Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ปม 'ถือหุ้น-เป็นเจ้าของ' หจก.บุรีเจริญ

(3 มี.ค.66) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมปรึกษาคดี กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบ มาตรา 187 หรือไม่

ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน 54 คน ยื่นคําร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และเจ้าของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง ซึ่งจะทําให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน

เป็นการกระทําอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 มาตรา 4 (1) เป็นเหตุให้ ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคําร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ผลการพิจารณา

‘เศรษฐา’ นำทีมหารือ 'สมาคมหอการค้าไทย-จีน' ชี้!! รบ.เพื่อไทย พร้อมหนุนการค้าไทย-จีน ทุกมิติ

(3 มี.ค. 66) ที่อาคารหอการค้าไทย-จีน พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม., นายดนุพร ปุณณกันต์ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และนายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค เข้าพบปะนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานสมาคมไทยจีน และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจ การค้า

โดยนายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรมีมาตรการด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการแก้ไขเรื่องแรงงานดึงคนไทยกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมถึงมีมาตรการส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี มาตรการควบคุมราคาสินค้าเพื่อดูแลค่าครองชีพ อีกทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น

ด้านนายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นงานแรกที่ตนมาในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ครั้งนี้ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน มีความผูกพันในเชิงพาณิชย์ เรามีการนำเข้าส่งออกเยอะมาก คนไทยส่วนมากก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนมีความผูกพันเป็นคู่ค้าไทยมาอย่างนาน อีกไม่นานก็จะถึงการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ซึ่งพรรค เพื่อไทยเป็นสถาบันที่ผูกพันกับสมาคมนี้มาอย่างนาน นโยบายที่ออกมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทยโดนใจประชาชนมาตลอด ซึ่งเราจะให้ความสำคัญกับนโยบายการค้าระหว่างประเทศสูงสุด

‘ศาลรธน.’ มีมติเอกฉันท์ สูตรคำนวน ส.ส ชี้ ไม่นับรวมต่างด้าว ต้องรื้อแบ่งเขตใหม่

วุ่น! กกต.ต้องแบ่งเขตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ชี้คำนวณจำนวนส.ส.แต่ละจังหวัด-แบ่งเขต ไม่ต้องนับรวมผู้ไม่มีสัญชาติไทย

วันนี้ (3 มี.ค. 66) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่าการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 86 (1) ซึ่งกำหนดให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร์ที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งนั้นคำว่า 'ราษฎร' ไม่หมายรวมถึงผู้ไม่ได้สัญชาติไทยโดยให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลตั้งแต่วันนี้ (3มี.ค.) เป็นต้นไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 76 วรรคหนึ่งและวรรคสาม และไม่มีผลย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้งส.ส. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเป็นสืบเนื่องมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของกกตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง(2) ว่าการคิดคำนวณจำนวนส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมีโดยนำจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรตามที่สำนักทะเบียนกลางประกาศณวันที่ 31 ธ.ค. ของปีที่ล่วงมามาใช้ในการคิดคำนวณจำนวนส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ถูกต้องหรือไม่

‘บิ๊กป้อม’ นำทีมประชุม ขับเคลื่อน ‘เมืองอัจฉริยะ’ ทุ่มงบฯ ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ กลับพัฒนาบ้านเกิด

(3 มี.ค. 66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ผ่านระบบ VTC ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อเร่งขับเคลื่อนกลไกส่งเสริมการพัฒนาเมืองด้วยเทคโนโลยี

โดยที่ประชุม เห็นชอบ กรอบคำของบประมาณปี 67 ตามหมุดหมายที่ 8 ให้ไทย มีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะ ( Smart City ) ที่น่าอยู่ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืนจำนวน 53 โครงการจาก 30 จว.และ 11 กลุ่ม จว. โดยให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สภาพัฒน์ฯ และสำนักงบประมาณ ร่วมพิจารณากลั่นกรองโครงการโดยมุ่งเป้าหมาย พร้อมทั้งเห็นชอบ โครงการทูตเยาวชนพัฒนาเมือง เพื่อส่งเสริมสายอาชีพใหม่ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในภูมิภาค โดยเป็นการสร้างโอกาสและความต่อเนื่องให้เกิดสายอาชีพ 'นักดิจิทัลพัฒนาเมือง' ในหน่วยงานตัวแทนเมือง 200 คน และ นศ.จบใหม่ 200 คน เพื่อกลับไปพัฒนาพื้นที่เป้าหมายที่เป็นบ้านเกิด

