Tuesday, 14 July 2026
LITE

'ม้า อรนภา' ชี้แจง!! จากแจ้งเตือนกลายเป็นดราม่า เผยสะเพร่าไม่ติดราคาห่อหมก ตั้งข้อสงสัยถูกกลั่นแกล้งร้องเรียน แนะแจ้งกันดีๆไม่ต้องมากัน 5 คน

(24 ก.พ. 69) 'ม้า อรนภา' เปิดเผยผ่านสื่อถึงกรณีถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแผงห่อหมกของเธอ หลังมีผู้ร้องเรียนว่าไม่ติดป้ายราคาสินค้า ซึ่งนอกจากห่อหมกแล้ว สินค้าอื่นๆ เช่น น้ำพริกและแกงไข่พะโล้จะติดราคาชัดเจน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นความสะเพร่า เพราะไม่เคยศึกษากฎหมายมาก่อน และไม่ได้ตั้งใจละเมิด

เธอเล่าถึงความรู้สึกตอนเจ้าหน้าที่มากัน 5 คนว่า "เขาบอกมีคนมาร้องเรียนว่า สินค้าของเราไม่ได้ติดราคาไว้... อารมณ์ปรี๊ด อารมณ์เสียบ้าง มีประโยคหนึ่งถามไป ใครหรรอคะที่เป็นคนแจ้ง ? เขาบอกว่าบอกไม่ได้ แต่มีเขียนมาร้องเรียน... พี่อย่าอารมณ์เสียนะ" นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าคำร้องเรียนมีถ้อยคำพาดพิงเรื่องชื่อเสียง แสดงเหมือนตั้งใจกลั่นแกล้ง

เธอยังกล่าวว่า "เรื่องร้องเรียน อย่าให้คดีความไม่ดำเนินไป ด้วยความที่ดิฉันมีชื่อเสียงและอิทธิพล ฉันก็ใช้ประโยคนี้เลยหรอ แบบนี้แกล้งกันใช่ไหม... มาบอกกันดีๆก็พอ ไม่ใช่มาร้องเรียนและมากัน 5 คนเหมือนฉันเป็นโจร" พร้อมยอมรับว่าแค่นี้ก็หงุดหงิดแล้ว

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการเรื่องข้อร้องเรียนโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับพ่อค้าแม่ค้า ที่อาจเกิดความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าหรือผู้ร้องเรียนแสดงท่าทีไม่สุภาพ ทำให้เรื่องแจ้งเตือนกลายเป็นประเด็นที่มีอารมณ์ร่วมสูง

ที่มา : https://entertain.teenee.com/thaistar/318074.html

มายมิ้นคว้ามงกุฎ นางสาวไทย 2569 เดินสายประกวดมากกว่า 40 เวที ครองตำแหน่งทูตวัฒนธรรมไทย พร้อมพาวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

(23 ก.พ. 69) การประกวดนางสาวไทย 2569 จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดย 'มายมิ้น จิราภรณ์ ศาลาแดง' สาวงามจากอุดรธานีที่มีประสบการณ์ในวงการนางงามมากกว่า 40 เวที สามารถคว้ามงกุฎนางสาวไทยปีนี้ไปครองได้อย่างสง่างาม

สัปดาห์นี้การประกวดภายใต้คอนเซ็ปต์ "In Sprie By The Queen Mother" ได้จัดเต็มทั้งความสวยงามและวัฒนธรรมไทย สาวงาม 39 จังหวัดโชว์ชุดไทยประยุกต์และแสดงศิลปะโขนเปิดเวทีสุดอลังการ พร้อมการแสดงของบอยแบนด์ T-POP 'Perses' ที่เพิ่มความคึกคักให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และออนไลน์

'มายมิ้น' เผชิญหน้าคู่แข่งอย่างดุเดือด โดยผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายต้องตอบคำถามสู้ไหวชิงพริบ ก่อนจะประกาศผู้ชนะที่ครบทั้งความงามและปัญญา เธอจะรับหน้าที่เป็นทูตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยไปยังต่างประเทศ

นอกจากนี้ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ 'จีน ฤชาทร กิตติพรพานิช' แอร์โฮสเตสสาวผู้มีฝีมือ ส่วนรองอันดับ 2 ถึง 4 ได้แก่ 'ฝ้าย ปวีณา เนียมรักษา' 'เนอฟ ณัฐวดี กาญจนโอภาษ' และ 'กล้วย รุ่งระวี ฉิมชาญเวช' ตามลำดับ

