Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

‘บิ๊กป้อม’ เห็นใจผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบ เปิดทางหาทางออกร่วมกัน ยัน รบ.ไม่ทอดทิ้ง

พล.อ.ประวิตร เห็นใจผู้ชุมนุม ยินดีรับฟังข้อเรียกร้อง เปิดทำเนียบให้ตัวแทนเข้าพบหาทางออกร่วมกัน เร่งแก้ปัญหาหนี้สิน ที่ทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมขอบคุณชุมนุมด้วยความสงบ ยัน!! รัฐบาลไม่ทอดทิ้ง

(28 ก.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้ นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (อสส.) และสภาประชาชน 4 ภาค พร้อมตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมรวม 15 คน เข้าพบ ณ ห้องรับรอง 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ในขณะนี้ บริเวณพื้นที่ ถ.ราชดำเนิน และถ.พิษณุโลก จำนวน ประมาณ 20,000 คน โดยนายประพาสฯ ได้ยื่นหนังสือเพื่อขออนุญาตเข้าพบ พล.อ.ประวิตรฯ และชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ชุมนุม ทุกกลุ่ม ทั้งเรื่องหนี้สิน ที่ดินทำกิน และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และคนพิการ เป็นต้น เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ภายใต้กฎหมาย อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

‘บิ๊กป้อม’ นั่งหัวโต๊ะประชุมกองทุนกีฬา มุ่งเน้นสู่ระดับนานาชาติ ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วย

พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะประชุมกองทุนกีฬา สนับสนุนงบให้ สมาคมและกีฬาจังหวัด ทั่วประเทศ มุ่งพัฒนานักกีฬาต่อเนื่อง เน้นยกระดับมาตรฐานมวยไทยสู่สากล ควบคู่สวัสดิการ/ความปลอดภัย ย้ำ ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ให้เต็มที่

เมื่อ (28 ก.ย. 65) 10.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 5/ 2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ก่อนเริ่มการประชุม พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความยินดี กับ ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี  ที่ได้รับความเห็นชอบ จาก ครม.ให้ ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ต่ออีก 1 สมัย(วาระ 4ปี) พร้อมขอให้ขับเคลื่อนการพัฒนาการกีฬา ให้มีความก้าวหน้า ต่อเนื่องต่อไป  จากนั้นเข้าสู่วาระการประชุม โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการให้การสนับสนุนของกองทุน ประจำปี 2565 วงเงิน 4,204 ล้านบาทเศษ และรับทราบรายงานการสนับสนุนงบประมาณ โครงการอุปกรณ์กีฬา กิจกรรมกีฬา และวิทยาศาสตร์การกีฬา แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด อาทิ โครงการจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา จำนวน 50 จังหวัด โครงการจัดกิจกรรมกีฬา จำนวน 31 จังหวัด และโครงการนักวิทยาศาสตร์การกีฬาของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด จำนวน 77จังหวัด เป็นต้น รวมถึงรับทราบรายงานโครงการพัฒนากีฬามวยไทยให้มีความนิยมและมีมาตรฐานเดียว โดยร่วมกับสหพันธ์กีฬามวยไทยที่ IOC รับรอง

รัฐบาล เร่งจ่ายค่าเสี่ยงภัยอสม. 2 พันบาท ต.ค.นี้ ย้ำ ที่ผ่านมา เพิ่มสิทธิ-หลักประกันความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

