Monday, 8 June 2026
Hard News Team

(สุรินทร์) มทบ.25 ร่วมงานวันพยาบาลแห่งชาติ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ วันอาสาสมัครไทย และวันรักต้นไม้แห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2568

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ห้องประชุมกุญชรศุภศรี ชั้น 9 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย โรงพยาบาลสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ไชยนคร  กิจคณะ ผู้บัญชาการมณพลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้  พันเอก อัครสิทธิ์ ปะกิระตา รอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(1) ร่วมงานวันพยาบาลแห่งชาติ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ วันอาสาสมัครไทย และวันรักต้นไม้แห่งชาติ จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพการพยาบาลและทุกวิชาชีพ รวมทั้งให้ผู้ประกอบวิชาชีพในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ตระหนักและสำนึกในหน้าที่ เยี่ยงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเสมอมา และยังเป็นการเดินตามรอยพระบาทในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน ให้เป็นศูนย์รวมความสามัคคีของประชาชนตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีฯ มี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรม ประกอบด้วย พิธีสงฆ์ พิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การกล่าวคำอาศิรวาทราชสดุดีโดยประธานในพิธี พิธีมอบเกียรติบัตร พยาบาลดีเด่น และทันตบุคลากรทรงคุณค่า จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2568 รวม 40 ราย การร่วมร้องเพลงมาร์ชพยาบาล และบันทึกภาพร่วมกัน และเหล่าพยาบาลร่วมยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลกันอย่างชื่นมื่น นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนงานพยาบาลของจังหวัดสุรินทร์ จะเพิ่มศักยภาพในการดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องที่สำคัญคือเรื่องคุณภาพการพยาบาล คุณภาพการให้บริการหรือความสัมพันธ์ที่ดี ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขด้าน Care D+ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ด้วยมาตรฐานและการบริการที่ดี ด้วยการร่วมมือกันของพยาบาลทุกหน่วยบริการ  ด้านนายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวด้วยว่า จังหวัดสุรินทร์มีพีๆ น้อง ๆ พยาบาลในการกำกับดูแลนับพันคน ผ่านเครือข่ายจากโรงพยาบาลต่าง ๆ อาทิโรงพยาบาลศีขรภูมิ โรงพยาบาลปราสาท ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และโรงพยาบาลชุมชนอีกหลายแห่ง ที่มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยทุกระดับ ซึ่งจังหวัดสุรินทร์สามารถดูแลผู้ป่วยในระดับซับซ้อนที่ไม่ต้องส่งต่อไปที่อื่นได้แล้ว ซึ่งโรงพยาบาลสุรินทร์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการทำงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์อย่างเต็มที่ต่อไป นอกจากนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ยังได้ฝากถึงพี่น้องพยาบาลในจังหวัดสุรินทร์ว่า ที่ผ่านมาทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยภาวะที่หนัก เหนื่อย เครียด เสียสละทั้งส่วนรวมและส่วนตัว ในการทำงานเพื่อประชาชน จึงพร้อมที่จะให้กำลังใจและช่วยเหลือในทุก ๆ ทาง ทั้งความก้าวหน้า ความเป็นอยู่ และสุขภาวะทั้งพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติ "ยุทธการทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด ถล่มจุดพัก ทุบคลัง ปิดเส้นลำเลียง" ทั่วประเทศ ยึดยาบ้า 33 ล้านเม็ด ไอซ์-คีตามีนอีกนับตัน พร้อมเร่งล่าตัวการระดับสั่งการ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ณ บช.ปส. โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล  เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พลโทณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.และผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการ “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด

จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยให้เป็นนโยบายเร่งด่วน ขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก และให้ยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการร่วมกันปราบปรามยาเสพติด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมสั่งการให้ “อัปเดต - อัปเกรด” การทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ 

ภายใต้แผนยุทธการทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด ถล่มจุดพัก ทุบคลัง ปิดเส้นลำเลียง" ทั่วประเทศ   12 วัน (9–20 ต.ค.) ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมหน่วยงานความมั่นคง จับกุมผู้ต้องหา 16 ราย จาก 10 คดีสำคัญ ยึดของกลางยาบ้าได้กว่า 33.84 ล้านเม็ด, ไอซ์ 800 กิโลกรัม, คีตามีน 500 กิโลกรัม และทรัพย์สินอีกจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าขยายผลตามยึดทรัพย์กลุ่มผู้บงการเครือข่าย โดยมีคดีสำคัญ  ที่สะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงพื้นที่ชั้นใน ดังนี้


