Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

อย่าโหนศพหาเสียง!! ‘นิพิฏฐ์’ โพสต์ฉะ ‘พิธา’ โหนคนเสื้อแดง แขวะแรง อย่ามารักแค่ตอนขึ้นเวทีปราศรัย

(6 มี.ค. 66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า…
.
เตือนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ด้วยความหวังดี

อ่านข่าว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวหาว่า พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ มีส่วนฆ่าคนเสื้อแดง ในปี 2553 ผมย้อนอายุไปตอนนั้น คุณพิธาเพิ่งอายุ 20 ปี ไม่ทราบว่าตอนนั้นคุณพิธาอยู่ที่ไหน ได้ร่วมกับกระบวนการคนเสื้อแดงหรือเปล่า หรือ เพิ่งมานอนบนซากศพคนเสื้อแดงในปีนี้ ตอนนี้แปลกคุณพิธา เกิดรักคนเสื้อแดงขึ้นมาจนน้ำลายไหล ไม่ทราบว่าเคยไปเยี่ยม ไปดูแล ครอบครัวเขาบ้างหรือเปล่า หรือ เพิ่งรักตอนขึ้นเวทีหาเสียง

คุณพิธา เป็นคนฉลาด แต่แปลกไม่พูดความจริง และไม่พูดให้คนฉลาด

 

วอนสังคมให้อภัย ‘อลงกรณ์’ ขอโทษสังคม ปม ‘ส.ส.ชัยชนะ’ ปราศรัยพลาดพลั้ง เชื่อ ‘ปชป.’ ได้บทเรียน พร้อมปรับรูปแบบการหาเสียงให้ดีขึ้น

(6 มี.ค. 66) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้ กรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวปราศรัยหาเสียงทางการเมืองในทำนองดูแคลนผู้สมัครจากพรรคการเมืองคู่แข่ง ว่าสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ไม่ได้จบการศึกษาจากต่างประเทศ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิติเตียน ถึงความไม่เหมาะสมในคำพูดและทัศนคติอย่างกว้างขวางว่า เข้าใจดีถึงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยและการตำหนิติเตียนต่อคำปราศรัยดังกล่าวซึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกันและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนราคาแพงทั้งของ ส.ส.ชัยชนะและพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งต้องขอโทษและขออภัยมา ณ โอกาสนี้

“ความผิดพลาดในการปราศรัยบนเวทีการเมืองมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว รู้สำนึกหรือไม่ และจะแก้ไขอย่างไร สำหรับ ส.ส.ชัยชนะ รู้ถึงความผิดพลาดโดยสำนึกผิด แถลงขอโทษต่อสังคม และขอขมาต่อมหาวิทยาลัยทักษิณทันที ซึ่งแสดงถึงความรู้ผิดชอบชั่วดี ผิดพลาดแล้วแก้ไข

ฝ่ายค้าน เดินหน้าล่าชื่อขยี้ซ้ำ จ่อยื่นศาล เพิ่มตัดสิทธิเลือกตั้ง

ฝ่ายค้านคึก! ล่าชื่อส่งศาล รธน.วินิจฉัย ‘ศักดิ์สยาม’ เพิ่มอีกหนึ่งคำร้องใหม่ หลังเคยยื่นแล้วโดนสภาฯ ตีกลับ รอบนี้มีตัดสิทธิลงเลือกตั้ง

(6 มี.ค. 66) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีเรื่อง หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จนนำมาสู่การยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลได้มีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่การเป็น รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้ทำการติดต่อพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน โดยฝ่ายค้านเห็นว่า ควรจะมีการล่าชื่อส.ส.ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีของนายศักดิ์สยาม อีกหนึ่งคำร้องเพิ่มเติม โดยเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของ นายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลง และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กรณีอาจละเมิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 (บทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี)

