Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

โอกาสทองของคนอยากเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพมาถึงแล้ว คอร์สดีๆจาก DIPROM ติวเข้ม 4 วันเต็ม

กองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ขอเชิญครีเอเตอร์และผู้ที่สนใจเข้าร่วมหลักสูตรพัฒนาครีเอเตอร์มืออาชีพ "DIPROM  NEW CREATOR"
หลักสูตรที่จะพาคุณเจาะลึกทุกทักษะของครีเอเตอร์ที่ต่อยอดไอเดียสู่รายได้ และโอกาสสู่การเป็นนักธุรกิจตัวจริง เช่น การสร้างตัวตน, การวางคอนเทนต์, การผลิตวิดีโอ ไปจนถึงการใช้เครื่องมือ AI และการบริหารการเงิน เพื่อวางแผนธุรกิจสำหรับครีเอเตอร์อย่างเป็นระบบ
🎤 พบกับวิทยากรชั้นนำมากมาย ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์และเทคนิคแบบไม่มีกั๊ก
📅 กำหนดการอบรม: • วันที่ 7-8 เเละ วันที่ 14-15 มีนาคม 2569 
📍 ณ C asean Ratchada ชั้น 10 อาคาร CW Tower

เทคโนโลยี AI จากจีนหนุนเด็กไทย 'เรียนภาษาจีน' เชิงรุก ยกระดับครบสี่ทักษะ

(ซินหัว) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 - โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มี "ศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีน" อยู่ภายในอาคารเรียนสีแดงประดับลวดลายมังกรโดดเด่น โดย ดร. รุ่งสุรีย์ สิงหราช ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวว่าศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีนแห่งนี้มีครูชาวไทย 7 คน และชาวจีน 1 คน ซึ่งเผชิญความท้าทายจากการดูแลการเรียนการสอนภาษาจีนให้นักเรียนหลายพันคน ทำให้มีการบูรณาการระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากไอฟลายเทก (iFLYTEK) ของจีนในปี 2025 เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน

ดร. รุ่งสุรีย์ กล่าวว่าระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะนี้ทำให้นักเรียนเข้าถึงภาษาจีนแท้ได้อย่างสะดวก ทำให้ครูมี "ร่างอวตาร" ช่วยงานสอน และทำให้เด็กแต่ละคนมีครูชาวต่างชาติเป็นของตนเอง ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การสอนออกเสียงและการสอนรายบุคคลเพราะมีครูตัวจริงอยู่จำกัด พร้อมยกระดับทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำสู่การคว้ารางวัลจากการแข่งขันภาษาจีนหลายรายการ ขณะแบบฝึกหัดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ของระบบนี้ช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปรากฏชัดเจนในคณะครูผู้สอน เช่น อารีรักษ์ เพ็ชรสหาย หรือเฉินลี่เจีย ครูชาวไทยที่เคยต้องใช้เวลาเตรียมการสอนหนึ่งคาบนานถึง 3 ชั่วโมง สามารถวางแผนการสอนพร้อมข้อมูลมากมายเสร็จสิ้นภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง หรือช่วยติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนจนทำให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนักเรียนได้ฝึกหัดการออกเสียง คัดตัวอักษรจีน และบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้การเรียนการสอนมีชีวิตชีวาและนักเรียนมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน

แอปพลิเคชันการเรียนรู้พลังปัญญาประดิษฐ์บนโทรศัพท์มือถือได้แปรเปลี่ยนการเรียนรู้ภาษาจีนจากเชิงรับเป็นเชิงรุก โดยดรัญพร แอ่นฟารี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่าใช้แอปพลิเคชันนี้ฝึกฝนออกเสียงภาษาจีนเกือบทุกวันเพราะช่วยแก้ไขการออกเสียงที่ผิดพลาดได้ทันที ทำให้กล้าพูดภาษาจีนมากขึ้น 

