Tuesday, 14 July 2026
LITE

6 มีนาคม 2502 พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยม “พสกนิกรภาคใต้” ครั้งแรก เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย หมุดหมายสำคัญของการเสด็จเยี่ยมราษฎร

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2502 เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ครั้งแรกอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ 'รัชกาลที่ 9' และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ การเยี่ยมเยือนนี้ได้รับการบันทึกไว้อย่างชัดเจนโดยหอภาพยนตร์แห่งประเทศไทย

หอภาพยนตร์เผยแพร่ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ซึ่งบันทึกเส้นทางการเสด็จฯ ครอบคลุมจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคใต้ ได้แก่ นครปฐม ชุมพร พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสุราษฎร์ธานี โดยเริ่มเดินทางจากสถานีสวนจิตรลดาด้วยรถไฟ การเสด็จครั้งนี้จึงสะท้อนมิติทางภูมิศาสตร์ของภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามันในทริปเดียว

จังหวัดต่าง ๆ อย่างสงขลาและระนอง ยังคงรำลึกถึงเหตุการณ์ในปี 2502 อย่างต่อเนื่องโดยจัดทำสื่อและพื้นที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง อาทิ "Royal Initials Rocks" ที่จารึกพระปรมาภิไธยย่อบนก้อนหินเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเสด็จฯ

หลักฐานการเสด็จฯ นี้ยังถูกรวบรวมเป็นหนังสือโดยสำนักพระราชวังที่ได้รับการบรรณานุกรมและเก็บรักษาในห้องสมุดหลายแห่ง รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันความสำคัญของเหตุการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน

กล่าวโดยสรุป วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2502 คือวันเปิดทริปประวัติศาสตร์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการของ 'รัชกาลที่ 9' ในการเยี่ยมเยือนพสกนิกรภาคใต้ ซึ่งยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนและแวดวงประวัติศาสตร์ไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=EEGmN902AxE

7 มีนาคม 2494 รำลึกวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ‘สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร’ อธิบดีกรมสาธารณสุขคนแรก ผู้แยกหน้าที่ 'แพทย์-เภสัชกร' ตามแบบแผนที่ถูกหลัก

วันสิ้นพระชนม์ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร” บุคคลสำคัญของราชการแผ่นดินและงานสาธารณสุขไทย

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2494 เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 และบุคคลสำคัญในงานราชการและสาธารณสุขไทย พระองค์ได้จากโลกไปขณะที่มีพระชนมายุ 65 ปี ณ วังถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร

พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก เช่น คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และประธานองคมนตรี ในช่วงเวลาปลายพระชนมชีพ สื่อและองค์กรการศึกษามักระลึกถึงพระองค์ในฐานะ "ศูนย์รวมงานระบบ" ที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของกลไกบ้านเมือง

ในอีกมิติหนึ่ง พระองค์ทรงมีบทบาทเด่นในด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นผู้ผลักดันและจัดระบบด้านบุคลากร การศึกษา และบริหารสาธารณสุข เพื่อยกระดับงานนี้สู่ระบบสมัยใหม่ ซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

การรำลึกถึงวันที่ 7 มีนาคม จึงไม่ใช่แค่การรำลึกถึงบุคคลเพียงคนเดียว แต่ยังสะท้อนบทบาทของผู้ประคองระบบราชการและสาธารณสุข รวมทั้งมรดกความคิดและแนวทางบริหารที่จะส่งผลต่อโครงสร้างงานราชการในยุคต่อไป

วันสำคัญนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาของประเทศผ่านบุคคลผู้ทำงานในระดับโครงสร้าง ที่แม้ผลงานจะไม่โดดเด่นในข่าวรายวัน แต่มีอิทธิพลยาวไกลต่อสังคมไทย

ที่มา : https://shorturl.asia/RL60U

แบมแบมลุยแฟชั่น!! เผยปีนี้ลองสิ่งใหม่ เล็งเต็มตัวก่อนอายุ 30 อาจแทบไม่ได้ขึ้นเวที เน้นแฟชั่น-ธุรกิจร่วมมือใหม่

