Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

สุรินทร์ - ‘มทบ.25 ร่วมกิจกรรมจิตอาสา’ พัฒนาปรับภูมิทัศน์ - ทำความสะอาดลำน้ำ เนื่องในโอกาสวันคล้ายสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก สุดใจ แพงพรมมา หัวหน้าฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 นำกำลังพลจิตอาสา มณฑลทหารบกที่ 25 รวมจำนวน 25 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ทำความสะอาดลำน้ำ คู คลอง ณ ฝายโคกเพชร ตำบลตระแสง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

สระบุรี - ‘รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง’ ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์อุทกภัย และมอบถุงยังชีพในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

วันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่วัดสมุหประดิษฐาราม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยและนำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค มามอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในเขตอำเภอเสาไห้ และอำเภอบ้านหมอ โดยมีนายพลวรรธณ์ เทียนชัยมงคล ปลัดจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดสระบุรี ต้อนรับ

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ในห้วงที่ผ่านมาประเทศไทย มีฝนตกชุกหนาแน่น จากเหตุการณ์ พายุดีเปรสชั่น "เตี้ยนหมู่" เมื่อวันที่ 25 - 26 กันยายน2564 ทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ประกอบกับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ สูงสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำลันตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 52ตำบล 263 หมู่บ้าน 15 ชุมชน 8,027ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตร ได้รับความเสียหายจำนวน 39,003ไร่ และด้านประมง จำนวน 422 ไร่ 67 ตารางวา ซึ่งอยู่ในช่วงการช่วยเหลือเยียวยา

 

กรุงเทพฯ - “นิพนธ์” ร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9 พร้อมร่วมทอดผ้าป่าทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2564 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เข้าร่วมพิธี

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ร่วมพิธีถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรแล้ว วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น ร่วมยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

 

พิจิตร - “สส.ภูดิท อินสุวรรณ์” พลังประชารัฐ พิจิตร เขต 2 ลงพื้นที่เข้ามอบถุงปันน้ำใจให้กับพี่น้องที่ประสบภัยทั้ง 5 ตำบลของอำเภอดงเจริญ

สืบเนื่องจากสส.ภูดิทฯได้ลงพื้นที่สำรวจบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย จากภัยน้ำท่วมใหญ่ในเขตพื้นที่อำเภอดงเจริญที่ผ่านมา รวมทั้งจังหวัดพิจิตรได้ประกาศให้อำเภอดงเจริญเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยภุกเฉิน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น สส.ภูดิท อินสุวรรณ์ พร้อมทีมงานได้ เข้าช่วยเหลือมอบถุงปันน้ำใจ จำนวน 1,575 ชุด เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยในครั้งนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากพล.ต.ต.กำธร จันที ผบก.ภ.จว พิจิตรมอบหมายให้พ.ต.อ.ฐิติภัทร อินทรรักษ์ ผกก.สภ.ทับคล้อและพ.ต.อ.นิเวศน์ เพชรดี ผกก.สภ.ดงเจริญ สนับสนุนการขนส่ง ร่วมกับ สมาคมกู้ภัยสรรเพชญ ในการเข้าช่วยเหลือมอบถุงปันน้ำใจ ตามจุดต่าง ๆ ทั้ง 5 ตำบลของอำเภอดงเจริญ ดังนี้

จุดที่ 1 ตำบลวังงิ้ว                 442 ชุด

จุดที่ 2 ตำบลวังงิ้วใต้             314 ชุด

จุดที่ 3 ตำบลห้วยพุก             304 ชุด

จุดที่ 4 ตำบลห้วยร่วม            330 ชุด

จุดที่ 5 ตำบลสำนักขุนเณร     185 ชุด

 

ประจวบคีรีขันธ์ - “หัวหิน” ผู้ว่าฯ ประกาศปิดตลาด บิ๊กคลีนนิ่งตลาดฉัตร์ไชย รอลุ้นเปิดให้บริการ

