Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

ไม่ได้ถูกอมงบ..!!! “กอ.รมน.” ชี้ งบ  “โครงการพัฒนาพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของปชช. ได้งบลดลงเหลือ130 ล้าน ยันอยู่ในกรอบระเบียบทางราชการ 

พล.อ.สิทธิชัย มากกุญชร โฆษก กอ.รมน. กล่าวถึงกรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียล ฯ  มีรายละเอียดกล่าวถึง เรื่องของงบประมาณปี 65  ในส่วนของน้ำมัน (หรือ สป.3.) ที่หน่วยหรือชุดปฏิบัติงานควรจะได้รับไปเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจ “โครงการพัฒนาพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ตามชายแดน” ซึ่งอยู่ในกรอบงาน ของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. ตามที่เห็นปรากฏในเอกสารอ้างถึงนั้น ว่า โครงการดังกล่าวอยู่ในกรอบงานของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน  สนับสนุนงบประมาณให้ กอ.รมน.ภาค 3 สย. 1/ กกล.นเรศวร เป็นผู้ปฏิบัติ  โดยในปี 2564  ได้รับงบประมาณจำนวน 181 ล้านบาทเศษ  ส่วนในปีงบประมาณ 2565 ได้รับงบประมาณลดลงเหลือ 130 ล้านบาทเศษ  ซึ่งพบว่าตั้งแต่ ปี 63 - 65 โครงการฯ นี้ได้รับงบประมาณลดลงมาอย่างต่อเนื่องตามลำดับ

“ทาง กอ.รมน.ยังคงอยากให้การปฏิบัตินั้นครอบคลุมพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายจำนวน 150 หมู่บ้านตามแผนเดิม   จึงทำให้เมื่อเฉลี่ยงบประมาณเทียบเป็นรายหมู่บ้านแล้วตัวเลขจึงทำให้ดูลดน้อยลงไปมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับในปีที่ผ่านมา”โฆษก กอ.รมน. กล่าว  

พล.อ.สิทธิชัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางหน่วยปฏิบัติใช้วิธีบริหารจัดการภายใน เช่น ลดการใช้ น้ำมันหรือ สป.3 จากส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นน้อยกว่า  นำมาเพิ่มเติมให้โครงการนี้ตามความจำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบภารกิจโครงการนี้

 

‘เฉลิมชัย’ ปูพรมเกษตรกรรมยั่งยืน 1.7 ล้านไร่ เดินหน้าดันฟาร์มเกษตรอินทรีย์ทุกตำบล

“เฉลิมชัย” โชว์ผลงานเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน (Sustainable Agriculture) ปี 64 กว่า 1.7 ล้านไร่ เร่งเครื่องวางหมุดหมายฟาร์มเกษตรอินทรีย์ทุกตำบล ดึง “พอช.” ลุยชุมชนสีเขียวพร้อม ผนึก “ศธ.” ปั้นกรีนสกูล

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (18พ.ย.) ว่าดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบ ZOOM โดยมีนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม, นายสถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน, นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ, นายปริญญา พรศิริชัยวัฒนา ประธานชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย, ตัวแทนหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ตัวแทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์), เครือข่ายของมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย, ตัวแทนภาคเกษตรกร ร่วมในการประชุม

นายอลงกรณ์กล่าวว่า จากความร่วมมือของทุกภาคีภาคส่วน ทำให้การพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในปีนี้มีความก้าวหน้าอย่างมากจากรายงานการดำเนินงานของหลายหน่วยงานสามารถขยายพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2564 ได้กว่า 1,766,269.15 ไร่ ทั้งในรูปแบบของเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ และเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล (Tambom Sustainable Agriculture Development Project : TAP) ซึ่งมีเป้าหมาย 7,255 ตำบล ทั่วประเทศ โดยจะเน้นส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนทั้งในทุกตำบล และเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดเกษตรกรรมยั่งยืนกินได้ อยู่ได้ และอยู่ดี ภายใต้แนวคิด “บริหารโดยชุมชน เป็นของชุมชน เพื่อชุมชน” ใน 21 แนวทางได้แก่ 

