Tuesday, 14 July 2026
LITE

3 เมษายน 1893 ถือว่าเป็นวันสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่รู้จักในชื่อ "พระเจ้าอู่ทอง" ทรงก่อตั้งอยุธยาเป็นราชธานีสำคัญของไทย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 1893 คือวันที่ถือว่าเป็นวันสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่รู้จักในชื่อ พระเจ้าอู่ทอง ทรงก่อตั้งอยุธยาเป็นราชธานีสำคัญของไทย ซึ่งต่อมามีบทบาทเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยาวนานถึง 417 ปี

ตามข้อมูลจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 3 เมษายนของทุกปี จะมีพิธีรำลึกเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีการระลึกถึงการรวมกลุ่มเมืองสำคัญในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและการสถาปนาอำนาจการปกครองอย่างเข้มแข็งในปี พ.ศ. 1893 นี้

ทำเลที่ตั้งของอยุธยาในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าและการปกครองที่เหมาะสม พร้อมเป็นจุดเชื่อมต่อทางการค้าในระดับภูมิภาคและนานาชาติ โดยตัวเมืองเต็มไปด้วยการวางผังเมืองที่ใช้ระบบน้ำช่วยการป้องกันและการขนส่งภายใน

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงวางรากฐานอำนาจและการปกครองที่มั่นคง พร้อมขยายอิทธิพลออกจากอยุธยาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาค การสถาปนาอยุธยาจึงเป็นการรวมศูนย์อำนาจที่สำคัญของรัฐโบราณไทย ปัจจุบันอยุธยายังคงเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญและได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก

"3 เมษายน พ.ศ. 1893" จึงไม่ใช่เพียงวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่เป็นวันที่สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของราชธานีที่สำคัญและความรุ่งเรืองของอาณาจักรไทยในอดีต

ที่มา : https://ayutthaya.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/378709

สงกรานต์นี้มีสะเทือน!! ‘กระแต อาร์สยาม’ ยกโชว์ใหญ่ บุก Hangover นครสวรรค์ ‘Bangkok City’ จุดกระแสซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปลุกเทรนด์ห่มสไบใส่ยีนส์รับสงกรานต์

'กระแต อาร์สยาม' หรือ 'KT Kratae' เตรียมสร้างความฮือฮาครั้งใหม่ที่ Hangover นครสวรรค์ ในวันที่ 24 เมษายนนี้ ภายใต้ธีมเทศกาลปีใหม่ไทย (สงกรานต์) กับโชว์แบบฟูลออฟชั่น พร้อมขนเพลงใหม่ "Bangkok City" ซึ่งเป็นเพลงแนว Feel-Good Dancehall/Latin-Pop ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ไวรัลและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย

'พีช-สุพิชญา ไพฑูลย์' กรรมการผู้จัดการ Hangover Nakhonsawan เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า "เราตั้งใจให้ลูกค้ามารับบรรยากาศดนตรีที่เป็นกันเองและประทับใจ พร้อมผลักดันวัฒนธรรมไทยให้คนรุ่นใหม่ภาคภูมิใจ" และวางแผนคืนกำไรลูกค้าด้วยคอนเสิร์ตแบบเอ็กคลูซีฟ ใกล้ชิดศิลปินแบบตัวต่อตัว

เพลง "Bangkok City" ยังปลุกกระแสแฟชั่น "ห่มสไบใส่กางเกงยีนส์" สุดเท่ห์ที่กลายเป็นเทรนด์ฮิตบนโซเชียลมีเดีย ดึงดูดทั้งคนไทยและต่างชาติให้ร่วมสนุก เต้นสะบัด และถ่ายคอนเทนต์ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

งานนี้จะเป็นการต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมส่งเสริมและยกระดับเพลงไทยสู่เวทีสากลควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัยที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment

๒ เมษายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงเริ่มการศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา ก่อนจะทรงเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญามหาบัณฑิตจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2529

