Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

"อนุกมธ.รัฐวิสาหกิจ" แนะ 5 แนวทางให้ “ก.พลังงาน-กองทุนน้ำมัน-ปตท.” ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง หลังราคาน้ำมันพุ่งสูง ติงไอเดีย "บิ๊กตู่" นำรถทหารวิ่งแทนแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ในคณะกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยว่า ทางอนุกมธ.ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งและประชาชนเป็นวงกว้าง โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รวมถึงสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อน

โดยมีการเสนอ 5 แนวทางให้กระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้กลับไปหารือกันแล้วนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมคณะอนุกมธ.อีกครั้ง คือ 1.เสนอให้กระทรวงพลังงานไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลหรือน้ำมันปาล์มลง เพื่อทำให้ราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันดีเซล B7 ราคาถูกลง

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า 2.ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาลดภาษีสรรพสามิต 3.ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปปรับวิธีการบริหารกองทุนให้สามารถใช้กลไกของกองทุนมาช่วยในการปรับลดราคาดีเซลเพิ่มขึ้น จากเดิมลิตรละ 1.99 บาท 4.ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปทบทวนนโยบาย ในการใช้เงินกองทุนน้ำมันในการชดเชยราคาแก๊ส LPG ที่เป็นภาระต่อกองทุนเป็นจำนวนมาก จนทำให้ความสามารถของกองทุนน้ำมันในการดูแลและชดเชยราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ และ 5.ให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ไปทบทวนการทำธุรกิจที่มีผลกำไรจำนวนมาก โดยให้พิจารณานำผลกำไรมาชดเชยราคาน้ำมัน เนื่องจาก ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจในกำกับของรัฐที่จะต้องมุ่งช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่มุ่งหาผลกำไร

 

‘ดร.นิว’ ตอกหน้า ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ กุเรื่อง ‘วังวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์’ หลอกสาวก

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นิทานล้างสมองเด็กของ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เรื่อง #วังวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์ ดูเหมือนจะปัญญาอ่อนพอ ๆ กับ นิทานหลอกเด็กไปติดคุกของ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เรื่อง #สมบูรณาญาสิทธิราชย์จำแลง เพราะมันช่างห่างไกลจากความเป็นจริงเสียเหลือเกิน

สำนักพระราชวัง เผยแพร่แบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ หรือสนามม้านางเลิ้งเดิม ในพื้นที่ ๒๙๗ ไร่ 

'ดีเอสไอ – ศตก.' บูรณาการความร่วมมือ เพื่อการต่อต้านการก่อการร้ายสากล

ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลโท วีระพงษ์ สรวงศิริธนกุล ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) พร้อมด้วย พลตรี สมชัย มาลินันท์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (1) พลตรี สุเมธ พรหมตรุษ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (2) พลตรี ทนงศักดิ์ ตันนารัตน์ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล  และคณะ เดินทางเข้าพบ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสได้รับตำแหน่ง และร่วมประชุมหารือถึงแนวทางทำงานร่วมกัน โดยมี พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมประชุมหารือถึงการบูรณาการการทำงานเชิงรุกในการป้องกันปราบปราม การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายสากลร่วมกัน โดยมีข้อหารือ ดังนี้

1) การแลกเปลี่ยนหลักสูตรระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษและศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เสนอวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายภายใต้ พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547

2) การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำศูนย์ฝึก โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมเปิดสถาบันการสอบสวนคดีพิเศษ เขตหนองจอก ซื่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลอาจนำไปปรับใช้ในแนวคิดการพัฒนาศูนย์ฝึกต่อต้านการก่อการร้าย

3) การบูรณาการด้านการใช้อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล ตลอดจนขีดความสามารถของบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน ตลอดจนแนวคิดการใช้กำลัง และการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนงานด้านการข่าว การบริหารเหตุการณ์ การใช้กำลังปราบปราม และข้อกฎหมายต่าง ๆ

