Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'เพื่อไทย' แซะ เงินค้างชาวนา 3 ปี ยังไม่จ่าย เงินกลาโหม 1.3 พันล้าน จ่ายทันที

(23 ก.ย. 65) นายปิยวัฒน์ พันธ์สายเชื้อ ส.ส. ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงงบลับกลาโหมว่า ล่าสุดเพิ่งอนุมัติงบลับให้กระทรวงกลาโหมอีก 1,300 ล้านบาท แต่เกษตรกรชาวนารอมา 3 ปีกลับไร้วี่แวว จึงมีข้อสงสัยว่ารัฐบาลนี้เป็นของกองทัพ มากกว่ารัฐบาลของประชาชน 

นายปิยวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากกรณีพายุโพดุลที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเมื่อปี 2562 ในจังหวัดยโสธร ทำให้น้ำท่วมนาข้าวหลายพันไร่ ปศุสัตว์ล้มตาย ปลาในกระชังเสียหายทั้งหมด จนเกษตรกรหลายสิบครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ผ่านไป 3 ปีแล้ว ชาวนายังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

ภายหลังเกิดพายุโพดุล ปี 2562 หน่วยงานภาครัฐได้วางแนวทางชดเชยความเสียหายให้เกษตรกร โดยในส่วนปศุสัตว์ได้หาพันธุ์สัตว์มาชดเชย อาชีพประมงได้พันธุ์ปลามาเลี้ยง แต่ชาวนาจำนวน 20,000 ครัวเรือน ที่รอมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ วันนี้กลับไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่มีมติคณะรัฐมนตรีให้ชดเชยความเสียหายให้เกษตรกร แต่เมื่อสอบถามไปที่กรมการข้าว กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่มีความช่วยเหลือและยังไม่มีพันธุ์ข้าวใด ๆ มาแจกเยียวยา ทั้งที่มูลค่าความเสียหายรวมกันแค่ประมาณ 400 ล้านบาทเท่านั้น

จนท.เช็กรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนศาลตัดสินปม 8 ปี 30 ก.ย.นี้

ทำเนียบฯ เริ่มขยับ! จนท.ยานพาหนะตรวจสภาพรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนศาลตัดสินปม 8 ปี 30 ก.ย.นี้

(23 ก.ย. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองงานยานพาหนะทำเนียบรัฐบาล ได้เข้ามาตรวจสภาพและสตาร์ตรถยนต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หมายเลขทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ทีมรักษาความปลอดในขบวนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ใช้ขณะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งจอดอยู่บริเวณโรงจอดรถข้างห้องทำงานผู้สื่อข่าว ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 65 ที่ทีมรักษาความปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ นำมาส่งมอบคืน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองยานพาหนะ เปิดเผยว่า เป็นการมาอุ่นเครื่องรถยนต์ประจำสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ติดขัด และเป็นการตรวจสภาพเครื่องยนต์ไปในตัว หากระบบเครื่องยนต์ขัดข้องจะได้นำเข้าศูนย์ซ่อมต่อไป แต่ในเบื้องต้นการเช็คสภาพระบบเครื่องยนต์ยังเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อมหากต้องส่งมอบรถประจำตำแหน่ง ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/681959

พงศ์พล’ แนะทิศทาง 'กัญชา(ไม่)เสรี' ลดมอมเมา ขวางมาเฟีย เคลียร์ทางศก.ให้ถูกทิศ

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎร มีมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พร้อมเสนอกรอบทิศทาง 'กัญชา(ไม่)เสรี' ควรมีทิศทางเป็นอย่างไร? ระบุว่า...

วันที่ (14 ก.ย.) เมื่อพรบ. กัญชา ถูกถอนจากสภา...เกิดปัญหาสุญญากาศ "กัญชาเสรี 100%" กัดกร่อนบ้านเมือง...เยาวชนยังซื้อ-เสพได้ไม่ผิดกฎหมาย

เมื่อจุดมุ่งหมายคือ กัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ มิใช่เพื่อการสันทนาการ...แต่ร่างกฎหมายล่าสุด ที่พิจารณาในสภา ดันอนุญาติให้ปลูกในครัวเรือนได้ถึง 15 ต้น

เยอะขนาดที่ พี้กันเองในครอบครัวได้เป็นปีๆ...จึงไม่น่าเป็นสิ่งที่ดีกับสังคม และไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติตั้งใจรึปล่าว?