'มายมิ้น' อายุ 22 ปี กำลังศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมประสบการณ์ในวงการบันเทิงและนางแบบ เธอกล่าวว่า "การได้รับตำแหน่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก"

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10147264
https://entertain.teenee.com/thaistar/318040.html

23 กุมภาพันธ์ 2436 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา "โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" รร.ต้นแบบแห่ง ‘หลักสูตร-วิธีการสอน’ ที่เผยแพร่ไปทั่วไทย วางรากฐานการศึกษาพระปริยัติฯ สู่เครือข่ายมหามกุฏราชวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา "โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" เปิดทางการศึกษาพระปริยัติธรรมในสายธรรมยุติกนิกายที่มีระบบชัดเจนและเป็นเครือข่ายหลักในการเชื่อมต่อกับมหามกุฏราชวิทยาลัย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนี้เพื่อยกระดับการศึกษาในระบบสำหรับพระภิกษุสามเณร โดยมุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรและขยายรูปแบบจากการเรียนการสอนแบบกระจัดกระจายมาสู่การเรียนในสถาบันที่เป็นเครือข่ายรองรับ

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ทรงมีบทบาทสำคัญในการวางระบบการศึกษาของโรงเรียน และผลักดันให้เกิดแนวทางเรียนการสอนที่เป็นระบบและต่อเนื่อง โดยวัดบวรนิเวศวิหารที่เป็นศูนย์กลางของธรรมยุตมาก่อนจึงเหมาะเป็นฐานทดลอง

การสถาปนาโรงเรียนนี้เป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนผ่านของการศึกษาพระพุทธศาสนาที่จากเดิมที่เน้นเรียนตามวัดและครู มาเป็นเครือข่ายสถาบันภายใต้ระบบที่เชื่อมโยงและขยายตัวได้ เมื่อเวลาผ่านไปส่งผลให้มหามกุฏราชวิทยาลัยพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในยุคใหม่

"โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" ไม่ใช่แค่จุดตั้งต้นทางการศึกษา แต่ยังถือต่อพระราชปณิธานการศึกษาของรัชกาลที่ 4 ที่รัชกาลที่ 5 สืบสานจนกลายเป็นรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาแบบทันสมัยในประเทศไทย

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8?

22 กุมภาพันธ์ 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ทรงเปิด “เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล” จ.เชียงใหม่ สนับสนุนเกษตร บรรเทาน้ำหลาก และผลิตไฟฟ้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในเชียงใหม่ที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ถือเป็นวันสำคัญของภาคเหนือและการบริหารน้ำเมื่ิอ 'รัชกาลที่ 9' เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" ที่จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนอเนกประสงค์แห่งนี้ถูกยกเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดการน้ำและพลังงานในพื้นที่

"เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" ตั้งอยู่บนลำน้ำแม่งัด ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ มีลักษณะเป็นเขื่อนดินสูงประมาณ 59 เมตร และยาว 1,950 เมตร ซึ่งมีความจุอ่างเก็บน้ำราว 265 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง บรรเทาน้ำหลาก และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ด้วยกำลังผลิตรวม 9 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ กฟผ.

โครงการเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่เขื่อนจะแล้วเสร็จในปี 2527 และโรงไฟฟ้าจะเสร็จในปี 2528 ต่อมารัชกาลที่ 9 พระราชทานนาม "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2529 และเสด็จพระราชดำเนินเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2529

นอกจากบทบาทการจัดการน้ำแล้ว เขื่อนยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติศรีลานนา มีวิวทิวทัศน์ของภูเขาและอ่างเก็บน้ำ ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายของเมือง "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" จึงเปรียบเสมือนมรดกที่ยังคงยืนยงมาตลอดหลายทศวรรษ

"เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนืออย่างยั่งยืน

ที่มา : https://nakhonratchasima.mnre.go.th/th/news/detail/80718

 

คดีดิไอคอนคืบ!! อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ‘แซม-มิน’ 5 ข้อหาหนัก คดีดิไอคอนกรุ๊ป หลัง DSI ชี้บทบาทเกินพรีเซนเตอร์ ประชาชนโดนหลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่

