Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

‘อรรถวิชช์’ ขอบคุณสมาชิก รทสช. รับตำแหน่ง!! ‘รองหัวหน้าพรรค’ ลั่น!! เดินหน้า ‘เสรีโซลาร์–ปฏิรูปเครดิตบูโร’ เชื่อมั่น!! ‘พีระพันธุ์’ นำพรรคสู้วิกฤตประเทศ

เมื่อวานนี้ (2 พ.ย. 68) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ขอบคุณสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีใจความว่า ...

ผมขอขอบคุณสมาชิกพรรค #รวมไทยสร้างชาติ ที่มอบหมายให้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค ในภารกิจงานนโยบายพรรค ผมจะทำให้ดีที่สุด 

นโยบายพลังงาน "เสรีโซลาร์" จะชนกี่ตอ เราจะทำให้สำเร็จ! นโยบายเศรษฐกิจฐานราก "ปฏิรูปเครดิตบูโร" ยุติการแช่แข็งลูกหนี้ให้คนมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อแก้หนี้ครัวเรือน เราจะลุยต่อจนสำเร็จ!!

ผมเชื่อ "ความเด็ดขาดและการทำงานที่จริงจัง" ของคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่สู้กับวิกฤตของประเทศ ถ้าพรรคมีคนแบบเดียวกัน มาสู้ด้วยกัน การเมืองจะเปลี่ยนไป…. เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ!!
 

บุรีรัมย์-พุทธศาสนิกชนทั่วทุกสารทิศ ร่วมกันทอดกฐินสามัคคี วัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 2 พ.ย. 68 ที่วัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ นาย ณพล บริบูรณ์ นักวิชาการคณะทำงานทางเมือง ดร.ฉลาด ขำช่วง ประธานสภาคนที่สอง นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ภาคตะวันออก นาย โกสินธ์ จินาอ่อน รองประธานที่ปรึกษา สว.สมหมาย ศรีจันทร์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการ บรรณาธิการข่าว ท็อปนิวส์ ทั่วไทย( ภาคเหนือ)น.ส.นภชนก เหมือนนามอญ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานทอดกฐินพร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ได้เดินทางมาร่วมกันทอดกฐินสามัคคี โดยมีพระครูปลัดวิชาญ ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัด) เจ้าอาวาสพุทธบูชาป่าโคกประสาท เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต พร้อมพระภิกษุสงฆ์ ประกอบพิธีรับถวายผ้าพระกฐิน

ประวัติวัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท เดิมชื่อว่าวัดโคกปราสาทตามพื้นที่เป็นที่เนิน เป็นโคกและก็มีปราสาทหินเก่าแก่อยู่ในป่านี้จึงเรียกว่าป่าโคกปราสาท ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นหัวเมืองหนึ่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะเสด็จไปเมืองพิมายจะต้องผ่านสถานที่หัวเมืองแต่ละที่และตรงป่าโคกปราสาทก็เป็นที่ที่ 1 ที่เป็นที่ประทับเดินทางของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อเสด็จมาถึงก็มาพักอยู่ ณ.ปราสาทแห่งนี้เพื่อให้ชาวบ้านพสพนิกร บริเวณเมืองโคกปราสาทแห่งนี้ได้นำเครื่องสักการะเครื่องบรรณาการมาถวายแด่พระเจ้าชัยวรมันและปราสาทแห่งนี้สมัยดั้งเดิมเรียกว่าบ้านไฟบ้างหรือ อโรคยาศาลบ้างคือเป็นที่เมื่อพระราชาเสด็จมาถึงก็มีการบวงสรวงสถานที่ตามประเพณี

เมื่อเจ้าเมืองไปที่หัวเมืองต่าง ๆ ก็ต้องมีประเพณีสักการะสถานที่แห่งนั้นในปราสาทจะมีศิวลึงค์ซึ่งเป็นที่บูชาของพราหมณ์ฮินดูในสมัยนั้นเมื่อพระราชาได้นำน้ำนมนำถั่วงาสิ่งต่าง ๆ ได้ทำพิธีสวดถวายองค์ศิวลึงค์เพื่อบูชาเทพแล้วก็จะเทราดน้ำนมลงไปในองค์สีวลึงพร้อมถั่ว งา น้ำอบ น้ำหอม อื่นๆลง ข้าง ๆ องค์ศิวะลึงก็จะมีรางน้ำเส้นทางน้ำไหลเมื่อบวงสรวงเสร็จก็จะเทไปในศิวะลึงค์บูชาเทพน้ำนมพืชพันธุ์ต่าง ๆ ก็จะไหลไปด้านอีกทิศ1 ชาวบ้านหรือข้าราชขุนนางต่าง ๆ ก็จะมาตักเอาน้ำนมนั้นมาดื่มมาลูบศรีษะเพื่อความเป็นสิริมงคลเชื่อว่าเป็นการกำจัดทุกข์กำจัดโศกโรคภัยต่าง ๆ ได้ ซึ่งมีพระราชาได้มาทำพิธีพร้อมกับฤาษีพราหมณ์ต่าง ๆ ที่ติดตามพระราชามาด้วย ถือเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมือง

