Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

‘บิ๊กตู่' ย้อนสื่อ 'เศรษฐา' เป็นใคร? ลั่น!! ประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ ของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง

(1 มี.ค. 66) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร รสทช.ว่า เป็นบรรยากาศแห่งมิตรไมตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ได้มีโอกาสพบปะสมาชิกหลายคนหลายภาคและเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาสวมเสื้อให้ ถือเป็นเกียรติให้กันและกัน ตนมีความเชื่อมั่นในบรรดาสมาชิกของพรรคที่มีหลากหลาย หลายกลุ่ม หลายวัย เพราะเราต้องการเดินหน้าทำงานให้คนทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีปัญหาต่าง ๆ เราต้องทำให้ทุกคนได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำงานในอนาคต ขอขอบคุณบรรดาสมาชิก ส.ส.และขอบคุณหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้ใหญ่ทุกคนที่ทำให้มีวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ตนมีความสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้งแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคบอกแล้วว่ามีความพร้อม ทันเวลาอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และ กกต.พรรครวมไทยสร้างชาติส่งให้ครบ

‘ภูมิใจไทย’ ยืนหนึ่งผลโพล ‘ไลน์ ทูเดย์’ พรรคที่คนจะเทคะแนนให้ ในศึกเลือกตั้ง 66

‘ภูมิใจไทย’ ผงาดครองอันดับ 1 ในการทำแบบสำรวจของ ‘ไลน์ ทูเดย์’ ที่เปิดโหวตเลือกตั้งปี 66 จากจำนวนเสียงหนุน 50,267 คะแนน คิดเป็น 35.71 % จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 165,000 โหวต

(1 มี.ค. 66) แอพลิเคชัน Line Today ปิดการทำกิจกรรมแบบสอบถามผ่านแอพพลิเคชั่น ไลน์ทูเดย์ ในห้วข้อ 'เปิดโหวต เลือกตั้งปี 66 คุณจะลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด?' โดยระบุว่า ใกล้เลือกตั้งปี 2566 คุณจะเลือกลงคะแนนให้ 'พรรคการเมือง' ใด ? ซึ่งเปิดสำรวจตั้งแต่ 10 กพ. - 28 ก.พ. พบว่าการสำรวจ จนมาถึงวันที่ 28 ก.พ.2566 เวลา 00.00 น. 

ปรากฎผลการสำรวจ อันดับ 1 ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนน 50,267 คะแนน หรือคิดเป็น 35.71 % โดยมีที่ 2 คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนน 45,436 คะแนน หรือคิดเป็น 27.38 % ลำดับที่ 3 คือพรรคเพื่อไทย ที่ได้มา 21,993 คะแนน หรือ 13.25 % และอันดับ 4 คือพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 13,642 คะแนน คิดเป็น 8.22 % ส่วนอันดับ 5 ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนน 3,574 คะแนน คิดเป็น 2.15 %

‘บิ๊กป้อม’ ไฟเขียว ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใต้ 3 เดือน เอื้อ จนท. ดูแล ปชช. - ระงับเหตุในพื้นที่ได้ทันที

(1 มี.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 1/2566 มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วม

โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับลดพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ออกจากพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เนื่องจากผ่านเกณฑ์การประเมินผล และให้นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ มาบังคับใช้แทน และเห็นชอบ ขยายเวลาการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน 3 จชต. ยกเว้น อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงโก-ลก, อ.แว้ง และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ยกเว้น อ.ยะหริ่ง, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น และอ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ยกเว้น อ.เบตง, อ.กาบัง ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มี.ค.-19 มิ.ย.66 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป้องกันและระงับยับยั้งสถานการณ์ให้ได้ อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาความสงบ ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ด้วย

'อนุทิน' ชง ครม. เพิ่มค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาท ยก เปรียบเป็นหมอคนแรกที่ต้องดูแลทั้ง 'ผู้สูงอายุ-ยาเสพติด'

เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.66) ที่ทำเนียบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.ว่า ตนได้ลงนามเสนอเรื่องให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบเพิ่มค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 2,000 บาท 

‘อธิบดีแผนไทยฯ’ แจง ปมตรวจบาร์กัญชาโรงแรม ‘ชูวิทย์’ ชี้ เป็นหน้าที่ ยืนยัน ไม่ได้กลั่นแกล้ง-ทำตามคำสั่งใคร

