Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

‘บอริส จอห์นสัน’ ยอมรับเศร้า คนอังกฤษสนใจยูเครนลดลงเรียกร้องยุโรปยึดทรัพย์รัสเซีย ย้ำ!! UK ยังมีบทบาทสำคัญในสงคราม

(21 ก.ค. 68) บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) อดีตนายกฯ อังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ว่ารู้สึก “ค่อนข้างเศร้า” ที่ประชาชนอังกฤษสนใจประเด็นยูเครนน้อยลง ทั้งที่เป็นเรื่อง “อันดับหนึ่ง” สำหรับเขา พร้อมระบุว่า อังกฤษยังมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ใช่ผู้นำเชิงความคิดอย่างที่เคยเป็น

ในงานที่สถานทูตยูเครน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับทหารผ่านศึก จอห์นสันกล่าวว่า แม้ตอนนี้เขายังไม่คิดกลับเข้าสู่การเมือง แต่ก็ยังตั้งใจสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ เขายังเรียกร้องให้ประเทศในยุโรปยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งไว้กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แล้วนำเงินก้อนนั้นส่งต่อให้ยูเครน โดยมองว่าเป็น “เงินงวดแรก” ของค่าชดใช้ที่รัสเซียควรต้องรับผิดชอบ

บอริส จอห์นสัน กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนแนวคิดให้ยึดทรัพย์สินของรัสเซีย แม้บางฝ่ายจะกังวลว่าอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเน้นว่าพรรคการเมืองควรนำเสนอแผนงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้

จอห์นสันยังพูดถึงกรณีข้อมูลลับของชาวอัฟกานิสถานรั่วไหลว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปกป้องชาวอัฟกันซึ่งเคยช่วยเหลืออังกฤษจากการถูกตาลีบันตามล้างแค้น เขายืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับคำสั่งห้ามสื่อรายงานข่าว (super-injunction) ที่ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้

ขณะเดียวกัน พรรคอนุรักษ์นิยมยังเผชิญวิกฤตความนิยมตกต่ำ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก YouGov ชี้ว่า พรรค Reform UK มีคะแนนนำที่ 26% ตามด้วยพรรคแรงงาน 24% ส่วนพรรคอนุรักษ์นิยมรั้งท้ายเพียง 17% ส่งผลให้ เคมิ บาเดอโนก (Kemi Badenoch) ผู้นำพรรคคนใหม่ เตรียมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนจะเปิดตัวนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติประณาม เหตุลอบวางทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

(21 ก.ค. 68) ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ลักลอบนำทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเข้ามาวางในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลกองทัพไทยได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและพิการถาวรจากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด พบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดใหม่ที่ถูกวางซ้อนกันในลักษณะสนามทุ่นระเบิดและกระจายตัวหลายจุดตามแนวชายแดนในเขตพื้นที่อธิปไตยไทย ทุ่นระเบิดดังกล่าวมีอยู่ในระบบอาวุธปกติของกองทัพไทยและมีลักษณะมุ่งหมายเพื่อก่ออันตรายต่อกำลังพล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

ศทช. ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรงและขอคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการกระทำใด ๆ ที่อาจถือเป็นการละเมิดพันธกรณีและบรรทัดฐานของอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต โอน และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Mine Ban Treaty หรือ Ottawa Convention) ทั้งนี้ เนื่องจากทั้งราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยต่างเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับนี้และให้คำมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างครบถ้วน

ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศไทยในด้านปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ศทช. เรียกร้องให้ราชอาณาจักรกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเปิดเผยและเป็นรูปธรรม ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกในอนาคต

นอกจากนี้ ศทช. ยังเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดการขัดขวางการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทยตามแนวชายแดน และให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการดำเนินงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความมั่นคงให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีพันธกรณีในการสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคงของมนุษยชาติ และผลกระทบที่อาจถูกตีความจำแนกต่อพลเรือน

ยูเครนเดินเกมถล่มรัว!! ส่งโดรนโจมตีหลายเมืองใหญ่ในรัสเซีย กระทบ 4 สนามบินต้องปิดชั่วคราว เที่ยวบิน 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก

(21 ก.ค. 68) สนามบินใหญ่ในกรุงมอสโก 4 แห่ง ได้แก่ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo), โดโมเดโดโว (Domodedovo), วนูกอวอ (Vnukovo) และซูโคฟสกี (Zhukovsky) ต้องปิดชั่วคราว หลังรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีโดรนกว่า 230 ลำถูกสกัดทั่วประเทศ รวมถึง 27 ลำเหนือกรุงมอสโก ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก และกว่า 130 ไฟลต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากมอสโก สนามบินในแคว้นคาลูกาทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าสกัดโดรนได้ 45 ลำในพื้นที่นี้ ขณะที่โดรนจากยูเครนยังถูกสอยในเมืองชายแดนอย่างรอสตอฟ บรียานสก์ และเหนือน่านน้ำทะเลดำ

นอกจากนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนทางอากาศต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในหลายภูมิภาค รวมถึงโดเนตสค์ ซูมี คาร์คิฟ และดนีโปรเปตรอฟสค์ ด้านยูเครนระบุว่าสามารถยิงโดรนของรัสเซียตกได้ 18 จากทั้งหมด 57 ลำในคืนวันเสาร์

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัสเซีย พร้อมแสดงความพร้อมพบปูตินแบบตัวต่อตัว ด้านโฆษกเครมลินย้ำว่ารัสเซียยังต้องการสันติภาพ แต่จะไม่หยุดยั้งจนกว่า “เป้าหมาย” จะบรรลุ ขณะที่ทรัมป์ประกาศส่งอาวุธขั้นสูงให้ยูเครน และขู่เก็บภาษีรัสเซียหากไร้ข้อตกลงภายใน 50 วัน

เด็กไทยเจ๋ง คว้า 6 รางวัลเวทีคณิตศาสตร์โอลิมปิก พิชิต 1 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง 1 เกียรติคุณประกาศ

เมื่อวันที่ (20 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก Olympic ipst ปัง ปัง ปัง มาแล้ว..สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ กับผลงานของ 6 หนุ่ม จากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2568 (66th IMO 2025) ระหว่างวันที่ 10 – 20 กรกฎาคม 2568 ณ เครือรัฐออสเตรเลีย 

คณะผู้แทนประเทศไทย ประกอบด้วย 
1. นายพัฒนแสง พินิจพิชิตกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  รางวัลเหรียญทอง 
2. นายดรณ์ สว่างทรัพย์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญเงิน 
3. นายสิรภพ ขาวพลัด โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญเงิน 
4. นายนภนต์ อภินทนาพงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญทองแดง 
5. นายเกียรติภูมิ สิเจริญ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รางวัลเหรียญทองแดง 
6. นายกรชวัลร์ ตันติวิเศษศักดิ์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ รางวัลเกียรติคุณประกาศ

และคณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย
1. ดร.สริตา บุณย์ศุภา บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด หัวหน้าทีม           
2. รศ.ดร.ธีระเดช กิตติภัสสร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองหัวหน้าทีม             
3. ดร.ศุภณัฐ คำตื้อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยหัวหน้าทีม               
4. นายวีรชัย นีรนาทวงศ์ นักวิชาการอิสระ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม            
5. ดร.ธนวิทย์ จิรุพันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ช่วยหัวหน้าทีม                  
6. นายจเร ปานเมือง สสวท. ผู้จัดการทีม

ทั้งนี้ คณะผู้แทนประเทศไทยมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ 21 ก.ค. 2568 โดย สสวท. กำหนดจัดพิธีแสดงความยินดี ในเวลา 07.00 น. บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

จับตา!! ความร่วมมือทางทหาร ‘อิหร่าน-รัสเซีย’ ผนึกกำลังซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ในทะเลแคสเปียน

(21 ก.ค. 68) อิหร่านและรัสเซียเตรียมจัดซ้อมรบร่วมกันทางทะเลภายใต้ชื่อ “CASAREX 2025” ในทะเลแคสเปียน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทดสอบความพร้อมในการกู้ภัยและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล พร้อมเชิญตัวแทนจากประเทศเพื่อนบ้านรอบทะเลแคสเปียนเข้าร่วมสังเกตการณ์

การฝึกซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทะเลแคสเปียน” โดยกองเรือภาคเหนือของกองทัพเรืออิหร่านเป็นเจ้าภาพ และจะจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อนเพื่อฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานทางเรือ

กำลังหลักในการฝึกมาจากกองทัพเรืออิหร่าน กองทัพเรือ IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ตำรวจทางทะเลอิหร่าน รวมถึงเรือและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือรัสเซีย

สำหรับ CASAREX 2025 มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเลในภูมิภาค สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศรอบทะเลแคสเปียน และตอกย้ำความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอิหร่านกับรัสเซียในภูมิภาคยุทธศาสตร์นี้

