Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

เข้าทุกทิศ…!!! กองกำลังบูรพา จับกุมชาวกัมพูชา​ 20​ คน​ ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บริเวณชายแดน​จว.สระแก้ว

กองทัพภาคที่​ 1​  กกล.บูรพา​ พล.ร.2​ รอ. โดย ชค.ทพ.12 ฉก.ตาพระยา ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจพบชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ  จำนวน 11 ราย (ช.5,ญ.5,ดช.1) บริเวณ บ้านภูน้ำเกลี้ยง ม.5 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากการสอบถามทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาจาก จ.เสียมราฐ, จ.พระตะบอง, จ.ไพรแวง, จ.กระแจะ และ จ.ตาแก้ว ประเทศกัมพูชา ต้องการเดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.สระแก้ว  จนท. จึงได้ควบคุมตัวส่งให้ สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ช่วยชีวิต..!!! กองบิน 7 นำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 11 (EC-725) สังกัดหน่วยบิน 2037 เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 พ.ย.) ทางกองบิน 7 ได้รับการประสานขอความอนุเคราะห์ด่วนจาก นายแพทย์ณัฐพงศ์  กนกกวินวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการ ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี (Stroke center of Suratthani hospital) เพื่อขอสนับสนุนอากาศยาน สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชายไทย อายุ 83 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน (Acute ischemic stroke fast track) เพื่อเข้ารับการลากลิ่มเลือดอุดตัน

โดยวิธีการใส่สายสวนทางหลอดเลือดดำ (Mechanical thrombectomy) เพื่อนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อเนื่องโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Neurointerventionist) ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อย่างทันท่วงที เนื่องจากมีผู้ป่วยพร้อมกัน 2 ราย ซึ่งทางโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีมีรถพยาบาลฉุกเฉินในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพียงคันเดียวที่มีความสามารถในการสลายลิ่มเลือดซึ่งต้องส่งผู้ป่วยอีกรายไปโรงพยาบาลตรัง


โดน นาวาอากาศเอก พุทธพงศ์  ผลชีวิน ผู้บังคับการกองบิน 7 ได้ให้การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 11 (EC-725) สังกัดหน่วยบิน 2037 พร้อมด้วยแพทย์ด้านเวชศาสตร์การบิน และเจ้าหน้าที่ของกองบิน 7 ปฏิบัติงานร่วมกับทีมแพทย์ - พยาบาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ในการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ  สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน เส้นทางบิน กองบิน 7 -โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 

 

“แรมโบ้” ซัด "หมอชลน่าน" อย่าตีกินทางการเมืองหยุดใช้ปากและน้ำลายสกปรกยุยงประชาชนเข้าใจนายกฯผิดๆ ยัน นายกฯมีความตั้งใจใช้รถทหารช่วยขนส่งมีเจตนาดีช่วยประชาชน ไม่ได้ประชด หรือยั่วยุใคร พร้อมขอผู้ประกอบการขนส่งเข้าใจรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่ 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดนายกฯกรณีให้นำรถทหารมาใช้ขนส่งทดแทน เหมือนเป็นการยั่วยุให้เพิ่มมาตรการกดดัน โดยยืนยันว่าที่นายกฯพูดนั้น เพราะเป็นความหวังดีที่อยากจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการขนส่งต่างๆ หากรถบรรทุกประท้วงหยุดงาน  ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น ไม่ได้พูดประชดใคร หรือยั่วยุอย่างแน่นอน

นอกจากนี้นายกฯยังมองเห็นถึงศักยภาพของกองทัพที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กองทัพได้หารือถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และแนวทางปฎิบัติในการนำรถยนต์บรรทุกขนาดต่าง ๆ พร้อมกำลังพล เตรียมพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว เตรียมรถยนต์ทหารที่เหมาะกับด้านการขนส่งทางถนนประมาณ 3,700 คัน

นายเสกสกล ยังขอให้หมอชลน่านอย่าตีความเจตนาของนายกฯผิด ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งมาโดยตลอด ล่าสุด ครม.ยังได้อนุมัติการกู้เงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาท สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการพยุงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ระดับ 30 บาทต่อลิตรแล้ว    

นายกฯเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ และขอให้ผู้ประกอบการขนส่งได้เข้าใจนายกฯ ด้วยเช่นกันว่ามีความพยายามที่จะช่วยเหลือให้ดีที่สุด ซึ่งตนเองเชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลายลงได้

"อนุกมธ.รัฐวิสาหกิจ" แนะ 5 แนวทางให้ “ก.พลังงาน-กองทุนน้ำมัน-ปตท.” ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง หลังราคาน้ำมันพุ่งสูง ติงไอเดีย "บิ๊กตู่" นำรถทหารวิ่งแทนแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ในคณะกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยว่า ทางอนุกมธ.ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งและประชาชนเป็นวงกว้าง โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รวมถึงสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อน