(28 ก.พ. 66) อธิบดีกรมแพทย์แผนไทย แจงที่มาเจ้าหน้าที่กรมฯ ตรวจร้านจำหน่ายช่อดอกกัญชาโรงแรม ‘ชูวิทย์’ ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือทำตามคำสั่งใคร เผย ตรวจสอบแล้วไม่ได้มีความผิด พร้อมรับฟังเสนอคุมปริมาณการขาย

จากกรณี เจ้าพนักงานของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายช่อดอกกัญชาภายในโรงแรม เดอะ เดวิส บางกอก ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและเจ้าของธุรกิจอาบอบนวด เป็นเจ้าของ ทำให้นายชูวิทย์ระบุว่า ถูกกลั่นแกล้ง เนื่องจากออกมาวิจารณ์นโยบายกัญชาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และวิจารณ์กระทรวงสาธารณสุขที่เห็นชอบกับนักการเมือง

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ตนได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมฯ แล้ว ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ ตนอยากชี้แจง 2 ประเด็น คือ

1.) อยากขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ที่เป็นข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจของกฎหมาย

2.) การตรวจสอบนี้เป็นไปตามแผนที่กรมฯ วางไว้อยู่แล้วเป็นรายเดือน เพียงแต่ไม่ได้แจ้งให้ทราบ เพราะจะเกิดได้ 2 แง่ คือ 1.) ทุกคนเข้าระบบจริง ทำให้จับผู้กระทำผิดไม่ได้ และ 2.) ผู้กระทำผิดรู้และไหวตัวทัน ทำให้เราจับไม่ได้

นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า เรามีตารางลงพื้นที่ โดยวันที่ 27 ก.พ. จะลงพื้นที่เขตบางแค ประกอบกับร้านดังกล่าวมีประชาชนส่งข้อมูลมาที่กรมฯ เมื่อ 4-5 วันก่อนว่า มีการโฆษณาขายดอกกัญชาในร้าน ซึ่งมีความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข สมุนไพรควบคุม (ช่อดอกกัญชา) พ.ศ. 2565 ฉบับปรับปรุง เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2565 ดังนั้น เจ้าหน้าที่ของกรมฯ ก็ไปตรวจสอบ ซึ่งโดยปกติเราจะไปพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ด้วยการโฆษณาเป็นความผิดที่กรมฯ ดำเนินการได้เอง คือการพักใช้ใบอนุญาต เราจึงไม่ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วย เรื่องนี้ทำให้เราต้องรอบคอบในเรื่องนี้มากขึ้นว่า ต้องเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วยทุกครั้ง

‘กลุ่มหนุนบุหรี่ไฟฟ้า’ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ‘ชูวิทย์’ เผย ชื่นชมในความกล้า ไม่เกรงกลัวอำนาจมืด

(28 ก.พ. 66) หน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฏหมาย ได้เข้ามอบช่อดอกกุหลาบ และยื่นหนังสือชื่นชมในความกล้าของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาต่อสู้กับแนวทางที่ผิดรูปผิดรอย และทำเพื่อความถูกต้องที่แท้จริง อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชน ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจมืด

หนึ่งในกลุ่มผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฏหมาย กล่าวว่า ขอสนับสนุนความคิดในเรื่องการคัดค้านกัญชา เพราะกัญชามีมุมมืด มีโทษต่อร่างกายและจิตใจ และมีผลเสียต่อเด็กและเยาวชน โดยปัจจุบันการหาซื้อกัญชาง่ายกว่าบุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้ง ยังมีกฎหมายรองรับและไม่ได้ควบคุมการใช้กัญชาสำหรับเด็กด้วย เราจึงเห็นข่าวมากมายว่า เด็กมีการแพ้อย่างรุนแรง ถึงขั้นอาจเสียชีวิตเนื่องจากกินอาหารผสมกัญชาเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

และกล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ตนและเพื่อนในกลุ่ม จะเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อพรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย เพื่อผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นนโยบายที่ถูกกฎหมาย และชี้ให้เห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเราควรถูกกฎหมาย ให้เหมือนกับบุหรี่มวนและกัญชาที่ถูกกฎหมายอยู่ในขณะนี้

