Wednesday, 21 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

24 กันยายน วันมหิดล ‘พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย’

24 กันยายน วันมหิดล ‘พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย’ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (กรมหลวงสงขลานครินทร์)

‘สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก’ ทรงพระราชสมภพวันที่ 1 มกราคม (ตามปฏิทินเก่าคือ ปี พ.ศ. 2434 แต่ตามปฏิทินใหม่คือ ปี พ.ศ. 2435) เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มีพระเชษฐา และพระเชษฐภคินีที่ประสูติร่วมพระราชมารดา 7 พระองค์

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระอัยกาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

พระองค์มีคุณูปการแก่กิจการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของประเทศไทย ประชาชนโดยทั่วไปคุ้นเคยกับพระนามว่า ‘กรมหลวงสงขลานครินทร์’ หรือ ‘พระราชบิดา’ และบางครั้งก็ปรากฏพระนามว่า ‘เจ้าฟ้าทหารเรือ’ และ ‘พระประทีปแห่งการอนุรักษ์สัตว์น้ำของไทย’ ส่วนชาวต่างประเทศเรียกพระนามว่า ‘เจ้าฟ้ามหิดล’

หลังพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระองค์ทรงพระประชวร ต้องประทับในพระตำหนักวังสระปทุม และสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 เวลา 16.45 น. เมื่อพระชนมายุ 37 พรรษา 8 เดือน 23 วัน
ด้วยความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผู้ที่เคยได้รับพระกรุณาในด้านต่าง ๆ จากพระองค์ จึงได้รวบรวมเงินจัดสร้างพระรูปประดิษฐานไว้ ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการสร้าง มี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุม

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2493 และ ในวันที่ 24 กันยายนปีเดียวกัน นักศึกษาแพทย์ได้ริเริ่มจัดงานขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ โดยมีพิธีวางพวงมาลา ถวายบังคมพระรูป อ่านคำสดุดีพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประกาศให้วัน ที่ 24 กันยายน ของทุกปีเป็น ‘วันมหิดล’ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 เป็นต้นมา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย

“ทุกชีวิตกลางทะเล เราไม่ทอดทิ้ง” กองทัพเรือระดมค้นหาลูกเรือประมงอับปาง ส่งชุดประดาน้ำดำน้ำสำรวจ วางระบบ SARMap กำหนดพื้นที่ค้นหา ยืนยันค้นหาลูกเรือไม่ทอดทิ้งใคร

“ทุกชีวิตกลางทะเล เราไม่ทอดทิ้ง” เช้านี้กองทัพเรือเร่งส่งชุดประดาน้ำสำรวจเรือประมงอับปาง ค้นหาลูกเรือที่เหลือ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าการค้นหาลูกเรือประมง “ส.กาญจนาวารี 888” ว่า เช้าวันนี้ (23 กันยายน 2569) กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ได้เร่งส่งชุดประดาน้ำจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือเข้าสู่พื้นที่ เพื่อเตรียมลงสำรวจภายในตัวเรือที่จม หลังมีข้อมูลว่าอาจมีลูกเรือบางส่วนติดค้างอยู่ภายใน

การปฏิบัติจะเริ่มทันทีเมื่อประเมินแล้วว่า สภาพคลื่นลม กระแสน้ำ และทัศนวิสัยใต้น้ำมีความปลอดภัยเพียงพอ โดยจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำและเพิ่มโอกาสในการค้นหาลูกเรือที่เหลือ
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ยังคงใช้ระบบ SARMap วิเคราะห์กระแสลมและกระแสน้ำ เพื่อกำหนดพื้นที่ค้นหาผู้ที่อาจลอยออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมบูรณาการกำลังค้นหาทั้งทางอากาศ ทางผิวน้ำ และใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือยืนยันว่าจะใช้ทุกขีดความสามารถค้นหาลูกเรือที่เหลืออย่างเต็มที่ และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น กล่าวลงบนเฟสบุ๊ค