‘พรรคเพื่อไทย’ รวมพลมือฉมัง ตั้ง ‘ทีมเศรษฐกิจ’ ชู ‘หมอพรหมินทร์’ นั่งประธาน ‘เศรษฐา’ ที่ปรึกษา

(3 มี.ค. 66) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ โดยมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นประธาน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นรองประธาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจด้านต่างๆ ได้แก่ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบาย 3 นายกรัฐมนตรี, นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ, นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้า และที่ปรึกษานายกด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศมาร่วมเป็นที่ปรึกษา

ด้าน นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังการระบาดของโรคโควิด-19 และภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตลอดจนสงครามเศรษฐกิจจีน-สหรัฐอเมริกา ส่งผลทำให้ประชาชนไทยทุกข์ยากต่อเนื่องมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นความท้าทายของพรรคการเมืองที่จะนำพาประเทศและประชาชนฝ่าพ้นวิกฤตครั้งนี้ให้จงได้ พรรคเพื่อไทย จึงได้เชิญบุคคลผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศในด้านต่างๆ มาให้คำปรึกษา และร่วมเป็นกรรมการ โดยคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรคจะเป็นแกนกลางในการระดมความรู้ ความสามารถและความร่วมมือในการกอบกู้เศรษฐกิจของเราต่อไป เราจะบริหารให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

‘ไทยสร้างไทย’ ตามรอย ‘ชัยวุฒิ’ หนุน!! บุหรี่ไฟฟ้าถูกกม.ตามกระแสโลก

วันนี้สังคมมุมหนึ่งมีการคัดค้านต้านบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย แต่สังคมอีกมุมหนึ่งก็มองว่าควรผลักดันให้ถูกให้ควร เพราะมวลสารแห่งสาระสำคัญ มีผลประโยชน์ต่อองค์กรรวมมากกว่าผลเสีย

จากรายงานเรื่อง E-cigarettes: an evidence update จัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่าผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป ส่งผลกระทบด้านสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปร้อยละ 95 พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากมีหลักฐานผู้เลิกบุหรี่ได้ในกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอัตราที่สูง

นั่นคือผลดีในเชิงของสุขภาพที่ถูกนำมาตีแผ่ แม้จะมีข้อมูลอีกฟากฝั่งที่มักมองว่า บุหรี่ไฟฟ้า ก็ยังเป็นควันภัยที่ยากเกินจะยอมรับ และแฝงด้วยโทษในเชิงวิทยาศาสตร์มากกว่าบุหรี่มวนทั่วไปเสียอีก

กระแสอันร้อนแรงระหว่างกลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และผู้ต่อต้านแรงขึ้น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เดินหน้าหนุนดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้าระบบให้เป็นสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม เพราะมองผลระยะยาวในเชิงที่สามารถลดอันตรายให้กับนักสูบที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบมีช่องทางรายได้ใหม่จากการป้อนผลผลิตให้โรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งปิดช่องภาษีรั่วไหลจากการลักลอบนำเข้า

“เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำลังดูว่ามีประเด็นติดขัดเรื่องอะไรบ้าง เนื่องจากมองว่าหากทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายได้จะสามารถลดอันตรายให้กับผู้สูบ เพราะบางคนไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แม้จะมีการรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังมีจำนวนผู้สูบบุหรี่อีกเกือบ10 ล้านคน” นายชัยวุฒิกล่าว

รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าวอีกว่า “ตอนนี้ผมจะรวบรวมข้อมูล นำไปประสานผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและทบทวนแนวคิด หาแนวทางขับเคลื่อนเพื่อทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพราะปัจจุบันทั้ง อย.สหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น ยอมรับให้ใช้แล้ว ดังนั้นเราต้องไปศึกษาต่อไปว่าข้อติดขัดอยู่ที่ภาคส่วนใด อย่างเช่น ในเรื่องใบอนุญาตให้ใช้ การขาย การผลิต เพราะจากที่ศึกษาเบื้องต้นในแง่กฎหมายน่าจะใช้ พ.ร.บ.ยาสูบฯ ควบคุมให้เข้ามาอยู่ในระบบได้อยู่แล้ว คงต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ”

สำหรับเหตุผลที่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพราะเครื่องยาสูบที่เป็นไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบัน 67 ประเทศทั่วโลกมีการยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, จีน แม้แต่มาเลเซีย เพราะถือว่าเป็นยาสูบที่มีความอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง โดยบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารพิษน้อยกว่า ขณะที่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับ

“หลายประเทศยอมรับว่า หากเรามีบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถลดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้มากกว่า เรื่องนี้ผมขอศึกษาข้อกฎหมายก่อน นอกจากนี้ ปัจจุบันทราบว่าโรงงานยาสูบและผู้ปลูกยาสูบเองก็มีรายได้ลดลง เนื่องจากคนนิยมไปสูบบุหรี่นำเข้า หรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามา ดังนั้น ถ้าเราสามารถเอายาสูบที่ปลูกในประเทศมาผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้ จะสามารถแก้ปัญหาให้กับโรงงานยาสูบและเกษตรกรได้ รวมทั้งส่งออกได้ด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว

พร้อมทั้งย้ำว่า การดึงสินค้าในกลุ่มบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบ เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้น อยู่ที่ว่าประเทศไทยและผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง จะสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันสินค้านี้มีขายกันใต้ดินและทางออนไลน์ 

ดังนั้นถ้าไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีก็จะเกิดปัญหาภายในประเทศ และเสียหายในอนาคตได้ ทั้งในเรื่องการลักลอบจำหน่าย การสูญเสียรายได้จากภาษี การสูญเสียโอกาสและกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบชาวไทยและการลดผลกระทบต่อสุขภาพของนักสูบชาวไทยที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้

ในขณะที่นโยบายการสนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายโดยรัฐมนตรีดีอีเอสเริ่มกระจายเป็นข่าวใหญ่ ด้าน นายเจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ก็ดูเหมือนจะหยิบยกกรณีบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ออกมาร่วมตีแผ่ด้วยเช่นกัน 

“แม้จะมีการระบุเรื่องการห้ามจำหน่ายและนำเข้าก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติจะพบว่าเมื่อเดินไปตามแหล่งท่องเที่ยวก็ยังคงมีวางขายกันอย่างเปิดเผย และปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้มีตำรวจเรียกรับผลประโยชน์กับพ่อค้าแม่ค้าแลกกับการ มองข้ามในเรื่องเหล่านี้ ถ้าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังนิ่งเฉย ไม่ยอมปรับแก้กฎหมายให้สามารถขายได้ ประเทศจะสูญเสียรายได้แทนที่จะเก็บภาษีเกี่ยวกับธุรกิจนี้ได้ถูกต้อง กลับการเป็นการจ่ายใต้โต๊ะให้คนไม่กี่คนที่มีอำนาจจับกุม สุดท้ายเงินก็กลายเป็นส่วยใต้โต๊ะที่ไม่จบสิ้นอยู่ดี”

‘กรณ์’ กรีดกลับ ‘ชวน’ ปมกล่าวหา ส.ส.ย้ายพรรคคบไม่ได้ แจงเหตุออกเพราะปชป.เปลี่ยนไป หาใช่ต้องการเงิน - ตำแหน่ง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ให้สัมภาษณ์ถึง ส.ส.ที่ย้ายพรรค ว่าเป็นพวกที่เอาเปรียบ - คบไม่ได้ โดยนายกรณ์ระบุข้อความว่า

เขียนตอบท่านชวน ด้วยความเคารพ

ผมออกมาจากประชาธิปัตย์ 3 ปี ผมไม่เคยพูดให้ร้ายพรรคเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมออกเพราะอยากไปทำงานตามที่ตั้งใจ และสำหรับผมประชาธิปัตย์เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม

