Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

อินเดียตรวจประวัติสุขภาพจิตกัปตัน Air India หลังเครื่องตก ลือเคยซึมเศร้า!! อาจเป็นคนปิดสวิตช์เชื้อเพลิงทำเครื่องร่วง

(15 ก.ค. 68) ทีมสอบสวนเหตุเครื่องบิน แอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบิน AI-171 รุ่น Boeing 787 Dreamliner ทะเบียน VT-ANB ตกใกล้อาห์เมดาบัดระหว่างบินขึ้น มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 241 คน จากทั้งหมด 242 คนบนเครื่อง ซึ่งล่าสุดอยู่ในขั้นตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตของกัปตันซูมีต ซับฮาร์วาล (Sumeet Sabharwal) วัย 56 ปี หลังมีรายงานว่าเขาเคยมีภาวะซึมเศร้า และเคยลาพักงานบ่อยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องการดูแลพ่อที่ชรา หลังจากสูญเสียแม่ในปี 2022

มีการเปิดเผยว่า ซับฮาร์วาลมีประสบการณ์บินกว่า 15,000 ชั่วโมง และผ่านการตรวจสุขภาพชั้น 1 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานเบื้องต้นชี้ว่าเหตุเกิดจาก “การปิดสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง” ซึ่งทำให้เครื่องสูญเสียแรงขับทันทีหลังเทกออฟ และข้อมูลจากกล่องดำเผยว่า นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมปิดสวิตช์เชื้อเพลิง?” และอีกคนตอบว่า “ไม่ได้ปิด”

แม้ยังไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนปิด แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ควบคุมการบินหลักคือนักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี ส่วนกัปตันซับฮาร์วาลอยู่ในตำแหน่งที่อาจเข้าถึงสวิตช์ดังกล่าวได้ง่าย ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในมุมไบเล่าว่า กัปตันเป็นคนเงียบ ๆ และรักพ่อมาก มักพาพ่อออกไปเดินเล่นในตอนเย็น และเคยบอกว่าอีกไม่กี่เที่ยวบินจะลาออกมาดูแลพ่อเต็มตัว

ด้าน Air India ปฏิเสธให้ความเห็น แต่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มทาทา (Tata Group) ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน ยืนยันว่ากัปตันไม่ได้ลาป่วยช่วงหลัง และมีการส่งผลตรวจสุขภาพครบถ้วน ขณะที่สมาคมนักบินอินเดียออกแถลงการณ์ค้านแนวทางสอบสวนที่พุ่งเป้าไปที่สุขภาพจิตของนักบินว่า เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตบางรายวิจารณ์รายงานว่า ถือเป็นการตบหน้าและไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดเพียงแค่ “ปิดสวิตช์หนึ่งตัว” ทำไมถึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ที่คร่าชีวิตคน 241 คน โดยเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 1 คนเท่านั้น

‘เชอร์นีชอฟ’ คนสนิทเซเลนสกี้ โดนตั้งข้อหาทุจริต ศาลให้ประกันตัว วงเงิน 120 ล้าน สั่งห้ามออกนอกประเทศ

(15 ก.ค. 68) โอเล็กซีย์ เชอร์นีชอฟ (Oleksiy Chernyshov) ตำแหน่งรองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเอกภาพแห่งชาติของยูเครน ถูกศาลต่อต้านคอร์รัปชันตั้งวงเงินประกันตัวสูงถึง 120 ล้านฮรีฟเนีย (ราว 120 ล้านบาท) หลังถูกตั้งข้อหาทุจริตในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาชุมชนฯ ระหว่างปี 2020–2022 โดยอัยการเปิดเผยว่า เชอร์นีชอฟและพวกเกี่ยวข้องกับการรับสินบนมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ ผ่านดีลลับซื้อขายที่ดินในกรุงเคียฟ