“นายกฯ” กำชับ ทุกหน่วยงานดูแลอำนวยความสะดวก ปชช.เทศกาลลอยกระทง

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถจัดงานลอยกระทงตามประเพณีได้ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกำชับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และดูแลให้การดำเนินการต่างๆ อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกฯ ขอให้หน่วยงานด้านคมนาคม ดูแลการเดินทางสัญจรของประชาชน ได้ประเมินว่าแม้จะไม่เป็นช่วงวันหยุดยาว และการให้จัดงานตามประเพณีในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมลอยกระทง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวและการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจำนวนมาก
จึงให้ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล ให้บริการและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะส่วนของระบบขนส่งสาธารณะต้องมีการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง รวมถึงให้ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งบก น้ำ ราง และอากาศ โดยเฉพาะส่วนของกรมเจ้าท่าซึ่งมีหน้าที่ดูแลการจราจรทางน้ำให้มีเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการณ์ และเรือรักษาการณ์ในคืนวันลอยกระทงที่เพียงพอสำหรับการดูแลพื้นที่จัดการและคาดการณ์ว่าประชาชนจะเดินทางสัญจรทางน้ำเพื่อร่วมงานลอยกระทงจำนวนมาก

'นายกฯ' ชวนคนไทย ฉีดวัคซีนให้ตามเป้า100 ล้านโดส 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เชิญชวนคนไทยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง อย่างน้อยต้องมีการแสดงผลการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส  ในการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อจะให้เกิดความปลอดภัยแก่ตนเองและส่วนรวม  ยิ่งฉีดวัคซีนมากขึ้นคนไทยจะมีปลอดภัยจากโรคและประเทศไทยจะมีความมั่นคงด้านสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข และภาคีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมช่วยเหลือได้มีมาตรการเร่งรัดการฉีดวัคซีน  อาทิ จัดกิจกรรมสัปดาห์แห่งการฉีดวัคซีนวันที่ 27 พ.ย. – 5 ธ.ค. 64 และจัดทีมฉีดวัคซีนเชิงรุกผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียงและขยายให้กลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ ต้องสื่อสารทำความเข้าใจข้อมูลด้านฉีดวัคซีนให้ประชาชนรับทราบ ด้านผู้ว่าฯ ให้บริหารจัดการกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเชิงรุกให้มาฉีดวัคซีน สร้างแรงจูงใจประชาชนฉีดวัคซีนในระดับพื้นที่ เช่น มอบของรางวัลและของแจก เป็นต้น        
ขณะที่ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ร่วม จัดแคมเปญ มอบลดค่าบริการหรือแจกของที่ระลึก สำหรับผู้ใช้บริการที่แสดงผลการฉีดวัคซีน สาเหตุส่วนหนึ่งจากยอดจำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนกลับเริ่มชะลอตัว มาจากกลุ่มที่รอวัคซีนทางเลือก และ กลุ่มที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนจากเหตุผลส่วนตัวประมาณ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 17ของประชากรที่มีสิทธิฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดโควิด-19ระลอกใหม่ขึ้นอีก

ธอส. จัดของขวัญปีใหม่ ลูกค้าผ่อนดี ได้รับเงินคืนสูงสุด 1,000 บาท 

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้จัดทำ “โครงการของขวัญปีใหม่ 2565” สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านของ ธอส.ที่มีวินัยในการผ่อนชำระย้อนหลังรวม 48 เดือน (นับถึงงวดเดือนพ.ย. 2564) โดยมีการชำระเงินงวดสม่ำเสมอและไม่น้อยกว่าเงินงวดที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน ซึ่งแบ่งของขวัญออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ได้รับเงิน 1,000 บาท สำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1.วงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกัน ไม่เกิน 2 ล้านบาท 2.มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้) 3.กรณีลูกค้ารายย่อย ต้องชำระเงินงวดผ่าน Application : GHB ALL ในงวดชำระเดือนพ.ย. – งวดชำระเดือนธ.ค. 2564 และกรณีลูกค้าสวัสดิการ ให้หักเงินเดือนเพื่อผ่อนชำระผ่านหน่วยงานตามปกติ 4.ลูกค้ามี Application : GHB ALL หรือสมัครใช้งานใหม่ ที่ไม่มีบัญชีออมทรัพย์ ต้องเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ภายในเดือนพ.ย. 2564 สำหรับรับโอนเงินของขวัญปีใหม่จากธนาคาร