“การยื่นคำร้องดังกล่าว ต้องมี ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมลงชื่อด้วยขั้นต่ำหนึ่งในสิบของจำนวน ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตอนนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบยอดตัวเลข ส.ส.ปัจจุบัน พบว่า หนึ่งในสิบก็คือ สี่สิบคน ในการร่วมลงชื่อ แต่ปัญหาคือตอนนี้สภาปิดสมัยประชุมแล้ว และส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ แต่ฝ่ายค้านก็จะพยายามรวบรวมรายชื่อให้ได้ก่อนที่จะมีการยุบสภา โดยใจจริงก็อยากทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้เลย แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้ครบหรือไม่ ซึ่งหลังได้รายชื่อแล้ว ก็จะยื่นตรงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเลย ไม่ต้องผ่านประธานสภาฯ” นายปกรณ์วุฒิ ระบุ

สำหรับคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นายศักดิ์สยาม หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่ได้มีเรื่องของการตัดสิทธิการเมือง เพราะเป็นการยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ประกอบ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี ฯ ที่เป็นเรื่องการให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีและการให้เว้นวรรคจากการเป็นรัฐมนตรีสองปี แต่คำร้องที่จะยื่นใหม่ จะเป็นการยื่นตามช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่มีเรื่องของการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย

‘ชลน่าน’ โว แคนดิเดตนายกฯ มีมากกว่า 3 ชื่อ พร้อมยอมรับ แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่กระทบภาคเหนือ

‘เพื่อไทย’ เตรียมเคาะ แคนดิเดตนายกฯ ‘หมอชลน่าน’ โว มีมากกว่า 3 ชื่อ โอด ‘กกต.’ แบ่งเขตใหม่ ทำจังหวัดเป้าหมายลด เผย ยุบสภาเมื่อไหร่ รู้แน่ ‘สมศักดิ์’ ย้ายซบหรือไม่ 

(6 มี.ค.66) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ต้องการให้ประกาศตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคพท.ว่า ขณะนี้เรากำลังประมวลและเตรียมเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกทั้ง 3 คนของพรรคต่อคณะกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากเรามีรายชื่อแคนดิเดตนายกมากกว่า 3 รายชื่อ จึงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าจะเรียงลำดับอย่างไร โดยคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาใกล้ช่วงที่จะมีการยุบสภา

เมื่อถามว่า ที่แน่ ๆ มีชื่อน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพรรค พท.ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ฟังเสียงจากประชาชน แนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น

'จุรินทร์' มั่นใจ ชาวสงขลาหนุน 'ปชป.ยกทีม'

สุดคึก!! 'จุรินทร์ ออนทัวร์' มั่นใจชาวสงขลาหนุนประชาธิปัตย์ยกทีม ยันระบบรัฐสภา ใครรวมเสียงข้างมากได้ เป็นแกนตั้งรัฐบาล ตั้งนายกฯ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พร้อมด้วย นายสรรเพรญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 และนายสมยศ พลายด้วง ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 เข้าสักการะศาลหลักเมือง จ.สงขลา โดยมีประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจตลอดเวลา

จากนั้นได้เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานเลือกตั้ง เขต 1 และการมีปราศรัยย่อย เพื่อขอให้สนับสนุน นายสรรเพรญ เป็นผู้แทนเขต 1 บุตรชายของนายนิพนธ์ ผู้เป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางประชาชนที่ตะโกนเป็นภาษาใต้ว่า “พันพรือ ก็ต้องเลือก สรรเพรญ” 

นายจุรินทร์ ได้กล่าวถึงการหาเสียงในพื้นที่ เขต 1 จ.สงขลา ว่า ประชาธิปัตย์มีความพร้อมมากกว่าพรรคอื่น เพราะมีการเปิดตัวเป็นพรรค แรกในสงขลา และผู้สมัครลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 2562 โดยในเวทีปราศรัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ผ่านมา ประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัย กว่า 40,000 คน

สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณประชาธิปัตย์ในสงขลาฟื้นกลับมา ทำให้พวกเรามีขวัญกำลังใจและมั่นใจว่าจะชนะยกจังหวัด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก พร้อมกับยืนยันว่า ที่พูดนี้ ไม่ได้มโน หรือจินตนาการ แต่พูดจากความจริงที่มีประสบการณ์ และเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องชาวสงขลา รวมถึงว่าที่ผู้สมัครทุกคน ล้วนเป็นคนคุณภาพ คนรุ่นใหม่