ความน่าสนใจไม่ได้จบแค่คดีโกงธรรมดา แต่ลึกลงไปคือความระส่ำระสายภายในรัฐบาลเซเลนสกี้ แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีเคยมีคำสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และยกฟ้องให้นายอเล็กซี่ แต่ถูก “ขัดคำสั่ง” โดยตรงจากคนใกล้ชิดอย่างนายคิริลล์ บูดานอฟ (Kyrylo Budanov) ผอ.ข่าวกรอง และวาซิลี่ มาริอุค (Marius Vassiliou) ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต่างปฏิเสธให้ความร่วมมือ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการดื้อแพ่งต่อคำสั่งผู้นำยูเครนอย่างเปิดเผย ส่งสัญญาณว่าฐานอำนาจของเซเลนสกี้เริ่มสั่นคลอน แขนขาที่เคยภักดีเริ่มเปลี่ยนขั้ว หรือไม่ก็หันไปนิ่งเฉย ปล่อยให้ผู้นำต้องเผชิญศึกโดดเดี่ยวกลางกระแสต้าน

ทั้งนี้ เชอร์นีชอฟยังยืนยันไม่ลาออก อ้างยังมีงานสำคัญและต้องทำหน้าที่ต่อ แม้ถูกศาลสั่งห้ามเดินทาง ห้ามติดต่อพยาน และต้องรายงานตัวตามนัด หากฝ่าฝืนอาจถูกเปลี่ยนมาตรการเป็นการควบคุมตัว

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

ขอนแก่น - "มทบ.23" รับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" พื้นที่อีสานเหนือ

(15 ก.ค. 68) ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืชให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัยในพื้นที่อีสานตอนบนจำนวน 50 โรงเรียนเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารแก่นักเรียน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ กองพลทหารม้าที่ 3 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น พันโท เรืองฤทธิ์ ศรีโยธา รองผู้บังคับกองพันมณฑลทหารบกที่ 23 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 เข้ารับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" พื้นที่อีสานเหนือ โดยมีพลตรี เรืองพงษ์ วงษ์ศรีสุข ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 เป็นประธานในการมอบ ที่ กองพลทหารม้าที่ 3 เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในความพื้นที่รับผิดชอบ 1 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฏ์อุดมวิทย์ ตำบลนิคมห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์

เพื่อใช้เพาะปลูกเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน และแบ่งปันผลผลิตให้กับชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ตามแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี โดยโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 23 จะนำเมล็ดพันธุ์ ไปมอบให้กับโรงเรียน และแนะนำการเพาะเมล็ด การเตรียมเพาะปลูกต่อไป

‘ทรัมป์’ ขู่รัสเซีย ขีดเส้น 50 วันหยุดสงคราม ไม่งั้นเจอภาษี 100% แถมลากชาติอื่นติดร่างแห

(15 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนรัสเซียว่าหากไม่ยุติสงครามภายใน 50 วัน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารัสเซีย 100% พร้อมเตรียมใช้ “ภาษีลูกโซ่” เล่นงานประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์เผยว่าได้ตกลงกับพันธมิตร NATO ในการจัดส่งอาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออท (Patriot) ให้ยูเครน โดยเขาย้ำว่า “ดีลนี้ใหญ่มาก” และอาวุธเหล่านี้จะถูกกระจายไปแนวหน้าอย่างรวดเร็ว

ขณะอยู่ร่วมแถลงข่าวกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รุทเต้ (Mark Rutte) ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ทำทีเหมือนจะเจรจาสันติภาพ แต่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน

‘จักรภพ’ ขอโทษ ‘จิรายุ’ ปมตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ยันไม่มีเจตนาทำให้ไม่สบายใจ ลั่นสถานการณ์การเมืองขณะนี้ชักช้าไม่ได้ ต้องทำงานแบบเชิงรุก

(15 ก.ค. 68) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมต้องขอโทษ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าผมมาวุ่นวายกับงานของท่าน ความจริงผมไม่มีเจตนาใด ๆ เลยที่จะให้ภาพออกมาแบบนี้