(1) 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ 
(2) 1 ตำบล 1 ร้านค้าเกษตรตำบล
(3) 1 ตำบล 1 แปลงเกษตรอินทรีย์ 
(4) 1 ตำบล 1 Product Champion 
(5) 1 ตำบล 1 วนเกษตร 
(6) 1 ตำบล 1 กลุ่ม Young Smart 
(7) 1 ตำบล 1 เกษตรธรรมชาติ 
(8) 1 ตำบล 1 แปลงสมุนไพร 
(9) 1 ตำบล 1 เกษตรผสมผสาน 
(10) 1 ตำบล 1 กลุ่มปศุสัตว์ 
(11) 1 ตำบล 1 เครือข่ายศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม 
(12) 1 ตำบล 1 กลุ่มประมง 
(13) 1 ตำบล 1 องค์กรกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร 
(14) 1 ตำบล 1 ท่องเที่ยวเกษตร 
(15) 1 ตำบล 1 โครงการชลประทานชุมชน 
(16) 1 ตำบล 1 เครือข่าย ศพก. 
(17) 1 ตำบล 1 ธนาคารต้นไม้ (ผลิตและจำหน่ายต้นกล้า) 
(18) 1 ตำบล 1 วิสาหกิจชุมชน 
(19) 1 ตำบล 1 กลุ่มเครื่องจักรกลเกษตร 
(20) 1 ตำบล 1 ตลาดออนไลน์ 
(21) 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรพลังงาน 

ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการ ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อการขับเคลื่อนต่อไป 

‘ณัฐชา ก้าวไกล’ แนะ นายกฯ หารือเอกชน แก้ปมรถขนส่งหยุดวิ่ง ย้ำประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร

ไม่รู้ก็ควรขอความร่วมมือเอกชนเพื่อหาทางออก กรณีแก้ปัญหารถขนส่งหยุดวิ่ง ย้ำนี่ประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการเหล่าทัพ เตรียมนำรถทหารมาสนับสนุนขนส่งสินค้า ภายหลังสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมผู้ประกอบการรถบรรทุกประท้วงจะหยุดเดินรถ หากไม่ลดราคาดีเซลเหลือ 25 บาท/ลิตรภายใน 1 ธ.ค. นี้

ล่าสุด กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และหน่วยขึ้นตรง ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล และยานพาหนะในการเตรียมความพร้อมการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล

โดยนายณัฐชาระบุว่า ปัญหาของพี่น้องประชาชนจากการเรียกร้องไม่ว่าเรื่องใด นายกรัฐมนตรีไม่เคยแก้ได้ แต่กลับใช้กำลังทหารมาทดแทนทุกครั้ง สิ่งที่ผมอยากสื่อสารไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร การแก้ปัญหาที่ท่านกำลังทำมันยิ่งตอกย้ำว่า นายกฯ ประเทศนี้ไม่เคยเห็นหัวประชาชนเลย ใช้ตรรกะอะไรในการคิดว่านำรถทหารออกมาทดแทนรถที่หยุดขนส่ง จะทำให้สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลเหลือ 25 บาทต่อลิตรได้

แล้วรถทหารจำนวน 34 คันของท่าน มันสามารถครอบคลุมโครงข่ายขนส่งได้จริง ๆ หรือ มันจะทำได้สักกี่วัน การแก้ปัญหาที่ไร้วิสัยทัศน์ ไร้กึ๋นมันจะยิ่งทวีความไม่พอใจของพี่น้องสหพันธ์ขนส่ง ทำไมไม่เลือกจะพูดคุยเจรจาหาทางออกร่วมกับพวกเขา อย่าทระนง อวดดี ทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้ เพราะคนที่จะตายคือประชาชน ณัฐชากล่าว

'อัษฎางค์' คลายปม ความจริงที่หลายคนคิดไม่ถึง ทำไมประเทศไทยต้องซื้อ 'เรือดำน้ำ'

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า... 

