Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

สส. มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ภาครัฐ อย่าง สปสช ที่ชักดาบโรงพยาบาล ประชาชนเดือดร้อน แต่ ‘รักชนก’ ไม่ทำหน้าที่ มาตรวจสอบ ประชาชน อย่าง ‘กัน จอมพลัง’ ใช่หน้าที่ สส. ตรวจสอบ ประชาชนหรือ

(2 พ.ย. 68) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Arnond Sakworawich’ โดยมีใจความว่า ...

สส. มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ภาครัฐ อย่าง สปสช ที่ชักดาบโรงพยาบาล ประชาชนเดือดร้อน แต่รักชนก ไม่ทำหน้าที่ มาตรวจสอบ ประชาชน อย่างกัน จอมพลัง ใช่หน้าที่ สส. ตรวจสอบประชาชนหรือ

เชียงใหม่-สโมสรนักศึกษาพยาบาล มช.ดูงานสภาการพยาบาลและ ม.บูรพา

วันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.อนนท์ วิสุทธิ์ธนานนท์ ผู้ช่วยคณบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากรหน่วยพัฒนาคุณภาพนักศึกษาและสโมสรนักศึกษาของคณะฯ เข้าศึกษาดูงานสภาการพยาบาล โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล และ ดร.สุดคนึง ฤทธื์ฤาชัย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อเนื่องสาขาพยาบาลศาสตร์ สภาการพยาบาล กล่าวต้อนรับและเป็นวิทยากรบรรยายสรุป เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสภาการพยาบาล ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพการพยาบาล 

นอกจากนี้ได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการบริหารสโมสรนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.พรชัย จูลเมตต์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประธานกล่าวต้อนรับ เป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของผู้นำนักศึกษา อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเรียนรู้การจัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษาระหว่างสถาบัน ทำให้สโมสรนักศึกษาของคณะฯ มีแนวทางในการจัดกิจกรรมนักศึกษานำไปสู่คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ ตลอดจนมีผลลัพธ์สอดคล้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะฯ ต่อไป

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรนักศึกษา โดยมุ่งหวังให้ผู้นำนักศึกษาเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมที่พัฒนาทั้งทักษะทางวิชาการและทักษะชีวิตแก่เพื่อนนักศึกษาในทุกมิติ คณะฯ จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เพียงด้วยนโยบายเท่านั้น แต่ต้องอาศัยศักยภาพของนักศึกษาที่ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

วันแรกของการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย มาเป็น “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ “หล่อหลอมกาย ใจ รับใช้ชาติ”

วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.68 น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ต้อนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 ณ สถานีรับรายงานตัวของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยทหารใหม่ในส่วนของกองทัพเรือ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย แบ่งเป็นทหารใหม่ที่สมัครโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ และวิธีการคัดเลือก เดินทางมาจากภาคกลาง  ภาคตะวันออก  ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านขั้นตอนการรับรายงานตัว ประกอบด้วย
     - สถานีคัดกรองโรค
     - สถานีตรวจสิ่งเสพติดและสิ่งของต้องห้าม
     - สถานีลงทะเบียนคัดแยกสังกัดกองร้อย และธุรกรรมการเงิน
     - สถานีรับยุทธอาภรณ์    

เข้าสู่ครอบครัวของกองทัพเรือในฐานะ “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ซึ่งการดำเนินงานในแต่ละสถานีเป็นไปอย่างมีมาตรฐานที่รวดเร็ว เรียบร้อย และปลอดภัย  และจะเข้าสู่การฝึกอบรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้เป็นทหารเรือที่มีความเข้มแข็ง องอาจ มีระเบียบวินัย มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือต่อไป

จากวิกฤติ!! สู่การพลิกเกมคว่ำบาตร ‘อิหร่าน - รัสเซีย’ เอาตัวรอด ด้วยการพึ่งพาตนเอง เติบโต!! ด้วยความแข็งแกร่ง ท่ามกลางแรงกดดัน!! จากโลกตะวันตก

(2 พ.ย. 68) อาจารย์ ดร. รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสังกัดภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘อิหร่าน - รัสเซีย’ โดยมีใจความว่า ...

