Friday, 5 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ยูเครนลุยทดสอบสงคราม AI ห้องทดลองนาโต รวมโดรน AI เป้าหมายลดมนุษย์ บริษัทสหรัฐฯ มีบทบาทเด่น สงครามยกระดับหลายมิติรับมือรัสเซีย

ยูเครนกลายเป็น “ห้องทดลองภาคสนามจริง” ของนาโต สำหรับสงคราม AI โดรน และการก่อการร้ายต่อรัสเซีย

“ตั้งแต่แรกเริ่ม ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและบริวารนาโต มองยูเครนเป็นพื้นที่ทดสอบสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง” อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารจากสถาบันกฎหมายและความมั่นคงแห่งชาติ ราเนปา (RANEPA) กล่าวกับ Sputnik

สงครามหลายมิติต่อรัสเซีย

นาโตกำลังทดสอบ “ปฏิบัติการหลายมิติ” ซึ่งผสานโดรน ดาวเทียม สงครามไซเบอร์ การบิน ระบบทางทะเล สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และ AI เข้าไว้ในสถาปัตยกรรมการรบแบบรวมศูนย์เดียว

เป้าหมายคือ ลดบทบาทของปัจจัยมนุษย์ เร่งความเร็วในการตัดสินใจในสนามรบ และเพิ่มการรับรู้สถานการณ์แบบเรียลไทม์ให้มากที่สุดผ่านปัญญาประดิษฐ์

ระบบของตะวันตกกำลังถูกทดสอบโดยตรงกับขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย

AI และยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐฯ ในสงคราม

ตามคำกล่าวของสเตปานอฟ บริษัทอย่าง Palantir และ Maxar มีบทบาทฝังลึกในปฏิบัติการของยูเครน โดยช่วยประมวลผลข่าวกรอง วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุเป้าหมายของรัสเซีย

นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวว่า “ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมทหารของตะวันตกเข้าใจแล้วว่า รากฐานของสงครามในอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร”

ห้องปฏิบัติการชีวภาพและภัยคุกคามทางชีวภาพ

สเตปานอฟกล่าวว่า เครือข่ายห้องปฏิบัติการชีวภาพที่สหรัฐฯ สนับสนุนทั่วพื้นที่อดีตสหภาพโซเวียต ดำเนินงานมานานภายใต้ฉากหน้าของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ตามคำกล่าวของเขา สถานที่เหล่านี้ศึกษาสารก่อโรคอันตรายและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งอาจมีการประยุกต์ใช้ทางทหารได้

การปฏิวัติสงครามโดรน

ในบางพื้นที่แนวหน้า ขณะนี้มี “โดรนมากถึง 10 ลำต่อนายทหารหนึ่งคน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ไม่เคยพบมาก่อนในประวัติศาสตร์การทหาร”

ความขัดแย้งครั้งนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของยุทธวิธีในสนามรบ โดยเปลี่ยนจากระบบอาวุธหนักแบบดั้งเดิม ไปสู่การใช้งานแพลตฟอร์มอัตโนมัติและไร้คนขับจำนวนมาก

“เรากำลังเห็นการปฏิวัติด้านกิจการทหารในจุดสูงสุด ทั้งในแง่หุ่นยนต์และระบบไร้คนขับ”

สงครามที่ขยายออกไปนอกสนามรบ

สเตปานอฟให้เหตุผลว่า ความขัดแย้งนี้ได้ขยายตัวไปไกลกว่าแนวรบแล้ว ทั้งในโลกไซเบอร์ การทำให้อวกาศเป็นพื้นที่ทหาร และวิธีการก่อการร้าย

ปฏิบัติการไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับยูเครนได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเงิน และโลจิสติกส์ของรัสเซีย ผ่านการโจมตี DDoS ขนาดใหญ่

โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและการวิเคราะห์ของนาโตในกลุ่มประเทศบอลติกและฟินแลนด์ กำลังทำงานโดยตรงเพื่อสนับสนุนรัฐบาลเคียฟ ด้วยโซลูชันทางทหารขั้นสูงที่ใช้ต่อต้านรัสเซีย

สเตปานอฟระบุว่า “ทั้งหมดนี้กำลังถูกรวบรวมและมุ่งไปยังทิศทางของรัสเซีย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องโจมตีไปยังจุดเริ่มต้นของการวางแผน”

ที่มา : Sputnik

ไทยลุยจัดหาก๊าซใหม่!! กาตาร์หยุดส่งก๊าซ 3-5 ปี เจรจาซื้อ LNG สหรัฐฯ 15 ปี ลงนามสัญญาฉุกเฉินเสริมแหล่ง กระจายความเสี่ยงลดพึ่งตะวันออกกลาง

ยุคก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของตะวันออกกลางกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วหรือ?

