Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

อดีตพลเมืองสหรัฐฯ ได้รับสัญชาติรัสเซีย หลังช่วยกองกำลังหมีขาว!! ลอบส่งพิกัดโจมตียูเครน

(15 ก.ค. 68) แดเนียล มาร์ตินเดล (Daniel Martindale) ชาวอเมริกันที่ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพรัสเซียในสงครามยูเครน ได้รับสัญชาติรัสเซียในพิธีมอบพาสปอร์ตอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานผู้แทนสาธารณรัฐโดเนตสค์ (DPR) ในกรุงมอสโก เมื่อไม่นานนี้

เดนิส ปูชิลิน (Denis Pushilin) ผู้นำ DPR ระบุว่า สัญชาติรัสเซียที่มาร์ตินเดลได้รับ เป็น “เครื่องหมายแห่งความไว้วางใจระดับสูงสุดจากรัฐ” ซึ่งออกโดย วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อยกย่องความกล้าหาญและความเสียสละในการส่งข้อมูลเป้าหมายทางทหารของยูเครนให้กับรัสเซียนานถึง 2 ปี

โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า มาร์ตินเดลเคยแอบเข้าออกแนวหน้าหลายครั้ง เพื่อตรวจหาตำแหน่งของฝ่ายยูเครนและส่งข้อมูลให้รัสเซีย ซึ่งถูกใช้ในการโจมตีอย่างได้ผล จนในเดือนพฤศจิกายน 2024 รัสเซียลอบพาตัวเขาออกมาจากพื้นที่ที่ยูเครนควบคุมได้สำเร็จ

เจ้าตัวยอมรับว่า “ฝันอยากเป็นพลเมืองรัสเซียมีมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน” พร้อมเผยว่าอยากสร้างครอบครัวและเลี้ยงดูลูกในประเทศที่เขารู้สึกว่า “ไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นครอบครัว” โดยพ่อแม่ของเขาก็มีความตั้งใจจะย้ายจากสหรัฐอเมริกามาอยู่ในรัสเซียด้วยเช่นกัน

‘รุ้ง ปนัสยา’ ย้อนเรื่องราวชีวิต 5 ปี โดน 25 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 ถึง 10 คดี วอน พท. โหวตนิรโทษกรรมรวมคดีมาตรา 112 ด้วย

(15 ก.ค. 68) รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ นักสิทธิมนุษยชนชาวไทย ที่ต้องคดีทางการเมืองหลายต่อหลายคดี ซึ่งปัจจุบันได้หนีคดีไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กล่าสุด ระบุว่า สวัสดีค่ะทุกคน ห่างหายกันไปนานเลย นี่รุ้งเองนะคะ เด็กผู้หญิงเสื้อแดงที่กล่าวข้อเสนอ 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่ลานพญานาค เมื่อวันที่ 10 สิงหา 63 คนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นผ่านมา 5 ปีแล้วนะคะ เพียงเป็นนักศึกษาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความฝัน ปรารถนาให้เราทุกคนได้อยู่ในสังคมที่ดีกว่านี้ จึงถูกดำเนินคดีทางการเมืองอย่างน้อย 25 คดี และเป็นคดีตามมาตรา 112 ถึง 10 คดีด้วยกัน และสิ่งที่นักศึกษาคนนั้นเคยทำจนถูกดำเนินคดีทั้งหมดนั้น มีดังนี้

1. ใช้ปากพูดความคิดเห็นของตัวเองในที่ชุมนุมผ่านเครื่องขยายเสียงหรือปากเปล่า
2. ตั้งคำถามถึงการกระทำและความโปร่งใสของสถาบันกษัตริย์
3. จัดและร่วมการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีอาวุธและความรุนแรง ในมหาวิทยาลัยและที่สาธารณะ
4. แชร์โพสต์ที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐประหาร สถาบันกษัตริย์
5. ใส่เสื้อครอปทอปเดินสยามพารากอน

