Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

สตม. ร่วมกับกรมการปกครอง ทลายเครือข่ายนายหน้า!! ‘นำคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย’

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย หรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ยิ่งยศ  เทพจำนงค์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดปฏิบัติการสืบสวนฯ

ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้ 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ทราบข้อมูลจากสายลับว่ามีขบวนการรับจ้างสวมบัตรประชาชนไทย ให้กับบุคคลต่างด้าว ที่มีความประสงค์จะมีบัตรประชาชนไทย โดยอาศัยช่องโหว่และขั้นตอนกระบวนการอันทุจริต ไม่เป็นไปตามกฎหมาย นับเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้เร่งลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนทราบแหล่งที่ซ่อนตัว ของบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรายหนึ่ง คือนายเหม่ย และบุคคลต่างด้าวสัญชาติมาเลเซียอีกรายหนึ่งคือนางสาวซุน หลังตรวจพบมีพฤติกรรมในการแอบอ้าง สวมรายการข้อมูลบัตรประชาชนบุคคลสัญชาติไทย ที่ปรากฏข้อมูลอยู่บนฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางทะเบียน จึงได้สืบสวนติดตามจนนำไปสู่การจับกุม ผู้ต้องหาให้การสารภาพโดยรับว่าได้ว่าจ้างให้นายหน้าคนไทยดำเนินการโดยเสียค่าจ้างไปเป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้านบาท

โดยในการสืบสวนในครั้งนี้ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับความร่วมมือในการประสานงานข้อมูลทางทะเบียนในเชิงลึก กับทางสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง จนทราบข้อมูลโครงข่ายและแผนประทุษกรรมของขบวนการสวมบัตรประชาชนไทยให้กับบุคคลต่างด้าวโดยทุจริต ดังนี้

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา ส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริต สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ของ สำนักทะเบียน อ.วังม่วง จ.สระบุรี จนนำไปสู่การดำเนินคดีกับขบวนการนายหน้านำพาคนต่างด้าวสวมตัวทำบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน  4 ราย โดยมีแผนประทุษกรรมและตัวละครที่เกี่ยวข้องคือ นางเล็ก (นามสมมติ) แม่บ้านผู้ดูแลความสะอาดเรียบร้อยในที่ว่าการ อ.วังม่วง ได้ลักลอบทำปลอมลูกกุญแจ ห้องสำนักทะเบียนอำเภอวังม่วง และแอบนำบัตรประจำตัว

ประชาชนและรหัสผ่านเข้าระบบของปลัดอำเภอวังม่วง จำนวน 3 คน และนำไปมอบให้กับ นางน้อย (นามสมมติ) พนักงานลูกจ้างที่ทำงานอยู่ที่สำนักทะเบียน อ.วังม่วง โดยนางเล็ก และนางน้อย ยังได้ร่วมกับนายหน้าและผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย คือ นางสม (นามสมมติ) ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อ ชักชวน และนำพาคนต่างด้าวมาที่ อ.วังม่วง และ นายศักดิ์ (นามสมมติ) ซึ่งยินยอมเป็นเจ้าบ้าน ให้บุคคลต่างด้าวที่สวมบัตรเรียบร้อยแล้ว จดแจ้งเข้าเป็นผู้อาศัยโดยทุจริต

คดีนี้ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบทะเบียนราษฎรและนำคนต่างด้าวสวมตัวคนไทยทำบัตรประจำตัวประชาชน ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และประมวลกฎหมายอาญาในฐานความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน, ความผิดเกี่ยวกับการทำลายเอกสารของ และความผิดเกี่ยวกับการปลอมหรือการแปลง

 

 

ตม.โคราช สกัดเข้มต่อเนื่อง!! สืบข่าวจนสามารถจับรถตู้ เย้ยกฎหมายขนต่างด้าวกว่า 20 ราย มุ่งเข้ากรุง

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิต  และทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., ได้สั่งการให้  พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์  ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 ,พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.วิทวัส บูรณะ ผกก.ตม.จว.นครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา

ตม.จว.นครราชสีมา ร่วมบูรณาการตั้งด่านจุดตรวจยานพาหนะ อ.สีคิ้ว บก.ปส.2 จับกุมคนไทย 2 คนใช้รถตู้ขนบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 7 คน และ ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหา "ขัดคำสั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา"