สองผู้นำสร้างซีนชื่นมื่น มาเจอกันบ่อยๆ
เพื่ออะไรทรัมป์ อยากเจอสีจิ้นผิง
เพื่อหวังช่วยพูดกับอิหร่าน จบสงครามซะที+สีจิ้นผิง
อยากเจอทรัมป์ เพื่อไม่ให้ขวางภารกิจรวมชาติกับไต้หวัน
มันเป็นแค่เกมซื้อเวลา ของสองมหาอำนาจเท่านั้น

ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มา : https://www.facebook.com/1037140385/posts/10240191080688196/?rdid=tuC27F8EzIuiCvPw#

เชฟรอน สนับสนุนปลูกป่า!! จัดโครงการปลูกป่าชายเลนในสมุทรสงคราม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ งบ 1 แสนบาทส่งเสริมระบบนิเวศ พนักงานร่วมใจทำกิจกรรมจิตอาสา

เชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน สนับสนุนสมาคมประมงในสมุทรสงคราม
จัดโครงการปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน เดินหน้าสานต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ป่าชายเลนและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการสนับสนุน “โครงการปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ” ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรภาคประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท พร้อมนำพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม โดยมี นางทิพย์วดี ไทยศิริ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจ ในฐานะผู้แทนบริษัทฯ เข้าร่วม พร้อมด้วย นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และ นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม ตลอดจนตัวแทนจากภาคประมงและชุมชนในพื้นที่ ณ พื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลคลองโคน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม

โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือขององค์กรภาคประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด สมาคมประมงสมุทรสงคราม และสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมแนวทางการทำประมงอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และปลูกป่าชายเลนแบบปลูกเสริมในป่าใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับวิถีประมงท้องถิ่น

การสนับสนุนครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน ซึ่งประกอบด้วย บริษัท มิตซุย เอ็นเนอร์จี
ดีเวลลอปเมนท์ คัมปะนี ลิมิเต็ด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท พลังโสภณ จำกัด เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อชุมชน ผ่านความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการประกอบอาชีพและเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อร่วมส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติสู่ชุมชนต่อไป

นักเรียน สาธิต มศว ปทุมวัน สร้างชื่อ!! ได้คัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทย ส่ง 5 เยาวชนไทยสู่เวที UNESCO ปารีส ในโครงการ Future Leader Academy เยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูตไทย งานจัดที่ปารีสในเดือนตุลาคม2569

โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

ขอแสดงความยินดีกับ

1. ด.ช.พีค อังคะนาวิน ม.2/422

2. นายพิภู สองห้อง ม.4/330

3. นางสาวกัลยกร สุรวิลาศ ม.4/141

4. นายปุญญ์ มะระกานนท์ ม.5/161

5. นางสาวอนินทยา แสงกล้า ม.6/511

นักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

ได้รับคัดเลือกในโครงการพัฒนาเยาวชน Future Leader Academy (FLA) เป็นตัวแทนเยาวชนไทย ปาฐกถาพิเศษ ในประเด็น “Youth Traditional Culture Education: Ignite the Vital Spark of the Heart” ณ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (UNESCO) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 1- 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

การนี้ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 11.30 น.

คณะนักเรียนได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังโอวาทจากท่านนิกรเดช พลางกูร

เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย

ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่ 8, rue Greuze 75116 Paris ประเทศฝรั่งเศส

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122274723620120907&id=61553627233427&rdid=GanUfpbn5AZko79Y#

สหรัฐฯ สูญเสียโดรนหนัก!! สูญโดน MQ-9 Reaper 47 ลำ เครื่องบินหลายรุ่นเสียหายหนัก มูลค่าความเสียหายทะลุ 4 พันล้าน สงครามอิหร่านสะเทือนวงการอากาศยาน

หนักกว่าที่คิด! สหรัฐฯ สูญเสียโดรน MQ-9 Reaper สูงสุด 47 ลำ ในสงครามอิหร่าน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของฝูง Reaper ที่สหรัฐฯ มีอยู่ก่อนสงคราม และยังมียุโธปกรณ์อื่นๆ รวมมูลค่าความเสียหายอาจทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.33 แสนล้านบาท)