(21 ก.พ. 69) อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง 2 นักแสดงชื่อดังคือ ‘แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี’ และ ‘มิน-พีชญา วัฒนามนตรี’ ในคดีความเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ “ดิไอคอน กรุ๊ป” โดยมีข้อกล่าวหา 5 ข้อหาหนักรวมถึงฉ้อโกงประชาชนและทำธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งสองจะถูกเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ อัยการคดีพิเศษมีความเห็นไม่สั่งฟ้องเพราะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ แต่ ‘พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ’ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นแย้งว่า ทั้งคู่มีบทบาทเกินกว่านั้น โดยได้รับค่าตอบแทนสูงและขึ้นเวทีพูดโน้มน้าวชักชวนจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก นอกจากนี้ยังน่าจะรับรู้ถึงแผนธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่ต้น

“บทบาทจึงไม่ต่างจากผู้บริหารคนอื่น” และส่งผลให้ประชาชนเชื่อมั่นลงทุนในธุรกิจนี้ จากคำชี้แจงของ DSI ทำให้คดีนี้มีความคืบหน้าที่สำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนที่ชี้ชะตาผู้เกี่ยวข้องในวงกว้าง

คดีนี้เป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ และสะท้อนความจริงในวงการบันเทิงที่มีบทบาทในธุรกิจประเภทนี้ด้วย

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9874374/

21 กุมภาพันธ์ 2455 รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศใช้ ‘พุทธศักราช’ (พ.ศ.) เป็นศักราชประจำชาติ แทน ‘รัตนโกสินทร์ศก’ (ร.ศ.) ปรับระบบปีของชาติ ให้สอดคล้องประเพณีประเทศพุทธ

รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราช (พ.ศ.) แทนรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 ถึง 2455 เพื่อให้สอดคล้องกับประเพณีของประเทศที่นับถือพุทธศาสนาและเจตนารมณ์ของชาติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าพุทธศักราชเหมาะสมกว่าในการเป็นศักราชประจำชาติ

พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พุทธศักราชในราชการทั่วไป โดยนับวันขึ้นปีใหม่เริ่มจาก 1 เมษายน พ.ศ. 2456 หลังจากประกาศในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 ที่ผ่านมา "ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา และเพื่อให้สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ที่นับถือพุทธศาสนา" พระองค์ทรงพระราชดำริเช่นนี้ในขณะนั้น

รัตนโกสินทร์ศก เริ่มใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเริ่มนับปีจากปีที่สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง คือ พ.ศ. 2325 เรียกว่า ร.ศ. 1 แต่ในทางพระพุทธศาสนาประเทศไทยยังคงใช้พุทธศักราชตามธรรมเนียมเดิมที่มีตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว นับพ.ศ. ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานครบ 1 ปี ขณะที่ศรีลังกาและเมียนมาเริ่มนับเร็วกว่าไทย 1 ปี

ก่อนหน้านี้ ไทยเคยใช้มหาศักราชและจุลศักราชมาก่อน ทั้งนี้ การเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราชสร้างความชัดเจนทางประวัติศาสตร์และศาสนาในระบบปีปฏิทินที่ไทยใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://korat.mnre.go.th/th/news/detail/80707

20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี กำหนดเป็น “วันทนายความ” จดทะเบียนสมาคมครั้งแรกปี 2500 สะท้อนบทบาทสำคัญในระบบยุติธรรม เน้นเข้าถึงสิทธิและคุ้มครองประชาชน

(20 ก.พ. 69) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ "วันทนายความ" ซึ่งเป็นวันสำคัญสำหรับวิชาชีพทนายความทั่วไทย กำหนดขึ้นเพื่อรำลึกการจดทะเบียนก่อตั้ง "สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย" เมื่อปี 2500 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกำหนดมาตรฐานและความเป็นอิสระของวิชาชีพนี้

"วันทนายความ" ไม่ได้เป็นเพียงวันรำลึกองค์กรทางกฎหมาย แต่สะท้อนบทบาทของทนายความที่ทำงานข้างประชาชนในกระบวนการยุติธรรม ทั้งให้คำปรึกษา ปกป้องสิทธิ และแทนต่อสู้คดีในศาล โดยทนายความคือ "สะพานสำคัญ" ที่เชื่อมต่อประชาชนเข้ากับระบบยุติธรรมอย่างเป็นธรรม