กลุ่มที่ 2 ได้รับเงิน 500 บาท สำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติ คือ 1.ต้องไม่ใช่ผู้ที่ได้รับสิทธิในกลุ่มที่ 1 (ที่ได้รับสิทธิ์เงิน 1,000 บาท) 2.มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้) 3.กรณีลูกค้ารายย่อย ต้องชำระเงินงวดผ่าน Application : GHB ALL ในงวดชำระเดือนธ.ค. 2564 หรืองวดชำระเดือนม.ค. 2565 และกรณีลูกค้าสวัสดิการ ให้หักเงินเดือนเพื่อผ่อนชำระผ่านหน่วยงานตามปกติ 4.ลูกค้าที่ไม่เคยมี Application : GHB ALL ให้สมัครใช้งาน GHB ALL และเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ภายในเดือนธ.ค. 2564 หรือเดือนม.ค. 2565 สำหรับรับโอนเงินของขวัญปีใหม่จากธนาคาร

 

เอกอัครราชทูตภูฏานเข้าเยี่ยมคำนับปลัดกระทรวงกลาโหม

ที่กระทรวงกลาโหม นายคินซัง ดอร์จี (Kinzang Dorji) เอกอัครราชทูตภูฏาน ประจำกรุงเทพฯ พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า ในศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสของการเตรียมการส่งมอบยานเกราะล้อยางที่ได้จัดซื้อจากบริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(สทป.) กับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด และจะมีการส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 จำนวน 15 คัน ในวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. 64 ให้กับภูฏาน เพื่อไปสนับสนุนการปฏิบัติในภารกิจรักษาสันติภาพหน่วยงาน United Nations Multidimensional Integrated Stabilization Mission(MINUSCA) ของสหประชาชาติ ณ สาธารณรัฐแอฟริกา ในห้วงเดือนธันวาคม 64 ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการทหารระหว่างทั้งสองประเทศ 

สำหรับไทยกับภูฏานมีความสัมพันธ์ทางการฑูตกันมา 32 ปี มีความใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งได้ดำเนินมาอย่างยาวนานบนพื้นฐานมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ไทยกับภูฏาน ยังมีความเชี่อมโยงกันทางพุทธศาสนา สังคม วัฒนธรรม และมีความร่วมมือทางวิชาการที่แน่นแฟ้น ซึ่งนับเป็นเสาหลักของการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกัน

 

“อนุทิน” เร่งให้บริการ 11 ล้านคน ที่ยังไม่ได้ฉีด  วางเป้าจบใน 30 วัน 

กรณีมีรายงานว่า ยังเหลือประชากร ประมาณ 11 ล้านคน ยังไม่ได้รับบริการวัคซีนเลย  ล่าสุด 18 พฤศจิกายน 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัด นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ในประเด็นดังกล่าวว่า ได้กำชับให้กรมควบคุมโรค เร่งให้บริการ และวางเป้า ต้องฉีดให้ครบใน 30 วัน นับจากนี้

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ให้มารับบริการด้วย เนื่องจาก มีบางคน ที่ยังไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เพราะมั่นใจว่าอยู่บ้าน มีความปลอดภัย ทั้งที่ สามารถติดจากสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ได้ ขอย้ำว่า วัคซีนที่ไทยนำมาให้บริการนั้น มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ป้องกันการป่วยหนัก และเสียชีวิตได้ เมื่อครั้งลงพื้นที่ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าผู้สูงอายุ รับเชื้อมาจากพี่เลี้ยง แต่เพราะการได้รับวัคซีน จึงไม่ป่วยหนัก ไปจนถึงเสียชีวิต ตรงนี้ เป็นอุทาหรรืว่า ถึงจะอยู่แต่กับบ้าน ก็มีโอกาสได้รับเชื้อจากคนอื่นเช่นกัน และวัคซีน ก็ช่วยป้องกันการสูญเสียได้จริง 

