Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

จีนเรียกร้อง 'ทาคาอิจิ' ถอนคำพูดเกี่ยวกับไต้หวัน หลังเสร็จสิ้นเลือกตั้งทั่วไป

ปักกิ่ง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (9 ก.พ.) หลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่าจีนเรียกร้องญี่ปุ่นถอนคำพูดเกี่ยวกับไต้หวันที่ผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ และแสดงความจริงใจพื้นฐานในการคุ้มครองรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นผ่านการกระทำอันเป็นรูปธรรม

หลินกล่าวว่าแม้การเลือกตั้งเป็นเรื่องภายในประเทศของญี่ปุ่น แต่ประเด็นเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก รวมถึงกระแสอุดมการณ์บางประการ ซึ่งปรากฏอยู่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่ประชาชนผู้มีสายตาแหลมคมจากทุกชนชั้นในสังคมญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศใคร่ควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ป.ป.ช.ฟัน 44 อดีตส.ส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่งศาลฎีกาวินิจฉัยภายใน 30 วัน

วันนี้ ( 9 ก.พ.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กับพวกรวม 44 คน กรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ว่าจะจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาภายในเดือนธันวาคม 2568 นั้น หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวน

การไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างเสนอสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ประมาณกลางปี 2568 แต่ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้มีหนังสือคัดค้านคณะกรรมการไต่สวน และคำร้องอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันที่จะต้องนำมาพิจารณาพร้อมกับการวินิจฉัยสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง

จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการไต่สวนต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อประกอบการพิจารณา ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้ขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาเพิ่มเติมหลังจากได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือแล้ว คณะกรรมการไต่สวนได้คำนึงถึงประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาทุกรายที่มีความประสงค์เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจา ต่อคณะกรรมการไต่สวน เป็นเหตุให้ต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา แต่ละรายอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยความรอบคอบ เมื่อดำเนินการแล้วจึงได้นำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงในวันนี้

ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายปริญญา คีรีรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 นายสุรวาท ทองบุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 นายศักดินัย นุ่มหนู ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 16 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 17 พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 18 นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 19 นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 20 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 21 นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 22 นายรังสิมันต์ โรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 23 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 24 นางสาววรรณวิภา ไม้สน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 25

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 26 นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 27 นายจรัส คุ้มไข่น้ำ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 28 นายองค์การ ชัยบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 29 นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 30นายวุฒินันท์ บุญชู ผู้ถูกกล่าวหาที่ 31 นายทองแดง เบ็ญจะปัก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 32 นายคำพอง เทพาคำ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 33 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 34 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 35 นายนิติพล ผิวเหมาะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 36 นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 37 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 38 นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 39 นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 40 นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 41 นายมานพ คีรีภูวดล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 42

นายอภิชาต ศิริสุนทร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 43 นายสุเทพ อู่อ้น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 44 ที่ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1)โดยมีเจตนามุ่งประสงค์จะลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้นำเรื่อง การแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน ข้อเท็จจริงไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่ามิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่าต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567

‘สรรเพชญ’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนฯ สมัยที่ 2 เต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นาย สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยระบุว่า ขอขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้ตนได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรอีกหนึ่งสมัย ด้วยคะแนนเสียงกว่า 44,258 คะแนน ซึ่งนับเป็นกำลังใจสำคัญอย่างยิ่งในการเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า บรรยากาศการลุ้นผลคะแนนตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยต่างร่วมกันลุ้นให้คะแนนเสียงสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าคะแนนเพิ่มขึ้นหลายพันคะแนน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อการทำงานที่ผ่านมา

“ผมขอกราบขอบพระคุณจากใจจริง ทุกคะแนนเสียงมีความหมายและมีคุณค่าอย่างยิ่ง การได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรสมัยที่ 2 ทำให้ผมยิ่งต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่พ่อแม่พี่น้องมอบให้” นายสรรเพชญ กล่าว

ศาลฮ่องกงตัดสินจำคุก 'จิมมี ไหล่' 20 ปี คดีความมั่นคงแห่งชาติ

ฮ่องกง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- ช่วงเช้าวันจันทร์ (9 ก.พ.) ศาลสูงแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ตัดสินจำคุกจิมมี ไหล่ หรือหลีจื้ออิง ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั่นเหตุจลาจลต่อต้านจีนในฮ่องกง เป็นเวลา 20 ปี
.
เมื่อเดือนธันวาคม ศาลสูงฮ่องกงตัดสินว่าไหล่มีความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังภายนอกสองข้อหา และสมคบคิดเผยแพร่เอกสารปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหนึ่งข้อหา โดยกระบวนการไต่สวนเพื่อขอลดหย่อนโทษแก่ไหล่มีขึ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 13 ม.ค.