ตามนโยบายของ ผบช.สตม.ให้ติดตามดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมือง เพื่อป้องกันการนำเชื้อไวรัสโคนา 2019 (โควิด-19) เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชั้นใน พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม.4 จึงสั่งการให้ ตม.จังหวัดในสังกัด บก.ตม.4 เพิ่มความเข้มในการสกัดจับกุมขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองมาลงโทษ โดย บก.ตม.4 ได้มีผลการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนกระทั่ง ได้รับแจ้งจากสายลับไม่ประสงค์ออกนามว่า จะมีการลักลอบขนคนต่างด้าว โดยใช้เส้นทาง สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จึงประสาน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตม.จว.นครราชสีมา บูรณาการร่วมกับหน่วยงานข้างเคียงดักซุ่มรอจนกระทั่งพบรถตู้ลักษณะตรงกับที่ได้รับแจ้งขับขี่ผ่านมา จึงแจ้งชุดจับกุมที่ดักซุ่มอยู่ในเส้นทางเข้าสกัดจับ ผลการตรวจสอบพบรถยนต์ตู้สาธารณะไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กทม. บรรทุกบุคคลต่างด้าวจำนวน 20 คน

ตม.ขอนแก่น เด้งรับนโยบายกวาดล้าง!! สืบจนเจอหัวโจกสายตี้ ฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ้ำ Over stay กว่า 6 ปี

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิต  และทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 ,พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.ท.สราวุฒิ ปรีดากรณ์ สวญ.ตม.จว.ขอนแก่น ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา

ตม.จว.ขอนแก่น บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ทท.2 จับกุมบุคคลต่างด้าว Mr.Sunjiฯ อายุ 36 ปี สัญชาติแคเมอรูนข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 2,431 วัน ตาม ม.81 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 สถานที่จับกุม หน้าบ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ตามนโยบายของ ผบ.ตร. ให้มีการระดมกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรและกระทำความผิด ตม.จว.ขอนแก่น ได้สนองนโยบาย โดยสั่งการเจ้าหน้าที่สืบสวนออกติดตามหาข่าวบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดในพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาได้สืบทราบว่ามีบุคคลต่างด้าวผิวสี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น มักจะชักชวนเพื่อนมาสังสรรค์ มั่วสุมกันในที่พักทั้งส่งเสียงดังก่อกวนประชาชนผู้พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อันเป็นกิจกรรมเสี่ยงแพร่โควิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงประสานกับหน่วยงานข้างเคียง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบบ้านพักของบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าว และมีชายผิวสีกำลังออกมาจากบ้าน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวมักจะมีการรวมกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง บุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวไม่สามารถนำมาแสดงได้ แต่พบใบอนุญาตขับขี่ (International driver license) ระบุชื่อ Mr.Sunjiฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวมาที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบโดยใช้ระบบสาระสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS) จากการตรวจสอบพบข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และข้อมูลการขออยู่ต่อ โดย Mr.Sunjiฯ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 15 มิ.ย.58 ซึ่งเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดจำนวน 2,314 วัน จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พร้อมนำตัวส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.4 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปทุมธานี - ปภ.เตือนเจ้าพระยาสูงเพิ่ม 40 ซ.ม. “บิ๊กแจ๊ส” ส่งลูกสาวตรวจดูสถานการณ์น้ำ พร้อมมอบถุงรอดชีพเตรียมแผนเยียวยาหลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 08:00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้ นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ (น้องบาย) เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี ลงเรือตรวจสอบสถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจาก กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือน 11 จังหวัดระวังน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นอีก 20 - 40 เซนติเมตร และ มอบถุงรอดชีพ ข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม ยาเสริมภูมิคุ้มกันโรคระบาด หน้ากากอนามัย จำนวน 300 ชุด ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน บริเวณชุมชนไทย-มอญ ตำบลบ้านงิ้ว อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากกระทรวงมหาดไทย

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 11 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 20-40 เซนติเมตร และจะกระทบบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงวันที่ 20-30 ตุลาคม 2564 ให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน จุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือ แจ้งจังหวัดประสาน อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่มีน้ำท่วมขังอยู่โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเครื่องมือ ตรวจสอบให้ป้องกันแนว น้ำท่วมให้แข็งแรง เพื่อป้องกันน้ำท่วมล้นแนวป้องกันน้ำและพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

โดยมี นายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายก อบจ.ปทุมธานี นายธนศักดิ์ แป้นมุข นายณเรศ คุชิตา ที่ปรึกษานายก อบจ.ปทุมธานี รวมถึงเจ้าหน้าที่ อบจ.ร่วมลงพื้นที่เตรียมถุงรอดชีพ ข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม อาหารแห้ง น้ำดื่ม และยา มอบให้กับประชาชนที่อยู่ริมเจ้าพระยา เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังท่วมสูงอยู่และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในจังหวัดปทุมธานีก็ยังไม่นิ่ง วันนี้จะเห็นว่าน้ำได้ขึ้นสูงขึ้นมาอีก พี่น้องประชาชนยังได้รับผลกระทบและมีความเดือดร้อนอยู่ เราจึงต้องลงพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาภัยอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราได้รับการร้องขอจากพี่น้องประชาชน ได้แก่เรื่องไฟฟ้า จึงมอบหมายรองนายก อบจ.ปทุมธานี , เลขา นายก อบจ.ปทุมธานี ,และที่ปรึกษาฯ ที่ได้ลงเรือไปมอบอุปกรณ์ตรวจกระแสไฟฟ้าในน้ำ

นอกจากนี้ยังมอบแพโฟมเพื่อขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ  และถุงรอดชีพ มีอาหาร สิ่งจำเป็นและยาป้องกันน้ำกัดเท้าไปให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเพราะเขาอาจจะไม่สะดวกในการออกมาซื้อหาอาหาร ซึ่งเราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและดีที่สุด และทางสมาคมนายก อบจ.จะมอบถุงรอดชีพมาให้อีก 1,000 ถุง หากน้ำทะเลไม่หนุนมาเพิ่มรวมถึงไม่มีมรสุมซ้ำเข้ามา ผมเชื่อว่าเราเอาอยู่ ส่วนบริเวณถนนที่เป็นคันกั้นน้ำเราได้เตรียมแท่งแบริเออร์และกระสอบทรายพร้อมอยู่แล้ว

ชลบุรี - ทัพเรือภาคที่ 1 ระดมกำลังพลจิตอาสา ทำความสะอาด “big cleaning day” ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม

พลเรือโท พิชัย ลู้ชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มอบหมายให้ นาวาเอก เกียนติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วย นาวาเอก วีระชัย บุญมาก ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1 จัดกำลังพลจิตอาสากองทัพเรือ ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ”big cleaning day” ณ พื้นที่อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล และปรับภูมิทัศน์

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีกำลังพลจิตอาสากองทัพเรือ จำนวน 30 นาย ร่วมทำความสะอาด ตั้งแต่สะพานท่าเทียบเรืออุทยานใต้ทะเลเกาะขามไปจนถึง สุดชายหาดทางด้านทิศเหนือของอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม

การทำความสะอาด “big cleaning day” อุทยานใต้ทะเลเกาะขามในครั้งนี้ ได้ดำเนินกิจกรรมให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มีการกระจายตัวเป็นกลุ่มย่อย ๆ เพื่อทำความสะอาด เก็บขยะตลอดแนวชาดหาดอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ซึ่งได้ดำเนินการตามมาตรป้องกันการแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัด โดยให้กำลังพลจิตอาสาสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างมากกว่า 2 เมตร ตลอดการทำกิจกรรมฯ โดยสามารถกำจัดขยะมูลฝอยบริเวณชายหาดฯ ได้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นน้ำหนักขยะ จำนวนมากกว่า 500 กิโลกรัม

 

สวนนงนุชพัทยา พร้อมสนับสนุน "Pattaya Moves on" ด้วยความพร้อม 360 องศา ประเดิมกิจกรรมแรกในการประกวด "มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์"

ตามที่เมืองพัทยาได้เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ มาโดยตลอดทั้งในเรื่องของการบริหารจัดสรรการกระจายวัคซีนให้ประชาชน ควบคู่กับการพิจารณาวางแผนหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา จึงได้จัดทำโครงการ "Pattaya Moves on" ด้วยการกำหนดจัดกิจกรรมสร้างสีสันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ภายใต้มาตรการควบคุมโรคติดต่อของ ศบค.

