Saturday, 25 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

“อย่าหลงเชื่อ AI แต่ต้องใช้ AIให้เป็น”

เมื่อวานนี้ “ผมได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดงาน DigiCommerce Service Expo ณ ศูนย์การประชุมแห่ง
ชาติสิริกิติ์ และบรรยายพิเศษในหัวข้อ “พลิกอนาคตประเทศไทยสู่ยุคใหม่ (Thailand Beyond Next)” ว่าด้วยโอกาสของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางภูมิภาคด้าน AI-Commerce, ซัพพลายเชนอัจฉริยะ และเทคโนโลยีผู้บริโภคแห่งอนาคต”

ภายในงาน “ผมมีโอกาสพูดคุยกับผู้จัดงานและผู้ประกอบการจากประเทศจีนหลายท่าน จึงได้ทราบว่าสมาคมด้านโลจิสติกส์ของจีนมีมากกว่า 3,000 สมาคม และหลายแห่งกำลังมองหาประเทศไทยเป็นจุดหมายสำคัญในการจัดงานและขยายธุรกิจในภูมิภาค”

ได้สะท้อนมุมมองอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงตลาดปลายทางของสินค้า แต่ควรเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วมกัน ผมจึงเชิญชวนให้ผู้ประกอบการจีนทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยและ Local Supply Chain ของประเทศ โดยผมยินดีช่วยประสานความร่วมมือผ่านเครือข่ายของหอการค้าไทย เพื่อให้เกิดการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ในช่วงบ่าย ผมได้เดินทางไปบรรยายเรื่องปัญญาประดิษฐ์ให้กับนักลงทุนของ LH ณ โรงแรม Rosewood Bangkok สิ่งที่น่าชื่นใจคือ แม้หลายท่านจะไม่ได้อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีโดยตรง แต่กลับมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับ AI อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และทิศทางการแข่งขันของโลกยุคใหม่ หลายความคิดเห็นและข้อมูลที่ได้รับมีคุณค่าอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ทั้งสองเวทีในวันเดียวกัน ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้นว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เรามีทั้งโอกาสจากกระแสการลงทุนระดับโลก ความพร้อมของภาคธุรกิจ และบุคลากรที่มีศักยภาพ

สิ่งสำคัญในวันนี้ คือการที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน นำข้อมูล ข้อเท็จจริง และสัญญาณจากตลาดโลกมาร่วมกันกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสจากคลื่นเทคโนโลยีลูกใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ผมเชื่อว่า หากเราร่วมมือกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาคได้ในอนาคตอันใกล้

“เถ้าแก่หลี–สุพิศ” มวยถูกคู่สงขลา!! มวยคนละเส้นทางแต่สนามเดียวกัน วัดกันบนเวทีประโยชน์สาธารณะ ‘สุพิศ’ สดกว่าแต่ ‘เถ้าแก่หลี’ หมัดหนัก ศึกตรวจสอบโครงการร้อน อบจ.สงขลายังไม่จบ

“เถ้าแก่หลี&สุพิศ” มวยถูกคู่ในศึกวันดวลงาน อบจ.สงขลา

ผมไม่รู้ว่า “เถ้าแก่หลี“ หรือเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ ลูกพี่ใหญ่สายภาคประชาชน นักธุรกิจสายเหมืองหิน โกรธแค้น หรือเจ็บช้ำน้ำใจอะไรกับ ”สุพิศ พิทักษ์ธรรม“ นายกฯอบจ.สงขลา ที่ ”กัดไม่ปล่อย“ ทั้งๆที่เป็นคนถิ่นฐานบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ย่านสิงหนคร จ.สงขลา

เส้นทางที่เดินของทั้งสองคนก็ไม่น่าจะมาบรรจบกันจนกลายเป็น ”คู่กัด“ หรือคู่ชก ที่อาจจะพูดได้ว่า ”มวยไฟท์เตอร์“ทั้งคู่

วันก่อนได้กล่าวเล่าความถึง ”สุพิศ“ไปแล้วว่า เป็นคนเกิดบ้านปะโอ สิงหนคร เช่นเดียวกับเถ้าแก่หลี ที่เกิดสิงหนครเหมือนกัน เพียงแต่เส้นทางชีวิตแตกต่างกัน