ด้านธีรวัต ศรีนาราง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่าเมื่อก่อนการจำคำศัพท์ต้องใช้วิธีคัดซ้ำๆ แต่ก็มักจำไม่ค่อยได้ ทว่าบทเรียนที่คล้ายเกมตะลุยด่านของแอปพลิเคชันนี้ช่วยให้จำคำศัพท์ได้แบบไม่รู้ตัวและเลิกเรียนก็ยังทบทวนบทเรียนต่อได้

กนกพรรณ อาชนะชัย ที่ร่ำเรียนภาษาจีนมานานถึง 10 ปี ใช้แอปพลิเคชันพลังปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นตัวช่วยเตรียมสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ระดับ 3 เพื่อทำตามความฝันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จีนในอนาคต โดยเธอมักฝึกทำข้อสอบจำลองเป็นประจำเพื่อเพิ่มคะแนน ด้านนภัสสรณ์ ทวีเพชรรัตน์ นักเรียนอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าเพื่อนคู่สนทนาพลังปัญญาประดิษฐ์ของแอปพลิเคชันนี้ช่วยคลายความกังวลพูดผิดในการพูดคุย ทำให้สามารถฝึกฝนได้อย่างมั่นใจทุกที่ทุกเวลาและการเรียนภาษาจีนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่าเดิม

EGCO Group รับสมัครเยาวชนหัวใจกรีน ร่วมถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์ กับ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า” รุ่นที่ 62 

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group และมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย EGCO Group ร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ชวนเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ มาร่วมภารกิจไขรหัสลับของธรรมชาติ ผ่านการสัมผัสป่าต้นน้ำด้วยตนเอง กับ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62” ภายใต้แนวคิด “Nature Decoded: ถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์” ระหว่างวันที่ 21 – 27 มีนาคม 2569 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและส่งเสริมการดำเนินชีวิตที่อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เยาวชนหัวใจกรีนที่สนใจ สามารถส่งผลงานเป็น “เรียงความ” หรือ “คลิปวิดีโอสั้น” เพื่อสมัครร่วมค่ายเยาวชนฯ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 กุมภาพันธ์ 2569

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า “EGCO Group มุ่งปลูกจิตสำนึก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในใจเยาวชน ซึ่งเป็นวัยต้นทางแห่งการเรียนรู้และเป็นอนาคตของชาติ ตามความเชื่อขององค์กรที่ว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” ผ่านการจัดโครงการค่ายเยาวชน           เอ็กโกไทยรักษ์ป่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 รวมระยะเวลากว่า 28 ปี สร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์ป่าไปแล้ว 61 รุ่น จำนวนกว่า 3,600 คน สำหรับปี 2569 บริษัทได้จัดค่ายเยาวชนฯ เป็นรุ่นที่ 62 เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และสัมผัสกับธรรมชาติด้วยตนเอง ณ ดอยอินทนนท์ ป่าต้นน้ำที่สูงที่สุดของประเทศ ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพทั้งด้านพืชพรรณ สัตว์ป่า และระบบนิเวศเฉพาะถิ่น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าใจถึงคุณค่าของป่าต้นน้ำที่เชื่อมโยงกับการดำรงชีวิตประจำวัน จนเกิดจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและมีพฤติกรรมที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต”
 
“ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62” จะนำเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากทุกภูมิภาค จำนวน 70 คน เดินทางด้วยรถไฟจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตแบบชาวค่ายที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลา 7 วัน 6 คืน เยาวชนจะได้ร่วมทำกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์ตรงในห้องเรียนธรรมชาติ ทั้งการเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานที่มีความหลากหลายด้านภูมิประเทศ ธรณีวิทยา และพืชพรรณ พร้อมสำรวจระบบนิเวศป่าพรุน้ำจืดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาและเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย เรียนรู้ระบบนิเวศในป่า 6 คนโอบ รวมถึงได้สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ทั่วประเทศ โดย EGCO Group จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตลอดการจัดกิจกรรม (ยกเว้นค่าเดินทางไป-กลับของเยาวชนระหว่างที่พักและสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์)

8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้งใหญ่และประชามติพร้อมกันทั่วประเทศ ประชาชนเลือก ส.ส. และลงประชามติ ถามความเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างการเมืองครั้งสำคัญ

(8 ก.พ. 69) ประเทศไทยเดินเข้าสู่ "วันชี้ชะตา 2 บัตร" คือวันที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือก ส.ส. พร้อมกับ การออกเสียงประชามติถามความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกันทั่วประเทศ โดยเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ตามประกาศของ กกต.

การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. เกิดขึ้นหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 และ กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งเป็น 8 ก.พ. เพื่อให้ประเทศเข้าสู่โหมดเลือกตั้งโดยรัฐบาลรักษาการ พร้อมมีการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. เฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. ขณะที่ประชามติไม่มีวันลงคะแนนล่วงหน้า เนื่องจากต้องเลือกพร้อมกันทั่วประเทศ

คำถามประชามติถามตรงประเด็นว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" การจัดให้วันลงประชามติชนกับวันเลือกตั้งมีเหตุผลสำคัญเพื่อประหยัดงบประมาณและทรัพยากร ใช้ระบบคูหาและบุคลากรร่วมกัน ส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจเรื่อง "ตัวคน" และ "กติกา" พร้อมกันในวันเดียว

เกมการเมืองคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากลำพัง อาจต้องมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม ขณะที่ประชามติเป็นสนามสะท้อนความต้องการของฝ่ายปรับเปลี่ยนกติกาการเมืองและฝ่ายอนุรักษนิยมที่กังวลผลกระทบด้านเสถียรภาพ

บรรยากาศการเมืองรอบนี้มีความระมัดระวังมากขึ้น พรรคที่เกี่ยวข้องลดโทนร้อนแรงประเด็นบางเรื่องเพื่อลดความขัดแย้ง โดยรวมแล้ว 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่แค่วันเลือก ส.ส. แต่เป็นวันวัดใจอนาคตของประเทศและทิศทางการเมืองในระยะยาว

ที่มา : https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/457218?utm_source=chatgpt.com

คนนี้เข้าตา! ‘อ.มาศ’ โพสต์เชียร์ ‘พีระพันธุ์’ กางผลงานชัด ๆ มีผลงานประจักษ์ ทั้งค่าโง่โฮปเวลล์ – ค่าโง่ทางด่วน -ฟื้นฟูบินไทย ช่วยชาติเซฟเงินหลายหมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 - อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม (ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คนนี้เข้าตา 

อ.มาศเพิ่งมาติดตามผลงานคุณพี เพราะเห็นว่าใกล้เลือกตั้ง จะเลือกใครดี ลองหาข้อมูลแต่ละคน 
มาสะดุดตาคนนี้...

ในสมัยพลเอก ประยุทธ์ เป็นนายก คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ได้เป็น "รัฐมนตรี" แต่ถูกเชิญมาเป็นที่ปรึกษาและทีมงาน เพราะเป็นอดีตผู้พิพากษา 

ตามนี้ครับ:
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: ปี พ.ศ. 2562 ถึง 2565
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี: พ.ศ. 2565

โดยได้รับมอบหมายเรื่องแก้ไขความเสียหาย ช่วยให้รัฐ "ไม่ต้องจ่าย" ตามนี้ครับ

คดีค่าโง่โฮปเวลล์: 
ช่วยให้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยรวมดอกเบี้ยประมาณ 24,000 - 25,000 ล้านบาท จากการผลักดันให้รื้อฟื้นคดีใหม่ จนชนะในประเด็นอายุความ

คดีค่าโง่ทางด่วน 
(คดีโอนสิทธิทำทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด): 
ช่วยให้รัฐชนะคดีในชั้นศาลปกครองสูงสุด ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยประมาณ 6,200 ล้านบาท

คดีเหมืองทองอัครา: 
ช่วยลดความเสี่ยงที่ไทยอาจถูกตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการปิดเหมือง ซึ่งบริษัทคิงส์เกตเคยเรียกร้องสูงถึงประมาณ 750 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือราว 25,000 - 30,000 ล้านบาท) โดยเปลี่ยนเป็นการเจรจาตกลงร่วมกันแทน