ในอดีตที่ผ่านมาวิชาชีพทนายความถูกมองในแง่ลบ เช่น การเล่นช่องโหว่กฎหมาย หรือมุ่งชนะคดี การมีองค์กรวิชาชีพจึงเป็นการสร้างมาตรฐานและจรรยาบรรณ วิชาชีพทนายความก้าวสู่สภาทนายความที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายปี 2528 เพื่อคุมมาตรฐานและความซื่อสัตย์

บทบาททนายความครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิในหลายคดี เช่น อาญา แรงงาน ครอบครัว และข้อพิพาทธุรกิจ รวมถึงการยืนหยัดให้นิติธรรมเกิดจริงในสังคม ทนายความคือ "เสียงของประชาชน" ในกระบวนการยุติธรรม และเป็นด่านสำคัญที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับอำนาจรัฐ

กิจกรรมวันทนายความปีนี้ยังคงเน้นไปที่การส่งเสริมความยุติธรรม การยกระดับจรรยาบรรณ และเตรียมความพร้อมรับมือกับโลกสมัยใหม่ในด้านกฎหมายดิจิทัล ข้อมูลส่วนบุคคล และคดีออนไลน์ จึงเป็นวันที่ย้ำว่าทนายความไม่ใช่แค่คนใส่สูทถือแฟ้ม แต่เป็นผู้ยืนเคียงข้างประชาชนเพื่อความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.stkc.go.th/stiday/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1

19 กุมภาพันธ์ 2531 ไทย–ลาว หยุดยิงศึกชายแดน “สมรภูมิบ้านร่มเกล้า” ยุติการปะทะยาวเกือบ 3 เดือน เกิดจากความขัดแย้งด้านแนวเขตแดน

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 กลายเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ชายแดนไทย–ลาว เมื่อทั้งสองฝ่ายประกาศ "หยุดยิง" ยุติการสู้รบในสมรภูมิบ้านร่มเกล้า ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ ธันวาคม 2530 โดยมีการถอนกำลังออกจากแนวปะทะตามข้อตกลงในวันนั้น

สมรภูมิบ้านร่มเกล้าเกิดจากความขัดแย้งด้านแนวเขตแดนซึ่งต่างฝ่ายยึดถือแผนที่และหลักเขตแดนมาตรฐานคนละชุดตั้งแต่ยุคอาณานิคม ความไม่ชัดเจนนี้ส่งผลให้เกิดการปะทะระยะยาวและรุนแรงที่สุดในช่วงธันวาคม 2530 ถึงกุมภาพันธ์ 2531

โดยในวันที่ 16–17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 มีการหารือกันเพื่อยุติความขัดแย้ง ก่อนจะประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พร้อมกันนี้มีการปรับกำลังและการถอนทหารออกจากพื้นที่เพื่อลดการปะทะซ้ำ ในภายหลังทั้งสองฝ่ายเดินหน้ากลไกการเจรจาเรื่องเขตแดนต่อไป

ความขัดแย้งครั้งนี้สร้างความสูญเสียมาก แม้จะไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเด็ดขาด ภูมิหลังนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกลไกเจรจาเพื่อจัดการปัญหาเขตแดนและสะท้อนบทเรียนที่ว่า "เส้นเขตแดนที่คลุมเครือสามารถก่อความตึงเครียดเป็นเวลานานได้ถ้าไม่มีการปักปันที่ชัดเจน"

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1843

วาไรตี้ตำนาน!! iQIYI เปิดตัว Running Man Thailand วาไรตี้สนุกจัดเต็ม กติกาโหดไม่ยั้ง รวม 7 เอเจนต์ดัง จัดเต็มทั้งฮาและปั่น ชมพร้อมกัน 22 ก.พ. ช่อง One31 และ iQIYI

(18 ก.พ. 69) iQIYI Original ส่งวาไรตี้ระดับตำนาน "Running Man Thailand อย่า หยุด วิ่ง" ออก Official Trailer ตัวแรกเรียกน้ำย่อยก่อนสตรีมตอนแรก 22 กุมภาพันธ์นี้ผ่านช่อง One31 และแอป iQIYI ในเวอร์ชัน UNCUT