วัดพุทธบูชา ก่อตั้งมาประมาณปี 2537ซึ่งมีเจ้าอาวาสองค์เดิมได้มาปฏิบัติธรรมอยู่แต่ก็ยังไม่ได้พัฒนาเท่าไหร่จนกระทั่งปี 2548 พระอาจารย์วิชาญ ธรรมโชโตหรือปัจจุบันพระครูปลัดวิชาญ ธรรมโชโต เดินธุดงค์หาที่ปฏิบัติธรรมแล้วก็มาพบสถานที่ป่าแห่งนี้ก็รู้สึกชอบความสงบและความเป็นปราสาทซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมห่างจากหมู่บ้านพอสมควรทั้งทางเข้าก็ลำบากเป็นถนนลูกรังแต่ก็ด้วยความสงบดูสัปปายะจึงตัดสินใจที่จะได้ปักกลดอยู่สัก 1 พรรษา ในตอนนั้นคิดอย่างนั้น ต่อมาก็เกิดความผูกพันรู้สึกผูกพันในปราสาทผูกพันในสถานที่จึงได้ตั้งหลักปักฐานตั้งจิตอธิษฐานว่าจะอยู่พัฒนาวัดตรงนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจนถึงปัจจุบัน

พระครูปลัดวิชาญ ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัดวัดพุทธบูชาป่าโคกปราสาท (กล่าวว่า)วัดพุทธบูชาป่าโคกปราสาท ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์กำลังก่อสร้างอุโบสถซึ่งสร้างแล้วเสร็จประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ยังรอเพียงการ ตีฝ่าเพดาน ประดับลวดลาย เดินสายไฟภายในอุโบสถ ปรับระดับทางเดินรอบอุโบสถ จึงขอเจริญพรบอกบุญมายังท่านเพื่อร่วมทอดกฐินสามัคคี ครั้งนี้เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยร่วมก่อสร้างอุโบสถให้แล้วตามวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาฝากชื่อไว้ในพระพุทธศาสนาให้ดำรงถาวรสืบต่อไปชั่วกาลนาน ตามกำลังทรัพย์ศรัทธา

ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและกุศลบุญครั้งนี้ จงอำนวยอวยชัยให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาจงประสพด้วย จตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ เทอญ ฯ

โครงสร้างรายได้ภาครัฐ 'กรมสรรพากร' เกินเป้า!! 'กรมสรรพสามิต – กรมศุลกากร' ต่ำกว่าเป้า!!

(2 พ.ย. 68) ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567–มี.ค. 2568) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 1,195,662 ล้านบาท ใกล้เคียงประมาณการและสูงกว่าปีก่อน 2.3% แต่ภาพรวม “พอไหว” นี้ซ่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง: รายได้บางฐานโตจากแรงท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่ภาษีบางฐานถูกกดด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคและนโยบายใหม่ ๆ โดยเฉพาะ EV และยาสูบที่หดตัวกว่าคาด

3 กรม 3 โทน: สรรพากรเกินเป้า—สรรพสามิต/ศุลกากรต่ำเป้า
กรมสรรพากร จัดเก็บรวม 966,200 ล้านบาท เกินประมาณการ +1.1% และสูงกว่าปีก่อน 3.9% โดย VAT รวม 487,718 ล้านบาท เด่นชัดเพราะ VAT ในประเทศเกินเป้า +9.7% ขณะที่ VAT จากนำเข้าต่ำเป้า −5.1% จากการใช้สิทธิปลอดอากรและราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งกด ETR (effective tax rate) ลง
กรมสรรพสามิต จัดเก็บรวม 264,971 ล้านบาท ต่ำเป้า −7.4% โดยภาษีรถยนต์ต่ำเป้า −38.3% และภาษียาสูบต่ำเป้า −14.9% สะท้อนผลของนโยบายส่งเสริม EV และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป
กรมศุลกากร จัดเก็บรวม 57,365 ล้านบาท ต่ำเป้า −6.9% ทั้งที่มูลค่านำเข้าสูงกว่าปีก่อน จากค่าเงินบาทแข็งกว่าที่คาดและการใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม ทำให้ ETR ลดลง

หมายเหตุ: ครึ่งปีนี้มีการคืนภาษีสรรพากร 210,945 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 5.9% โดยเฉพาะ VAT ทำให้ “รายได้สุทธิ” ถูกกดลงบางส่วนแม้รายได้ขั้นต้นจะดีขึ้น

ทำไม “พอไหว” แต่ “โครงสร้างเปลี่ยน”?
VAT ในประเทศฟื้นตามเศรษฐกิจบริการ/ท่องเที่ยว: การเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศหนุนฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ในประเทศให้เกินเป้า แม้ VAT จากนำเข้าจะอ่อนจากสิทธิปลอดอากรและราคาพลังงานที่ต่ำลงซึ่งกด ETR

นโยบาย EV และพฤติกรรมผู้บริโภค กดฐานสรรพสามิตยานยนต์-ยาสูบ: มาตรการส่งเสริม EV ลดอัตราภาษีที่แท้จริงในหมวดยานยนต์ ขณะที่ยาสูบอ่อนแรงต่อเนื่อง—ทั้งจากปริมาณเสียภาษีที่ต่ำกว่าประมาณการและการปรับพฤติกรรมบริโภค

ค่าเงินและระเบียบการค้า กดรายได้ศุลกากร: บาทแข็งกว่าที่คาดผนวกการใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม ทำให้รายได้ภาษีนำเข้าต่ำกว่าเป้า ทั้งที่มูลค่านำเข้าจริงสูงขึ้น