พล.ต.อ.วิระชัย ก่อเหตุ!! เปิดศึกสายเลือด ชิงอำนาจบริษัทหมื่นล้าน บุก!! ขโมยเอกสารบริษัทขณะบวช ชี้!! ร้ายแรงเท่ากับ การเสพเมถุน

(20 ก.ค. 68) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผบ.ตร. งานเข้าอีกแล้ว โดนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานหมุนเวียน 2 แห่ง ส่งฝ่ายกฎหมายแจ้งความ สน.บางรัก ข้อหาลักทรัพย์ สัญญาซื้อขาย และเอกสารสำคัญอื่นๆ ของบริษัท

ที่พีคมากก็คือ หลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ของบริษัท เผยให้เห็นว่า พล.ต.อ.วิระชัย ลงมือก่อเหตุ ในขณะบวชเป็นพระ เลยทีเดียว ตามหลักพุทธศาสนา เท่ากับว่าในขณะนั้น พระวิระชัย ต้องปาราชิก ขาดจากความเป็นพระไปเรียบร้อยแล้ว เพราะการลักทรัพย์ ถือเป็นโทษที่ ร้ายแรงเท่ากับการเสพเมถุน

ท่ามกลาง กระแสข่าวพระราคะครองเมือง ก่อเรื่องเสพสีกา โกงเงินวัด เต็มไปหมด ไปๆมาๆ ดันมีอดีต บิ๊กตำรวจที่ไปบวชเป็นพระ ส่อว่าไปกระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรงไม่แพ้กัน แล้วอะไรคือแรงจูงใจ ให้พระภิกษุ ต้องบุกไป ฉกเอกสาร สำคัญของบริษัทดังกล่าว?
เรื่องของเรื่องก็คือ พล.ต.อ.วิระชัย ก็เป็นหนึ่งในเจ้าของบริษัททั้งสอง โดยถือหุ้นอยู่ ประมาณ 22%

อันส่งผลให้เขาเคยมีฉายาว่า ตำรวจหมื่นล้าน มีทรัพย์สมบัติ ติด 50 อันดับ เศรษฐีเมืองไทย
พออกหักจากชีวิตราชการ ไม่สามารถขึ้นเป็น ผบ.ตร. อย่างที่หวัง อันเนื่องจาก ดันไปเดินทางผิดกับบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล จนจูงมือลงเหวไปด้วยกัน

พล.ต.อ.วิระชัย ก็เป็นกระแสข่าวฮือฮา เมื่อลาบวช พร้อมประกาศว่า จะเป็นการบวชตลอดชีวิต หลังจากที่เคย บวชๆ สึกๆ มาแล้วหลายครั้งกลายเป็นชายหลายโบสถ์ เวลามีสื่อไปสัมภาษณ์ ก็บอกว่า ชีวิตได้พบความสุขแท้จริงแล้ว ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ สามารถปล่อยวางธุรกิจ 10,000 ล้านให้ลูกๆ ดูแล
จากวัดในกรุงเทพฯ พระวิระชัย ย้ายไปจำวัดที่วัดพุทธเมตตาบุญญานุภาพ อ.เถิน จ.ลำปาง เพราะที่นั่นมีพระอาจารย์กิตติเชษฐ์ ซึ่งเป็นตำรวจเก่าเหมือนกัน เป็นเจ้าอาวาส โดยพระอาจารย์กิตติเชษฐ์ จบ นรต.รุ่น 38 เป็นรุ่นน้องของ พระวิระชัย 1 รุ่น

เมื่อพระอาจารย์กิตติเชษฐ์ ย้ายมาเปิดที่พักสงฆ์ ธรรมสถานมูลนิธิพุทธมหาเมตตา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พระวิระชัยก็ติดตามมาด้วย
ภายใต้บุคลิกที่ดูเคร่งน่าเลื่อมใส แต่มีคนน้อยมาก ที่จะรู้ความจริงว่า แท้จริงแล้ว พระวิระชัย อยู่ในสภาพ ผ้าเหลืองร้อนรุ่มอยู่เนืองๆ โดยคนหนึ่งที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คือ

น.ส.จิรฐา ดำเนินชาญวนิชย์ ภรรยาเก่าของพระวิระชัยนั่นเอง อดีตเธอเป็น ลูกสาวของเสี่ยกิตติ ดำเนินชาญวนิชย์ เจ้าของ สวนป่ากิตติ และผู้ก่อตั้งบริษัทกระดาษดับเบิลเอ

