Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ล้วงลับ ​14​ ต.ค. พระกรุณาในหลวง​ ร.9​ ที่เหล่าทรชนอุกอาจบิดเบือน ​​| MEET THE STATES TIMES EP.29

???? “ล้วงลับ​ 14​ ตุลา พระกรุณาแห่งในหลวง​ ร.9​ ที่เหล่าทรชนอุกอาจบิดเบือน”​​​ ​​​!!
???? ตีแผ่ความจริง!! 14​ ต.ค. เรื่องแห่งตาที่ควรต้องเบิกเนตร!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยกTHE STATES TIMES

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” จัดพิธีเททองหล่อพระบูชาและพระเครื่องหลวงปู่ไต้ฮง รุ่นฉลองครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เมื่อวันพฤหัสที่ 14 ตุลาคม 2554 เวลา 16.19 น. สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ฝั่งหนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง องค์ประธานร่วม ทำพิธีเททองหล่อพระบูชาและพระเครื่อง หลวงปู่ไต้ฮง รุ่นฉลองครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

โดยมี นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการคณะกรรมการ และผู้ช่วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี เททองหล่อพระบูชาและพระเครื่อง หลวงปู่ไต้ฮง รุ่นฉลอง 110 ปี ณ บริเวณมณฑลพิธี หน้าพระอุโบสถหลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ

โดยภายในพิธี ได้จัดให้มีพระสงฆ์สมณศักดิ์ 9 รูป นำโดย พระสุวรรณมหาพุทธาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งพระคณาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตพิธีเททองหล่อพระบูชาและพระเครื่อง หลวงปู่ไต้ฮง รุ่นฉลอง 110 ปี ดังนี้

1.  หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว อ.พยุหคิรี จังหวัดนครสวรรค์

2.  หลวงพ่อแถม วัดช้างแทงกระจาด อ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

3.  หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม

4.  หลวงพ่อพระปลัดตรีพรหม วัดพิชัยสงคราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระบูชาและพระเครื่องไต้ฮงกงทุกรุ่น จัดให้มีพิธีเททอง และ พิธีมหาพุทธาภิเษก โดยเกจิอาจารย์ผู้ทรงพุทธคุณ พระเถระชั้นสมเด็จ ฯลฯ มานั่งปรกอธิษฐานจิตเพื่อปลุกเสก พระเครื่องหรือเหรียญไต้ฮงกงนั้น ศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธามีความเชื่อว่า เมื่อนำหลวงปู่ไต้ฮงไปบูชาที่บ้านหรือพกติดตัว จะคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และ ดลบันดาลให้สมปรารถนา และ ร่วมทำบุญกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในวาระครบรอบ 110 ปี

กระบี่ - รับมอบเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และสิ่งของใช้จำเป็นจำนวน 716 กล่อง มูลค่ากว่า 800,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด -19 ในโครงการ "ช่วยด้วย ช่วยคุณจาก โควิดได้ถึงบ้าน”

วันนี้ 15 กันยายน 2564 ที่ศาลากลาง จ.กระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ นายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  เป็นประธานในการรับมอบเวชภัณฑ์ทางการแพทย์และสิ่งของใช้จำเป็นจำนวน 716 กล่อง มูลค่ากว่า 800,000 บาทเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด -19 ในจังหวัดกระบี่ โดยมี ผศ.ดร.พิชญ์สินี ขาวล้วน ผู้บริหารโรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ และศูนย์พื้นฟูดูแลผู้สุงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงด็อกเตอร์อินเตอร์แคร์ ร่วมกับทีมโครงการ "ช่วยด้วย ช่วยคุณจาก โควิดได้ถึงบ้าน"

นำโดย ทีมนายแพทย์อนุชา พาน้อย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Doctor A to Z นางกรรณิการ์ จำป่าพันธ์ ผู้ก่อตั้งโครงการช่วยด้วย COO&CO Founder Doctor A to Z พว.นิตยา ชไนศวรรย์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบางกอกเฮลท์แคร์เซอร์วิสจำกัด ร่วมกันมอบสิ่งของบริจาค ยาและเวชภัณฑ์ ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในจังหวัดกระบี่ และได้ส่งมอบต่อให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีความจำเป็นต้องรักษาตัวที่บ้านภายในวิกฤตเตียงเต็มปัจจุบัน และหายป่วยเป็นจำนวนมากทางโครงการและผู้สนับสนุนจึงประสงค์ที่จะขยายความช่วยเหลือผู้ป่วยเป็น 2,000 คน ในจังหวัดกระบี่