นัยต่อธุรกิจ–งบประมาณ
ค้าปลีก–ท่องเที่ยว–บริการ: สัญญาณ VAT ในประเทศยังส่งแรงหนุน หากมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง ภาคบริการน่าจะเป็น “แหล่งภาษีหลัก” ของรอบนี้ต่อไป
ยานยนต์สันดาป–ซัพพลายเชนเดิม: การจัดเก็บภาษีรถต่ำเป้าแรงสะท้อน “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรม สื่อว่าภูมิทัศน์รายได้สรรพสามิตจะเปลี่ยนถาวรถ้า EV โตเร็ว
งบประมาณส่วนกลาง: รายได้สุทธิใกล้เคียงเป้า “ประคองดุล” ได้ระดับหนึ่ง แต่การคืนภาษีที่สูงขึ้นและฐานสรรพสามิตบางหมวดที่อ่อน อาจทำให้กันชนทางการคลังต้องพึ่งวินัยการใช้จ่าย และคุณภาพการกู้มากขึ้นในครึ่งปีหลัง

กล่องตัวเลขสำคัญ (ครึ่งปีงบฯ 2568)
รายได้สุทธิรัฐ: 1,195,662 ล้านบาท (↑2.3% YoY; ใกล้เคียงเป้า)
สรรพากร: 966,200 ล้านบาท (↑3.9% YoY; +1.1% เหนือเป้า) / VAT รวม 487,718 ล้านบาท – ในประเทศ +9.7% เหนือเป้า; นำเข้า −5.1% ต่ำเป้า
สรรพสามิต: 264,971 ล้านบาท (ต่ำเป้า −7.4%) — รถยนต์ −38.3%; ยาสูบ −14.9%
ศุลกากร: 57,365 ล้านบาท (ต่ำเป้า −6.9%) จากบาทแข็ง + ใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม
คืนภาษีสรรพากร: 210,945 ล้านบาท (สูงกว่าเป้า +5.9%)
.
สรุป (Bottom line)
รายได้รัฐ “ไม่แย่” แต่เสาหลักกำลังขยับ — VAT ในประเทศกลายเป็นคานงัดสำคัญ ขณะที่สรรพสามิตยานยนต์/ยาสูบและศุลกากรยังเป็นแรงฉุดเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายกำลังเปลี่ยน หากรัฐจะ “ปิดดุลแบบยั่งยืน” ในครึ่งปีหลัง ต้องรักษาแรงส่งบริการ–ท่องเที่ยว พร้อมออกแบบโครงสร้างภาษีที่ทันกับ EV/พฤติกรรมใหม่ และบริหารการคืนภาษี–สิทธิปลอดอากรอย่างสมดุล
 
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  รายงานสถานการณ์ด้านการคลัง ไตรมาส 2/2568 (ข้อมูลครึ่งปีงบประมาณ 2568: ต.ค. 2567–มี.ค. 2568)
 

สมุทรปราการ-ศิษยยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีแห่ผ้าแดงห่มองค์พระมหาเจดีย์ วัดบางพลีใหญ่กลางความยาวกว่า 70 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้ประกอบพิธีอันสำคัญและเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ คือการแห่ผ้าแดงซึ่งเป็นผ้าห่มองค์ พระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต 

โดยทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้การดูแลและความเมตตาของท่าน พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง มีครอบครัวรุ่งแจ้งเป็นผู้ที่นำผ้าแดงขึ้นไปห่มที่ด้านบนพระมหาเจดีย์ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล

มีประชาชนและข้าราชการจำนวนมากเดินทางมาร่วมในพิธี อาทิ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ คณะไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะครู ข้าราชการตำรวจ เป็นต้น

นอกจากนี้ ท่านพระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาให้ประชาชน และข้าราชการที่เดินทางมาร่วมในพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาเจดีย์ได้เขียนชื่อตนเองลงบนผ้าแดงเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาธรรมจักรกัปปะวัดตะนะสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

อาชีพใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า 6 คลัสเตอร์ กำลังโต!!

(2 พ.ย. 68) ทศวรรษหน้า ตลาดแรงงานไทยจะขยับจาก “ทำงานซ้ำ–บนระบบเดิม” ไปสู่ “ออกแบบ–กำกับ–ต่อยอดระบบอัจฉริยะ” งานใหม่จะเกิดในจุดตัดของ AI/ข้อมูล หุ่นยนต์–โรงงานอัตโนมัติ เมดิคอลและไลฟ์สปาน สิ่งแวดล้อม–พลังงาน ข้อมูลอวกาศ–โลจิสติกส์ และครีเอทีฟรีมิกซ์โลกจริงกับดิจิทัล บทความนี้ชี้ 6 คลัสเตอร์อาชีพ ตัวอย่างบทบาท ทักษะสำคัญ และ “Roadmap 90 วัน” ที่ลงมือได้เลย