การฟื้นฟูการบินไทย: 
เป็นการหยุดการขาดทุนสะสมและหนี้สินที่มีมากกว่า 300,000 ล้านบาท โดยการนำเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเพื่อรักษาองค์กรไว้ แทนการปล่อยให้ล้มละลายซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
หากรวมเฉพาะคดีความที่เป็นตัวเลขชัดเจน (โฮปเวลล์ และ ทางด่วน) ท่านมีส่วนช่วยปกป้องเงินภาษีประชาชนไปได้มากกว่า 30,000 ล้านบาท ครับ

ก่อนหน้าเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สมัยอภิสิทธิ์ (พ.ศ. 2551 - 2554)   
พอได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐบาลเศรษฐา และ แพทองธาร จึงเข้ามาจัดการเรื่องพลังงาน คุมราคาน้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า รวม 2 ปี และกำลังออกกฎหมายเรื่องนี้แต่รัฐบาลล่มก่อน

7 กุมภาพันธ์ 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิด "เขื่อนเจ้าพระยา" เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ถือเป็นวันสำคัญของวงการชลประทานไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิด "เขื่อนเจ้าพระยา" อย่างเป็นทางการในจังหวัดชัยนาท ซึ่งเขื่อนนี้นับเป็นเขื่อนทดน้ำและผันน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศ

"เขื่อนเจ้าพระยา" ตั้งอยู่บริเวณคุ้งบางกระเบียน อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ทำหน้าที่ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนผันเข้าสู่ระบบชลประทาน พร้อมช่องระบายน้ำ 16 ช่องที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการน้ำทั้งเหนือและท้ายเขื่อน โดยมีความยาว 237.5 เมตร และสูง 16.5 เมตร

เขื่อนแห่งนี้ไม่เพียงแค่เป็นสิ่งก่อสร้างริมแม่น้ำ แต่ยังทำหน้าที่เหมือนวาล์วหลักที่ช่วยกระจายน้ำไปยังระบบชลประทานขนาดใหญ่ของภาคกลาง ลดการพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และช่วยเพิ่มความมั่นคงทางน้ำให้พื้นที่เกษตรหลายล้านไร่ในภูมิภาคนี้

วันที่เปิดเขื่อนเจ้าพระยาเป็นสัญลักษณ์ของการวางระบบจัดการน้ำสมัยใหม่ในประเทศไทย เพื่อหนุนเศรษฐกิจฐานรากผ่านเกษตรกรรม และทำให้ลุ่มเจ้าพระยาเป็นจุดสำคัญของการผลิตและพัฒนาประเทศในยุคต่อมาในภาพรวม

ที่มา : https://www.egat.co.th/home/en/chao-phraya-rohpp/?utm

ททท. ปักธงตรุษจีนปีม้าทอง! กับ 2 พื้นที่จัดงานหลัก กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ คาดนักท่องเที่ยวทะลัก 3.5 ล้านคน เม็ดเงินสะพัด 4.2 หมื่นล้านบาท

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 69 (13-22 ก.พ. 69) จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศ ประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามา ประมาณ 241,000 คน และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทาง 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3% ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมประมาณ 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับปี 69 นับเป็นปีแห่งความพิเศษของเทศกาลตรุษจีนประเทศไทยที่มาพร้อมการเฉลิมฉลองปีม้าทองอย่างยิ่งใหญ่ ควบคู่กับหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน ทั้งการก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และโอกาสครบรอบ 22 ปี ของความร่วมมือระหว่าง ททท. กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้ร่วมกันสืบสานและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ดังคำกล่าวที่ว่า จง ไท่ อี้ เจี่ย ชิน-จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน

กองทัพเรือยึดมั่นถ้อยแถลงการณ์ร่วม สนับสนุน ฉก.นย.ตราด เก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม สร้างความปลอดภัยแนวชายแดน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ได้ดำเนินการสนับสนุนกองกำลังเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตามแนวชายแดน ภายใต้การยึดมั่นกรอบและหลักการตามถ้อยแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นปท.ทร. สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดได้เพิ่มเติมในพื้นที่บ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ประกอบด้วย ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 จำนวน 4 ทุ่น สภาพค่อนข้างใหม่ และยังพบระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Device: IED) ซึ่งไม่ใช่วัตถุระเบิดที่ผลิตจากโรงงาน แต่เป็นวัตถุระเบิดที่ถูก ดัดแปลงจากสิ่งที่มีอยู่เดิม เช่น หัวลูกปืนใหญ่ เพื่อนำมาใช้เพื่อก่อเหตุรุนแรง อีกจำนวน 2 ชุด ซึ่งเป็นการใช้วัตถุระเบิดที่ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และยังขัดต่อหลักมนุษยธรรมและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) อีกด้วย

ทัพฟ้าโชว์เขี้ยวเล็บ ปล่อยภาพฝึกบิน "ทิ้งไข่" กลางคืน ลาดตระเวนชายแดน ย้ำยุทธวิธีโจมตีเงียบปลิดชีพเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” โพสต์ภาพ กองทัพอากาศฝึกบิน “ทิ้งไข่” และฝึกบินลาดตระเวนชายแดนช่วงกลางคืน 

พร้อมข้อความระบุว่า เมื่อนกเหล็กทะยานขึ้นฟ้า ในยามค่ำคืน บางเป้าหมาย อาจสิ้นสุดภารกิจได้... โดยศัตรูไม่รู้ตัว 

การฝึกบินกลางคืนของกองทัพอากาศถูกจัดขึ้นทุกปี แบบรวมกำลังทุกฝูงบินขับไล่ ในการแลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงยุทธวิธี เพื่อดำรงและเสริมสร้างขีดความสามารถการปฏิบัติการทางอากาศ ทั้งในเรื่องการวางแผนยุทธวิธี การสื่อสารกันภายในหมู่บิน และที่สำคัญที่สุดการเข้าโจมตีเป้าหมายทางทหาร

เลือกตั้ง’69 EP#7 อย่า...เลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ด้อยค่า-ตัดงบกองทัพ!!!

สงครามระหว่างไทยกับเขมร ซึ่งเกิดขึ้นถึงสองครั้งสองคราในเวลาห่างกันไม่กี่เดือน และได้คร่าชีวิตทหารหาญและพี่น้องประชาชนคนไทยไปหลายสิบชีวิต นับเป็นพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ราชอาณาจักรจะต้องมีกองทัพที่เข้มแข็ง ประเทศชาติต้องมีความพร้อมในเรื่องของศักย์สงคราม เพื่อป้องกันชาติบ้านเมืองให้รอดพ้นและปลอดภัยจากการคุกคามและรุกรานของอริราชศัตรู

กองทัพไทย อันเป็นหน่วยกำลังหลักในการดูแลปกป้องประเทศชาติประกอบด้วยกำลังพล ซึ่งต้องได้รับการฝึกฝนและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ ทักษะ และความชำนาญอย่างสูงสุดจนมีความขีดสามารถที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพเต็มที่ในการรองรับต่อภัยคุกคามต่าง ๆ กระทั่งสงครามสมัยใหม่ที่เกิดขึ้น และคนไทยทั้งหมดทั้งมวลได้พบเห็นในการรบกับเขมรทั้งสองครั้งแล้ว

การรบที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้งในสงครามไทยกับเขมรนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขมรมีการพัฒนาทั้งยุทธวิธี อาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ด้วยเงินทุนจากเป็นเป็นศูนย์กลางของการฉ้อโกงทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเงินทุนจำนวนมหาศาลดังกล่าวสามารถนำจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดที่มีในตลาดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เลยทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดหาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเช่นกองทัพไทย ทั้งก่อนหน้านั้นยังต้องผ่านการตรวจสอบและถูกตัดงบประมาณจากฝ่ายการเมืองและฝ่ายนิติบัญญัติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top