จาก “เมืองกรุงเทพ” กลายเป็น “เมืองกรุงส้ม” กับความรู้สึกน่าอับอาย ในสายตา “คนต่างจังหวัด”

เลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา “พรรคส้มสามกีบ” แม้จะไม่ได้คะแนนรวม “อันดับหนึ่งของประเทศ” เหมือนสมัยเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๖๖ แต่ก็สามารถ “มัดหัวใจคนหลงส้ม” ณ เมืองหลวงไทยไปได้แบบยกจังหวัด เปลี่ยนหลากสีสันของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของคนไทย กลายสภาพเป็น “เมืองหลวงของคนส้ม” สีเดียว เพียงชั่วข้ามคืน 
 

เปลือยล่อนจ้อนให้เห็นว่า คนกรุงเทพในจำนวนที่กาเลือก “พรรคสามกีบ” ไม่ได้สนใจพฤติกรรมของ “นักการเมืองล้มสถาบัน” ว่าเคยแสดงออกในทางเลว ๆ ต่อสังคมไทยอย่างไร เขาเลือกเพราะยังคงมองพรรคส้มเป็น “ของวิเศษ” ที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้ 
 

เป็นความเชื่อตามระดับสติปัญญาของคนกรุงเทพที่นิยมชมชอบพรรคส้มแบบไม่ลืมหูลืมตา 

หนำซ้ำคนเมืองหลวงที่เลือกส้ม ยังพากันเขียนก่นด่าว่าคนต่างจังหวัดไม่ได้ฉลาด ยังคงโง่ที่พากันไปกาเลือกพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พรรคส้มเหมือนที่ตนเองเลือก หลายโพสต์มีข้อความคล้าย ๆ กันออกมาประมาณว่า “คนกรุงเทพตื่นแล้ว แต่คนต่างจังหวัดยังคงดักดานไม่เลิกรา”

อย่าหมดหวัง! สารจาก ธนาธร ถึงชาวพรรคประชาชน หลังทราบผลเลือกตั้ง 69

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า  ถึงผู้ลงคะแนนให้พรรคประชาชนและผู้ลงประชามติเห็นชอบ ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนที่มอบให้กับพวกเราในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

ถึงพรรคภูมิใจไทย ผมขอแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง 

ถึงผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรคประชาชนทุกท่าน ผมซาบซึ้งใจในการสนับสนุนลงแรงที่ท่านทำร่วมกับพรรค เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที

ประชาชน แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว

มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง

อิทธิพลของอิหร่าน: เมื่อมหาอำนาจต้องเลือก “โต๊ะเจรจา” แทนสนามรบ

ในประวัติศาสตร์การเมืองโลกสมัยใหม่ มีไม่กี่กรณีที่มหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ต้องยอมเปิดโต๊ะเจรจาภายใต้ภาวะความตึงเครียดและการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัฐคู่ขัดแย้ง หนึ่งในกรณีศึกษาที่โดดเด่นที่สุดคือ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

แม้สหรัฐฯ จะเป็นมหาอำนาจทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองของโลก มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค และมีประวัติการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงในหลายประเทศ แต่ในกรณีของอิหร่าน สถานการณ์กลับไม่ดำเนินไปในรูปแบบเดียวกัน

ตลอดหลายทศวรรษแห่งความตึงเครียด หลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเต็มไปด้วยมาตรการคว่ำบาตร การตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ และสงครามตัวแทนในภูมิภาค ทว่าการเผชิญหน้าระดับรัฐต่อรัฐโดยตรงกลับไม่เคยนำไปสู่การล้มล้างระบอบในเตหะราน

การเจรจา คือทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์2.0 พร้อมทั้งขู่และสงครามจิตวิทยาเพื่อให้อิหร่านจำนน แต่สุดใต้ตัดสินใจเปิดการเจรจาอย่างจริงจังกับอิหร่านภายใต้การกดดัน ดังนั้นการเจรจาในวันที่ 6 ก.พ. 2026 ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมานนั้น ไม่ได้เกิดจากความเป็นมิตรฉับพลัน หากแต่เป็นการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ 

สหรัฐฯ ตระหนักว่า:การโจมตีทางทหารอาจจุดชนวนสงครามระดับภูมิภาค และการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่อิหร่านมีศักยภาพในการตอบโต้แบอสมมาตรผ่านเครือข่ายพันธมิตรในตะวันออกกลาง กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือการ “ยอมรับโดยพฤตินัย” ว่าอิหร่านไม่ใช่รัฐที่จะถูกบีบให้ล้มลงได้ง่าย ๆ ด้วยกำลังหรือแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว

พลังที่มองไม่เห็น: อุดมการณ์และความอดทน สิ่งที่ทำให้อิหร่านแตกต่าง ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง
-    โครงสร้างรัฐที่ผสานศาสนาและการเมือง
-    อุดมการณ์การปฏิวัติที่เน้นอธิปไตยและการต่อต้านอิทธิพลภายนอกความสามารถในการปรับตัวภายใต้การคว่ำบาตรระยะยาว
-    เครือข่ายอิทธิพลระดับภูมิภาค
และอิหร่านได้พัฒนายุทธศาสตร์ “การยับยั้งแบบอสมมาตร” ที่ไม่จำเป็นต้องแข่งขันแบบเผชิญหน้าตรงกับมหาอำนาจ แต่ใช้ต้นทุนต่ำ สร้างแรงกดดันสูง และขยายอิทธิพลผ่านพันธมิตรในภูมิภาค

บทเรียนเชิงประวัติศาสตร์ กรณีของอิหร่านจึงกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันสะท้อนว่า อำนาจไม่ใช่เพียงเรื่องของกำลังทหารหรือขนาดเศรษฐกิจแต่รวมถึงความชอบธรรมภายใน 

วงเกลียวแห่งความเงียบ เมื่อสื่อ อัลกอริทึม และการเลือกตั้งเดินไปพร้อมกัน

เคยรู้สึกไหมครับว่าเมื่อเปิด feed ใน social media ขึ้นมาแล้วเหมือนว่าทุกคนที่เราเห็นคิดเหมือนกันหมด ชอบ-ไม่ชอบอะไรเหมือนๆกัน แสดงความคิดเห็นหรือวิพากย์วิจารณ์ประเด็นต่างๆไปในทิศทางเดียวกันซะจนถ้ามีคนที่คิดต่าง โผล่ขึ้นมา คนๆนั้นคงพูดออกมาไม่ได้หรือแย่กว่านั้น เขาอาจจะไม่มีที่ทางในพื้นที่ตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มันอธิบายได้ด้วยทฤษฎีการสื่อสารที่มักเอามาใช้ในเชิงสื่อสารการเมืองเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางการเมืองได้เป็นอย่างดี ทฤษฎีนี้ชื่อว่า ”วงเกลียวแห่งความเงียบ (Spiral of Silence)” 

ทฤษฎีนี้มาจากใคร?

แนวคิดนี้ถูกนำเสนอมาตั้งแต่ยุค 1970 โดย Elizabeth Noelle-Neumann นักสื่อสารศาสตร์ชาวเยอรมัน

เธออธิบายว่า โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์นั้นกลัวการถูกโดดเดี่ยวทางสังคมเราจึงคอยประเมินอยู่เสมอว่า “ความคิดเห็นไหนเป็นของคนส่วนใหญ่” และถ้าเรารู้สึกว่าความคิดของเราเป็นเสียงส่วนน้อย เรา (และผู้คนจำนวนมาก) จะเลือก “เงียบไว้ก่อน”
ไม่ใช่เพราะไม่มีความเห็น แต่เพราะเราไม่อยากถูกผลักออกจากสังคมโดยการแสดงความเห็นต่างออกมานั่นเอง 

บทบาทของสื่อกระแสหลักในยุคสื่อดั้งเดิมนั้น TV หนังสือพิมพ์ และนักวิเคราะห์, ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เป็นคนกำหนดว่า ”กระแสสังคมกำลังไปทางไหน” และเมื่อสื่อวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกัน, เชิญผู้เชี่ยวชาญฝั่งเดียวซ้ำ ๆ รวมทั้งรายงานโพลที่ชี้ว่าผล “ค่อนข้างชัด” คนที่เห็นต่างจะเริ่มรู้สึกว่า “หรือเราคิดผิดอยู่คนเดียว?”
ดังนี้เอง………วงเกลียวแห่งความเงียบจึงเริ่มหมุน

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดจากสถานการณ์จริง: การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2016
ก่อนวันเลือกตั้งสื่อกระแสหลักจำนวนมากรายงานว่า ฮิลลารี คลินตัน มีโอกาสชนะสูง โพลและบทวิเคราะห์ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน และผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ มักถูกนำเสนอในภาพลบผ่านสื่อ 
ผลคือทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งที่สนับสนุนทรัมป์ ไม่กล้าแสดงความเห็นในที่สาธารณะ, ไม่ตอบโพลตรงไปตรงมาและเลือกที่จะอยู่เงียบๆเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี
คนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า ” Shy Voters”ผู้สนับสนุนที่เงียบงันในพื้นที่สาธารณะ แต่ไม่เงียบในคูหาเลือกตั้ง

ผลลัพธ์คือ ผลเลือกตั้งช็อกโลกที่ออกมานั้น สวนทางกับกระแสสื่อและโซเชียลในขณะนั้นอย่างสิ้นเชิง

แล้ว Social Media กับ Algorithm ทำให้เรื่องนี้แรงขึ้นอย่างไร? 