1) AI & ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ภาพรวม: จาก “ใช้ AI เป็นเครื่องมือ” → สู่ “ออกแบบให้ AI สร้างมูลค่าเชิงธุรกิจอย่างวัดผลได้”
อาชีพตัวอย่าง
AI Interaction Designer — ออกแบบปฏิสัมพันธ์คน–ระบบให้คุยรู้เรื่อง ใช้ง่าย โปร่งใส
Synthetic Data Engineer — สร้าง/คุมคุณภาพข้อมูลสังเคราะห์เพื่อเทรนโมเดล โดยไม่เสี่ยงข้อมูลจริง
AI Auditor & Risk — ตรวจคุณภาพโมเดล ความลำเอียง ความปลอดภัย และการทำตามกฎ (compliance)
AI Product Manager — จับปัญหาจริง → โมเดล/ฟีเจอร์ → KPI
Automation Architect — ต่อ AI+RPA+ระบบเดิมให้ไหลลื่น
ทักษะหลัก
Data/LLM เบื้องลึก, UX เชิงสนทนา
กรอบจริยธรรม–กฎหมายข้อมูล, Privacy
การตั้ง KPI ที่ผูกธุรกิจและการวัดผล
จุดเริ่ม: เลือก 1 ปัญหาในทีม เช่น เวลาตอบลูกค้านาน → สร้างบอต/เวิร์กโฟลว์ AI วัดผลก่อน–หลัง

2) หุ่นยนต์–โรงงานอัจฉริยะ & EV
ภาพรวม: ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ เมื่อคลื่นโคบอท (cobot) และ EV มากขึ้น ความต้องการช่าง/วิศวกรภาคสนามพุ่ง
อาชีพตัวอย่าง
Cobot Technician — ติดตั้ง ปรับจูน ดูแลแขนกลที่ทำงานเคียงข้างคน
Field Commissioning Engineer — เซ็ตอัพไลน์อัตโนมัติ ตรวจความปลอดภัย ทดลองเดินเครื่อง
Battery & Microgrid Planner — ออกแบบสถานีชาร์จ–ระบบกักเก็บพลังงานให้โรงงาน/คอมเพล็กซ์
ทักษะหลัก
Mechatronics, PLC/เซนเซอร์, ระบบความปลอดภัย
Simulation โหลดไฟฟ้า, การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
จุดเริ่ม: เข้าคอร์สแขนกล/PLC + ฝึก onsite ในโรงงานจริง 1 โปรเจกต์

3) สุขภาพ–ไลฟ์สปาน & เมดิคอลฮับ
ภาพรวม: ไทยมีความพร้อมด้านบริการแพทย์และเวลเนส การใช้ข้อมูลไบโอ+AI จะทำให้บริการ “เฉพาะบุคคล” โตเร็ว
อาชีพตัวอย่าง
Longevity Coach — วางโปรแกรมโภชนาการ–การนอน–ฝึกกายบนข้อมูล wearables/ผลตรวจ
Clinical Workflow Designer (with AI) — สร้างเวิร์กโฟลว์สรุปเวชระเบียน จัดคิว ตอบอัตโนมัติ
Personalized Wellness Travel Specialist — ออกแบบแพ็กเกจเมดิคอล–เวลเนสไทยเชิงเฉพาะกลุ่ม
ทักษะหลัก
โภชนาการ/กายภาพพื้นฐาน, HL7/FHIR
Data Privacy, Service Design, การสื่อสารกับทีมแพทย์
จุดเริ่ม: ทำ pilot 3–5 เคส เก็บผลลัพธ์เชิงสุขภาพ/ความพึงพอใจเป็นหลักฐานผลงาน

4) สิ่งแวดล้อม–พลังงาน & BCG
ภาพรวม: แรงกดดัน ESG/คาร์บอน และต้นทุนพลังงานผลักให้ทุกธุรกิจต้องวัด–ลด–ชดเชยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ
อาชีพตัวอย่าง
Carbon Accountant / ESG Consultant — ทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รายงานตามมาตรฐานสากล
Nature-based Project Developer — พัฒนาโครงการปลูกป่า/บลูคาร์บอน สร้างเครดิตคุณภาพ
Climate Risk Analyst (สถาบันการเงิน) — โมเดลความเสี่ยงภูมิอากาศต่อพอร์ตสินเชื่อ/ซัพพลายเชน
ทักษะหลัก
GHG Protocol, LCA, มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล
GIS/สถิติ, การเงินโครงการ, การตรวจสอบภาคสนาม
จุดเริ่ม: รับทำฟุตพริ้นท์ Scope 1–3 ให้ SME 1–2 เจ้า สร้าง playbook และเทมเพลตรายงานเป็นทรัพย์สิน

5) ข้อมูลอวกาศ–ภูมิสารสนเทศ & โลจิสติกส์ใหม่
ภาพรวม: ภาพดาวเทียม+IoT จะกลายเป็น “ข้อมูลดินฟ้าอากาศของธุรกิจ” ใช้คุมฟาร์ม ก่อสร้าง เมือง และห่วงโซ่ส่งสินค้า
อาชีพตัวอย่าง
Satellite Data Productizer — แปลงภาพดาวเทียมเป็นแดชบอร์ด/สัญญาณเตือนเพื่อการตัดสินใจ
UAM/Drone Dispatcher — วางตาราง/กำกับจราจรโดรนและแท็กซี่ไฟฟ้าในเมือง
Last-Meter Robotics Engineer — หุ่นยนต์ส่งของภายในอาคาร โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย
ทักษะหลัก
Remote Sensing, Python/GDAL
UTM/กฎการบิน, SLAM/IoT, ระบบความปลอดภัย
จุดเริ่ม: ทำเดโมตรวจการเปลี่ยนแปลงไซต์ก่อสร้าง/พื้นที่เกษตร พร้อมตัวชี้วัดลดต้นทุน/เวลาหน้างาน

