Wednesday, 21 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

มุมมองด้านมืดญี่ปุ่น!! คลิปพิธีรับเหรียญวอลเลย์บอลหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ญี่ปุ่น หลังไทยจับมือยินดีจีน แต่เจ้าภาพเดินลงแท่น ชาวญี่ปุ่นวิจารณ์นิสัยแพ้ไม่ได้

คนญี่ปุ่นตั้งข้อสังเกต "ด้านมืดของนิสัยคนญี่ปุ่น" จากพิธีมอบเหรียญวอลเลย์บอลหญิง เอเชียนเกมส์ 2026
.
ภาพวีดิโอระหว่างพิธีการมอบเหรียญรางวัลวอลเลย์บอลหญิง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่สนามปาร์ค อารีนา โคมากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวานนี้ (22 ก.ย. 69) กลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ชาวญี่ปุ่นขึ้นมา เมื่อทีมชาติจีนชนะญี่ปุ่นเจ้าภาพไป 3-0 เซต จนคว้าเหรียญทองได้ ส่วนญี่ปุ่นก็ได้เหรียญเงินไปตามระเบียบ ส่วนทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยที่ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซตก็ได้เหรียญทองแดง
.
ทว่า ภาพหลังการรับเหรียญรางวัลกลายเป็นประเด็นเพราะ เมื่อมีการมอบเหรียญรางวัลเสร็จสิ้น ขณะที่เหล่าสาว ๆ นักกีฬาไทยต่างหันกลับไปจับไม้จับมือ แสดงความชื่นชมยินดีกับสาว ๆ ทีมชาติจีนที่ได้เหรียญทองอย่างน่ารักอบอุ่น แต่สาว ๆ นักวอลเลย์ฯ ทีมเจ้าภาพกลับหันขวาเดินลงจากแท่นรับรางวัลไปอย่างพร้อมเพรียงทันที
.
ภาพดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวญี่ปุ่นเช่นว่า "นี่มันเผยให้เห็นถึงนิสัยด้านแย่ ๆ ของคนญี่ปุ่นชัด ๆ คนญี่ปุ่นจะทำตัวใจดีก็แค่ตอนที่ตัวเองเป็นฝ่ายชนะเท่านั้นแหละ ถ้าหากญี่ปุ่นได้แชมป์ ป่านนี้นักกีฬาญี่ปุ่นก็คงยิ้มแย้ม จับมือ และถ่ายรูปที่ระลึกกับนักกีฬาต่างชาติไปแล้ว
.
"แต่พอแพ้หรือตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบขึ้นมา ก็เผยธาตุแท้ออกมาทันที จนไม่เหลือความพร้อมที่จะมีน้ำใจต่อผู้อื่น และกลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึกไปเลย" ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่นบัญชี @SekaiUtu (日本から逃げた人) ซึ่งมีผู้ติดตามมากว่า 2 หมื่นคนตั้งข้อสังเกต
.
แล้วแฟนเพจบูรพาไม่แพ้ล่ะ คิดว่ายังไงกับข้อสังเกตเรื่องนี้ ?
.
ที่มา : https://www.facebook.com/100063674585845/posts/1694784339320703/?rdid=qxsFXT038UbfPqN5#

‘อัจฉราพร’ เผยปีนี้ฝันเป็นจริง!! วอลเลย์บอลไทยชนะเกาหลีใต้ 3-0 คว้าอันดับ3 เอเชียนเกมส์ 2026 ยอมรับเอเชียนเกมส์คือกำไร แม้พลาดชิงทอง เป้าหมายโอลิมปิกสำเร็จแล้ว

อัจฉราพร คงยศ ดาวตบทีมชาติไทย เผยปีนี้สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้สำเร็จแล้ว เอเชียนเกมส์คือกำไร แม้จะไม่ได้เข้าชิงเหรียญทอง ก็ตามที