การลาออกของคนประชาธิปัตย์มีเหตุผลต่างกัน ผมพูดแทนเขาไม่ได้ แต่ในส่วนของผมนั้น ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่ท่านชวนกล่าวถึงในคลิป https://youtu.be/s0GpJaj7lUw ไม่ว่าจะเรื่องเงินหรือตำแหน่ง ยิ่งประชาธิปัตย์ยุคนี้แล้วเรื่องเงินยิ่งไม่เป็นปัญหา ส่วนตำแหน่งก็มีมากมายเพราะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล

ผมสัมภาษณ์หลายครั้งว่า ผมได้เคยทำงานให้บ้านเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีคลังมาแล้ว ซึ่งสำหรับผมถือเป็นการทำงานที่ตรงต่อความฝันทางการเมือง ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจผมได้ทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้นายกรัฐมนตรี และรองนายกฯเศรษฐกิจ (คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ดังนั้นความฝันทางการเมืองของผมวันนี้ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง แต่คือโอกาสสร้างพรรคที่ตรงกับอุดมการณ์ของผม และการส่งเสริมนักการเมืองรุ่นใหม่ให้มีโอกาสได้ทำงาน

สะเทือนแลนด์สไลด์!! อดีต ส.ส.เพื่อไทย เปิดใจเหตุย้ายพรรคร่วมงาน 'ลุงป้อม' เชื่อ!! เป็นผู้นำเชื่อมทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง

(2 มี.ค. 66) นายบัลลังก์ อรรณนพพร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ และอดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่า เหตุผลที่ตนตัดสินใจมาร่วมงานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากนโยบายของพรรค ที่เข้าถึงประชาชน อย่างเช่น บัตรประชารัฐ ที่จะนำเงิน 700 บาทต่อเดือนสู่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงไปนโยบายการปฏิรูประบบที่ดิน คืนที่ทำกินให้ประชาชน โดย เร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทุกประเภท เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ก็เป็นประโยชน์อย่างมากกับชาวอีสาน เพราะส่วนใหญ่มักจะถือครองที่ดิน ส.ป.ก. และอีกนโยบายหลักที่สำคัญมาก ๆ คือ การก้าวข้าวความขัดแย้ง

นายบัลลังก์ กล่าวว่า การบริหารประเทศของพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร ถือว่าได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านปากท้องของประชาชนซึ่งตนในฐานะ ส.ส.เขต ทำงานกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิดเชื่อว่า นโยบายของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถเข้าถึงประชาชนได้แน่นอน

"ผมจะนำนโยบายไปประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ให้ประชาชนทุกคนเข้าใจในนโยบายของพรรค ในพื้นที่ภาคอีสาน ต้องยอมรับความการประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคการเมืองอื่น ที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ยังไม่สามารถเข้าถึงชาวอีสานได้ ผมก็จะเป็นตัวกลางประสานงานกับชาวบ้าน เพื่อทำความเข้าใจกัน หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า"จับเข่าคุยกัน"นายบัลลังก์ กล่าว

อย่าเกลียดทหาร!! ‘บิ๊กตู่’ ลง ‘หนองบัวลำภู’ ยัน!! ไม่ได้มาหาเสียง  อ้อน!! อย่าเกลียดทหาร มีปัญหาพวกเขาช่วยเสมอ

(2 มี.ค.66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางถึงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดหนองบัวลำภู ในระยะเร่งด่วน 3 เดือน (หนองบัวลำภูต้นแบบสีขาวปลอดยาเสพติด) 

ต่อมานายกฯ ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาส ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก. 4-31 ก.) สำหรับใช้ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์แห่งใหม่ ให้แก่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ 