อนุทินประกาศพร้อมจับมือบิ๊กแจ๊ส ลั่นตอกเสาเข็มปทุมธานี

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 เวลา 15.00 น. ที่หมู่บ้านไวท์เฮ้าท์ จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะผู้บริหารพรรค นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย, นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยนางสาว ณัฐธิดา เกียรติพัฒนาชัย แนะนำนโยบาย มีประชาชนกว่า 1,500 คน ต้อนรับ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ประเทศไทย เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่มาฟังตนวันนี้ ก็มีผู้สูงวัยไม่น้อย พรรคภูมิใจไทยไม่ลืมพวกท่าน เรามีนโยบายผู้สูงอายุ คือ เมื่อท่านอายุ 60 ปีขึ้นไป เราให้สิทธิ์ท่านเป็นสมาชิกกองทุนประกันชีวิต และมีกรมธรรม์ประกันชีวิตทันที โดยไม่ต้องสมัคร และไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้สิทธิ์กู้เงินดูแลตัวเอง และ ประกอบอาชีพ หาเลี้ยงตัวเองได้ “ท่านมีเงิน 20,000 บาทใช้ จากกรมธรรม์ของท่านเอง ไม่ต้องไปใช้ของลูกหลาน เมื่อท่านจากไป ท่านยังทิ้งมรดกให้ลูกหลานอีก 100,000 บาท”

สำหรับนโยบายขึ้นค่าตอบแทน อสม.เป็น 2,000 บาทต่อเดือน, นโยบายพักหนี้ 1,000,000 บาท หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย , นโยบายด้านการสาธารณสุข อาทิ การจัดหาเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งมาติดตั้งไว้ทุกจังหวัด และการสร้างศูนย์ไตเทียมในทุกอำเภอ โดยนายอนุทิน ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย หาเสียง เฉพาะในสิ่งที่ทำได้ เพราะพรรคภูมิใจไทย พูดจริงทำจริง จากนั้น ได้มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ผมเจอท่าน และท่านฝากทีมของท่านไว้กับผม ซึ่งท่านแนะนำว่า ให้ประกาศไปเลยว่า หากภูมิใจไทยคว้า ส.ส.แบบยกจังหวัด จะสร้างโมโนเรลให้ชาวปทุมธานี ซึ่งทาง อบจ. พร้อมสนับสนุน ผมเลยบอกว่า จะได้กี่คน ผมก็จะประกาศนโยบายนี้ เพราะดูแล้วเป็นนโยบายที่ชาวปทุมฯ ต้องการ ผมขอบคุณท่านคำรณวิทย์ ท่านรู้ว่าพี่น้องต้องการอะไร และท่านก็อยากช่วยเหลือเต็มที่ หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะตอกเสาเข็มเพิ่ม ยิ่งท่านวางใจเรา เราก็ยิ่งมีพาวเวอร์ในการทำงานรับใช้ท่าน

เมินโพลลับ!! ‘ภราดร’ ไม่สนโพลลับ พท. ชี้ ให้ ปชช.เป็นผู้ตัดสิน ย้ำ เป้าหมายพรรค ภท. คือ ส่งผู้สมัครครบ 400 เขต

(5 มี.ค. 66) นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะโฆษกพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การคำนวณ ส.ส.และการแบ่งเขตของ กกต. ต้องไม่นับรวมต่างด้าว ส่งผลให้ 4 จังหวัด มี ส.ส.เพิ่มขึ้น และ 4 จังหวัด ส.ส. ลดลง ทางพรรคมีผลกระทบหรือไม่ ว่า ไม่ได้มีผลกระทบอะไร เราปฏิบัติหน้าที่และจะส่งผู้สมัครให้ครบถ้วน ไม่ว่าจังหวัดไหนจะเพิ่ม หรือลดอย่างไรก็แล้วแต่ เป้าหมายของพรรค คือ จัดส่งผู้สมัครให้ครบถ้วนทั้ง 400 เขต