นี่คือกรอบทิศทาง 'กัญชา(ไม่)เสรี' คร่าว ๆ ที่เราน้อมนำเสนอ...

◼️ กัญชาเป็นพืชควบคุม ห้ามปลูกในครัวเรือน ต้องมีใบอนุญาติ สำหรับผู้ประกอบการ (จัดเก็บภาษีสรรพสามิตร เข้ารัฐ)

◼️ ขายเฉพาะในร้านขายยา หรือร้านที่ได้รับอนุญาต ต้องแสดงบัตรประชาชน, เยาวชนต่ำกว่า 20ปี ห้ามซื้อ/ห้ามเสพ

◼️ เมากัญชา แล้วขับขี่พาหนะเป็นความผิด เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินคดีเสมือนเมาแล้วขับ

◼️ ห้ามเสพที่สาธารณะ สถานศึกษา-สถานที่ทางศาสนา-สำนักงาน-สถานที่ราชการ-สวนสาธารณะ

สุรนันทน์ ขอให้กกต.เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสแข่งขันกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ ร่วมกับนายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค ได้ลงพื้นที่ชุมชนวัดดุสิดารามและตลาดบางขุนนนท์ เขตบางพลัด โดยมีนายพัลลภ ปิยะตระกูล เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ 

นายสุรนันทน์ กล่าวถึงกรณีหลักเกณฑ์ 180 วันก่อนเลือกตั้ง ซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนนี้ว่า เรื่องนี้ควรมีการตีความในข้อปฏิบัติต่างๆ ให้ชัดเจน ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสแข่งขันกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม  ไม่อย่างนั้นแล้วทุกอย่างก็จะกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองแบบเดิมอีก  
    
ถ้าคิดตามหลักประชาธิปไตยแล้ว เราควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ว่า จะมีการเลือกตั้ง แต่ละพรรคจะส่งใครเป็นผู้สมัครเพื่อมาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน โดยผ่านการเสนอแนวคิด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือผ่านสื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้กกต.ก็สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นายสุรนันทน์ ยังกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าพรรคใหม่ๆ หรือพรรคการเมืองที่ไม่ได้มีบทบาทในรัฐบาลหรือในสภาฯ จะเสียเปรียบกับเรื่องนี้มาก ยกตัวอย่าง ที่ผ่านมาเกิดปัญหาน้ำท่วม เรายังมีโอกาสช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนได้ แต่ขณะนี้ทำอะไรไม่ได้เลย  แต่รัฐบาลยังทำได้ทุกอย่าง ถึงแม้จะมีการอ้างว่าเป็นการทำในฐานะภาครัฐ ไม่ใช่พรรคการเมืองก็ตาม แต่ กกต.จะตีความอย่างไร ว่าการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ  นั้นจะเป็นฐานะรัฐมนตรี, หัวหน้าพรรคการเมือง หรือ ส.ส. โดยไม่มีนัยยะใดๆ แอบแฝง

'ประชาธิปัตย์ พร้อมสู่สนามการเลือกตั้ง' เป็นประโยคของ 1 ใน 2 ของ 'ขุนพล' ประชาธิปัตย์ภาคใต้ 'นิพนธ์ บุญญามณี' ที่กล่าวกับ สื่อในส่วนกลาง เมื่อถูกถามถึงความพร้อมของการเข้าสู่ 'สนามการเลือกตั้ง'

ถามว่าทำไม 'สื่อ' ถึงให้ความสำคัญกับความพร้อมของประชาธิปัตย์ในสนามการเลือกตั้งที่ภาคใต้ เพราะสำหรับประชาธิปัตย์ ภาคใต้คือ ที่มั่น ที่สุดท้าย ที่จะต้องรักษาด้วยชีวิตกับการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ ส่วนสนามเลือกตั้งในภาคอื่น ๆ และแม้แต่กทม. ยังยากที่ประชาธิปัตย์จะกลับไปปักธงเพื่อได้สส. เป็นกอบเป็นกำเหมือนในอดีต 

ประชาธิปัตย์ มีความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะมีการปรับขบวนทัพด้วยการเอาคนรุ่นใหม่ ลงสนามเลือกตั้งแทนนักการเมืองรุ่นเก่าที่ลาออก เพื่อย้ายไปอยู่ยังพรรคการเมืองอื่น ๆ ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองจำนวนมากที่หอบกระสุนเงินเข้ามาเพื่อแย่งชิงที่นั่งของ สส.ในภาคใต้ เช่นพรรคภูมิใจไทย,พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคสร้างอนาคตไทย ที่พร้อมใจกัน ยาตราทัพ เข้ามาเพื่อทำศึกสงครามในภาคใต้ เพราะเชื่อว่ามี เปอร์เซ็นของชัยชนะที่สูงกว่าการไปทำศึกสงครามกับพรรคเพื่อไทย ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ 