‘ทิพานัน’ ย้ำรัฐบาลห่วงใย อสม. เร่งจ่ายค่าเสี่ยงภัย 2,000 บาท ภายในตุลาคมนี้ ชี้ที่ผ่านมารัฐบาล 'พล.อ.ประยุทธ์' เพิ่มสิทธิห้องพิเศษฟรี- จัดตั้งฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ อสม.ทั่วประเทศ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ครม. มีมติอนุมัติโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สําหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ในชุมชน จำนวนคนละ 2,000 บาท ระยะเวลาปฏิบัติงานเดือนมิ.ย. – ก.ย. 2565 ว่า ในการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเสี่ยงภัยทางระบบ e-social welfare นี้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดปฏิทินการเบิกจ่ายรอบเดือน ก.ย. 2565 สำหรับผลการปฏิบัติงานของอสม.เดือน มิ.ย.-ส.ค. 2565 และเบิกจ่ายรอบเดือน ต.ค. 2565 สำหรับผลการปฏิบัติงานของอสม.เดือน ก.ย. 2565

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า รัฐบาลขอขอบคุณการทำงานหนักที่ผ่านมาของ อสม.และ อสส. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เบื้องต้นในระดับชุมชน โดยเฉพาะการดูแลทั้งมาตรการป้องกัน มาตรการคัดกรอง และมาตรการดูแลกลุ่มเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ อสม. และ อสม. เป็นด่านหน้าเคาะประตูดูแลถึงบ้านสำหรับกลุ่ม 608 ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงวัย และประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจึงไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ ที่สำคัญคือ อสม. และ อสส. เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สามารถควบคุมโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายมาเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังได้ โดยระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2565 ระยะเวลา 4 เดือนที่ เจ้าหน้าที่ อสม.  อละ อสส. ต้องมีภาระงานที่เสี่ยงภัยเพิ่มมากขึ้นสำหรับการควบคุมโควิด-19

'ธนกร' ป้อง 'บิ๊กตู่' ปมจัดการงบ 2,000 ล้านบาท อัด!! ฝ่ายค้านไม่ฟังตอนชี้แจง แต่มาโวยวายทีหลัง

'ธนกร' ป้อง'บิ๊กตู่' ยันบริหารงบกลางโปร่งใส อัดฝ่ายค้าน ตอนเขาชี้แจงไม่เคยฟัง พอไม่รู้เรื่องก็โวยวายหาว่าปล่อยปละละเลย แนะเปิดใจรับฟังคนอื่นสักนิด แล้วมุมมองในโลกของความเป็นจริงจะได้กว้างขึ้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีอนุมัติงบกลางและเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินผิดวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ รวมทั้งปล่อยปละละเลยไม่ติดตามดำเนินการอายัดเงินจำนวน 2,000 ล้านบาท กรณีการจัดซื้อถุงมือยางของ อคส.ว่า เป็นแค่การยื่นแก้เกี้ยวไม่ให้เสียหน้า เพื่อแสดงให้เห็นว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ฝ่ายค้านมีหลักฐานมากมาย ทั้งๆ ที่ผลลัพธ์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มีแต่ข้อมูลเก่า และเมื่อรัฐบาลชี้แจงก็ยังไม่ยอมรับฟัง จนท้ายที่สุดที่ประชุมสภาฯ จึงโหวตไว้วางใจท่านนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทุกคน ดังนั้น เชื่อว่าเมื่อ ป.ป.ช.ได้รับฟังคำชี้แจงและได้เห็นเอกสารที่ถูกต้องทั้งหมดแล้ว จะให้ความยุติธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาทุกคนอย่างแน่นอน ยืนยันว่าทุกนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ การอนุมัติงบกลางทุกอย่างโปร่งใส

“การกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยติดตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องถุงมือยาง 2,000 ล้านบาท ที่สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ แต่กลับไม่ได้สั่งการใด ๆ เพื่อระงับยับยั้งจนเกิดความเสียหายนั้น ฝ่ายค้านควรตื่นจากความฝันได้แล้ว เรื่องนี้ท่านนายกฯ และรมว.พาณิชย์ได้ชี้แจงไปหมดแล้วอย่างชัดเจนต่อที่ประชุมสภาฯ ว่ามีการดำเนินการติดตามเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรบ้าง แต่เพราะฝ่ายค้านไม่เคยฟังในสิ่งที่คนอื่นพูดนอกจากพวกตัวเอง จึงออกมาพูดด้วยชุดข้อมูลที่ผิด ๆ ว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย ไม่อยากให้ฝ่ายค้านทำตัวเหมือนเด็กนักเรียนที่เข้าห้องเรียนไปวัน ๆ แต่ไม่เคยฟังในสิ่งที่อาจารย์สอน แล้วก็ไปพูดต่อจนข้อมูลผิดเพี้ยน หัดเปิดใจรับฟังคนอื่นสักนิด แล้วมุมมองในโลกของความเป็นจริงจะได้กว้างขึ้น” นายธนกร กล่าว