โดนใจวัยเกษียณ!! ‘ภูมิใจไทย’ ปิ๊งไอเดีย "กองทุนประกันชีวิต 60 อัพ" ให้สิทธิ์อัตโนมัติรองรับสังคมผู้สูงอายุ

‘ภูมิใจไทย’ ปิ๊งไอเดีย "กองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป" ให้สิทธิ์อัตโนมัติรองรับสังคมผู้สูงอายุ มีวงเงินกู้ยืมดูแลตัวเอง-ประกอบอาชีพ 2 หมื่นบาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำ แถมมรดกให้ลูกหลานรายละ 1 แสนลั่นขอดูแลผู้สูงอายุตราบจนสิ้นลมหายใจ

วันที่ 5 มี.ค.2566 นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว ถึงนโยบาย “กองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป” ว่า ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสลงพื้นที่ พบปะกับพี่น้องประชาชนเพื่อที่จะไปรับฟังถึงปัญหาของกลุ่มต่างๆซึ่ง กลุ่มหนึ่งที่เราได้ไปพบปะพูดคุย เป็นจำนวนมากนั่นก็คือกลุ่มของ ผู้สูงอายุ ที่ต่างก็มีความกังวลว่า ในวันที่ไม่สามารถทำงานเลี้ยงดูตัวเองได้ จะเป็นเหมือนภาระของลูกหลาน  ต้องยอมรับว่า วันนี้สังคมไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2565 มีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในประเทศไทยถึง 12.5ล้านล้านคน และจะทยอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทารัฐบาลในสมัยหน้า ที่จะต้องออกแนวทางนโยบายว่า จะดูแลผู้สูงอายุ และต้อนรับสังคมผู้สูงอายุ ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้อย่างไร

นายภราดร กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยจึงออกเป็นนโยบายคือ กองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป ที่จะเป็นสวัสดิการใหม่ สำหรับพี่น้องประชาชนไทยทุกคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่จะได้รับสิทธิทันทีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องสมัครและไม่เสียค่าใช้จ่าย และที่สำคัญคือ ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต นี่คือนโยบายใหม่ที่พรรคภูมิใจไทย ได้คิดขึ้นมา หลังจากที่ได้ไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน เนื้อหาสาระของกองทุนประกันชีวิตคือ ในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้สูงอายุจะต้องไม่เป็นภาระให้กับลูกหลาน และจะมีสิทธิกู้เงินเพื่อดูแลตัวเองหรือประกอบอาชีพ หาเลี้ยงตัวเองได้วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ใช้กรมธรรม์ที่รัฐบาลจะมาทำให้เป็นหลักประกันในการค้ำประกันตัวเอง จนถึงวันที่เขาจากไป ผู้สูงอายุนอกจากจะไม่เป็นภาระให้กับลูกหลานแล้วทุกคนจะมีมรดกให้ลูกหลานให้กับทายาทและครอบครัวรายละ 1 แสนบาท

ไม่เกี่ยวแก้เคล็ด!! ‘ชัยวุฒิ’ แจง ‘บิ๊กป้อม’ แห่ผ้าขึ้นพระธาตุ เพื่อสิริมงคล พร้อมเผย พปชร. ใช้แผนดาวกระจายแยกหาเสียง

‘ชัยวุฒิ’ เผย พปชร. กางยุทธศาสตร์ดาวกระจาย แยกหาเสียงพร้อมกันทั่วประเทศ พร้อมแจง ‘บิ๊กป้อม’ ล่องใต้ห่มผ้าพระธาตุ เพื่อสิริมงคล ไม่เกี่ยวแก้เคล็ด