หนึ่งในเป้าหมายการเดินทางมามอสโก คือมาดูให้เห็นกับตาว่ารัสเซียจะเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงของสหรัฐฯและพันธมิตร 

คำตอบที่ได้ก็คือ ไม่ใช่เพียงเอาตัวรอดได้ แต่กลับเติบโตอย่างน่าทึ่ง เห็นการก่อสร้างทั่วมอสโก เห็นตึกระฟ้าไปทั่ว เห็นปั๊มน้ำมันที่ขายน้ำมันถูกกว่าหลายประเทศ ไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันตามที่เป็นข่าว เห็นผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันครึกครื้นในซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นอัตราการว่างงานที่ 2.2% น้อยกว่าเยอรมนี สามเท่าตัว น้อยกว่าอังกฤษ สองเท่าตัว เห็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แม้จะลดลงมาก แต่ก็ยังมีตัวเลขสูงกว่าประเทศแกนนำยุโรปอย่างเยอรมนี แน่นอนว่าอัตราเงินเฟ้อในรัสเซียสูงเป็นประวัติการณ์แต่พวกเขาก็ยังเอาตัวรอดได้

เราเห็นอะไรเบื้องหลังปรากฏการณ์เหล่านี้..

มาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯและพันธมิตรใช้กับรัสเซียนั้นมีจุดมุ่งหมายให้รัสเซียเผชิญวิกฤติทางเศรษฐกิจจนไม่มีงบประมาณไปใช้ในการต่อสู้ในยูเครน หรือทำให้ต้นทุนในการต่อสู้ต่อไปนั้นสูงเกินรัสเซียจะจ่ายไหว ผู้คนจะไม่ทนและออกมาล้มรัฐบาล แต่สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ในตะวันตกคิดนั้นล้วนผิดคาด 
ในปี 2025 นี้ ผมเดินทางไปสำรวจประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักสองประเทศคือ 'อิหร่าน' และ 'รัสเซีย' พบว่าทั้งสองประเทศกลับเอาตัวรอดได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสองประเทศนี้ไม่ได้มีมนต์วิเศษใด ๆ แต่ประเทศที่สามารถเอาตัวรอดจากการคว่ำบาตรได้นั้น ผมพบว่าพวกเขามีปัจจัยร่วมกันบางประการดังนี้

หนึ่ง...พวกเขาพึ่งพาตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร พลังงาน เทคโนโลยี ยารักษาโรคและอาวุธฯ คนเราหากมีข้าวขนมปังกิน โอกาส-อดตายนั้นแสนยากเย็น 

สอง...พวกเขามีเพื่อนแท้ในยามยาก ที่พร้อมเสี่ยงไปด้วยกัน แม้จะถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลกโดยเฉพาะจากชาติตะวันตก แต่เพื่อนจากชาติตะวันออกที่เป็นชาติมหาอำนาจอย่างจีน อินเดีย พร้อมให้ความช่วยเหลือ ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังมีมิตรประเทศอีกมากมายในอาเซียน แอฟริกา อดีตชาติโซเวียต และลาตินอเมริกา 

สาม...พวกเขามีคนที่รักชาติรักแผ่นดิน แน่นอนว่าอาจมีคนที่ไม่ชอบรัฐบาล แต่เมื่อต้องเผชิญกับศัตรู คนในชาติจะเลือกสู้กับภัยคุกคามที่หมายให้พวกเขาสิ้นชาติ ดังนั้นประเทศต้องรอด นี่คือ mindset ของผู้คนในประเทศอย่างรัสเซียหรืออิหร่าน