ข้อเท็จจริงคือ ผมได้รับการทาบทามให้เข้ามาทำงานนี้ โดยท่านที่ทาบทามใช้คำว่า “มาช่วยรับ (หน้าที่นี้) ได้ไหม?“ เพราะท่านทราบดีว่าผมเคยรับตำแหน่งที่สูงกว่ามาก่อน ก็เลยให้เกียรติถามความสมัครใจ ผมรับทันที เพราะเข้าใจว่าคงจะได้พูดจากันภายในเรียบร้อยแล้ว และมั่นใจว่าผมจะช่วยงานนี้ตามความจำเป็นของรัฐบาลได้ ผมรู้สึกว่างานการเมืองในระยะนี้ชักช้าไม่ได้ ความขัดแย้งกำลังสูง เกิดความเข้าใจผิดในชาติได้มากมาย ใครก็ตามที่ทำหน้าที่นี้ต้องลงมือทำโดยไม่รอช้า นั่นคือเหตุผลที่ผมตอบคำถามสื่อมวลชนทุกค่ายที่ถามเข้ามาว่า จะเข้ารับตำแหน่งนี้หรือไม่ ส่วนสื่อทั้งหลายจะทราบจากแหล่งข่าวไหนนั้นผมไม่แน่ใจ เพราะผมไม่ได้บอกกล่าวกับใครในเรื่องนี้

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผมโดยตรง คือทีมงานที่ช่วยโพสต์ข้อความใน Facebook แทนผมนั้น ใช้คำว่า “ว่าที่โฆษกฯ” เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาที่จะออกข่าวได้แล้ว แต่ใครเป็นผู้โพสต์ก็ตามนั้น ความรับผิดชอบย่อมเป็นของผม เพราะผมเป็นเจ้าของบัญชี Facebook นั้น จึงต้องรับผิดชอบการกล่าวคำขอโทษ

จากนี้ไปเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีที่จะวางคนในการทำงาน ผมจะทำหน้าที่ของผมไปอย่างอิสระ เพราะบ้านเมืองจำเป็นต้องสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชนเจ้าของประเทศจะได้รู้ทิศทางในการวางแผนและดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปรอย่างรวดเร็วของโลกและของบ้านเมือง 

แต่ขอฝากไว้ว่า เรือที่มีธงไทยกำลังแล่นฝ่ามรสุมและน่านน้ำที่มีหินโสโครกรอให้ชนอยู่เป็นจำนวนมาก อย่าเสียเวลาถกเถียงกันนานนักเลยว่าใครจะได้นอนห้องไหน

15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ในหลวง ร.9 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ‘สะพานพระราม 8’ ช่วยบรรเทาการจราจรจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

‘สะพานพระราม 8’ เกิดจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งที่เสด็จทรงเยี่ยมพระอาการประชวรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นถึงปัญหาการจราจรของสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และเป็นจุดเชื่อมต่อส่วนสุดท้ายของโครงข่ายจตุรทิศ ตะวันตก-ตะวันออก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ทั้งนี้ สะพานพระราม 8 จะช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้สะดวกสบายขึ้น ซึ่งจะช่วยระบายรถบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้ถึง 30% และบนสะพานกรุงธนอีก 20% และยังสามารถลดมลพิษทางอากาศบริเวณในเมือง โดยเริ่มเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เวลา 7:00 น. ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดสะพานพระราม 8 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 กันยายน ปีเดียวกัน

>> สำหรับการออกแบบ
ความโดดเด่นสวยงามที่เกิดขึ้น ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบไทย จากแนวคิดในการสร้างเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร กรุงเทพมหานครจึงได้อัญเชิญ ‘พระราชลัญจกร’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ มาเป็นต้นแบบในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม

ส่วนประกอบต่าง ๆ ของสะพานเน้นความโปร่งบาง เรียบง่าย และสวยงาม วัสดุที่ใช้ในโครงสร้างของสะพานเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น ในส่วนสะพานเสาสูงรูปตัว Y คว่ำ เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำหน้าที่หิ้วส่วนโครงสร้างสำคัญอื่น ๆ ของสะพาน ซึ่งมองเห็นได้ในระยะไกล ๆ ได้ออกแบบโดยใช้เค้าโครงมโนภาพของเรือนแก้ว