6) ครีเอทีฟ–สื่อ–ประสบการณ์ (Phygital)
ภาพรวม: สื่อสังเคราะห์คุณภาพสูงและประสบการณ์ผสานโลกจริง–ดิจิทัลจะเป็นมาตรฐานของอีเวนต์ การศึกษา และแบรนด์
อาชีพตัวอย่าง
Virtual World Architect — ออกแบบพื้นที่เสมือนจริงสำหรับอีเวนต์/เรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ
Phygital Experience Designer — เชื่อมเซนเซอร์–แอป–เวทีหน้างานให้ไหลลื่นเป็นหนึ่งเดียว
Synthetic Media Producer — สร้างวิดีโอ/เสียง AI แบบถูกลิขสิทธิ์และปลอดอคติ
ทักษะหลัก
3D/Realtime Engine, Service Design
กฎหมายลิขสิทธิ์ดิจิทัล, Storytelling เชิงข้อมูล
จุดเริ่ม: ทำโชว์เคสงาน 1–2 ชิ้น เน้น “ตัวเลขผลลัพธ์” (อัตรามีส่วนร่วม/เวลาพำนัก/ยอดขาย)

ทักษะสากลที่ “โอนย้ายได้” ข้ามทุกอาชีพ
Data/AI Literacy: รู้จักเลือกเครื่องมือ ตั้งคำสั่ง ทดลอง–วัดผล
Automation & API: ต่อระบบให้ทำงานอัตโนมัติได้จริง ไม่ใช่แค่เดโม
Compliance & Quality: รู้กรอบกฎหมายข้อมูล/ลิขสิทธิ์–ตั้งมาตรฐานตรวจคุณภาพ
Design Thinking & Service Design: เริ่มจากปัญหาจริงของลูกค้า/ผู้ใช้
Change Management & Storytelling: พาทีมเปลี่ยนผ่าน พร้อมเล่า “ค่าที่เพิ่มขึ้น” ให้ผู้บริหาร
ภาษา: อังกฤษเป็นฐาน จีนพื้นฐานเพิ่มโอกาสห่วงโซ่อุปทานเอเชีย

Roadmap 90 วัน: เปลี่ยนตัวเองเป็น “มืออาชีพยุคใหม่”
สัปดาห์ 1–2: เลือกสนาม + เก็บโจทย์จริง
เลือกคลัสเตอร์ที่ถนัดหรือเชื่อมธุรกิจคุณ
เก็บโจทย์ 1 ปัญหาเชิงวัดผล (เช่น ลดเวลางานซ้ำ 30%)
สัปดาห์ 3–6: สร้างเดโมที่วัดผลได้
พัฒนา POC/เดโม 1 ชิ้น ใช้ข้อมูลจริง (แต่ปลอดภัย/นิรนาม)
วัดตัวชี้วัดก่อน–หลัง (เวลา/ต้นทุน/ความแม่นยำ/ความพึงพอใจ)
สัปดาห์ 7–9: ทำเป็น “บริการ/ผลิตภัณฑ์”
แพ็กเป็นชุดบริการ 2–3 ระดับราคา พร้อม SOW/ขอบเขต
ทำเอกสารมาตรฐาน: Privacy, QA checklist, SLA เบื้องต้น
สัปดาห์ 10–12: เปิดตัวลูกค้ากลุ่มแรก
นำเสนอผลลัพธ์ให้ผู้บริหาร/ลูกค้าทดลอง เก็บรีวิว–เคสสตัดดี้
ปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ + ทำเพจ/เด็คแนะนำบริการ

ข้อคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับคนทำงานไทย
จาก “ทำเองทุกขั้น” → “ออกแบบระบบ–บูรณาการ”: ค่าแรงในอนาคตมาจากความสามารถเชื่อมคน–เครื่อง–ข้อมูลให้ทำงานร่วมกันได้
จาก “พอร์ตโฟลิโอรูปสวย” → “เคสผลลัพธ์วัดได้”: ผู้จ้างต้องการ % การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
จาก “เจ้าเดียวทำได้หมด” → “เครือข่ายมืออาชีพ”: รู้จักประกบพาร์ตเนอร์ (โรงงาน–คลินิก–ไอที–ครีเอทีฟ) เพื่อปิดงานปลายทาง
ยืนบนกฎ–มาตรฐาน: ESG, ความปลอดภัยข้อมูล, ลิขสิทธิ์ คือ “ใบผ่านทาง” สู่ลูกค้าองค์กร

สรุป
สิบปีข้างหน้าไม่ใช่การแข่งขันว่า “ใครเก่งเครื่องมือกว่า” แต่คือ “ใครแปลงเครื่องมือเป็นคุณค่าที่วัดผลได้” ใครเริ่มวันนี้ด้วยเดโมเล็กๆ จากปัญหาจริง เก็บหลักฐานผลลัพธ์ และยืนอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัย–ความโปร่งใส จะกลายเป็นมืออาชีพที่ตลาดต้องการสูงในทุกคลัสเตอร์ข้างต้น