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯผ่านระบบซูม โดยมีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของ จ.ประจวบฯ ประจำวันที่ 12 ต.ค.พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่จำนวน 47 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้ป่วยสะสม 10,888 คน อยู่ระหว่างการรักษา 1,240 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 5 คน มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือคลัสเตอร์ตลาดฉัตร์ไชย เขตเทศบาลเมืองหัวหิน พบผู้ป่วยสะสม 47 คน เป็นผู้ค้า 24 คน ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้าน มีจุดเริ่มต้นจากแรงงานต่างด้าวติดเชื้อที่จำหน่ายน้ำแข็งอยู่ในตลาดจากนั้นแพร่เชื้อไปสู่ผู้ค้าแผงขายปลา แผงขายน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร

เบื้องต้นเทศบาลเมืองหัวหินได้ประกาศให้ปิดตลาดฉัตร์ไชยชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-13 ต.ค.64 เพื่อระดมทำความสะอาดฆ่าเชื้อในตลาด พร้อมเร่งตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR กลุ่มผู้ค้าในตลาดซึ่งมีจำนวนประมาณ 340 ราย และตรวจหาเชื้อกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพื่อผู้นำตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาและกักตัวกลุ่มเสี่ยงเป็นเวลา 14 วัน หลังจากนั้นคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯจะมีการพิจารณาสถานการณ์อีกครั้ง โดยในวันพรุ่งนี้ทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะลงพื้นที่เพื่อสำรวจประเมินมาตรการความปลอดภัยในตลาดก่อนอนุญาตให้เปิดการค้าขายได้อีกครั้ง

ขณะที่นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วย นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นำเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พร้อมรถบรรทุกน้ำ-น้ำยาฆ่าเชื้อดำเนินการฉีดล้างตลาดฉัตร์ไชย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในตลาดและประชาชนที่มาใช้บริการในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า จมูก ตา ปาก และการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่และรับเชื้อโรค

ปทุมธานี - น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2564

ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จ.ปทุมธานี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2564 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยมี นายปรีชา พรหมเพชร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี นางจินจณา โอสถธนากร นายกเหล่ากาชาด จ.ปทุมธานี นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าฯ จ.ปทุมธานี นายพงศธร กาญจนะจิตรา รอง ผู้ว่าฯ จ.ปทุมธานี นายดรณ์ สมิตะเกษตริน ปลัดจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นอภ.เมืองปทุมธานี นางสาวธนียา นัยพินิจ หน.สนง.จ.ปทุมธานีและ หน.ส่วนราชการ ร่วมพิธีฯ

 

‘รมว.สุชาติ’ มอบ ‘ปลัดแรงงาน ร่วมคณะ พล.อ.ประวิตร’ ให้กำลังใจอาสาสมัครแรงงาน และมอบสุขาลอยน้ำแก่ผู้ประสบอุทกภัย จ.ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จากนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จุดแรกที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จุดที่สองที่วัดโพธิบัลลังก์ บ้านดอนแดง ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อพบปะผู้นำชุมชนและมอบถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด พร้อมมอบสุขาลอยน้ำของกระทรวงแรงงานให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 5 หลัง

โดยมี นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งอาสาสมัครแรงงาน (อสร.) จังหวัดขอนแก่นมาร่วมต้อนรับ และนำน้ำดื่มมามอบให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ด้วย ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ให้กำลังใจแก่อาสาสมัครแรงงานจังหวัดขอนแก่นที่มาร่วมต้อนรับและมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งอาสาสมัครแรงงานมีภารกิจในการประสานการให้บริการด้านแรงงานในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีงานทำ มีทักษะฝีมือ มีอาชีพมีรายได้ ได้รับคุ้มครองและมีหลักประกันทางสังคมที่ยั่งยืนอีกด้วย ปัจจุบันมีอาสาสมัครแรงงานทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 8,110 คน จุดที่สามที่วัดบ้านเทพบูรณาราม บ้านหนองบัวดีหมี หมู่ที่ 20 ตำบลท่าพระ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เพื่อพบปะผู้นำชุมชนและมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย จำนวน 300 ชุด

นายบุญชอบ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่าน รมว.แรงงาน กำชับให้ส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดขอนแก่นได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูเยียวยาภายหลังน้ำลดตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน สำนักงานจัดหางานจังหวัดบริการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ สำนักงานแรงงานจังหวัดจัดโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือ โดยสนับสนุนค่าตอบแทนรวมถึงวัสดุอุปกรณ์ฝึกอาชีพ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดจะให้คำปรึกษาด้านสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดดูแลสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประสบภัย เรื่องสิทธิประกันสังคม จัดทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกับโรงพยาบาลในเครือข่ายให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น