 
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 8 คดี 
1. บก.สกส. จับยกครัว! ยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด ซุกในรถของเก่า
วันที่ 12 ต.ค. 68 บก.สกส., บก.ปส.3, ภ.6 และทหาร ร่วมจับ 4 ผู้ต้องหาเป็นเครือญาติ พ่อ แม่ ลูก และลูกสะใภ้ พร้อมของกลางยาบ้า 6,000,000 เม็ด ซุกในรถบรรทุกของเก่า  กลุ่มผู้ต้องหารับจ้างขนยาจาก อ.งาว จ.ลำปาง ปลายทาง จ.สุพรรณบุรี โดยใช้รถ 2 คัน พ่อแม่ขับนำ ลูกชายกับสะใภ้ขนยา ถูกจับได้ที่ปั๊ม อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ก่อนนำรถ X-ray พบยาบ้าซ่อนเต็มคัน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ดำเนินคดี และขยายผลถึงผู้ว่าจ้างในเครือญาติ
2. บก.ปส.1 ทลายเครือข่าย “สงครามส่งด่วน” ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด, ไอซ์-คีตามีน รวมกว่า 1 ตัน 
ตำรวจ บก.ปส.1, บก.ขส. และ ขกท.ศปก.นสศ. บุกจับเครือข่ายค้ายา "สงครามส่งด่วน" ขยายผลจาก              คดีเก่า รวบผู้ต้องหาเพิ่ม 5 คน ยึดของกลางรวมมหาศาล เจ้าหน้าที่เดินหน้าขยายผล ล่าตัวผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เตรียมขอหมายจับขบวนการเบื้องหลังต่อไป
คดีที่ 1 (13 ต.ค. 68) จับ 4 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด พร้อมรถกระบะตู้ทึบ 2 คัน ที่ จ.สุพรรณบุรี และรถนำทางอีก 2 คัน ที่ จ.อุตรดิตถ์
คดีที่ 2 ขยายผลพบโกดังพักยา จ.เพชรบูรณ์ ตรวจยึดคีตามีน 500 กก. จับผู้ต้องหา 1 คน  พร้อมรถกระบะ 2 คัน
คดีที่ 3 ตรวจค้นโกดังอีกแห่งใน จ.เพชรบูรณ์ ใกล้จุดแรก 400 เมตร ยึดไอซ์ 500 กก. พร้อมรถกระบะ 1 คัน
3. บก.ปส.3 เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด 4 คดี ยึดของกลางกว่า 11.36 ล้านเม็ด ไอซ์ 300 กิโลกรัม
ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.2 บก.ปส.3 เดินหน้าลุยต่อเนื่อง ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่จากหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ รวม 4 คดี และเดินหน้าขยายผล หาตัวผู้เกี่ยวข้องในทุกคดี มั่นใจเชื่อมโยงเครือข่ายใหญ่ข้ามชาติ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 1 (8 ต.ค. 68) ตรวจยึดยาบ้า 4,000,000 เม็ด ซุกในกระสอบสีรุ้งริมถนนสายบายพาสเชียงราย–เชียงแสน อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย หลังแก๊งลำเลียงอาข่าทิ้งของหลบหนี
คดีที่ 2 (16 ต.ค. 68) จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดไอซ์ 300 กก. ในรถยนต์มุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงราย บริเวณถนนบายพาสเชียงราย–เชียงของ หลังขยายผลจากพื้นที่พักคอยบ้านสบเปา อ.พญาเม็งราย
คดีที่ 3 (16 ต.ค. 68) จับผู้ต้องหา 1 คน พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ ตรวจพบยาบ้า 5,000,000 เม็ด ซุกช่องลับบริเวณพื้นรถ ในปั๊มน้ำมัน อ.สารภี จ.เชียงใหม่
คดีที่ 4 (17 ต.ค. 68) ตรวจยึดยาบ้า 2,360,000 เม็ด ซุกในป่าริมถนนชนบทสายบ้านร้องอ้อ–บ้านต้นส้าน  ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หลังกลุ่มวัยรุ่นมีพิรุธหลบหนี

