Friday, 19 June 2026
Hard News Team

ได้เวลาคืนสู่สังคม! ‘NT’ จัดสัมมนา ‘Recharge & Comeback Stronger’ เผยเทคนิค เพิ่มพลังชีวิตรับมือยุค New Normal

NT กระชับมิตรกลุ่มลูกค้า จัดงานสัมมนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ ‘Recharge & Comeback Stronger’ เพิ่มพลังในการทำงานทั้งพลังสมองและพลังจิตใจ ในยุค New Normal

เมื่อวาน 17 พ.ย. 64 บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ได้จัดงานโครงการ The Exclusive Webinar การสัมมนาออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ภายใต้หัวข้อ ‘Recharge & Comeback Stronger’ โดยมี นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานขายลูกค้าองค์กร เป็นประธานในการเปิดงาน และร่วมงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) พร้อมด้วย นางรังสิมา ประดิษฐพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มขายและบริการลูกค้าองค์กร

โดยงานนี้ มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มพูนความรู้ให้กับลูกค้า พร้อม ๆ ไปกับสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าในยุค New Normal หลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้เกิดความห่างไกลกันไปพักใหญ่ โดยได้เชิญลูกค้าองค์กรกว่า 300 ท่าน เข้าร่วมสัมมนา พร้อมทีมผู้บริหาร, Key Account ของกลุ่มขาย และส่วนงานบริการลูกค้าองค์กรร่วมงานในครั้งนี้

"จากภาวะวิกฤตที่เกิดจาก Covid-19 นั้น ทำให้หลายองค์กร ต้องมีการปรับตัว ต้องมีการ Work From Home และมีโอกาสได้พบปะกันน้อยลง เช่นเดียวกันกับทาง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่พบปะและจัดกิจกรรมกับลูกค้าได้น้อยลงด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการจัดสัมมนาผ่านออนไลน์ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างปฏิสัมพันธ์ พร้อมทั้ง Refresh ความรู้ รวมถึงสร้างพลังทางจิตใจ ให้ทุกท่านได้ก้าวเดินอย่างแข็งแกร่งต่อไป” นายรังสรรค์ กล่าว

สำหรับสาระสำคัญของงานสัมมนาออนไลน์ The Exclusive Webinar ภายใต้หัวข้อ ‘Recharge & Comeback Stronger’ นี้ ประกอบไปด้วยเนื้อหาหลักที่จะคืนชีวิตของผู้คนให้เผชิญยุค New Normal ได้อย่างราบรื่นผ่าน 2 Session 2 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ...

>> Recharge your brain
โดยในส่วนของ Session แรก : Recharge your brain ซึ่งมี ‘อาจารย์ฝน นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล’ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มาแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านหัวข้อ ‘Cybersecurity Trends To Know’ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ‘ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่’ ที่คนยุคนี้ต้องเตรียมรับมือ

อาจารย์ฝน เผยว่า ภัยไซเบอร์ในยุค 2021 ที่สามารถจำแนกออกได้หลายระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้งานทั่วไป ผู้ใช้งานระดับองค์กรธุรกิจ รวมไปถึงหน่วยงานระดับความมั่นคงของชาติ ซึ่งรูปแบบของภัยไซเบอร์ จะมีทั้งการแฮกบัญชีการใช้งานธุรกรรมต่าง ๆ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือ รหัส WiFi รวมไปถึง บัตรเครดิต/บัตรเดบิต เช่น เช่นกรณีการดูดเงินจากบัญชีธนาคาร โดยตัดออกไปในมูลค่าน้อย ๆ ขณะที่การผูกบัญชีกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็นับเป็นอีกช่องโหว่ ที่ทำให้มิจฉาชีพสามารถแฮกข้อมูลได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับวิธีการป้องกันภัยไซเบอร์ อาจารย์ฝน ได้แนะนำไว้ดังนี้…

1.) ตั้งรหัสผ่านให้เดายาก หรือการตั้งรหัสผ่าน 2 ชั้น 
2.) ตั้งรหัสผ่านให้เป็นประโยคหรือตั้งรหัสผ่านจากคำ 3 คำ โดยใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลขใช้เครื่องหมายต่าง ๆ เข้ามาแทนเพื่อให้ยากขึ้นในการแฮกข้อมูล
3.) ในกรณีที่ใช้โมบาย แอปพลิเคชัน ก็ควรตั้งวงเงินบัตรในการกดเงิน โอนเงิน หรือรูดบัตรซื้อสินค้าให้เป็น 0 บาท