 

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศรฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันพุธ ที่ 13 ต.ค. 2564 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำหรับในปี 2564 หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวไทย ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลพร้อมกันทั่วประเทศ

พลตำรวจเอก สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพวงมาลา เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันพุธ ที่ 13 ต.ค. 64 ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป  ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจเข้าร่วมพิธี

“ม่องหมดแล้วพวกในวัง”

“ม่องหมดแล้วพวกในวัง”

คือข้อความที่มีคนหวังร้ายไปกระซิบบอกผู้แทนนิสิตนักศึกษาข้างนอกด้วยข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อแหกตาและปลุกปั้นมวลชน

การสร้างข่าวเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงมีทุกยุคทุกสมัย การบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์มิได้เพิ่งเริ่มมีในยุคสามกีบนี้ แต่มีมาตั้งแต่เหตุการณ์นองเลือดเดือนตุลาแล้ว

เหตุการณ์นักศึกษาจำนวนมากหนีตายเข้าวังสวนจิตฯ ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองทั้งในเหตุการณ์เดือนตุลา และนำมาแหกตาซ้ำกับพวกสามกีบในปัจจุบัน เพื่อสร้างความจงเกลียดจงชังสถาบันพระมหากษัตริย์ซ้ำอีก

ทั้งที่ความจริงคือในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งให้เปิดประตูวังเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาให้พ้นภัย แต่ผู้ไม่หวังดีใช้โอกาสที่นักศึกษาหนีหายเข้าไปในวังนี้ ปล่อยข่าวเท็จว่า ในหลวงสั่งให้ฆ่านักศึกษานั้นทั้งหมด

พล.ต.อ.วสิษฐ คือหนึ่งในบุคคลที่เชื่อกันว่าเป็นผู้กุมความลับของเหตุการณ์ 14 ตุลา และนี่คือคำต่อคำจากปากของ พล.ต.อ. วสิษฐ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงเวลานั้น

พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร ซึ่งในเวลานั้นทำหน้าที่สำคัญในการติดต่อประสานเจรจากับผู้นำนิสิตนักศึกษา และเป็นผู้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปอ่านต่อผู้ชุมนุมในเวลา 5.30 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516

มีคนไปกระซิบบอกผู้แทนนิสิตนักศึกษาข้างนอกว่า “ม่องหมดแล้วพวกในวัง” นิสิตที่อยู่ข้างนอกที่มีคนมากระซิบว่าเขาจัดการคน (นิสิตนักศึกษา) ในวังหมดแล้วคือ คุณพีรพล ตริยะเกษม เพราะข่าวนี้เองทำให้คนที่ชุมนุมกันอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเคลื่อนมาที่หน้าประตูพระวรุณอยู่เจนที่สวนจิตรลดา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนจำนวนแสนมาชุมนุมกันอยู่ที่หน้าวัง

พอเป็นอย่างนั้นผมก็ขอร้องพวกที่อยู่ในวังที่พูดกันรู้เรื่องแล้วให้ไปเจรจากับคนที่อยู่ข้างนอกหน่อยว่าบัดนี้อะไร ๆ ก็เรียบร้อยหมดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่ารัฐบาลยอมปล่อยผู้ต้องหาทั้ง 13 คนแล้ว แล้วก็ปล่อยตัวแล้ว 

นอกจากจะปล่อยแล้วยังมีข้อตกลงระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้แทนนักศึกษาในวังเป็นลายลักษณ์อักษร และจะขอพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 20 เดือน แทนที่จะเป็น 3 ปีตามที่รัฐบาลเคยบอก

เมื่อขอร้องให้ผู้แทนนิสิตไปชี้แจง ผู้แทนนิสิตบอกว่าเดี๋ยวเขาไม่เชื่อ อยากได้คนในวังไปด้วย ตอนนั้นคนในวังที่เป็นผู้ใหญ่มี 3 คน คนหนึ่งคือหม่อมราชวงศ์ทองน้อย ทองใหญ่ อีกคนคือพันเอก เทียนชัย จั่นมุกดา (ยศในเวลานั้น) แล้วก็มีผม