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุม 2 คดีซ้อน ยึดยาบ้า 6.48 ล้านเม็ด เครือข่าย “ไม้สั้นเชียงราย”
ตชด.327 บุกจับ 2 คดีใหญ่ ในรอบ 4 วัน ยึดยาบ้ารวม 6,480,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 คน และรถของกลาง 2 คัน ทั้งสองคดีเชื่อมโยงเครือข่ายค้ายารายใหญ่ “ไม้สั้นเชียงราย” เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลลากตัวผู้บงการมาดำเนินคดีต่อไป
คดีแรก (13 ต.ค. 68) สกัดรถกระบะต้องสงสัย พร้อมผู้ต้องหา 2 คน บนถนนสายแม่จัน–เชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบยาบ้า 2,080,000 เม็ด
คดีที่สอง (17 ต.ค. 68) ขยายผลตามจับผู้ต้องหา 2 คน ได้อีกบนถนนเชียงแสน–เมืองเชียงราย พบยาบ้าอีก 4,400,000 เม็ด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการจัดหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการวาง “กลไกเชิงระบบ” ที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อใช้เป็นแนวทางถาวรในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยยาเสพติด อาชญากรรม
ข้ามชาติ หรือรูปแบบอาชญากรรมยุคใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น  และกล่าวแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท กล้าหาญ และไม่หวั่นไหว แม้ต้องเสี่ยงชีวิต เพื่อขจัดภัยร้ายที่คุกคามความมั่นคงของชาติ และเพื่อรักษาความสงบสุขของสังคมไทยโดยรวม  และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายประสบความสำเร็จในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งปลอดภัยในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร. กล่าวแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และทุ่มเทแรงกายแรงใจ ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่า ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและยึดของกลางจำนวนมาก ถือเป็นผลงานที่สะท้อนถึง
ความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา  รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า “ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศอ.ปส.ตร. เดินหน้าเชิงรุกในทุกมิติ ปิดล้อม ตรวจค้น สืบสวน ขยายผล ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดทั้งในและนอกประเทศ พร้อมยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง 
เพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของขบวนการอย่างเด็ดขาด ยืนยัน! เราจะไม่ปล่อยให้ ‘ยานรก’ มาทำลายอนาคตของลูกหลานไทยได้อีกต่อไป!”
 


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญนี้  ร่วมกันปกป้องลูกหลานของเรา ให้ห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อสังคมปลอดภัยและอนาคตรุ่นใหม่ที่มั่นคง  หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านช่องทาง สายด่วนยาเสพติด 191 และสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน
 

'แม่ค้าออนไลน์' ตัวท็อปของไทย จากสองสำนักไลฟ์คอมเมิร์ซ ยอดขายร้อยล้านเหมือนกัน แต่มีสไตล์ต่างกันชัดเจน

ในยุคที่ “ไลฟ์คอมเมิร์ซ” กลายเป็นห้องทดลองยอดขายแบบเรียลไทม์ สองชื่อที่ขึ้นชั้นตัวท็อปของไทยคือ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” และ “พิมรี่พาย” ทั้งคู่สร้างมูลค่าการขายระดับแตะร้อยล้าน แต่สไตล์และเครื่องมือที่ใช้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เหมือนกันตรงไหน

 

• เอนเตอร์เทนก่อน ค่อยขาย: ไลฟ์คือโชว์—เสียงดัง จังหวะเร็ว ยิงโปรแรง สร้างความขาดแคลน และอ่านคอมเมนต์สดเพื่อเร่งการตัดสินใจ

• หลังบ้านเป็นระบบ: ทีมแอดมิน–ออเดอร์–คลัง–ขนส่ง ทำงานทันรอบบิล ไม่อย่างนั้น “ไวรัลก็แปลงเป็นรายได้จริงไม่ได้”

• ซื้อเพราะคน ไม่ใช่แค่เพราะของ: ทั้งคู่เล่าเรื่องตัวเองต่อเนื่อง จนผู้ชมรู้สึก “คบหา” มากกว่า “พบเจอครั้งเดียว”

ต่างกันอย่างไร (แก่นสไตล์)