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย พระองค์ทรงอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ จนได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญาว่า ‘เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย’ และ ‘วิศิษฏศิลปิน’ ซึ่งต่อมา คณะรัฐมนตรียังมีมติให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็น ‘วันอนุรักษ์มรดกของชาติ’ เพื่อเทิดพระเกียรติที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านการอนุรักษ์มรดกของชาติในสาขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ อาทิ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2523 ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะขยายออกไปยัง 44 จังหวัดในพื้นที่ทุรกันดาร

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้น ในวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพ ประชาชนชาวไทยจึงขอน้อมถวายพระพร ขอทรงมีพลานามัยแข็งแรงยิ่งยืนนาน ทรงพระเจริญ

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า_กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ_สยามบรมราชกุมารี

สะเทือนโซเชียล!! “คริสติน กุลสตรี” เผยเหตุถูกคุกคามทางเพศ ขณะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เข้าเก็บหลักฐานเตรียมสู้คดี วอนสังคมใส่ใจความปลอดภัย

นักแสดงและนางแบบสาว 'คริสติน กุลสตรี' สร้างความช็อกให้แฟน ๆ เมื่อเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมว่า เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศในช่วงที่เผชิญภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

'คริสติน' ระบุในโพสต์ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในห้องพักของเธอในช่วงเวลาที่ร่างกายเปราะบางมาก ขณะที่บุคคลซึ่งเข้ามาช่วยกลับล่วงละเมิดด้วยการสัมผัสร่างกายอย่างไม่เหมาะสม ขณะที่เธอไม่สามารถปกป้องตัวเองได้

ล่าสุดนักแสดงสาวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจและอยู่ระหว่างตรวจร่างกายโดยแพทย์นิติเวชเพื่อตรวจสอบหลักฐานทางกฎหมาย เธอยังย้ำว่า กำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมเปิดรับเบาะแสและความช่วยเหลือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากแฟนคลับและชาวเน็ตที่เข้ามาให้กำลังใจและเรียกร้องความเป็นธรรม สร้างกระแสความตื่นตัวเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้หญิงในช่วงเปราะบาง 'คริสติน' ขอบคุณทุกกำลังใจที่ช่วยเธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9881330/

1 เมษายน ของทุกปี ถือเป็น “วันเลิกทาสไทย” จุดเปลี่ยนสังคมสยามสู่อิสรภาพ 'รัชกาลที่ 5' วางรากฐานเลิกทาส เปิดทางสู่ชีวิตใหม่ที่เสมอภาค

ทุกวันที่ 1 เมษายน ถือเป็น "วันเลิกทาสไทย" ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปอย่างลึกซึ้ง สู่เสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลังการใช้กฎหมายสำคัญในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วางระบบเลิกทาสอย่างเป็นระบบ

ก่อนหน้านั้น ระบบทาสในสังคมสยามเป็นโครงสร้างแรงงานและชนชั้นที่ผูกคนไว้กับนายนายและเจ้าขุนมูลนาย ไม่ว่าจะเป็นทาสที่เกิดจากความยากจน หนี้สิน หรือพ่อแม่ทาส ทำให้คนเหล่านี้ขาดความเป็นอิสระในชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้แนวทางค่อยเป็นค่อยไปด้วยพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท พ.ศ. 2417 ซึ่งกำหนดให้ค่าตัวลูกทาสลดลงตามอายุและเมื่อถึงวัยจะพ้นจากการเป็นทาส นับเป็นก้าวสำคัญที่ประวัติศาสตร์ไทยเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับเสรีภาพมนุษย์

วันเลิกทาสไทยไม่ใช่แค่วันสัญลักษณ์ แต่เป็นวันที่แสดงถึงความสำเร็จในการปฏิรูปสังคมสยามให้หลุดพ้นจากระบบเดิมที่กดทับสิทธิเสรีภาพ พร้อมทั้งสะท้อนความเป็นผู้นำที่ทรงวิสัยทัศน์และรอบคอบของ 'รัชกาลที่ 5' ที่เลือกใช้สันติวิธีและการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