‘หมอเก่ง’ อัด ‘หมอหนู’ กัญชาเสรีทำเยาวชนเข้าถึงง่ายกว่าบุหรี่ ชี้!! อยากทำตัวเป็นหมอไปเรียนแพทย์มาก่อนออกนโยบายให้ปชช.

(28 ก.ย. 65) นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีคลิปเด็กนักเรียนสูบกัญชาในห้องเรียนเผยแพร่เป็นวงกว้างจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่เห็นด้วยไปถึงนโยบายเสรีกัญชาของพรรคภูมิใจไทย ว่า...

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ออกมาตอบโต้กรณีดังกล่าวโดยให้ความเห็นว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว ซึ่งห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี สูบกัญชา ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนรวมถึงตำรวจที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

โดยนพ.วาโย ตอบโต้นายอนุทินว่า นี่เป็นภาพสะท้อนที่เห็นได้อย่างชัดเจนต่อนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทยว่าเป็นไปเพื่อการแพทย์หรือสันทนาการกันแน่ ในขณะที่ประชาชนที่ไม่ได้ปิดหูปิดตาได้เห็นกันตำตาว่ากัญชาถูกปลดล็อกเอามาใช้ทำอะไร แต่นายอนุทินกลับยังคงกล่าวอ้างอยู่ตลอดเวลาว่า ที่ทำไปนั้นก็เพื่อผลประโยชน์ทางการแพทย์ 

อันดับแรกเลยที่ต้องพิจารณา คือ ตอนนี้กัญชามีผลประโยชน์อะไรต่อวงการแพทย์ไทยบ้าง? เห็นมีแต่รายงานเคสจากกัญชาเพิ่มขึ้น คุณหมอออกมาบ่นกันรายวัน จนถึงขนาดลงชื่อกันเป็นพัน ๆ คนต่อต้านนโยบายดังกล่าว ก่อนที่จะอ้างว่าจะเอากัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ จะต้องรู้ก่อนกว่าวงการแพทย์เขาต้องการอะไร เขาขาดแคลนยาหรือวิธีการรักษาอะไร และกัญชาสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้จริงหรือไม่ หรือรักษาโรคอะไรได้บ้าง การจะตอบคำถามนี้ได้ คนตอบควรจะต้องเป็นหมอ และการจะเป็นหมอได้ก็ต้องไปเรียนหมอให้จบและสอบใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ผ่านทั้ง 3 ขั้นตอนก่อน

นอกจากนี้ หมอวาโยยังให้ข้อมูลอีกว่า สถานการณ์กัญชาในประเทศไทยตอนนี้ถือว่ามีความเสรีมากที่สุดในโลก ประชาชนสามารถหาซื้อกัญชาได้ง่ายกว่าสุราและบุหรี่ เนื่องจากสุรายังมีช่วงเวลาที่ถูกจำกัดการขาย ส่วนบุหรี่นั้นก็ไม่สามารถวางแสดงผลิตภัณฑ์ได้ ณ จุดจำหน่าย

“แต่ที่น่าอนาถจิตอนาถใจที่สุด คือ เหล้ากับบุหรี่นี่คนขายไม่สามารถโฆษณาได้เลยนะ แต่ประเทศไทยตอนนี้นี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนำกระทรวงฯ ออกมาโปรโมตกัญชา นี่มันหนักกว่าเหล้าและบุหรี่อีก”