ฝั่ง “เจนนี่”: สปีดจัด มาราธอน ไลฟ์แบบเทศกาล

• จังหวะ: เปิดยาวเป็นเซสชันมาราธอน สลับแบรนด์เร็ว ปิดดีลไว เน้น “ปักหมุด–ดันตะกร้า” ให้เห็นออเดอร์พุ่งต่อหน้า

• ตัวเลขไวรัล: มีเคสวันเดียวแตะ ~126 ล้านบาท จากรันไลฟ์ต่อเนื่อง และเคสร่วมไลฟ์กับ “อั้ม พัชราภา” รายงานว่ายอด ~60 ล้านบาทใน 10 นาที คนดูทะลุ ~1.1 ล้าน ขณะไลฟ์ (ตัวเลขจากสื่อหลัก)

• ข้อสังเกตสำคัญ: กระแส “ยอดร้อยล้าน” ถูกตั้งคำถามในแวดวงโซเชียลเรื่องนิยามยอด–การนับ–การยกเลิกออเดอร์ภายหลัง จึงควรอ่านตัวเลขคู่กับบริบทแพลตฟอร์มเสมอ

ฝั่ง “พิมรี่พาย”: คาแรกเตอร์จัด เล่าเรื่องเก่ง สร้างคอมมูนิตี้ยาว

• จังหวะ: โทนตรง–แรง–ขำ (แต่คุมฟีล “จริงใจ”) ผสม Storytelling และกิจกรรมเพื่อสังคมให้คนดู “เชียร์คนขาย” ไปพร้อมกับ “เชียร์สินค้า”

• ตัวเลขไวรัลในอดีต–ปัจจุบัน: เคส “กล่องสุ่ม” เคยมีรายงานว่าปิดยอด ~100 ล้านบาทใน ~10 นาที และในแคมเปญใหญ่ 9.9 ปี 2024 รายงานยอด ~34 ล้านบาทใน <2 ชั่วโมง—สะท้อนศักยภาพการปิดดีลเร็วจากฐานแฟนหนาแน่น

• ทุนทางภาพลักษณ์: งานกุศลและการสื่อสารด้าน “การให้” ทำให้ภาพตัวตนของพิมรี่พายถูกอ่านว่าเป็นผู้ให้/ผู้นำ ซึ่งส่งผลกับความน่าเชื่อถือเชิงแบรนด์

เมนูเครื่องมือที่ใช้บ่อย (และแตกต่าง)

• ฝั่งเจนนี่: ดีลสดหน้างาน–ต่อรองราคาในไลฟ์, ยิงของฮอตสลับเร็ว, เล่นสัญญาณ “ดันตะกร้าให้ 999+”, คอลแลบคนดังเพื่อสาดทราฟฟิกระยะสั้น

• ฝั่งพิมรี่พาย: คุมสคริปต์การเล่าเรื่อง, แทรกคอนเทนต์เพื่อสังคม, ขยายพอร์ตสินค้าหลากหลายตั้งแต่บิวตี้จนถึงแคมเปญพิเศษ/ไอเท็มมูลค่าสูง—ใช้คอมมูนิตี้เป็นตัวคูณการซื้อซ้ำ

ความเสี่ยงที่ต้องรู้

• เจนนี่: พึ่งพา “โมเมนตัมไวรัล + มาราธอน” สูง—เสี่ยงความล้าและช็อกโหลดฝั่งปฏิบัติการ หากหลังบ้านไม่หนาพอ

• พิมรี่พาย: คาแรกเตอร์แรงและการคาดหวังสาธารณะสูง—ดราม่าแต่ละครั้งกระทบทุนทางสังคม ต้องบริหารความเสี่ยงสื่อสารอย่างมืออาชีพ

แล้วแบรนด์ควรเลือกใคร—เมื่อไหร่?