จากนั้นก่อนนายกฯ กล่าวพบปะประชาชน โดยเหมือนเช่นเคยมีการฉายวีดีทัศน์ผลงานรัฐบาลที่ผ่านมา โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้มาเยือนอีกครั้งนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2565 เป็นความสูญเสีย สะเทือนใจของคนไทยทุกคน เราได้ประจักษ์แล้วว่ายาเสพติดเป็นต้นตอสำคัญในเรื่องความรุนแรง นอกจากสุขภาพแล้ว และครั้งที่แล้วที่เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนนึกถึงพระเมตตาพระมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่มอบขวัญกำลังใจให้ทุกคนวันนี้สถานการณ์ผ่านมาแล้ว 3 เดือน ตนได้สั่งการชัดเจนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาบูรณาการจะทำอย่างไร ช่วยแก้ปัญหา รวมถึงทำอย่างไรให้เกิดการประสานงานบูรณาการกันไปสู่เป้าหมาย เป็นจังหวัดที่ปลอดยาเสพติด มันจะเป็นแม่แบบต้นแบบต่อไป ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าวันนี้ปัญหายาเสพติดเรามีมากพอสมควร ทั้งนี้เกิดจากปริมาณมากขึ้น ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อะไรหลายอย่างทั้งกดดันและอยากลองไม่มีความสุข ไม่สบายใจ ความขัดแย้งอะไรก็แล้วแต่ เมื่อไม่มีความสุข ก็หาทางออก ไม่รู้อะไรก็ต้องลองเสพยา 

“พอเสร็จก็ติดอย่างที่เรียกว่าดีมานด์ คือความต้องการเกิดขึ้น ย่อมมีซัพพลายแหล่งผลิต แหล่งจำหน่ายก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำหน่ายวันนี้ เราได้มีการจับกุมดำเนินคดีจำนวนมาก ตนได้กำชับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะแนวชายแดน จับได้หลายสิบล้าน จะเห็นว่ายังมีความต้องการสูงในประเทศไทย ทำอย่างไรจะลดปริมาณความต้องการนี้ให้ได้ ต้องนึกถึงยาจะมาถึงเรามาอย่างไรสกปรกหรือไม่ ต้องสร้างการรับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้โสโครก หลายอย่างเกิดเหตุการณ์ เราคาดไม่ถึงหรืออาจจะระวังน้อยเกินไป” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมุ่งเน้น 3 ระดับด้วยกันคือการป้องปราม ป้องกันและปราบปราม อันสุดท้ายคือการบำบัดฟื้นฟู สิ่งสำคัญต้องแยกเป้าหมายให้เจอเป้าหมายสีเขียว สีส้ม และสีแดงจะต้องมีมาตรการเฉพาะจะทำอย่างไรหลายอย่างใช้หน่วยงานตามกฎหมายและใช้สังคมชุมชนช่วยกันดูแล การบำบัด ต้องช่วยกันดู ช่วยกันแจ้ง มีหลายช่องทาง แต่ถ้าแจ้งแล้วไม่มีใครมาดูมาแก้ไขให้แจ้งมาที่นายกรัฐมนตรี ฉะนั้นการใช้งบประมาณจึงมีความสำคัญรัฐบาลมุ่งเน้นการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าและประหยัด มีหลายอย่างที่จะต้องทำงบประมาณที่ใช้ตรงนี้ นายกรัฐมนตรีคิดตรงนี้ เพราะทุกคนคือชีวิต คือ คนไทย มีลูกหลาน พ่อ แม่ ปู่ ย่าตา ยายทุกคน ต้องรักครอบครัว อย่าลืมสังคมไทยครอบครัวไทยสังคมอันอบอุ่นใกล้ชิด ทั้งนี้ วันนี้เรามีความขัดแย้ง มีปัญหา มีอุปสรรคมากมาย แม้เราพยายามแก้ไขมาเรื่อยๆ เป็นระยะ แต่ทุกอย่างก็เกิด ขึ้นใหม่ๆ บางเรื่องไม่เคยเกิดก็เกิด ฉะนั้นนี่คือโลกในปัจจุบันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง โลกแห่งการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล โลกโซเชียล