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงของพรรค ว่า ในช่วงนี้พรรคพปชร.จะแบ่งกันทํางานเป็นดาวกระจาย ตามหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคน ที่แบ่งเป็น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ในส่วนที่ตนดูแลพื้นที่ภาคกลาง มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค มาช่วยหาเสียง โดยจะลงพื้นที่พบปะประชาชนในทุกพื้นที่ และมีทีมงานที่มีคุณภาพ มาช่วยกันสร้างความเข้าใจในเรื่องนโยบายของพรรคออกไปสู่พี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.มั่นใจจะรักษาฐานที่มั่นภาคใต้ได้หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร มีความผูกพันกับภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นครศรีธรรมราช  เรามี ส.ส.ถึง 4 คน และพล.อ.ประวิตร เคยลงไปช่วยประชาชนในเรื่องของการสร้างอาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมีกำหนดจะไปวางศิลาฤกษ์แต่ติดภารกิจจึงไม่ได้ไป

ไม่ขัดกฎหมาย!! ‘ดร.ณัฎฐ์’ ไขปม ‘ดร.ไตรรงค์’ ปราศรัยโคราช ชี้ เป็นลักษณะเชิงเปรียบเทียบ ไม่เข้าข่ายผิด กม.

‘ดร.ณัฎฐ์’ มือกฎหมายมหาชนคนดัง ชี้ ‘ดร.ไตรรงค์’ ปราศรัยโคราช เป็นลักษณะเชิงเปรียบเทียบ ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งและไม่เข้าหลักเกณฑ์ ล้มล้าง-ปฏิปักษ์การปกครองยุบพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันที่ 5 มีนาคม 2566 จากกรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)กล่าวปราศรัยใหญ่ที่สนามหน้าศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566 ตอนหนึ่ง ที่ว่า“พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า ความกตัญญูเวที เพราะเราเป็นคนดีไว้ไหมพี่น้อง เราต้องไม่ลืมบุญคุณบรรพบุรุษใช่ไหมพี่น้อง ต้องรักษาประเทศนี้ไว้ให้อยู่ดีที่สุดใช่ไหมครับพี่น้อง ร.9 ตรัสไว้ว่า จงเลือกคนดีปกครองประเทศเท่านั้น ผมเองไม่เล่นแล้วการเมือง แต่ผมมาช่วยบิ๊กตู่(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)เพราะเห็นเขาเป็นคนดี......ฯลฯ ต่อมานายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ไต่สวนและวินิจฉัยว่า คำปราศรัยหาเสียงของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรีในวันดังกล่าวได้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่...” 

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฎฐ์ ปรมาจารย์กฎหมายมหาชนและผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญคนดัง ได้ได้อธิบายและให้ความรู้กฎหมายแก่ประชาชนว่า ขณะนี้ช่วงโค้งสุดท้ายและจะครบกำหนดอายุสภาและอยู่ในระหว่างระยะเวลาการหาเสียง180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2565 ก่อนวันครบอายุ จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้งตามความในมาตรา 68(1) แห่งพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ต่อมา กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 โดยเพิ่มเติม ข้อ 3 ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ข้อ 6(9)กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง....และเพิ่มเติมข้อ 18(5) รวมถึงข้อ 18/1 โดยระเบียบดังกล่าวใช้บังคับแก่ผู้ประสงค์จะสมัคร ส.ส.ด้วย ต่อมาแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บทข้อห้ามเพื่อให้ครอบคลุม ตามพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ 28 มกราคม 2566
 
หากพิจารณาถึง ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับหารหาเสียงเลือกตั้ง จากฟังเทปปราศรัยข้อความที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี หยิบเอาพระราชดำรัสของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 ที่ว่า “จงเลือกคนดีปกครองประเทศเท่านั้น” เป็นการกระตุ้นให้คนไทยที่มาฟังการปราศรัยหรือประชาชนชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตยให้เลือกผู้นำที่ดี ลักษณะเชิงเปรียบเทียบ แม้จะอ้างอิงคำพูดบุคคลที่กล่าว เป็นพระราชดำรัสที่ปรากฎข้อความทั่วไป  ถือว่าไม่ได้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง แม้ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 จะสวรรคตไปแล้วก็ตาม ไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. 
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top