สนามของภาคใต้สำหนรับประชาธิปัตย์จึงเป็นมวยรุมที่มีพรรคการเมืองที่มีชื่อชั้นอย่างน้อย 4 พรรคมะรุมมะตุ้ม จนกลายเป็น มวยหมู่ ที่สร้างความเหนื่อยหน่ายให้กับประชาธิปัตย์มากกว่าการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา ที่ต้องเสียที่นั่ง ให้กับพลังประชารัฐ13 ที่นั่ง และภูมิใจไทย อีก 8 ที่นั่ง และ พรรคอื่นๆอีก 7  ที่นั่ง 

แต่...เชื่อว่า หลังการพ่ายแพ้อย่างยับเยินในครั้งที่แล้วในภาคใต้แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ มีการถอดบทเรียนของความพ่ายแพ้ที่ได้รับ และมีการแก้เกมมีการวางแผนในการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้อย่างรอบคอบเพื่อมิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม เลือดเก่าไหนออกเป็นเรื่องปกติของการเมืองหลายคนออกไปกลายเป็นการขจัดจุดอ่อนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ผู้รับผิดชอบในการเลือกตั้งต้องมีการเทรนบรรดาเลือดใหม่อย่างไรให้เข้าตาประชาชน เพราะจุดอ่อนของว่าที่ผู้สมัครที่สำคัญที่สุดคือขาดประสบการณ์ทางการเมืองเขี้ยวและ คม ยังไม่ลากดิน อาจเสียเชิงและเสียที่ให้กับคู่ต่อสู้ได้ง่าย 

จุดอ่อนของประชาธิปัตย์ในยุคที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรคคือ งานด้านสื่อสารกับสังคมของพรรคในภาพรวมที่ขาดความโดดเด่นทั้งที่ยึดกุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ คือกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรฯ ที่มีผลงานในเรื่องการประกันราคาพืชผลและในเรื่องของการค้า-การขายการสื่อสารต่อสังคมของจุรินทร์ขาดความเฉียบคมแม้แต่เรื่องของปาล์มน้ำมันที่สร้างความร่ำรวยให้เกษตรกรในภาคใต้ ซึ่งควรจะเป็นโบว์แดงของพรรค ก็ยังไม่มีการหยิบยกให้เป็นประโยชน์เพื่อชี้ให้เห็นถึงผลงานของพรรค

‘เพื่อไทย’ โชว์วิชั่นแก้ปัญหาศก.-แนวทางสร้างรายได้ที่ชัดเจน ปชช.พัทลุงเฮรับล้นหลาม พร้อมเปิดตัวแอพฯ รวบรวมปัญหาที่ดิน ดันแก้กม.ที่ดินทับซ้อน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่จังหวัดพัทลุง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย นายปฎิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ และนายสุพัฒน์ แก้วจันทร์ อาสาพรรคเพื่อไทยจังหวัดพัทลุง จัดกิจรรมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Surver 123” ซึ่งเป็นหนึ่งแผนจากโครงการ “พนาเศรษฐกิจ” ที่อาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยได้ลงไปดำเนินการสำรวจและรวบรวมปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนตั้งแต่ภาคเหนือ จรดภาคใต้ 

นายวรวัจน์ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดพัทลุงปัญหาที่ดินถือเป็นปัญหาใหญ่ มีพี่น้องประชาชนหลายครัวเรือนที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือที่ดินไปทับซ้อนกับพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ วันนี้เราจึงพยายามแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่น “Surver 123” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่กลุ่มอาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมปัญหาที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยประชาชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินสามารถสแกน QR Code แล้วแจ้งข้อมูลปัญหาที่ตนเองกำลังประสบลงไปบนเครือข่าย จากนั้น อาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน สรุปเป็นข้อเสนอส่งไปยังพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคดำเนินการคิดนโยบายมาแก้ปัญหาในภาพรวมที่เป็นรูปธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น อาจจะเป็นการแก้ไขกฎหมายที่ดินในอนาคต ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน ร่วมกันสะท้อนปัญหาของตนเองผ่านช่องทางดังกล่าว ขณะเดียวกันอาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งจะลงพื้นที่ไปสำรวจ และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน พร้อมส่งข้อมูลที่ลงไปพบเจอด้วยตนเองมาทางแอพพลิเคชั่น “Surver 123” ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากประชาชนที่ไม่สะดวกให้ข้อมูลผ่านช่องทาง QR Coad ก็สามารถเรียกหาอาสาพัฒนาที่ดินทำกินพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ของท่านให้ไปเก็บข้อมูลปัญหาให้ได้ ทั้งนี้ เราเปิดตัวแอพพลิชั่นนี้ที่จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดแรกแล้ว ตนเองมองว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างองค์กรพรรคการเมือง กับประชาชนในการแก้ปัญหาให้กับชุมชนของพวกเรา

“นอกจากการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นดังกล่าวแล้ว การลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงในครั้งนี้ของตน และอาสาพรรคเพื่อไทย ยังมีการเปิดตัวปฏิทินปฏิบัติการในแปลงปลูก โดยปฏิทินดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูล และผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาคำนวณเป็นกำหนดการเพาะปลูกในพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ว่าพืชชนิดใด อาทิ ทุเรียน หรือส้มโอ ควรต้องปฏิบัติในแปลงปลูกอย่างใดจึงจะเหมาะกับสภาพอากาศ และปริมาณน้ำในช่วงเวลานั้นๆ และในอนาคตเรามีแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ AI ในการวัดอุณหภูมิ รวมถึงสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ที่สัมพันธ์กับปัญหาโรคและแมลงซึ่งเป็นศัตรูพืช เพื่อหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวล่วงหน้า นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมีนวัตกรรมจะนำมาใช้เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนที่ปลูกยางพารา โดยที่ผ่านมาเราได้ทดลองทำเครื่องมือที่จะสามารถทำให้กรีดยางพาราได้ตลอดทั้งปี โดยประชาชนไม่ต้องลงแรงออกไปกรีดยางด้วยตนเอง พรรคเพื่อไทยตอบสนองปัญหาที่พี่น้องประชาชนภาคใต้สะท้อนมายังพรรคอย่างเต็มที่ และพยายามขับเคลื่อนการทำงานในแต่ละจังหวัดให้ตรงกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยยึดการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เป็นสำคัญ เพราะหัวใจของเราคือการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง” นายวรวัจน์ กล่าว

นายวรวัจน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเปิดตัวที่จังหวัดพัทลุงแล้ว คณะอาสาเพื่อไทยจะเดินทางไปเปิดแนวทางการพัฒนาลักษณะนี้ต่อที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากนี้แล้ว ยังจะเปิดแนวคิดนคร 8 วิถี 9 วัฒนธรรมไทย ซึ่งประกอบไปด้วย การพัฒนาแนวคิด [Soft power] ยกระดับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกด้วยวิถีไทยด้านอาหาร,ดนตรี,ภาษา,ประเพณี,สถาปัตยกรรม,ข้าวของเครื่องใช้,เครื่องแต่งกาย และความเป็นมงคล เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัด และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยเสน่ห์ขอบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย และเปิดแนวคิดทางด้านนวัตกรรมที่สำคัญ คือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อแปรรูปพืชผลทางการเกษตร และเพื่อนำไปสู่การส่งออกผลผลิตให้กับพี่น้องเกษตรกรทางภาคเหนือด้วย

‘คุณากร’ ถามรัฐบาลเหตุใดภูมิใจบัตรคนจนเพิ่ม ทั้งที่คนจนพุ่ง คนตกงานเพียบ หนี้สาธารณะเกิน 10 ล้านล้านอีก100ปี ก็ใช้หนี้ไม่หมด รวยกระจุก จนกระจาย เหลื่อมล้ำติดอันดับต้น ๆ ของโลก

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ และรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลออกมายืนยันว่าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อแจกเงิน แต่เป็นโครงการที่มุ่งจัดสรรสวัสดิการให้กับประชาชนนั้น  แต่พบว่าในการลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 5 - 21 กันยายน 2565 มีประชาชนลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 16,243,908 ราย เพิ่มขึ้นจากที่เปิดใช้บัตรคนจนครั้งแรกในปี 2559 จนถึงผู้ถือบัตรคนจนเดิมอยู่ที่ 13.3 ล้านคน นั่นหมายความว่า ภายในปีเดียวคนจนเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านคนแล้ว  แบบนี้หรือที่รัฐบาลบอกว่าเป็นความสำเร็จของโครงการบัตรคนจน ที่ลดความเหลื่อมล้ำได้