การแข่งขันวอลเลย์บอล มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่สนามปาร์ค อารีน่า โคมากิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 เป็นการแข่งขันในรอบชิงเหรียญทองแดง ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย อันดับ 13 ของโลก เอาชนะ ทีมชาติเกาหลีใต้ ทีมอันดับที่ 28 ของโลก 3-0 เซ็ต 3-0 เซ็ต 25-20, 25-19 และ 25-23

หลังจบการแข่งขัน “เพียว” อัจฉราพร คงยศ ดาวตบทีมชาติไทย กล่าวถึงภาพรวมในการแข่งขันในนามทีมชาติไทยปีนี้ว่า ปีนี้ถึงแม้ว่าจะออกสตาร์ทไม่ดี แต่ในการเดินทางของเรามันดีขึ้นไปทีละสเต็ป ค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆพัฒนา ทำให้ฝันที่เราฝันจริงๆมันสำเร็จ (คว้าตั๋วไปโอลิมปิก) เอเชียนเกมส์ มันเป็นเหมือนกำไร ถ้าเราได้เข้าชิงก็ยิ่งกำไรเข้าไปอีก ดังนั้นมองว่ามันคุ้มค่ามากๆสำหรับปีนี้

เปิดสถิติก่อนเกม วอลเลย์บอลหญิง ทีมชาติไทย พบ เกาหลีใต้ ชิงเหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ 2026
ชมพู่ พรพรรณ โพสต์ส่ออาจเป็นเอเชียนเกมส์ครั้งสุดท้าย ฝาก พิมพิชยา ‘ห้ามทิ้งทีมนี้’
ช่องทางชมสด วอลเลย์บอลหญิง ไทย VS เกาหลีใต้ เอเชียนเกมส์ 2026

อนึ่ง หลักเกณฑ์เงินรางวัลนักกีฬาไทย ที่คว้าเหรียญในกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เหรียญทอง รับเงินรางวัล 2,000,000 บาท เหรียญเงิน รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท และเหรียญทองแดง รับเงินรางวัล 500,000 บาท

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10408971

กองทัพเรือ สกัดขบวนการลอบขนของชายแดนจันทบุรี!! ปิดด่าน 100% กดดันเศรษฐกิจฝั่งกัมพูชา ยึดอุปกรณ์ 57 ชิ้นลักลอบเข้าไทย เพิ่มความเข้มข้นลาดตระเวนชายแดน เตือนห้ามข้ามแดนผิดกฎหมายเด็ดขาด

“ปิดด่าน 100%” ได้ผล กดดันเศรษฐกิจฝั่งกัมพูชา—นาวิกโยธินสกัดของกลาง 57 ชิ้น ลอบขนผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าไทย

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ยังคงดำเนินมาตรการ “ปิดด่าน 100%” และเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนและช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน การขนย้ายสิ่งของผิดกฎหมาย และภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด กำลังพลชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 4 กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 543 ฐานคลองโป่งน้ำร้อน ตรวจพบลังพลาสติก กระเป๋าเดินทาง ลังกระดาษ และถุงกระสอบจำนวนมาก วางกองรวมกันอย่างมีพิรุธภายในขนำไม่มีเลขที่กลางสวนเกษตร พื้นที่หมู่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตำบลคลองใหญ่เข้าร่วมตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสิ่งของรวม 57 ชิ้น ประกอบด้วย ลังพลาสติก 34 ใบ ลังกระดาษ 7 ใบ กระเป๋าเดินทาง 8 ใบ ถุงกระสอบ 8 ใบ ภายในบรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมทั้งพบเอกสารและสมุดบันทึก เช่น สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไปตรวจสอบโดยละเอียด ณ ที่ตั้งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 543 ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน ดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลถึงบุคคลหรือขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้อมูลด้านการข่าวเบื้องต้นระบุว่า การตรวจยึดครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และทรัพย์สินจากสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ภายหลังได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดด่านของฝ่ายไทย

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการ “ปิดด่าน 100%” ส่งผลโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจตามแนวชายแดนในฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะกิจการที่พึ่งพาการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเชื่อมโยงกับประเทศไทย จนอาจเกิดความพยายามลักลอบขนย้ายอุปกรณ์และทรัพย์สินผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการควบคุมของเจ้าหน้าที่