‘พีระพันธุ์ – ชัชวาลล์’ จับมือ ขับเคลื่อน!! ‘รวมไทยสร้างชาติ’ เดินหน้า สู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำ!! ทำให้ทุกคน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ พร้อมแก้ปัญหาความมั่นคง ‘ชายแดน - พลังงาน’

(2 พ.ย. 68) พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ  ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในโอกาสนี้ นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม  และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน  ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป 

นอกจากนี้  ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

นิสิตรัฐศาสตร์จุฬาฯ ชูป้ายต้อนรับ!! อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เรียกร้อง!! ทวงความยุติธรรม เหตุสลายชุมนุมปี 53 เจ้าตัวยัน!! ไม่เคยแทรกแซงคดี ยกฟ้องแล้วทั้ง 3 ศาล ศ.ไชยันต์ แจง!! อธิบาย เหตุใดถึงเชิญมา ก่อนนิสิตแยกย้าย

(2 พ.ย. 68) ประชาไท Prachatai.com ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ นิสิตรัฐศาสตร์จุฬาฯ ถือป้ายต้อนรับนายอภิสิทธิ์ โดยในป้ายนั้นเขียนว่า "สลายการชุมนุม 53 คนสั่งฆ่าอยู่นี่"

นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือป้ายข้อความ "สลายการชุมนุม 53 คนสั่งฆ่าอยู่นี่" ต้อนรับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกเชิญมาเป็นวิทยากรพิเศษในเสวนาเชิงนโยบาย (Policy Talk) หัวข้อ "นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ" ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หลักสูตรปริญญาเอก สาขานโยบายสาธารณะ

กลุ่มนิสิตทวงถามความยุติธรรมกรณีสลายการชุมนุมเสื้อแดง 2553 ต่ออภิสิทธิ์ และความเหมาะสมในการเชิญอภิสิทธิ์มาบรรยายต่อคณะรัฐศาสตร์

โดยอภิสิทธิ์ได้นั่งพูดคุยกับนิสิตกลุ่มนี้หน้าตึกเกษม อุทยานิน เป็นเวลากว่า 20 นาที ชี้แจงว่าก่อนหน้านี้ก็มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยที่ตนไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เขายกข้อสรุปของ ปปช. มายืนยันว่าคำสั่งของตนในขณะนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมถึงกรณีที่ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI เคยส่งฟ้องตนในข้อหาสั่งฆ่าประชาชน แต่ยกฟ้องทั้งสามศาล และธาริตเองถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก เพราะมีเจตนากลั่นแกล้ง

รวมถึงศาสตราจารย์ไชยันต์ ไชยพร ที่อธิบายให้นิสิตฟังว่าเหตุใดจึงเชิญมา โดยไชยันต์ตั้งคำถามกลับว่านับตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นมา ใครบ้างเป็นนายกฯ ที่ตัดสินใจโดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้คนอื่น เขามองว่าอดีตนายกฯ คนอื่น ๆ เช่น สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือนายกฯ ที่ไม่เป็นอิสระ

เมื่อนิสิตถามว่าพวกเขาอยู่ใต้ใคร ทักษิณใช่หรือไม่ ไชยันต์ตอบว่า "ใช่ ทักษิณครับ"
 

บทบาท คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทย มีหน้าที่ทำอะไร มีอำนาจแค่ไหน ประชาชนได้ประโยชน์ หรือแค่เขียนรายงาน

(2 พ.ย. 68) กมธ.รัฐสภา ทำอะไรได้จริงแค่ไหน หน้าที่ ผลงานเด่นที่คนได้ประโยชน์จริง  และจุดที่ ‘ยังไม่เห็นผล’

1) หน้าที่ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)—สรุปสั้น
•    พิจารณาร่างกฎหมายเชิงลึก รับฟังความเห็น แก้ไขถ้อยคำ ก่อนส่งกลับที่ประชุมใหญ่ลงมติ
•    ศึกษา/สอบหาข้อเท็จจริง และติดตามการบริหารราชการแผ่นดิน
•    มีอำนาจเชิญบุคคลและเรียกเอกสารตามกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณา
•    จัดทำรายงาน/ข้อเสนอแนะ เสนอให้ที่ประชุมใหญ่ และเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อเหมาะสม

2) “ผลงานเด่น” ที่ประชาชนได้ประโยชน์ชัด ๆ
2.1) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 — ยกระดับการคุ้มครองผู้ถูกควบคุมตัว กำหนดสิทธิผู้เสียหายและความรับผิดผู้บังคับบัญชา (ผ่านชั้นกมธ.ก่อนไปสู่การประกาศใช้)
2.2) พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 — บังคับ “คาร์ซีท/อุปกรณ์นิรภัยสำหรับเด็ก” มีผลใช้ 5 กันยายน 2565 ช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
2.3) ระบบตัดแต้มใบขับขี่ (12 แต้ม) — เริ่มใช้ทั่วประเทศ 9 มกราคม 2566 กลไกปรับพฤติกรรมและยกระดับวินัยจราจร
2.4) ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 — รวมกฎหมายกระจัดกระจายเป็นฉบับเดียว เน้นมาตรการบำบัด ลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการยุติธรรม
2.5) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พ.ศ. 2562 — สิทธิของประชาชนในการเข้าถึง/คัดค้าน/ลบข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับแรกของไทย
2.6) พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 — ตั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (NIEMS) และกำหนดสิทธิการเข้าถึงบริการฉุกเฉินมาตรฐานทั่วประเทศ
2.7) พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 — กฎหมายคุ้มครองสัตว์ฉบับแรกของไทย กำหนดมาตรฐานสวัสดิภาพและบทลงโทษ
2.8) กมธ.งบประมาณ ปี 2563 — ตัด-ปรับลดงบประมาณรวมประมาณ 16,200 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการตรวจสอบการใช้เงินภาษีในชั้นกมธ.