โปรเจกต์นี้ได้ SBS Studio ต้นฉบับจากเกาหลีช่วยติวเข้มสคริปต์และวางแผนเกม ร่วมกับ 8 Sunday โปรดักชันฮาวส์ไทยเพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับความเป็นไทยอย่างลงตัว สนามแข่งจริงจัดเต็มทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา เกมโหดกระโดดสูง ลงน้ำ พร้อมภารกิจเอาตัวรอดสุดท้าทาย

นักวิ่งหลัก 7 Agent ได้แก่ 'โอ๊ต ปราโมทย์', 'เจฟ ซาเตอร์', 'อิ้งค์ วรันธร', 'เต ตะวัน', 'นุนิว ชวรินทร์', 'ต้าห์อู๋ พิทยา' และ 'ดีเจเผือก พงศธร' ซึ่งจะมาสร้างสีสันด้วยความสนุกฮาแบบไม่มีหยุด โดย "แกล้งกันไม่ยั้ง เคมีทั้งแกงทั้งซัพพอร์ต โกลาหลตั้งแต่ต้นจนจบ" คือเสน่ห์ของรายการ

วาไรตี้นี้ปล่อยออกมาให้ชมทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง One31 และรับชมออนไลน์แบบเต็มอิ่มเวลา 20.00 น. ผ่านแอป iQIYI และเว็บ IQ.com เท่านั้น พร้อมเจาะกลุ่มผู้ชมกว่า 190 ประเทศทั่วโลกด้วยความบันเทิงที่ครบเครื่องและสนุกสุดลังการ

ที่มา : https://www.naewna.com/entertain/947508

18 กุมภาพันธ์ 2478 เป็นวันสำคัญของดาราศาสตร์ ‘ไคลด์ ทอมบอห์’ ค้นพบ ‘ดาวพลูโต’ อดีตดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะ ก่อนถูกจัดชั้นเป็นดาวเคราะห์แคระ

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1930 เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ เมื่อ 'ไคลด์ ดับเบิลยู. ทอมบอห์' นักดาราศาสตร์หนุ่มวัย 24 ปีของหอดูดาวโลเวลล์ในรัฐแอริโซนา สหรัฐฯ สังเกตพบวัตถุท้องฟ้าที่เคลื่อนที่ผิดปกติบนแผ่นฟิล์มกระจก และได้รับการยืนยันว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่เรียกว่า "พลูโต"

การค้นพบครั้งนี้เป็นผลจากการตามหาร่องรอยของ "Planet X" หรือดาวเคราะห์ลึกลับ ที่เชื่อว่าซ่อนอยู่ไกลกว่าเนปจูน โดยได้รับแรงผลักดันจากนักดาราศาสตร์เพอร์ซิวาล โลเวลล์ ซึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติในวงโคจรของดาวยูเรนัสและเนปจูน ทอมบอห์ใช้วิธีถ่ายภาพท้องฟ้าซ้ำหลายครั้ง แล้วเปรียบเทียบเพื่อจับความเคลื่อนไหวจนพบดาวพลูโตในที่สุด

ชื่อนี้มาจากการเสนอของ 'เวเนเทีย เบอร์นีย์' เด็กหญิงอังกฤษวัย 11 ปี ที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้ามืดในตำนานโรมัน ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของดาวดวงใหม่ที่อยู่ไกลออกไปในระบบสุริยะ "หลังยืนยันว่าดาวนี้อยู่ไกลกว่าเนปจูน สังคมจึงเชื่อกันว่าพบ Planet X จริงๆ" เป็นเหตุให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

แม้พลูโตจะถูกนับเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 มายาวนาน แต่เมื่อมีการค้นพบวัตถุอื่นในแถบไคเปอร์และมีการเปลี่ยนแปลงนิยามดาวเคราะห์โดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลในปี 2006 พลูโตจึงถูกจัดเป็น "ดาวเคราะห์แคระ" แทน สถานะใหม่นี้สะท้อนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการเข้าใจระบบสุริยะที่ลึกซึ้งขึ้น

ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/February-18/pluto-discovered

แฟนคลับฮือฮา!! “บี้ สุกฤษฎิ์” โดนถามจัดคอนเสิร์ตเมื่อไหร่ โต้แฟนเรื่องคอนฯ แบบกันเอง คำตอบสั้นๆ ทำแฟนฮา ชวนจับตาจะมีเซอร์ไพรส์ไหม