สวนนงนุชพัทยา ตอบสนองตามนโยบายของภาครัฐ ดำเนินการตามโครงการ "Pattaya Moves on" เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยได้รับมาตรฐาน SHA Plus ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อนำร่องแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย

สวนนงนุชพัทยา เปิดพื้นที่โรงละครสกาล่านงนุชพัทยา ให้จัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 รอบ Preliminary Show กำหนดจัดขึ้นวันศุกร์ที่ 22 ต.ค.64 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. และในการประกวดรอบสุดท้ายหรือ Final Show กำหนดจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค.64 ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ถึง 19.45 น. ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างบูรณาการขั้นสูงสุดในสถานที่แสดงมหรสพ

 

‘สภากาชาดไทย’ ลงพื้นที่เตรียมความพร้อม! จัดตั้งหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ผู้ลี้ภัยและผู้อาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว บ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

วันที่ 17 ตุลาคม 2564 นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิตอล สภากาชาดไทย พร้อมด้วย Mr.Peter Simpson iResponse,ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC), แพทย์หญิงกานดา ลิมิตเลาหพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายบริการทางการแพทย์ และคณะ, นางกุลชลีย์ สุคันวรานิล ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล (ฝ่ายบริหาร), นางอรวรรณ ขำเพชร หัวหน้าสถานีกาชาดที่ 8 จังหวัดเพชรบุรี, นางสาวสุดใจ เครือวณิชธรรม หัวหน้าสถานีกาชาดหัวหิน เฉลิมพระเกียรติ ร่วมประชุมหารือกับนายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง, นายศุภสิทธิ์ ถีราวุฒิ ปลัดอำเภอสวนผึ้ง, นายแพทย์นภัส มณีศรีขำ นายแพทย์ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนผึ้ง, Dr.Myo Htet,Senior Clinical Manager, คุณธิดารัตน์ แดหวา Field Coordinator  IRC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ผู้ป่วยติดโควิด-19 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดีใจ!! หลังได้รับ "COVID HOME CARE" ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่ต้องกักตัวที่บ้าน ให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างปลอดภัย

วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564  นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีมอบกล่องโควิดโฮมแคร์ จำนวน 100 ชุด ข้าวสาร ไข่อาหารแห้ง ขนมเด็ก และเสื้อ PPE ยาฟ้าทลายโจร โดยมี พันเอก รณชัย เวียงวงษ์ ผบ.นพค.42 สำนักพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาให้เกียรติร่วมพิธี พร้อมด้วย นายอับดุลฮาดี เจ๊ะยอ ข่าวสด จ.ยะลา นายนิแอ สามะอาลี นักประชาสัมพันธ์ สำนักงานประประชาสัมพันธ์ จ.ยะลา ศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ให้ชาวบ้านที่ติดโควิดรักษาตัวที่บ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.เมือง จ.ยะลา อ.เมือง อ.โคกโพธิ์ อ.มายอ จ.ปัตตานี อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

โดย นายแพทย์ฆนัท ครุฑกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ ผู้รับผิดชอบโครงการ Covid Home Care กล่าวว่าได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส และพื้นที่ในจังหวัดสงขลายังมีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเตียงสนามไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยโควิด ทำให้ผู้ป่วยต้องกักตัวเองและดูแลรักษาตัวที่บ้านในเบื้องต้นมีความต้องการเพิ่มขึ้น ดังนั้น สมาคมสมาพันธ์ฯและเครือข่ายเราดูแลกัน หรือ we care network ได้ร่วมกับสมาคมนักสื่อพิมพ์ภาคใต้และศูนย์พัฒนาอาชีพกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่ต้องกักตัวที่บ้านให้สามารถดูแลตนเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระแก่บุคลากรทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง

นายกสมาคมสมาพันธ์ฯกล่าวโดยเบื้องต้นจะมอบกล่อง COVID HOME CARE จำนวน 100 กล่องเพื่อให้พันธมิตรทั้ง 2 องค์กรนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อที่ต้องการรักษาตัวเองที่บ้าน  นอกจากนี้ทางสมาคมสมาพันธ์ฯยังได้ร่วมกับสถานีวิทยุ ม.อ ปัตตานีเพื่อนำกล่อง COVID HOME CARE มอบให้กับผู้ป่วยโควิดที่ต้องการรักษาตัวเองที่บ้าน ซึ่งได้มอบไปแล้ว 100 กล่อง ทางวิทยุ ม.อ ปัตตานี ได้นำมอบให้ผู้ป่วยไปหมดแล้ว ทางโครงการฯก็จะมอบกล่องเพิ่มอีก 100 กล่องเพราะมีผู้ป่วยต้องการรักษาตัวเองที่บ้านเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทางโครงการเปิดช่องทางติดต่อผ่าน Line : @covidhomecare ให้ผู้ป่วยโควิดเข้ามาลงทะเบียน และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปเพื่อให้คำปรึกษาในแนวทางการรักษาตัวเองที่บ้านได้ 

“เราคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลดความแออัดที่โรงพยาบาล ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลได้อย่างทั่วถึง“ นายแพทย์ฆนัทฯ กล่าวทิ้งท้าย

นายมะสากี อาบูถัดสา อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก ที่ได้กล่องโควิด COVID HOME CARE เพื่อมอบให้กับชาวบ้านที่ติดโควิดแล้วรักษาตัวที่บ้าน ตอนนี้ เตียงเต็มชาวบ้านต้องการ COVID HOME CARE แบบนี้จำนวนมาก ทำให้เราทุกคนที่ได้รับวันนี้รู้สึกดีใจ อย่างบอกไม่ถูก

 

เชียงใหม่ - อุตสาหกรรมเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ นำเสนอผลงานผู้ประกอบการ กลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟในภาคเหนือ สร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจ

อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดพิธีเปิดกิจกรรมเจรจาธุรกิจพร้อมนำเสนอผลงานผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟในภาคเหนือ ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์กลางอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟในภูมิภาค (Lanna Coffee Hub) กิจกรรมพัฒนาขีดความสามารถเชิงธุรกิจของเกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟ (Coffee Entrepreneurs Development)

โดยมีนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน มีผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการ และผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน ได้รับโอกาส ในการต่อยอดธุรกิจสู่เวทีระดับสากล นอกเหนือจากองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะจากการอบรม เพื่อพัฒนาทักษะและขีดความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจของเกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมกาแฟและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมตอบโจทย์กลุ่มตลาดเป้าหมายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กรอบ BCG Model และเป็นที่รู้จักในวงกว้างอันนำไปสู่การเกิดศูนย์กลางอุตสาหกรรมกาแฟในระดับภูมิภาค     

ทั้งนี้ นายบุญอุ้ม วงศ์บุตร อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวให้ข้อมูลในฐานะผู้ให้ทุนว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2564  โดยจัดให้มีนิทรรศการแสดงผลงานผลิตภัณฑ์และจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำจำนวนกว่า 50 บูธ

ปทุมธานี - สสส.ร่วมชุมชนสวนอาหารบ้านพักผ่อน จัดโครงการบริโภคอย่างปลอดภัยเรียนรู้อาหารสมุนไพร สู้โควิด-19