'สร้างอนาคตไทย' เรียกร้อง กกต.รีบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อความเท่าเทียมและพร้อมจะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

วันพุธที่ 28 กันยายน 2565 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ และนายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค เปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขตยานนาวา บางคอแหลม ซึ่งมีนายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่

นายสุรนันทน์ ได้กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานพรรค ไม่ใช่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ศูนย์ฯ จะต้องทำงานต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะเราตั้งใจเปิดศูนย์ฯ ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ พรรคสร้างอนาคตไทยได้มีชุดความคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความไม่ยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำทางการเมืองและสังคม และระหว่างพบปะประชาชน ก็ได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ที่นับวันจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงปัญหาชุมชนที่อยู่อาศัยที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พรรคฯ จะนำปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เข้าที่ประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด เรายืนยันว่า จะต่อต้านยาเสพติดทุกประเภท  และจะร่วมกันขจัดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทยทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย 

นายสุรนันทน์ ยังได้เรียกร้องไปยัง กกต. อีกด้วยว่า ถึงแม้จะออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ มามากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือควรรีบแบ่งเขตพื้นที่การเลือกตั้งทั้ง 400 เขตให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ผู้ที่ลงสมัครหน้าใหม่ก็จะเสียเปรียบเจ้าของพื้นที่เดิม เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้ว่าพื้นที่ของตัวเองมีขอบเขตแค่ไหน เพราะฉะนั้น กกต. จะต้องเร่งในเรื่องนี้ เพื่อที่ทุกคนจะได้มีโอกาสในการแนะนำตัวให้ประชาชนรู้จักอย่างเท่าเทียมกัน

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขู่ลั่น!! ถ้า 'ประยุทธ์' ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน

(28 ก.ย. 65) เฟซบุ๊กแฟนเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความว่า

ถ้าประยุทธ์ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน

#ประยุทธ์ออกไป

ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งกลุ่มที่ต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าหากวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งต่อไป จะมีการชุมนุมกันมากขึ้น


ที่มา : https://www.thaipost.net/x-cite-news/231017/

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=405924338392392&set=a.246480224336805&type=3

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐเตรียมพร้อมรับมือ 'ไต้ฝุ่นโนรู' แจง 9 ข้อรัฐควรรู้ พร้อมแนะ 5 แนวทางที่ต้องเตรียมการ

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐบาลตื่นรับมือพายุโนรูเข้าไทย เหตุฝนจะตกหนักเพิ่มน้ำนับแสนลูกบาศก์เมตร เขื่อนใหญ่ไม่พอรับน้ำ กระทบคนไทยครึ่งประเทศ แนะตั้งวอร์รูมต้องทำจริงจัง ประกาศหยุดราชการ เตรียมทหาร ตำรวจ ประจำการช่วยประชาชน

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคนแรกของประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องเตรียมการรับมือกับพายุโนรูที่จะสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลที่รัฐบาลควรรู้ ได้แก่

1.) พายุโนรูจะเป็นพายุโซนร้อนที่ใหญ่ที่สุดลูกหนึ่ง นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยเคยประสบมา 

2.) ขนาดของพายุลูกนี้ ครอบคลุมเนื้อที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รวมพื้นที่ทั้งหมดครึ่งหนึ่งของประเทศ หรือมากกว่า 250,000 ตารางกิโลเมตร

3.) ด้วยขนาดของพายุที่ครอบคลุมเนื้อที่ขนาดใหญ่ จะกระทบกับพี่น้องประชาชน 30-35 ล้านคน 

4.) พายุโนรูจะอยู่ในประเทศไทย 3-5 วัน โดยจะทำให้ฝนตกหนัก 100-300 มิลลิเมตรหรือมากกว่าในบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนที่สูงมาก

5.) ปริมาณฝนดังกล่าวจะเพิ่มน้ำท่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล 10 เขื่อน 