(17 ก.พ. 69) ทำเอาแฟนคลับของ 'บี้ สุกฤษฎิ์' หรือ บี้เดอะสตาร์ ได้ขำและติดตามกันอย่างใกล้ชิดเมื่อเจ้าตัวออกมาเมาท์มอยกับแฟนๆ ผ่านโซเชียลในท่าทีเป็นกันเอง เกิดประเด็นถกเถียงเรื่องการจัดคอนเสิร์ตขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

โดยมีแฟนคลับถามว่า "พี่บี้เห็นคลิปที่มีคนถามว่าเมื่อไหร่จะจัดคอนเสิร์ตไหมคะ" ซึ่ง 'บี้' ตอบว่า "เห็นแล้วววว!" ต่อมาถูกถามต่อว่า "แล้วเมื่อไหร่คะ" เจ้าตัวตอบสั้นๆ ว่า "โอ้ยย! ยากกก!!" ทำเอาหลายคนอดขำไม่ได้

นอกจากนี้ 'บี้ สุกฤษฎิ์' ยังมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นลำดับที่ 5 ของช่องวัน 31 จำนวนประมาณ 2,500,000 หุ้น ซึ่งอาจสัมพันธ์กับวงการบันเทิงและธุรกิจที่เจ้าตัวมีส่วนร่วม

เหตุการณ์นี้สร้างความสนุกสนานจนแฟนๆ สามารถเข้าถึงความเป็นตัวตนของ 'บี้' มากขึ้น พร้อมทั้งสร้างความคาดหวังในเรื่องของคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา : https://entertain.teenee.com/thaistar/317894.html

17 กุมภาพันธ์ 2569 ตรุษจีน ปีใหม่จีน เข้าสู่ปีม้าไฟที่มีพลัง เยาวราชงดจัดงานหลัก บรรยากาศตรุษจีนยังคงอยู่ทั่วเมือง

(17 ก.พ. 69) วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันตรุษจีนตามปฏิทินจันทรคติ ตรงกับวันขึ้นปีใหม่จีนและเข้าสู่ "ปีม้า" ธาตุไฟ ตามจักรราศีจีน ซึ่งปีนี้มีความหมายถึงพลัง ความกล้า และความคึกคัก สืบสานประเพณีไทยเชื้อสายจีนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

แม้ตรุษจีนไม่ใช่วันหยุดราชการอย่างเป็นทางการในไทย แต่ได้รับการเฉลิมฉลองอย่างกว้างขวาง ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีชุมชนจีนหนาแน่น ร้านค้าและธุรกิจจำนวนมากจะปิดหรือปรับเวลาทำการ ขณะที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ามีการจัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาล

ปีนี้มีการประกาศยกเลิกงานตรุษจีนใหญ่ที่เยาวราชในช่วง 17-18 กุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงไว้อาลัย อย่างไรก็ดีย่านเยาวราชยังคงมีประชาชนไปไหว้เจ้า ทำบุญ และเดินชมบรรยากาศกันตามมาตรการต่าง ๆ

สำหรับผู้ที่ไม่ไปงานใหญ่ในเยาวราช กรุงเทพฯ ยังมีกิจกรรมทางเลือก เช่น งานในศูนย์การค้า Siam Paragon ระหว่างวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ รวมถึงการไปไหว้พระไหว้เจ้าและรวมญาติที่บ้าน "ตรุษจีนปีนี้จึงยังคงเป็นโอกาสสำคัญของการเริ่มต้นปีใหม่และสืบสานประเพณี" ในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่มา : https://www.travelchinaguide.com/essential/holidays/new-year/dates.htm?

จักรวาลไทบ้านไม่แผ่ว!! "สัปเหร่อ 2" ลุยทำรายได้ ทะยานรายได้แตะเกือบ 100 ล้านใน 3 วันครึ่ง ทำลายสถิติความเร็วภาคแรก คนแห่ดูแน่นทุกโรง รายได้พุ่งไม่หยุด

(16 ก.พ. 69) ภาพยนตร์ไทย "สัปเหร่อ 2" ผลงานกำกับของ 'ต้องเต-ธิติ ศรีนวล' สร้างปรากฏการณ์โรงแตกทั่วประเทศตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ รายได้เปิดตัวสูงถึง 16 ล้านบาท กลายเป็นหนังไทยที่เปิดตัวแรงที่สุดของปี 2569 โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ชมทั่วประเทศ

