Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'บิ๊กป้อม’ ชม ‘ครอบครัวสามะ’ อบรมลูกเยี่ยม หลังพาเหรดคว้ารางวัลยิ่งใหญ่โลกอิสลาม

'บิ๊กป้อม’ ปลื้มครอบครัวสามะ ในนามคนไทย ที่สอนอบรมลูก 3 คน คว้ารางวัลยิ่งใหญ่โลกอิสลาม ขอช่วยเป็นครูเผยแพร่สิ่งดีงามถูกต้อง 3 จชต.

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับครอบครัว สามะ ณ ห้องรับรอง ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ที่ฝึกสอนอบรมบุตรหลานเป็นอย่างดี ตามหลักการศาสนาได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในหลายรายการสำคัญ

'สุทิน' แนะ 'ประยุทธ์' ควรเสียสละได้แล้ว หากได้อยู่ต่อ เกิด 'วิกฤตการเมือง' แน่นอน

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 65) เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการนัดหมายของฝ่ายค้านเพื่อรอลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ปมนายกรัฐมนตรี 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เราไม่ได้มีการนัดหมายอะไรกันเป็นพิเศษ แต่ใครมาสะดวกก็มาพบกันในเวลา 14.00 น. วันนี้ ที่ห้องผู้นำฝ่ายค้าน และหลังคำวินิจฉัยออกมาแล้วก็จะมีการหารือกันเพื่อกำหนดท่าทีกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป โดยฝ่ายค้านจะฟังคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ไม่ว่าจะออกมาแนวทางใด ก็เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอธิบายเพื่อให้สิ้นกระแสความ หากอธิบายได้ดีมีเหตุผล เราก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้ายังมีข้อที่ยังคาใจสังคม เราก็จะพิจารณาดูว่าในเชิงวิชาการเราจะแสดงอะไรให้เป็นบรรทัดฐานในอนาคตเพื่อให้มีการพูดถึงและแสดงความคิดเห็นบ้าง ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นจะอยู่ในกรอบที่เรายอมรับและไม่ละเมิดต่อศาล

“ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่ธุระที่ส.ส.จะต้องมาเขียนคำร้องแล้วยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่ธุระที่ประชาชนจะต้องมาตึงเครียดจนถึงระดับว่าต้องมาพูดเรื่องรัฐประหาร หรืออาจจะไม่มีเลือกตั้ง ความจริงเรื่องนี้ผมเตือนมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์คนเดียวเท่านั้นที่จะเสียสละ ถ้าตัดสินใจตั้งแต่ก่อนวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา บ้านเมืองก็จะไม่ต้องเดินมาถึงจุดนี้ และยิ่งเกิดอะไรขึ้นจากวิกฤตครั้งนี้คนที่จะต้องรับผิดชอบคือพล.อ.ประยุทธ์ที่นำประเทศมาถึงจุดนี้โดยไม่จำเป็น ไม่ควรทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เสียสละคนเดียวจบ นับเลข 1 ถึง 8 คนเดียวจบ นี่คือกรรมของคนไทยที่ผู้นำประเทศเหนียวเก้าอี้มากเกินไป จึงทำให้ประเทศชาติไปสู่ปัญหา ถ้าลดการติดยึดบ้าง ผมว่าบ้านเมืองไม่วิกฤต และไม่ควรมีวันนี้” นายสุทิน กล่าว

'บิ๊กตู่' ทำบุญใส่บาตรพระ ก่อนเข้าทำงานตามปกติ กล่าวขอบคุณ บรรดา 'รมต.-นักการเมือง' ที่ส่งกำลังใจให้

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 30 ก.ย.ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี 

โดยในช่วงเช้าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำบุญตักบาตรตามปกติที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) เหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ก่อนที่เวลา 09.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะรมว.กลาโหม 

โดยบรรยากาศที่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในกระทรวงกลาโหม ทำให้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศต้องปักหลักเก็บบรรยากาศด้านหน้าทางเข้ากระทรวงกลาโหมอย่างคึกคัก  

‘บิ๊กป้อม’ หนุน ‘กองทุนดีอี’ พัฒนาปท.ด้วยดิจิทัล ยกระดับบริการ 5G ต่อยอดสู่เมืองอัจฉริยะ