ทั้งนี้มองว่า การออกมาให้ข้อมูลของรัฐบาล เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่เข้าใจบริบทของสังคม และไม่สามารถมีโครงการดีๆเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนได้ การแจกเงินอย่างเดียวไม่เกิดประโยชน์ ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริง เพราะบทวิเคราะห์ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า ความเหลื่อมล้ำ ของไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นสูงเรื่อยๆ เศรษฐกิจไทยโตแบบไม่ทั่วถึง เกิดภาวะ ‘รวยกระจุก จนกระจาย’ สินทรัพย์ของคนทั้งประเทศมากกว่า 77% ไปกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มนายทุนเจ้าสัว ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก

'บิ๊กป้อม' ฟุ้ง!! พปชร.ให้กำเนิด 'มาดามเดียร์' แม้ย้ายไปอยู่พรรคอื่นก็ถือว่ากำเนิดจากพรรคเรา

'พล.อ.ประวิตร' ฟุ้งพปชร.ให้กำเนิด 'มาดามเดียร์' บอกตอนอยู่ด้วยตนดูแลอย่างดี บอกไม่รู้กกต.วางไทม์ไลน์เลือกตั้งจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ชี้ยุบสภายังไม่แน่ การเมืองทุกวันนี้มีแต่คาดการณ์

(22 ก.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.วทันยา บุนนาค อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลาออกจากพรรค มาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ขออนุญาตท่านในฐานะหัวหน้าพรรคแล้วใช่หรือไม่ ว่า ตอนอยู่กับตนก็ดูแลเป็นอย่างดี แม้จะย้ายไปอยู่พรรคอื่นก็ถือว่ากำเนิดจากพรรคเรา ดังนั้นพรรคเราก็ต้องดี ก็ถือว่าเขาโอเค เมื่อถามว่าจะมีส.ส.จากพรรคอื่นย้ายเข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ สื่อรู้หรือไม่ ตนไม่ทราบ

'สร้างอนาคตไทย' กระทุ้ง 'รัฐบาล' บริหารดูแลความเดือดร้อน ปชช. เปิด นโยบาย 4 โซลาร์ แก้วิกฤตค่าไฟฟ้าแพง สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ทวงถามใครแตะเบรกโรงไฟฟ้าชุมชน

วันนี้ (22 ก.ย. 65) ที่พรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ดร.สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และประธานนโยบาย  และนายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรค และโฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าว “ชำแหละประเด็น ค่าไฟแพง แก๊สแพง ใครทำร้ายประชาชน” 

โดยดร.อุตตม กล่าวว่า สถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น สาเหตุทั้งที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย ยูเครนที่ยืดเยื้อ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้คนไทยทั่วประเทศเดือดร้อนอย่างหนัก ขณะที่ภาครัฐควรต้องดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว พร้อม จัดเตรียมมาตรการเพื่อให้ประเทศสามารถพลิกฟื้นได้ในช่วงเวลาต่อไป อย่างไรก็ตามมาตรการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการในระยะแรกอย่างเร่งด่วนนั้น กลับยังไม่มีให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น กรณีราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันหลายเดือน กระทบกับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“นโยบายจะไปในทิศทางไหน รวมถึงมาตรการระยะสั้นจะดูแลอย่างไร นี่ถือเป็นโอกาสที่จะนำเรื่องพลังงานมาทบทวนกันใหม่ รื้อโครงสร้างใหม่ เพราะต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และต้องทำอย่างจริงจัง เพราะพลังงานเกี่ยวข้องกับเรื่องต้นทุนการผลิต การบริการ ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง และยึดโยง สุดท้ายแล้วหนีไม่พ้นว่าภาครัฐต้องเป็นผู้ที่กำหนดนโยบายให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องทำงานสอดคล้องกันในช่วงวิกฤติเช่นนี้ หวังว่ายังไม่ช้าเกินไปที่เราทั้งภาคประชาชน และภาครัฐจะมาช่วยกันปรับเปลี่ยนดูแลให้ประเทศผ่านวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้” ดร.อุตตม กล่าว

