Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

‘วิษณุ’ แจง!! ไอเดียนายกฯ ‘1 ขรก. 1 ครอบครัว’ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด กันคนสับสน

‘วิษณุ’ แจงไอเดียนายกฯ ‘1 ขรก. 1 ครอบครัว’ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด ระบุต้องได้รับความยินยอมก่อนเข้าถึงข้อมูลหนี้สิน ยันไม่ต้องออก กม. ใหม่รองรับใช้อำนาจ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอแนวคิด “1 ข้าราชการ รับผิดชอบ 1 ครัวเรือนยากจน” เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้รายครัวเรือนว่า นายกฯ รีบชี้แจงตรงนี้ออกมา แต่อาจจะมีคนงงว่าเป็นเรื่องที่มีครอบครัวมาเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการ 1 คน ไปดู 1 ครอบครัว จึงให้กระทรวงมหาดไทยไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะแค่นี้ยังไม่ได้แสดงความชัดเจนอะไร

‘ทิพานัน’ แจ้งลูกหนี้กยศ. ไม่ต้องหนี ‘ยธ.-กยศ.’ จัดไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ธ.ค.นี้

‘ทิพานัน’ แจ้งลูกหนี้กยศ. ไม่ต้องหนี ไม่มีมาคุยกันได้ เผย ยธ. - กยศ. เตรียมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดี ธ.ค. นี้ บรรเทาความเดือดร้อนลูกหนี้การศึกษา

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส. ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปัญหาลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาภาระลูกหนี้ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่กำหนด 

'นายกสมาคมสื่อ' จับมือ 'ภาครัฐ เอกชน' มอบอุปกรณ์เฝ้าระวังโควิด ให้ จนท.ด่านหน้าภาคใต้ - โควิดยังอ้วม PPE ขาดแคลน  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย  นายอะหมัด รามันห์สิริวงศ์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา นายอับดุลฮาดี เจะยอ ข่าวสดยะลา นายนิแอ สามะอาลี นักประชาสัมพันธ์ สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา น.ส.เลขา เกลี้ยงเกลา สำนักข่าวอิศรา กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ลงพื้นที่ มอบ อุปกรณ์เฝ้าระวังโควิด-19  และ ขนมเด็ก กล่องโควิด แคร์ ถุงยังชีพ ให้ เจ้าหน้าที่ ด่านหน้า รพ.สต. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยือไร อ.มายอ ต.วัด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี , ต.ยะหา จ.ยะลา , ต.สะบ้ายอย จ.สงขลา โดยมี ผู้นำในพื้นที่ จ.ยะลา จ.สงขลา และ นายซุลกิฟลี สาหะ ผอ.รพ.สต.วัด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมด้วยทีมอสม.ต.วัด และนายหมาด โต๊ะปะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.วัด รับมอบ

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ เจ้าของธุรกิจโรงโม่หิน บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. กองบัญชาการกองทัพไทย ,หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย นพค.42 สนภ.4 นทพ.  พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.นพ.ชัยวัฒน์ เตชะไพทูรย์  บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี สำนักข่าวอิศรา ข่าวสดยะลา นักประชาสัมพันธิ์ จ.ยะลา คุณปัตมา บาเหม

ในส่วนของกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ซึ่งเป็นองค์กรร่วม ระหว่างสื่อ ข้าราชการ ครู ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมดีๆ ช่วยเหลือชาวบ้าน แยกได้ดังนี้  1.ร้องเรียน ด้านพฤติกรรม เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลากรอาสาสมัครของรัฐ จำนวน 3,953 ราย  2.ร้องขอความช่วยเหลือ  ปรับปรุง อาหาร การบริหารจัดการ  ในศูนย์ LQ  , HQ และ SQ  จำนวน 4506 ราย 3.ร้องขอเครื่องมืออุปกรณ์การเฝ้าระวังและป้องกันโควิด และ รถยนต์เพื่อเข้าระบบการรักษา 3,956 ราย 4.ร้องขอความช่วยเหลือ ให้ปลอบผู้สูงอายุ และเด็ก กินยา ป้องกันตัวเอง จูงใจให้เกิดการรักษา และฉีดวัคซีน จำนวน 3,437 ราย 5.ร้องขอความช่วยเหลือด้าน ยาสามัญประจำบ้าน อาหารแห้ง จำนวน 6,897 ราย