พล.อ.ประวิตร นั่งหัวโต๊ะประชุมกองทุนดีอี ผลักดันโครงการ ต่อยอด 5G เพื่อส่งเสริม ศก./สังคม อนุมัติ โครงการสำคัญ มุ่งเน้น บริการปชช./ส่งเสริมการศึกษา และรองรับการพัฒนาประเทศ ตามนโยบายรัฐบาล

เมื่อ (29 ก.ย. 65) เวลา 14.30 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่4 /2565  ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการดำเนินงานของกองทุนตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน และบริการเพื่อสังคมปี60-64 ซึ่งมี 2 กิจกรรม ได้แก่ การจัดให้มีศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ จำนวน 1,722 ศูนย์ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศประกวดราคาจ้าง และการพัฒนาระบบจัดการศูนย์ดิจิตอลชุมชน และงานบำรุงรักษา 5ปี อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ TOR 

ศาลรธน. ประกาศ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ มีผล 1 ทุ่มคืนนี้ หวั่นเกิดเหตุไม่สงบ ปมวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี

ด่วน! ศาล รธน. ออกประกาศ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ มีผล 1 ทุ่มคืนนี้-6 โมงเช้าวันจันทร์ หลังฝ่ายความมั่นคงประเมินความเสี่ยงเกิดความไม่สงบ ปมวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี

วันที่ (29 กันยายน 2565) นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ลงนามประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง อาณาบริเวณ หรือพื้นที่ที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย โดยระบุว่า

ตามที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติกรณีรับคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ และออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในเวลา 15.00 น.

ทางหน่วยงานความมั่นคงได้แจ้งต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า จะมีสถานการณ์ที่มีสิ่งบอกเหตุ หรือข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยและความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น

'ธันวา' สวน ศรีสุวรรณ 'สร้างอนาคตไทย' เล่นตามกติกา ขออย่าเลือกปฏิบัติ หากจะตรวจสอบควรทั่วถึง

นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟสบุ๊กสวนกลับนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กรณีไปยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคสร้างอนาคตไทย โดยกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการหาเสียง ปี 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมาได้กำหนดไว้ โดยระบุว่า การที่นายศรีสุวรรณจะดำเนินการฟ้องร้องพรรคใดนั้นก็ถือเป็นสิทธิของนายศรีสุวรรณ แต่การที่พรรคสร้างอนาคตไทยเอาป้ายใหญ่ซึ่งมีขนาดเกินที่กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวลงตั้งแต่ก่อนเริ่มนับกรอบเวลา 180 วันนั้น พรรคได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าเราพร้อมทำตามกฎหมาย

ส่วนกรณีตามที่ถูกยื่นร้อง ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นป้ายของผู้เสนอตัวลงสมัครในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีแถวบ้านนายศรีสุวรรณ ตนได้ตรวจสอบแล้วได้ข้อเท็จจริง ดังนี้

เปิด 20 ผลงาน 'รัฐบาลลุงตู่' 8 ปีที่พัฒนา 'ภาคกลาง'

ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปคุณภาพชีวิตในชุมชน แก้ไขปัญหาสะสมเรื่องความไม่สงบในประเทศ ออกมาตรการทางเศรษฐกิจ มีการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  มารดาประชารัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการชิมช็อปใช้ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนจับต้องได้ทั้งสิ้น และคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนไทยทุกคน

ในส่วนภาคกลาง มีการประกาศระเบียงเศรษฐกิจภาคกลาง-ตะวันตก ประกอบด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันการลงทุนของภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกและตะวันตก และภาคตะวันตกกับภาคใต้ตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน

เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปอาการเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยสามารถพัฒนาศักยภาพในการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  มีโครงการที่สามารถจับต้องและเอื้อประโยชน์ต่อชาวภาคกลางดังนี้

1. โครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหาคร เพื่อขยายโครงข่ายทางพิเศษไปทางตะวันตกของ กทม

2. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา

3. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี

4. โครงการก่อสร้างทางหลวงชนบท สาย ฉ และ ค ผังเมือง รวมเมืองชัยนาท จ.ชัยนาท 

5. โครงการถนนสาย ค ผังเมืองรวมเมืองนครสวรรค์ (บริเวณถนนมหาเทพ) 