นายกฯ กล่าวต่อว่า สารตั้งต้นยาเสพติดกำลังไล่อยู่ว่ามาตรงไหน ต้องลงโทษทั้งหมด ซึ่งมีกลวิธีหลายอย่าง สิ่งสำคัญคือเจ้าหน้าที่ทุกคน ถ้าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนลงโทษเด็ดขาด ถ้าทำดีสนับสนุนต่อไป ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของประชาชนเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสไม่ใช่นายกฯ พูดโครมครามก็ยังมีอยู่ ตนไม่ได้พูดถึงท่าน แต่พูดถึงคนเลว สังคมโลกเรามีทั้งคนดี คนเลวคนชั่ว ทำอย่างไรจะมีคนดีให้มากที่สุด มีคนชั่วให้น้อยที่สุด หรือไม่มีเลย เพราะอย่างนั้นเราถึงต้องร่วมมือกันทำต่อในเรื่องเหล่านี้ให้ได้ หลายเรื่องที่เราเผชิญปัญหา นอกจากยาเสพติดคือเรื่องการทุจริต พนันออนไลน์ การถูกหลอกลวงอะไรก็แล้วแต่ฉะนั้นอย่าไปเปิดมากโทรศัพท์ เล่นเกมนู่นนี่นั่นแล้วก็เสร็จเรียบร้อย ถ้ามีเบอร์โทรศัพท์ไม่รู้จัก ไม่ต้องรับ ไม่มีการลงทุนใดๆ ที่ทำให้มีรายได้สูงเป็นร้อยเท่า พันเท่า ไม่มีจริงๆ

ทั้งนี้ อย่าไปเชื่อในโลกออนไลน์เรื่องนี้เหมือนกันให้แจ้งมาจะได้ทำลายกระบวนการเครือข่าย เพราะเป็นอันตรายของประเทศไทย เราต้องสร้างการเรียนรู้ของเราให้มากยิ่งขึ้น ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทันกับคนชั่วพวกนี้เรื่องการทุจริตถ้าเราต่างคนต่างนิ่งเฉย ไม่คิด ของใครของมัน ไม่มีทางที่ประเทศใสสะอาด ตนพยายามทำด้วยตัวตนเองอยู่แล้ว ไม่ทุจริต เพราะตนเป็นผู้นำรัฐบาลฉะนั้นอยากให้ทุกคนช่วยกัน ทำตามแล้วสิ่งที่ท่านต้องการ ขาดเหลือรัฐบาล และตนรับจะต้องดูแลสิ่งที่รัฐบาล เพื่อพัฒนาประเทศ

“ขอบคุณที่อุตส่าห์มารับในวันนี้ ตั้งแต่เช้าพูดมากท้องขึ้นแล้ว เป็นนายกฯ พูดเยอะ ไม่พูดก็ไม่ได้ปัญหายาเสพติดมีความซับซ้อนบางทีมีใต้โต๊ะ ใต้อะไรอีกเยอะแยะ เขาเรียกว่าซับซ้อน ฉะนั้นวันนี้เราต้องแก้ไขปัญหาภายในประเทศของเรา สิ่งที่คาดหวังตอนนี้คือความร่วมมือ ร่วมใจในชุมชน ในหมู่บ้าน รักลูก อย่ารักในทางที่ผิด ผมให้เวลาไปแล้ว 3 เดือน เหลืออีก 1 เดือนจะต้องทำเป็นรูปธรรมให้เห็น ผมชอบพูดคำว่านะจ๊ะ เพราะมันรู้สึกใกล้ชิดกันดี ผมก็เป็นคนแบบนี้แหละ วันนี้ต้องทำต่อให้สำเร็จ ความสำเร็จวัดผมด้วยคนเหล่านี้ ต้องไม่มีในสังคม แต่ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จ ก็อย่าทำ กลับบ้านดีกว่าเสียเวลา อย่างไรก็ตาม ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)ดูแลในเรื่องของงบประมาณปราบปรามยาเสพติดด้วย” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า อย่าให้ใครมาทำลายสถาบันครอบครัว โดยเด็ดขาด ใครจะทำลายไม่ได้ ตนยอมไม่ได้ สังคมไทย สังคมพ่อแม่ ถ้าทำลายประเทศไทยจะไม่เหลืออะไรทั้งสิ้น เราจะอยู่แบบไร้กฎเกณฑ์กติกากันไม่ได้รามีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์นี่คือแกนนำของประเทศไทย ที่มีมายาวนานกว่าจะเป็นหนองบัวลำภูวันนี้ รู้หรือไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นมาในบ้านเรา กว่าจะสร้างพื้นแผ่นดินดีขึ้นมาแม้จะลำบากร้อน แต่เราก็ต้องมีที่ยืนเรื่องที่ดินทำกิน ทั้งนี้ รัฐบาลจะดูแลให้วันนี้ได้ทำทยอยมาหลายจังหวัด ซึ่งปัญหามีความซับซ้อนเยอะมากแต่ขอให้เข้าใจว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ เราต้องรู้จักว่าถ้าจะพัฒนาตัวเองเพื่อประเทศ ตนทำหน้าที่ของรัฐบาล ทุกรัฐบาลต้องทำหน้าที่สร้างความเท่าเทียมในทุกโอกาสให้กับทุกคน ตนต้องทำหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบในการทำงานทุกอย่าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สำเร็จวันข้างหน้าจะได้มีคนมาทำต่อทำให้ดีก็แล้วกัน ใครจะมา จะไปก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวเขาหาว่ามาหาเสียงอีก ตนไม่ได้มาหาเสียงอันนี้เป็นเรื่องของท่าน