เมื่อถามถึงการออกกฎหมาย เพื่อบังคับให้คนมาฉีดวัคซีน นายอนุทิน กล่าวว่า  ไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดนั้น เพราะสังคมจะเป็นฝ่ายกำหนดเอง เช่น เจ้าของกิจการ มีสิทธิ์ในการดูแลจัดการร้าน สามารถคัดกรองผู้ที่มาสมัคร เป็นพนักงานของร้านได้เอง ไปจนถึงการตรวจคัดกรองผู้ที่มาใช้บริการ ขอย้ำว่า การฉีดวัคซีน เป็นการเปิดโอกาสในการดำรงชีวิต ตอนนี้ วัคซีนเรามีเพียงพอ ก็ขอให้มารับบริการกันให้มากๆ เพื่อความปลอดภัยของท่าน เพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง และฝ่ายสาธารณสุข อาทิ อสม. ช่วยรณรงค์ด้วย  เมื่อก่อน เราจะกำหนดให้บางกลุ่มได้ฉีดก่อน อาทิ ผู้ป่วย ผู้สูงวัย ต้องได้ฉีดเป็นลำดับต้น ปัจจุบัน ขอให้ทุกคนมาฉีด ในอนาคต ถ้ามีวัคซีน ที่ฉีดให้เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปได้ มีความปลอดภัยสูง ไทยก็ต้องขยายเกณฑ์ให้บริการครอบคลุมไปถึงจุดนั้น 

“ผบ.ทร.”ห่วงใยความปลอดภัยประชาชน สั่ง เปิดศูนย์ช่วยเหลือทางน้ำวันลอยกระทง ลาดตระเวน 82 กม.ตลอดแนวเจ้าพระยา พร้อมส่งเรือตรวจการณ์-จู่โจม-เจ็ทสกี22ลำ ดูแล-ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน 

ที่กองทัพเรือ ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเนื่องในวันลอยกระทง ประจำปี 2564 โดยมี พล.ร.ท.ก้องเกียรติ สัจวุฒิ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธาน ที่ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

โดยมีพิธีปล่อยหมู่เรือตรวจการณ์ 22 ลำประกอบไปด้วย เรือตรวจการณ์ลำน้ำ เรือจู่โจมลำน้ำ(ปลดอาวุธ) และเจ็ทสกี ที่จะลาดตระเวณ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัย เช่น ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 82 กม. ตั้งแต่สะพานนนทบุรี จนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยความปลอดภัยให้กับประชาชนกรณีฉุกเฉิน

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือกับทางศูนย์ ฯ ได้ที่ กองบังคับการหมวดเรือที่ 3กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ อู่ทหารเรือธนบุรี ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0 2475 3093 /0 2475 3094 /0 2412 6963 หรือสายด่วน 1696

ด้านพล.ร.ต.ปรีดิวัฒน์ ดิลกนรนารถ  ผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กล่าวว่า ก่อนการปฏิบัติงานทาง กอวเรือลำน้ำได้ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องช่วยชีวิต และฝึกซ้อมกำลังพลในการช่วยชีวิต กู้ภัยทางน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมแพทย์ ทร. มาให้ความรู้ พร้อมร่วมกับกทม.ในการตรวจโป๊ะ ท่าเรือ ให้พร้อมรับประชาชนที่ออกมาลอยกระทง

เอกชนหวังยอดการผลิตรถยนต์ทั้งปีถึงเป้า 1.6 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดการผลิตรถยนต์ทุกประเภทช่วง 10 เดือน (ม.ค. – ต.ค.64) มีทั้งสิ้น 1.365 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 22.89% ส่วนการผลิตเพื่อส่งออก 788,826 คัน เท่ากับ 57.75% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 36.77% โดยทั้งปี ส.อ.ท. ยังคงเป้าหมาย ยอดการผลิตรถยนต์ทั้งปี 64 จำนวน 1.6 ล้านคัน ยอดการส่งออกทั้งปี 850,000 คัน และยอดจำหน่ายในประเทศ 750,000 คัน 

“ตอนนี้ยังไม่ปรับเป้า และยังคงติดตามสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ ทั้งปัจจัยเรื่องกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน การเปิดประเทศรองรับนักท่องเที่ยว และการจัดงานมอเตอร์เอ็กโป ช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้ จะช่วยดันยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นให้เป็นไปตามเป้าหมาย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top