(5 มี.ค. 69) แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ประกาศแผนปีนี้ในการเปิดทางทำงานนอกเหนือจากเพลงที่เขาคุ้นเคย โดยตั้งใจจะลงลึกในเส้นทางแฟชั่นอย่างเต็มตัว ก่อนที่จะเข้าสู่อายุ 30 ปีในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมกับย้ำว่าอาจแทบไม่ได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตในปีนี้

"ปีนี้ไม่ได้เล่นหนังชัวร์ๆ เพราะผมยังไม่มั่นใจในการแสดง" แบมแบมกล่าวในงาน "The Symphony of GLOWolution" ที่ลานพาร์ค พารากอน พร้อมกับเผยแผนจะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งด้านแฟชั่นและธุรกิจ โดยไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจน "ผมจะไม่รีบร้อน มีความสุขกับขั้นตอนนั้น แล้วค่อยปล่อยออกมา" เขาเผยผ่านงานนี้

แม้จะอยู่ในโหมดแฟชั่นอยู่แล้ว แต่เขาต้องการขยายขอบเขตให้มากขึ้น โดยคร่าวๆ เขาประเมินว่าโครงการใหม่นี้ทำไปแล้วประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และยังตั้งใจจะทดลองสิ่งใหม่ๆ ให้แฟนคลับได้ชมกัน "ปีนี้อาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นในตัวผมมาก่อน" แบมแบมกล่าว

เขายังเล่าถึงการเซอร์ไพรส์ไปเยี่ยม 'มาร์ค ต้วน' ในแฟนมีตติ้งที่มาเก๊า พร้อมยืนยันว่าปีนี้จะลดการขึ้นเวทีอย่างชัดเจน เพื่อให้เวลากับเรื่องแฟชั่นและธุรกิจที่เขาตั้งใจทำมากขึ้น

นอกจากนี้ แบมแบมยังชี้แจงเรื่องเลือดกำเดาไหลที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยและไม่มีความรุนแรง เขาย้ำว่า "ผมโอเคครับ ไม่ได้เป็นอะไรมาก"

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10159792

5 มีนาคม ของทุกปี กำหนดเป็น ‘วันนักข่าว’ หรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันสถาปนาสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ยกย่องข่าวดีเด่น ภาพข่าวเด่น จุดประกายประโยชน์สังคม

วันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ในประเทศไทยตรงกับวันที่ 5 มีนาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันสถาปนาสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันคือสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2498

‘วันนักข่าว’ หรือ ‘วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ’ ตรงกับวันที่ 5 มีนาคมของทุกปี ก่อตั้งโดย สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2498 และนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย สมัยนั้นคือ นายโชติ มณีน้อย เป็นนักข่าวรุ่นบุกเบิก ก่อตั้งลงนามร่วมกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รวม 16 ฉบับ

‘วันนักข่าว’ ทำให้สมาชิก และผู้ที่อยู่ในวงการแวดวงข่าวสาร หนังสือพิมพ์ และสื่อทุกช่องทาง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข่าวสาร มีการมอบรางวัลนักข่าวดีเด่น ภาพข่าวดีเด่น และข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ที่จุดประกายต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ได้ถือเอาวันที่ 5 มีนาคม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เป็นวันหยุดงานประจำปี โดยวันที่ 4 มีนาคมจะเป็นวันนัดร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อให้วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดนัดเฉลิมฉลองสังสรรค์ จัดที่ ณ ที่ทำการสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย อาคาร 8 ถนนราชดำเนิน