รวมทั้งหมด มีร้องเรียน และ มี ผู้เดือดร้อน  ในด้านต่างๆ จำนวน 22,749 ครอบครัว ทีมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และ ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว จาก วันที่ 7 มี.ค.64 ถึงวันที่ 10 พ.ย.64  ในจำนวนนี้ ยังไม่รวม เคสที่ร้องเรียนและ อยู่ระหว่าง ตรวจสอบก่อนให้ความช่วยเหลือ อีก  767 ราย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า พวกเราเป็นเหมือนตัวกลาง ที่นำสิ่งของทั้งหมด เพื่อเฝ้าระวังโควิด-19 และ ขนมเด็ก ที่นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยผู้ ที่จิตกุศล บริจาค โดยอาศัย กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการ รวมตัว ของ สื่อมวลชน หลายเขนง และจากหลากหลายอาชีพ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ รวมตัวทำกิจกรรมดีๆช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เข้าใจพื้นที่ รู้ปัญหา ก็ได้นำสิ่งของที่ได้รับ บริจาค จากผู้ที่มีจิตศรัทธา มามอบให้ เจ้าหน้าที่ องค์กร ภาคประชาชนต่าง จะได้นำไปใช้ เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19  

สิ่งที่เรากังวล ตอนนี้ คือการติดเชื้อในครัวเรือที่ยังมีข้อข้างสูง โดยเฉพาะวันนี้ ในพื้นที่ตรงนี้ หลายหมู่บ้านหลายอำภอหลายตำบล ที่ถือว่า ยังมีผู้ติดเชื้อ ข้องข้างสูง หวังว่า สิ่งของเล็กๆน้อยๆ ที่ได้รับจากผู้บริจาคมา เราเป็นสื่อกลาง กลไกเล็กที่น่าจะมีส่วนในการลดการระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นลำดับ จนที่น่าพอใจ

‘สุริยะ’ แนะปล่อยโคมลอยได้มาตรฐาน ลดความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ - ไฟฟ้าลัดวงจร

กระทรวงอุตสาหกรรม ห่วงใยและเตือนประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทง ปล่อยโคมลอย ที่ได้มาตรฐาน มผช. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ และไฟฟ้าลัดวงจร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การปล่อยโคมลอย ควรยึดถือปฏิบัติตามประกาศมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยของส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด โดยจะควบคุมการปล่อยโคมลอยในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้สนามบิน เพื่อไม่ให้โคมลอยเข้าไปติดในเครื่องบิน หรือลอยเข้าไปตกตามชุมชน ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมห่วงใยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่อยากให้เกิดความเสียหายในเทศกาลแห่งความสุขนี้ 

จึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า โดยกำหนดเป็นมาตรการสำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้ขานรับนโยบายรัฐบาล โดยมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ดำเนินการ พัฒนา และส่งเสริมศักยภาพของผู้ผลิตชุมชนมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ให้สามารถผลิตสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ผู้ผลิตชุมชนสามารถปฏิบัติตามได้ง่ายไม่ซับซ้อน ช่วยให้สินค้าที่ผลิตมีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค 

นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และประกาศใช้แล้วจำนวน 1,355 มาตรฐาน รวมทั้งให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนแก่ผู้ผลิตชุมชนแล้วจำนวน 18,270 ราย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สามารถต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ นำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อย่างยั่งยืน “โคมลอย” เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น มีการผลิตโดยใช้    ภูมิปัญญาชาวบ้าน และนิยมปล่อยกันในช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมทางภาคเหนือของไทย 

'นายกฯ' หารือ หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) ตัวแทนภาคเอกชนขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญ ย้ำความพร้อมในการสนับสนุนร่วมมือนายกฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 

ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (American Chamber of Commerce in Thailand: AMCHAM) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและนักธุรกิจบริษัทสมาชิก เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้  
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ พร้อมขอบคุณ AMCHAM และภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของไทยเสมอมา โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นายกรัฐมนตรียืนยัน รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย นำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 ในรูปแบบ Next Normal และการส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ทั่วถึง และยั่งยืน ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ การค้า และการลงทุน พร้อมขอให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมมือกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป 

นาย Gregory Wong ประธาน AMCHAM กล่าวว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและนับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้พบปะกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีตัวแทนสมาชิกที่ให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้กว่า 400 คน โอกาสนี้ ประธาน AMCHAM เน้นย้ำว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของโลก พร้อมทั้งชื่นชมรัฐบาลไทยที่ได้รับคะแนนดีเยี่ยมจากภาคธุรกิจสหรัฐฯ ในเรื่องของการเปิดกว้างและการปรับตัว การประชุมในวันนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลเปิดรับและยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ประธาน AMCHAM แสดงความประทับใจต่อแผนการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ในทุกประเด็น รวมถึงพร้อมสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทย โดยขอให้ไทยมอง AMCHAM เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ซึ่งพร้อมสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของไทยอย่างดีเยี่ยม
 