เราก็ถามว่ามี 3 คน เลือกเอาว่าจะเอาใครไป…คุณเสกสรรค์ชี้ว่าเอาพี่ ก็คือผม ที่เอาผมก็เพราะผมเคยเป็นนิสิตจุฬาฯ และผมเขียนหนังสือขาย เป็นดาราทีวีด้วย เขาขอให้ผมไป ผมก็ยอม

เวทีที่ใช้ปราศรัยหน้าวังเป็นรถสองแถวคันไม่ใหญ่นัก ใช้หลังคาเป็นที่ยืนพูด ผมก็ปีนขึ้นไปบนหลังคารถ พูดผ่านเครื่องขยายเสียง ผมก็อัญเชิญพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวที่สำนักพระราชวังเขาบันทึกไว้ แล้วขึ้นไปอ่านให้ที่ชุมนุมฟัง

ผมก็ขึ้นไปอ่านพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว รายละเอียดเรื่องทั้งหมดอยู่ในหนังสือชื่อ เหตุเกิดในกรุงรัตนโกสินทร์ พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2516

ผมก็อ่านสำเนาพระราชดำรัสและแถมท้ายว่า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งแบบนี้ เหตุการณ์ยุติลงแล้ว ผมเห็นว่าพวกเราสมควรยุติการชุมนุมและกลับบ้านกันได้ ผมบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวของท่านทั้งหลายไม่ได้บรรทมมา 7 วัน 7 คืนแล้ว เพราะเป็นห่วง รอฟังสถานการณ์บ้านเมือง พอผมพูดจบ ที่ประชุมก็ปรบมือกัน

ใครก็ไม่ทราบเป็นต้นเสียงให้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อม ๆ กัน คนแสนคนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกระหึ่มหันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ผมคุกเข่าลงร้องไห้ด้วยความปีติ

จากความปีติอยู่ได้ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง ก็มีเสียงระเบิดตูมขึ้นทีหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นนักเรียนอาชีวะคนหนึ่งพกระเบิดขวดในกระเป๋าแล้วระเบิดโดยอุบัติเหตุ แต่ต่อมาอีกสักประเดี๋ยวเดียวก็ได้ยินเสียงตูม ตูม คราวนี้ไม่ใช่ระเบิดขวด แต่เป็นเสียงระเบิดแก๊สน้ำตา ซึ่งเป็นเหตุจากการปะทะของตำรวจกับผู้ที่เดินกลับจากวังไปทางถนนราชวิถี

พอเกิดการตีกันขึ้นก็เกิดข่าวปากต่อปากแจ้งว่าตำรวจฆ่านิสิตนักศึกษาที่หน้าวัง เท่านั้นเองการจลาจลก็กระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ 

นี่คือที่มาของมหาวิปโยคที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516

'กองทัพบก' จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 5 ปี ‘วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร’

วันนี้ (วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564) เวลา 07.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 5 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 18 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นจึงกระทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องจัดเลี้ยง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร และพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรองพิเศษ 161 อาคาร 1 ชั้น 6 กองบัญชาการกองทัพบก

นอกจากกิจกรรมภายในกองบัญชาการกองทัพบกแล้ว หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ร่วมทำความดี สร้างความรักสามัคคีคนในชาติ สืบสานรักษาต่อยอด พระราชปณิธาน” ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น ณ พื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ชุมชนใกล้เคียง และพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองราชสมบัติ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงปกครองราษฎรไทยด้วยน้ำพระราชหฤทัยงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตา ภายใต้ปฐมพระบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งด้านการทหาร ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ในยามปกติพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมค่ายทหารและตำรวจตระเวนชายแดน และพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในยามที่ทหารต้องออกปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยรักษาความสงบตามแนวชายแดน

พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นมิ่งขวัญกำลังใจแก่ทหารกล้า รวมทั้งพระราชทานทรัพย์อุปการะช่วยเหลือครอบครัว และช่วยเหลือทุนการคึกษาแก่บุตรของทหารที่พลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศให้มั่นคงอย่างยั่งยืนด้วยแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านโครงการพระราชดำริจนทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์นักพัฒนา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top