• ต้องการ “ยอดระยะสั้นแบบสาดไฟ” บนแพลตฟอร์มไวอย่าง TikTok (เปิดตัว–ระบายสต็อก–เทสต์ตลาด): เอนฝั่ง “เจนนี่”—สปีดคืออาวุธ, โชว์แรง, ดึงคนดูใหม่ไว

• ต้องการ “แบรนด์ดิ้งระยะยาว” ที่ผูกความรู้สึก–คอมมูนิตี้ และเล่าเรื่องได้ลึก: เอนฝั่ง “พิมรี่พาย”—ทุนทางอารมณ์และความเชื่อใจคือแต้มต่อ

 

เช็กลิสต์ 7 ข้อ สำหรับทีมการตลาดที่อยาก “ยืมท่า”

1. 1) วางจังหวะไลฟ์: เปิดแบบบล็อกสั้น (ปิดดีลไว) สลับบล็อกยาว (เล่าเรื่อง/รีวิวลึก)

2. 2) ทำสินค้าหลัก–รอง: ปักหมุดตัวฮีโร่ดึงคน แล้วต่อด้วยตัวกำไร

3. 3) เตรียมสคริปต์ทางเลือก 2–3 แบบ: หากคอมเมนต์ไปทางไหน—มีมุก/โปร/รีวิวสำรอง

4. 4) ลงทุนหลังบ้าน: SLA ตอบแชต, แพ็ก, ส่ง, คืนเงิน—ให้เร็วเท่าจังหวะที่ขาย

5. 5) ใช้คอมมูนิตี้ให้เป็น: เปิดกรุเรื่องราวคนทำแบรนด์/ลูกค้า ให้แฟนมีส่วนร่วมในไลฟ์

6. 6) ตั้งเกจวัดผล 2 ชั้น: ยอดสั่ง+รับของจริง (ลดการยกเลิกหลังไลฟ์) และ LTV/ซื้อซ้ำ

7. 7) จัดการรีพุตเทชัน: เตรียม Playbook ดราม่า—ใครพูด, พูดอะไร, เมื่อไหร่, บนแพลตฟอร์มใด

 

เชิงอ้างอิง/กรณีศึกษาเด่น

• รายงานไลฟ์เจนนี่วันเดียวแตะ ~126 ล้านบาท (สื่อกระแสหลัก)

• เคสคอลแลบ “อั้ม พัชราภา” ยอด ~60 ล้านใน 10 นาที คนดูเกิน ~1.1 ล้าน (สื่อธุรกิจ)

• มุมมองตรวจทาน “ยอดจริงหรือจกตา” ในกระแสเจนนี่ (สำนักวิเคราะห์โซเชียล)

• เคส “กล่องสุ่ม” พิมรี่พายแตะ ~100 ล้านใน ~10 นาที (ข่าวบันเทิง/สังคม)

• แคมเปญ 9.9/2024 พิมรี่พายทำยอด ~34 ล้านใน <2 ชม. (สื่อสิ่งพิมพ์รายวัน)

ผบ.ตร.ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สั่งยกระดับการปราบปรามสแกมเมอร์ในกัมพูชา ใช้ยาแรงลุยกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกมิติ เพิ่มความเข้มสร้างวัคซีนไซเบอร์ป้องกันคนไทยตกเป็นเหยื่อ

วันนี้ (21 ตุลาคม 2568) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนแนวคิดในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ จากท่าทีของเกาหลีใต้ต่อกัมพูชา โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.), พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางการประชุมระบบทางไกล

ผบ.ตร.มีข้อสั่งการในการเร่งรัดดำเนินการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งต้องมีการทำงานควบคู่กันทั้งด้านอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งทั่วโลกให้ความสนใจและให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าว ในการสืบสวน ติดตาม จับกุม ขยายผล และประสานประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ยกระดับเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. ดำเนินการ

นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ยกระดับวัคซีนไซเบอร์ สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวง โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน, ให้ติดตามจับกุมกรณีกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเพิกถอนสัญชาติของเครือข่าย “ก๊กอาน” ที่ถูกออกหมายจับ รวม 3 คน ขณะนี้มีการออกหมายจับและหมายแดงตามกระบวนการสากลแล้ว และให้ขับเคลื่อน Warroom IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยเพิ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมปฏิบัติงาน

ผบ.ตร.กล่าวถึงการใช้ยาแรงในการปราบปรามว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยละเลยกรณีดังกล่าว มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดำเนินการในการป้องกันปราบปราม และวิธีการทางการทูต โดยเฉพาะกัมพูชา ไทยนำข้อมูลจุดที่เชื่อว่าเป็นศูนย์ปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งให้ทางกัมพูชาเพื่อขอความร่วมมือในการร่วมเปิดปฏิบัติการทลายศูนย์ดังกล่าว แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร แต่เราก็ยังเดินหน้ากดดันและขอร่วมปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มเห็นผลแล้ว อาทิ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับตัวผู้ต้องหาชาวไทยกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว 3 รอบ รวม 219 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล โดยตำรวจไซเบอร์เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก

จากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับการขับเคลื่อนการปฏิบัติผ่าน ศปอส.ตร.ทุกระดับ โดยประสานการปฏิบัติร่วมกับศูนย์ประสานงาน (Warroom) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยและเส้นทางการเงินทันท่วงที (Real Time) สามารถระงับยับยั้งธุรกรรมต้องสงสัย พิสูจน์ทราบตัวตน และขยายผลไปสู่การจับกุมเครือข่ายผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่า “นักการเมืองไทย 7 ราย” มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ผ่านสื่อ ยังไม่มีการร้องทุกข์หรือพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าตำรวจพร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หากมีพยานหลักฐานหรือการร้องทุกข์ตาม ป.วิอาญา

‘พีระพันธุ์’ จัดไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ ‘อภิสิทธิ์’ ดึง ‘ป้าจุรี’ ดาวติ๊กต๊อก เสริมทัพออนไลน์ สะท้อนทิศทางใหม่ของนักการเมืองไทย ลงมาสื่อสารผ่านโลกโซเชียลมีเดียเอง

(22 ต.ค. 68) ในยุคที่การสื่อสารก้าวข้ามจากยุคสื่อเก่าสู่ยุคสื่อใหม่ ทุกวงการต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรับมือกับยุคใหม่แห่งการสื่อสาร รวมถึงวงการการเมืองด้วย ที่เหล่านักการเมืองที่อยู่มานานแค่ไหนก็ต้องปรับตัว 

ล่าสุด ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ที่อยู่ในวงการการเมืองมาเกือบ 20 ปี ได้มาร่วมไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับผ่านติ๊กต๊อก เพื่อเพิ่มการสื่อสารในโลกยุคสื่อใหม่ ผ่านการพูดคุยแบบชัดเจนตรงไปตรงมาอันเป็นเอกลักษณ์ของหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

หรือประชาธิปัตย์ที่หลังการปรับทัพใหม่โดยแม่ทัพหน้าเก่าคนดีคนเดิมอย่าง ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ก็ได้มีการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคด้านการสื่อสารอย่าง ‘จุรี นุ่นแก้ว’ หรือป้าจุรี ดาวติ๊กต๊อกคนดังแดนด้ามขวาน สะท้อนภาพรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคสื่อใหม่ได้อย่างชัดเจน

ต่อไปเราจะเห็นภาพนักการเมือง วงการการเมือง ปรับตัวอย่างไรบ้าง ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูต่อไปในอนาคต

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกทหารใหม่ เพื่อรับทราบความพร้อมในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะความพร้อมในการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68

เมื่อ 20 ต.ค.68 พล.ร.ท.ไพฑูรย์ ชีชะนะ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยมี น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (บก.ศฝท.ยศ.ทร.) ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การตรวจเยี่ยมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อรับทราบความพร้อมในการปฏิบัติงาน และติดตามการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68  โดยได้ตรวจความพร้อมของสถานที่ ประกอบด้วย โรงอาหาร อาคารกราบพักทหาร หมวดแพทย์และเวชกรรมป้องกัน 


   
จากนั้น จก.ยศ.ทร. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชารับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องประชุม ชั้น 2 บก.ศฝท.ยศ.ทร. เพื่อรับทราบความพร้อม ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะต่าง ๆ

ในโอกาสนี้ จก.ยศ.ทร. ได้มอบนโยบายสำหรับเป็นแนวทางการอบรมหลักสูตรทหารใหม่ฯ ผลัดที่ 3/68 ระหว่าง 1 พ.ย.68  - 1 ม.ค.69  สรุปได้ว่า "…ครูฝึกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ปกครองบังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม และมีเมตตาธรรม อบรมทหารใหม่ให้มีความรักสถาบัน เป็นคนดีมีคุณภาพต่อกองทัพเรือ และประเทศชาติต่อไป"