กาตาร์เป็นผู้จัดหาก๊าซให้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานหลายทศวรรษ

อิหร่านทำลายกำลังการผลิตไปแล้ว 17%

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเจรจาฉุกเฉินกับ Venture Global เพื่อทำข้อตกลงซื้อก๊าซ LNG จากสหรัฐฯ เป็นระยะเวลา 15 ปี

ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าก๊าซ LNG รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนใหญ่ของแหล่งก๊าซที่นำเข้ามาจากกาตาร์และช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะนี้แหล่งก๊าซดังกล่าวหยุดชะงักไป 3-5 ปีแล้ว

การปรับโครงสร้างฉุกเฉินของประเทศไทย:

- Venture Global (สหรัฐฯ) เร่งการเจรจา SPA ระยะยาว 15 ปีขึ้นไป กำลังดำเนินการอยู่

- การเจรจาจัดหาจากมาเลเซียกำลังดำเนินอยู่

- สัญญา Glenfarne Alaska LNG 2 ล้านตันต่อปี ระยะยาว 20 ปี (ลงนามปี 2025)

- Engie + Gulf Development ลงนามข้อตกลง 15 ปี มกราคม 2026

ข้อตกลงทั้งหมดนี้เป็นการทดแทนอุปทานที่หายไปหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์โดยตรง

เหตุใดจึงต้องเลือก Venture Global:

ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 2026 แล้ว

ลงนามข้อตกลงกับ Vitol และ TotalEnergies ในเดือนนี้แล้ว มีเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำกำลังแล่นไปจีนแล้ว

ข้อตกลงระยะยาวกับ PTT ทำให้มีผู้รับซื้อหลักอีกรายใน Plaquemines เป็นเวลา 15 ปี โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากหลุยเซียน่าไปยังกรุงเทพฯ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นทั่วเอเชีย:

- ไทย → ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ

- เกาหลีใต้ → การจัดหาจากพอร์ตโฟลิโอของ BP

- จีน → ยอมรับ LNG จากสหรัฐฯ แม้จะมีภาษี 25%

- ญี่ปุ่นและไต้หวันกำลังเร่งทำสัญญาที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Hormu

การกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา LNG จากตะวันออกกลางเป็นความปรารถนาที่วางไว้ 10 ปี ก่อนเกิดสงคราม

แต่กลายเป็นภาวะฉุกเฉิน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 

https://x.com/i/status/2059402475451322677

กัมพูชาขึ้นเวที UNSC !! ย้ำแก้ปมชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ ‘ปรัก โสคอน’ ชี้โลกปั่นป่วนยิ่งต้องยึดสันติวิธี จุดยืนกัมพูชาในข้อพิพาทชายแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ปรัก โสคอน ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ในระหว่างการอภิปรายเปิดระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม

ในการกล่าวต่อที่ประชุม รัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วนระดับโลก ความขัดแย้งทางอาวุธ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น บูรณภาพแห่งดินแดนและการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติจะต้องยังคงเป็นรากฐานของระเบียบระหว่างประเทศ

ในระหว่างการแถลง รัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของกัมพูชาต่อกฎบัตรสหประชาชาติ และโดยอ้างอิงจากประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของตนเอง เขาย้ำว่าข้อพิพาทจะต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจา การทูต และการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น

ก่อนจบการแถลง รัฐมนตรีปรัก โสคอน แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจของกัมพูชาต่อประชาคมระหว่างประเทศที่ให้การสนับสนุนการหยุดยิงและการแก้ไขความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทยอย่างสันติ

ที่มา : https://www.facebook.com/100064334816576/posts/1420056336815513/?rdid=evH3vghOWwuN28Ql#

ไอดิล ไอมาน นักตะกร้อทีมชาติมาเลเซีย โพสต์ข้อความถึงทีมตะกร้อทีมชาติไทยว่า

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในสนามเราอาจเป็นคู่แข่ง

แต่นอกสนาม เราคือเพื่อนกันตลอดไป”

 

ไอดิล ไอมาน นักตะกร้อทีมชาติมาเลเซีย

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1532864978199329&set=a.762879748531193

“หัวเว่ย” ประกาศทางรอดชิปจีน หัวเว่ยเดินเกมชิปยุคใหม่ ไม่ง้อ EUV ชู Tau Scaling Law เพิ่มพลังประมวลผลด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ จุดความหวังอุตสาหกรรมจีน