โอกาสนี้ ตัวแทนจากบริษัท 3 ประเภทหลัก ได้แก่ บริษัทข้ามชาติ บริษัทสัญชาติไทยขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ลดอุปสรรคในการลงทุน โดยภาคเอกชนสหรัฐฯ พร้อมให้การสนับสนุนและกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน ทั้งนี้ตัวแทนจากบริษัทฯ ประทับใจนโยบายสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของรัฐบาลไทย 

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงแนวนโยบายของไทย โดยกล่าวถึงสถานการณ์โควิด - 19 ในประเทศว่ามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากความสำเร็จในการเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชน นอกจากนี้ ไทยยังเป็นฐานการผลิตวัคซีน AstraZeneca ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวัคซีนให้แก่ไทยและภูมิภาค ซึ่งไทยพร้อมสานต่อความร่วมมือกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ด้านการวิจัย พัฒนา ผลิต และกระจายวัคซีนที่มีคุณภาพและปลอดภัย ทั้งนี้ ไทยได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทาง และมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการเปิดประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยให้มีความสมดุลระหว่างการป้องกันโรคกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามนโยบาย Smart Control and Living with COVID-19 รวมถึงมีการเยียวยาเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  
 
โดยรัฐบาลให้ความสําคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน และช่วยเสริมสร้างการดําเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ของไทยในการยกระดับการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่และเกิดผลเป็นรูปธรรม ที่เมืองกลาสโกว ตลอดจน ไทยส่งเสริมการพัฒนาและสนับสนุนการขับเคลื่อนภาคพลังงานของประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านนโยบายพลังงาน 4D1E และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (electric vehicles: EV) ผ่านนโยบาย 30@30 ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุนจากภาคเอกชนสหรัฐฯ ทั้งในด้านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อุตสาหกรรม EV และชิ้นส่วนระบบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยินดีร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างห่วงโซ่ อุปทานที่ยืดหยุ่น หลากหลาย และมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนในเขต EEC ซึ่งภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของไทยเชื่อมโยงไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคตามนโยบาย Thailand+1 
 
นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจในอนาคตและขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ตามกรอบ Digital Thailand และนโยบาย Thailand 4.0 โดยมีโครงการที่ได้ดำเนินการแล้ว เช่น การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม การส่งเสริม e-commerce การส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัล การส่งเสริมธุรกิจ digital startup การบริหารการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ และการพัฒนากฎหมาย เพื่อรองรับการดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ พิจารณาเพิ่มพูนการลงทุนและยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในเขตนวัตกรรม EECd  
 
อย่างไรก็ดี รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยมีความคืบหน้าสำคัญ ดังนี้ 1. การทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชน 2. การพัฒนาการให้บริการของภาครัฐโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ 3. การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเข้าถึงและขยายช่องทางการตลาดทั้งในและนอกประเทศ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการขับเคลื่อนงานบริการของภาครัฐแก่ประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) 12 ประการ และมาตรการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน ผ่านการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทยในลักษณะผู้พำนักระยะยาว 
 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงินส่วนพระองค์ช่วยเหลือสถานศึกษาที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม  สถานที่กักตัว และ ศูนย์พักคอยในจังหวัดเพชรบูรณ์ 

ที่ห้องประชุมพัฒนาศักยภาพการศึกษาและอาชีพ โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานเงินส่วนพระองค์ ให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ร่วมกับหน่วยงานต่างๆปรับสถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนาม  สถานที่กักตัว   หรือศูนย์พักคอย ให้แก่ผู้ป่วย โควิด-19 ภายในจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยมี  นายกฤษณ์ คงเมือง  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทาน และ นายไท พานนนท์  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 กล่าวรายงาน  พร้อมด้วย  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 สำนักนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์  และ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับเงินพระราชทาน เข้าร่วม

นายไท พานนนท์  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 กล่าวว่า  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามในแต่ละพื้นที่ ไม่เพียงพอ  กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ปรับสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นโรงพยาบาลสนาม  สถานที่กักตัว  และศูนย์พักคอย  ตามนโยบายของรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชน   เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง กรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน  และเมื่อวันที่  4  สิงหาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ  พระราชทานเงินส่วนพระองค์เพื่อให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา ที่ปรับเป็นโรงพยาบาลสนาม  สถานที่กักตัว  หรือศูนย์พักคอยให้แก่ผู้ป่วย โควิด-19  

 

“บิ๊กแก้ว” กำชับจนท.เข้มงวดมาตราการป้องกันโควิด-19 เทศกาลลอยกระทงทุกพื้นที่

พล.ต. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล ได้อนุมัติให้หน่วยงานสามารถจัดงานประเพณีลอยกระทง เพื่ออนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีลอยกระทงที่ทรงคุณค่า โดยอาศัยหลัก COVID-Free Setting (มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร) และ Universal Prevention (การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล) นั้น