รายชื่อ 16 หนังสือพิมพ์ที่ร่วมลงนามก่อตั้งวันนักข่าว ประกอบด้วย 1. หนังสือพิมพ์เกียรติศักดิ์, 2. หนังสือพิมพ์ข่าวพาณิชย์, 3. หนังสือพิมพ์ข่าวสยาม, 4. หนังสือพิมพ์ซินเสียง, 5. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์, 6. หนังสือพิมพ์ตงฮั้ว, 7. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, 8. หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย, 9. หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, 10. หนังสือพิมพ์หลักเมือง, 11. หนังสือพิมพ์ศิรินคร, 12. หนังสือพิมพ์สยามนิกร, 13. หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, 14. หนังสือพิมพ์สากล, 15. หนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์ และ16. หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

ที่มา : https://www.thaipbs.or.th/news/content/337717

3 มีนาคม 2569 “วันมาฆบูชา” วันเพ็ญเดือน 3 ชาวไทยเวียนเทียน วันหยุดแห่งศรัทธาและสติ ประตูสู่ความสงบที่เริ่มได้จากเรื่องเล็กในบ้าน

(3 มี.ค. 69) วันมาฆบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ในปี 2569 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันเวียนเทียนและทำบุญในหลายวัด ตั้งแต่เช้าจรดค่ำกิจกรรมหลักคือทำบุญตักบาตร ฟังธรรม และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ

ในวันมาฆบูชาเป็นการระลึกเหตุการณ์ "จาตุรงคสันนิบาต" หรือการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ที่เกิดขึ้นโดยมิได้นัดหมาย มีพระภิกษุ 1,250 รูปที่เป็นพระอรหันต์และได้รับการบวชโดยตรงจากพระพุทธเจ้ามารวมกันในวันเพ็ญเดือน 3 พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นสรุปคำสอนฉบับย่อที่ชาวพุทธถือเป็นแกนกลางของคำสอน

คำสอนสำคัญสั้น ๆ ที่คนไทยจดจำและใช้เป็นเข็มทิศชีวิตคือ "ไม่ทำชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส" ซึ่งครอบคลุมทั้งพฤติกรรม การกระทำ และการฝึกจิตใจให้สงบจากความโกรธ โลภ หลง

วันมาฆบูชาถูกนับตามปฏิทินจันทรคติ และอาจเลื่อนไปมาในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมในบางปีที่เป็นปีอธิกมาส แต่ความหมายที่แท้จริงของวันสำคัญนี้คือโอกาสที่ชาวพุทธจะหยุดคิดและเติมเต็มใจของตน โดยมีกิจกรรมตั้งแต่การทำบุญ ฟังธรรม สมาทานศีล เจริญภาวนา และเวียนเทียน

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปวัด สามารถทำมาฆบูชาให้มีความหมายได้โดยการงดทำสิ่งที่ทำร้ายใจ ทำความดีหนึ่งอย่างอย่างตั้งใจ และให้เวลาตนเองในการนั่งสมาธิหรืออ่านคำสอนสั้น ๆ เพื่อฟื้นฟูใจให้เบาสงบ

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%86%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2

2 มีนาคม 2477 รัชกาลที่ 7 ทรงประกาศสละราชสมบัติ ขณะประทับอยู่ในประเทศอังกฤษ เปิดทางสู่ยุคใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เอกสารการเมืองชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ 'รัชกาลที่ 7' ทรงสละราชสมบัติ ณ Knowle House ประเทศสหราชอาณาจักร เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เพราะเป็นการสิ้นสุดรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายที่ครองราชย์ทั้งก่อนและหลังระบบรัฐธรรมนูญเริ่มต้นขึ้น

เอกสารพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติระบุปี 2477 ตามระบบขึ้นปีใหม่แบบเดิม คือวันที่ 1 เมษายน ทำให้เดือนมกราคมถึงมีนาคมอยู่ในปีเดิม แต่หากเทียบกับระบบปัจจุบันซึ่งขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม จะตรงกับปี 2478

ยุคนั้นไทยเพิ่งเปลี่ยนจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ การเมืองช่วงตั้งไข่เต็มไปด้วยความขัดแย้งร้อนแรง 'รัชกาลที่ 7' ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่ประสงค์ยกอำนาจให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทรงเลือกสละราชสมบัติเพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนและความสูญเสียของชาติ

จากพระราชหัตถเลขา ทรงกล่าวไว้ว่าทรงเต็มใจสละอำนาจให้ "ประชาราษฎรโดยทั่วไป" แต่ไม่ทรงยอมให้อำนาจสิทธิขาดตกอยู่กับบุคคลหรือคณะใด

หลังสละราชสมบัติ สภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นทรงราชย์เป็น 'รัชกาลที่ 8' ซึ่งขณะนั้นยังเด็ก ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ระบอบรัฐธรรมนูญเดินหน้า และสถาบันทางการเมืองใหม่มีบทบาทกำหนดทิศทางประเทศจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1746

ซุปตาร์ตัวจิ๋วของจริง “น้องเกล” ฟันน้ำนมเขย่าวงการ ขึ้นแท่นเจ้าแม่พรีเซนเตอร์ ดันกระแสแบรนด์คึกคักทุกหมวด งานแน่นจนถูกเรียก “บริษัทชีเสิร์ฟ”

(1 มี.ค. 69) "น้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์" วัย 4 ขวบ ลูกสาวคนเล็กของซุปตาร์ "ชมพู่ อารยา" และ "น็อต วิศรุต" กลายเป็นเจ้าแม่พรีเซนเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ด้วยความน่ารักและความสามารถ ทำให้น้องเกลได้รับงานโฆษณาแบรนด์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ไลฟ์สไตล์ การเงิน และแฟชั่น

น้องเกลได้รับบทพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น 7-Eleven, Downy, Johnson & Johnson, Enfagrow A+, สาหร่ายเถ้าแก่น้อย, Grab Food, Coway, กรุงไทย-แอกซ่า, Adidas และ Madame Fin ซึ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลจนแฟนคลับทึ่งกับความสำเร็จนี้

จากกระแสงานที่ล้นมือจนถูกเรียกว่า "บริษัทชีเสิร์ฟ" น้องเกลยังเป็นที่พูดถึงถึงความสามารถในการบริหารเวลาทำงานอย่างมืออาชีพ พร้อมคำพูดจากแฟนคลับที่ว่า "รายได้จากบริษัทชีเสิร์ฟน่าจะทะลุเป้าไปไกลแล้ว" ซึ่งหมายความว่าสมควรได้รับเงินเก็บสำหรับใช้เรียนจนจบปริญญาเอกและมีฐานะในอนาคต

น้องเกลไม่เพียงแต่เป็นเด็กที่พรสวรรค์พร้อมความร่วมมือในการทำงาน แต่ยังเป็นแสงสว่างและแรงบันดาลใจในวงการบันเทิง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นความเป็นซุปตาร์ฟันน้ำนมตัวจริงที่มีอนาคตไกลในวงการนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9875774/

1 มีนาคม ของทุกปี “วันป้องกันภัยพลเรือนโลก” ย้ำความสำคัญเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ เตือนสติสังคมภัยพิบัติไม่รอใคร ย้ำอนาคตยั่งยืนต้องเริ่มจากการจัดการความเสี่ยง

(1 มี.ค. 69) ทุกวันที่ 1 มีนาคม ของทุกปีถูกจัดให้เป็น "วันป้องกันภัยพลเรือนโลก" เพื่อสร้างความตระหนักว่าภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินไม่เลือกเวลาเกิด และการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบคือกุญแจลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินทั่วโลก

ในปี 2026 ธีมวันป้องกันภัยพลเรือนโลกคือ "Managing Environmental Risks for a Resilient and Sustainable Future" หรือ "การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภัยยุคใหม่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่มีต่อตัวสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษ สารเคมี ไฟป่า น้ำท่วมฉับพลัน และเหตุฉุกเฉินจากสภาพอากาศสุดขั้ว