Nikkei Asia รายงาน หัวเว่ยประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านชิปเซมิคอนดักเตอร์ โดยระบุว่าสามารถพัฒนาแนวทางออกแบบและผลิตชิปแบบใหม่ที่อาจช่วยให้บริษัทก้าวข้ามมาตรการคว่ำบาตรด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ และลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. และ Intel ได้

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในงานสัมมนาด้านชิปที่นครเซี่ยงไฮ้ โดย “เหอ ถิงปัว” หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ของหัวเว่ย ซึ่งปกติไม่ค่อยออกสื่อ ได้ขึ้นเวทีอธิบายถึงการฟื้นฟูสายผลิตภัณฑ์ชิปของบริษัท หลังถูกตัดขาดจากเทคโนโลยีสหรัฐมาตั้งแต่ 6 ปีก่อน

เหอกล่าวว่า ในช่วงแรกเธอรู้สึกหมดหวังเพราะมองไม่เห็นทางออก แต่ภายหลังเปลี่ยนแนวคิด โดยมองว่าหัวเว่ยเพียงแค่ต้องเผชิญข้อจำกัดของ “กฎของมัวร์” เร็วกว่าบริษัทอื่นราว 10 ปี พร้อมเปรียบเทียบบริษัทว่าแม้จะไม่ได้เกิดมาพร้อมสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ แต่หากพยายามก็ยังสามารถหาหนทางเติบโตได้

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นแรงหนุนสำคัญต่ออุตสาหกรรมชิปของจีน โดยหุ้นของ Semiconductor Manufacturing International Corp. หรือ SMIC ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของหัวเว่ย พุ่งขึ้นเกือบ 20% ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เมื่อวันจันทร์ และปรับตัวขึ้นต่ออีก 13% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคาร

หัวเว่ยระบุว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ผลิตภัณฑ์ด้านโมบายคอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทจะมีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับโลก

หัวใจสำคัญของการประกาศครั้งนี้คือแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Tau Scaling Law” หรือที่หัวเว่ยเรียกว่า “Her’s Law” เพื่อยกย่องบทบาทของเหอ ถิงปัว โดยเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากกฎของมัวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพชิปผ่านการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ให้เล็กลงเรื่อยๆ

แทนที่จะพึ่งการย่อขนาดชิป หัวเว่ยเลือกใช้วิธีลดเวลาการเคลื่อนที่ของข้อมูลและสัญญาณภายในวงจร ชิป และระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเปิดตัวเทคนิคออกแบบชิปใหม่ชื่อ “LogicFolding” ซึ่งเป็นการซ้อนวงจรดิจิทัล วงจรอนาล็อก และหน่วยความจำในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความหนาแน่นของชิป และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เหอเปรียบเทียบแนวคิดนี้ว่าเหมือนการสร้าง “ลิฟต์ 50 ล้านตัว” เชื่อมเมืองสองเมืองที่พับซ้อนกันในแนวตั้ง ทำให้ข้อมูลเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้นมาก

หัวเว่ยระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มถูกนำมาใช้แล้วในชิปสมาร์ตโฟน Kirin รุ่นใหม่ ซึ่งจะถูกติดตั้งในสมาร์ตโฟนเรือธงของบริษัทตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป และชิปตระกูล Kirin ในอนาคตทั้งหมดจะใช้แนวคิดออกแบบแบบซ้อนแนวตั้งนี้

บริษัทระบุว่า การพัฒนาแนวคิดใหม่ดังกล่าวใช้เวลานาน 6 ปี และอาศัยวิศวกรหลายพันคนจากทั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมชิป ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตชิป ผู้ผลิตอุปกรณ์ ซัพพลายเออร์ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป หรือ EDA รวมถึงนักพัฒนาระบบต่างๆ

เหอยังยืนยันว่า แนวทางใหม่ของหัวเว่ยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่อง EUV หรือเครื่องลิโธกราฟีอัลตราไวโอเลตขั้นสูง ซึ่งจีนถูกห้ามเข้าถึงมานานจากมาตรการสหรัฐ

ปัจจุบันผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น TSMC, Intel และ Samsung Electronics ต่างใช้เครื่อง EUV จาก ASML ของเนเธอร์แลนด์ในการผลิตชิปขั้นสูง แต่สหรัฐกดดันให้ ASML หยุดขายเครื่องดังกล่าวแก่จีนตั้งแต่ปี 2019