‘บิ๊กตู่’ ฉุน!! ถูกสื่อจี้ถามวันยุบสภาฯ ปัด ไม่ใช่ 21 มี.ค. โวย จะรีบร้อนอะไรนักหนา ประชดบอก “พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

‘บิ๊กตู่’ หงุดหงิดหลังถูกซักถึงวันยุบสภา ปัด ไม่ใช่ 21 มี.ค. ประชดบอกพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ยัน คุยกับ ‘เสี่ยหนู’ ตอบทุกเรื่อง ปัด รทสช. อยู่เบื้องหลัง ‘ชูวิทย์’ ถล่มภูมิใจไทย หวานหยด ยังรักและเคารพ ‘บิ๊กป้อม’ เหมือนเดิม แต่เรื่องร่วมรัฐบาลคุยกันทีหลัง

(28 ก.พ. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด คุยกันทุกเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการคุยกันถึงกรณีที่มีการมองกันว่าที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองออกมา เคลื่อนไหวและ เปิดเผยข้อมูล ในลักษณะการโจมตีพรรคภูมิใจไทย เป็นการรับงานมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า “ไม่ได้เกี่ยวหรอกไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม เพราะผมบอกแล้วว่าวันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมจำเป็นต้องรักษาความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลร่วมกันมาเกือบสี่ปีแล้ว ในส่วนของพรรคการเมืองผมก็ได้ให้นโยบายไปกับผักไปแล้วว่าจะไม่ไปก้าวล่วงใครทั้งสิ้น เราต้องเป็นสุภาพบุรุษทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกา ผมไม่ได้ไปก้าวล่วงใคร ใครจะว่าอย่างไรผมก็เฉย ๆ ของผม เพราะถือว่าเป็นเรื่องของการหาเสียงก็ว่ากันไป”

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วในส่วนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็คุยกันตลอดเวลาละจ้ะ วันนี้ฉันก็คุยกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ก็ยังรักเคารพเขาเหมือนเดิมนั่นแหละ คราวนี้ใครจะพูดอะไรก็ว่ากันไป ใครเขียนใครจะเขียนก็เขียนกันไปเถอะ จะกี่ร้อยก็ว่ากันไปเถอะ”

เมื่อถามว่า หากอนาคตพรรครวมไทยสร้างชาติโดยเป็นการนำการจัดตั้งรัฐบาล พูดได้หรือไม่ว่าจะมีพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร เข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็รอไว้ให้มันเลือกตั้งแล้วก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน เค้าไม่พูดกันตอนนี้หรอก เขาไว้พูดกันตอนที่เลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็ยังไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องของพรรคก็เป็นของส่วนพรรค ก็อยู่ที่ประชาชนจะเลือกตั้งมากน้อยก็ว่ากันมา แต่การจะร่วมรัฐบาลนั้นก็คุยกันทีหลังอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ตนก็อยู่ในกระบวนการเหล่านี้อยู่แล้วทุกอย่าง พูดทีหลังทั้งหมดไม่ใช่มาพูดกันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เคยพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ว่า จะไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ภายหลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้ถามอะไรหรอก ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้พูดว่าจะไปจับมือกับใคร ท่านบอกกับผมอย่างนั้น ท่านบอกว่าไม่เคยไปให้สัญญาอะไรกับใครไว้ทั้งสิ้น”

‘โรม’ ยื่นหลักฐานต่อ ผบ.ตร. ฟัน ‘ส.ว.ทรงเอ-ไทยดำจีนเทา’ ชี้ บางชิ้นยังไม่เคยเผยที่ไหน เตรียมยื่นต่ออัยการสูงสุด-ก.ต.

(28 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบเอาผิด ส.ว.ทรงเอ สืบเนื่องการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ประเด็นความเกี่ยวข้องระหว่าง ส.ว.ทรงเอ หรือ นายอุปกิต ปาจรียางกูร กับนักธุรกิจชาวเมียนมา ที่มีข้อครหาเรื่องการฟอกเงินและการค้ายาเสพติด