เรือดำน้ำกับสงครามเศรษฐกิจ

“จะซื้อเรือดำน้ำทำไม ขนาดลาวยังไม่ซื้อเลย เดี๋ยวนี้เขารบด้วยเศรษฐกิจ”

คือหนึ่งในวิสัยทัศน์ของเด็กเมื่อวานซืนที่มีแค่สามกีบ

คนพวกนี้ด้อยปัญญาจนไม่เคยรู้ว่า…
1.) ไม่รู้ว่าลาวไม่มีพื้นที่ติดทะเล
2.) ไม่รู้ว่าชาติอื่น ๆ ที่ติดทะเล ส่วนใหญ่ล้วนมีเรือดำน้ำ
3.) ไม่รู้ว่าแสนยานุภาพทางการทหาร มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสงครามการค้า

มีคนจำนวนมาก ชอบพูดว่า รัฐบาลไทยจะซื้อเรือดำน้ำทำไม สมัยนี้ไม่มีการสู้รบ มีแต่สงครามการค้า สงครามเศรษฐกิจ

ซึ่งมันคือความจริง ว่าสงครามยุคนี้ คือ สงครามทางเศรษฐกิจมากกว่าสงครามทางการทหาร

แต่มีความจริงมากกว่านั้น ที่คนไม่รู้หรือคิดไม่ถึง คือ... 

สงครามเศรษฐกิจนั้น ไม่ได้รบกันด้วยความสามารถทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ประเทศต้องมีแสนยานุภาพทางทหารมากพอที่จะเอาสร้างเสริมบารมีให้คู่แข่งทางการค้าเกรงขาม หรือแม้กระทั่งเอาไว้ข่มขู่คู่แข่งทางเศรษฐกิจอีกด้วย

ไม่ต้องคิดถึงสงครามเศรษฐกิจระดับประเทศ หรือรัฐศาสตร์ทางการทหาร

มาลองคิดง่าย ๆ แบบบ้าน ๆ

ถ้าในบ้านเรามีแต่คนแก่ ผู้หญิงและเด็ก แถมเรียนหนังสือมาไม่สูง หน้าที่การงานก็จิ๊บจ๊อย ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เงินทองก็ไม่ค่อยมี เวลามีปัญหากับคนข้างบน คนในซอย กับลูกค้า คุณคิดว่า คุณจะเอาอะไรไปสู้กับเขา

ในขณะที่อีกฝ่าย ในบ้านเขามีแต่คนหนุ่มสาว การศึกษาสูง หน้าที่การงานดี มีธุรกิจใหญ่โต มีเงินทองเหลือเฟือ 

คุณว่าคุณจะเอาอะไรไปสู้กับเขา!! 

คนหรือคู่ค้า หรือคู่กรณีจะเข้าข้างใครมากกว่ากัน! 

ในประเทศไทย นักการเมือง คือ ผู้มีอำนาจมากที่สุด (ไม่ใช่สถาบันพระมหากษัตริย์)

แต่นักการเมืองกลัวใครที่สุด?

นักการเมืองกลัวทหารที่สุด เพราะทหารมีกำลังพลพร้อมจะปฏิวัติหรือรัฐประหาร

ไม่เชื่อก็ดูพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้าดูก็ได้ว่าเขากลัวทหารขนาดไหน กลัวขนาดหาทุกวิถีทางที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้ทหารหลบทางให้นักการเมือง

เห็นอะไรมั้ย? 

กำลังและแสนยานุภาพทางการทหาร มีผลต่อการเมือง เศรษฐกิจและกิจกรรมระหว่างประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

คุณจะทำสงครามเศรษฐกิจ จะทำสงครามการค้า แต่กองทัพของคุณกระจอก ใครจะเห็นหัวคุณ

เว็บไซต์ Global Firepower ซึ่งเป็นเว็บไซต์จัดอันดับแสนยานุภาพทางการทหารระดับนานาชาติ ในปี 2563 นี้ได้เผยแพร่รายงาน 2020 Military Strength Ranking ประเทศที่มีแสนยานุภาพทางการทหาร….