งาน "ป้องกันภัยพลเรือน" มุ่งเน้นวงจรครบถ้วน ตั้งแต่การลดความเสี่ยง วางแผนเตรียมพร้อม ซ้อมอพยพ ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน กู้ภัยจนถึงการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ โดยใช้ความรู้ เทคนิคและการบริหารจัดการสอดคล้องกับความร่วมมือของประชาชนเพื่อให้ความสูญเสียลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

ในวันสำคัญนี้ประชาชนทั่วไปสามารถเริ่มกลับมา "ลงมือจริง" ด้วยการทำสิ่งง่าย เช่น ตั้งจุดนัดพบครอบครัว ทำรายชื่อเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน จัดกระเป๋าฉุกเฉิน และเรียนรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งซ้อมฝึกหนีไฟ เพื่อให้พร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจริง

โดยสรุป "ระบบ" จะทำงานได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นกับความรู้และความพร้อมของ "คนในบ้าน" ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ "วันป้องกันภัยพลเรือนโลก" ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนทุกปีว่า "อย่ามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความรู้บนกระดาษ" แต่คือทักษะเอาตัวรอดและดูแลครอบครัวในยามวิกฤต

ที่มา : https://icdo.org/?utm_source=chatgpt.com

28 กุมภาพันธ์ 2501 ในหลวง ร.9 - พระราชินี เสด็จฯ เยือนพิษณุโลกเป็นครั้งแรก ถวายสักการะ “พระพุทธชินราช” คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก และรำลึก 'สมเด็จพระนเรศวรมหาราช' ที่พระราชวังจันทน์ ปักหมุดหน้าประวัติศาสตร์พิษณุโลก

เมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2501 เป็นวันสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก เมื่อ 'รัชกาลที่ 9' และ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ' เสด็จฯ เยือนพิษณุโลกเป็นครั้งแรก พร้อมพระราชพิธีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธชินราชและการสักการะ 'สมเด็จพระนเรศวรมหาราช' ที่พระราชวังจันทน์

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พระองค์เสด็จฯ ไปยังพระราชวังจันทน์ เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงและสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จุดศรัทธาสำคัญของจังหวัด ก่อนเสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารประกอบพระราชพิธีสมโภชพระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก

มีบันทึกสำคัญว่า 'รัชกาลที่ 9' และ 'สมเด็จพระนางเจ้าฯ' ทรงเปลื้องเครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราชภรณ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธชินราช เหตุการณ์ที่แสดงความเคารพและความศรัทธาในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาติ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนภาคเหนือ โดยพิษณุโลกเป็นจังหวัดแรกที่ได้รับเสด็จ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนในประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลก

ที่มา : https://phitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/436142

เปิดคอลเลกชันแฟชั่น!! ‘ลิซ่า’ ขึ้นแท่นดีไซเนอร์เต็มตัว ปล่อยคอลเลกชันแรกกับ 'Kith Women' Hopeless Romantic vs After Dark สองคอนเซปต์ที่ทำให้แฟชั่นต้องหันมามอง

(27 ก.พ. 69) 'ลิซ่า ลลิษา' ไอดอลระดับโลกก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะดีไซเนอร์เต็มตัว ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันแรกกับแบรนด์ชื่อดัง 'Kith Women' ที่สะท้อนตัวตนแท้จริงของเธอผ่านงานแฟชั่น

คอลเลกชันนี้ลิซ่าเน้นถ่ายทอด DNA ของตัวเองลงในเสื้อผ้าแนว Ready-to-wear ผ่านสองคอนเซปต์หลัก คือ "Hopeless Romantic" ที่แสดงถึงมุมหวานและโรแมนติก และ "After Dark" ที่สะท้อนมุมเท่ ลึกลับ และน่าค้นหาในเวลากลางคืน