บริเวณด้านล่างซึ่งเป็นฐานของเสาถูกพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ หรือสวนหลวงพระราม 8 ซึ่งมีก่อสร้างพระบรมรูปรัชกาลที่ 8 ที่ใหญ่กว่าขนาดพระองค์จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเปิดพระบรมรูปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จเรตำรวจแห่งชาติเตือนเข้มอย่าเป็นคนไทยขายชาติ โทษหนักจำคุก 41 ปี บัญชีม้า ล่าสุดสั่งตะครุบตัว 6 คนไทยถูกส่งตัวกลับ ตรวจสอบเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(14 ก.ค. 68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบุคคลที่ทางการกัมพูชาส่งกลับประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยาน เป็นคนไทยจำนวน 6 คน อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้แก่ นายภูวนัย , นางสาวสุวิมล ส่งตัวมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วน นางสาวปรียา , นางสาววัลลภา , นายจักรกฤษณ์ และ นายพรชัย ส่งตัวมายังท่าอากาศยานดอนเมือง ได้มอบหมายให้สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี , สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง , สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก , กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 , กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 , กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ควบคุมตัวทั้ง 6 คน สอบสวนปากคำ และตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีการกระทำความผิดจะเข้าสู่การดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เตือนเข้มอย่าเป็นคนไทยขายชาติที่ไปร่วมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะการดำเนินคดีคนไทยที่ไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีความเด็ดขาดและได้รับโทษสูง เช่น กรณีแก๊งธุระจัดหาฯ และบัญชีม้า คนไทย 6 ราย ศาลพิพากษาจำคุกสูงสุดถึง 119 ปี 234 เดือน ข้อหา “อั้งยี่ ซ่องโจร ฉัอโกง , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราบปรามการมีส่วนร่วมใบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการพ่อกเงิน และความผิดต่อพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยรายที่ 1 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 258 เดือน , รายที่ 2 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 243 เดือน , รายที่ 3 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 252 เดือน , รายที่ 4 (บัญชีม้า) จำคุก 41 ปี 249 เดือน , รายที่ 5 และ 6 (ธุระจัดหาฯ) จำคุกคนละ 119 ปี 234 เดือน (คงจำคุกคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91(3)) พร้อมยึดทรัพย์สินรถยนต์ 4 คัน และของกลางอื่นๆ คืนทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหาย 39 ราย รวมมูลค่าเกือบ 6 ล้านบาท

เชียงใหม่-กองบิน 41  จัดพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารชั้นสัญญาบัตรและนายทหารชั้นประทวน

(14 ก.ค.68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารชั้นสัญญาบัตร และนายทหารชั้นประทวนที่ได้รับการแต่งตั้งและเลื่อนชั้นยศสูงขึ้น โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41
     
ในการนี้ มีนายทหารชั้นสัญญาบัตร และนายทหารชั้นประทวน ที่ได้รับการแต่งตั้งและเลื่อนชั้นยศสูงขึ้น จำนวนทั้งสิ้น 26 นาย เป็นว่าที่เรืออากาศเอก จำนวน 1 นาย ว่าที่เรืออากาศโท จำนวน 7 นาย เป็นพันจ่าอากาศตรี จำนวน 14 นาย เป็นพันจ่าอากาศตรีหญิง จำนวน 1 นาย เป็นจ่าอากาศเอก จำนวน 2 นาย และเป็นจ่าอากาศโท  จำนวน 1 นาย

(สุรินทร์) มทบ.25 เยี่ยมน้องทหารใหม่ 1/68 และครอบครัว สร้างขวัญกำลังใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามนโยบายของกองทัพบก

(14 ก.ค. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย คุณสายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมคณะ, มี พันเอก พรพิเชษฐ์  เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ,จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน, ได้เดินทางเพื่อเข้าเยี่ยมน้องทหารใหม่ 1/68 คือ พลฯณธนกฤต โพธิ์เงิน พร้อมครอบครัว ซึ่งมีฐานะยากจนและมารดาป่วยเป็นโรคไต ณ บ้านเลขที่ 170 บ้านศาลา หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยเบื้องต้นได้มอบสิ่งอุปโภค-บริโภค ให้กับน้องทหารใหม่และครอบครัว ทั้งนี้ พัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 ได้มีโครงการ ซ่อม/สร้าง บ้านให้กับทหารกองประจำการ โดย มณฑลทหารบกที่ 25 ได้สำรวจตรวจสอบและวางแผนที่จะปรับปรุงบ้านของ พลฯณธนกฤต โพธิ์เงิน ให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อช่วยเหลือและตอบแทนในความเสียสละในการเข้ามารับใช้ประเทศชาติ และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของน้องทหารใหม่ ตามนโยบายของกองทัพบก

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top