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา มีเรือดำน้ำ 66 ลำ
อันดับ 2 รัสเซีย มีเรือดำน้ำ 62 ลำ
อันดับ 3 จีน มีเรือดำน้ำ 74 ลำ
อันดับ 5 ญี่ปุ่น มีเรือดำน้ำ 20 ลำ 
อันดับ 6 เกาหลีใต้ มีเรือดำน้ำ 22 ลำ
อันดับ 25 เกาหลีเหนือ มีเรือดำน้ำ 83 ลำ 

คืบหน้าวัคซีน ‘ChulaCov19’ เตรียมเข้าเฟส 3 ชี้ กระตุ้นภูมิสูงกว่า ‘ไฟเซอร์’ คาดได้ใช้จริงปี 65

อัปเดต! วัคซีนจุฬาฯ ใกล้ความจริง ด้าน “หมอเกียรติ” เผยวัคซีน ChulaCov19 เตรียมเข้าเฟส 3 หากทุกอย่างตามแผนพร้อมผลิตใช้จริงเร็วสุด มิ.ย. 65 ขณะที่วัคซีนใบยา ยังขาดกลุ่มสูงอายุเข้าเป็นอาสาสมัคร เพื่อทดลองช่วง ธ.ค. นี้

จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 64 ได้อนุมัติโครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 “ChulaCov19” mRNA เพื่อทำการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 และการผลิตเพื่อขึ้นทะเบียนวัคซีน เพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน กรอบวงเงิน 2,316 ล้านบาท และเห็นชอบในหลักการโครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 (Baiya) กรอบวงเงิน 1,309 ล้านบาท ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม (อว.) โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติมฯ พ.ศ. 2564

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ย. 64 มีการเสวนาความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 ของจุฬาฯ “นวัตกรรมของไทย ความหวังของโลก” ผ่านเฟซบุ๊ก : Chulalongkorn University โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (วัคซีน ChulaCov19) กล่าวว่า ข้อมูล ณ ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไปแล้วกว่า 7.5 พันล้านโดส ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมประมาณ 3 พันกว่าล้านโดสมาจากจีน บราซิล อินเดีย ซึ่งช่วยชีวิตคนได้มาก และอีกเกือบ 2 พันล้านโดสเป็นเทคโนโลยี mRNA ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศรายได้สูง และอีกประมาณ 1 พันกว่าล้านโดสเป็นไวรัลแวกเตอร์ (Viral Vector)

ศ.นพ.เกียรติ กล่าวว่า หากเรารอวัคซีนไปเรื่อย ๆ โดยไม่พัฒนาเองคงไม่ได้ ประเทศต่าง ๆ จึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่ครบถ้วนของตัวเอง รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งทั่วโลกมีนักวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 มากกว่า 200 - 300 ชนิด แต่ว่า 120 ชนิดเข้าในคน และ 14 ชนิดได้รับอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยพบว่ามี 8 ชนิดที่ให้ใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านรัฐ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์โลก โดยประเทศไทยปัจจุบันมี 6 เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ส่วนจุฬาฯ มี 2 เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม คือ mRNA และโปรตีนซับยูนิต (subunit vaccine) แม้ไทยจะช้า แต่เราจะพึ่งตัวเองได้

“สำหรับจุฬาฯ ที่พัฒนาวัคซีน ChulaCov19 ปัจจุบันเรามีการเตรียมวัคซีนรุ่น 2 และ 3 ไว้กรณีรุ่น 1 ไม่สามารถใช้หากโควิดข้ามสายพันธุ์ ซึ่งทดสอบในหนูแล้ว อย่างไรก็ตาม ในการทดลองอาสาสมัครระยะที่ 1 ตั้งแต่มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา แบ่งเป็น 36 คน อายุ 18-55 ปี และอีกกลุ่ม 36 คน สำหรับอายุมากขึ้น คือ อายุ 56-75 ปี หลังจากนั้นเลือกโดสที่เหมาะสมเพื่อไปสู่ระยะที่ 2 อีก 150 คน อายุ 18-59 ปี ทั้งหมดฉีดครบ 2 เข็มตามครบ 1 เดือน ข้อมูลทยอยออกมา” ศ.นพ.เกียรติ กล่าว