เหอกล่าวว่า เครื่องลิโธกราฟีกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดทางกายภาพ อีกทั้งเครื่อง EUV ยังมีราคาสูงมากจนทำให้ต้นทุนการผลิตเวเฟอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก พร้อมระบุว่าจีนไม่มีเครื่อง EUV เลยแม้แต่เครื่องเดียวภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นเส้นทางเทคโนโลยีใหม่ของหัวเว่ยจึงไม่ขึ้นอยู่กับเครื่องจักรประเภทนี้

เธอยังเปิดเผยว่า LogicFolding ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ในชิป Kirin 2026 SoC ได้ถึง 55% โดยไม่ได้เกิดจากกระบวนการลิโธกราฟีแบบใหม่ แต่เกิดจากการจัดวางวงจรใหม่ในเชิงพื้นที่

หัวเว่ยประเมินว่า ภายในปี 2031 ชิปที่ใช้แนวคิดใหม่นี้อาจมีศักยภาพเทียบเท่าเทคโนโลยีระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14 อังสตรอม ซึ่งถือว่าตามหลังแผนพัฒนาของ TSMC และ Intel เพียงไม่กี่ปี

สำหรับเหอ ถิงปัว เธอถือเป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่มีบทบาทระดับสูงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก เธอเข้าร่วมงานกับหัวเว่ยตั้งแต่ปี 1996 และใช้เวลากว่า 30 ปีผลักดันธุรกิจชิปของบริษัท จากนักวิจัยและวิศวกร สู่ประธานบริษัทลูกด้านชิป HiSilicon หัวหน้าห้องปฏิบัติการ 2012 Laboratories และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนักวิทยาศาสตร์และประธานธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของหัวเว่ย

ต่างจากผู้บริหารชิปจีนหลายคนที่เคยศึกษาในสหรัฐ เหอได้รับการศึกษาส่วนใหญ่ในจีน โดยจบด้านฟิสิกส์และวิศวกรรมสื่อสารจากมหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจชิปของหัวเว่ยเติบโตจากทีมออกแบบขนาดเล็ก สู่ผู้พัฒนาชิปที่ล้ำหน้าที่สุดของจีน โดยสร้างผลิตภัณฑ์หลากหลายทั้งชิปสมาร์ตโฟน Kirin, ซีพียูเซิร์ฟเวอร์ Kunpeng และชิป AI ตระกูล Ascend ที่ใช้ในสมาร์ตโฟน เครือข่ายโทรคมนาคม คลาวด์ และยานยนต์ รวมถึงชิปสำหรับทีวีและกล้องวงจรปิด

ก่อนถูกคว่ำบาตร หัวเว่ยเคยเป็นลูกค้ารายใหญ่อันดับสองของ TSMC รองจาก Apple แต่หลังมาตรการสหรัฐ บริษัทต้องหันไปพึ่งซัพพลายเออร์ในประเทศมากขึ้น เช่น SMIC ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้จีนเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของตนเอง

อย่างไรก็ตาม หัวเว่ยยอมรับว่า Her’s Law ยังไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์ และต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการพัฒนา รวมถึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ EDA ที่จำเป็นต้องออกแบบใหม่ให้รองรับสถาปัตยกรรมแบบใหม่

บริษัทยังเตือนว่า การเพิ่มพลังประมวลผลจะทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและระบบจัดการความร้อนใหม่เพื่อรองรับชิปและระบบ AI ที่ทรงพลังขึ้น

เหอกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ EDA และวิธีการออกแบบต่างๆ แต่สุดท้ายสามารถพัฒนาได้ภายใน 6 ปี

หัวเว่ยยังเปิดเผยว่า ชิป AI รุ่นล่าสุด Ascend 950 เริ่มส่งมอบให้ลูกค้าแล้วและได้รับเสียงตอบรับที่ดี แต่บริษัทยอมรับว่ายังมีปัญหาเรื่องกำลังการผลิตและการเพิ่มปริมาณซัพพลายให้เพียงพอต่อความต้องการที่สูงกว่าคาด

ขณะเดียวกัน บริษัทคาดว่าอาจต้องใช้เวลาถึงปี 2030 จึงจะสามารถนำแนวคิด LogicFolding ไปใช้กับชิปสำคัญสายอื่น เช่น ชิป AI Ascend และซีพียู Kunpeng ได้อย่างเต็มรูปแบบ