สุพิศ หลังจบมัธยมต้นจากโรงเรียนแจ้งวิทยา ก็ไปเรียนต่อสายเทคนิค สายช่าง และสอบบรรจุเป็นข้าราชการกรมชลประทาน ในระดับ 1 ไต่เต้าจนเป็น ผอ.กองช่าง เป็นรองอธิบดีกรมชลประทาน แล้วถูกโยกไปกินตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จนสุกงอมแล้วลาออกมาสมัครนายกฯอบจ.สงขลา

ในตำแหน่งนายกฯอบจ.สงขลา สุพิศถูกจับตามองและตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากภาคประชาชน นำทีมโดยนายหัวใหญ่อย่างเถ้าแก่หลี พูดได้ว่ากัดไม่ปล่อย เกาะติดทุกประเด็นร้อน

เถ้าแก่หลี พร้อมทีมภาคประชาชนทำหน้าที่ลุยตรวจสอบทุกโครงการร้อนของ อบจ.สงขลา ที่เรื่องคาอยู่ใน ปปช. /สตง.หลายเรื่อง เรื่องล่าสุดคือ เรือท้องแบน และซุ้มประตู อบจ.

กล่าวถึง “เถ้าแก่หลี” เรียนจบแค่ ป.4 ออกจากระบบการเรียนก็ไปช่วยแม่ขายน้ำตาลแว่น (น้ำผึ้งแว่น) ตระเวนไปทั่วสงขลา ทะลุไปถึงนราธิวาส ด้านเหนือก็ล่องเรือไปถึงนครศรีฯ
ต่อมาผันตัวเองมาจับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จนเป็นรายใหญ่ของสงขลา ก่อนจะมาร่วมหุ้นกับพรรคพวกทำธุรกิจเหมืองหินมีมูลค่าหลายพันล้าน และยังทำอยู่จนถึงปัจจุบันในวัย 70 กว่า และเริ่มทยอยโอนธุรกิจให้ลูกไปทำต่อ

เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ หรือเถ้าแก่หลี ดีดตัวเองจากเด็กเน่ขายน้ำผึ้งแว่น มาเป็นนักธุรกิจและผู้มีบทบาททางสังคมในจังหวัดสงขลา

เป็นเจ้าของกิจการโรงโม่หิน และเกี่ยวข้องกับ บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ในจังหวัดสงขลา
ประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้วไม่อยู่นิ่ง บริจาคเงินให้โรงพยาบาลมามาก เช่น โรงพยาบาลสิงหนคร โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลพัทลุง โรงพยาบาลปากพนัง จนได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นคหบดีและเศรษฐีใจบุญของพื้นที่

-หาเงินบริจาคประมาณ 35 ล้านบาท พร้อมจัดหาที่ดินสร้างอาคารใหม่สร้างอาคารทันตกรรม “ครุอำโพธิ์-คงสุวรรณ” ให้โรงพยาบาลสิงหนคร
-ช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุขและชุมชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง
-ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบ ยังทำหน้าที่อยู่จนถึงปัจจุบัน

วันนี้เถ้าแก่หลี กับสุพิศ ถ้าเป็นมวยก็ถือว่า เป็นมวยถูกคู่ สุพิศจะได้เปรียบตรงหนุ่มกว่าสด
กว่า แต่เจอมวยวัดอย่างเถ้าแก่หลี บางหมัดก็เซพิงเชือกไปเหมือนกัน

‘บิ๊กแป๊ะ’ เขียนถึง ‘มาดามแป้ง’!! มาดามแป้งรับหนี้ที่ไม่ได้ก่อ แต่เลือกแก้ปัญหาเพื่อศักดิ์ศรีบอลไทย หลังคดีลิขสิทธิ์ยืดเยื้อเกือบ 10 ปี จบปมลิขสิทธิ์ประวัติศาสตร์

‘บิ๊กแป๊ะ’ เขียนถึง ‘มาดามแป้ง’

คุยแต่เรื่องบอลโลกมาหลายวันแล้ว วันนี้ขอคุยถึงเรื่องราวดีๆของบอลไทย
ถ้าไม่ใช่ เพราะฟุตบอลโลก ฟีเวอร์ ข่าวนี้มีสิทธิ์ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ
ผมกำลังพูดถึง การเคลียร์หนี้สินที่สมาคมฟุตบอลฯ ในยุคที่ พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับพรรคพวก ก่อไว้จากการไป “หักดิบ” ลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทย ชนิดที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบมาพากล แต่สุดท้ายก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสัมปทาน โดยไม่สนใจว่าจะมีความถูกต้องชอบธรรม หรือไม่อย่างไร ?

