Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

จับตาทิศทาง OHANA หลังปลด “เดอะมีน” พ้นสภาพพนักงาน งดแจงเหตุผล อ้างปมกฎหมาย ‘อาร์ม’ โพสต์นิทานจุดเทียน สะเทือนแฟนคลับ อาจกระทบทีมและแบรนด์ระยะยาว

เมื่อวันที่ (17 พ.ย.68) เพจทางการ 'OHANA clip' ออกแถลงการณ์ระบุว่า 'นายพงศธร เหลาจันทึก' หรือ 'เดอะมีน' พ้นสภาพพนักงานตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 68 และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำใด ๆ ของเขานับจากนี้ รวมถึงเตือนประชาชนระวังการแอบอ้างชื่อตนเองหรือพนักงานต่อไป โดยบริษัทแจ้งชัดว่า “ไม่ขอชี้แจงเหตุผล เพราะอาจมีผลกระทบต่อกฎหมาย”

หลังคำแถลง เฟซบุ๊กของ 'อาร์ม OHANA' ได้โพสต์เนื้อหาสไตล์นิทาน ความตอนหนึ่งว่า “กูให้ออกไปหาเทียนเล่มอื่นจุด… แต่มึงเลือกที่จะขูดเทียนเล่มหลักของทุกคน… ใจกูถึงแตกสลาย… ผมแค่เล่านิทานให้ฟัง” ทำให้แฟน ๆ ตีความว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว แม้ไม่ระบุชื่อชัดเจน

ด้านสื่อบันเทิงรายงานว่า 'เดอะมีน' ยังไม่มีคำชี้แจงยาวทางการ มีเพียงการเคลื่อนไหวบนโซเชียลและได้รับกำลังใจจากแฟนคลับต่อเนื่อง เหตุผลการพ้นสภาพยังคงเป็นข้อสันนิษฐาน นำไปสู่การจับตาผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ความไว้ใจของผู้สนับสนุนและโครงสร้างทีมเนื้อหาในอนาคต

ชาวทุ่งหวังขอบคุณ!! ‘เจือ ราชสีห์’ ช่วยผลักดันงบ 72 ล้าน ขยายถนน – ปรับปรุงผิวจราจร – ไฟส่องสว่าง เสริมศักยภาพเส้นทางสู่วัดทรายขาว เพิ่มความปลอดภัย–หนุนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ชาวทุ่งหวัง ขอบคุณ ‘เจือ ราชสีห์’ ผลักดันงบ 72 ล้านบาท ขยายถนน–ปรับปรุงผิวจราจร พร้อมไฟส่องสว่าง เส้นทางสู่วัดทรายขาว อำนวยความสะดวกประชาชนและนักท่องเที่ยว

ชาวตำบลทุ่งหวัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่างแสดงความขอบคุณ นายเจือ ราชสีห์ ที่ผลักดันงบประมาณกว่า 72 ล้านบาท สำหรับโครงการขยายถนนและปรับปรุงผิวจราจร พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนสายทางหลวงชนบทหมายเลข สข.3005 ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญมุ่งสู่วัดทรายขาว แหล่งศรัทธาของประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายเจือ ราชสีห์ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการ โดยระบุว่าผู้รับเหมาได้เริ่มดำเนินงานแล้วตั้งแต่บริเวณแยกไฟแดงวัดทุ่งหวังใน ผ่านหน้าวัดทรายขาว ไปจนถึงทางขึ้นวัดเขาหลง และสิ้นสุดที่เขตตำบลท่าข้าม โดยถนนกว้างเดิม 8 เมตร จะได้รับการขยายเป็น 12 เมตร พร้อมปรับผิวจราจรใหม่ทั้งสาย และติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

โครงการดังกล่าวเป็นผลจากการผลักดันอย่างต่อเนื่องของนายเจือ ราชสีห์ ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดจนสามารถนำงบประมาณมาสู่พื้นที่ได้สำเร็จ

นายเจือ ราชสีห์ กล่าวแสดงความยินดีกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าโครงการนี้จะช่วยยกระดับความปลอดภัยและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในตำบลทุ่งหวังอย่างเป็นรูปธรรม