สี่...พวกเขายืดหยุ่นและปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง ภายหลังถูกคว่ำบาตรรอบแรกในปี 2014 รัสเซียปรับตัวขนานใหญ่ด้านการเกษตร ลดการนำเข้า เน้นการผลิตภายในทำให้รัสเซียสามารถผลิตสินค้าหลักด้านการเกษตรจนเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ เมื่อรัสเซียถูกตัดออกจากระบบ SWIFT พวกเขาหันมาใช้การโอนเงินระหว่างประเทศด้วยคริปโตแทน อิหร่านหันมาพัฒนาอุตสาหกรรม ชีวะเภสัชกรรม และเครื่องมือทางการแพทย์ภายในประเทศ ทำให้ความมั่นคงด้านสุขภาพยังคงอยู่ ในอิหร่านสินค้าที่เป็นบริการสาธารณะราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คน ในรัสเซียผมได้ไปดูโรงงานตัดแผ่นเหล็กด้วยหุ่นยนต์ วิศวกรบอกว่า พวกเขาเคยนำเข้าหุ่นยนต์จากยุโรป แต่เมื่อถูกคว่ำบาตรพวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ในการผลิตหุ่นยนต์เหล่านั้นด้วยตนเองทดแทนการนำเข้า

ความบีบคั้นทางเศรษฐกิจไม่ได้นำมาซึ่งความล่มสลายทางการเมือง แต่กลายเป็นเตาหลอมที่หล่อหลอมให้เกิดนวัตกรรมและความสามัคคี เมื่อทางออกเดียวคือการสู้... ชาติที่มีความมุ่งมั่นจะไม่รอความช่วยเหลือจากใคร แต่จะสร้างเครื่องมือเอาตัวรอดขึ้นมาเอง

 

'สาธิต ปิตุเตชะ' โพสต์เตือนคนอยากลงสนามการเมือง อย่ามาเอาผลประโยชน์ ถ้าไม่พร้อมเสียสละเพื่อประชาชน

(1 พ.ย. 68) นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

ผมพูดเสมอ มีหน้าที่ตรงไหน ทำให้สุด

ตอนนี้มีหน้าที่ พนักงานต้อนรับคนเข้ามาทำหน้าที่ ผู้แทนของประชาชน ที่ ต้องเข้าใจแต่แรกว่า เข้ามาต้องเสียสละ อุทิศให้สังคม ในการทำงาน และเวลาส่วนตัว ความสามารถประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อสังคม และคนส่วนใหญ่ อย่าคิดมาเอาอะไรจากการเมือง นอกจากความนับถือ เกียรติ ในการทำหน้าที่ที่ ซื่อสัตย์ โปร่งใสเพื่อประชาชน ถ้าเข้าใจตามนี้ก็เชิญชวนครับ

ถ้ามาเพราะ แบบอื่น หรือ ถ้าเป็น สีเทา ก็อย่ามาเพราะเดี๋ยวนี้ สังคมรู้หมดว่าใครเป็นอย่างไร

ล้างบางข้อตกลง!! ‘ไทย – กัมพูชา’ ‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้!! หาก MOU 43 โมฆะ ทุกการประชุม และปฏิญญา จะกลายเป็น ‘ศูนย์’ กองทัพใช้กำลังยึดดินแดนพิพาทคืนได้ทันที ตาม มาตรา 51

(1 พ.ย. 68) ประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงร้อนระอุ เมื่อนายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสเฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “หากบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย - กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543 (MOU 43) ตกเป็นโมฆะ จะส่งผลให้ผลลัพธ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามมาต้องเป็นโมฆะตาม ‘หลักผลไม้ของต้นไม้ที่มีพิษ’ (Fruit of the Poisonous Tree) 

ทั้งนี้ หาก MOU43 ตกเป็นโมฆะ เพราะถูกกระทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้มีการเสนอเข้า ครม.เพื่ออนุมัติ มีเพียงนายกรัฐมนตรีอนุมัติ แต่ไม่มีมติคณะมนตรีอนุมัติ เพราะคณะรัฐมนตรีแค่รับทราบเท่านั้น ตามที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544 ระหว่างไทย–กัมพูชา ได้ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ ดังนั้น เมื่อ MOU43 ถือเป็น ‘ต้นไม้มีพิษ’ ที่มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลักการที่ถูกต้องตั้งแต่แรก ดังนั้น ‘ผลไม้’ ทุกชนิดที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงนี้จึงต้องเป็นโมฆะตามไปด้วย ซึ่งรวมถึง การประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC/GBC/RBC) ทั้งหมดที่จัดขึ้นภายใต้กรอบ MOU43 ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือปริยาย และปฏิญญาสันติภาพ ไทย-กัมพูชา ที่เพิ่งลงนามโดยมี ปธน. สหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นพยาน