จากนั้นก็มีการฟ้องร้องตามมา และหลังจากใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในที่สุด ศาลสถิตย์ยุติธรรม ก็มีคำพิพากษาให้ สมาคมฟุตบอลฯ แพ้คดี และชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่ถึง 360 ล้านบาท
แต่กฎแห่งกรรมที่ว่าด้วย กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนองไม่มีจริง!

เพราะหนี้สิน 360 ล้านบาทก้อนนี้ แทนที่ บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับ คณะสภากรรมการในยุคนั้น จะต้องรับผิดชอบหามาชดใช้

กลับกลายเป็นว่า มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ แทน บิ๊กอ๊อด ต้องมารับภาระหนี้สินที่ผูกพันตามมาด้วย ตามกฎหมาย

เมื่อผลจากการที่ ทฤษฎีกฎแห่งกรรมไม่มีจริง
ทำให้ มาดามแป้ง เสมือนตกอยู่ในสถานการณ์ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังต้องเอากระดูกไปแขวนคอ เข้าให้อีก

ยิ่งคิดยิ่งช้ำ มันคือความยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรมกับเธอเอาเสียเลย !

ผมคิดเองเออเองว่า ถ้าเธอจะไม่อยู่รับภาระที่เธอไม่ได้ก่อก็เป็นความชอบธรรม ที่ทำได้ !
แต่แล้ว
การแถลงข่าวร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ สมาคมฟุตบอลฯ ทรูวิชั่นส์ ในนามของเจ้าหนี้ร่วมซินิแพล็กซ์ และ สยามสปอร์ต ซินดิเคท คู่กรณีโดยตรง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
เธอไม่ยอมหนีปัญหา

เธอแสดงความรับผิดชอบ และเธอจบมันได้ ในที่สุด
มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ สยบทุกปัญหาที่ค้างคากับเจ้าหนี้ทั้ง 2 ราย ได้อย่างหมดจด สง่างาม และสมศักดิ์ศรี อย่างที่สุด !!!

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นหนี้น้ำใจแห่งความเสียสละของเธอ อย่างชนิดที่ชดใช้เท่าไหร่ ก็ไม่มีวันหมดนางฟ้า แห่งวงการฟุตบอลไทย !

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1634599192001654&id=100063547655365&post_id=100063547655365_1634599192001654&rdid=6OFHV3lZv2xM4a1o#

“ออสเตรเลีย” คลื่นย้ายถิ่นครั้งใหญ่!! ซิดนีย์–เมลเบิร์น คนไหลออกหนัก ออสซี่เลือกชีวิตภูมิภาคแทนเมืองใหญ่ คนออกจากเมืองหลวงมากกว่าคนกลับเข้าเมืองเกือบ 30% ชาวออสเตรเลียหันหาบ้านนอกเมืองใหญ่เพิ่มขึ้น

ออสซี่” ย้ายออกจากเมืองใหญ่พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์!

ข้อมูลล่าสุด commbank เผยว่า ชาวออสเตรเลียกำลังเลือกใช้ชีวิตในเมืองภูมิภาคมากขึ้นกว่าที่เคย โดยการย้ายจากเมืองหลวงสู่ภูมิภาคแตะระดับสูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ

ชาวซิดนีย์เป็นกลุ่มที่ย้ายออกมากที่สุด คิดเป็น 55% ของการย้ายออกจากเมืองหลวงทั้งหมด ขณะที่ชาวเมลเบิร์นตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 36%

ดัชนี Regional Movers Index (RMI) ระบุว่า การย้ายจากเมืองใหญ่สู่ภูมิภาคเพิ่มขึ้น 20.1% จากไตรมาสก่อน และสูงกว่าปีก่อน 4.7% โดยจำนวนคนที่ย้ายออกจากเมืองหลวงมีมากกว่าคนที่ย้ายกลับเข้าเมืองถึง 29.7%

แม้จะผ่านช่วงโควิด วิกฤตค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และปัญหาที่อยู่อาศัย แต่ความนิยมในการใช้ชีวิตนอกเมืองใหญ่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าหลายคนกำลังมองหาคุณภาพชีวิตที่สมดุลมากขึ้น พื้นที่กว้างขึ้น และความเป็นชุมชนที่อบอุ่นกว่าเดิม

Source: commbank

Credit: https://www.commbank.com.au/articles/newsroom/2026/06/regional-movers-index-march-quarter-record.html