ข้อมูลจาก The War Zone (TWZ) รวบรวมความสูญเสียและความเสียหายของอากาศยานสหรัฐฯ ในปฏิบัติการตะวันออกกลาง ณ วันที่ 18 กันยายน 2026 ดังนี้

-โดรนลาดตระเวนและโจมตี MQ-9A Reaper ถูกทำลายสูงสุด 47 ลำ ในพื้นที่รับผิดชอบของ CENTCOM
- เครื่องบินขับไล่โจมตี F-15E Strike Eagle ถูกทำลาย 4 ลำ / เสียหาย 8 ลำ
- เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 Stratotanker ถูกทำลาย 2 ลำ / เสียหายสูงสุด 7 ลำ
-เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) E-3G Sentry ถูกทำลาย 1 ลำ ในซาอุดีอาระเบีย
-เครื่องบินปฏิบัติการพิเศษ MC-130J Commando II ถูกทำลาย 2 ลำ ในภารกิจกู้ภัย (CSAR) ที่อิหร่าน
-โดรนลาดตระเวนระยะไกล MQ-4C Triton ตก 1 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย
- เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน A-10C Warthog ถูกทำลาย 1 ลำ / เสียหาย 1 ลำ
-เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 เสียหาย 1 ลำ ในอิหร่าน
-เฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการพิเศษขนาดเบา MH-6M Little Bird ถูกทำลาย 4 ลำ

นอกจากนี้ยังมี เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47 Chinook, เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache, เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยทางอากาศ HH-60W, เฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ H-60, เครื่องบินลำเลียงทางทหาร C-130 และ โดรนลาดตระเวนและโจมตี MQ-1 ที่ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

เฉพาะโดรน MQ-9A Reaper เพียงแบบเดียว TWZ ระบุว่าอาจสูญเสียสูงสุดถึง 47 ลำ หรือเกือบ 1 ใน 4 ของฝูง Reaper ของสหรัฐฯ ขณะที่เมื่อรวมอากาศยานที่ถูกทำลายและความเสียหายทั้งหมด มูลค่าความสูญเสียอาจทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.33 แสนล้านบาท

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1407601994861490/?rdid=IBNgBsLWUiZxwb3E#

กพร. ชี้แจงสิทธิสำรวจแร่!! อนุญาตเฉพาะสำรวจแร่โพแทช อ.ธาตุพนม ยังไม่อนุญาตพื้นที่เรณูนคร ระบุสำรวจแร่ไม่ใช่ทำเหมือง เน้นได้รับอนุญาตเจ้าของพื้นที่ก่อน

กพร. แจงการอนุญาตอาชญาบัตรสำรวจแร่ จ.นครพนม ดำเนินการตามกฎหมาย ย้ำ “สำรวจแร่ไม่ใช่ทำเหมือง และการเข้าสำรวจต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน”

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ชี้แจงว่าได้อนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแทชและเกลือหิน จังหวัดนครพนม ไปเพียง 1 คำขอในพื้นที่ อำเภอธาตุพนม โดยได้ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนคำขอในพื้นที่ อำเภอเรณูนคร ยังไม่ได้อนุญาตและอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อร้องเรียน ย้ำอาชญาบัตรพิเศษเป็นเพียงสิทธิสำรวจแร่ ไม่ใช่การอนุญาตทำเหมือง การเข้าพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ และต้องฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังการสำรวจ พร้อมกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การได้รับอาชญาบัตรพิเศษไม่ผูกพันการอนุญาตประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยกรณีมีข้อร้องเรียนคัดค้านการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแทชและเกลือหินของบริษัท ไซโน-เอสอี (ประเทศไทย) จำกัด ในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยยืนยันว่า การพิจารณาคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 รวมถึงระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ ยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษ จำนวน 2 คำขอ ได้แก่ คำขอที่ 1/2568 เนื้อที่ 8,463 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลพระกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนมเหนือ ตำบลฝั่งแดง และตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และ คำขอที่ 2/2568 เนื้อที่ 8,963 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลท่าลาด ตำบลโคกหินแฮ่ และตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม

โดยในการประชุมคณะกรรมการแร่ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการแร่ได้มีมติเห็นชอบการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษทั้ง 2 คำขอ โดยกำหนดอายุ 5 ปี พร้อมเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อนเข้าไปดำเนินการสำรวจแร่ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพิจารณาของคณะกรรมการแร่ ปรากฏข้อร้องเรียนคัดค้านในพื้นที่คำขอที่ 2/2568 อำเภอเรณูนคร กพร. จึงมีหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังจังหวัดนครพนม และได้รับแจ้งว่า คำขอที่ 2/2568 ดังกล่าว มีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ คำขอที่ 1/2568 อำเภอธาตุพนม ไม่ปรากฏการร้องเรียนคัดค้าน ดังนั้น กพร. จึงได้อนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเฉพาะคำขอที่ 1/2568 ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม ไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ส่วนคำขอที่ 2/2568 ในพื้นที่อำเภอเรณูนคร ยังไม่ได้มีการอนุญาตและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อร้องเรียนและข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

สำหรับการให้อาชญาบัตรพิเศษเป็นการอนุญาตให้สิทธิในการสำรวจแร่ภายในเขตที่กำหนด มิใช่การให้สิทธิครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินแต่อย่างใด ดังนั้น หากผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษจะเข้าไปสำรวจในพื้นที่ของประชาชนหรือพื้นที่ของหน่วยงานรัฐใด จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ก่อน โดยการสำรวจแร่เป็นการศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาและตรวจสอบศักยภาพแร่ตามแผนงานที่ได้รับอนุญาต มีการกระทำต่อพื้นที่เพียงเล็กน้อยและใช้พื้นที่เฉพาะบริเวณที่จำเป็นต่อกิจกรรมสำรวจ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องฟื้นฟูพื้นที่ตามแผนและหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อส่งคืนพื้นที่ในสภาพเดิม ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะช่วยให้ภาครัฐมีข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพทรัพยากรแร่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรแร่ของประเทศต่อไป สำหรับการดำเนินการสำรวจแร่ของผู้ประกอบการ กพร. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ที่จะต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนงาน เงื่อนไขการอนุญาต และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชุมชนในพื้นที่

การได้รับอาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่ไม่ได้ผูกพันว่าทางราชการจะต้องอนุญาตประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ในอนาคต หากผลสำรวจพบแหล่งแร่ที่มีศักยภาพและผู้ประกอบการประสงค์จะขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ จะต้องดำเนินการกำหนดพื้นที่ศักยภาพดังกล่าวให้เป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถยื่นคำขอประทานบัตรและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายอีกขั้นตอนหนึ่ง ดังนั้น การอนุญาตสำรวจแร่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การอนุญาตให้ทำเหมืองแร่

“ผมขอยืนยันว่าการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษดังกล่าว ได้ดำเนินการตามกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ การบริหารจัดการแร่ในภาพรวมของกรมได้คำนึงถึงดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนด้วย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560” นายอดิทัต กล่าวทิ้งท้าย

‘สรรเพชญ’ นำคมนาคมร่วม InnoTrans 2026 เยือนเยอรมนีศึกษาเทคโนโลยีรถไฟ เปิดทางร่วมมือญี่ปุ่นยกระดับระบบรางไทย พัฒนา TOD ปลดล็อกศักยภาพที่ดิน มุ่งสร้างรายได้ใหม่และพัฒนาพื้นที่โดยรอบ

“สรรเพชญ” นำคมนาคม ร่วมงาน InnoTrans 2026 หารือญี่ปุ่นพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ ปลดล็อกศักยภาพที่ดิน สร้างรายได้ใหม่ ยกระดับระบบรางไทย

เมื่อวานนี้ (22 กันยายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการ Messe Berlin กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

โดยการเข้าร่วมงานในวันแรก คณะได้เยี่ยมชม Japanese Pavilion บูธของหน่วยงาน และผู้ประกอบการระบบรางชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อศึกษาเทคโนโลยี รูปแบบการบริหารจัดการ และแสวงหาโอกาสความร่วมมือที่สามารถนำมาต่อยอดการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการเปิดความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคเอกชนของญี่ปุ่น เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และรูปแบบธุรกิจระบบรางมาปรับใช้กับการพัฒนารถไฟไทย ทั้งการบำรุงรักษาระบบ การบริหารจัดการผู้โดยสาร การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี เพื่อสร้างรายได้จากทรัพย์สินของการรถไฟฯ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