'พล.อ.ประวิตร’ ลงชุมพร สุราษฎร์ธานี เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมและแสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ห่วงสถานการณ์อุทกภัยหลายพื้นที่ สั่งจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าภาคใต้

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อ 1145 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ จว.ชุมพรและสุราษฎร์ธานี เป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยได้สั่งการให้ สทนช.จัดต้ัง “ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้” พร้อมลงรับทราบติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาพรวม จากส่วนราชการต่างๆ ณ ศาลากลาง จว.ชุมพร

โดยสรุปสถานการณ์ภาพรวม จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ตั้งแต่ 10 พ.ย.64 ส่งผลให้ฝนตกหนักต่อเนื่อง เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งใน 8 จว.ภาคใต้หลายพื้นที่  ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขัง 3 จว.คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานีและสงขลา รวม 10 อำเภอ 315 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,909 ครอบครัว โดยคาดการณ์ว่ายังมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลต่อระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลางของภาคใต้ มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลายแห่ง เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ 

พล.อ.ประวิตร’ ย้ำว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่จังหวัด  ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายครัวเรือน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจกับผู้ประสบภัยทุกครอบครัว พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลและทุกส่วนราชการจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการช่วยเหลือดูแลจนกว่าสถานการณ์จะปกติ

พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ทุกส่วนราชการในพื้นที่ เร่งระบายน้ำลงทะเล โดยเฉพาะ  อ.สวี อ.ท่าแซะ อ.เมือง จว.ชุมพร ที่เป็นที่ต่ำและยังคงมีน้ำท่วมขัง  พร้อมทั้งให้กระจายช่วยเหลือเร่งด่วนให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย  เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาผู้ประสบภัยให้ทั่วถึง  ขณะเดียวกันให้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์และพื้นที่เสี่ยง โดยต้องมีการแจ้งเตือนภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยง 

 

'โฆษกรัฐบาล' เผย การขนส่งสินค้าท่าเรือกลับมาคึกคักยอดการส่งออกไทย 9 เดือนแรกขยายตัว 15.5 % เป็นไปตามข้อสั่งการ ”นายก”

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ผลการดำเนินงานของในรอบปีงบประมาณ 2564  (ตุลาคม 2563 – กันยายน 2564) มีเรือเทียบท่าที่ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง รวม 13,840 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.9% สินค้าผ่านท่า 111.630 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.9% และตู้สินค้าผ่านท่า 9.857 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 8.6% รวมรายได้ 15,613 ล้านบาท กำไรสุทธิ  6,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.99% ซึ่งการเติบโตของตู้สินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น มาจากการที่ไทยสามารถส่งออกได้มากขึ้นต่อเนื่อง

อีกส่วนหนึ่งมาจากข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สั่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้าในภาคธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลทันที ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านโดยรัฐบาลมีการมาตรการต่างๆ  อาทิ กรมเจ้าท่าออกประกาศให้เรือที่มีความยาวมากกว่า 300 เมตร แต่ไม่เกิน 400 เมตรเข้าเทียบท่า ปรับลดภาระตู้สินค้าเปล่าขาเข้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ  ชดเชยค่ายกตู้ขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ท่าเรือแหลมฉบับ เป็นต้น ช่วยบรรเทาการขาดแคลนตู้สินค้า สนับสนุนให้ค่าระวางเรือขนส่งจากไทยลดลง ส่งผลให้บริการสินค้าและตู้สินค้าผ่านท่าสูงขึ้นด้วย

นายธนกร กล่าวว่า ที้งนี้ ผลการดำเนินงาน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกับปีที่ผ่านมา ดังนี้ 
1) ท่าเรือกรุงเทพ เรือเทียบท่า 4,170 เที่ยว เพิ่มขึ้น 9.1%  ตู้สินค้าผ่านท่า 1.438 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 0.2%
2) ท่าเรือแหลมฉบัง เรือเทียบท่า ลดลง 1.0%   ตู้สินค้าผ่านท่า 8.419 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 10.2%
 3) ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เรือเทียบท่า 2,231 เที่ยว ลดลง 10.5% ตู้สินค้าผ่านท่า 5,064 ที.อี.ยู. ลดลง 32.3%
4) ท่าเรือเชียงของ เรือเทียบท่า ลดลง 96.6% สินค้าผ่านท่า ลดลง 98.9%
 5) ท่าเรือระนอง เรือเทียบท่า เพิ่มขึ้น 15.9% ตู้สินค้าผ่านท่า เพิ่มขึ้น 53.0%
โดยในปีงบประมาณ 2565  นี้ ยังประมาณการตู้สินค้าผ่านท่าที่ท่าเรือกรุงเทพ 1.43 ล้าน ที.อี.ยู. และท่าเรือแหลมฉบัง 8.243 ล้าน ที.อี.ยู. ด้วย 