กองทัพเรือขอย้ำว่า การปิดจุดผ่านแดนมิได้หมายความว่าช่องทางธรรมชาติจะสามารถใช้สัญจรหรือขนย้ายสิ่งของได้โดยเสรี การนำคนหรือสิ่งของข้ามแดนนอกช่องทางที่กำหนดถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะลาดตระเวน เฝ้าตรวจ สกัดกั้น และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้พื้นที่ชายแดนของไทยถูกใช้เป็นเส้นทางหลบเลี่ยงกฎหมายหรือเป็นฐานดำเนินกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

พพ. ดันโรงแรมคาร์บอนต่ำ!! จับมือ 4 องค์กร ปั้นโรงแรม 5,000 แห่ง นำร่อง 80 โรงแรมใน 10 จังหวัดทั่วไทย ใช้ระบบ EnPI วิเคราะห์จุดลดพลังงาน เร่งลดก๊าซเรือนกระจก 10% ภายในปี 70

พพ. ผนึก 4 องค์กร ปั้นโรงแรม 5,000 แห่งสู่มาตรฐานท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
นำร่อง 10 จังหวัดลดใช้พลังงานวัดผลเกณฑ์มาตรฐาน Green Hotel–GSTC

พพ.เดินหน้าปั้นโรงแรมต้นแบบ 80 แห่งใน 10 จังหวัด ใช้ข้อมูล EnPI วิเคราะห์ Energy Gap เจาะจุดลดการใช้พลังงาน พร้อมผลักดันโรงแรมกว่า 5,000 แห่งเข้าสู่ระบบ EnPI–CF-Hotels รองรับตลาดนักท่องเที่ยว

สายรักษ์โลก “Low Carbon Tourism” พร้อมเปิดทาง Soft Loan–Green Loan–ESCO ช่วยผู้ประกอบการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน เพิ่มขีดแข่งขันธุรกิจท่องเที่ยวไทย
22 กันยายน 2569 – นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมโรงแรมไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของประเทศไทย โดยใช้ “การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน” เป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการท่องเที่ยว

สำหรับความร่วมมือ ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม และที่พัก โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการเก็บข้อมูลวิเคราะห์ต้นทุนและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่แผนการลงทุนปรับปรุงอุปกรณ์และระบบพลังงานที่เหมาะสม ในแต่ละสถานประกอบการ พร้อมมีการประเมินการใช้พลังงานของโรงแรม เพื่อทำดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ( Energy Performance Indicator (EnPI) เพื่อวิเคราะห์ “Energy Gap” ค้นหาจุดที่มีการใช้พลังงานสูงหรือมีโอกาสลดการสูญเสีย ก่อนกำหนดมาตรการปรับปรุงที่สามารถวัดผลการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวนันธิกา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ MOU คือการผลักดันโรงแรมมากกว่า 5,000 แห่ง ให้เข้าร่วมประเมินและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ EnPI และ Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) เพื่อสร้างฐานข้อมูล

ด้านพลังงานและคาร์บอนของภาคการท่องเที่ยว และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ของโรงแรมไทยสู่การเป็นโรงแรมเบอร์ 5 ปัจจุบันแพลตฟอร์ม CF-Hotels สามารถนำมาใช้เป็นฐานในการติดตามและวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของโรงแรมโดยครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง Scope 1, Scope 2 และ Scope 3
ทั้งนี้เพื่อยกระดับโรงแรมเข้าเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ โรงแรมเบอร์ 5, Green Hotel, Green Hotel Plus ไปจนถึงมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล อาทิ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และ Good Travel Seal โดยนำข้อมูลการใช้พลังงานและผลการประเมิน EnPI มาใช้กำหนดแนวทางปรับปรุง อย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ ยังได้วางเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก Scope 2 ที่ระดับ 10% และสนับสนุนการใช้ข้อมูลจากระบบ CF-Hotels เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคการท่องเที่ยว