การประกาศของหัวเว่ยเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมชิปทั่วโลกกำลังเผชิญข้อจำกัดของกฎของมัวร์ บริษัทชั้นนำอย่าง TSMC และ Intel ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งรูปแบบใหม่เพื่อเชื่อมต่อและซ้อนชิปหลายชนิดเข้าด้วยกัน ขณะที่บริษัทด้าน AI อย่าง Nvidia, Google และ Amazon ก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อ GPU, CPU และหน่วยความจำให้ทำงานร่วมกันได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่า หากหัวเว่ยสามารถผลิตชิป Kirin รุ่นใหม่ในระดับอุตสาหกรรมได้สำเร็จ จะสะท้อนว่าจีนค้นพบแนวทางใหม่ในการพัฒนาเทคโนโลยีชิปขั้นสูงโดยไม่ต้องพึ่งพาสหรัฐอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าหัวเว่ยและพันธมิตรการผลิตจะสามารถเพิ่มอัตราผลิตสำเร็จและขยายกำลังผลิตได้รวดเร็วเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการด้าน AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในจีนหรือไม่

เหอทิ้งท้ายว่า แม้อาจต้องใช้เวลาอีก 10 ปี แต่ตอนนี้บริษัทเชื่อว่าได้ค้นพบ “เส้นทางที่ถูกต้อง” แล้ว

ซาอุฯ ขีดเส้นแดง!! ไม่ฟื้นสัมพันธ์อิสราเอล หากไร้เส้นทางชัดเจนสู่รัฐปาเลสไตน์ กลางแรงกดดันทรัมป์ ย้ำอิสราเอลต้องแลกด้วยความคืบหน้าปาเลสไตน์

ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากซาอุดีอาระเบียว่า ซาอุดีอาระเบียจะไม่ปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลให้เป็นปกติ เว้นแต่จะมีสิ่งที่แหล่งข่าวระบุว่าเป็น “เส้นทางที่ชัดเจนและไม่อาจย้อนกลับได้” ไปสู่การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์

ท่าทีดังกล่าวของซาอุดีอาระเบียมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางจะถูกคาดหวังให้รับรองอิสราเอล เมื่อมีการบรรลุข้อตกลงที่กว้างขึ้นกับอิหร่าน

ตามแหล่งข่าวที่ซีเอ็นเอ็นอ้างถึง ซาอุดีอาระเบียยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิมที่มีมาอย่างยาวนานว่า การปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลให้เป็นปกติจะต้องเชื่อมโยงกับความคืบหน้าที่น่าเชื่อถือในการนำไปสู่การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เขียนข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า เขาคาดหวังให้ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางและประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) หลังจากมีการสรุปข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน

ทรัมป์ยังเตือนด้วยว่า หากการเจรจาล้มเหลว อาจมีการใช้ปฏิบัติการทางทหารตามมาในระดับที่ “ใหญ่กว่าและทรงพลังกว่าที่เคยมีมา”

รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยขอให้มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม ระหว่างการพบหารือเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ตามข้อมูลที่ซีเอ็นเอ็นอ้างถึง โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ตอบว่า ซาอุดีอาระเบียต้องการเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงดังกล่าว แต่ยืนกรานว่าจะต้องมีเส้นทางที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนไปสู่แนวทางสองรัฐ

มีรายงานว่า มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียอธิบายการหารือกับทรัมป์ในประเด็นนี้ว่า “สร้างสรรค์” และกล่าวว่า ริยาดจะทำงานเพื่อสร้างเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ที่มา : https://www.middleeastmonitor.com/20260526-qatar-denies-reports-of-12bn-offer-to-iran-to-secure-us-deal/

การรถไฟฯ แถลงผลตรวจสอบ ผลอุบัติเหตุระหว่างงานก่อสร้าง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั่วประเทศ ตรวจเข้มโครงการรถไฟความเร็วสูง พร้อมตั้งมาตรการเข้มข้นทันที

การรถไฟฯ แถลงผลตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างช่วงสีคิ้ว พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยงานใกล้ทางรถไฟทั่วประเทศ

วันนี้ (26 พฤษภาคม 2569) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วยนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังเกิดเหตุอุปกรณ์เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี บริเวณระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.15 น.