IMF เผย GDP เวียดนามพุ่งแรงแตะ 484 พันล้าน ส่วนไทยยังครองอันดับสูงกว่าอยู่ที่ 558 พันล้าน แต่ช่องว่างเริ่มแคบลงต่อเนื่องตลอด 5 ปีหลัง World Bank ชี้ไทยต้องเร่งเครื่องก่อนถูกแซง

(22 ต.ค. 68) ในยุคที่ภูมิภาคอาเซียนกำลังแข่งขันด้านเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น คำถาม “เวียดนามโตกว่าไทยจริงไหม?” กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังตัวเลขล่าสุดจาก IMF และ World Bank สะท้อนชัดว่า เศรษฐกิจเวียดนามกำลังเร่งเครื่องแซงไทยในแง่ อัตราการเติบโต แม้ไทยยังมีขนาดเศรษฐกิจและรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าในภาพรวม

ข้อมูลปี 2024–2025 ชี้ว่า เวียดนามมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจจริง (Real GDP Growth) ราว 7% ในปี 2024 และคาดว่าปี 2025 จะอยู่ในช่วง 5.8–6.6% ขณะที่ไทยเติบโตเพียง 1.8–2.0% ต่อปี ส่งผลให้หลายฝ่ายมองว่า “เวียดนามโตเร็วกว่า” ไทยอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสลดช่องว่างทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาที่ “ขนาดเศรษฐกิจและความมั่งคั่งเฉลี่ย” ไทยยังคงนำอยู่ โดยคาดว่า GDP รวมของไทยในปี 2025 อยู่ที่ราว 558.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าเวียดนามที่ 484.7 พันล้านดอลลาร์ และรายได้เฉลี่ยต่อหัวของไทยอยู่ที่ 7,345 ดอลลาร์ เทียบกับเวียดนามที่ 4,717 ดอลลาร์ สะท้อนว่าไทยยัง “ใหญ่กว่าและรวยกว่าต่อหัว” แม้เวียดนามจะขยับเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเวียดนามให้โตเร็วกว่าคือการเป็นฐานการผลิตใหม่ของโลกภายใต้แนวโน้ม “China+1” ดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ไทยเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งปัญหาประชากรสูงวัย การลงทุนต่ำ และความไม่แน่นอนทางนโยบายที่ฉุดศักยภาพการเติบโตระยะยาว

ด้านความเหลื่อมล้ำ ไทยยังมีคะแนนดัชนีจีนี (Gini) ดีกว่าเวียดนามเล็กน้อย คือ 33.5 เทียบกับ 36.1 ซึ่งสะท้อนว่าไทยมีการกระจายรายได้เท่าเทียมกว่าในภาพรวม แต่ทั้งสองประเทศยังคงมีความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบทอย่างเห็นได้ชัด โดยภาพรวมแล้ว เวียดนาม “โตกว่า” ไทยในความหมายของความเร็วการเติบโต ขณะที่ไทยยัง “ใหญ่กว่าและรวยกว่าต่อหัว”

 

 

สรุปผลงานเด่น โค้ชทีมชาติไทย (ชุดใหญ่)

สรุปผลงานเด่น โค้ชทีมชาติไทย (ชุดใหญ่)
ข้อมูลอัปเดต: 22 October 2025

เอกสารนี้สรุปเฉพาะ "โค้ชทีมชาติไทย (ชุดใหญ่)" ที่มีผลงานโดดเด่นชัดเจน เช่น คว้าแชมป์/รองแชมป์รายการสำคัญ หรือสร้างหมุดหมายสำคัญระดับทวีป โดยจัดเรียงตามลำดับเวลา (ใกล้ปัจจุบันก่อน) และมีสรุปแบบตารางท้ายหน้า