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงขอให้แต่ละพื้นที่ ที่จะจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 36 ) ด้านการกำหนดมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ให้สถานที่ กิจการ หรือการดำเนินกิจกรรมในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว สามารถเปิดดำเนินการได้ ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เช่น มาตรการป้องกันกำรติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) รวมทั้งมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่กำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ รวมทั้งการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยภายในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว และการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมของแต่ละจังหวัด

พร้อมทั้งให้ยึดถือข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 37 ) โดยข้อกำหนดฉบับนี้เป็นการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรค และรวบรวมบรรดามาตรการควบคุมแบบบูรณาการต่าง ๆ ที่ได้ประกาศไว้แล้วในข้อกำหนดฉบับก่อนหน้าโดยจำแนกออกเป็นพื้นที่สถานการณ์ที่แตกต่างลดหลั่นกันตามความรุนแรงของการระบาดของโรค อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ที่จะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ให้ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การดำเนินกิจการและกิจกรรมของบุคคลและสถานที่ต่าง ๆ อยู่ภายใต้เงื่อนไขการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรค เพื่อรักษาสมดุลด้านความมั่นคง ทางสาธารณสุขกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนให้ใกล้เคียงกับภาวะปกติให้ได้มากที่สุด

 

'โฆษกทร.' เผย พร้อมสนองนโยบาย นายกฯ นำรถของขส.ทร. มาดัดแปรง ใช้ขนส่งสินค้า แทนรถบรรทุกประท้วงหยุดวิ่ง 1 ธ.ค.นี้

พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึง กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาระบุอาจจำเป็นต้องใช้รถทหารขนส่งสินค้า หากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมผู้ประกอบการรถบรรทุก หยุดประท้วงเดินรถ ในวันที่ 1 ธ.ค.เพื่อประท้วงให้ลดราคาดีเซลเหลือ 25 บาท/ลิตรว่า กองทัพเรือ โดย กรมการขนส่งกองทัพเรือ มีความพร้อมสนองนโยบายของรัฐบาลในทุกเรื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่มีต่อประชาชน

 

“สุพัฒนพงษ์” ชี้ นำรถทหารช่วยภาคขนส่ง เป็นแผนสำรอง เผย ปรับลดราคาดีเซล ยังต้องคุยต่อ ระบุ ขณะนี้ยังอยู่ที่ 30 บาท 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวกรณีที่นายกรัฐมนตรี ให้กองทัพ เตรียมใช้รถทหาร มาช่วยขนส่งแทนรถบรรทุก หากมีการประท้วงหยุดงาน จะสามารถปรามกลุ่มที่เคลื่อนไหวได้หรือไม่ ว่า เรื่องที่จะช่วยเหลือประชาชนหากมีใครเดือดร้อน ถือว่าเป็นแผนสำรองถ้าหากจำเป็นเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของกลุ่มสหพันธ์รถบรรทุกแห่งประเทศไทย ที่ยืนยันเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันดีเซล นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าต้องพูดคุยกันต่อ เมื่อถามว่ายังคงยืนยันอยู่ที่ราคา 30 บาทต่อลิตรใช่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากนั้น

‘บิ๊กตู่’ เร่งรถไฟฟ้า “โมโนเรลสายสีเทา” วงเงิน 27,500 ลบ. เปิดให้บริการปี 2573

โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” เร่งรัดความคืบหน้า โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว “โมโนเรลสายสีเทา” สนับสนุนการลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุม พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว “โมโนเรลสายสีเทา” (Monorail) ซึ่งได้ข้อสรุปการดำเนินโครงการในช่วงแรกแล้ว โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว โมโนเรลสายสีเทาจะใช้ช่วงสถานี วัชรพล-ทองหล่อ เป็นเส้นทางนำร่องในช่วงแรก ระยะทางรวม 16.3 กม. วงเงินการก่อสร้าง 27,500 ล้านบาท 

มีสถานีทั้งหมด 15 สถานี ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไป-กลับ ประมาณ 62 นาที คาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 8,000 - 30,000 คน/ชั่วโมง/ทิศทาง ใช้ระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ (Automatic Train Control : ATC) และมีระบบการเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (Automatic Fare Collection System) ทั้งนี้ เส้นทางการเดินรถไฟมีทั้งสิ้น 3 ระยะ ได้แก่ 

ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล - ทองหล่อ 
ระยะที่ 2 ช่วงพระโขนง - พระราม 3 
และระยะที่ 3 ช่วงพระราม 3 - ท่าพระ 
รวมระยะทางประมาณ 40 กม. ซึ่งคาดว่าทั้งหมด 3 ระยะนี้จะเปิดให้บริการได้ในปี 2573 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top