6.) แม้เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ จะมีความสามารถรับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร และระบบน้ำในภาคเหนือ รับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้พื้นที่ภาคกลางอิ่มตัวแล้ว ไม่มีความสามารถซึมน้ำได้อีก ดังนั้นปริมาณน้ำฝน 100,000 มิลลิเมตร จะมีน้ำเหลือไหลลงสู่ภาคกลาง 70,000-80,000 ลูกบาศก์เมตร และบางพื้นที่น้ำจะไหลบ่าลงมาในลักษณะหน้ากระดาน 

7.) พายุลูกนี้ เป็นพายุลูกที่ 16 แต่เป็นพายุที่ให้น้ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อผสมความชื้นในทะเลจีนตอนใต้ และมีร่องมรสุมในพาดผ่านตรงกลาง มีหน้าที่เป็นกับดักความชื้นที่ถูกป้อนจากมหาสมุทร รัฐบาลจึงต้องเร่งเตรียมการ 

8.) ปริมาณน้ำจากพายุโนรู จะไหลลงสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงเวลาเดียวกันกับน้ำทะเลขึ้นสูง ซึ่งยากต่อการระบายเป็นอย่างมาก

9.) เชื่อว่าจะมีพายุเข้ามาอีก 1-3 ลูก แต่ความรุนแรงน้อยกว่า

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องเตรียมการ 5 ข้อ ได้แก่

1.) ต้องเตรียมการเผชิญเหตุภายในอีก 24 ชั่วโมง โดยต้องทุ่มเทสรรพกำลังในการเผชิญเหตุใน 5 ข้อ
1.1. ตั้งหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล 
1.2. เรียกทหารประจำการกระจายไปในตำบล เพื่อช่วยเหลือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการเผชิญเหตุ
1.3. จัดเตรียมเครื่องมือในการเผชิญเหตุให้พร้อม เช่น เรือบด เชือก ฯลฯ
1.4. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น พื้นที่ราบ ควรใช้ทหาร ส่วนพื้นที่บนเขา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานและกรมป่าไม้ ประจำการในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ประชาชน
1.5. ตำรวจ ให้อยู่ในเมืองอย่างเดียว 

2.) เมื่อผ่านระยะ 3 วันไปแล้วจะเป็นระยะค้นหา ช่วยเหลือ 
2.1. เตรียมการอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อม เช่น เรือ เฮลิคอร์ปเตอร์ อุปกรณ์ให้กับกลุ่มงานทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น 

3.) ระยะการฟื้นฟู ต้องทำ 6 เรื่อง
3.1. นำบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาช่วย
3.2. นำบุคลากรด้านสาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือ รักษาโรคที่เกิดจากน้ำนิ่ง
3.3. ส่งของใช้อุปโภคบริโภคให้ประชาชน
3.4. ใช้โรงเรียนและวัดให้เป็นประโยชน์
3.5. นำทหารจากหน่วยช่าง เพื่อซ่อมแซมสาธารณประโยชน์
3.6. ให้กรมทางหลวงชนบทและกรมชลประทานซ่อมแซมสาธารณูปโภค

'บิ๊กป้อม' ฟุ้งคุย 'บิ๊กตู่' ทุกวัน บอก 'ดีใจ' หาก 'ประยุทธ์' กลับมา

(27 ก.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอธิรัช รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ยืนขนาบข้างด้วย 

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม สภาเครือข่ายประชาชนอีสานและสภาประชาชน 4 ภาค ที่ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ได้ขึ้นป้ายสนับสนุนบอกรักลุงป้อม  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่เห็นและไม่ได้ดู ส่วนที่มีการขึ้นป้ายรักลุงป้อมนั้นพล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ก็มีทั้งคนรักผมและคนที่เกลียดผม ซึ่งก็เป็นธรรมดามีทั้งรักมีทั้งเกลียดนั่นแหละ คนที่เกลียดก็เกลียดไปไม่ว่าอะไรหรอก" เมื่อถามย้ำว่าการปักหลักปิดถนนจะทำได้นานแค่ไหนเพราะส่งผลต่อการจราจรบริเวณโดยรอบและใกล้เคียงพลเอกประวิตรกล่าวว่า "เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว"