หลังเปิดตัวคอลเลกชัน 'ลิซ่า' ให้สัมภาษณ์ผ่านอินสตาแกรมว่า "เป็นยังไงกันบ้างคะกับคอลเลกชันแรกของหนู? ขอบคุณทีม Kith และคุณ Ronnie มากๆ ที่ซัพพอร์ตลิซ่าตลอดการเดินทางครั้งนี้ และช่วยให้เราสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้ลิซ่าได้ 'ซื่อสัตย์กับตัวตนที่แท้จริง' ออกมาได้ เราตั้งใจอยากให้ทุกอย่างออกมาดูเป็นธรรมชาติและเรียลที่สุด หวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงพลังงานนี้นะคะ... และไม่แน่นะ คุณอาจจะได้เห็น 'ตัวตนที่แท้จริงของคุณ' ผ่านเสื้อผ้าเหล่านี้ด้วยก็ได้!"

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของ 'ลิซ่า' ที่ไม่เพียงแค่เป็นนักร้องและนักแสดง แต่ยังสามารถก้าวสู่การเป็นนักออกแบบแฟชั่นที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9875526/

27 กุมภาพันธ์ 2514 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินี เสด็จฯ จ.อุตรดิตถ์ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ 'เขื่อนสิริกิติ์' วางรากความมั่นคงน้ำภาคเหนือ จุดเริ่มเขื่อนดินยักษ์เพื่อชลประทาน-ไฟฟ้าไทย

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2514 ถือเป็นวันสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์และงานพัฒนาทรัพยากรน้ำของไทย เมื่อ 'รัชกาลที่ 9' และ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์' เสด็จพระราชดำเนินไปวางศิลาฤกษ์เขื่อนสิริกิติ์ที่อำเภอท่าปลา เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่บนแม่น้ำน่าน เพื่อประโยชน์ด้านชลประทาน บรรเทาอุทกภัย และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

เขื่อนสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่เขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน กรมชลประทานวางให้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและการใช้น้ำ บรรเทาน้ำหลากในลุ่มน้ำ พร้อมทำงานร่วมกับเขื่อนภูมิพลเพื่อลดน้ำท่วมในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

เดิมโครงการใช้ชื่อว่า "เขื่อนผาซ่อม" แต่ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยของ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์' เป็นชื่อเขื่อนอย่างเป็นทางการในปี 2511 การก่อสร้างเริ่มปี 2511 และสำเร็จในปี 2515 โรงไฟฟ้าเริ่มเดินเครื่องในปี 2517 กำลังผลิตรวม 500 เมกะวัตต์

เขื่อนสิริกิติ์จัดเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่มีอ่างเก็บน้ำจุ 9.51 พันล้านลูกบาศก์เมตร พิธีวางศิลาฤกษ์ไม่ใช่เพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่มีเป้าหมายเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตร บรรเทาน้ำท่วม และเสริมพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นการพัฒนาสำคัญในยุคหลังสงครามโลก

ที่มา : https://skdam.egat.co.th/index.php/about-sk/about-sk-dam/dam-hist

ช่องวันเปิดเกมปี 2026 ยุคคอนเทนต์เปลี่ยน ช่องวันปรับตัวสุดทาง ‘บอย-ป้อน-ระฟ้า’ ขนคอนเทนต์ไทยกว่า 40 เรื่อง ปั้น oneD แข็งแกร่งสู่แพลตฟอร์มหลัก ละคร ซีรีส์ BL/GL ครบจัดเต็ม

(26 ก.พ. 69) 3 ผู้บริหาร 'บอย ถกลเกียรติ' 'ป้อน นิพนธ์' และ 'ระฟ้า ดำรงชัยธรรม' ประกาศผลิตคอนเทนต์กว่า 40 เรื่อง ครบทุกแนว ทั้งละครช่วงหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม, oneD Original, ซีรีส์ BL/GL และซีรีส์แนวตั้ง ที่ตอบโจทย์คนดูยุคใหม่ พร้อมเสริมแอปพลิเคชัน oneD ให้แข็งแกร่งเพื่อก้าวสู่แพลตฟอร์มหลักในปี 2026