ศ.นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า ผลสรุปเบื้องต้นภาพใหญ่จำนวน 36 คน (อายุ 18-55 ปี) วัคซีนปลอดภัย มีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย แต่จะดีขึ้นประมาณ 1-2 วันครึ่ง โดยภูมิคุ้มกันกระตุ้นทั้ง B Cell และ T Cell ได้สูง ซึ่งจุฬาฯ จับมือห้องปฏิบัติการทั้ง สวทช. และมหิดล ก็ไปในทางเดียวกัน ซึ่งข้อมูลมาจากห้องแล็บที่มีการให้วัคซีนทั้งโดสต่ำ โดสกลาง และโดสสูง และมีการเปรียบเทียบกับไฟเซอร์ รวมไปถึงดูเรื่องการข้ามสายพันธุ์ ทั้งอัลฟา เบตา และเดลตา ซึ่งป้องกันได้ ยิ่งโดสสูงก็ยิ่งป้องกันได้ นอกจากนี้ ยังทดสอบในเชื้อที่สังเคราะห์ขึ้น ก็ยืนยันไม่แตกต่างจากเชื้อจริงที่เรามีการทดลอง โดยการทดลองทั้งหมดพบว่า ข้ามสายพันธุ์ได้ทั้งหมดเช่นกัน

ศ.นพ.เกียรติ กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมการกลางทางวิชาการที่ติดตามความปลอดภัยมีการพิจารณาว่า เมื่อโรคระบาดหนักขนาดนี้ หากใช้โดสต่ำ อาจต้องบูสเร็ว จึงตัดสินใจว่า เฟส 2 จะใช้โดสสูงเป็น 50 ไมโครกรัม ซึ่งได้ผ่านการอนุมัติจาก อย. และจะนำมาเปรียบเทียบระหว่างการฉีดวัคซีน ChulaCov19 และฉีดน้ำเกลือ (กลุ่มฉีดน้ำเกลือ 29 วัน เพื่อความปลอดภัยจะได้ไฟเซอร์) ประเด็นที่น่าสนใจคือ วัคซีนนี้กระตุ้น T Cell สูงมาก สูงกว่าไฟเซอร์ 2 เท่า แม้ภูมิฯ ตกมาหลัง 4 สัปดาห์ก็ยังใกล้เคียงกับไฟเซอร์

“ขณะนี้เราทดลองผ่านเฟส 1 และเฟส 2 มาแล้ว ซึ่งต้องขอบคุณ อย. มากที่ทำงานเชิงรุก และให้ข้อแนะนำแนวทางที่ชัดเจน โดยเราเตรียมเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับคู่เทียบ คือ ไฟเซอร์ ว่า เราไม่ด้อยกว่า และปลอดภัยในอาสาสมัคร โดยวัคซีนขณะนี้ผลิตในประเทศไทย เป็น เมดอินไทยแลนด์ เสร็จเรียบร้อย มีการบรรจุขวดแล้ว เหลือรอตรวจประกันคุณภาพ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะรับอาสาสมัครได้ก่อนสิ้นปี และฉีดจริงต้นปี คาดว่าจะเสร็จภายใน มี.ค. และรวบรวมข้อมูลเพื่อขึ้นทะเบียนต่อไป” ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จุฬาฯ กล่าว

ศ.นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ หากได้ขึ้นทะเบียนในภาวะฉุกเฉินก็ต้องรับเงื่อนไข อย. ที่เป็นมาตรฐานสากล โดยต้องติดตามคนฉีดวัคซีน ChulaCov19 อีก 3 หมื่นคน และเก็บข้อมูลความปลอดภัย ประสิทธิผลว่าได้อย่างไร แต่ความจริงคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน อาจเหลือไม่มาก ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคู่ขนาน คือ การฉีดกระตุ้นเข็ม 3 จึงต้องเริ่มเตรียมทดสอบในอาสาสมัครอายุน้อยลงด้วย