 

‘อลงกรณ์’ ปลื้ม ผลงานประกันรายได้ชาวนา ดันเงินหมุนเวียนนับล้านล้านบาท 

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็น 1 ใน 5 พืชเศรษฐกิจหลัก ภายใต้นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ได้แก่ ข้าว, มันสำปะหลัง, ยางพารา, ปาล์ม, น้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ “ไม่ใช่ภาระแต่เป็นธุระของรัฐบาล” ในการบริหารนโยบายให้สำเร็จตามที่แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นโครงการที่เกษตรกรพึงพอใจมากที่สุดโครงการหนึ่งของรัฐบาล

เพราะสามารถสร้างหลักประกันรายได้ (Universal basic income) จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในช่วงที่เกิดความผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตร จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจวิกฤตไปทั่วโลก ซึ่งนี่ถือเป็นนโยบายเรือธง (Flagship policy) ของพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาล

สำหรับโครงการประกันรายได้ชาวนาเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์แห่งอนาคตในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition period) ของการปฏิรูปภาคเกษตรเพื่อสร้างศักยภาพใหม่ของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าว 5 ปี (2563-2567) ที่เริ่มมาแล้วตั้งแต่ปี 2563 ขับเคลื่อนด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ตั้งแต่… 

‘ต้นน้ำ’ การผลิตมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนพัฒนาพันธ์ุสร้างมาตรฐานเชื่อมโยง 

‘กลางน้ำ’ การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม 

และ ‘ปลายน้ำ’ การตลาดแบบออนไลน์/ออฟไลน์ ทั้งตลาดในและต่างประเทศตามโมเดลเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต

“โครงการนี้ได้ช่วยพัฒนาฐานะและชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและครอบครัวเกือบ 30 ล้านคน ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีแรงงานและการจ้างงานมากที่สุด อีกทั้งเป็นฐานรากสำคัญของประเทศ ทำให้สามารถรักษาการผลิตสินค้าเกษตรสร้างรายได้ในการส่งออกให้กับประเทศของเราจนเป็นอันดับต้นของสินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้นทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (มองในมุมของการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและการนำรายได้เข้าประเทศ) ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่และภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยว มีตัวเลขการส่งออกที่ลดลง

“ประการสำคัญ คือ เงินประกันรายได้ที่เกษตรกรได้รับ เกิดจากการทำงานแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน จากหยาดเหงื่อแรงกาย ไม่ใช่การแจกจ่ายแบบให้เปล่า (Free rider) จำนวนหลายแสนล้านบาทเหมือนโครงการอื่น ๆ ของรัฐ”

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ภาคเกษตรในรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ กำลังนำภาคเกษตรกรรมเข้าสู่มิติใหม่โดยเฉพาะเกษตรอัจฉริยะแนวทางเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ที่ใช้บิ๊กดาตา (Big Data) และดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital Technology) รวมถึงการทำเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งพัฒนาขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 แปลง รวมพื้นที่กว่า 6 ล้านไร่ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรรวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเกษตรและประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน เน้นการบูรณาการความร่วมมือทำงานเชิงรุกกับทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคเกษตรกร ด้วยการสร้างกลไกเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อขับเคลื่อนด้วยแนวทางใหม่ ๆ ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปภาคเกษตร...

ฟิลิปปินส์อนุมัติวัคซีน 'โนวาแวกซ์' ฉีด 2 โดส ห่างกันไม่เกิน 21 วัน

ทางการฟิลิปปินส์อนุมัติวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท โนวาแวกซ์ สำหรับการใช้แบบฉุกเฉิน เป็นวัคซีนชนิดที่ 9 ที่ผ่านการอนุมัติในประเทศ

รายงานรอยเตอร์ (17 พ.ย. 64) อ้างคำแถลงของโรลันโด เอนริเก โดมิงโก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) ของฟิลิปปินส์ ว่า วัคซีนของโนวาแวกซ์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใช้โปรตีนภายใต้ชื่อทางการค้าว่า ‘โคโวแวกซ์’ และผลิตโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ได้รับการอนุมัติสำหรับการใช้งานแบบฉุกเฉินกับผู้ใหญ่ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในฟิลิปปินส์