3) เคสที่ถูกวิจารณ์ว่า “ยังไม่เห็นผลกับประชาชน” มากพอ
•    ทริปดูงานต่างประเทศของ ส.ส./ส.ว./กมธ. — ถูกตั้งคำถามความคุ้มค่า (เช่น ยุคล่าสุดมีการวิจารณ์วงกว้าง และในอดีตสภาเคยตัดงบเดินทาง-สัมมนาหลายร้อยล้านบาท)
•    บุหรี่ไฟฟ้า — มีการตั้งกมธ.ศึกษาและทำรายงานเสนอหลายทางเลือก แต่ข้อยุติระดับกฎหมายยังล่าช้า ทำให้ผลลัพธ์ต่อประชาชนยังไม่ชัด
•    กมธ.งบประมาณ — แม้มีการตัด-ปรับ แต่เมื่อเทียบกับงบทั้งก้อนบางปีคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก จึงถูกตั้งคำถามเรื่องผลกระทบเชิงโครงสร้าง
•    องค์ประชุมสภาล่ม/สะดุด — ตารางประชุมกมธ.กับห้องประชุมใหญ่ชนกันในบางจังหวะ ทำให้การออกกฎหมายล่าช้า สูญเสียเวลาและโอกาสของประชาชน

4) บทสรุปสำหรับประชาชน
•    เมื่อกมธ.ทำงานได้ผล เราได้กฎหมาย/มาตรการที่ดีขึ้น เช่น คาร์ซีทเด็ก ระบบตัดแต้มใบขับขี่ สิทธิข้อมูลส่วนบุคคล และระบบแพทย์ฉุกเฉิน
•    เมื่อกมธ.ทำงานไม่เกิดผล เราจะเห็นค่าเสียโอกาส เช่น งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า รายงานที่ไม่ถูกนำไปสู่การตัดสินใจ หรือกระบวนการที่ล่าช้า
.
เช็กลิสต์ “กมธ.เพื่อประชาชน”
กำหนดเป้าหมาย/ตัวชี้วัด (KPI) ที่วัดผลได้ เช่น จำนวนข้อเสนอเชิงนโยบายที่หน่วยงานนำไปใช้จริง
เปิดข้อมูล—ถ่ายทอดสด และเผยแพร่รายงานให้ตรวจสอบได้
ไทม์บ็อกซ์งานศึกษา ไม่ปล่อยยืดเยื้อ
บริหารตารางประชุม ไม่ให้ชนกับการพิจารณากฎหมายในห้องใหญ่
ใช้อำนาจเรียกเอกสาร/บุคคลอย่างมีวินัยและจำเป็นจริง ตามกรอบกฎหมายที่กำหนด

‘รัศมีแข’ กลายเป็น!! พลังซอฟต์พาวเวอร์ ทีมไทย สื่อเอเชีย ยกให้!! สีสันแห่ง Physical: Asia บน Netflix ส่งพลังบุคลิกไทย สู่สายตาเอเชีย ในรายการสุดโหด เน้น!! ‘สนุก’ มากกว่า ‘โชว์กล้าม’

(2 พ.ย. 68) ทำไม?? ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ กลายเป็นสีสันทีมไทยที่ทั่วเอเชียพูดถึงในเรียลิตี้โหดสุดอย่าง Physical: Asia บน Netflix และนี่ไม่ใช่แค่ความแข็งแรง แต่คือ “พลังบุคลิก” ที่พาไทยดังไปพร้อมกัน

Physical: Asia คือสนามแบบไหน
สปินออฟจาก Physical: 100 ที่เปลี่ยนกติกาเป็น “ศึกทีมชาติ” 8 ประเทศ แข่งกันภารกิจหนักระดับเอาตาย เพื่อศักดิ์ศรีทีมและเงินรางวัล 1 พันล้านวอน รายการเปิดฉาย 28 ต.ค. 2025 และดึงซูเปอร์สตาร์สายกีฬา–ความฟิตจากทั้งภูมิภาคมาเจอกัน เช่น Manny Pacquiao, Robert Whittaker, Superbon ฯลฯ (กัปตันทีมไทย) นับว่าเป็นการเล่าเรื่องความแกร่งที่ผสมวัฒนธรรมและทีมเวิร์กชัดกว่าเดิม