“ก่อนหน้านี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มาเยี่ยมที่จุฬาฯ ซึ่งท่านรับฟังปัญหาและทางออกจริงจังมาก ผมเสนอว่า หากอยากเห็นอย่างน้อย 1 วัคซีนไทยได้ขึ้นทะเบียนในปีหน้า หากโชคดีเร็วกว่านั้นจะเป็นของขวัญปีใหม่ไทย จึงควรให้งบฯ เหมือนในต่างประเทศ โดยมีงบฯ 3 พันล้านบาทต่อ 1 วัคซีน มากองไว้ และมีระบบในการอนุมัติเงินเป็นกรอบ ขั้นตอนการอนุมัติต้องมีความคล่องตัว ซึ่งท่านได้ให้ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการประสานกับเราตลอดเวลา ว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน ซึ่งท่านรักษาสัญญา โดยเงินที่เราขอไป 2.3 พันล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน โดย 1.3 พันล้านเป็นส่วนพัฒนาวัคซีน ทดลองในอาสาสมัคร ส่วนอีก 1 พันล้านเป็นค่าใช้จ่ายวัตถุดิบและการผลิตหลักล้านโดสขึ้นไป ทั้งหมดทำให้การทำงานง่ายขึ้น จึงต้องกราบขอบพระคุณ และจะใช้ทุกบาททุกสตางค์อย่างรอบคอบ และใช้ตามจริง” ศ.นพ.เกียรติ กล่าว

ทบ. จัดแถวพลขับ - รถทหาร 3,700 คัน หลังรถบรรทุกขู่หยุดขนส่งสินค้าสิ้นเดือนนี้

วันที่ 18 พ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกบางส่วน เรียกร้องรัฐบาลเรื่องราคาน้ำมัน และระบุว่าจะหยุดการเดินรถขนส่งสินค้าในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งรัฐบาลกำลังบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้เตรียมระบบขนส่งรองรับการหยุดเดินรถและให้เหล่าทัพเตรียมการสนับสนุนรถยนต์ทหารเข้าช่วยในการขนส่งอีกทางหนึ่งนั้น ในส่วนของกองทัพบก พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก, กรมการขนส่งทหารบก, กองทัพภาค และหน่วยที่เกี่ยวข้อง 

ได้รวบรวมศักยภาพด้านการขนส่งและเตรียมข้อมูลยานยนต์ทางทหาร ที่สามารถนำมาใช้ในการขนส่งสินค้ารองรับตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งได้หารือถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและแนวทางปฏิบัติในการนำรถยนต์บรรทุกขนาดต่าง ๆ พร้อมกำลังพลเข้ารับภารกิจ โดยในขั้นต้นกองทัพบกมีรถยนต์ทหารที่เหมาะสมกับภารกิจด้านการขนส่งทางถนนประมาณ 3,700 คัน แยกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก, ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีน้ำหนักบรรทุก 1, 4 และ 8 ตันตามลำดับ 

เยาวชนปลดแอก โพสต์ ทะลุแก๊สหลายคนลำบาก ตกงาน ไร้บ้าน ฆ่าตัวตาย โบ้ยฝีมือบิ๊กตู่

น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แกนนำเยาวชนปลดแอก และม็อบที่เรียกตัวเองว่า ราษฎร โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า... 