6. โครงการขยายถนนราชพฤกษ์ระยะที่ 2 (ตอนที่ 2) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 - คลองมหาสวัสดิ์)

7. โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์ – ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ - ใต้) ตอน NS1

'สมคิด' ชี้!! ผลเลือกตั้งท้องถิ่นสะท้อนความรู้สึกปชช. มั่นใจ!! 'เพื่อไทยแลนด์สไลด์' เหตุปชช. เบื่อรัฐบาล

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงาน พรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงผลการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดที่ผ่านมา พบว่าประชาชนตอบรับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยเกินกว่าที่คาดหมายไว้ สะท้อนว่าประชาชนส่งสัญญาณถึงรัฐบาล ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาทั้ง 3 แห่ง คือ กรุงเทพมหานครหรือ ส.ก. ที่พรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะได้มากกว่า 20 เขตในกรุงเทพ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และล่าสุดเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้ง 3 แห่ง ประชาชนออกมาลงคะแนนเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ตอกย้ำว่าประชาชนเบื่อรัฐบาลนี้เต็มทีแล้ว

'อนุสรณ์' ชี้ กฎเหล็กกกต. ห้ามสร้างความเหลื่อมล้ำ ต้องบังคับใช้อย่าง 'เท่าเทียม - เที่ยงธรรม'

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ประชาชนจับตามองกฎเหล็กของ กกต. จะบังคับใช้อย่างเสมอภาค และเป็นธรรมกับพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกพรรคหรือไม่ ว่า หลังกฎเหล็กกกต.มีผลบังคับใช้ ก็ถูกทดสอบทันที โดยเฉพาะการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประเด็นตั้งแต่การทำป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร โดยป้ายดังกล่าวยังเกินขนาด และมีภาพว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 6 เขตของพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนตั้งคำถามว่าเจตนาให้เป็นการหาเสียงแฝงหรือไม่ การแจกสิ่งของ การโปรยทาน หรือการสัญญาว่าจะให้ ล้วนแต่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เข้าข่ายทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าสิ่งเหล่านี้ฝ่ายรัฐบาลทำได้ทั้งหมด แล้วฝ่ายค้านไม่สามารถทำได้เลย จะเกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร

“อย่าลืมว่า แม้วันนี้ฝ่ายรัฐบาลจะสวมหมวกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แต่หมวกอีกใบที่ใส่ซ้อนทับลงไปคือการเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. กฎเหล็ก กกต.ต้องไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเพิ่ม หรือไม่สร้างปัญหา จนทำให้การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่สามารถเกิดขึ้นได้” นายอนุสรณ์ กล่าว

‘หมอวรงค์’ เชื่อ เลือกตั้งครั้งหน้า ‘เพื่อไทย (ไม่) แลนด์สไลด์’

จากเพจเฟซบุ๊ก ‘การเมือง Kanmuang’ ได้นำเสนอสัมภาษณ์พิเศษ: ‘หมอวรงค์’ เชื่อมั่นเลือกตั้งครั้งหน้า ‘เพื่อไทย(ไม่)แลนด์สไลด์’ 

โดยนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้กล่าวถึงประเด็น ‘เพื่อไทยแลนด์สไลด์’ หลังจากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งซ่อม นายก อบจ. ร้อยเอ็ด โดยชนะขาดแบบแลนด์สไลด์ ได้คะแนนไป 287,182 คะแนน ว่า... 

พรรคไทยภักดีไม่คิดจะสู้กับพรรคอื่น แต่ต้องสู้กับตัวเอง แต่หากกล่าวถึง ‘แลนด์สไลด์’ ถ้าตอบด้วยหลักที่ถูกต้อง เรื่องกติกายังไม่ชัดในตอนนี้ ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน แต่ถ้าตอบอีกมิติหนึ่ง แลนด์สไลด์เมื่อปี 48 พรรคไทยรักไทยได้ 377 เสียง ตอนของคุณยิ่งลักษณ์ได้ 265 เสียง ต้องบอกว่าขณะนั้นมีการแข่งขันแค่ 2 พรรคไม่เลือกฝั่งซ้ายก็ขวา มันจะวนอยู่แค่นี้ แต่รอบนี้คู่แข่งเยอะ สุดท้ายแล้วอาจจะมีข้อจำกัดเพราะตัวเลือกมีมากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top