โดยมีการเสนอ 5 แนวทางให้กระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้กลับไปหารือกันแล้วนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมคณะอนุกมธ.อีกครั้ง คือ 1.เสนอให้กระทรวงพลังงานไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลหรือน้ำมันปาล์มลง เพื่อทำให้ราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันดีเซล B7 ราคาถูกลง

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า 2.ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาลดภาษีสรรพสามิต 3.ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปปรับวิธีการบริหารกองทุนให้สามารถใช้กลไกของกองทุนมาช่วยในการปรับลดราคาดีเซลเพิ่มขึ้น จากเดิมลิตรละ 1.99 บาท 4.ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปทบทวนนโยบาย ในการใช้เงินกองทุนน้ำมันในการชดเชยราคาแก๊ส LPG ที่เป็นภาระต่อกองทุนเป็นจำนวนมาก จนทำให้ความสามารถของกองทุนน้ำมันในการดูแลและชดเชยราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ และ 5.ให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ไปทบทวนการทำธุรกิจที่มีผลกำไรจำนวนมาก โดยให้พิจารณานำผลกำไรมาชดเชยราคาน้ำมัน เนื่องจาก ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจในกำกับของรัฐที่จะต้องมุ่งช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่มุ่งหาผลกำไร

 

‘ดร.นิว’ ตอกหน้า ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ กุเรื่อง ‘วังวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์’ หลอกสาวก

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นิทานล้างสมองเด็กของ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เรื่อง #วังวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์ ดูเหมือนจะปัญญาอ่อนพอ ๆ กับ นิทานหลอกเด็กไปติดคุกของ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เรื่อง #สมบูรณาญาสิทธิราชย์จำแลง เพราะมันช่างห่างไกลจากความเป็นจริงเสียเหลือเกิน

สำนักพระราชวัง เผยแพร่แบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ หรือสนามม้านางเลิ้งเดิม ในพื้นที่ ๒๙๗ ไร่ 

'ดีเอสไอ – ศตก.' บูรณาการความร่วมมือ เพื่อการต่อต้านการก่อการร้ายสากล

ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลโท วีระพงษ์ สรวงศิริธนกุล ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) พร้อมด้วย พลตรี สมชัย มาลินันท์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (1) พลตรี สุเมธ พรหมตรุษ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (2) พลตรี ทนงศักดิ์ ตันนารัตน์ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล  และคณะ เดินทางเข้าพบ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสได้รับตำแหน่ง และร่วมประชุมหารือถึงแนวทางทำงานร่วมกัน โดยมี พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมประชุมหารือถึงการบูรณาการการทำงานเชิงรุกในการป้องกันปราบปราม การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายสากลร่วมกัน โดยมีข้อหารือ ดังนี้

1) การแลกเปลี่ยนหลักสูตรระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษและศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เสนอวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายภายใต้ พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547

2) การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำศูนย์ฝึก โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมเปิดสถาบันการสอบสวนคดีพิเศษ เขตหนองจอก ซื่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลอาจนำไปปรับใช้ในแนวคิดการพัฒนาศูนย์ฝึกต่อต้านการก่อการร้าย

3) การบูรณาการด้านการใช้อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล ตลอดจนขีดความสามารถของบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน ตลอดจนแนวคิดการใช้กำลัง และการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนงานด้านการข่าว การบริหารเหตุการณ์ การใช้กำลังปราบปราม และข้อกฎหมายต่าง ๆ

“นายกฯ” กำชับ ทุกหน่วยงานดูแลอำนวยความสะดวก ปชช.เทศกาลลอยกระทง

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถจัดงานลอยกระทงตามประเพณีได้ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกำชับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และดูแลให้การดำเนินการต่างๆ อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกฯ ขอให้หน่วยงานด้านคมนาคม ดูแลการเดินทางสัญจรของประชาชน ได้ประเมินว่าแม้จะไม่เป็นช่วงวันหยุดยาว และการให้จัดงานตามประเพณีในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมลอยกระทง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวและการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจำนวนมาก
จึงให้ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล ให้บริการและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะส่วนของระบบขนส่งสาธารณะต้องมีการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง รวมถึงให้ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งบก น้ำ ราง และอากาศ โดยเฉพาะส่วนของกรมเจ้าท่าซึ่งมีหน้าที่ดูแลการจราจรทางน้ำให้มีเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการณ์ และเรือรักษาการณ์ในคืนวันลอยกระทงที่เพียงพอสำหรับการดูแลพื้นที่จัดการและคาดการณ์ว่าประชาชนจะเดินทางสัญจรทางน้ำเพื่อร่วมงานลอยกระทงจำนวนมาก