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคมีความจำเป็นต้องแถลงเรื่องนี้ เราจะปล่อยให้สถานการณ์ค่าครองชีพ เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ อีก 6-7 เดือนจะเลือกตั้ง คิดว่าประชาชนจะลำบาก วันนี้ประชาชนแบกภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เรามีไฟฟ้าส่วนเกินเกือบครึ่งที่ประชาชนต้องแบกภาระบางส่วน และการเปลี่ยนผ่านสัมปทานการผลิตก๊าซที่ทำให้ปริมาณลดลงกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน

“ปัจจุบันกำลังการผลิตแก๊สในอ่าวไทยลดลงตามลำดับ ผมเคยส่งสัญญานเตือนแล้วว่าแก๊สในอ่าวไทยจะมีปัญหาจากการเปลี่ยนผ่านที่ไม่ราบรื่น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาแก๊สที่สูงขึ้น เพราะการบริหารการเปลี่ยนผ่านที่ล้มเหลว ทำให้เราต้องนำเข้าแอลเอ็นจีจากต่างประเทศ ซึ่งแอลเอ็นจีในตลาดโลกมีราคาสูงมาก” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ด้านอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากราคาแก๊สที่แพงขึ้นมา 33 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์แบบนี้จะยังไม่หยุดจนถึงมีนาคมปีหน้า ที่ประชาชนต้องมาแบกรับภาระจากนโยบายพลังงาน และการบริหารที่ผิดพลาด กำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนเกินที่เกิดขึ้น ใครได้ประโยชน์ ธุรกิจแอลเอ็นจีวันนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุด เอกชนหรือรัฐ หรือค่าการกลั่นที่สูงมากและไม่ได้รับการแก้ไข พรรคเราเรียกร้องตลอดว่าเมื่อเกิดวิกฤติให้เอาต้นทุนจริงออกมาดู หากพรรคสร้างอนาคตไทยเข้าไปบริหารเราจะเอาประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหา คำถามคือวันนี้รัฐบาลทำอะไรอยู่ น้ำมัน แก๊ส ค่าไฟฟ้า เคยพิจารณาต้นทุนจริงหรือไม่ ภายใต้ต้นทุนที่แท้จริงมีอะไรทับซ้อนอยู่ วันนี้คือวิกฤต ในสมัยที่พวกตนบริหารกระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน ในช่วงสถานการณ์โควิด เรามีมาตรการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนทันที เช่น มาตรการลดค่าไฟฟ้าทันที ซึ่งวันนี้ก็ยังคงเป็นแนวคิดการแก้ปัญหาที่พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมที่จะทำ 

“ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนจะมีส่วนเป็นเจ้าของพลังงาน หรือที่เรียกว่า Energy for all วันนี้โรงไฟฟ้าชุมชนที่ผมริเริ่มไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว วันนี้ผมอยากถามว่าใครแตะเบรกโรงไฟฟ้าชุมชน และทำเพื่ออะไร ทั้งที่โรงไฟฟ้าชุมชนสามารถช่วยทั้งพี่น้องประชาชน และเกษตรกรที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก แต่กลับไม่ได้รับการสานต่อเพื่อประโยชน์ของประชาชน ถึงเวลารื้อโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ เราจะไม่ปล่อยให้ปตท.ทำงานแบบใช้โอกาสเกื้อกูล เติบโต และข่มเหงประชาชน” นายสนธิรัตน์ กล่าว

‘สุริยะ’ มั่นใจเจรจาคิงส์เกตจะเป็นไปด้วยดี แจง ครม.ไม่ได้อนุมัติงบเพิ่มสู้คดีคิงส์เกต

'สุริยะ' แจง ครม.ไม่ได้อนุมัติงบเพิ่มสู้คดีคิงส์เกต ชี้ เป็นเพียงการขยายกรอบเวลา รับหารือแนวทาง 'วิษณุ' เน้นการเจรจา พร้อมเตรียมบินออสเตรเลียพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ (22 ก.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 20 ก.ย. 65 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้คดีกับบริษัทคิงส์เกต ในคดีเหมืองทองอัครา โดยชี้แจงว่า ในที่ประชุมครม.ไม่มีการอนุมัติงบเพิ่มเติมแต่อย่างใด เป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน เป็นเพียงงบเดิมที่มีการขยายกรอบระยะเวลาการสู้คดี เนื่องจากการเจรจายังไม่สิ้นสุด จึงขอชี้แจ้งว่า ไม่ได้มีการเพิ่มงบในการสู้คดีแต่อย่างใด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top