การเลิกทาสเป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อโครงสร้างสังคมไทยและเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศสู่รัฐสมัยใหม่ ปัจจุบันวันที่ 1 เมษายนจึงควรถูกจดจำในฐานะวันแห่งเสรีภาพและความเป็นไท ซึ่งสะท้อนบทเรียนคุณค่าของเสรีภาพและศักดิ์ศรีมนุษย์ที่ได้รับจากอดีต

ที่มา : http://www.ttc.ops.go.th/?p=3672

29 มีนาคม 2493 วันถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระราชพิธีใหญ่แห่งแผ่นดิน ณ ท้องสนามหลวง รวมใจคนไทย ในความอาลัยร่วมกัน


เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2493 เป็นวันสำคัญของไทยที่จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล หรือ รัชกาลที่ 8 ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

พระราชพิธีสูงสุดเพื่อส่งเสด็จพระมหากษัตริย์สู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติ

รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตเมื่อ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489

และในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2493 ถือเป็น "วันพิธีแกนกลาง" ของพระราชพิธีถวายพระเพลิง

ที่มีการอัญเชิญพระบรมโกศจากพระบรมมหาราชวังไปยังพระเมรุมาศ

และการประกอบพิธีถวายพระเพลิงตามขัตติยราชประเพณี

บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความสงบ สำรวม และความอาลัยร่วมกัน

มีผู้คนมากมายเฝ้ารอชมกระบวนอัญเชิญในแต่ละช่วง

พร้อมด้วยฝ่ายราชสำนัก ข้าราชการ และผู้แทนจากนานาประเทศร่วมในพิธีการสำคัญ

พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของราชประเพณีที่สะท้อน

คติความเชื่อแบบไทยที่ผสมผสานพุทธกับพราหมณ์

แสดงถึงพิธีส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยตามความเชื่อดั้งเดิม

วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่รวมความอาลัยของประชาชนและพิธีกรรมรัฐ

ปิดฉากรัชสมัยรัชกาลที่ 8 อย่างสมบูรณ์ตามพิธีการ

และเป็นหมุดหมายในประวัติศาสตร์ไทยที่ถูกจดจำจนถึงปัจจุบัน

28 มีนาคม 2451 รำลึกวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ผู้อุปถัมป์ตึกจักรพงษ์จุฬาฯ ศูนย์รวมกิจกรรมและแหล่งเรียนรู้

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2451 เป็นวันคล้ายวันประสูติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์, พระราชโอรสในราชสกุลจักรพงษ์ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการก่อกำเนิดและพัฒนาตึกจักรพงษ์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงประทานเงิน 20,000 บาทเพื่อสร้าง “สโมสรสถาน” สำหรับนิสิตและคณาจารย์ เพื่อเป็นที่พบปะสังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกัน ตึกนี้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ 2 ชั้น และมีตราสัญลักษณ์ราชสกุลจักรพงษ์ปรากฏที่หน้าจั่ว อาคารนี้จึงไม่เพียงเป็นที่ทำกิจกรรม แต่ยังเป็นอนุสรณ์แด่พระบิดาของพระองค์ด้วย

พัฒนาการของตึกจักรพงษ์เริ่มจากสโมสรนิสิตและคณาจารย์ กลายเป็นที่ทำการของสโมสรนิสิตจุฬาฯ และพื้นที่ทำกิจกรรมชมรมต่างๆ ก่อนปรับเป็นหอประวัติจุฬาฯ ในปี พ.ศ. 2531 ที่รวมทั้งนิทรรศการและวัตถุพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย

ในปี พ.ศ. 2496 พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงประทานเงินเพิ่มอีก 200,000 บาท เพื่อบูรณะและต่อเติมอาคารให้รองรับกิจกรรมนิสิตได้มากขึ้น โดยยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์เดิม การรำลึกในวันนี้จึงไม่เพียงสะท้อนวันเกิด แต่เป็นการระลึกถึงผู้ให้ที่ทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมและการศึกษาไว้ในจุฬาฯ