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้านภายในระยะเวลา 45 วัน โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทดสอบวัสดุทั้งแบบทำลายและไม่ทำลาย การตรวจสอบชิ้นส่วนเหล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ตลอดจนจัดทำแบบจำลองทางวิศวกรรมเพื่อวิเคราะห์กลไกการพังทลาย พร้อมสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้รับจ้าง ที่ปรึกษาควบคุมงาน เจ้าของโครงการ และพนักงานสถานีรถไฟในพื้นที่

ผลการตรวจสอบพบว่า อุบัติเหตุเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งในส่วนของขั้นตอนการปฏิบัติงาน การควบคุมด้านความปลอดภัย และการกำกับดูแลในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะกระบวนการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ Launching Gantry ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ ที่ในวันเกิดเหตุมีการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามขั้นตอนด้านวิศวกรรมและข้อกำหนดความปลอดภัย ส่งผลให้เกิดการรับน้ำหนักเกินในจุดรองรับด้านหน้า จนทำให้ชิ้นส่วนรับแรงเกิดความเสียหายและโครงสร้างพังทลายลงสู่พื้นที่ทางรถไฟในขณะที่ขบวนรถวิ่งผ่าน

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานและการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง อาทิ การไม่ขออนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) การปฏิบัติงานก่อนการอนุมัติ และการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการติดตามควบคุมงานในพื้นที่ที่ยังไม่ต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนดไว้

คณะกรรมการฯ ยังมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มประสิทธิภาพระบบกำกับดูแลโครงการก่อสร้างในพื้นที่เดินรถ โดยเฉพาะการจัดสรรบุคลากรด้านวิศวกรรมให้เหมาะสมกับภารกิจ การเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามควบคุมงาน และการยกระดับกลไกตรวจสอบด้านความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนของ รฟท. ได้รายงานผลการสอบสวนต่อกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมายและเงื่อนไขสัญญา โดยการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการยังคงเป็นไปตามกระบวนการสัญญา ภายใต้มาตรการกำกับและควบคุมความปลอดภัยที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ รฟท. จะเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใกล้พื้นที่เดินรถในทุกโครงการทั่วประเทศ โดยกำหนดให้การปฏิบัติงานในระยะใกล้เขตทางรถไฟต้องได้รับอนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) จาก รฟท. เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ก่อนดำเนินงานบนโครงสร้างส่วนบนทุกประเภท

นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกระบบอนุมัติงานล่วงหน้าและย้อนหลัง โดยกำหนดให้ที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC) อนุมัติงานแบบรายวัน พร้อมมีหลักฐานภาพถ่ายหน้างานประกอบทุกครั้งก่อนลงนาม รวมทั้งต้องมีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำพื้นที่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน หากตรวจพบว่าการดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย จะสั่งระงับงานทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

ขณะเดียวกัน รฟท. จะดำเนินการตรวจสอบเครน Launching Gantry ทุกชุดที่ใช้งานอยู่ในโครงการโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party) ครอบคลุมทั้งระบบโครงสร้าง ระบบยก และระบบไฮดรอลิก พร้อมกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบและการเปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงกำหนดรอบการเปลี่ยนเหล็กยึด PT Bar ไม่เกิน 60 รอบการใช้งาน และห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำโดยเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมติดตั้งระบบเฝ้าระวังแบบ Real-time อาทิ ระบบตรวจวัดความเอียง ระบบตรวจวัดแรงดึง และกล้อง CCTV บนเครื่องจักรทุกชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความปลอดภัยและสามารถสั่งหยุดการทำงานได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ

รวมถึงจะมีการทบทวนหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้างสำหรับโครงการที่มีความเสี่ยงสูง โดยให้น้ำหนักด้านประสบการณ์เฉพาะทางและมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่กับการพิจารณาด้านราคา พร้อมเพิ่มความเข้มงวดของบทลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

นายอนันต์ฯ กล่าวว่า รฟท. อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพย์สิน และการเดินรถ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาและกระบวนการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ รฟท. จะนำผลการตรวจสอบครั้งนี้ไปปรับปรุงมาตรฐานการกำกับดูแลและการทำงานในพื้นที่เดินรถอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการดำเนินโครงการก่อสร้างทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเสริมความเข้มงวดในการควบคุมงานและการปฏิบัติงานใกล้เขตทางรถไฟให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้ปฏิบัติงาน และความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

ที่มา : https://www.facebook.com/100064440019733/posts/1465886488902671/?rdid=V1apPEPWU957MiMN#

27 พฤษภาคม 2449 วันคล้ายวันเกิด “ท่านพุทธทาสภิกขุ” บุคคลสำคัญของโลก ผู้มอบแก่นพระธรรมที่ร่วมสมัยแก่สังคมไทย เน้นแก่นพุทธศาสนาเข้าถึงคนรุ่นใหม่ คำสอนลึกซึ้งเชื่อมชีวิตและสังคม

27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 วันคล้ายวันเกิด “ท่านพุทธทาสภิกขุ” บุคคลสำคัญของโลก ผู้มอบแก่นพระธรรมที่ร่วมสมัยแก่สังคมไทย