สำหรับการขับเคลื่อนระยะแรก ทั้ง 5 ฝ่ายเตรียมดำเนิน โครงการโรงแรมต้นแบบด้านพลังงาน โดยคัดเลือกโรงแรมระดับ 2–5 ดาวที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ นำร่องจำนวน 80 แห่ง ในปีงบประมาณ 2570 ครอบคลุม

10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และภูเก็ต

โดยโรงแรมที่เข้าร่วมจะเริ่มจากการประเมิน EnPI และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อค้นหา Energy Gap จากนั้นจึงลงพื้นที่สำรวจและออกแบบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานให้เหมาะกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม โดย พพ.และกฟผ. จะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถบรรลุผลการประหยัดพลังงานได้จริงพร้อมมีการติดตามและประเมินผลทั้งด้านการใช้พลังงาน ค่าใช้จ่าย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้หลักการ Measurement and Verification (M&V) เพื่อให้สามารถวัดผลลัพธ์ของโครงการได้อย่างชัดเจน

นางสาวนันธิกา กล่าวว่า อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน เนื่องจากการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับปรุงระบบพลังงานจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนดังนั้น

ความร่วมมือครั้งนี้จะสนับสนุนการเข้าถึงกลไกทางการเงิน เช่น Soft Loan และ Green Loan รวมถึงการใช้รูปแบบ บริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) และ Energy Performance Contract (EPC) เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้น

ของผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสให้โรงแรมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานได้ตามศักยภาพและความพร้อม นางสาวนันธิกา กล่าว

ทั้งนี้ 5 หน่วยงานจะร่วมกันสร้างการรับรู้เรื่อง Low Carbon Tourism ผ่านการประชาสัมพันธ์โรงแรมต้นแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของ

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์ “โรงแรมคาร์บอนต่ำ” เป็นอีกหนึ่งปัจจัย

ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนดังกล่าว เป็นการดึงภาคการท่องเที่ยวที่ต้องเร่งปรับตัว และเป็นส่วนสำคัญของนโยบาย ที่จะมุ่งขับเคลื่อนไทยสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 และเป้าหมาย NDC 3.0 ที่กำหนดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 60% หรือ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) จากปีฐาน 2019
สำหรับกรอบความร่วมมือ 5 ปี ระหว่าง (ปี 2569 2574 )โดยมุ่งบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูล การประเมินประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาโรงแรมต้นแบบ ซึ่งจะมีภาคเอกชนที่มีเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่เหมาะสมกับโรงแรมขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานและการสื่อสารตลาด เพื่อให้การลดต้นทุนพลังงานและลดคาร์บอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

23 กันยายน 2445 ‘ธนบัตร’ ออกใช้เป็นครั้งแรกในสยาม รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ เปิดแลกธนบัตร มีลักษณะเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินของรัฐบาล วางรากฐานเงินกระดาษไทย

วันนี้เมื่ออดีต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปิดรับแลกเปลี่ยนธนบัตรแก่ประชาชนอย่างเป็นทางการ นับเป็นการนำ ‘ธนบัตร’ ออกใช้เป็นครั้งแรกในสยาม

แรกเริ่มก่อนที่จะมีการใช้ธนบัตรนั้น ไทยได้มีการออกใช้เงินกระดาษมาก่อนแล้ว เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้ากับชาติตะวันตกทำให้ความต้องการเงินตราภายในสยามเกินกำลังการผลิต เกิดความขาดแคลนเงินที่ผลิตจากโลหะจึงมีการออกเงินกระดาษ เรียกว่า หมาย ในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อใช้ร่วมกันกับเหรียญโลหะแต่ก็ไม่เป็นที่นิยมใช้เนื่องจากคนทั่วไปยังคุ้นเคยกับการใช้เงินโลหะอยู่ ต่อมาเมื่อมีธนาคารพาณิชย์จากต่างประเทศ คือ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ธนาคารชาร์เตอร์ และธนาคารแห่งอินโดจีนได้ขออนุญาตนำบัตรธนาคารออกใช้เป็นตั๋วสัญญาในการชำระหนี้ในวงแคบระหว่างธนาคารและลูกค้าในช่วง พ.ศ. 2432 - 2445 โดยมีการเรียกบัตรธนาคารทับศัพท์ว่า แบงก์โน้ตหรือแบงก์ ซึ่งสร้างความเคยชินและเรียกธนบัตรของรัฐบาลที่ออกใช้ในภายหลังจนติดปากถึงทุกวันนี้ว่า แบงก์

