยบายที่มาจากความต้องการของประชาชนที่แท้จริง

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และประธานภาคกรุงเทพฯ, นายสันติ  กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส. กทม. ได้ร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานเขตบางแค โดยมีนางสาวปภัสรินทร์ กีรติอัคราวัชร์ เป็นผู้ประสานงานเขต

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า พื้นที่เขตบางแคเป็นพื้นที่เศรษฐกิจกึ่งอุตสาหกรรม และกึ่งเกษตรกรรม ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดี เราจะสามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงเกษตรกรรมที่มีคุณภาพในเมืองได้    รวมไปถึงหากมีการพัฒนาชุมชนดั้งเดิมให้เข้มแข็ง ด้วยการผลักดันเศรษฐกิจชุมชน ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนในอดีต

นายสุรนันทน์ ยังกล่าวถึงเหตุผลในการตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยว่า  ขณะนี้ประเทศไทยมีแต่ความขัดแย้ง เราจึงเสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ที่จะมาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ จึงขอเสนอชุดความคิดใหม่ เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกองทุนสร้างอนาคตไทย 3 แสนล้านบาท จะมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ 1 แสนล้านบาท คืนให้รากหญ้า โดยใช้กระบวนการธนาคารของรัฐ ที่ดอกเบี้ยถูก รวมไปถึงโครงการพักหนี้ให้ประชาชนที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอีกด้วย

“รัฐบาลปัจจุบัน เป็นรัฐบาลเป็ดหัวขาด เพราะขาดผู้นำที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ จึงเห็นว่าควรยุบสภา แล้วคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนโดยเร็ว” นายสุรนันทน์กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top