เมื่อทั้งหมดที่ผมกล่าวมาตกเป็นโมฆะตามหลักผลไม้พิษ กองทัพจึงสามารถใช้กำลังตอบโต้กัมพูชาจากการที่กัมพูชาเปิดฉากใช้อาวุธหนักยิงเข้าใส่เป้าหมายพลเรือนไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน โรงพยาบาล จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึงการแอบวางทุ่นระเบิดสังหารส่วนบุคคล ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศคืออนุสัญญาออตตาวา โดยการใช้กำลังเพื่อตอบโต้นี้อยู่บนพื้นฐานของมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ที่อนุญาตให้สมาชิกใช้กำลังเพื่อตอบโต้การรุกรานของชาติอื่น ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังเพื่อป้องกันล่วงหน้า โดยการเข้าไปในดินแดนกัมพูชาเพื่อทำลายอาวุธหนัก และเป้าหมายทางทหารทั้งหมด เพื่อทวงคืนดินแดนของไทยที่กัมพูชายึดครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และป้องกันไม่ให้กัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อไทยอีกต่อไป 

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถเรียก ‘ค่าปฏิกรรมสงคราม’ เพื่อชดเชยความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สิน พลเรือนและทหารจากการละเมิดของกัมพูชา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในการเจรจาใด ๆ ที่ผ่านมา ผมจึงขอเสนอหลักการข้างต้น เพื่อเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลทบทวนความชอบธรรมของข้อตกลงเดิม และใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ 

ด้วยความปรารถนาดี

อั้ม อิราวัต เล่าบทสนทนาจากใจ กลางภารกิจต่างประเทศ 'อดีตนายกฯอิ๊ง' เลือกทำเพื่อคนไทย ก่อนครอบครัว

(1 พ.ย. 68) ‘อั้ม อิราวัต’ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ‘แพทองธาร ชินวัตร’ โดยมีใจความว่า ...

มีครั้งหนึ่ง นายกฯอิ๊ง บินไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศ
(ในฐานะนายกฯแม่ลูกอ่อน) คุณปอ ก็ไม่ได้ไป ลูกก็ไม่ได้ไป
ภารกิจครั้งนั้น นานติดกันหลายวัน

นายกฯอิ๊ง บอก “คิดถึงลูกสุดหัวใจ”

ผมถาม : ทำไม่อ่ะครับ? เขาไม่ให้เอาสามีกับลูกไปเหรอ?

นายกฯอิ๊ง : เอาไปได้ค่ะพี่หมอ จะบินแยกไปก็ได้
แต่ภารกิจนั้น ตารางแน่นมาก มันไม่เหมาะกับเวลา
ต้องใช้สมาธิใช้พลังเยอะ คิดถึงลูก คิดถึงครอบครัวก็จริง..
แต่อิ๊งคือ “นายกรัฐมนตรีของคนไทย” 

คิดถึงงานที่มาทำให้คนไทยมากกว่า และเลือกจะมาทำแล้ว
บางครั้งก็ต้องกัดฟัน อดทน ลุยงานให้ดีที่สุด..