ที่ผ่านมารุ้งเข้าเรือนจำไปทั้งหมด 4 ครั้ง อดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว 1 ครั้ง (37 วัน) และทุกครั้งที่ถูกขังคือช่วงสอบ ถูกตัดผมจนเหลือเท่าติ่งหูที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ถูกใส่กำไลอีเอ็มและกักให้อยู่แต่ในบ้าน 24 ชม. รวมประมาณ 1 ปี ถูกติดตามนับครั้งไม่ถ้วน ถูกขับรถไล่ตาม ถูกอายัดตัวโดยไม่มีหมายจับ ถูกนำกล้อง cctv มาติดล้อมรอบบริเวณบ้านที่อาศัยอยู่กับเพื่อน ๆ ถูกผู้พิพากษาชนาธิปเรียกเข้าห้องไปด่าและดูถูกในวันที่ถูกเบิกตัวจากเรือนจำไปศาลเพื่อพิจารณาคดี ถูกซุ่มจับที่บริเวณบ้านพัก (ในสำนวนคดีนี้เขียนว่ามีสายลับรายงานความเคลื่อนไหวด้วย) ถูกแฮกด้วย pegasus spyware 4 ครั้ง ถูกตัดต่อรูปไปในทางอนาจาร ถูกขู่ฆ่า ข่มขืน ด่าทอมากมายในทางออนไลน์ ถูกศาลอยุธยาออกหมายจับเพราะติดพรีเซนต์งานกลุ่มป.โท ที่มหาวิทยาลัย และอีกมากมาย

และทุกคนทราบไหมคะว่าในการสืบพยานคดีที่เป็นมาตรา 112 ที่พยานต้องกล่าวถึงหรือต้องขอเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ศาลก็จะมีท่าทีที่ไม่ให้ความร่วมมือและควาทเป็นธรรมในการพิจารณาคดี เช่น ไม่ให้เรียกพยานหลักฐานมาต่อสู้คดี บอกว่าไม่เกี่ยวข้องทั้ง ๆ ที่มันเกี่ยว ใช้คำพูดไม่ดีกับฝั่งจำเลย บางทีก็พูดออกมาเลยว่ายังไงก็จะพิพากษาว่าผิด โน้มน้าวให้รับสารภาพ ไม่ให้จำเลยพูด ไม่ให้คนทั่วไปเข้าฟังในห้องพิจารณาทั้ง ๆ ที่เป็นคดีเปิด ศาลที่นั่งบนบัลลังก์มักจะต้องขึ้นไปถามผู้บริหารศาลว่าจะมีคำสั่งแบบไหน เป็นคดีที่ผู้พิพากษาไม่สามารถมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินได้

มีผู้พิพากษาคนหนึ่งเคยพูดกับรุ้งว่า ศาลทำอะไรไม่ได้หรอก รุ้งกับเพื่อนต้องไปผลักดันให้มีการนิรโทษกรรมยังจะพอมีโอกาส

พรรคการเมือง นักการเมือง ที่เคยพูดว่าจะสนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ที่เคยพูดว่าเห็นใจเด็ก ๆ ที่เคยช่วยเรียกร้องให้มีการปล่อยพวกเราออกมาจากเรือนจำ พรรคเพื่อไทยที่เคยออกแถลงการณ์เรื่องมาตรา 112 วันเดียวกันกับที่รุ้งกรีดข้อมือเป็นเลข 112 ขีดฆ่า รุ้งขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ขอรบกวนช่วยกันอีกซักครั้งจะได้ไหมคะ ให้มีการนิรโทษกรรมที่รวมคดีมาตรา 112 ด้วย

การนิรโทษกรรมรวมมาตรา 112 อาจสร้างความไม่พอใจให้คนบางกลุ่ม ใช่ค่ะ แต่คดีมาตรา 112 เป็นคดีทางทางเมืองที่ควรจะถูกรวมมาอยู่ในการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ด้วย ท่านอาจกลัวการโดนยุบพรรคหากท่านโหวตผ่านนิรโทษกรรมรวม 112 แต่ท่านก็ยังมีชีวิต แต่คนที่อยู่ในเรือนจำ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง ผู้ลี้ภัยที่กลับบ้านไม่ได้ ชีวิตของเขา ชีวิตของพวกเราสำคัญสำหรับท่านเพียงใด

นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของสังคมที่จะร่วมหาทางออกด้วยกัน รุ้งไม่ได้มาขอเพราะเป็นตัวรุ้งเองที่ถูกดำเนินคดี แต่ในจำนวนตัวเลขผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองนับตั้งแต่ปี 2563 คนส่วนใหญ่คือประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีบทบาทนำ ไม่ได้มีใครรู้จัก

และถึงจะมีใครรู้จัก อย่างรุ้งเองหรือคนอื่น ๆ พวกเราก็เป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีกำลังที่จะไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในแบบที่พวกท่านกลัวได้

พวกเราเป็นเพียงคนธรรมดา เป็นประชาชนที่แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพียงหวังจะเห็นสังคมที่ดีกว่า

พวกเราเป็นมนุษย์ มีชีวิต มีจิตใจ มีครอบครัว มีคนรัก มีเลือดสีแดงไม่ต่างกับท่าน

รุ้งขอส่งกำลังใจให้พวกท่านมีความกล้าหาญ มากพอที่จะตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ #นิรโทษกรรมรวม112

‘ชูวิทย์’ ขอโทษ ‘เนวิน’ ปมถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยันไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง เพียงอุดมการณ์แตกต่างกัน

(15 ก.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นความยุติธรรมในสังคม แต่ความยุติธรรมนั้นย่อมมีต้นทุนเสมอ ต้นทุนนั้นคือ การต่อสู้ ที่นำไปสู่คดีความต่างๆ ในศาล

คดีที่คุณเนวินฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลบุรีรัมย์ จากการที่ผมพูดพาดพิงคุณเนวินด้วยถ้อยคำที่รุนแรง
ผมรับสารภาพ และศาลลงโทษปรับ ขอกราบขอบพระคุณศาลที่ได้โปรดเมตตาผม ด้วยเห็นแก่สภาพร่างกายที่ป่วย
อีกทั้งในโอกาสนี้ ผมต้องขอโทษคุณเนวิน และขอบคุณที่ไม่คัดค้าน

ผมกับคุณเนวินนั้นไม่เคยมีเรื่องบาดหมางโกรธเคืองกันมาก่อน เพียงแค่มีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน
บางคำพูดอาจรุนแรงเกินไป จนไปทำร้ายจิตใจของคุณเนวิน และครอบครัว 
รวมไปถึงประเด็นโพสต์ “แผนสมรู้ร่วมคิด”

ที่ไม่มีเจตนากล่าวหาว่าคุณเนวิน หรือพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวข้องกับ “ฮุนเซน” เรื่องผลประโยชน์คาสิโน
ขอยืนยันว่าเขียนโดยไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น 

และผมขอขอบคุณ คุณเนวินที่เข้าใจ ให้อภัย เพราะสุดท้ายผมคิดว่าการให้อภัยน่าจะทำให้
เรื่องจบลงด้วยดี

โดยผมยินดีขอโทษ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อคุณเนวิน และลบโพสต์ดังกล่าวที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้กำลังใจผมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

นายกฯ สเปนจวกยุโรปนิ่งเฉย ปล่อยอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(15 ก.ค. 68) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ยุโรปยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ว่ากำลังสร้าง “หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของศตวรรษที่ 21” และย้ำว่า “ใครก็ตามที่ใช้ความหิวสงครามเพื่อทำลายรัฐที่มีความชอบธรรม ไม่ควรได้รับสถานะเป็นพันธมิตรของอียู”