เมื่อวันที่ 18 คุลาคม 2564 ที่ลานจัดกิจกรรมสวนอาหารบ้านพักผ่อน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผจก.โครงการส่งเสริมอาหารปลอดภัยฯ / ดร.วิฑูร อินทร์จันทร์ นายวิชัย ขุนศรี ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลหลักหก / กำนันเพ็ญใจ จันทร์หอมกุล เลขาฯนายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ / ผู้ใหญ่ธนพร อิษฎานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่1 ตำบลหลักหก / นายนพนรรจ์ จันทร์หอมกุล เจ้าของสวนอาหารบ้านพักผ่อน / นางสาวอรวีร์ หินแดง ผู้จัดการสวนอาหารบ้านพักผ่อน  พร้อมด้วยประชาชนในชุมชน 40 คน ร่วมกับ สำนักกองทุนส่งเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดโครงการบริโภคอย่างปลอดภัยเรียนรู้อาหารสมุนไพรสู้โควิด-19 จังหวัดปทุมธานี โดยมีเครือข่ายประชาคมอาหารเพื่อสุขภาพ จังหวัดปทุมธานี ร่วมรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนในชุมชน ได้หันมาดูแลสุขภาพจากการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย มีประโยชน์ และปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีโทษต่อร่างกาย ตามแนววิถีใหม่ แบบ New normal

โดยการรณรงค์ของภาครัฐเพื่อให้ความรู้ กับประชาชนในชุมชน ตลอดจนผู้บริโภคให้ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ สร้างภูมคุ้มกันให้ร่างกายซึ้งจะได้รับความรู้ความเข้าใจมากขึ้นในการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆที่มีการพัฒนา โดยเฉพาะโรคในปัจจุบัน ไวรัสโควิด-19 การรักษาที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการบริโภคอาหารให้เป็นยา ด้วยการใช้สมุนไพรพื้นบ้านซึ้งมีอยู่มากมายในการปรุงอาหาร ร่วมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันแบบเว้นระยะห่างล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย ก็จะเป็นอีกส่วยหนึ่งในการระมัดระวังอย่างถูกวิธีไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

กำนันเพ็ญใจ จันทร์หอมกุล เลขาฯนายกเทศมนตรี ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าว่า ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่สีแดงเสี่ยงโควิด-19 สูง โดยเฉพาะที่ชุมชนหลักหกของเราโควิดระบาดข่อนข้างมากเพราะมีส่วนเชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทางชุมชนได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายโควิด-19 อย่างเข้มข้น รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทาง สสส.เล็งเห็นความสำคัญให้การสนับสนุนมอบความรู้ให้ประชาชนในชุมชนด้วยการส่งเสริมสนับสนุนบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ สร้างภูมคุ้มกันให้ร่างกายซึ้งจะได้รับความรู้ความเข้าใจมากขึ้นในการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ ที่มีการพัฒนา โดยเฉพาะโรค ไวรัสโควิด-19 ซึ้งนอกจากให้องค์ความรู้แล้วยังได้มีการสาธิตการปรุงอาหารด้วยสมุนไพร

อันได้แก่ เมนูผัดฉ่าปลาทับทิมอันอุดมไปด้วยเครื่องเทศนา ๆ ชนิด โดยมีการสาธิตปรุงสด ๆ ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมได้ชิม ส่วนที่เผ็ดร้อนไม่แพ้กันก็เห็นจะเป็นไก่บ้านต้มขมิ้นรสชาดจัดจ้านดับคาวได้เป็นอย่างดี จบคาวตามด้วยหวานก็ยังคงเป็นสมุนไพรอย่างต้มถั่วเขียวใส่ น้ำตาลทรายแดง น้ำขิงและแป๊ะก้วย ช่วยดับเผ็ดรสชาติกลาง ๆ หวานไม่มาก สดชื่น ตบท้ายด้วยน้ำสมุนไพรยอดนิยมซึ้งเป็นสูตรเฉพาะของร้านอาหารบ้านพักผ่อน เป็นน้ำกระชายขาวปั่นสดผสมน้ำผึ้งน้ำมะนาวแช่เย็น ซึ้งทางร้านได้แจกจ่ายสูตรให้ความรู้ประชาชนทั่วไปสามารถไปทำทานที่บ้านได้โดยไม่ยาก จะเห็นได้ว่าสมุนไพรในอาหารของคนไทยคุ้นเคยอยู่แล้วนำกลับมาใหม่ด้วยการรณรงค์อย่างจริงจังก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตนแบบ New normal เพราะประชาชนในชุมชนต้องช่วยเหลือตัวเองและต้องอยู่กับเชื้อโรคที่แพร่หลายในขณะนี้ด้วยการทานอาหารเป็นยาเสริมภูมคุ้มกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top