'บอย ถกลเกียรติ' ให้สัมภาษณ์ว่า "คอนเทนต์ของเราเยอะและเด็ดมาก เรารู้ว่าพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไป จึงเติมเต็มคอนเทนต์ในแอป oneD ทั้งละครพรีเมียมและซีรีส์ที่ตื่นตาตื่นใจ ดึงคอนเทนต์จากเครือข่ายอื่นมาไว้ที่เดียวกัน" พร้อมเน้นว่า "BL GL ซีรีส์ต่าง ๆ จะมาอยู่ใน oneD ด้วย เต็มอิ่มจุใจคนดูแน่นอน"

'ระฟ้า' ระบุว่า oneD มุ่งเสิร์ฟคอนเทนต์ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ชม พร้อมเผยยอดผู้ชมเดือนละ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าจากปีก่อน และยืนยันการบุกตลาดซีรีส์แนวตั้งตามเทรนด์คนดู "คนรอรถเมล์หรือรถไฟฟ้าสามารถดูซีรีส์แนวตั้งเพลิน ๆ ได้" ส่วน 'ป้อน นิพนธ์' เสริมว่า เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องเข้าใจคนดูทุกกลุ่มและทำคอนเทนต์ให้ทันสมัย

ฝ่ายผู้บริหารย้ำชัด "เราคือคอนเทนต์ไทยครีเอเตอร์ที่สร้าง T-Series เพื่อคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ละครทีวี แต่เป็นคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คนไทยและพร้อมก้าวสู่เวทีโลก" ขณะที่แอป oneD พร้อมให้บริการทั้งแบบฟรีและพรีเมียม รองรับผู้ชมในและต่างประเทศ แม้โฟกัสหลักยังคงเป็นคนไทย

ยุคเปลี่ยนแปลงคอนเทนต์ 'ช่องวัน' ปรับตัวเต็มที่ สะท้อนประสบการณ์ 30 ปีและความตั้งใจที่จะรักษาจริตไทยควบคู่ร่วมสมัย เพื่อขยายตลาดและสร้างเอกลักษณ์ในวงการซีรีส์ไทย

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10151362

26 กุมภาพันธ์ 2459 วันสหกรณ์แห่งชาติ เริ่มสหกรณ์แรกที่พิษณุโลก จดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรก วางรากระบบเงินกู้ชุมชนสู้หนี้นอกระบบ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2459 ถือเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวันจดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรก นามว่า 'สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้' ในตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สหกรณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพปัญหาของเกษตรกรไทยที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุน และพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง เนื่องจากเศรษฐกิจชนบทกำลังเปลี่ยนแปลงจากระบบพึ่งพาตนเองมาสู่การผลิตเพื่อการค้า การตั้งสหกรณ์โดยใช้โมเดลเครดิตแบบไรฟ์ไฟเซนจึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงสินเชื่อและลดภาระหนี้สิน

พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น 'พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย' และดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก ทรงเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิดและจดทะเบียนสหกรณ์วัดจันทร์ฯ เพื่อทดลองแนวทางนี้ในพื้นที่พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐสามารถดูแลและควบคุมได้อย่างเหมาะสม

ต่อมา รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันสหกรณ์แห่งชาติ" เพื่อระลึกถึงการก่อตั้งสหกรณ์แห่งแรกนี้ (ประกาศใน ครม. 9 ต.ค. 2527)

การเกิดขึ้นของสหกรณ์เครดิตแบบหมู่บ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการสูญเสียที่ดินทำกินจากนายทุนเงินกู้เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบขยายไปสู่ขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างเศรษฐกิจชนบทอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/263080

‘แบงค์’ ปลดล็อค!! โมเมนต์ประวัติศาสตร์ G27 “ไฟรัก” ดังสนั่นราชมังฯ ‘แบงค์ ปรีติ’ ยิ้มทั้งน้ำตา แฟนเพลงส่งสัญญาณอยากเห็น Clash รวมตัว