จนกระทั่ง พ.ศ. 2445 จึงเข้าสู่วาระสำคัญในการออกธนบัตร กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการให้ตรา พระราชบัญญัติธนบัตรสยาม รัตนโกสินทรศก 121 ขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2445 อีกทั้งโปรดให้จัดตั้ง กรมธนบัตร ในสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เพื่อทำหน้าที่ออกธนบัตรและรับจ่ายเงินขึ้นธนบัตร และเปิดให้ประชาชนนำเงินตราโลหะมาแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2445 จึงนับว่าธนบัตรได้เข้ามามีบทบาทในระบบการเงินของไทยอย่างจริงจังนับแต่นั้นมา

ธนบัตรที่นำออกใช้ตามพระราชบัญญัติธนบัตรสยาม รัตนโกสินทรศก 121 นั้น มีลักษณะเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินของรัฐบาลที่สัญญาจะจ่ายเงินตราให้แก่ผู้นำธนบัตรมายื่นโดยทันที ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช 2471 ซึ่งกำหนดให้เงินตราของประเทศประกอบด้วยธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ตลอดจนให้ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย จึงเป็นการเปลี่ยนลักษณะของธนบัตรจากตั๋วสัญญาใช้เงินมาเป็นเงินตราอย่างสมบูรณ์

ครม. อนุมัติแผนน้ำมันใหม่!! รับมือตลาดโลกผันผวน ปรับเกณฑ์สนับสนุนราคาน้ำมัน แยกบัญชีกองทุนชัดเจน เน้นลดพึ่งพานำเข้าด้วยชีวภาพ

ครม. อนุมัติแผนรองรับวิกฤตน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม ปี 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่รับมือตลาดโลกผันผวน ลดพึ่งพานำเข้า

(22 กันยายน 2569) นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572 และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572 ตามที่กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้เหมาะสม

สำหรับแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาใช้อุดหนุนและชดเชยราคาเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต โดยระบุเงื่อนไขไว้ 3 สถานการณ์คือ สถานการณ์ที่ 1 เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยระดับราคาน้ำมันดีเซล/เบนซินมากกว่า 30 บาท/ลิตร (ราคาคงเดิม) ส่วนกลุ่มก๊าซ LPG ราคาต้นทุนโรงแยกก๊าซ ปตท.สผ.และ UAC สูงกว่าราคานำเข้า / ราคาขายปลีกเกิน 423 บาท/ถัง 15 กก. (เดิมราคา 363 บาท/ถัง) สถานการณ์ที่ 2 ราคาน้ำมันมีความผันผวน โดยราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับสูงขึ้นหรือลดลงมากกว่า 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ใน 1 สัปดาห์ (เดิมใช้เกณฑ์ 5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล) / ราคาขายปลีกปรับสูงขึ้นหรือลดลงมากกว่า 2 บาท/ลิตร ใน 1 สัปดาห์ (เดิม 1 บาท/ลิตร) ส่วนกลุ่ม LPG ราคาตลาดโลกเปลี่ยนแปลงสูงข้นหรือลดลงมากกว่า 35 เหรียญสหรัฐ/ตัน น 1 เดือน / ราคาขายปลีกสูงขึ้นหรือลดลงรวมกันมากกว่า 1บาท/กก.ภายใน 1 เดือน (เดิม 2 สัปดาห์เปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับราคา LPG CP รายเดือน) และสถานการณ์ที่ 3 น้ำมันเชื้อเพลิงอาจขาดแคลนและไม่เพียงพอ กระทบต่อสภาพ
เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน

ในส่วนหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เพิ่มเติมการพิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ผลิตได้เองภายในประเทศจากผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง อีกทั้งภาครัฐสามารถบริหารจัดการราคาขายปลีกในประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตลอดจนช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ แผนฉบับใหม่ยังได้ปรับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนทางการเงินด้วยการแยกบัญชีฐานะกองทุนน้ำมันฯ ออกเป็นกลุ่มน้ำมันและกลุ่ม LPG อย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเงินอุดหนุนข้ามกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดกรอบการบริหารราคาโดยเน้นชดเชยราคาดีเซลและ LPG เป็นหลักหากเกิดวิกฤตยาวนาน รวมทั้งให้มีการเก็บเงินสะสมเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลงเพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับ และส่งเสริมการใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพจากผลผลิตทางการเกษตรในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าน้ำมัน

ทุเรียน–มังคุด–ขนมไทย ดึงผู้ซื้อจีนคึกคัก!! ผู้ประกอบการขายดีที่ CAEXPO ขนมและผลไม้ไทยได้รับความนิยม ความร่วมมือไทย-จีนขยายตัวต่อเนื่อง ตลาดจีนเป็นโอกาสใหญ่ธุรกิจไทย

หนานหนิง, 22 ก.ย. (ซินหัว) -- "สินค้าขายหมดแล้วค่ะ" ศิริพร บัวพุ่ม ผู้ประกอบการชาวไทยกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะยืนอยู่หน้าบูธที่ว่างเปล่าของพาวิลเลียนไทยประจำงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้จีน โดยศิริพรเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกเพื่อนำเสนอขนมทานเล่นจากจังหวัดระยองที่แปรรูปจากมะพร้าวและถั่วลิสง และไม่คิดว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีนเช่นนี้จนมีความมั่นใจในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดจีนผ่านความร่วมมือกับหุ้นส่วนท้องถิ่น

บูธที่อยู่ไม่ไกลกันของจตุพล เก็งวินิชกุล ผู้ประกอบการชาวไทยอีกคน มีบรรยากาศคึกคักไม่แพ้กันเพราะดึงดูดผู้บริโภคและผู้ประกอบการชาวจีนจำนวนมากด้วยผลไม้ขึ้นชื่อของไทย เช่น ทุเรียนและมังคุด โดยจตุพลผู้คลุกคลีกับธุรกิจส่งออกอาหารมานานและเคยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนหลายครั้งแล้วตั้งเป้าหมายนำผลไม้ไทยคุณภาพสูง โดยเฉพาะผลไม้ยอดนิยมอย่างทุเรียน เข้าสู่ตลาดจีนด้วยราคาที่ถูกลงภายใต้จุดแข็งจากการรู้จักกับเกษตรกรโดยตรง รวมถึงมีโรงงานแปรรูปและทีมส่งออกของตัวเอง
ทั้งนี้ ขอบเขตความร่วมมือระหว่างจีนกับไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนช่วยให้สินค้าไทยจำนวนมากสามารถเข้าสู่ตลาดจีนและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคชาวจีน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการชาวจีนจำนวนมากยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทยและหวังจะใช้งานแสดงสินค้านี้เชื่อมโยงกับหุ้นส่วนชาวไทย เพื่อผลักดันสินค้าและเทคโนโลยีจากจีนสู่ไทย และบรรลุความร่วมมือทางอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ที่มา : Xinhua

เปิดสถิติก่อนเกม ไทยดวลเกาหลีใต้!! ชิงทองแดงวอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026 นัดชิงที่สำคัญในเอเชียนเกมส์ นัดสุดท้ายฤดูกาล 2026 ของทีมไทย ลุ้นอันดับโลก 13 พบ 28 จากเกาหลีใต้ เวลา 14.00 น.