คณะผู้แทนไทย ได้เยี่ยมชมบูธองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ JICA ซึ่งมีประสบการณ์สนับสนุนโครงการระบบรางในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก พร้อมหารือแนวทางสนับสนุนการศึกษารูปแบบการบำรุงรักษารถไฟชานเมืองสายสีแดง เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งานและความปลอดภัยของระบบ ลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และวางรากฐานการพัฒนาบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงของไทยให้สามารถบริหารจัดการระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

JICA มีแนวทางสนับสนุนการพัฒนาระบบรางหลายรูปแบบ ทั้งความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาบุคลากรและองค์กร การถ่ายทอดเทคโนโลยี เงินทุนระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสามารถนำมาพิจารณาให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศไทยในแต่ละโครงการ

จากนั้น คณะได้เยี่ยมชมบูธ Tokyo Metro ซึ่งมีประสบการณ์สนับสนุนการพัฒนาแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือ M-MAP พร้อมศึกษานวัตกรรมตรวจวัดความหนาแน่นของผู้โดยสารภายในขบวนรถแบบเรียลไทม์ โดยใช้กล้องตรวจจับมิติร่วมกับระบบ AI ประมวลผลและส่งข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันและจอแสดงผลภายในสถานี

เทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยให้ผู้โดยสารทราบความหนาแน่นของแต่ละตู้ สามารถเลือกจุดขึ้นรถและวางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น ขณะที่ผู้ให้บริการสามารถนำข้อมูลไปบริหารขบวนรถ กระจายผู้โดยสาร ลดความแออัด และยกระดับคุณภาพการให้บริการได้อย่างตรงจุด

ในส่วนของบูธ Hitachi คณะได้ศึกษานวัตกรรมระบบรางอย่างครบวงจร ทั้งระบบสถานีไฟฟ้าย่อย ระบบราง ขบวนรถไฟ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ พร้อมหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ Hitachi จากประสบการณ์ความร่วมมือที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ไปสู่ความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการบำรุงรักษาระบบรางของไทยในอนาคต

พร้อมกันนี้ คณะได้เยี่ยมชมขบวนรถไฟที่ Hitachi นำมาจัดแสดงภายในงาน ซึ่งเป็นขบวนรถแบบเดียวกับที่นำไปให้บริการจริงในประเทศอิตาลี เพื่อศึกษาการออกแบบ เทคโนโลยีภายในขบวนรถ ระบบอำนวยความสะดวก และมาตรฐานด้านความปลอดภัย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางพัฒนาขบวนรถและระบบให้บริการทางรางของประเทศไทยในอนาคต

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง คือ การศึกษารูปแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ TOD จาก Hankyu Corporation ผู้ประกอบการรถไฟเอกชนและผู้พัฒนาพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพัฒนาสถานีรถไฟควบคู่กับที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่สาธารณะ โดยรายได้ของบริษัทมาจากธุรกิจรถไฟประมาณ 17% และธุรกิจนอกระบบรางประมาณ 83%

รูปแบบของ Hankyu เริ่มจากการนำที่ดินที่บริษัทมีอยู่เดิมมาพัฒนา พร้อมเจรจาซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากประชาชนโดยสมัครใจเพื่อให้เกิดพื้นที่ TOD ที่เชื่อมโยงกัน โดยไม่ได้ใช้กระบวนการเวนคืน ส่งผลให้สถานีรถไฟเป็นทั้งศูนย์กลางการเดินทาง การอยู่อาศัย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร สร้างรายได้กลับมาสนับสนุนกิจการรถไฟ และยกระดับมูลค่าพื้นที่โดยรอบในระยะยาว

คณะยังได้เยี่ยมชมบูธ East Japan Railway Company หรือ JR East ซึ่งเป็นทั้งผู้พัฒนาและผู้ให้บริการเดินรถไฟรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดย JR East แสดงความสนใจร่วมศึกษาหรือแสวงหาแนวทางความร่วมมือกับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อนำประสบการณ์ด้านการเดินรถ การบริหารสถานี และการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมาต่อยอดพื้นที่ศักยภาพของการรถไฟฯ ในประเทศไทย