‘ตม.ประจวบคีรีขันธ์’ คุมเข้มช่องทางธรรมชาติ สกัดโควิดระบาด!! จับกุมหนุ่มเมียนมาลักลอบนำพาแรงงานถื่อน พร้อมยาบ้า พร้อมรวบ 33 ชาวเมียนมา หลบหนีเข้าเมืองเพื่อไปทำงาน จว.สมุทรสาคร

วันนี้(15 ก.ย. 2564 ) เวลา 13.30 น.พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ แถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมาพร้อมด้วยของกลางยาบ้า และนำพาแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ออกสืบสวนหาข่าว และตรวจสอบผู้กระทำความผิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 14  ต.ค.64 เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง ได้ตรวจพบบุคคลต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย และสามารถจับกุม นายมิวแตอู อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 10 เม็ด โดยกล่าวหาว่า”มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้าไว้ในความครอบครองโดยผิดกฏหมายและนำหรือพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ”   และควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจำนวน 33 คน ได้ที่บริเวณ ช่องทางธรรมชาติช่องชุมนุมมะละกอ ม.5 บ้านเนินแก้ว ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ

จากการสอบสวนเบื้องต้น แรงงานต่างด้าว เดินทางมาจาก มะริด 10 คน พะลอ 10 คน เมาะลำไย 5 คน มะกุย 1คน มันดาเล 3 คน พะโคะ 1 คน ทวาย 3 คน ทั้งหมดต้องการเดินทางไปทำงานที่ จ.สมุทรสาคร ในเบื้องต้นได้ทำการกักตัวไว้ในสถานที่เกิดเหตุเพื่อทำการคัดกรองหาเชื้อไวรัสโคโรน่า ( โควิด 19 ) หลังจากนี้จะได้ทำการสอบสวนขยายผลถึงขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

“พระครูแจ้” จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศล 13 ตุลาฯ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

ท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ประธานจัดกิจกรรม ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอบางพลี ประธานฝ่ายฆราวาส พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี นายแพทย์ สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางพลี ร่วมในพิธี ณ บริเวณ ชั้น 2 ศาลาการเปรียญ วัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยกิจกรรมประกอบด้วย การแจกข้าวสารให้กับประชาชนบริเวณพื้นที่โดยรอบและพื้นที่ใกล้เคียง ข้าราชการตำรวจ และพนักงานลูกจ้างอาชีพเก็บขยะ โดยจะได้รับแจกข้าวสาร คนละ 1 ถุง พร้อมด้วยเงินสดอีกคนละ 500 บาท อีกทั้ง  ยังมีค่าเดินทางมอบให้กับประชาชนอีกคนละ 100 บาท รวม 1,000 ครอบครัว จากนั้น ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง  พร้อมด้วย  คณะเจ้าหน้าที่ร่วมประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์

 

ฮือฮา!! พบหัวปลีโผล่ปลายยอดกลางต้นกล้วย ชูช่อตั้งตรงชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนดอกบัวสีแดงสดใส เจ้าของลั่น!! งวดนี้น่าจะมีเลข 9 เพราะเป็นกล้วย

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 64 หลังจากทราบข่าว มีกล้วยประหลาดในพื้นที่โครงการหมู่บ้าน เดอะปาล์ม สุขุมวิท บางเสร่ ในเครือ บริษัท ศิริศาย์ จำกัด ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางมายังบ้านเลขที่ 190/201 ม.10  อยู่ในโครงการหมู่บ้านเดอะปาล์ม ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบกับ นาย ธเนษฐ จำเนียรกุล อายุ 51 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ที่ได้ปลูกแปลงกล้วยน้ำว้าไว้ข้าง ๆ บ้าน กว่า 20 ต้น

จากการสอบถามทราบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินว่างเปล่า จึงได้ทำแปลงปลูกกล้วยน้ำว้าไว้กว่า 20 ต้น จู่ ๆ มีกล้วยต้นหนึ่งแปลกประหลาดออกปลีมากลางยอดของต้นกล้วยสีแดงสดใส ชูช่อคล้ายดอกบัวซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน หากจะตีเป็นเลขมงคลเลขนี้น่าจะเป็นเลข 9 เนื่องจากเป็นกล้วย " มี ก.ไก่ " ยังไม่มีคนรู้มากเท่าไรนัก นาย ธเนษฐ จำเนียรกุล ได้กล่าวด้วยความประหลาดใจกับกล้วยต้นนี้ พร้อมกับจะไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีเลข 9 ติดตัวไว้บ้างเผื่อมีโชค