เปิดสถิติก่อนเกม วอลเลย์บอลหญิง ทีมชาติไทย พบ เกาหลีใต้ ชิงเหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 นัดสุดท้ายของทีมสาวไทยในนามทีมชาติฤดูกาล 2026

วันที่ 21 ก.ย.2569 การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 รอบชิงเหรียญทองแดง เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย อันดับ 13 ของโลก พบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ อันดับ 28 ของโลก ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของทีมสาวไทยในนามทีมชาติฤดูกาล 2026

เปิดสถิติ 5 นัดหลัง ไทย พบ เกาหลีใต้
สำหรับ ทีมชาติไทย เพิ่งเจอกับทีมชาติเกาหลีใต้ ในรายการ ชิงแชมป์เอเชีย AVC Tianjin 2026 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยสถิติ 5 นัดหลังที่คู่นี้พบกันมีดังนี้

ชิงแชมป์เอเชีย 2026 วันที่ 27 ส.ค.2569
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

เนชั่นส์ ลีก 2024 วันที่ 20 พ.ค.2567
ทีมเกาหลีใต้ ชนะ ไทย 3-1 เซต

โอลิมปิก 2024 รอบคัดเลือก วันที่ 23 ก.ย.2566
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

ชิงแชมป์เอเชีย 2023 วันที่ 3 ก.ย. 2566
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

เนชั่นส์ ลีก 2023 วันที่ 4 มิ.ย.2566
ทีมไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต

ช่องทางชมสด ไทย พบ เกาหลีใต้
PPTV HD36
AIS PLAY

โปรแกรม วอลเลย์บอลหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 วันนี้
รอบชิงเหรียญทองแดง
เวลา 14.00 น. ไทย พบ เกาหลีใต้

รอบชิงเหรียญทอง
เวลา : 17.20 น. ญี่ปุ่น พบ จีน (ถ่ายทอดสด : PPTV ช่อง 36 และ AIS Play)

รอบจัดอันดับ 5-13

เวลา : 08.00 น. คาซัคสถาน พบ เวียดนาม (ถ่ายทอดสด : MONOMAX SPORTS ช่อง 29 และ AIS Play)
เวลา : 11.00 น. ไต้หวัน พบ อินโดนีเซีย (ถ่ายทอดสด : AIS Play)
เวลา : 11.00 น. คาซัคสถาน พบ กาตาร์ (ถ่ายทอดสด : AIS Play)
เวลา : 14.00 น. เนปาล พบ มองโกเลีย (ถ่ายทอดสด : AIS Play)
เวลา : 17.00 น. ฮ่องกง พบ ฟิลิปปินส์ (ถ่ายทอดสด : AIS Play)

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10407940

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ

โฆษกกองทัพเรือชี้แจงเพิ่มเติม กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำว่า “ต่อเรือในประเทศ 100%”
การต่อเรือรบสมรรถนะสูงภายในประเทศให้ได้ในสัดส่วนที่สูงขึ้น ไม่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที แต่ต้องพัฒนาขีดความสามารถของอู่ต่อเรือ บุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง กองทัพเรือกำหนดไว้ในขอบเขตของงาน (TOR) ว่า เรือลำแรกต้องมีสัดส่วนการดำเนินงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของโครงสร้างตัวเรือทั้งหมด และหากมีการจัดหาเรือลำที่สอง ต้องเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
ทั้งนี้ ร้อยละ 20 เป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำ หากผู้เสนอรายใดสามารถเสนอให้มีสัดส่วนการดำเนินงานภายในประเทศได้สูงกว่าเกณฑ์ โดยมีความเป็นไปได้และไม่กระทบต่อมาตรฐาน คุณภาพ ระยะเวลาส่งมอบ และความพร้อมรบของเรือ ย่อมช่วยให้กองทัพเรือบรรลุเจตนารมณ์ในการพึ่งพาตนเองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และทำให้ประเทศได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การจ้างงาน และการยกระดับอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนการต่อเรือภายในประเทศจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและความพร้อมของอู่ต่อเรือไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือ บุคลากร มาตรฐานการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อให้สามารถรองรับการต่อเรือรบสมรรถนะสูงได้อย่างแท้จริง มิใช่เป็นเพียงการกำหนดตัวเลขในเอกสาร