"ตึกจักรพงษ์ไม่ใช่แค่สโมสร

แต่เป็นอนุสรณ์และแหล่งเรียนรู้

ที่เชื่อมโยงอดีตกับอนาคต

ในรั้วมหาวิทยาลัย" จุฬาฯ กล่าวไว้เช่นนั้น

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C?utm_source=chatgpt.com

27 มีนาคม 2454 ‘ในหลวง ร.6’ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา ‘กรมศิลปากร’ เป็นครั้งแรก ดูแลคุ้มครอง-อนุรักษ์-เผยแพร่องค์ความรู้ ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2454 ถือเป็นวันสำคัญของวงการศิลปวัฒนธรรมไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โปรดเกล้าฯ สถาปนา "กรมศิลปากร" ขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อคุ้มครองมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างเป็นระบบ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ แต่หมายถึงการรวมงานที่เกี่ยวข้องกับ "การช่าง" จากกระทรวงโยธาธิการ และ "กรมพิพิธภัณฑ์" จากกระทรวงธรรมการ มารวมเป็นเจ้าภาพหลักที่กำหนดทิศทางของงานโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ศิลปกรรม และเอกสารสำคัญต่าง ๆ

ภารกิจของกรมศิลปากรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลพิพิธภัณฑ์หรือโบราณสถาน แต่ครอบคลุมถึงการวิจัย การส่งเสริม และการศึกษาคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมเพื่อธำรงเอกลักษณ์ของชาติ ภายใต้ 4 ด้านหลักคือ ดุริยางคศิลป์ โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ ภาษา เอกสารและหนังสือ และ สถาปัตยกรรมและศิลปกรรม

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ทรงเป็นผู้บัญชาการกรมศิลปากรพระองค์แรก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานตั้งแต่วันแรก

23 มีนาคม 2454 คือหมุดหมายของการผลักดันงานอนุรักษ์แบบรัฐสมัยใหม่ ที่สร้างศูนย์กลางงานศิลปวัฒนธรรมจากหน่วยงานแยกส่วน สู่ระบบมีทิศทางเดียว เพิ่มศักยภาพในด้านการจัดการองค์ความรู้และสร้างเกราะคุ้มกันมรดกของชาติให้ยั่งยืน

ที่มา : https://www.nat.go.th/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/ArticleId/964/-1-2-3-4-5-6-7-8-9-10-11-12-13-14-15-16-17-18-19-20-21-22-23-24-25-26-27-28-29-30-31-32-33-34-35-36-37-38-39-40-41-42-43-44-45-46-47-48-49-50-51-52-53-1-2-3-4-5

จากวันนั้นถึงวันนี้ ซาบซึ้งใจ ‘น้องมะลิ’ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้มอบโอกาส "แม่โบว์" โพสต์ข้อความซึ้ง ระลึกถึงความเมตตาตลอดมา

น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวของพระเอกผู้ล่วงลับ 'ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์' เข้าแสดงความขอบคุณต่อ 'คุณศุภชัย เจียรวนนท์' ผู้ที่ให้โอกาสด้านการศึกษาแก่เธออย่างต่อเนื่องที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย

'แม่โบว์-แวนดา สหวงษ์' โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเล่าถึงความประทับใจที่น้องมะลิได้พบกับคุณศุภชัยและคุณบุษดี เจียรวนนท์ โดยเธอกล่าวว่า "วันนี้มะลิได้มีโอกาสได้พบกับคุณศุภชัยและคุณบุษดี เจียรวนนท์ หลังจากถามแม่ว่าเมื่อไหร่หนูจะได้เจอ หนูอยากขอบคุณคุณศุภชัยและคุณบุษดี ที่มอบโอกาสทางการศึกษาและเอ็นดูหนูมาตลอดนะคะ วันนี้ตื่นเต้นทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ"

หลังจากสูญเสีย 'ปอ-ทฤษฎี' เมื่อสมัยน้องมะลิยังอายุเพียง 3 ขวบ 'คุณศุภชัย เจียรวนนท์' ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นมือช่วยมอบทุนการศึกษาให้แก่เธอเพื่ออนาคตที่สดใส