อ้อนแล้วนะ!! ‘ลุงตู่’ ลงพื้นที่เมืองอุดรฯ ใกล้ชิดประชาชน หยอดลูกอ้อน!! "ถ้าไม่รักลุงตู่ แล้วจะไปรักแมวที่ไหน"

(2 มี.ค. 66) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (ศูนย์สามพร้าว) ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี ภายหลังเปิดโครงการสัมมนา บทบาทท้องถิ่นไทย  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบปะประชาชนชาวอุดรธานี ที่มาให้กำลังใจ พร้อมชูป้ายขอบคุณโครงการรัฐบาล ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เกษตรกร เช่น ‘ชาวอีสานรักลุงตู่’ ลุงตู่ซื่อสัตย์จริงใจไร้โกง ‘โคตรรักลุงตู่ ‘ใครด่าลุงกูด่ากลับ’ โดยเมื่อมาถึงได้ร่วมร้องเพลงรักกันไว้เถิด ร่วมกับชาวบ้านอย่างอารมณ์ดี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณชาวอุดรธานีว่า วันนี้มาตรวจราชการ ถือโอกาสมาพบปะชาวอุดร ฯ หลายเรื่องที่ขึ้นป้ายอยู่ ก็รับทราบ เป็นเรื่องที่รัฐบาล จะนำกลับไปพิจารณาดูแล

“วันนี้ยินดีที่ได้พบกันอีก บางคนเคยพบกันหลายครั้งแล้ว บางคนอาจจะยังไม่เคยเจอกัน ก็จะได้เจอวันนี้ เจอตัวตนนายกรัฐมนตรี”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับชาวบ้านว่า พวกเราอย่าเรียกตัวเองว่ารากหญ้าเราคือรากแก้วของแผ่นดิน คือรากแก้วของบ้านเมือง บ้านทุกหลังต้องมีโครงสร้างพื้นฐานมาจากเสาข้างล่าง จนมาเป็นคาน ถ้าข้างล่างไม่เข้มแข็ง ไม่แข็งแรงบ้านทั้งหลังก็จะทรุด ตนต้องการทำบ้านทั้งหลัง ให้เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ต้องใช้เวลาพอสมควร ต้องทำต่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของเรา ให้ได้ให้ทุกคนมีความสุข มีรายได้ที่เพียงพอ สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล มันมีทั้งข้อดีข้อเสีย มีทั้งวิกฤติและโอกาส แต่ถ้าพวกเรารักกันแบบนี้ วิกฤติจะหมดไป สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้หลายเรื่อง อยากให้พวกเราไปศึกษา หลายเรื่องไปดูเราได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งที่รัฐบาลทำ วันนี้เราทำทั้งโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟรางคู่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top