ชลบุรี - ทีมสัตว์แพทย์เคลื่อนย้าย 'พลายขุนแผน' แห่งปางช้างสยาม กระทิงลาย จากพัทยากลับบ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์ เผยอาการยังทรงพร้อมเดินทางไกล

โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน เมืองพัทยา โดย นายสัตวแพทย์ เผด็จ ศิริดำรง จะเข้าช่วยเหลือด้วยการให้นำเกลือและยารักษา นโยเบื้องต้นพบว่าสาเหตุมาจากช้างพลายขุนแผนเคยเป็นโรคเบาหวาน จึงส่งผลกระทบให้เกิดภาวะเลือกเป็นกรดจากคีโตน เพราะอินซูลินในร่างกายเกิดความบกพร่องทำให้ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้นั้น

ล่าสุด ในวันที่ 14 ต.ค.64 นายสัตวแพทย์ เผด็จ ศิริดำรง นายสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมาได้ทำการเคลื่อนย้ายพลายขุนแผนขึ้นรถบรรทุก รถกู้ภัยช่วยช้าง เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพลายขุนแผน เพื่อนำส่งสถาบันสุขภาพช้างแห่งประเทศไทย เพื่อทำการรักษาจนแข็งแรงก่อนส่งกลับบ้าน

ปทุมธานี - “บิ๊กแจ๊ส” นายก อบจ.ปทุมฯ ลงสั่งการรถดับเพลิง เข้าช่วยดับเพลิงไฟไหม้ ร้านขายต้นไม้ดอกไม้ประดับวอดทั้งหลัง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนบริเวณริมถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว (ติดกับการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปทุมธานี) ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงประสานรถดับเพลิงจาก ทม.ปทุมธานีและ อบจ.ปทุมธานี จำนวน 2 คัน ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บ้านเลขที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ซึ่งปลูกอยู่หลังร้านขายต้นไม้ดอกไม้ประดับ โดยเปลวเพลิงได้ไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีลมแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง จึงได้พยายามเร่งระดมฉีดน้ำโดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี และ พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ หาญสวัสดิ์ นายก ทม.ปทุมธานีเดินทางมาสั่งการในการดับเพลิงด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถดับไฟได้ทั้งหมดแต่บ้านก็ถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสอบถามนายวิรัตน์ ลายลักษณ์ อายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน อดีต จนท.เวรเปล รพ.ปทุมธานี ซึ่งมีโรคประจำตัวและนั่งเหม่อมองไฟไหม้บ้านตัวเองจนวอดหมดทั้งหลังต่อหน้าต่อตา

โดยมีญาติ ๆ และเพื่อนบ้านต่างมาคอยปลอบให้กำลังใจไม่ให้คิดมาก โดยกล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวตนจะอยู่กับภรรยา อายุ 62 ปี และหลานสาว แต่ช่วงก่อนเกิดเหตุทุกคนมานั่งขายต้นไม้ ดอกไม้ประดับที่หน้าร้าน ส่วนตนกำลังเก็บกวาดหน้าร้าน จู่ ๆ ก็เห็นว่ามีเปลวไฟลุกไหม้มาจากทางหลังบ้านและช่วงเวลานั้นมีลมแรงทำให้ไฟลุกลามมาทางหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนไม่สามารถเข้าไปขนข้าวของและทรัพย์ออกมาได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แม้จะมีรถดับเพลิงจากทั้ง 2 หน่วยงานมาช่วยดับอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่ทัน สำหรับทรัพย์ที่ไหม้ไปกับกองเพลิงนอกจากจะเป็นข้าวของเครื่องใช้แล้ว ยังมีเงินสดร่วม 5 หมื่นและทองรูปพรรณอีกจำนวนหนึ่ง ตอนนี้ทุกคนก็เหลือแต่เพียงเสือผ้าที่สวมใส่ในวันนี้เท่านั้น

 

“เฉลิมชัย” ปธ.ฟรุ้ทบอร์ด ปฏิรูปผลไม้ครั้งใหญ่!! วาง 3 กระทรวง ‘เกษตร-อุตสาหกรรม-พาณิชย์’ เห็นชอบงบประมาณปี 65 ตั้งทีมขับเคลื่อนศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้และสนามบินจันทบุรี มอบ”อลงกรณ์”เป็นปธ.