เยาวชนที่เคยออกไปม็อบดินแดงหลายคนกำลังลำบากอย่างมากจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ หลายคนต้องตกงาน บางคนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน เท่าที่ทราบมามีคนพยายามฆ่าตัวตายไม่ต่ำกว่า 7 คน ตอนนี้สำเร็จไปแล้ว 2 คน อีกคนช่วยทันแต่อยู่ในไอซียู

โฆษกรัฐบาล แจง ‘บิ๊กตู่’ สื่อสารอังกฤษได้ ชี้ ที่เห็นในภาพแค่ ‘ลดมือลงก่อน’ ผู้นำประเทศอื่น

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่มีการนำภาพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วงเวลาระหว่างการถ่ายภาพร่วมกันของผู้นำประเทศต่าง ๆ ในระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก เมื่อปี 2560 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นภาพตัด (crop) มาเผยแพร่และบิดเบือนความจริงว่า นายกรัฐมนตรีไทยไม่เข้าใจ และไม่ปฏิบัติตามคำพูดของช่างภาพว่า เป็นการบิดเบือนความจริงเพื่อโจมตีนายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนตรวจสอบจากภาพเต็มที่ไม่ได้มีการตัดภาพผู้นำคนอื่น ๆ 

‘ก้าวไกล' ลั่น! ลุยต่อ ‘สมรสเท่าเทียม’ ผิดหวังคำวินิจฉัย ‘ศาลรธน.’ ทำถึงทางตัน

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สส.พรรคก้าวไกล ธัญวาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล 

ร่วมแถลงข่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 ที่กำหนดว่าการสมรสนั้นต้องเกิดขึ้นระหว่างเพศชายและเพศหญิงเท่านั้น ว่าไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่การยื่น พวงเพชร เหงคำ และเพิ่มทรัพย์ แซ่อึ๊ง คู่รักเพศเดียวกัน ที่ถูกปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสด้วยเหตุแห่งเพศ จากเจ้าหน้าที่ และได้รับแจ้งว่าไม่เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายประมวลแพ่งพาณิชย์ 

ณัฐวุฒิ ระบุว่าผลการลงมติของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ เป็นการตอกย้ำทางตันของประเทศอีกครั้ง และจากมติดังกล่าวมีนัย 3 ประการ 

1.) การอธิบายในมาตรา 4 และมาตรา 5 ที่พูดถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างจำเพาะเจาะจง ถ้าเกิดว่าไม่ได้ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

2.) การบอกว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 27 นั้นเขียนหลักการที่รองรับระหว่างเพศก็จริงอยู่ แต่มีอยู่วรรคหนึ่งที่บอกว่า ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน และวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ศาลไม่เห็นว่าเพศไม่ได้ไปไกลกว่าคำว่าชายหรือหญิง จึงเป็นเหตุมาสู่การตีความว่าบทบัญญัตินั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 

3.) ความตอนท้ายของคำวินิจฉัย กรณีของการจะคุ้มครองสิทธิและหน้าที่ของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้น คณะรัฐมนตรี รัฐสภา ต้องไปตรากฎหมายออกบทบัญญัติแห่งกฎหมายต่อ 

ขณะนี้สังคมกำลังตั้งคำถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำลังปิดทางไม่ให้มีการแก้ไขเสนอกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 หรือกำลังปิดทางไม่ให้ภาคประชาชนเสนอกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผมคงไม่อาจตอบแทนศาลได้ว่า เจตนาในการเขียนวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเช่นไร แต่พรรคก้าวไกล ขอยืนยันเดินหน้าผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 และมาตราที่เกี่ยวข้อง 69 มาตราที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าอำนาจในการออกกฎหมายเป็นของรัฐสภา อำนาจการออกกฎหมายที่คุ้มของสิทธิของพี่น้องประชาชน เป็นของประชาชน พวกเขามีสิทธิในการออกแบบครอบครัวของตนเอง 

เผยโฉม อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 บนพื้นที่ 297 ไร่ ‘สนามม้านางเลิ้ง’ เดิม

เผยแบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9 รวม 297 ไร่ บนพื้นที่สนามม้านางเลิ้งเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ 17 พ.ย. 64 โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ระบุถึง สำนักพระราชวัง เผยวิดีโอแบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในพื้นที่สนามม้านางเลิ้งเดิม พื้นที่ 297 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมอบที่ดินมูลค่าหลายหมื่นล้านนี้ ให้ประชาชนทุกคนได้ใช้อย่างเท่าเทียม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top