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตามที่ตนอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว.ทรงเอ และไทยดำจีนเทา มีหลักฐานต่าง ๆ ที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ในการทำคดี ทั้งกรณีของ ส.ว. ทรงเอ และ ไทยดำจีนเทา ที่เกี่ยวข้องไปถึงนายกรัฐมนตรี และเนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายในสภาฯ ชุดนี้ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของ ส.ส.จะไม่มีอีกต่อไป จึงขอเริ่มต้นด้วยการยื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. โดยหลักฐานเอกสารที่เตรียมมา บางส่วนไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เชื่อว่าจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ประกอบกับวันนี้ ตนทราบว่า ผบ.ตร. จะชี้แจงกรณี พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ตนจึงต้องยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อให้การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่า การยื่นหนังสือจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะตั้งใจจะไปยื่นกับอัยการสูงสุดด้วย เนื่องจากบางประเภทคดี เป็นคดีนอกราชอาณาจักร รวมถึงยื่นต่อสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการถอนหมายจับ ส.ว.ทรงเอ

‘ก้าวไกล’ บุกศูนย์ร้องเรียนฯ ยื่นหลักฐานปมทุจริตบ้านพักทหาร ตามคำท้าของ ‘บิ๊กตู่’ จี้ หากยังนิ่งเฉย พร้อมยกระดับกดดัน

(28 ก.พ. 66) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ยื่นหลักฐานกรณีทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่เหตุกราดยิงโคราชเมื่อปี 2563 สืบเนื่องจากการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ที่นายปดิพัทธ์อภิปรายประเด็นดังกล่าว และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท้าให้ส่งหลักฐาน

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ในการอภิปรายมาตรา 152 ที่ผ่านมา ตนได้เปิดเผยหลักฐานที่ส่วนใหญ่มาจากผู้เสียหาย คือ คุณก้อยและคุณเบิร์ด (นามสมมุติ) ว่า การทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร มีการเรียกรับสินบน 5% และอมส่วนต่างค่าบ้าน จนนำไปสู่ความกดดันของทหาร ทำให้เกิดเหตุกราดยิงโคราช เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ภายในกองทัพ แต่ไม่มีการลงโทษใด ๆ

เมื่อคุณก้อยยื่นหลักฐานไปยังกรมสวัสดิการทหารบกและกระทรวงกลาโหม ก็ปรากฎว่าไม่ได้รับความยุติธรรม มีการลงโทษผู้กระทำผิดเพียงงดบำเหน็จครึ่งปี ส่วนอีกคนหนึ่งกักตัวแค่ 7 วัน ทำให้เราเห็นถึงความไม่ชอบธรรม ทั้งที่ผู้บัญชาการทหารบกน่าจะรับรู้เรื่องทั้งหมด และการที่โครงการบ้านพักทหารเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 และสิ้นสุดโครงการในปี 2564 เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เป็นช่วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประยุทธ์จึงควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์หลังการอภิปรายมาตรา 152 นายกฯ ยังคงไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ กลับท้าว่าหากมีหลักฐานให้นำมายื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายพยายามยื่นเรื่องไปยังทุกช่องทางของกองทัพแล้ว การมาที่นี่วันนี้ จึงเป็นการพิสูจน์รอบสุดท้ายว่านายกฯ ได้รับเรื่องร้องเรียน และหวังว่าหลักฐานจะถึงมือนายกฯ

‘เสี่ยหนู’ ตอบปมพิพาท ‘ชูวิทย์’ เชื่อ ปชช.แยกแยะได้ เผย รู้ตัวคนอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่พูด ลั่น!! ทำงานดีกว่า

(28 ก.พ. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีพิพาทกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ว่า…

“ทำงานดีกว่า ไม่ให้ราคา ก็คือไม่ให้ราคา”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่ว่า ใครอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนของนายชูวิทย์ นายอนุทิน ตอบว่า รู้ แต่ไม่พูด

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แล้วจะจัดการนายชูวิทย์อย่างไร นายอนุทินตอบว่า เห็นคนจะปองร้าย ก็ต้องหลบ ไม่ปะทะ

“มาถึงจุดนี้ ผมเชื่อว่าประชาชนมองออกว่าอะไรเป็นอะไร”

เมื่อถามถึงเรื่องที่นายชูวิทย์พาดพิงนายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทินตอบว่า ท่านก็ยังตกใจ เพราะก็อยู่บ้านดี ๆ เอาเข้าจริงพวกเราไม่เคยสู้กับใคร ทำงานอย่างเดียว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top