จุดที่ทำให้ “รัศมีแข” โดดเด่นระดับภูมิภาค
เปิดตัวแบบจำ–ไม่–ลืม: สายเอนเตอร์เทนมาเต็ม แต่ลงสนามแล้ว “ทำได้จริง” ภาพจำคือเดินเข้าสตูฯ ด้วยความมั่นใจ ก่อนโชว์สกิลภารกิจสุดโหด จนสื่อและแฟนรายการพูดถึงวงกว้าง
โมเมนต์ไวรัล: ศึก “เรืออัปปาง–ขนลัง” ที่ทีมไทยต้องยก/วิ่ง/สื่อสารแข่งกับทีมเกาหลี ฟุตเทจ “ตะโกนปลุกใจ–คุมจังหวะทีม” ทำให้ชื่อรัศมีแขพุ่งติดเทรนด์ในช่องทางทางการของ Netflix
คำพูดคม–คัลเจอร์แคปซูล: มุกหยอกเชิงวัฒนธรรม (อาหาร–ป็อปคัลเจอร์) ถูกยกไปแชร์–ตีความต่อทั้งไทยและต่างประเทศ ขยาย “อารมณ์ขันแบบไทย” สู่ผู้ชมวงกว้าง
เสียงเชียร์นอกประเทศ: สื่อต่างชาติยกบุคลิก “ซนแต่จริงใจ” ของเขาว่าเป็นหัวใจความสนุกของทีมไทย—ระดับ reality TV gold ในแง่สีสันและพลังบวกต่อทีม

ทำไม “คาแรกเตอร์แบบไทย” ถึงเข้าทางรายการฟิตเนสโหด
บาลานซ์ “โหด–ฮา”: รายการให้ภาพ “แรงกาย” ส่วนรัศมีแขเติม “แรงใจ–แรงเชียร์” ผู้ชมเลยได้ “ความเป็นมนุษย์” ของทีม—ยิ้มได้แม้งานหนัก ความเครียดของโชว์จึงดูสนุก–น่ารักขึ้นมาก
รหัสวัฒนธรรมที่เข้าใจง่าย: การเปรียบเทียบอาหาร–ป๊อปคัลเจอร์ ทำหน้าที่เป็น “ซับวัฒนธรรม” ช่วยต่างชาติอ่านไทยได้ทันที—ไม่ต้องรู้ภูเก็ตหรือวอลเลย์บอล ก็หัวเราะและเชียร์ไทยร่วมกันได้
ทีมเวิร์กที่มีผู้นำทางอารมณ์: ในเกมที่แพ้–ชนะด้วยความพร้อมทั้งกายและใจ “ผู้นำอารมณ์” สำคัญไม่แพ้กัปตันสายเทคนิค คลิปของ Netflix โชว์ชัดว่าการสื่อสาร–ปลุกใจ ช่วยให้ทีมรักษาจังหวะการยก/วิ่งได้จริง

หลักฐานจากกระแสและสื่อ
บทความ/พอร์ตข่าวต่างชาติแนะนำแคสต์และยืนยันรูปแบบทีมชาติ–เงินรางวัล–วันฉาย (เช่น Marie Claire, Netflix Tudum ฯลฯ)
สื่อไทยรายงานต่อเนื่อง—ตั้งแต่เปิดตัวทีมไทย (มี Superbon เป็นกัปตัน) จนถึงกระแสการชม “รัศมีแขคือสีสันทีม” หลังออกอากาศไม่กี่ตอน
โพสต์/คลิปทางการของ Netflix ประเทศไทย–เกาหลี ช่วยขยายโมเมนต์ “ทีมไทยฮึด!” สู่วงกว้าง สร้างฐานแชร์ข้ามประเทศ

บทเรียนซอฟต์พาวเวอร์สำหรับไทย (ทำได้เลยช่วงกระแสกำลังเดือด)
เซต “มุกไทยเข้าใจง่าย” เป็นสคริปต์สื่อสารสำหรับนักกีฬา–ครีเอเตอร์ไทยเวลาไปเวทีนานาชาติ: อาหาร, เพลง, คนดัง, สถานที่—สั้น จำง่าย แชร์ต่อได้
แคมเปญคู่กีฬา–ท่องเที่ยว: คลิปสั้น “ฝึกภารกิจแบบทีมไทยใน 30 วินาที” ปิดด้วยโลเคชันไทย (ชายหาด–มวยไทย–สตรีตฟู้ด) ให้หน่วยงานท่องเที่ยว/สโมสร/ยิมหยิบไปทำคอนเทนต์ร่วม
แบรนด์แอสโซซิเอตกับ “พลังบวก”: ใช้รัศมีแขเป็นคีย์เวิร์ดของคอนเทนต์—เน้นคำสำคัญ “ทีมเวิร์ก–กำลังใจ–สนุก” มากกว่า “โชว์กล้าม” เพื่อสื่อสารกับผู้ชมวงกว้าง

สรุป
Physical: Asia เปิด “ลานประลองเอเชีย” ที่ไม่ได้วัดแค่แรง แต่คือ “เรื่องเล่าแห่งทีม” และในหมากนี้ รัศมีแข คือการ์ดซอฟต์พาวเวอร์ที่พา “อารมณ์ขัน–ความจริงใจ–สปิริตทีมไทย” ไปให้ผู้ชมทั่วภูมิภาคเห็นแบบชัดเจน—ยิ้มได้ เชียร์เพลิน และจำไทยได้แม่นยำกว่าที่เคย
ปิดท้ายสำหรับผู้อ่าน TST: ถ้าอยาก “อินให้สุด” แนะนำเปิดดูคลิป “ทีมไทยฮึด!” ก่อน แล้วค่อยไปดูเต็มใน Netflix—จะเห็นชัดว่าทำไมคาแรกเตอร์แบบไทยถึงชนะใจคนดูได้ในรายการสุดโหด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top