‘รัดเกล้า’ ชู Lemon Law ฉบับประชาธิปัตย์!! สะท้อนปัญหาสินค้าตรงปกแต่ไม่ตรงคุณภาพ เปลี่ยนเกมคุ้มครองผู้บริโภค “ผู้ขายต้องรับผิดชอบ” คุ้มครองสินค้าชำรุดถึงมือสอง สร้างมาตรฐานใหม่เศรษฐกิจไทย

"รัดเกล้า" ชู Lemon Law ฉบับประชาธิปัตย์ เปลี่ยน 'ผู้ซื้อระวัง' เป็น 'ผู้ขายรับผิดชอบ' คุ้มครองถึงสินค้ามือสอง สร้าง New Normal เศรษฐกิจไทย

24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะตัวแทนพรรคผู้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า (Lemon Law) อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมนำผลไม้เลมอนขึ้นแสดงกลางสภา เพื่อสะท้อนปัญหา "สินค้าตรงปกแต่ไม่ตรงคุณภาพ" ที่ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังเผชิญ

รัดเกล้ากล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล หลังจากที่ผ่านมาเกิดกรณีผู้บริโภคจำนวนมากได้รับความเสียหายจากสินค้าชำรุดบกพร่อง แต่กลับต้องแบกรับภาระในการพิสูจน์ด้วยตนเอง โดยยกตัวอย่างกรณีในอดีตที่ผู้บริโภคต้องรวมตัวทุบรถประท้วงและต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมนานกว่า 13 ปี สะท้อนช่องว่างของกฎหมายไทยที่ยังไม่สามารถคุ้มครองประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ปัญหาสำคัญของระบบกฎหมายไทยในปัจจุบัน คือการผลักภาระการพิสูจน์ไปให้ผู้บริโภค ทั้งที่ประชาชนไม่มีความรู้ทางวิศวกรรม ไม่มีเทคโนโลยี และไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการต่อสู้กับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่" รัดเกล้ากล่าว

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอ Lemon Law เพื่อคืนความสมดุลให้กับระบบ โดยกำหนดให้หากสินค้าทั่วไปเกิดความชำรุดบกพร่องภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ หรือรถยนต์เกิดความชำรุดบกพร่องภายใน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าความชำรุดนั้นมีอยู่แล้วตั้งแต่วันส่งมอบ และเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจที่จะต้องนำสืบหรือพิสูจน์หักล้าง หากเห็นว่าความเสียหายเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้องของผู้ซื้อ

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับกรณีรถยนต์ที่มีปัญหาซ้ำซาก โดยกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและซ่อมแล้วตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป หรือกรณีความบกพร่องทั่วไปที่ซ่อมแล้วตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปแต่ยังไม่หาย รวมถึงกรณีรถต้องจอดซ่อมหรือรออะไหล่รวมกันเกิน 30 วันทำการ จะได้รับการคุ้มครองและเยียวยาตามกฎหมาย

"นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบที่ยึดหลัก 'ผู้ซื้อต้องระวัง' ไปสู่ระบบที่ 'ผู้ขายต้องรับผิดชอบ' คนที่มีข้อมูล มีความรู้ และมีศักยภาพในการพิสูจน์มากกว่า ควรเป็นผู้รับภาระในการพิสูจน์ ไม่ใช่ผลักภาระทั้งหมดให้ผู้บริโภคเหมือนที่ผ่านมา" รัดเกล้ากล่าว

รัดเกล้ายังระบุว่า จุดเด่นสำคัญของร่างกฎหมายฉบับประชาธิปัตย์ คือการออกแบบให้สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ Circular Economy ซึ่งไม่เพียงมุ่งคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

"ต่างจาก Lemon Law ในหลายประเทศ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ขยายความคุ้มครองไปถึงสินค้ามือสองด้วย เพราะประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย คนรุ่นใหม่ และครอบครัวที่ต้องบริหารค่าใช้จ่าย ต่างพึ่งพาตลาดสินค้ามือสองในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์"

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังครอบคลุมถึงซอฟต์แวร์ควบคุมในรถยนต์ไฟฟ้า รับรองสิทธิในการซ่อมแซม (Right to Repair) และเสนอให้มีกลไกตรวจพิสูจน์สินค้าด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อลดข้อพิพาท ลดภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี และเพิ่มการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน

รัดเกล้ากล่าวทิ้งท้ายว่า ความเป็นธรรมของผู้บริโภคไม่ใช่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ขณะที่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินค้ามือสองจะช่วยลดขยะ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

"พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่า ความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ควรเป็นสิทธิของเฉพาะคนที่มีกำลังซื้อสินค้ามือหนึ่ง แต่ต้องเป็นสิทธิของประชาชนทุกคน และถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะสร้าง New Normal จาก 'ผู้ซื้อระวัง' ไปสู่ 'ผู้ขายต้องรับผิดชอบ'" รัดเกล้ากล่าว

25 มิถุนายน 2459 สถานีรถไฟหัวลำโพงเปิดใช้งานวันแรก มรดกทรงคุณค่าจากรากฐานรถไฟหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 ศูนย์กลางรถไฟไทยแห่งประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์ความทันสมัยของสยาม

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การคมนาคมของไทย เมื่อ “สถานีรถไฟกรุงเทพ” หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ “สถานีหัวลำโพง” เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยรถไฟของประเทศ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานครมายาวนานกว่าศตวรรษ

สถานีหัวลำโพงมิได้เป็นเพียงอาคารสถานีรถไฟ หากเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการคมนาคมที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสยามสู่ความทันสมัย โดยรากฐานของกิจการรถไฟหลวงไทยเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐานการคมนาคมสมัยใหม่ให้แก่ประเทศ ทั้งเพื่อเชื่อมราชธานีกับหัวเมือง ส่งเสริมเศรษฐกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน

การก่อสร้างสถานีรถไฟกรุงเทพหลังใหม่เริ่มขึ้นในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2453 ก่อนจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 โดยในวันเปิดสถานี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีกดปุ่มสัญญาณไฟฟ้าให้รถไฟขบวนแรกเดินเข้าสู่สถานีกรุงเทพ

สถานีหัวลำโพงถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของกิจการรถไฟ ซึ่งในเวลานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เพราะรถไฟเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คน สินค้า ข่าวสาร และราชการสามารถเคลื่อนย้ายได้รวดเร็วกว่ายุคก่อนหน้า จากเดิมที่การเดินทางระหว่างเมืองต้องอาศัยเรือ เกวียน หรือการเดินทางที่ใช้เวลานาน รถไฟได้เปลี่ยนระยะทางอันห่างไกลให้ใกล้ขึ้น และทำให้เมืองหลวงเชื่อมต่อกับภูมิภาคต่าง ๆ ได้แน่นแฟ้นกว่าเดิม

ตัวอาคารสถานีหัวลำโพงมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอย่างโดดเด่น ด้วยรูปแบบโดมสไตล์อิตาเลียนผสมศิลปะเรอเนสซองส์ มีลักษณะคล้ายสถานีรถไฟในยุโรป โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยระบุว่าแบบอาคารมีความคล้ายกับสถานีรถไฟเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และวัสดุบางส่วนเป็นวัสดุสำเร็จรูปจากเยอรมนี

จุดเด่นของสถานีหัวลำโพงยังรวมถึงกระจกสี ช่องระบายอากาศ นาฬิกาขนาดใหญ่บริเวณกึ่งกลางยอดโดม และรายละเอียดงานตกแต่งที่ประณีต โดยเฉพาะเพดานไม้สักสลักลายนูน หินอ่อนบริเวณบันไดและเสาอาคาร ซึ่งสะท้อนรสนิยมทางสถาปัตยกรรมในยุคที่สยามกำลังรับอิทธิพลความทันสมัยจากโลกตะวันตก แต่ยังคงปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของบ้านเมือง

ตลอดเวลากว่าร้อยปี สถานีหัวลำโพงทำหน้าที่เป็นประตูการเดินทางของผู้คนจากทุกภูมิภาคเข้าสู่กรุงเทพฯ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางจากเมืองหลวงไปยังหัวเมืองทั่วประเทศ ทั้งสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ ผู้คนจำนวนมากมีความทรงจำกับสถานีแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางกลับบ้าน การจากลา การเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือการเดินทางเพื่อทำงาน ศึกษา และค้าขาย
หัวลำโพงจึงเป็นมากกว่าสถานีรถไฟ แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของคนไทยหลายรุ่น เสียงประกาศรถไฟ เสียงล้อเหล็กกระทบราง ภาพผู้โดยสารหิ้วกระเป๋า ภาพครอบครัวมารับส่งกันที่ชานชาลา ล้วนทำให้สถานีแห่งนี้มีชีวิต และกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคมเมืองไทย

ในเชิงประวัติศาสตร์ สถานีหัวลำโพงสะท้อนพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 5 ในการวางรากฐานความทันสมัยของสยาม แม้ตัวอาคารสถานีจะเปิดใช้งานในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 แต่กิจการรถไฟหลวงและแนวคิดการพัฒนาระบบรางของประเทศมีรากสำคัญมาจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเห็นความสำคัญของรถไฟในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของรัฐสมัยใหม่
รถไฟช่วยให้สยามสามารถรวมศูนย์การบริหารราชการได้มีประสิทธิภาพขึ้น ส่งเสริมการค้า กระตุ้นเศรษฐกิจในหัวเมือง และทำให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกกว่าเดิม การมีสถานีศูนย์กลางอย่างหัวลำโพงจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเครือข่ายคมนาคมที่เชื่อมทั้งประเทศเข้าด้วยกัน

ต่อมา สถานีหัวลำโพงยังได้รับการยกย่องให้เป็นอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และการคมนาคมขนส่ง สมควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังระบุว่า สถานีกรุงเทพเป็นสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์กลางการขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟมายาวนาน

แม้บทบาทของสถานีหัวลำโพงจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยมีการปรับเส้นทางการเดินรถและพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมแห่งใหม่ แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของหัวลำโพงยังคงอยู่ เพราะสถานีแห่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากสยามยุคเก่าสู่รัฐสมัยใหม่ เป็นพื้นที่ที่เก็บความทรงจำของผู้คน และเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ควรได้รับการดูแลรักษา

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันเปิดใช้งานสถานีรถไฟหัวลำโพงอย่างเป็นทางการ สถานีที่ถือกำเนิดจากรากฐานการพัฒนารถไฟหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 และเปิดบทบาทสำคัญในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนจะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางของคนไทยตลอดเวลากว่าศตวรรษ

หัวลำโพงจึงไม่ใช่เพียงสถานีรถไฟเก่าแก่กลางกรุงเทพฯ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย ความทรงจำ และการเดินทางของชาติไทย เป็นมรดกทรงคุณค่าที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของการคมนาคมไทยไว้บนรางเหล็กสายประวัติศาสตร์

ISTAF ไม่ลงโทษวินัย 7 นักตะกร้อไทย ชี้ ทีม เอ และ บี มีส่วนเกี่ยวข้องน้อย

“ISTAF ไม่ลงโทษวินัย 7 นักตะกร้อไทย ชี้ ทีม เอ และ บี มีส่วนเกี่ยวข้องน้อย

ขณะที่กระบวนการทางวินัยต่อนักกีฬา 5 คนของทีม ซี รวมถึงโค้ชและผู้จัดการทีมที่เกี่ยวข้อง จะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและพิจารณาความรับผิดชอบผ่านกระบวนการที่เป็นอิสระและเป็นกลาง”

FB : สนามตะกร้อ
https://www.facebook.com/100044275247263/posts/1558130032339490/?rdid=S3Snm13SvZIXlQ29#

‘ทรัมป์’ เดือดราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังแพง!! บีบบริษัทน้ำมันลดราคาหน้าปั๊มให้เร็วกว่านี้ สหรัฐฯ จ่อสอบบริษัทยักษ์น้ำมัน ราคาน้ำมันเบนซินลดเหลือ 3.93 ดอลลาร์ ชี้ประชาชนถูกเอาเปรียบจากราคาปั๊มลดช้า


สั่งสอบบริษัทน้ำมันข้อหาลดราคาช้า

President Trump สั่งจัดการ

The big Oil Companies are not dropping their price at the pump commensurate with the sharply lower prices they are paying for Oil. Those prices are dropping like a rock! In other words, customers are being “gouged.” I have instructed the DOJ to immediately start looking into this. Gasoline prices better start going down a lot faster than what I’m seeing! President DJT

บริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันทั้งหลาย ไม่ยอมลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก ทั้งที่ราคาน้ำมันดิบกำลังดิ่งลงราวกับก้อนหินตกจากหน้าผา!

พูดง่าย ๆ ประชาชนกำลังถูก ‘ฟันกำไรเกินควร’ อย่างชัดเจน

ผมได้สั่งให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) ตรวจสอบเรื่องนี้โดยทันทีแล้ว

ราคาน้ำมันเบนซินควรจะต้องลดลงเร็วกว่านี้ และลดลงมากกว่าที่ผมกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้!