ส่วนผู้เป็นสามีอย่าง พล.ต.อ.วิระชัย ก็เหมือนหนูตกถังข้าวสาร ฉายาตำรวจหมื่นล้าน ได้มา จากฐานะของฝ่ายภรรยาล้วนๆ ปัจจุบัน น.ส.จิรฐา นั่งเป็นประธานบริษัท ช่วยกันบริหารบริษัท ร่วมกับ ลูกชายที่เกิดกับพล.ต.อ.วิระชัย รวม 3 คน

ช่วงที่บวชอยู่ พระวิระชัย ก็เคลื่อนไหวเงียบๆ ตลอดมา จะขอมาคุมบริษัทเอง แต่ถูกต่อต้านจากภรรยาเก่า ขณะที่ลูกๆ ของเขา ก็เลือก ยืนข้างแม่กันทุกคน เพื่อกล่อมให้พระวิระชัย เลิกล้ม ความตั้งใจที่จะมายุ่งกับบริษัท ภรรยาเก่าถึงกับสั่งให้จ่ายเงินเดือนให้ถึงเดือนละ 1 ล้านบาทฟรีๆ โดยไม่ต้องทำงานใดๆ แต่เงินเดือน 1 ล้าน ไม่พอซื้อใจพระวิระชัย ซึ่งเขาลงมือก่อเหตุบุกเข้าไปในบริษัท ใจกลางกรุง ทั้งที่ยังมีจีวรคลุมร่าง ไปนำเอกสารสำคัญของบริษัทออกมา คงเป็นเพราะต้องการมีอำนาจในบริษัท

ขณะที่ทางบริษัทก็ทราบดี แต่เก็บหลักฐานคลิปภาพเหตุการณ์ไว้นาน เพิ่งจะมาปล่อยออกสื่อเป็นหมัดน็อก เมื่อส่งฝ่ายกฎหมาย เอาผิดคดีอาญา พระวิระชัย สึกราวเดือนเมษายนปีนี้ แต่ระหว่างที่ พระวิระชัยยังห่มเหลืองอยู่นั้น อดีตภรรยาซึ่งรู้จักกับ พระผู้ใหญ่มากมาย ก็ได้ร้องเรียน พฤติกรรมของพระวิระชัย ที่ยังไม่ยอมอยู่สงบๆ เพื่อให้พระผู้ใหญ่ กล่อม ให้พระวิระชัย สึกไป เมื่อยอมสึกออกมา พล.ต.อ.วิระชัย ก็ลุยร้องเรียนต่อคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. จนบริษัทถูกสอบสวน เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย นำมาสู่การแตกหัก แจ้งจับและเปิดโปงกันแบบ ไม่ไว้หน้าอีกต่อไป

‘มกธ.’ ร่วมกับ ‘สกร.’ จัดงานขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ‘BTU NEXT’

(20 ก.ค. 68) ณ ศูนย์ปฏิบัติการการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการอย่างเต็มที่ เพื่อเปิดประตูการศึกษายุคใหม่ให้กับนักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมกับ  กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดย นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จัดงานขับเคลื่อนผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้คณะครูและนักศึกษาจากศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (สกร.) ทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ได้รับข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

ซึ่งพิธีการเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา เป็นประธานในพิธีร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย ดร.ยุพิน บัวคอม รองอธิการบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  ร่วมกดปุ่มเปิด “Start the 30-Day Learning Registration Period @BTU” สู่การเริ่มต้นแห่งโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันเป็นสัญลักษณ์เริ่มต้นโครงการ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้รับชมวีดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสถาบันการศึกษาทางไกล ตามด้วยกิจกรรมพิเศษ "Idol สกร." ที่ผู้เข้าร่วมจะได้พบปะกับผู้ประสบความสำเร็จจากศิษย์เก่า สกร. และกิจกรรม "BTU NEXT" ที่ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับวาไรตี้ทอล์คโดยทีมผู้อำนวยการหน่วยงานและคณะอาจารย์ที่ดูแลนักศึกษา สกร. โดยตรงพร้อมช่วงถาม-ตอบสำหรับทุกคำถามที่ผู้เข้าร่วมสนใจปิดท้ายด้วยการชมนิทรรศการด้านการศึกษาต่อโดยทีมงานจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