หนังภาคต่อนี้มีการนำเสนอนางเอกสาว 'อุ้ม อิษยา' ร่วมแสดงเคียงข้างนักร้องหนุ่ม 'โจอี้ ภูวศิษฐ์' พร้อมกับทีมนักแสดงชุดเดิมที่สามารถเรียกความสนุกและความประทับใจจากผู้ชมได้อย่างเหนียวแน่น

รายได้ของ "สัปเหร่อ 2" ยังพุ่งต่อเนื่องถึงเกือบ 100 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 3 วันครึ่ง ทำลายสถิติความเร็วกว่าภาคแรกที่เคยทำเงินรวมกว่า 700 ล้านบาทในปี 2566 โดยเฉพาะในภาคอีสานที่กระแสตอบรับถล่มทลายจนเต็มทุกรอบฉาย

นี่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของจักรวาลไทบ้านที่กลายเป็น Soft Power สำคัญในวงการภาพยนตร์ไทย ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่

ที่มา : https://entertain.teenee.com/moviereview/317855.html

16 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น "วันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" วันรำลึกกษัตริย์นักการทูต เชิดชูบทบาทพระราชกรณียกิจ กษัตริย์ผู้มีความรอบรู้-ปราดเปรื่อง ตำนานลพบุรี เมืองยุทธศาสตร์ที่เคยเป็นหัวใจแผ่นดิน

(16 ก.พ. 69) ทุกวันที่ 16 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" วันรำลึกเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์ผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะด้านการทูต การทหาร และวรรณคดี วันดังกล่าวมีความสำคัญในจังหวัดลพบุรีซึ่งพระองค์ทรงยกเมืองนี้ให้เป็นราชธานีสำรองในสมัยอยุธยา

"วันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระองค์และยังเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชในลพบุรีอีกด้วย ทำให้วันที่นี้เป็น "วันรวมใจ" ของชาวลพบุรีและผู้ศรัทธาทั่วประเทศ

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนเทพสตรีในตัวเมืองลพบุรี แสดงถึงความสง่างามและความเป็นกษัตริย์นักปกครองที่ทรงพระแสงดาบ พร้อมกับบรรยากาศประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ย้อนรำลึกยุครุ่งเรืองของอยุธยา

ในแต่ละปี ลพบุรียังจัด "งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ซึ่งมีการแต่งกายย้อนยุค การเดินตลาด และการแสดงวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสประวัติศาสตร์อย่างจับต้องได้ งานครั้งที่ 38 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569

วันสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมอดีตสู่ปัจจุบันที่ยังคงมีชีวิตชีวาด้วยพิธีกรรมและกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นใหม่กับประวัติศาสตร์ไทย"

ที่มา : https://www.lib.ru.ac.th/journal2/?p=348

15 กุมภาพันธ์ 2497 วันเปิดตึกวชิราลงกรณธาราบำบัด รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เปิดตึกวชิราลงกรณธาราบำบัด ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าอย่างเป็นทางการ หมุดหมายการแพทย์ไทยยุคโปลิโอ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯ เปิดตึกวชิราลงกรณธาราบำบัด ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางการแพทย์ไทยยุคหลังสงคราม

ในช่วงต้นทศวรรษ 2490 ประเทศไทยประสบปัญหาโรคโปลิโอที่ทำให้ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงและพิการจำนวนมาก แนวทางธาราบำบัด หรือการใช้น้ำพยุงร่างกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อกลายเป็นวิธีสำคัญในการรักษาและฟื้นฟูในยุคนั้น

ข้อมูลโครงการก่อสร้างระบุว่า การสร้างตึกนี้คือการผลักดันให้เกิดสถานที่เฉพาะสำหรับกายภาพบำบัด โดยได้รับการสนับสนุนด้านอุปกรณ์การแพทย์และทุนด้านสาธารณสุข เป็นตัวอย่างของความร่วมมือเพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ

ไทม์ไลน์สำคัญระบุว่า อาคารสร้างเสร็จเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2496 และเปิดใช้โดยพระราชทานเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2497 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการแพทย์ฟื้นฟูไทยในยุคนั้น

พระราชดำรัสในโอกาสเปิดตึกวชิราลงกรณธาราบำบัดเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงว่า "ธาราบำบัดเป็นองค์ประกอบสำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งต้องการแผนงานอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top