ซานเชซกล่าวว่า ภาพเด็กๆ ค้นหาครอบครัวใต้ซากปรักหักพัง หรือค่อยๆ ตายจากความอดอยากในเต็นท์ ไม่ควรแค่ทำให้เราสะเทือนใจ แต่ควรกระตุ้นให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะยุโรป ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยสเปนและไอร์แลนด์ได้ยื่นขอให้อียูตรวจสอบว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงความร่วมมือกับอียูหรือไม่ ซึ่งรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า มี “หลักฐานมากเพียงพอ” ที่บ่งชี้ว่าอิสราเอลละเมิดมาตราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

แม้จนถึงขณะนี้อียูยังไม่ดำเนินมาตรการใดๆ แต่ซานเชซเผยว่าสเปนกำลังผลักดันให้มีการ “ระงับข้อตกลงความร่วมมือ” กับอิสราเอลทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราประณามปูตินในยูเครน เราก็ต้องไม่ยอมให้เนทันยาฮูทำแบบเดียวกันในปาเลสไตน์”

‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอ Nvidia พบ ‘เหลย จวิ้น’ ซีอีโอ Xiaomi ระหว่างทริปเยือนปักกิ่ง พร้อมยกนิ้วชมรถ Xiaomi SU7 ULTRA

(15 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ปรากฏตัวในปักกิ่งเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยสื่อจีนรายงานผ่าน WeChat ว่าเขาได้พบกับเหลย จวิ้น (Lei Jun) ซีอีโอของ Xiaomi พร้อมเผยภาพทั้งสองยืนยิ้มเคียงกันข้างรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 ULTRA ขุมพลัง 1548 แรงม้า ท่ามกลางอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส 

การปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนงาน China International Supply Chain Expo (CISCE) ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม โดย Nvidia จะเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในฐานะหนึ่งในผู้จัดแสดงกว่า 230 ราย จากทั้งในและนอกประเทศ

มีการเปิดเผยว่า Nvidia จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้ ซึ่ง เจนเซ่น หวง ย้ำถึงความตั้งใจระยะยาวในการดำเนินธุรกิจในจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน แต่ Nvidia ยังคงมองจีนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งในปีงบประมาณล่าสุด จีนสร้างรายได้ให้ Nvidia ถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ เจนเซ่น หวง กับเหลย จวิ้น มีความสนิทสนมกันมานาน ย้อนไปเมื่อปี 2013 หวงเคยขึ้นเวทีเปิดตัวชิป Tegra ของ Nvidia แต่ใช้มือถือ Xiaomi Mi 3 เพื่อช่วยโปรโมต และยังพูดติดตลกว่า เขาเป็น “แฟนพันธุ์แท้เสียวหมี่” 

รฟท. เอาผิดนักท่องเที่ยวมือบอนพ่นสีรถไฟ ย้ำ ดำเนินคดีถึงที่สุดปกป้องสมบัติของประเทศ

(15 ก.ค. 68) รฟท.เอาผิดนักท่องเที่ยวมือบอน พ่นสีหัวรถจักร - ตู้โดยสาร ย้ำดำเนินคดีถึงที่สุด เพื่อปกป้องสมบัติของประเทศไทย

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ ใช้สีสเปรย์พ่นลงบนหัวรถจักรและตู้โดยสารของขบวนรถด่วนที่ 171 เส้นทางกรุงเทพฯ–สุไหงโกลก บริเวณสะพานข้ามทางรถไฟ ถนนกาญจนาภิเษก เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ทรัพย์สินของการรถไฟฯ ได้รับความเสียหาย และทำให้ขบวนรถต้องเสียเวลา ทั้งนี้ นายสถานีได้รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าระงับเหตุโดยทันที และสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้

ทั้งนี้ จากการตรวจค้นในที่เกิดเหตุ พบกระป๋องสีสเปรย์จำนวน 10 กระป๋องอยู่ในความครอบครองของนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล ทั้งนี้ การรถไฟฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องทรัพย์สินของรัฐ และไม่ให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ที่คิดจะกระทำผิดในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต เพราะทรัพย์สินของการรถไฟฯ ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือมี

การทำลายทรัพย์สินของทางราชการ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันดูแลรถไฟไทยให้เป็นสมบัติของคนไทยตลอดไป

กระทรวงกลาโหม เปิดตัวทีมโฆษกใหม่ เน้นสื่อสารทันสมัยสร้างความเข้าใจคนทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ (7 ก.ค. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานโฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำภารกิจด้านความมั่นคงจะเข้มแข็ง ก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าใจและมั่นใจในเจตนารมณ์ของรัฐ โปร่งใส เปิดเผย ประชาชนมีส่วนร่วม นี่คือรากฐานใหม่ของการสื่อสารเพื่อความมั่นคงของชาติ

สำหรับทีมโฆษกกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย  

1. พลโท เทวัญ ตันกุล เป็น หัวหน้าสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
2. พลตรี แรงภูมิ เหมะทัพพะ เป็น รองหัวหน้าสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม 
3. พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ เป็น โฆษกกระทรวงกลาโหม
4. พันเอก วีรยุทธ์ น้อมศิริ เป็น รองโฆษกกระทรวงกลาโหม 
5. พันตรีหญิง องค์กช วรรณภักตร์ เป็น รองโฆษกกระทรวงกลาโหม 
6. ร้อยเอก บรรลุ ฉลาดปรุ เป็น คณะทำงานโฆษกกระทรวงกลาโหม

เพื่อให้การสื่อสารของกระทรวงกลาโหมมีความทันสมัย เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมโฆษกกระทรวงกลาโหมจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด "สร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม" 

ทีมโฆษกชุดนี้ได้ถูกปรับโครงสร้างให้มีความกระชับ คล่องตัว และเปิดกว้าง ภารกิจของทีมโฆษก ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแถลงข่าวหรือชี้แจงประเด็นต่าง ๆ แต่ยังรวมถึง การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจภารกิจของกองทัพอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และบทบาทของทหารในโลกยุคใหม่ นี่คือจุดเริ่มต้นของทีมที่พร้อมจะเป็น “กระบอกเสียงแห่งความจริง” สู่สังคมไทย เพราะการสื่อสารที่ดี... คือพลังเสริมความมั่นคงของประเทศ

‘ดร.กอบศักดิ์’ มองไทยยังมีโอกาสลดภาษีทรัมป์ เชื่อเจรจาลดจาก 36% ได้ แต่ขอดูข้อเสนออีกรอบ

(15 ก.ค.68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกอบศักดิ์ ภูตระกูล ระบุว่า... 

หลังผ่านมา 1 สัปดาห์ เราเริ่มเห็นกรอบการค้าใหม่ของสหรัฐ ซึ่งให้ข่าวและทยอยส่งจดหมายแจ้งอัตรา Tariffs รวมแล้ว 27 ประเทศ ครบเกือบหมด โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากมากด้วย

โดยจีน (ที่ไม่อยู่ในตาราง) มีข้อตกลงเบื้องต้นไว้ที่ 30% (20% สำหรับ Fentanyl บวก 10% Minimum) สำหรับสินค้าจีนที่มีราคาต่ำกว่า $800 โดนที่ 54% จะขาดก็เพียงไต้หวัน ตลอดจนอินเดีย ที่ยังเจรจาโค้งสุดท้ายกันอยู่

ส่วนประเทศอื่นๆ รวมกว่า 100 ประเทศ (รวมถึงสิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐเกินดุลการค้าด้วย) เดิมได้อัตราต่ำสุดกันที่ 10% แต่ล่าสุดท่าน President Trump พูดว่า กำลังตัดสินใจว่าจะจบที่ 15% หรือ 20% ดี

ซึ่งอีกสักพัก หลังการตอบโต้กลับไปมาจบลง (โดยเฉพาะกรณีของยุโรป) บวกกับภาษีที่คิดเพิ่มกับคน "เข้าร่วม" BRICS อีก 10% ตามที่เคยได้เกริ่นไว้ เราก็จะได้เห็นคร่าวๆ ถึง New Trade Landscape ของสหรัฐ ว่า