ปัจจุบันน้องมะลิกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติ Prep International Kindergarten โรงเรียนที่พ่อปอตั้งใจเลือกไว้เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ซึ่งแม่โบว์ก็ได้สานเจตนารมณ์นี้อย่างเต็มที่จนเห็นความสามารถของลูกสาวในหลายด้านอย่างโดดเด่น

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9880362/

26 มีนาคม 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเปิดการเดินรถไฟปฐมฤกษ์ กรุงเทพ – อยุธยา ระหว่างสถานีกรุงเทพถึงอยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร ต่อมากำหนดเป็น 'วันสถาปนากิจการรถไฟ'

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จฯ ทรงเปิดการเดินรถไฟปฐมฤกษ์ ระหว่างสถานีกรุงเทพถึงอยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร นับเป็นช่วงแรกที่แล้วเสร็จในโครงการรถไฟหลวงสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2439 การรถไฟฯ เปิดให้ประชาชนใช้บริการเดินทางไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ กับอยุธยาอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นวันแรกที่บริการรถไฟเปิดให้ประชาชนใช้อย่างจริงจัง

ในแง่รายละเอียด ช่วงแรกของการเดินรถมีระยะทาง 71 กิโลเมตร ตั้งสถานีรวม 9 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพ, บางซื่อ, หลักสี่, หลักหก, คลองรังสิต, เชียงราก, เชียงรากน้อย, บางปะอิน และกรุงเก่า (อยุธยา) โดยมีขบวนรถวิ่งวันละ 4 ขบวน (ขึ้น-ล่อง)

วันเปิดเดินรถไฟนี้จึงถูกกำหนดเป็น "วันสถาปนากิจการรถไฟ" ซึ่งให้ความหมายถึงการที่โครงการรถไฟหลวงสร้างผลการเดินรถจริงจังสำเร็จครั้งแรก และเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคปฏิรูปของรัชกาลที่ 5 ที่เปลี่ยนวิธีเดินทางและการค้าขายในราชอาณาจักรไทย

ก่อนหน้า มีพิธีเริ่มสร้างทางรถไฟตั้งแต่ปี 2434 และในปี 2443 รถไฟสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมาถูกเปิดครบสมบูรณ์ ระยะทางรวม 265 กิโลเมตร สร้างรากฐานสำคัญของการพัฒนาคมนาคมและการบริหารรัฐสมัยใหม่ในไทย

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/history/article_7765

25 มีนาคม 2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงยุติธรรม เปิดระบบยุติธรรมทันสมัย ยกระดับมาตรฐานสากลยอมรับ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2434 คือวันที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงยุติธรรมขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไทยสู่ความทันสมัยและเป็นระบบเดียวที่เชื่อถือได้

ในยุคนั้น ประเทศไทยกำลังปฏิรูปประเทศสู่รัฐสมัยใหม่ โดยเฉพาะการจัดระเบียบราชการและระบบยุติธรรมที่กระจัดกระจายและไม่เป็นเอกภาพ การมีหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงยุติธรรมช่วยสร้างเอกภาพในการบริหาร ควบคุมมาตรฐาน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากอำนาจชาติตะวันตก ผ่านระบบสิทธิสภาพนอกอาณาเขตที่จำกัดอำนาจศาลไทย ทำให้ไทยต้องพิสูจน์ความโปร่งใสและเป็นสากลของระบบศาล เพื่อรักษาอธิปไตยและสิทธิของชาติบนเวทีโลก ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศ

ด้วยการรวมศูนย์การบริหารคดีและระบบศาล ก่อให้เกิดมาตรฐานที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้ ลดความคลุมเครือในการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ภารกิจของกระทรวงยังช่วยวางรากฐานให้การปรับปรุงกฎหมายและระบบการปกครองทันต่อสภาพสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ดังนั้น วันที่ 25 มีนาคม 2434 จึงไม่ใช่เพียงวันที่ก่อตั้งหน่วยงานราชการ แต่เป็นวันประกาศชัดว่า "ความยุติธรรมต้องเป็นระบบ" เป็นโครงสร้างสำคัญของชาติและเครื่องมือปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างความยุติธรรมภายในประเทศ และคงไว้ซึ่งอธิปไตยท่ามกลางแรงกดดันภายนอก