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ท่านพุทธทาสภิกขุ หรือ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) พระนักคิดและนักเผยแผ่ธรรมะคนสำคัญของไทย ผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกในวาระครบ 100 ปีชาตกาลให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลก ด้วยผลงานด้านศาสนา ความคิด และการเผยแพร่ธรรมะที่มีอิทธิพลกว้างไกลทั้งในไทยและต่างประเทศ

ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นที่จดจำอย่างเด่นชัดในฐานะพระผู้พยายามพาคนกลับไปหา “แก่น” ของพระพุทธศาสนา มากกว่าการยึดติดกับเปลือกพิธีกรรมหรือความเชื่อที่ห่างไกลจากคำสอนดั้งเดิม หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ อธิบายว่า ตลอดชีวิตของท่าน ท่านศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติ และสอนธรรมะอย่างมุ่งมั่น เพื่อทำให้พุทธธรรมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริงสำหรับผู้คนในโลกสมัยใหม่

จุดเด่นที่สุดของท่านคือการอธิบายธรรมะให้ ร่วมสมัย เข้าใจง่าย แต่ยังคงความลุ่มลึก ท่านไม่ได้พูดถึงพุทธศาสนาในฐานะเรื่องไกลตัว หากแต่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ การยึดติด ความเห็นแก่ตัว สันติภาพ หรือการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยเหตุนี้ คำสอนของท่านจึงเข้าถึงทั้งพระสงฆ์ ปัญญาชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในวงกว้าง

อีกด้านหนึ่ง ท่านพุทธทาสภิกขุยังเป็นผู้บุกเบิกการตีความพุทธธรรมในมิติที่กว้างกว่าศาสนาเฉพาะบุคคล บทความของหอจดหมายเหตุพุทธทาสระบุว่า ท่านขยายการอธิบายธรรมะไปสู่ประเด็นทางสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม โดยมองว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องของวัดหรือการปลีกวิเวกเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิธีที่มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างไม่เบียดเบียนกันในโลกนี้

ความสำคัญของท่านในระดับนานาชาติสะท้อนชัดจากการที่ ยูเนสโก ยกย่องท่านในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกในขณะนั้นกล่าวถึงท่านว่าเป็นพระเถรวาทผู้ทรงอิทธิพลจากประเทศไทยที่เข้าร่วมรายชื่อบุคคลสำคัญระดับนานาชาติของยูเนสโก การยกย่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะท่านเป็นพระสำคัญของไทยเท่านั้น แต่เพราะแนวคิดและผลงานของท่านมีคุณค่าต่อมนุษยชาติในวงกว้าง

หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ความคิด ท่านพุทธทาสภิกขุมีบทบาทอย่างมากในการทำให้คนไทยจำนวนมากมองพระพุทธศาสนาใหม่ จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับศาสนาในกรอบพิธีกรรมและความเชื่อ ท่านพยายามดึงผู้คนกลับไปหาหลักการพื้นฐาน เช่น การลดตัวตน ความว่าง การดับทุกข์ และการใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือเข้าใจชีวิตจริง จึงไม่น่าแปลกที่คำสอนของท่านยังถูกอ่าน ศึกษา และอ้างอิงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น วันที่ 27 พฤษภาคม จึงไม่ใช่เพียงวันคล้ายวันเกิดของพระรูปหนึ่ง แต่เป็นวันที่ควรใช้รำลึกถึง ท่านพุทธทาสภิกขุ ในฐานะบุคคลสำคัญของโลก ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อเผยแพร่แก่นพระธรรมให้มีความหมายต่อมนุษย์ในโลกสมัยใหม่ และทำให้พุทธศาสนากลับมาเป็นพลังทางปัญญาและการเยียวยาจิตใจของผู้คนอย่างแท้จริง

ที่มา : https://main.bia.or.th/_en/buddhadasa-bhikkhu/

ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไทยติดกับดักเปลี่ยนผ่านเวียดนามติดกับดักปริมาณ ใครจะครองบัลลังก์ท่องเที่ยวอาเซียน ไทยต้องเร่งกู้ความปลอดภัย ก่อนเสียแชมป์ท่องเที่ยวให้เวียดนาม

ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ศึกใหญ่แห่งอาเซียน เมื่อเวียดนามท้าชิงบัลลังก์ท่องเที่ยวไทย

ภาพที่สวนทางกันอย่างเจ็บปวด

ปี 2568 เป็นปีที่ "ไทยหดตัว เวียดนามพุ่ง" พร้อมกัน

ไทยมีนักท่องเที่ยว 32.97 ล้านคน ลดลง -7.23% รายได้หดลงอีก -4.71% โดยเฉพาะตลาดจีนที่หายไป -33.8% แม้ยุโรปและรัสเซียฟื้นตัวแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจอุดรอยรั่วที่ใหญ่เกินไปได้