อย. x E-Marketplace ปิดช่องขายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิด กม. ในออนไลน์ ดึง “เทคโนโลยี-เอไอ” คุมเข้มโฆษณา-ร้านค้าฝ่าฝืน พร้อมขยายตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนไทยสู่สากล ยกระดับมาตรฐานควบคู่เศรษฐกิจสุขภาพเติบโตยั่งยืน

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย. 68) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. และ คณะผู้บริหารจาก 4 แพลตฟอร์มอี-มาร์เก็ตเพลส ได้แก่ LAZADA, SHOPEE, LINE MAN และ GRAB เปิดงาน "อย. Connect Marketplace"

พร้อม MOU ร่วมขับเคลื่อนด้านการป้องกันการโฆษณาและการลักลอบขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตในแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพคนไทยทุกมิติ และด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ ขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนที่ผลิตโดยคนไทย ผ่านช่องทางการจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม E-Marketplace สู่ตลาดโลก ภายใต้แนวคิด "From Local to Global"

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ใน 2 ด้านหลัก คือ ด้านการป้องกันการโฆษณาและการลักลอบขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตในแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพคนไทยทุกมิติ และด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ

พร้อมขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนที่ผลิตโดยคนไทยโดยนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาแก้ไขปัญหาสินค้าที่ละเมิดกฎหมายและสนับสนุนผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากชุมชนด้วยโดยความร่วมมือครั้งนี้ทำได้ทันทีเนื่องจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว

ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า นอกจากการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนบนแพลตฟอร์มอี-มาร์เก็ตเพลส แล้ว อย.ได้จัดทำเว็บไซต์รวมข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนทั่วประเทศ พร้อมระบบส่งต่อข้อมูลไปยังแพลตฟอร์ม อี-มาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้จัดหมวดหมู่สินค้าให้ง่ายต่อการค้นหามากยิ่งขึ้น รวมถึงประสานแพลตฟอร์มจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วย 

สำหรับการยกระดับความปลอดภัยให้ผู้บริโภคนั้น อย.ร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลจัดทำระบบรับ-ส่ง ข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพด้วยส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ เลข อย. สถานะของผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ในการจัดทำระบบป้องกันมิให้ร้านค้าลักลอบวางขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต และจัดส่งบัญชีดำรายการสินค้าและข้อความโฆษณาผิดกฎหมายให้แก่แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อนำไปใช้พัฒนาระบบเอไอให้สามารถตรวจจับและปิดกั้นการขายผลิตภัณฑ์และการโฆษณาที่ผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของความร่วมมือ

ทั้งนี้ สำหรับความร่วมมือระหว่างอย.และ 4 มาร์เก็ตเพลสนั้นส่งผลให้เกิดความปลอดภัยกับผู้บริโภค อาทิ มาตรการด้านการป้องกันการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย โดยมีการห้ามร้านค้าออนไลน์ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องห้าม เช่น ยา ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ ผลิตภัณฑ์หรือโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ยังมาตรการลงโทษร้านค้าเมื่อทำผิดกฎและชดเชยให้ผู้บริโภค มีการระงับสินค้าผิดกฎหมาย และมีมาตรการด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการ ทั้ง 4 แพลตฟอร์มในการให้ความรู้กับผู้ขายเพื่อปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย เป็นต้น

ซูเปอร์มาร์เก็ต ‘ยาจก’ จากจีนแผ่นดินใหญ่ บุกฮ่องกง เขย่าบัลลังก์ยักษ์ค้าปลีกเจ้าถิ่น เปิดศึกหั่นราคาแย่งลูกค้า เปลี่ยนเกมการค้ายุคใหม่ หันมาใส่ใจบริการ