*จากส่วนหนึ่ง ของบทสนทนาส่วนตัวของผม
กับ อดีตนายกฯ Paetongtarn Shinawatra
ตอนนั้น คุณปอ Pidok Sooksawas ก็ยืนอยู่ด้วย

ทุกท่านอ่านแล้วคิดกันเองละกันครับ
แต่สำหรับผม ยังไงผมและครอบครัว..
ก็ยังเลือก พรรคเพื่อไทย ตลอดกาล  

สรุปผลงาน CEO AIS คนเดิม 'สมชัย เลิศสุทธิวงค์' ผู้นำด้านดิจิทัล ขับเคลื่อน 3G→4G→5G ก่อนส่งไม้ต่อให้ CEO คนใหม่

(1 พ.ย. 68) ไทม์ไลน์ผลงานของ  ‘สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ (คัดไฮไลต์ตามลำดับเหตุการณ์)

ก่อนเป็นซีอีโอ: ปูทาง “เครือข่ายมวลชน”
• CMO ที่พา AIS เข้าสู่ยุค 3G 2100 (พ.ศ. 2556): ช่วงดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer (CMO) บริษัทเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1GHz เดือนพฤษภาคม 2556 และเร่งขยายครอบคลุมจนสิ้นปีแตะ ~80% ของประชากร—ฐานสำคัญของการย้ายผู้ใช้สู่เทคโนโลยีใหม่ในเวลาต่อมา

• ผู้นำทีมการตลาด: เป็นผู้บริหารสายการตลาดที่สื่อมวลชนอ้างถึงในฐานะ CMO ระหว่างการเร่งคุณภาพบริการช่วงเปลี่ยนผ่าน 3G

1 ก.ค. 2557: ขึ้นเป็นซีอีโอ AIS
• บอร์ดมีมติแต่งตั้ง สมชัย เลิศสุทธิวงค์ เป็นซีอีโอ มีผล 1 ก.ค. 2557 รับไม้ต่อจากคุณวิชญ์ เมฆทรงกลด และประกาศเป้าหมายยกระดับ AIS สู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2558–2559: วางรากฐานโครงข่ายยุค 4G และ “บ้าน”
• 4G เปิดเชิงพาณิชย์ (ม.ค. 2559) ผ่านบริษัทลูก AWN—ปูทางสู่การใช้งานดาต้าในวงกว้าง

• AIS Fibre: จากการทดลองให้บริการตั้งแต่ เม.ย. 2558 สู่การเปิดทางการ พ.ค. 2559 ด้วยเป้าหมายขึ้น Top-3 ภายใน 3 ปี และเป็นผู้นำภายใน 5 ปี—เป็นก้าวใหญ่ของ “คอนเวอร์เจนซ์ มือถือ + บรอดแบนด์บ้าน”.
• ดันบริการองค์กร/ดิจิทัล: ขยายบริการ M2M/LBS สำหรับลูกค้าองค์กร สะท้อนยุทธศาสตร์ Diversification นอกเหนือมือถือ

2563: “ครั้งแรกของไทย” กับ 5G เชิงพาณิชย์
• 24 ก.พ. 2563 AIS เปิด 5G เชิงพาณิชย์ เป็นรายแรกของประเทศบนย่าน 2600 MHz—จุดพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2565–2566: สายบ้านโตต่อเนื่อง + ฐาน 5G ขยาย
• ธุรกิจ Fixed Broadband ทะลุ 2.1 ล้านครัวเรือน Q3/2565 และยังเติบโตต่อในปี 2566—คานอำนาจรายได้ฝั่ง “บ้าน” ให้แข็งแรงควบคู่มือถือ

2567–2568: วาระขยาย–ส่งไม้ต่อ
• วาระซีอีโอขยายเพิ่มอีก 1 ปี (ต.ค. 2567) เพื่อความต่อเนื่องของแผนงาน ก่อนเข้าสู่เฟสส่งไม้ต่อ

• ประกาศผู้สืบทอด: บอร์ดแต่งตั้ง ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนถัดไป มีผล 3 พ.ย. 2568—ทีมแกนเดิม ขยายต่อคอนเวอร์เจนซ์และ 5G/ไฟเบอร์โดยไม่สะดุด

กลไกความสำเร็จ (Key Plays)
1. เริ่มจากลูกค้า—จบที่โครงสร้างรายได้: DNA นักการตลาดทำให้การตัดสินใจด้านคลื่น/แพ็กเกจ/ประสบการณ์ ถูกผูกกับพฤติกรรมผู้ใช้จริง (จาก One-2-Call!, Serenade ตั้งแต่ปี 2004 สู่ยุค 5G).
2. Convergence ที่ทำได้จริง: มือถือ + อินเทอร์เน็ตบ้าน (AIS Fibre) + บริการองค์กร—ลดความผันผวนของรายได้ ยืดอายุความสัมพันธ์ลูกค้า (LTV) และสร้าง “เครือข่ายชีวิตดิจิทัล” ครบวงจร