เมื่อถามว่าในวันที่ 30 ก.ย. นี้ มีข่าวว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว มีการเตรียมรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่า "ไม่มี ในรายงานด้านการข่าวก็ยังไม่มีรายงานอะไรเข้ามา ยืนยันว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังปกติดี"

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "อุ้ย! คุยทุกวันอยู่แล้ว" เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วงและกังวลอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่กังวลอะไรสักเรื่อง"

เมื่อถามว่าในวันที่ 30 ก.ย. จะนั่งรอฟังการวินิจฉัยวาระ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ที่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ตนก็ทำงานตามปกติ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำงานของท่านตามปกติ" เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "คุณต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ดีกว่า อย่ามาถามตน ยืนยันว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย คุยกันเรื่องส่วนตัว ตนจะไปคุยอะไรกัน"

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 30 ก.ย. นี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลยังสามารถทำงานต่อไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่มีอะไร" เมื่อถามย้ำว่าหลัง 30 ก.ย.รัฐบาลยังเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็เดินหน้า มันมีอย่างไรก็ทำอย่างนั้น"

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าประชุม ครม.ปกติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ประชุมอยู่แล้วทุกครั้ง โดยประชุมออนไลน์" เมื่อถามว่าคิดว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ผ่านไปด้วยดี ทุกอย่างปกติ ไม่มีอะไร เลือกตั้งก็ปกติทุกอย่าง แล้วไปเอาที่ไหนมาว่าจะไม่มี"

ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่ารัฐมนตรีที่ยืนข้าง ๆ ท่านพูด ทำให้นายชัยวุฒิที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยิ้มแหย ๆ ขณะที่นายสันติ และนายอธิรัฐ ได้หัวเราะ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรปรายตามองแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

30 ก.ย.นี้ 'คนจนหมดประเทศ' หรือ 'จนกันหมดประเทศ' ซัด!! รัฐปลื้มได้อย่างไรที่ยอดลงทะเบียนคนจนเพิ่มขึ้น?

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเหลืออีกไม่กี่วัน ก็จะถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 ถ้ายึดตามคำประกาศของรัฐบาล คนไทยจะหายจน คนจนจะหมดประเทศ ไม่รู้ว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพ้นไป กับคนไทยจะหายจน อะไรจะเกิดขึ้นได้จริงก่อนกัน IMF ออกมาเตือนเศรษฐกิจโลกถดถอย เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น 

นอกเหนือจากผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และ จีนกับไต้หวัน ปัญหาคู่ค้าสหรัฐฯ-จีน เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้เกิดความผันผวน หลายปัจจัยที่มีผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2565 นับเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า ปัญหาเงินเฟ้อที่ทุบค่าครองชีพคนไทย รัฐบาลพาประชาชนประคองตัวให้รอดก็ยากมากแล้ว ประกาศหลายรอบจะทำคนจนหมดประเทศ แต่ยิ่งประกาศคนจนยิ่งเพิ่มขึ้น จากจำนวนคนจน 6 ล้านคน พุ่งขึ้นเป็น 20 ล้านคน แทนที่จะยอมรับว่าเป็นความล้มเหลวรุนแรง รัฐบาลกลับดีใจที่มีคนมาลงทะเบียนคนจนเพิ่มขึ้น นี่ถ้ามีคนลงทะเบียนคนจนทั้งประเทศ จะไม่เฉลิมฉลองใหญ่โตกันเลยหรือ ที่ประกาศหลายรอบ 30 กันยาฯ คนจนหมดประเทศ หรือจนกันหมดทั้งประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top