(18 พ.ย. 68) ฮ่องกงซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการค้าปลีก เมื่อเทรนด์ “ซูเปอร์มาร์เก็ตยาจก” จากจีนแผ่นดินใหญ่รุกคืบเข้ามาในเมือง และได้รับความนิยมถล่มทลายท่ามกลางค่าครองชีพที่คนท้องถิ่นบ่นกันไม่หยุด ทั้งบะหมี่ชามละ 50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 208 บาท) ผักกาดขาวหัวละกว่า 20 ดอลลาร์ฮ่องกง (83 บาท) จนหลายคนรู้สึกว่า “กินไม่ไหว” แต่ภาพจำแบบนี้เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อร้านจากฝั่งแผ่นดินใหญ่หันมาใช้กลยุทธ์ “ของถูกจริง” ดึงลูกค้าในช่วงยอดค้าปลีกรวมของฮ่องกงกำลังร่วงต่อเนื่องเกือบปี

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตฮ่องกงแทบจะผูกขาดอยู่ในมือสองยักษ์ใหญ่ คือ ParknShop ในเครือลีกาชิง และ Wellcome ของกลุ่มทุน Jardine แต่เมื่อผู้เล่นจากจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มบุกเข้ามา ภาพการผูกขาดก็เริ่มสั่นคลอน ตั้งแต่ HotMaxx ที่ใช้สินค้า “หลักหน่วย” อย่างโค้กราคา 2 ดอลลาร์ฮ่องกง (8 บาท) ดึงลูกค้าจนขยายสาขารวดเร็ว ไปจนถึง Qian Dama ที่ใช้สูตร “ยิ่งดึก ยิ่งลด” ขายสดวันต่อวันถูกใจคนทำงาน และ Xian Yi Jie จากจูไห่ที่เปลี่ยนทำเลร้างให้กลับมาคึกคักด้วยผักผลไม้และเนื้อสดราคาถูก แต่ตัวที่สร้างแรงสะเทือนหนักสุดคือ JD.com ที่เทเงินซื้อเชน JiaBao แล้วจัดโปรลดทั้งร้าน 20% แถมแจกขนมไหว้พระจันทร์ให้ผู้สูงอายุจนคนแห่ไปแน่นร้าน

กระแส “ซูเปอร์มาร์เก็ตยาจก” ทำให้ปรากฏการณ์ที่คนฮ่องกงเคยนั่งรถไฟไปเหมาซื้อของราคาถูกที่เซินเจิ้น กลับเกิดขึ้นในเมืองตัวเอง ชั้นวางผักถูกกวาดเกลี้ยงในไม่กี่ชั่วโมง บางร้านขายบรอกโคลี 10 หยวนได้ถึง 1.5 กิโลกรัม หรือผักกวางตุ้ง 5 หยวนได้ 1 กิโลกรัม จนลูกค้าบอกว่าถูกกว่าซื้อในฝั่งจีนเสียอีก เจ้าของร้านบางเจ้าเล่นใหญ่ถึงขั้นติดป้ายว่า “ยอมตายไปด้วยกัน” หั่นราคาสู้ตาย หรือทำโปรตามอารมณ์อย่าง “เจ้านายอกหัก ผักทุกอย่าง 10 หยวน 3 ชั่ง” กลายเป็นสีสันของสงครามราคากลางฮ่องกง

แรงกดดันนี้ทำให้ “เจ้าที่” อย่าง ParknShop และ Wellcome นั่งไม่ติด ต้องลงมาเล่นเกมราคาเต็มตัว แพลตฟอร์มอย่าง HKTVmall ต้องยอมยกเลิกเงื่อนไขยอดขั้นต่ำในการรับสินค้า ขณะที่ Wellcome ต้องจับมือกับแอป Dingdong Maicai จากจีน เพื่อนำเข้าผักตรงในราคาตั้งต้นเพียงไม่กี่ดอลลาร์ฮ่องกง ส่วน ParknShop ก็ต้องเร่งส่งผู้บริหารไปคุยกับฟาร์มในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อทำสัญญาซัพพลายผักโดยตรง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้พอสู้ได้ ขณะเดียวกัน JD JiaBao ก็ใช้จุดแข็งด้านสั่งซื้อออนไลน์และจัดส่ง ช่วยรองรับกลุ่มผู้สูงอายุและคนทำงานที่ไม่สะดวกมาซื้อของเอง