ที่มา : https://www.lib.ru.ac.th/journal/oct/oct23_ck_index_6.html

https://th.wikipedia.org/wiki/กระทรวงยุติธรรม

24 มีนาคม 2493 ในหลวง ร.9 พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ จากสมาพันธรัฐสวิสนิวัติถึงราชอาณาจักรไทย จุดเริ่มปีพระราชพิธีใหญ่ต่อเนื่อง ภาพความปีติปริ่มใจของประชาชนในพระนคร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จนิวัติกลับประเทศไทยจากสมาพันธรัฐสวิส เปิดฉากปีแห่งพระราชพิธีสำคัญที่ต่อเนื่องกันในปีเดียวกัน และเป็นการกลับบ้านครั้งแรกหลังจากทรงศึกษาและประทับอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2489

การเสด็จนิวัติครั้งนี้ได้รับการจัดอย่างเป็นทางการด้วยกระบวนรับเสด็จ และการนำเรือเดินสมุทร Selandia และเรือรบหลวงศรีอยุธยาเป็นพาหนะในการเสด็จขึ้นสู่พระนคร เสมือนการเชื่อมโยงความต่อเนื่องของสถาบันกษัตริย์กับประชาชนในช่วงเวลาสำคัญของประเทศ

บันทึกเหตุการณ์ในไทม์ไลน์ “Thailand Journey” ของ Bangkok Post ระบุว่า การประทับในประเทศไทยครั้งนี้กินเวลาราว 73 วัน พร้อมกับพระราชพิธีใหญ่หลายงาน ได้แก่ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 8, พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บ้านเมือง

สังคมไทยในเวลานั้นรู้สึกปลาบปลื้มและตื่นตาตื่นใจกับการเสด็จนิวัติที่สะท้อนความหวังของชาติและความต่อเนื่องของสถาบัน พระนครเต็มไปด้วยประชาชนที่มารอต้อนรับด้วยความปีติ ความทรงจำในวันนั้นมีความหมายทั้งในแง่พิธีการและความร่วมใจของประชาชน

24 มีนาคม พ.ศ. 2493 จึงเป็นวันหมุดหมายสำคัญ ตั้งต้นปียุคใหม่ของพระราชพิธีและเป็นภาพความทรงจำร่วมที่สะท้อนความมั่นคงและความหวังของบ้านเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทยยุคหลังสงคราม

ที่มา : https://thailandjourney.bangkokpost.com/timeline/1950/the-return-of-the-king

Her in Frame เธอในภาพนั้น ‘กระทรวงพลังงาน’ จับมือ ‘กฟผ.’ เปิดกล้องภาพยนตร์ใหม่ ‘พี่หน่อง’ อำนวยการผลิต ถ่ายทอดรักเหนือกาลเวลา

กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง “Her in Frame เธอในภาพนั้น” ภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความทรงจำ และพรหมลิขิตผ่านภาพถ่ายที่เชื่อมอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความรักของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และรัชกาลที่ 9 สะท้อนความหมายของความรักมั่นคง ผูกพัน และสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมสู่รัชสมัยรัชกาลที่ 10

เรื่องราวเล่าถึง “มินตรา” ภัณฑารักษ์สาว และ “ตะวัน” ช่างภาพหนุ่มที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จากภาพถ่ายในกล้องฟิล์มเก่า นำพาไปสู่การตามหาความจริงระหว่างกรุงเทพฯ ถึงเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนักแสดงนำอย่าง ‘ต่อ ธนภพ’ และ ‘ลีน่า ลลินา’

งานนี้อำนวยการผลิตโดย ‘พี่หน่อง อรุโณชา’ และกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกโดย ‘พี่กู่ เอกสิทธิ์’ โดยมีพิธีบวงสรวงวันที่ 23 มีนาคม 2569 เตรียมฉายในเดือนสิงหาคมนี้