วันนี้ (14 ต.ค. 64) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (หรุ้ทบอร์ด)ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) Application ZOOM Cloud Meetings พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัด กษ. นายประยูร อินสกุล รองปลัด กษ. ดร.สมบัติ ตงเต๊า รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  นายอนันต์ แก้วกำเนิด รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนผู้ประกอบการ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และนายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ร่วมกันหารือประชุมขับเคลื่อนโดยมีประเด็นผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ในรอบฤดูกาลผลิตที่ 2/2564 ทั่วประเทศ

ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อย Focus group เพื่อวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบ คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 โดย กระทรวงพาณิชย์ และร่วมกันพิจารณาโครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 ที่เสนอโดยสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตามยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” และนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ต่อไป

การบริหารจัดการผลไม้ปี 2564 ของภาคเหนือ (ลำไย) และภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ในภาพรวมสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการผลไม้ปี 2564 - 2566 โดยจังหวัดสามารถบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง โดยผ่านกลไกของคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ในเชิงคุณภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2558 - 2564 และในเชิงปริมาณที่เน้นการจัดสมดุลอุปสงค์และอุปทาน โดยผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปริมาณ 671,308 ตัน และผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปริมาณ 785,459 ตัน มีการกระจายผลผลิตผ่านกลไกตลาดปกติ โดย คพจ. และเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาไม่ต่ำกว่าราคาต้นทุนการผลิต และราคาเฉลี่ยของผลผลิตตลอดฤดูกาลสูงกว่าราคาต้นทุนการผลิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้กระทบต่อแผนการบริหารจัดการผลไม้ทำให้ทั้งการส่งออก การแปรรูป และการกระจายในประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน นั้น ได้มีการจัด Focus group วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้ โดยร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเชิงตั้งข้อสังเกตถึง “ปัญหาและอุปสรรค” (Pain Point) ใน ประเด็นโครงสร้าง ระบบ และการบริหารจัดการ Fruit Board ประเด็นกลไกการทำงานในภาวะวิกฤต ประเด็นแผนงาน โครงการ และงบประมาณ รวมไปถึงแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มและแบรนดิ้ง (Branding) ผลไม้ การพัฒนากลไกการค้าผลไม้และการตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ การบริหารจัดการล้ง การบริหารจัดการระดับ Area based ผลไม้ภาคตะวันออก-ใต้-ใต้ชายแดน การบริหารจัดการระดับ Area based ผลไม้ภาคเหนือ การจัดการปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้รายสินค้า (ทุเรียน, ลำไย, มังคุด, เงาะ, ลองกอง และมะม่วง) โดยข้อมูลดังกล่าวได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รับทราบและพิจารณาใช้ประโยชน์ และนำมาวางแผนเพื่อรับมือวิกฤติการณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ในอนาคต คณะกรรมการฯ รับทราบคำสั่งของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานฟรุ้ทบอร์ดในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ครอบคลุมทั้งระบบ ประกอบด้วย

1. คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้

 1) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการผลิต

 2) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

 3) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการตลาด

 4) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการผลไม้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 5) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการผลไม้ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคอื่นๆ

2. คณะทำงานภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้

 1) คณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์

 2) คณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย

 3) คณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าทุเรียน

 4) คณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าทั้งระบบ

ในด้านการรองรับและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นประกอบกับภาพรวมผลไม้ไทยจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3,500,000 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 8% โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนด 17 มาตรการรองรับผลไม้ ปี 2565 ล่วงหน้า 6 เดือน ประกอบด้วย

1.มาตรการเร่งรัดตรวจและรับรอง GAP ซึ่งมีเป้าหมายในปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 120,000 แปลง

2.มาตรการช่วยผู้ประกอบการหรือเกษตรกรหรือล้งกระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท ปริมาณ 80,000 ตัน

3.มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกโดยจะช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 และช่วยผู้ส่งออกที่ส่งออกผลไม้อีกกิโลกรัมละ 5 บาท ปริมาณ 60,000 ตัน

4. กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร สนับสนุนให้มีการใช้พระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญา การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านผลไม้ โดยจะสนับสนุนให้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเกษตรกรได้ทราบว่าขายผลไม้ได้เท่าไหร่ มีคนซื้อที่มีหลักประกัน เซ็นสัญญาตามกฏหมายชัดเจนไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัน

5.มาตรการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ ประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เปิดโอกาสให้โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินในประเทศไทยฟรี 25 กิโลกรัม ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2565 เป็นต้นไป