'นายกฯ' ชวนคนไทย ฉีดวัคซีนให้ตามเป้า100 ล้านโดส 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เชิญชวนคนไทยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง อย่างน้อยต้องมีการแสดงผลการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส  ในการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อจะให้เกิดความปลอดภัยแก่ตนเองและส่วนรวม  ยิ่งฉีดวัคซีนมากขึ้นคนไทยจะมีปลอดภัยจากโรคและประเทศไทยจะมีความมั่นคงด้านสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข และภาคีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมช่วยเหลือได้มีมาตรการเร่งรัดการฉีดวัคซีน  อาทิ จัดกิจกรรมสัปดาห์แห่งการฉีดวัคซีนวันที่ 27 พ.ย. – 5 ธ.ค. 64 และจัดทีมฉีดวัคซีนเชิงรุกผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียงและขยายให้กลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ ต้องสื่อสารทำความเข้าใจข้อมูลด้านฉีดวัคซีนให้ประชาชนรับทราบ ด้านผู้ว่าฯ ให้บริหารจัดการกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเชิงรุกให้มาฉีดวัคซีน สร้างแรงจูงใจประชาชนฉีดวัคซีนในระดับพื้นที่ เช่น มอบของรางวัลและของแจก เป็นต้น        
ขณะที่ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ร่วม จัดแคมเปญ มอบลดค่าบริการหรือแจกของที่ระลึก สำหรับผู้ใช้บริการที่แสดงผลการฉีดวัคซีน สาเหตุส่วนหนึ่งจากยอดจำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนกลับเริ่มชะลอตัว มาจากกลุ่มที่รอวัคซีนทางเลือก และ กลุ่มที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนจากเหตุผลส่วนตัวประมาณ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 17ของประชากรที่มีสิทธิฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดโควิด-19ระลอกใหม่ขึ้นอีก

ธอส. จัดของขวัญปีใหม่ ลูกค้าผ่อนดี ได้รับเงินคืนสูงสุด 1,000 บาท 

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้จัดทำ “โครงการของขวัญปีใหม่ 2565” สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านของ ธอส.ที่มีวินัยในการผ่อนชำระย้อนหลังรวม 48 เดือน (นับถึงงวดเดือนพ.ย. 2564) โดยมีการชำระเงินงวดสม่ำเสมอและไม่น้อยกว่าเงินงวดที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน ซึ่งแบ่งของขวัญออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ได้รับเงิน 1,000 บาท สำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1.วงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกัน ไม่เกิน 2 ล้านบาท 2.มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้) 3.กรณีลูกค้ารายย่อย ต้องชำระเงินงวดผ่าน Application : GHB ALL ในงวดชำระเดือนพ.ย. – งวดชำระเดือนธ.ค. 2564 และกรณีลูกค้าสวัสดิการ ให้หักเงินเดือนเพื่อผ่อนชำระผ่านหน่วยงานตามปกติ 4.ลูกค้ามี Application : GHB ALL หรือสมัครใช้งานใหม่ ที่ไม่มีบัญชีออมทรัพย์ ต้องเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ภายในเดือนพ.ย. 2564 สำหรับรับโอนเงินของขวัญปีใหม่จากธนาคาร

กลุ่มที่ 2 ได้รับเงิน 500 บาท สำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัติ คือ 1.ต้องไม่ใช่ผู้ที่ได้รับสิทธิในกลุ่มที่ 1 (ที่ได้รับสิทธิ์เงิน 1,000 บาท) 2.มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้) 3.กรณีลูกค้ารายย่อย ต้องชำระเงินงวดผ่าน Application : GHB ALL ในงวดชำระเดือนธ.ค. 2564 หรืองวดชำระเดือนม.ค. 2565 และกรณีลูกค้าสวัสดิการ ให้หักเงินเดือนเพื่อผ่อนชำระผ่านหน่วยงานตามปกติ 4.ลูกค้าที่ไม่เคยมี Application : GHB ALL ให้สมัครใช้งาน GHB ALL และเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ภายในเดือนธ.ค. 2564 หรือเดือนม.ค. 2565 สำหรับรับโอนเงินของขวัญปีใหม่จากธนาคาร

 

เอกอัครราชทูตภูฏานเข้าเยี่ยมคำนับปลัดกระทรวงกลาโหม

ที่กระทรวงกลาโหม นายคินซัง ดอร์จี (Kinzang Dorji) เอกอัครราชทูตภูฏาน ประจำกรุงเทพฯ พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า ในศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสของการเตรียมการส่งมอบยานเกราะล้อยางที่ได้จัดซื้อจากบริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(สทป.) กับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด และจะมีการส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4x4 จำนวน 15 คัน ในวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. 64 ให้กับภูฏาน เพื่อไปสนับสนุนการปฏิบัติในภารกิจรักษาสันติภาพหน่วยงาน United Nations Multidimensional Integrated Stabilization Mission(MINUSCA) ของสหประชาชาติ ณ สาธารณรัฐแอฟริกา ในห้วงเดือนธันวาคม 64 ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการทหารระหว่างทั้งสองประเทศ 

สำหรับไทยกับภูฏานมีความสัมพันธ์ทางการฑูตกันมา 32 ปี มีความใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งได้ดำเนินมาอย่างยาวนานบนพื้นฐานมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ไทยกับภูฏาน ยังมีความเชี่อมโยงกันทางพุทธศาสนา สังคม วัฒนธรรม และมีความร่วมมือทางวิชาการที่แน่นแฟ้น ซึ่งนับเป็นเสาหลักของการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกัน

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top