มาซาทาดะ อิชิอิ (Masatada Ishii) — ช่วงคุมทีม: พ.ย. 2023 – ต.ค. 2025
• แชมป์คิงส์คัพ 2024 (ชนะซีเรีย 2–1 ที่สงขลา)
• รองแชมป์อาเซียน 2024 (AFF Mitsubishi Electric Cup 2024; แพ้เวียดนามรวม 5–3 ในรอบชิงฯ เมื่อ 5 ม.ค. 2025)
อเล็กซานเดร “มาโน่” โพลกิ้ง (Alexandré Pölking) — ช่วงคุมทีม: ต.ค. 2021 – พ.ย. 2023
• แชมป์อาเซียน 2 สมัยติด — AFF 2020 (แข่ง ธ.ค. 2021–ม.ค. 2022) และ AFF 2022 (แข่งปลายปี 2022–ต้นปี 2023)
ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย (รักษาการ) (Sirisak Yodyardthai (caretaker)) — ช่วงคุมทีม: ม.ค. 2019 – มิ.ย. 2019
• เข้ารอบ 16 ทีม เอเชียนคัพ 2019 (ครั้งแรกนับแต่ปี 1972) — ชนะบาห์เรน 1–0, เสมอยูเออี 1–1
มิโลวาน ราเยวัช (Milovan Rajevac) — ช่วงคุมทีม: พ.ค. 2017 – ม.ค. 2019
• แชมป์คิงส์คัพ 2017 (ชนะเบลารุสด้วยจุดโทษ, จัดที่ราชมังคลาฯ)
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (Kiatisuk Senamuang) — ช่วงคุมทีม: มิ.ย. 2014 – มี.ค. 2017
• แชมป์ AFF Suzuki Cup 2014 และ 2016
• พาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายคัดบอลโลกโซนเอเชีย (รอบ 12 ทีม) ในคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018
ปีเตอร์ รีด (Peter Reid) — ช่วงคุมทีม: ก.ค. 2008 – เม.ย. 2009
• รองแชมป์ AFF Suzuki Cup 2008 (แพ้เวียดนามรวม 2 นัด 2–3)
ปีเตอร์ วิธ (Peter Withe) — ช่วงคุมทีม: 1998 – 2003
• แชมป์อาเซียน (Tiger Cup/AFF) 2 สมัย — ปี 2000 และ 2002
 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คว้า 2 รางวัล อันทรงเกียรติจากงานประกาศรางวัล World Tourism Awards 2025 ประเทศเบลเยียม ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านดิจิทัล-การตลาดเชิงกลยุทธ์

(21 ต.ค. 68) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างชื่อบนเวทีโลกอีกครั้ง คว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากงาน World Tourism Awards 2025 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ได้แก่ รางวัล “Best Use of AI in Travel” จากโครงการ TAT-AI และรางวัล “Most Innovative Tourism Campaign” จากแคมเปญ เที่ยวไทยคนละครึ่ง สะท้อนความสำเร็จด้านนวัตกรรมดิจิทัลและการตลาดเชิงกลยุทธ์ของไทยบนเวทีโลก

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. กล่าวว่า รางวัลนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยโครงการ TAT-AI ถือเป็นการปฏิวัติระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวของไทย ผ่านความร่วมมือกับ Google ในการพัฒนา AI เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลกับนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ ตอบโจทย์การเดินทางแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) และช่วยให้ ททท. วางแผนการตลาดเชิงข้อมูลได้อย่างแม่นยำ

ส่วนแคมเปญ เที่ยวไทยคนละครึ่ง ใช้โมเดล Co-Pay 50% เพื่อกระตุ้นการเดินทางในประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs กว่า 10,000 ราย ผ่านแพลตฟอร์ม Amazing Thailand Platform ที่พัฒนาโดย ททท. สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและทำตลาดเชิงรุกได้อย่างตรงจุด จนสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 35,000 ล้านบาท

ทั้งสองโครงการสะท้อนวิสัยทัศน์ “Smart Tourism” ของ ททท. ที่มุ่งผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอัจฉริยะของเอเชียในอนาคต
 

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2568” เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็น “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


 


โดยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นพยุง ณ พื้นที่ด้านข้างอาคารช้างธรรมชาติ และศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ “โคก หนอง นา” ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด โดยมีผู้บังคับบัญชาและกำลังพลร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอนุรักษ์ระบบนิเวศ



ต่อมา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องภายในพื้นที่กองบัญชาการฯ โดยผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นายทหารผู้ใหญ่และกำลังพลร่วมกันบำรุงรักษาต้นไม้ ใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน ตัดแต่งกิ่งไม้ และตัดหญ้า เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่นและสวยงามในส่วนของฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้และดูแลพื้นที่สีเขียว ณ ศูนย์การเรียนรู้ “โคก หนอง นา” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่กำลังพลและชุมชนโดยรอบ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top