เขากล่าวว่า วัคซีนโคโวแวกซ์ ซึ่งผลการทดลองทางคลินิกให้ประสิทธิผลถึง 89.7% เป็นวัคซีนที่ต้องฉีด 2 โดส ในเวลาห่างกันไม่เกิน 21 วัน

'ทูตภูฏาน' ชื่นชมปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ชี้!! มีส่วนสำคัญพัฒนาภูฏานได้อย่างยั่งยืน

17 พ.ย. 64 ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงการเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ ประยุทธ์ ของทูตภูฏาน ว่า…

นายคินซัง ดอร์จิ (H.E. Mr. Kinzang Dorji) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ คณะฯ ลงพื้นที่กระบี่เยี่ยมเยียนและสร้างกำลังใจในการปฏิงานตามแนวท่องเที่ยววิถีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ฯ ตามแนวนโยบายการเปิดประเทศ 

ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมคณะฯ ประกอบด้วยพล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์  โชคชัย รอง ผบช.ทท./พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ทท.3 /พ.ต.อ.เอกกฤต วิริยะภาพ รอง ผบก.ทท.3 /พ.ต.อ.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ รอง ผบก.ทท.3 /พ.ต.อ.ยุทธภูมิ  ปั้นลายนาค   รอง ผบก.ทท.3 /พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม ผกก.2 บก.ทท.3 

โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย รรท.สว.ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.3 หัวหน้าสถานีตรวจท่องเที่ยวกระบี่ และเจ้าหน้าที่รวมถึง ล่ามแปลภาษาประจำสำนักงานฯ และอาสาสมัครท่องเที่ยว ที่เป็นทีมทำงาน ร่วมให้การต้อนรับ และรับนโยบายการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภค​บริโภคให้เจ้าหน้าที่สำนักงานฯ 

ผู้บัญชา​การตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ เพื่อมาดูการทำงานที่ต้องสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายกรัฐมนตรี ในการเปิดประเทศ​ทเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน​2564 เนื่องจากจังหวัดกระบี่ ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ สีฟ้าของประเทศ ที่เป็น 1 ใน 4 จังหวัดนำร่อง ท่องเที่ยวประกอบด้วย กรุงเทพ​มหานคร​ กระบี่ ภูเก็ต พังงา ที่สามารถ ร่วมโครงการเปิดประเทศ ท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด 

ในส่วนจังหวัดกระบี่นั้น มีพื้นที่เป้าหมาย  Phuket Sandbox ที่มีความเข้มงวดตามเงื่อนไข การทดลองเปิดประเทศก่อนหน้านี้  จำนวน 3  แหล่งท่องเที่ยว คือ เกาะพีพี เขตอุทยานแห่งขาติหาดนพรัตน์​ธารา​และหมู่เกาะพีพี  เกาะไหง ในเขตอุทยานแห่งขาติหมู่เกาะลันตา อ่าวไร่เล เขตอำเภอเมือง 

การท่องเที่ยวในแนวทางใหม่ เป็นเรื่องการดูแล​ความปลอดภัย​ทางสาธารณสุข​ มาตรฐานการ​รักษา​โรค ในโลกสีเขียว วิถีใหม่เป็นเรื่องที่ตำรวจท่องเที่ยวจะต้องปรับตัวในการทำงานให้เกิดผลดีที่สอดคล้องกับแนวนโยบายฯและได้ทำการทดลองใช้ อุปกรณ์​และตรวจสอบ การทำงานของ Call Center 1155 สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว ตามสโลแกน Your First Friend " เพื่อนคนแรกของนักท่องเที่ยว" ที่ให้บริการ สร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว เมื่อมีปัญหา และสอบถามข้อมูล ที่มีล่ามแปล สนทนาได้ 5 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย 

‘ไอติม-ปิยบุตร’ ผิดหวังร่างรธน. ไม่ผ่านสภา ขอโทษประชาชน 1.3 แสนคน ดันภารกิจไม่สำเร็จ 