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การแข่งขันรอบนี้ไม่ได้จบแค่ใคร “ถูกกว่า” แต่จะกำหนดอนาคตค้าปลีกฮ่องกงในระยะยาว แผ่นดินใหญ่ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นพันธมิตรด้านซัพพลายเชนและเทคโนโลยี ตั้งแต่การเข้าถึงฐานผลิตในเขตอ่าวกวนตง–ฮ่องกง–มาเก๊า ไปจนถึงระบบดิจิทัลที่จัดการสต็อกและขนส่งได้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต้องเลิกพึ่งภาพลักษณ์ “ถูกอย่างเดียว” แล้วหันมายกระดับประสบการณ์และบริการ เหมือนโมเดลในจีนแผ่นดินใหญ่บางแห่งที่มีทั้งบริการนึ่งอาหารทะเลฟรี หรือจัดพื้นที่ให้เป็นเหมือนสวนสาธารณะในร้าน เพราะสุดท้ายแล้ว “การตลาดที่ดีที่สุดคือความจริงใจ และนวัตกรรมที่ดีที่สุดคือคุณภาพ” ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับค้าปลีกฮ่องกงในยุคสงครามราคาครั้งใหม่นี้

‘อ.เจษฎา’ ตั้งคำถามกรณีดราม่า ‘แจ็กแปปโฮ’ ปีนหลังคารถ–ถอดเสื้อเต้นหน้าร้านลอว์สัน จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ 10 ล้านวิว คิดเป็นเงินหลายหมื่นบาท แต่แลกกับชื่อเสียงคนไทยคุ้มกันมั้ย?

จากกรณี “แจ็กแปปโฮ” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เจ้าของเฟซบุ๊ก ‘สวัสดีครับผมแจ็กแปปโฮ’ โพสต์คลิปวิดีโอถอดเสื้อขึ้นไปเต้นบนหลังคารถ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ลอว์สัน สาขา จ.ยามานาชิ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มีภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์สำคัญของญี่ปุ่นเป็นฉากหลัง จนเกิดดราม่ากระแสโซเชียวทัวร์ลงอย่างหนักนั้น..

ล่าสุด รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตอนนี้ มีคนดูโพสต์เต้น 10 กว่าล้านวิวแล้ว คิดเป็นเงินก็หลายหมื่นบาทอยู่ แต่แลกกับชื่อเสียงคนไทยทั้งประเทศ คุ้มกันมั้ยครับ

เปิด 10 อันดับคู่ค้าสำคัญของไทย

เปิด 10 อันดับคู่ค้าสำคัญของไทย ผ่านสถิติการส่งออกปี 2567 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 300,529.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสหรัฐ อเมริกา ยังยืนหนึ่งตลาดส่งออกของไทย ด้วยมูลค่า 54,956 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินดุลการค้ากว่า 35,427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 

เปิดรายละเอียด ฉลองพระองค์ราชินี เสด็จเยือนจีน สง่างามเหนือคำบรรยาย ด้วยความเป็นสากลของผ้าไทย ‘จากไหมเปลือก 6 เส้น’ ผสานงานทอวิจิตร

(17 พ.ย. 68) เพจ “สเตตุ๊ด” ของเจ๊กอล์ฟสเตตุ๊ด ครีเอเตอร์สายวัฒนธรรมไทย เล่ารายละเอียดหนึ่งในฉลองพระองค์ สมเด็จพระราชินีสุทิดา เสด็จเยือนจีน ซึ่งเป็นฉลองพระองค์จากผ้าไหมเปลือก 6 เส้น ที่หลายคนและสำนักข่าวจีนยกให้ “งดงามดุจจันทรา” โดยดีไซเนอร์ชื่อดัง ทิม-พิสิษฐ์ ศิริเหมะรัตน์ 

ฉลองพระองค์ ผ้าไหมเปลือก 6 เส้น เดรสยาวห่มเครปไหมเปลือก ชายครุยธรรมชาติ ดั่งทรงสะพัก ประดับพระเข็มกลัดจันทร์เสี้ยวดั่ง “ราชินีจันทรา”