ล่าสุดอยู่ที่ 3.93 ดอลล่าร์

ลงมาจาก 4.53 ดอลล่าร์เมื่อเดือนที่แล้ว

ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

แต่ยังห่างไกล 3.22 ดอลล่าร์เมื่อปีที่แล้ว

ไม่ทันใจท่านประธานาธิบดี

เพราะอีก 4 เดือนก็จะเลือกตั้ง Mid-term
 

กอบศักดิ์ ภูตระกูล 

ที่มา : https://www.facebook.com/1044766528/posts/10238085988622464/?rdid=De5eXzFSAIHVabFc#

“พีทีที สเตชั่น” ยกระดับน้ำมันพรีเมียม!! เปิดตัว Super PowerX 99 พร้อมสารเติมแต่งเยอรมนี 4 เท่า ชูออกเทนสูงสุดในไทย ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมพลังงาน

พีทีที สเตชั่น เปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย สูตรใหม่ ตอกย้ำ “ที่สุด” ของน้ำมัน

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR สร้างปรากฎการณ์ในวงการน้ำมัน ด้วยการเปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มาพร้อมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในประเทศไทย พลิกโฉมมาตรฐานน้ำมันพรีเมียมครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานของไทยสู่เวทีระดับสากล

งานเปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รวมตัวเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และ KOLs ชั้นนำจากทั่วประเทศ มาร่วมเป็นสักขีพยานการเปิดตัว “ที่สุด” ของน้ำมัน พร้อมสะท้อนแพสชันของคนรักรถและไลฟ์สไตล์แห่งสมรรถนะการขับขี่ระดับพรีเมียม ภายในงานยังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์ “เบียร์ ใบหยก” นักธุรกิจและนักสะสมรถยนต์ชื่อดัง และ “โจ้ Life of Car” คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายยานยนต์ชื่อดัง เพื่อร่วมถ่ายทอดตัวตนของ Super PowerX 99 ในฐานะน้ำมันพรีเมียมสำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดของสมรรถนะการขับขี่

นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR เปิดเผยว่า การเปิดตัว “Super PowerX 99” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ พีทีที สเตชั่น ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันพรีเมียมด้วยค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย ด้วยสารเติมแต่งพรีเมียมคุณภาพระดับโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็น รถยุโรป รถสปอร์ต ตลอดจนผู้ขับขี่ทั่วไปที่ใส่ใจในการดูแลรักษาของเครื่องยนต์และมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

น้ำมันพรีเมียมสูตรใหม่ “Super PowerX 99” ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการคัดเบสน้ำมันคุณภาพสูงเกรดพิเศษ ผสานกับสารเติมแต่งระดับโลกจากประเทศเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จนเกิดเป็น 4 ความเป็น “ที่สุด” ในทุกมิติ:

• “ที่สุด” ของออกเทน มากกว่า 99 พลังที่มากกว่าตัวเลข: น้ำมันค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง และรถยนต์ที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพราะค่าออกเทนยิ่งสูง ยิ่งช่วยรีดสมรรถนะเครื่องยนต์ได้สุดกำลัง ทั้งพลังแรงม้า แรงบิด และการตอบสนองอัตราเร่ง นอกจากนั้น ยังช่วยให้การจุดระเบิดและการเผาไหม้สมบูรณ์ที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงของการชิงจุดระเบิดก่อนเวลา (Knocking) และช่วยปกป้องเครื่องยนต์ในสภาวะการใช้งานที่ต้องการสมรรถนะสูง

• “ที่สุด” ของความแรง เร่ง แซงได้ดั่งใจ: โดดเด่นด้านความเร็วแรง รีดสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ทำความเร็วได้เต็มพิกัด จากนวัตกรรม PowerX Booster ด้วยสาร New Friction Modifier ช่วยดึงศักยภาพของเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างฉับไว ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการการตอบสนองและสมรรถนะที่ดีขึ้น

• “ที่สุด” ของการทำความสะอาด 100%: ด้วยสารเติมแต่งพรีเมียมถึง 4 เท่า คุณภาพระดับโลกจากเยอรมนี ช่วยดูแลปกป้องเครื่องยนต์ ทำความสะอาดหัวฉีด และชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ 100% ให้กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง ลดคราบเขม่า และการอุดตันของหัวฉีด ทำให้การพ่นละอองน้ำมันละเอียดยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระบบการจ่ายน้ำมันและการเผาไหม้ เป็นไปอย่างสมบูรณ์