ดังนั้น คำว่า “ต่อเรือในประเทศ 100%” จึงเป็น เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่ประเทศไทยต้องร่วมกันพัฒนาไปให้ถึง มิได้หมายความว่าเรือฟริเกตลำที่อยู่ระหว่างการจัดหาในปัจจุบันจะต่อภายในประเทศทั้งหมดในทันที

กองทัพเรือยืนยันว่า เป้าหมายของโครงการมิใช่เพียงการจัดหาเรือมาใช้งาน แต่คือการใช้ทุกโอกาสจากการจัดหาเพื่อสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และขีดความสามารถให้แก่อุตสาหกรรมต่อเรือไทยอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเอง
ได้มากขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย”

ที่มา :https://www.facebook.com/photo/?fbid=1096795599379528&set=a.180070871052010

ปตท.สผ. เดินหน้าพัฒนาแหล่งก๊าซฯ กำลังลงทุนแหล่งก๊าซฯ บุษบง ผลิตรายวัน 30 ล้านลูกบาศก์ฟุต ผลิตเพิ่มเป็น 40 ล้านปี 73 รองรับความต้องการพลังงานไทย

ปตท.สผ. เดินหน้าพัฒนาแหล่งก๊าซฯ บุษบง รองรับการใช้พลังงานของประเทศในอนาคต

กรุงเทพฯ, 22 กันยายน 2569 – ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) เดินหน้าพัฒนาแหล่งก๊าซฯ บุษบง ในโครงการจี 3/65 เพื่อเตรียมผลิตก๊าซธรรมชาติในปี 2571 รองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศไทยในอนาคต 

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ. อีดี 

ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID) เพื่อพัฒนาแหล่ง ก๊าซฯ บุษบง ในโครงการจี 3/65 บริเวณอ่าวไทย ต่อยอดความสำเร็จจากการสำรวจพบแหล่งก๊าซธรรมชาติสู่การพัฒนา โดยจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาแหล่งประมาณ 2 ปี จึงจะสามารถเริ่มการผลิตก๊าซฯ ได้ในปี 2571 ด้วยอัตราการผลิตประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ภายในปี 2573 เพื่อรองรับการใช้พลังงานของประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต 

สำหรับการพัฒนาแหล่งก๊าซฯ บุษบง ในโครงการจี 3/65 ปตท.สผ. มีแผนจะผลิตก๊าซธรรมชาติ 

ผ่านระบบท่อส่งใต้ทะเลที่จะเชื่อมกับแท่นผลิตกลาง (Central Processing Platform) และอุปกรณ์การผลิตของแหล่งบงกชเหนือในโครงการจี 2/61 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน โดย ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) อยู่แล้ว ทำให้สามารถพัฒนาแหล่งก๊าซฯ บุษบง ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น  อย่างไรก็ตาม 

บริษัทฯ จะสามารถดำเนินการตามแผนงานดังกล่าวได้ ภายหลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีแผนงานในการสำรวจบริเวณพื้นที่อื่น ๆ ของโครงการจี 3/65 โดยจะทำการเจาะหลุมสำรวจในพื้นที่นงเยาว์ นอร์ทอีสต์ เพื่อประเมินศักยภาพแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติม หากมีการค้นพบปิโตรเลียม จะสามารถเพิ่มอัตราการผลิตของโครงการจี 3/65 ได้อีกในอนาคต 

ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการและได้รับสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในโครงการจี 3/65 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) ตั้งแต่ปี 2566 โดยโครงการมีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 11,647 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้ ภายหลังจากเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้การโอนสัดส่วนการลงทุนภายใต้สัญญาการลดสัดส่วน (Farm-out Agreement) เสร็จสมบูรณ์แล้ว ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 60 และยังคงเป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่บริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ชัยพฤกษ์) จำกัด จะถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 40

ปัจจุบัน ปตท.สผ. มีโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรวมกว่า 50 โครงการ กว่า 10 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย ปตท.สผ. มีโครงการทั้งบนบกและในอ่าวไทย จำนวน 20 โครงการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top