​เข้าใจความพิเศษของฉลองพระองค์ชุดนี้ ต้องเข้าใจเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในเส้นใยไหมไทยก่อนค่ะ...​ไหมไทยไม่ได้มีแค่แบบเดียว! ใยไหมจากรังไหมหนึ่งรัง ถูกแบ่งออกเป็น 3 คุณภาพหลัก ซึ่งกำหนดทั้งความหนาและความเงางาม

​ไหมเปลือก / ไหมหลืบ (ไหมสาม): คือเส้นใยที่อยู่ ชั้นนอกสุด ของรังไหม มีความหยาบ เส้นใหญ่ มีปมธร รมชาติ (ขี้ไหม) เป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ไหม 1 เส้นจากส่วนนี้ หนาที่สุด

​ไหมเครือ / ไหมสอง: คือเส้นใย ชั้นกลาง และเป็นไหมมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด มีความยาวสม่ำเสมอและเงางามปานกลาง ทำให้ไหม 1 เส้นจากส่วนนี้ หนาพอดี

​ไหมน้อย / ไหมจุล: คือเส้นใยที่อยู่ ชั้นในสุด ใกล้ตัวดักแด้ที่สุด มีคุณภาพดีที่สุด เล็ก บางเบา และเงางามที่สุด ทำให้ไหม 1 เส้นจากส่วนนี้ เล็กที่สุด
.
​ความหนาบางของเส้นไหมยังขึ้นอยู่กับ จำนวนรังไหมที่นำมาสาว โดยมีหน่วยวัดมาตรฐานคือ เดเนียร์ (Denier) ตามกำหนดของกรมหม่อนไหม

​ดังนั้น “ผ้าไหมเปลือก 6 เส้น” จึงหมายถึงการนำเส้นไหมที่สาวขึ้นมาจากชั้นนอกสุดของรังไหม (ซึ่งมีความหนา มีปม และมีมิติโดดเด่น) จำนวน 6 เส้น มาตีเกลียวควบรวมกันเป็นเส้นด้ายเพียง 1 เส้น ทำให้ได้เส้นไหมที่มี ความหนามากเป็นพิเศษ และ เส้นใหญ่ เพื่อนำมาทอด้วยเทคนิคเฉพาะ เป็นการดึงเอาเอกลักษณ์และเสน่ห์ของไหมหลืบมาไว้บนผืนผ้าได้อย่างงดงาม

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1Vssvj2mxy/
 

รายงานข่าวเท็จ (Fake News) กล่าวหาเจ้าหน้าที่ไทย ทำร้ายและล่วงละเมิด ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมือง

(17 พ.ย. 68) กองทัพเรือชี้แจงว่า จากกรณีสื่อ “สนข.เกาะสันติภาพ” ของกัมพูชา รายงานกล่าวหาเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทำร้ายร่างกาย ข่มขู่รีดทรัพย์ และล่วงละเมิดแรงงานชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นั้น กองทัพเรือได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กองทัพเรือเป็นไปตามกฎหมายไทย มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล นอกจากนี้การปฏิบัติในการจับกุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายส่วนและปฏิบัติการร่วมกันเป็นชุด ทั้งนี้ยืนยันว่ากำลังพลทุกนายของฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ โปร่งใส และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หลบหนีเข้าเมืองทุกคน ตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ

ทั้งนี้ กองทัพเรือขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลวงที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายโดยไม่จำเป็น

 

โชว์กำไร 1,161 ล้านบาท หนุนจากโรงไฟฟ้าในจีน เดินหน้าปรับพอร์ต หนุนธุรกิจโตแกร่งสู่ Power+