อธิบายได้ดังนี้ครับ 
ถ้าสื่อกระแสหลักหรือ Social Media คือไมโครโฟน Algorithm ก็คือเครื่องขยายเสียงดีๆนี่เอง

การทำงานของแพลตฟอร์มโซเชียลนั้น อย่างที่เรารู้กันก็คือ
- เลือกแสดงคอนเทนต์ตามพฤติกรรมผู้ใช้
– ดันความเห็นที่สร้าง engagement สูงสู่การรับรู้
– ลดการมองเห็นของเสียงที่เงียบหรือเห็นต่าง

สิ่งนี้คือกระบวนการที่เรียกว่า “Personalization at Scale” ที่ทำให้feedของเราได้ถูกจัดวางให้
เต็มไปด้วยความคิดแบบเดียวกัน จนดูเหมือนว่า “คนทุกคนในสังคมหรือประเทศนี้คิดเหมือนกันหมด”

‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยึดมั่นจุดยืน “น้ำดีไล่น้ำเสีย” ปฏิรูปการเมืองใหม่

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.30 น. -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ ประกอบด้วยผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ของพรรค ร่วมกันแถลงขอบคุณพี่น้องประชาชน หลังเสร็จสิ้นภารกิจหาเสียงเลือกตั้งตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ย้ำพรรครักชาติ คือศูนย์รวมคนรุ่นใหม่และนักวิชาการ มุ่งเป็น "น้ำดี ไล่น้ำเสีย" เปลี่ยนผ่านการเมืองไทยให้โปร่งใสและสร้างสรรค์

โดยนายชัยวุฒิ ระบุว่า ในฐานะหัวหน้าพรรครักชาติ  ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนพรรครักชาติ ตลอดช่วงเวลาที่เราหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ประมาณ 6 สัปดาห์ ในการลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน มีพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน ให้การตอบรับที่ดีมาโดยตลอด ขอขอบคุณ ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้พวกเรา ที่เข้าใจว่าพรรครักชาติ คือพรรคที่ตั้งขึ้นมาด้วยอุดมการณ์ที่ชัดเจน เป็นการรวมกันของคนรุ่นใหม่ นักวิชาการ นักบริหารที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาช่วยกันสร้างพรรคการเมืองที่จะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนที่ต้องการจะมาเปลี่ยนการเมืองนี้ให้ดีขึ้น เป็นน้ำดีที่จะมาไล่น้ำเสีย ทำให้บ้านเมืองมีการเมืองที่ดีขึ้นในอนาคต ด้วยความรักชาติที่เราอยากให้ทุกคนมาร่วมกันช่วยกันสร้างพรรคการเมืองต่อไป

"สุดท้ายต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องสื่อมวลชนด้วยนะครับ ที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีมากจากสื่อมวลชน นำเสนอข่าวให้เรา ทำให้เราเป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชน และก็ได้คะแนนนิยมมาโดยตลอด ก็ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุน และที่สำคัญต้องขอบคุณ คณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยนะครับ ที่ได้จัดทำการเลือกตั้ง และมีเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เสียสละกำลังกายกำลังใจมาช่วยกัน จนวันนี้ก็ผ่านการเลือกตั้งมาด้วยดี ก็ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้ประสบความสำเร็จนะครับ ไม่มีความปัญหาอุปสรรคใด ๆ ให้ได้ ส.ส. ที่ดี ให้ได้รัฐบาลที่ดี มาดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้ได้ครับ ขอบคุณครับ" นายชัยวุฒิ กล่าว

9 กุมภาพันธ์ 2545 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานชื่อโดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Suvarnabhumi Airport’

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานชื่อและความหมายโดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Suvarnabhumi Airport' และให้ความหมายว่า 'แผ่นดินทอง' หรือ 'Golden Land'

สนามบินสุวรรณภูมิมีจุดเริ่มต้นจากการซื้อที่ดินหนองน้ำ 20,000 ไร่บริเวณหนองงูเห่า จังหวัดสมุทรปราการในปี พ.ศ. 2516 โดยรัฐบาลทหารของ จอมพลถนอม กิตติขจร เพื่อสร้างสนามบินแห่งใหม่

หลังจากนั้นเกือบ 30 ปี รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เห็นความสำคัญของสนามบินที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว จึงประกาศให้การก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวาระแห่งชาติ และเร่งก่อสร้างตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2545

สนามบินเปิดทดลองใช้ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 โดยมีสายการบินภายในประเทศหกสายการบินร่วมทดลองใช้งาน มีผู้โดยสาร 4,800 คนจาก 24 เที่ยวบิน ในวันนั้น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เดินทางจากสนามบินดอนเมืองมายังสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกล่าวว่า "สนามบินแห่งนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความก้าวหน้าของประเทศ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top