วันที่ 17 พ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution ในฐานะผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ….ฉบับภาคประชาชน ที่มีการเข้าชื่อจำนวน 135,247 คน ร่วมกันแถลงภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติไม่รับหลักการในร่างฯ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าผิดหวัง ตรงที่ข้อเสนอของเราไป ถูกนำไปปฏิบัติในสังคม ขอย้ำอีกครั้งว่า ข้อเสนอเราไม่ได้สุดโต่ง หรือพยายามให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เปรียบ เราไม่อยากให้ติดกับดักวาทกรรมสุดโต่ง ที่พูดกันในสภาฯ วานนี้ (16 พ.ย.) หรือมี ส.ว. บางคนทำให้เราเข้าใจผิดเช่นนั้น เพียงแต่ต้องการสร้างระบบการเมืองที่ควรจะเป็น คือ 

ค. คืนศักดิ์ศรีให้กับสถาบันการเมือง ที่กำลังเสื่อมศรัทธา โดยให้เป็นสภาฯ เดี่ยว และที่มาของศาล องค์กรอิสระ ให้มีความเป็นกลาง สามารถเป็นที่พึ่งพาของประชาชน 

ว. ไว้ใจ สร้างระบบการเมืองที่ไว้ใจประชาชนให้กำหนดอนาคตตัวเอง มีอิสระเสรีภาพในการเลือกนโยบายพรรคการเมือง สามารถลงโทษพรรคการเมืองที่ไม่ทำตามนโยบายที่สัญญาไว้ มากกว่ามียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มาครอบงำ 

และ ร. ระบบกติกาที่เป็นกลาง สามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีเป็นธรรม รวมถึงทุกรัฐบาลต้องถูกตรวจสอบโดยศาล องค์กรอิสระที่เป็นกลางจริง ตนต้องขอโทษประชาชน 135,247 คน ที่มาร่วมเดินทางกับเรา รวมถึงที่ติดตามการอภิปราย คาดหวังจะให้ร่างฯ ของเราผ่าน

“ยอมรับว่า ภารกิจเรายังไม่ได้สำเร็จ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงต้องเดินหน้าต่อไป ถ้ายังมีรัฐธรรมนูญที่มีที่มา กระบวนการเนื้อหาไม่ชอบธรรม มันไม่สามารถแก้ไขวิกฤตทางการเมืองได้ ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว ตั้งแต่เลือกตั้งปี 2562 มีการแก้ไขร่างฯ มา 3 ครั้ง ผ่านฉบับเดียว คือ การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ที่ไม่ใช่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ นี่หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ว่า เป็นนโยบายเร่งด่วน พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคได้กล่าวไว้ว่าจะเป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาล หวังว่า คงไม่ใช่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญใด ๆ ก็ตาม ที่ไม่แตะ ส.ว. กลไกสืบทอดอำนาจ ก็ไม่สามารถแก้วิกฤตได้” นายพริษฐ์ กล่าว

'พล.1 รอ.' ขายรับนโยบาย 'นายกฯ' เตรียม รถทหาร 34 คัน ขนส่งสินค้า แทนรถบรรทุกหยุดวิ่ง ประท้วงราคาน้ำมันดีเซลพุ่ง

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการเหล่าทัพ เตรียมนำรถบรรทุกสนับสนุนขนส่งสินค้า ภายหลังสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมผู้ประกอบการรถบรรทุกประท้วงจะหยุดเดินรถ หากไม่ลดราคาดีเซลเหลือ 25 บาท/ลิตรภายใน 1 ธ.ค. นี้

‘ชาญวิทย์’ เผย!! นัยแห่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมยกตัวอย่างหากไทยต้องหวนกลับคืน = ? 

นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

To return to ancient Absolute Monarchy time means การต้องกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นั้น หมายถึงว่า... 

1.) กลับไปสู่ยุค ปลายสมัย ร. 5 คือ ประมาณ “การปฏิรูป” พ.ศ. 2435 ซึ่งเป็นยุคสูงสุดของพระราชอำนาจกษัตริย์ไทยเป็นครั้งแรก และเป็นการรวมอำนาจที่ศูนย์กลางที่องค์กษัตริย์อย่างไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นสมัยสุโขทัย ล้านนา อยุธยา ธนบุรี หรือต้นรัตนโกสินทร์ 

2.) แต่จะตกต่ำ เสื่อมทรามลงอย่างรวดเร็ว ในสมัย ร. 6 ที่เกิดการกบฏ/ปฏิวัติ ร.ศ. 130 หรือที่เรียกกันว่า “กบฏหมอเหล็ง” ของบรรดานายทหารหนุ่ม ๆ จากโรงเรียนนายร้อยทหารบก  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top