เวียดนามกลับสร้างประวัติศาสตร์ด้วยนักท่องเที่ยว 21.2 ล้านคน โต +20.4% รายได้ทะลุ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และตั้งเป้าปี 2569 ที่ 25 ล้านคน ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข

เวียดนามกำลังติดกับดัก "Volume Trap" — รายได้เพิ่มตามจำนวนคน ไม่ใช่ตามมูลค่าต่อหัว รายได้กว่า 50% มาจากนักท่องเที่ยวในประเทศที่ใช้จ่ายต่ำ โครงสร้างพื้นฐานการบริการยังอันดับ 80 โลก และนโยบายการท่องเที่ยวติดอยู่ที่อันดับ 98 ขวางการเข้าสู่ตลาด Luxury อย่างสมบูรณ์

ไทยก็ไม่ได้สบายกว่า กำลังติดกับดัก "Transition Friction" — ประกาศ "Less for More" แต่ธุรกิจฐานราก ทัวร์ โรงแรมกลาง ร้านของฝาก ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อรองรับมวลชน 40 ล้านคน เมื่อจีนหายไป สภาพคล่องพังทันที และยิ่งน่าห่วงกว่านั้นคือ ความปลอดภัยของไทยร่วงจากอันดับ 86 → 102 โลก และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนด้านความปลอดภัยดิ่งจาก 26% เหลือเพียง 19%

ยุทธศาสตร์ที่กำลังสู้กัน

ไทย ชูกลยุทธ์ "Less for More" — DTV Visa ดึง Digital Nomads, Medical & Wellness Hub, Soft Power "5 Must Do in Thailand" และกระจายรายได้สู่เมืองรอง

เวียดนาม ตีด้วย "Dual Visa + Digital Revolution" — ยกเว้นวีซ่า 45 วันสำหรับ 13 ประเทศเป้าหมาย e-visa 90 วันสำหรับทั่วโลก และพัฒนาซูเปอร์แอป "Visit Vietnam" ที่บูรณาการ AI + Blockchain + Real-time Data ทั้งระบบ เป้าหมายชัดเจน — Top 30 TTDI ภายในปี 2573

ทางรอดของไทย

ชัยชนะในทศวรรษหน้า ไม่วัดที่จำนวนนักท่องเที่ยว แต่วัดที่ "ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนปริมาณให้เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืน"

ไทยต้องปฏิรูปใน 5 มิติพร้อมกัน — กอบกู้ความปลอดภัยอย่างเด็ดขาด เจาะตลาดพรีเมียมอย่างจริงจัง สร้างระบบนิเวศดิจิทัลระดับชาติ บังคับมาตรฐาน ESG และ Overtourism และที่สำคัญที่สุด — เปลี่ยนเวียดนามจากคู่แข่งเป็นพันธมิตร ด้วยการผลักดัน Common Visa อาเซียน ให้ไทยเป็น "ฮับ" ที่ทุกคนต้องผ่าน

ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องทิ้ง "อดีตอันหอมหวานของยอดตัวเลข" และเดินหน้าด้วย "คุณภาพ นวัตกรรม และความปลอดภัย" เพราะนี่คือไพ่ใบสุดท้ายที่จะตัดสินว่า

ไทยจะยังผงาดเป็นเจ้าแห่งท่องเที่ยวอาเซียน หรือจะก้าวลงจากบัลลังก์อย่างถาวร

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2860068067665570&id=100009872145864&rdid=wyUjVSzt4it3yjeG#

มาดูโปรไฟล์ทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ เขาเรียนอะไรกัน (ใช้งานฟรีไม่มีเงินเดือน) เผื่อน้องๆรุ่นหลังเดินรอยตาม

1.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ป.โท กฏหมายธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Harvard Law School

2.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ป.เอก เศรษฐศาสตร์ MIT

3.ปิติ ศรีแสงนาม ป.เอก เศรษฐศาสตร์ University of Melbourne

4.อาร์ม ตั้งนิรันดร ป.เอก กฎหมาย Peking University, Harvard Law School,Stanford University

5.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย ป.เอก เศรษฐศาสตร์UC,Berkeley

6.ยรรยง ไทยเจริญ ป.เอก เศรษฐศาสตร์ MIT

7.ภูสิต รัตนสกุล เสรีเริงฤทธิ์ ป.โท Public Administration,University of Soutern California

หมายเหตุ แค่ทีมงานบางส่วน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top