(25 ก.พ. 69) "แบงค์ ปรีติ" อดีตนักร้องนำวง 'Clash' ประสบความสำเร็จปลดล็อคความรู้สึกบนเวทีเทศกาลดนตรี G27 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อแฟนเพลงกว่า 60,000 คนช่วยกันร้องเพลง "ไฟรัก" อย่างล้นหลาม การกลับมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่แบงค์ได้ย้ายเข้าสู่ค่าย genie records หลังจากไม่ได้มีโอกาสร่วมงานในงาน G27 ก่อนหน้านี้

แบงค์เผยความทรงจำ เมื่อ 7 ปีก่อนเคยพูดคุยถึงการเล่นคอนเสิร์ตรวมของวง 'Clash' ที่ราชมังฯ แต่โควิดทำให้โครงการล่าช้า "ผมรู้ว่านี่คือตอนที่ควรจะเป็นโอกาสแรกและสุดท้าย แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วและมันยอดเยี่ยมกว่าที่คิด" แบงค์กล่าวผ่านโพสต์

นับว่าเป็นแรงสนับสนุนใจอย่างยิ่งจากแฟนเพลงและแฟนคลับที่คอยผลักดันให้วง 'Clash' กลับมารวมตัวใหม่อีกครั้ง หลายเสียงเชียร์ว่าการฉลองครบรอบ 25 ปีของวงนั้นยังไม่สายเกินไป สำหรับแฟนเพลงที่ยังรอคอยการคืนวงของเหล่าศิลปินรุ่นใหญ่

งาน G27 ปีนี้มีศิลปิน 31 วงร่วมแสดงกว่า 11 ชั่วโมง โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหลากหลายรุ่นได้แสดงผลงาน กระชับความสนิทสนมระหว่างศิลปินและแฟนเพลงพร้อมกันทั่วประเทศ การตอบรับที่ล้นหลามชี้ให้เห็นถึงพลังและหัวใจของแฟนเพลงร็อกไทยที่ยังคงแน่นแฟ้นแม้กาลเวลาผ่านไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10149542

25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ เป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุในไทย ปูทางสื่อสารรัฐถึงประชาชนทั่วประเทศ กลายเป็นรากฐานระบบวิทยุแห่งชาติไทย

เมื่อวัน 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 วันสำคัญของวงการวิทยุกระจายเสียงไทย นับเป็นวันแรกที่มีการออกอากาศสาธารณะโดย "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" ซึ่งตั้งอยู่ที่วังพญาไท การส่งสัญญาณปฐมฤกษ์ในปี พ.ศ. 2473 นี้ ถูกผลักดันโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ผู้ซึ่งถูกยกย่องเป็น "บิดาแห่งวงการวิทยุกระจายเสียงไทย" ก่อนหน้านี้มีการทดลองส่งสัญญาณหลายครั้งที่ตึกไปรษณีย์ปากคลองโอ่งอ่างและศาลาแดง

ไฮไลต์ของวันเปิดสถานีคือการถ่ายทอดสด "พระราชดำรัส" ของ รัชกาลที่ 7 จากพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าครั้งแรกรัฐไทยใช้วิทยุกระจายเสียงเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารข่าวสาร การศึกษา และความบันเทิงสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

การส่งสัญญาณจากศูนย์กลางอำนาจรัฐด้วยคลื่นวิทยุเป็นการปฏิวัติการสื่อสารในยุคนั้น วิทยุกลายเป็นสื่อที่ประชาชนเข้าถึงได้ และยังต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น "สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย" ในปี พ.ศ. 2484 พร้อมก้าวสู่สถานีวิทยุแห่งชาติของไทย

25 กุมภาพันธ์จึงเป็นวันเปิดไมค์ประเทศที่สำคัญ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาสื่อสารมวลชนไทยตลอดมา และย้ำถึงบทบาทของวิทยุในฐานะสื่อกลางเชื่อมรัฐและประชาชน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/262086


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top