6.มาตรการช่วยสนับสนุนกล่อง พร้อมค่าจัดส่งผลไม้ที่ขายตรงจากเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ไปยังผู้บริโภคโดยตรงโดยสนับสนุนกล่องมากขึ้นกว่าปี 2564 ที่สนับสนุน 200,000 กล่อง ปี 2565 จะสนับสนุนถึง 300,000 กล่อง

7.ในช่วงที่ผลไม้ออกเยอะ กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนให้มีรถเร่ รถโมบาย ไปรับซื้อผลไม้และนำออกจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยปี 2557 จะสนับสนุนที่15,000 ตัน

 8.ประสานงานกับห้างท้องถิ่นและปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เปิดพื้นที่ระบายผลไม้ให้กับเกษตรกรโดยเพิ่มปริมาณจากปี 2564 ที่ช่วย 1,500 ตัน ปี 2565 จะเพิ่มเป็น 5,000 ตัน

 9.จะทำเซลล์โปรโมชั่นในการส่งเสริมการขายผลไม้ในต่างประเทศซึ่งใช้ชื่อโครงการ Thai Fruits Golden Months ดำเนินการในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ 12 เมือง เช่นเดียวกับปี 2564 ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลดีมาก

 10.จะจัดการเจรจาจับคู่ซื้อขายผลไม้ทางธุรกิจในระบบออนไลน์หรือที่เรียกว่า OBM มุ่งเน้นตลาดใหม่ เช่น อินเดียและรัสเซียเป็นต้น

กาฬสินธุ์ - กลุ่มแม่บ้านผลิตร่มผ้าขาวม้า ‘ผ้าแพรวางานแฮนด์เมด’ สร้างรายได้เดือนละแสน

กศน.ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน นักเรียน กศน.แปรรูปผ้าขาวม้าเป็น “ร่มผ้าขาวม้า และร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” ผลิตภัณฑ์ร่มกันฝน กันแดด สุดยอดไอเดียงานแฮนด์เมดขายดี พร้อมพัฒนายกระดับสู่สินค้าพรีเมี่ยม สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ยั่งยืน รายได้เข้ากลุ่มเดือนละ 1 แสนบาท ล่าสุดได้รับรางวัล Onie Brand กศน.จากกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ นางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ นางดรุณี โกมาร  ครู กศน.ต.แจนแลน และบุคลากร เจ้าหน้าที่ จัดอบรมกลุ่มแม่บ้าน และสาธิตในการแปรรูปผ้าขาวม้าและผ้าลายแพรวา เป็น “ร่มผ้าขาวม้า และร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” สำหรับกันแดด กันฝน โดยมีนางเกสร เพิ่มขึ้น ประธานกลุ่มร่มผ้าขาวม้าแจนแลน และสมาชิกกลุ่มทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน เยาวชน ร่วมเข้ารับการอบรม โดยทุกคนที่เข้าร่วมอบรม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

นางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ กล่าวว่า ภารกิจของ กศน.ที่นอกจากจะให้ความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียน กศน. ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงในชีวิตแล้ว  สิ่งที่ดำเนินการภารกิจควบคู่กัน คือการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน อย่างเช่น การอบรมกลุ่มแม่บ้านและนักเรียน กศน.แปรรูปผ้าขาวม้าเป็นร่มกันฝนกันแดด โดยใช้ผ้าขาวม้าที่ทอจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม และฝ้ายประดิษฐ์ มาตัดเย็บ ให้เข้ารูปกับร่มสำเร็จรูป ที่ซื้อจากท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค เป็นผลิตภัณฑ์ร่ม ภายใต้ชื่อ “ร่มผ้าขาวม้า ร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” โดยดำเนินการมาประมาณ 1 ปี ได้รับการตอบรับดีมาก

นางพานธิวากล่าวอีกว่า จากผลตอบรับทั้งในส่วนของแม่บ้าน นักเรียน กศน.ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะในช่วงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้าและร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์ เดิมจำหน่ายในชุมชน ต่อมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงเปิดช่องทางขายออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากการส่งเสริมของ กศน.กุฉินารายณ์และกศน.ต.แจนแลน ที่สร้างงาน สร้างอาชีพดังกล่าว ล่าสุด ผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้าและผ้าแพรวา งานแฮนด์เมดของแม่บ้าน และนักเรียน กศน. ได้รับรางวัล Onie Brand กศน.จากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการการันตีคุณภาพและเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่สร้างอาชีพ รายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยในอนาคตจะมีการพัฒนายกระดับสู่สินค้าพรีเมี่ยมต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top