ใครจะได้เปรียบ
ใครจะเสียเปรียบ
ใครจะแข่งขันได้ดีขึ้น
ใครจะไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสหรัฐ

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสังเกตในตารางข้างล่าง ก็คือ
1. อัตราที่ออกมาสำหรับประเทศต่างๆ เป็นอัตราง่ายๆ
เป็นไปตามดำริของท่านประธานาธิบดี ที่เคยพูดไว้ว่าอยากให้จบที่ 10% 15% 20% 25% 30% 35% 40% 45% 50% (ซึ่งเคยพูดไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กค - สามารถฟังได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ข้างล่าง ระหว่างนาที 4:22-4:42 ครับ)
ไม่ต้องวุ่นวายเหมือนตอนวันที่ 2 เมษายน Liberation Day ที่ผ่านมา
ที่คำนวณมาจากสูตร ทำให้มีอัตรามากมายหลายระดับ

ดังนั้น อัตรา Tariffs ของหลายๆ ประเทศ จึงถูกปรับลด ปรับขึ้น ปัดให้เข้ากรอบ อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ ปัดขึ้น +3% มาที่ 20% มาเลเซีย ญี่ปุ่น บูรไน ปัดขึ้น +1% มาที่ 25% คาซัคสถาน ปัดลง -2% ตูนีเซีย ปัดลง -3% มาที่ 25% เป็นต้น

ประเทศเหล่านี้คงเป็นไปตามที่ President Trump บอกไว้ว่า อยู่ในกลุ่ม "Others, we met with and we don't think we're going to make a deal. So, we just send them a letter."

แจ้งตัวเลขง่ายๆ ไปว่า สหรัฐจะให้เท่านี้
ทั้งหมดนี้ มีข้อยกเว้นก็เพียง 3 ประเทศ
กัมพูชาที่ 36%
ไทยที่ 36%
อินโดนีเซียที่ 32%
ที่ยังไม่ได้เข้ากรอบง่ายๆ ที่มีอยู่ในใจท่าน President Trump

2. จากตัวเลขที่ออกมา 27 ประเทศ มีอยู่เพียง 6 ประเทศ ที่อัตราเท่าเดิม อังกฤษ 10% เกาหลีใต้ 25% แอฟริกาใต้ 30% อัลจีเรีย 30% อินโดนีเซีย 32% ไทย 36% ในกลุ่มนี้ อังกฤษได้เจรจาแล้ว น่าจะจบ
ส่วนแอฟริกาใต้ มีข้อขัดแย้งมากหลายๆ อย่างกับสหรัฐ ก็คงจะจบแล้วเช่นกัน

สำหรับอัลจีเรีย สหรัฐส่งออกไปที่ประเทศนี้ 1 พันล้านดอลลาร์ นำเข้า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเล็กน้อยมาก คงจบตรงนี้ จะเหลือก็เพียงเกาหลีใต้ ที่พยายามเจรจาอยู่ ที่คิดว่าจะพยายามให้ทัน 1 สิงหาคม
ส่วนไทยและอินโดนีเซีย ก็พยายามเจราจาอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ หากดูประกอบกับข้อ 1 การที่สหรัฐไม่ได้ปัดตัวเลขเข้ากรอบ ส่งตัวเลข 32% และ 36% เท่าเดิมมาให้
ถ้าตีความให้ดีสุด อาจหมายความว่า
"ยังรออยู่"
"ขอดูข้อเสนออีกรอบ"
"ขอดูว่าจะมีข้อเสนอที่ดีกว่ารอบที่แล้วไหม"
"จะมี Good Deal กว่านี้ให้ไหม"

จะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า สุดท้ายแล้ว จะจบอยู่ที่ตรงไหน ในกรอบง่ายๆ ของสหรัฐ ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมเจรจาครับ ให้พยายามจบให้ได้ที่อย่างน้อย 25% แล้วพรุ่งนี้ จะมาวิเคราะห์เพิ่มว่า ทางออกของไทยคืออะไร และอยากให้เลือกทางไหนครับ

กองทัพอากาศไทย–สิงคโปร์ ซ้อมรบทางอากาศ Air ThaiSing 2025 ฉลอง 60 ปีทางการทูต!! ส่งสัญญาณร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(15 ก.ค. 68) กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เปิดฉากการฝึกผสมทางอากาศ “Air ThaiSing 2025” ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และสนามฝึกชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 14-25 กรกฎาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ทั้งด้านภาษา แนวคิด และวัฒนธรรมทางทหาร

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต สิงคโปร์ได้ตกแต่งแพนหางเครื่องบิน F-16D ด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ พร้อมร่วมกับไทยปลูก “Friendship Tree” เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เติบโตและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินแบบ AT-6TH ของไทยจากฝูงบิน 411 กองบิน 41 (เชียงใหม่) เข้าร่วมฝึกกับเครื่องบิน F-16 จากทั้งสองชาติ เสริมประสิทธิภาพการรบทางอากาศและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียน ที่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกับไทย แม้เสียงในสภาอาเซียนจะยังไม่ถึงครึ่ง แต่ภาพความร่วมมือทางทหารในวันนี้คือคำตอบของ “มิตรแท้ประเทศไทย”

นักยุทธศาสตร์ชี้ “สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว” ‘ยุโรป-อเมริกา’ รุมกำจัด ‘รัสเซีย’ ไม่ใช่แค่คุมยูเครน

(15 ก.ค. 68) ดมิตรี เทรนิน (Dmitri Trenin) นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซีย ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนยุคก่อน ไม่ใช่การบุกแบบยุทธการบาร์บาร็อสซา หรือภาวะตึงเครียดแบบวิกฤตคิวบา แต่เป็นสงครามที่แพร่กระจายหลายมิติ ทั้งการทหาร เศรษฐกิจ และข้อมูล โดยมีคู่ขัดแย้งหลักคือ “ตะวันตก” กับ “รัสเซีย-จีน-อิหร่าน”

เทรนินมองว่า สำหรับรัสเซียสงครามเริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ พยายามทำทุกทางเพื่อสกัดไม่ให้รัสเซียและจีนกลายเป็นมหาอำนาจ ทั้งในเชิงอุดมการณ์และอำนาจระหว่างประเทศ โดยใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ การสร้างความปั่นป่วนภายใน และแม้แต่การลอบสังหาร

นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซียรายนี้ย้ำว่า เป้าหมายของตะวันตกไม่ใช่แค่ชนะในสนามรบ แต่คือการล่มสลายของประเทศรัสเซียจากภายใน ผ่านความไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจทรุด และความแตกแยกในสังคม พร้อมอ้างว่า “ความเป็นมนุษย์” ของชาวรัสเซียถูกลดทอนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อในโลกตะวันตก ซึ่งใช้ทั้งสื่อ ข้อมูลเท็จ และการควบคุมความคิดเห็น

โดยเทรนินเสนอว่า รัสเซียต้องตอบโต้ด้วยการระดมทรัพยากรภายในประเทศอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่กำลังทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และประชากร พร้อมขยายพันธมิตร เช่น เบลารุส เกาหลีเหนือ และหาพันธมิตรเพิ่มในภูมิภาคอื่น 

สุดท้าย เขาเตือนว่ารัสเซียไม่ควรกลัวการยกระดับ แม้แต่การใช้อาวุธพิเศษอย่าง “นิวเคลียร์” หากสถานการณ์จำเป็น พร้อมย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีที่ให้กับการประนีประนอมอีกต่อไป และรัสเซียต้องกล้าเดินเกมเชิงรุก หากไม่อยากตกเป็นฝ่ายพ่ายในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังจะถูกกำหนดขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top