3. ผู้นำการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีระดับประเทศ: จาก 3G 2100 → 4G → 5G รายแรก—ช่วยยกระดับความพร้อมดิจิทัลของผู้ใช้-ธุรกิจ-รัฐ ให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น

ประวัติการศึกษา (ย่อ)
• ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (สถิติประยุกต์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การตลาด) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม
• หลักสูตรผู้บริหารเด่น: Thai IOD (เช่น RCP/DCP), Capital Market Academy

ส่งท้าย: “ส่งไม้ต่ออย่างมีแบบแผน”
ภายใต้วาระที่ยืดเพื่อความต่อเนื่องในปี 2567 สมชัยวางโรดแมปและทีมงานไว้ครบ ก่อนประกาศ ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผล 3 พ.ย. 2568—สะท้อนธรรมาภิบาลการสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) ที่ชัดเจน และทำให้ยุทธศาสตร์ มือถือ+บ้าน+องค์กร เดินหน้าต่อไม่สะดุด ในช่วงที่ไทยกำลังก้าวลึกสู่โครงสร้างพื้นฐาน 5G-ไฟเบอร์-คลาวด์

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับวันหยุดยาว 5 วันเต็ม หยุดข้ามปี!! แบบไม่ต้องลางานเพิ่ม

(1 พ.ย. 68) ต้องบอกเลยว่าในเดือนธันวาคมนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเดือนที่หลายคนรอคอยเพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายช่วงและที่สำคัญมีวันหยุดพิเศษเพิ่มอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่รัฐบาลประกาศ วันหยุดพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีวันหยุดดังนี้

วันหยุดเดือนธันวาคม 2568

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร / วันชาติ / วันพ่อแห่งชาติ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 วันรัฐธรรมนูญ

วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 วันสิ้นปี

วันหยุดพิเศษช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 วันขึ้นปีใหม่

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 – วันหยุดพิเศษเพิ่มเติม (ตามมติคณะรัฐมนตรี)

ช่วงสิ้นปี คณะรัฐมนตรีมีมติให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ช่วงส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่หยุดยาวมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 รวม 5 วันเต็ม (ทั้งนี้ วันที่ 2 มกราคม 2569 เป็นวันหยุดพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกาศของแต่ละองค์กร)

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 345898

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท :  449 328

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 111 690

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 87

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท :  345897 345899

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท : 151807 275964 372861 742450 416741

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท : 231454 309293 320575 367408 406498 432527 624961 886473 901759 945526

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท : 
372848  554459  034875  616353  972837
283619  486349  250773  533934  581991
483837  949743  542108  039184  034682
299476  060471  059554  342118  225976
083510  384547  982809  558965  221495
394760  478604  951811  856702  456052
626969  178606  623348  263137  266926
685305  357303  774512  808184  958168
749936  764632  7275290  379774  22669
005170  672363  973879  187218  621577

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท :
454567  203550  017469  104992 388374
994900  142375  865792  384866  673286
193  425541  327297  496131  032997 691
062960  119019  370767  531239  410723
855304  199848  042645  656303  888388
935791  573163  368512  743235 499780
874547  630020  869844  432236  499824
027532  252424  027756  134746  788440
238077 063283  724114  378288  918769
453239  062418  846251  934338  455805
277548  704615  755906  862470  885180
500087 514548 359396  878391  002137
535748 348324  337060  192290 662085
499502  469810  581340  785389 061816
231959  050413  139934  571550  529501
649557  329595  209547  156459  610072
609205  505868  853862  271803  780480
336305 385514  5144820  420301 99045
699332  453201 236644  397017  687066
432598  566649 778642  743096 616600


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top