“เพราะบางภาพไม่ได้เพียงบันทึกด้วยกล้อง แต่บันทึกด้วยหัวใจ……” คำโปรยที่ช่วยสะท้อนความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10181615

https://x.com/Theupclose/status/2035940333255881127/photo/1

22 มีนาคม 2277 วันคล้ายวันพระราชสมภพของ 'สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี' หรือในนาม 'พระเจ้าตาก' ผู้นำกอบกู้เอกราช

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2277 ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของ 'สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี' หรือที่คนไทยรู้จักในนาม 'สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช' ผู้ทรงเป็นผู้นำกอบกู้เอกราชและรวบรวมแผ่นดินหลังเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310

พระองค์ไม่เพียงแค่ชนะศึกครั้งเดียว แต่ภารกิจหลักคือการฟื้นประเทศจากสภาพพังทลายของรัฐและสังคมหลังสงคราม ทั้งความมั่นคง ปากท้อง และขวัญกำลังใจผู้คน โดยเลือกตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจและการปกครอง

ในโพสต์รำลึกเหตุการณ์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้กล่าวไว้ว่า "ธนบุรีไม่ใช่แค่เมืองหลวงชั่วคราว แต่เป็นฐานตั้งต้นของการฟื้นรัฐ" ซึ่งสื่อถึงการมุ่งมั่นฟื้นฟูประเทศทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง

การสถาปนากรุงธนบุรีเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศกลับมามีหน้าตาและอนาคตอีกครั้ง ถือเป็นบทเรียนของภาวะผู้นำที่เด็ดขาดและมุ่งผลลัพธ์ในวันที่บ้านเมืองยากลำบาก

ทุกวันที่ 22 มีนาคมจึงไม่ใช่แค่วันระลึกถึงอดีต แต่ยังสะท้อนบทบาทผู้นำที่ทำให้คนไทยสามารถยืนหยัดและฟื้นฟูประเทศได้อีกครั้งในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ที่มา : https://www.komchadluek.net/today-in-history/366554

21 มีนาคม 2557 ‘ในหลวง’ ติดตามโครงการชั่งหัวมัน พระราชดำริพัฒนาเกษตร ณ เพชรบุรี เสด็จฯ ตรวจงานเกษตรพอเพียง เน้นเกษตรผสมผสานปศุสัตว์น้ำ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินติดตาม "โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ" ที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อทอดพระเนตรงานพัฒนาเกษตรผสมผสาน ปศุสัตว์ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แห้งแล้งอย่างใกล้ชิด

ในโพสต์ข่าวเมื่อวันดังกล่าวมีการกล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่สำคัญ เช่น การป้อนนมโคและป้อนหญ้าให้ลูกโคที่โรงเลี้ยงโคนม พร้อมทั้งติดตามรายละเอียดจำนวนโคภายในโครงการอย่างละเอียด พระองค์ทรงเน้นแนวทางเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมมาตรการป้องกันไฟป่าและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบน้ำหยดในบางแปลง

โครงการชั่งหัวมันฯ เริ่มต้นจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการซื้อที่ดินกว่า 250 ไร่เพื่อจัดตั้งแปลงสาธิตและศูนย์เรียนรู้การเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง แปลงเกษตรผสมผสานนี้ครอบคลุมไม้ผล พืชไร่ และการเลี้ยงปศุสัตว์ พร้อมทั้งมีโครงการฟื้นฟูป่าและแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่งยืน

การเสด็จพระราชดำเนินติดตามงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เน้นการลงพื้นที่จริง ดูแลและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทางเกษตรอย่างรอบด้าน ช่วยยืนยันว่าเกษตรท่ามกลางภูมิอากาศแห้งแล้งก็สามารถประสบความสำเร็จได้ภายใต้การจัดการที่เหมาะสมและยั่งยืน

ที่มา :  https://localphetchaburi.net/king9/items/show/291  

https://mgronline.com/travel/detail/9650000115607 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top