• “ที่สุด” ของมาตรฐาน รองรับเครื่องยนต์ Euro 6: พัฒนาสูตร และปรับปรุงคุณภาพสารเติมแต่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานเครื่องยนต์ Euro 6 รองรับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้ พีทีที สเตชั่น ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพระดับสากลผ่านความร่วมมือกับ Mercedes-Benz Thailand ในฐานะ Official Partner ตัวแทนผู้นำยนตรกรรมหรูของประเทศไทย ร่วมจัดกิจกรรม Exclusive Test Drive "The Ultimate Power Experience" เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา โดยนำน้ำมัน Super PowerX 99 ไปพิสูจน์สมรรถนะจริงในสนามแข่งร่วมกับรถยนต์ตระกูล Mercedes-AMG เพื่อร่วมทดสอบและประเมินสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ภายใต้สภาพการขับขี่จริงในสนามแข่งมาตรฐาน

ความเคลื่อนไหวของ OR ในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ OR ในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานและยกระดับทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูงหรือผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไปที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ โดย “Super PowerX99” พร้อมแล้วที่จะให้คนรักรถทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์ความแรงที่แตกต่าง และพิสูจน์นิยาม #สุดทุกจังหวะ ด้วยตนเองวันนี้ ที่ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือ Contact Center โทร. 1365

จีนชู AI เดินหน้าพัฒนาก้าวกระโดด!! ประชุมดาวอสฤดูร้อนซีซั่น 2026 จัดขึ้น จีนย้ำเน้นนวัตกรรม ผู้ร่วมงานกว่า 1,700 คนจาก 90 ประเทศรวมตัว 'หลี่เฉียง' เน้นเศรษฐกิจแข็งแกร่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การกำกับดูแล AI ระดับโลกยังเป็นเป้าหมายสำคัญต่อไป

ต้าเหลียน, 24 มิ.ย. (ซินหัว) -- ประมวลภาพบรรยากาศการประชุมดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน (Summer Davos) ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมนานาชาติต้าเหลียนในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ภายใต้หัวข้อ "การสร้างสรรค์นวัตกรรมขนานใหญ่" (Innovating at Scale) ระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย. นี้

ผู้คนจากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาค จำนวนกว่า 1,700 คน เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อสำรวจว่าโลกจะสามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลก พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับการเติบโตได้อย่างไร รวมถึงหารือประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงทิศทางของเศรษฐกิจจีนในระยะถัดไป และการแปรเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

อนึ่ง การประชุมดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน ปี 2026 ให้ความสำคัญกับสาขาแนวหน้าอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานใหม่ ชีวการแพทย์ และเทคโนโลยีควอนตัม

Summer Davos : หลี่เฉียงชู 4 จุดเด่น 'เศรษฐกิจจีน' ย้ำ 'นวัตกรรม' หนุนโตแกร่งต่อเนื่อง

ต้าเหลียน, 24 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันพุธ (24 มิ.ย.) หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่าเศรษฐกิจจีนมีเสถียรภาพ การสร้างสรรค์ ความมีชีวิตชีวา และการบูรณาการกับภาคส่วนอื่นๆ ของโลกในช่วงเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)

หลี่กล่าวว่าขณะเดียวกันการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเป็นกุญแจสำคัญต่อความแข็งแกร่งและการเติบโตในระยะยาวของเศรษฐกิจจีน โดยการเติบโตที่มีเสถียรภาพดีของเศรษฐกิจจีนเป็นผลจากสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

อนึ่ง หลี่กล่าวถ้อยคำข้างต้นที่การเปิดประชุมดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน (Summer Davos) ประจำปี 2026 ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

Summer Davos : หลี่เฉียงเผย AI ของจีนเติบโตก้าวกระโดด ร่วมกำกับดูแลระดับโลกต่อเนื่อง

ต้าเหลียน, 24 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (23 มิ.ย.) หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่าภาคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน "เติบโตแบบก้าวกระโดด" ระหว่างเปิดการประชุมดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน (Summer Davos) ประจำปี 2026 ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

หลี่กล่าวว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของจีนหลายตัวสร้างความก้าวหน้าใหม่ในด้านประสิทธิภาพ ส่วนปริมาณการใช้โทเคนรายวันของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของจีนสูงเกินหนึ่งแสนล้านล้านโทเคนเมื่อนับถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสูงสุดของโลก และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (embodied AI) เริ่มเข้าสู่ระยะใช้งานเชิงพาณิชย์ขนานใหญ่

นอกจากนั้นหลี่กล่าวว่าจีนจะยังคงมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับโลกอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างสรรค์ต่อไป

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top