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้มีการพูดคุย คือโครงการพัฒนาย่านสถานีรถไฟธนบุรีสู่ “เมืองแห่งการแพทย์” หรือ Medical District บนพื้นที่ของการรถไฟฯ รวมประมาณ 148 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช โดยมีแนวคิดพัฒนาระยะแรกประมาณ 22 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการสุขภาพครบวงจร ประกอบด้วยศูนย์สนับสนุนการแพทย์ ที่พักบุคลากรทางการแพทย์ ที่พักผู้ป่วยพักฟื้นและญาติ พื้นที่วิจัยและนวัตกรรมสุขภาพ พื้นที่สีเขียวเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ และพื้นที่บริการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทางการแพทย์ ซึ่งนายสรรเพชญเคยลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาโครงการดังกล่าวมาแล้ว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า เป้าหมายของการเข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 คือ การนำองค์ความรู้และโอกาสความร่วมมือกลับมาสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะการลดต้นทุนและยกระดับมาตรฐานการบำรุงรักษาระบบราง การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาคุณภาพบริการประชาชน และการปลดล็อกศักยภาพที่ดินของการรถไฟฯ ให้สามารถสร้างรายได้และพัฒนาเมืองควบคู่กันไป

“พื้นที่ของการรถไฟฯ หลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ หากเราสามารถพัฒนาให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่ง ที่อยู่อาศัย การแพทย์ การค้า และบริการสาธารณะ จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร สร้างรายได้ใหม่ให้กิจการรถไฟ และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มที่ หลังจากนี้จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำผลจากการหารือไปศึกษาต่อยอดให้เกิดความร่วมมือและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศไทยต่อไป” นายสรรเพชญกล่าว

และสำหรับกำหนดการ ในวันที่ 23 กันยายน 2569 นายสรรเพชญ และคณะฯ มีกำหนดหารือกับผู้บริหารของบริษัท Siemens Mobility เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและแสวงหาโอกาสความร่วมมือด้านระบบรางในมิติต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบรางชั้นนำของโลก และนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์การเดินทางของประชาชนมากยิ่งขึ้น

‘กรณ์–รัดเกล้า’ เดินหน้า “Smart Youth” เสริมทักษะการเงิน–รู้ทันสแกมเมอร์ยุค AI ให้เยาวชน กิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันการเงิน เปิดพื้นที่เยาวชนคิดและทำจริง สอนจัดการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ เน้นรู้ทันสแกมเมอร์ยุค AI

“กรณ์–รัดเกล้า” เดินหน้า “Smart Youth” เสริมทักษะการเงิน–รู้ทันสแกมเมอร์ เปิดพื้นที่เยาวชนคิดและลงมือทำ

ปชป. เดินหน้าต่อเนื่อง 2 วัน จากราชภัฏพระนครสู่ มจพ. มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและการรับมือภัยหลอกลวงยุค AI

วันที่ 21–22 กันยายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าจัดกิจกรรม “Smart Youth: Financial Literacy & AI Scam Prevention” ต่อเนื่อง 2 วัน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการเงิน ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยสแกมเมอร์และการหลอกลวงที่พัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยี AI

กิจกรรมดังกล่าวมี นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร และ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมผลักดันโครงการ โดยมุ่งให้เยาวชนมีความรู้ตั้งแต่การวางแผนรายรับ–รายจ่าย การออม การลงทุน การประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการตรวจสอบข้อมูลและรับมือกับกลโกงออนไลน์

โครงการมีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มเยาวชนที่มองเห็นถึงความเสี่ยงจากภัยสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นกับคนรุ่นเดียวกัน และต้องการนำความกังวลดังกล่าวมาต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนด้วยกันเอง จึงเกิดการนำเรื่อง “การบริหารเงิน” มาผนวกเข้ากับ “การปกป้องเงิน” เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