(17 พ.ย. 68) บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานระดับสากล เตรียมก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว แม้ปัจจุบัน BPP มีผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากสินทรัพย์คุณภาพทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่มูลค่าหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพการเติบโตที่แท้จริงของบริษัทฯ ด้วยวิสัยทัศน์ในการเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจ บริษัทฯ จึงมีแผนควบบริษัทกับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และจัดตั้ง “บริษัทใหม่” หรือ ‘NewCo’ และจำหน่ายสิทธิการลงทุน (Membership Interests) ร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP Power LLC (BKV-BPP) เพื่อยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าระดับภูมิภาค สู่ผู้นำด้าน ‘Utility-scale Power and Integrated Businesses’ ภายใต้ ‘Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง)’ และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบ้านปู รองรับความต้องการพลังงานไฟฟ้าโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าของความต้องการพลังงานรวมในช่วงปี 2568-2569 จากแรงขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยในไตรมาส 3 ปี 2568 BPP ยังคงสร้างผลกำไรแข็งแกร่งจากโรงไฟฟ้าในจีน ตอกย้ำความสามารถในการดำเนินธุรกิจพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและพร้อมเติบโตในอนาคต

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP กล่าวว่า “การควบรวมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ BPP สู่ ‘Power+’ กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่รวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานพื้นฐาน (Base Load Power Plant) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและสหรัฐฯ ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน (Thermal Power Plant) และธุรกิจบางส่วนของ Banpu NEXT ได้แก่ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewables) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) เพื่อดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานอย่างครบวงจร การปรับพอร์ตครั้งนี้จะเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินและประสิทธิภาพการบริหารเงินทุน (Capital Efficiency) ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต”

“นอกจากนี้ การขายสิทธิการลงทุนร้อยละ 25 ใน BKV-BPP ให้แก่บริษัท BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) จะช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในตลาดสหรัฐฯ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของ BPP ปลดล็อกเงินทุน และเปิดทางสู่โอกาสการลงทุนใหม่ ๆ รองรับการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ BPP จะยังคงถือหุ้นร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้าดังกล่าว เพื่อรักษาตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในตลาดสหรัฐฯ” นายอิศรา กล่าวเสริม

ในการควบรวมครั้งนี้ จะมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราส่วนการแลกหุ้น (Swap Ratio) เบื้องต้นที่ 1 หุ้น BPP ต่อ 0.74615 หุ้นของบริษัทใหม่ นอกจากนี้ บ้านปูจะเป็นผู้ทำข้อเสนอรับซื้อหุ้น BPP เป็นการทั่วไป (General Offer) จากผู้ถือหุ้นรายอื่นในสัดส่วนสูงสุด 21.34% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ในราคาเสนอซื้อที่หุ้นละ 13.00 บาท ระหว่างวันที่ 1-23 ธันวาคม 2568 โดยบ้านปูจะชี้แจงรายละเอียดของกระบวนการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม General Offer ให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป ทั้งนี้ การควบบริษัทและการขายสิทธิการลงทุนใน BKV-BPP จะถูกเสนอในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ของ BPP ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 29 มกราคม 2569 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2568 BPP มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 2,611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (CHP) ในจีน ที่บริหารต้นทุนถ่านหินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ขณะที่โรงไฟฟ้า HPC ในสปป. ลาว และโรงไฟฟ้า BLCP ในไทย เดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพในไตรมาสที่ผ่านมา และสามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 92 และ 99 ตามลำดับ

ทั้งนี้ การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Solar Farm with Battery Energy Storage System: BESS) ในโครงการจินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) ที่จีน กำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ กำลังไฟฟ้า 10 เมกะวัตต์ ความจุพลังงาน 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี 2569 ขณะเดียวกัน ธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) ในญี่ปุ่น ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2568 สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเป็นจำนวนรวม 5,325 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้บริการลูกค้ารวม 1,875 ราย พร้อมนำระบบ AI มาช่วยคาดการณ์ราคาซื้อขายไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร

“แผนกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ BPP ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค ควบคู่การรักษาความแข็งแกร่งของสินทรัพย์หลักในสหรัฐฯ และจีน พร้อมขยายพอร์ตการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อสอดรับกับกลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มธุรกิจบ้านปู และสร้างการเติบโตระยะยาวสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต” นายอิศรา นิโรภาส ปิดท้าย

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top