นายกรณ์กล่าวว่า ความรู้ทางการเงินควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะการรู้จักบริหารรายรับ–รายจ่าย การออม การวางแผนทางการเงิน และการลงทุน พร้อมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจทางการเงินในอนาคต

ด้านนางรัดเกล้ากล่าวว่า สิ่งสำคัญของโครงการคือการเปิดโอกาสให้เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่มีส่วนร่วมตั้งแต่การมองเห็นปัญหา การออกแบบกิจกรรม ไปจนถึงการลงมือทำเพื่อเยาวชนด้วยกันเอง

“สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากทำกับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่การเข้าไปบอกว่าเยาวชนควรทำอะไร แต่คือการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเป็นคนคิด เป็นคนลงมือทำ และนำปัญหาที่มองเห็นรอบตัวมาสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่น พรรคอยากเป็น ‘ลมใต้ปีก’ ที่ช่วยเปิดพื้นที่และเชื่อมต่อโอกาส เพื่อให้เยาวชนได้ปลดล็อกศักยภาพของตัวเอง หากเยาวชนคนไหนสนใจร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง ขอให้คิดถึง Blue Academy ของพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแค่ติดต่อเข้ามา เราพร้อมรับฟัง พร้อมสนับสนุน”

สำหรับเนื้อหาด้าน Financial Literacy ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ทั้งการจัดการรายรับ–รายจ่าย การออม การวางแผนการเงิน และการลงทุน รวมถึงกิจกรรมจำลองการลงทุนและการจัดพอร์ต เพื่อให้เยาวชนได้ทดลองตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการบริหารเงินในชีวิตจริง โดยมี Future Innovative of Thailand (FIT) ร่วมพัฒนากิจกรรมจำลองดังกล่าว

ขณะที่ในส่วนของ AI Scam Prevention มีการให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงที่มีความซับซ้อนมากขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี AI ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และสถานการณ์จำลองที่มีความสมจริงมากขึ้น พร้อมฝึกทักษะการตรวจสอบข้อมูล การสังเกตความผิดปกติ และแนวทางรับมือเมื่อพบความเสี่ยง

กิจกรรมทั้งสองวันมีวิทยากรและผู้ร่วมขับเคลื่อนจากหลายภาคส่วน อาทิ พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม จากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายศารทูล วุฒิศักดิ์ศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบัน Blue Academy นางพิมชนก เก่าเจริญ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และนางสาวภัทรวดี เรืองหนู ผู้ริเริ่มโครงการ AI Scammer Prevention เพื่อเยาวชน โดยเยาวชน

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมที่ มจพ. ในวันที่ 22 กันยายน เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมวันแรกที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร โดยพรรคประชาธิปัตย์มุ่งให้ “Smart Youth” เป็นพื้นที่ที่เยาวชนสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาคิดต่อยอดเป็นการลงมือทำจริง ภายใต้แนวคิด “เยาวชนคิด เยาวชนทำ เพื่อเยาวชน” เพื่อสร้างทั้งทักษะทางการเงินและภูมิคุ้มกันต่อภัยรูปแบบใหม่ที่ใกล้ตัวเยาวชนมากขึ้น

‘ทรัมป์’ เผยหารือ ‘ปูติน’!! ปมดีลสันติภาพ รัสเซีย–ยูเครน ชี้ข้อตกลงจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย หารืออิหร่านนาน 3 ชั่วโมง อาจพบปูตินอีกครั้งหลังประชุม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขากำลังหารือเงื่อนไขของความเป็นไปได้ในการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

“ผมคิดว่าพวกเขาจะทำข้อตกลงกันได้ และผมไม่อยากพูดว่าข้อตกลงนั้นคืออะไร เรากำลังพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างมาก รวมถึงกับประธานาธิบดีปูติน และผมคิดว่าบางอย่างต้องเกิดขึ้น” โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการพบหารือกับโวโลดีมีร์ เซเลนสกี นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครนเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และจะเป็นผลดีต่อทั้งรัสเซียและยูเครน

ถ้อยแถลงอื่น ๆ ของทรัมป์
สหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมง นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจมีการพบหารืออีกครั้งกับผู้นำรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top