บรรยากาศภายในงานมีการจัดแสดงผลงานผ่านบูธต่างๆ ประกอบด้วย บูธคณะบริหารธุรกิจ บูธคณะรัฐศาสตร์ บูธสถาบันทางไกลมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และบูธกิจกรรมต่างๆ อาทิ บูธถ่ายภาพ 360 องศา สำหรับโพสต์ลงเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม และจุดเช็กอินพร้อม Standy นักกีฬาดาวเด่นของมหาวิทยาลัย การจัดงานในครั้งนี้สำหรับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนทั้ง 50 เขต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงานในการเป็นแรงผลักดันสำคัญของระบบการศึกษาไทย ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและการนำเทคโนโลยีการเรียนรู้สมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตอบโจทย์ต่อผู้เรียนในทุกระดับส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในระบบการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

‘จีน’ ควบคุม!! แม่น้ำพรหมบุตร ในรัฐอัสสัม ‘อินเดีย’ ถึงคราว!! หายใจติดเขื่อน

(20 ก.ค. 68) ในขณะที่อินเดียเคยข่มปากีสถานด้วย “ก๊อกน้ำอินดัส” เมื่อเมษาฯ ที่ผ่านมา วันนี้ดูเหมือนฟ้าจะหมุนก๊อกคืน เมื่อจีนเริ่มสร้างเขื่อนพลังน้ำใหญ่ที่สุดในโลกบนแม่น้ำยาร์ลุงซางโป – ต้นน้ำของแม่น้ำพรหมบุตร ซึ่งไหลผ่านรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย และจบที่บังกลาเทศ จีนเรียกมันว่า “พลังสะอาด” อินเดียเรียกมันว่า “ภัยคุกคามที่สะอาดเกินไป”

โครงการนี้ใช้งบกว่า 264,000 ล้านบาท แซงหน้าเขื่อนสามโตรก และผลิตไฟฟ้าเลี้ยงได้ถึง 300 ล้านคนต่อปี แต่ที่ทำให้เดลีเหงื่อตกไม่ใช่กำลังไฟฟ้า...แต่คือพิกัดเขื่อนที่ห่างพรมแดนอินเดียเพียง 30 กิโลเมตร

อินเดียห่วงว่าจีนจะ “กั๊กน้ำไว้ใช้เอง” หรือร้ายกว่านั้น — “ปล่อยน้ำลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย” ยามมรสุม เพื่อก่อหายนะน้ำท่วมซ้ำในรัฐอัสสัม เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ที่จีนหยุดให้ข้อมูลน้ำระหว่างเผชิญหน้าที่ดอกลัม ผลคือ คนตาย 70 ไร้ที่อยู่ 400,000 คน

จีนจ้องตาอินเดีย พร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนฝาย

Victor Gao นักวิชาการปักกิ่งส่งสารด้วยรอยยิ้มเฉือนคอว่า
> “อย่าขวางน้ำที่คุณควบคุมไม่ได้ – คนกลางน้ำควรก้มศีรษะให้คนต้นน้ำ”
อินเดียเคยคุยโวกับปากีสถานว่าจะ “หยุดน้ำอินดัสถ้าเจอยั่วยุ” วันนี้จีนทำจริง…แต่กับอินเดียเอง
แม่น้ำเดียวกัน สองมาตรฐาน

ตอนอินเดียขู่ปากีสถาน โลกเงียบ — แต่เมื่อจีนสร้างเขื่อน อินเดียเรียกร้อง “สนธิสัญญาแบ่งปันน้ำที่เป็นธรรม” ให้โลกรับรู้ แต่ดูเหมือนใคร ๆ ก็จำได้ดีว่า อินเดียเพิ่งระงับสนธิสัญญาน้ำ IWT กับปากีสถานเมื่อ 3 เดือนก่อน

โพสต์บน X เยาะเย้ยว่า
> “อินเดียหัวเราะปากีสถานเรื่องน้ำ — ตอนนี้ใครเป็นฝ่ายสำลัก?”
อีกโพสต์หนึ่งบอกตรง ๆ ว่า
> “เขื่อนยาร์ลุงซางโป คือมรณะสายน้ำสำหรับความทะเยอทะยานด้านเกษตรของอินเดีย”
เพราะพรหมบุตรเลี้ยงน้ำ 30% ของอินเดีย และหล่อเลี้ยงไฟฟ้ากว่า 44% ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — แม่น้ำสายนี้ไม่ต่างจาก “เส้นเลือดแดงแห่งอารยธรรมฮินดู” ที่ตอนนี้กำลังถูกควบคุมโดยปักกิ่ง
อินเดียดิ้น แต่ยังไม่ทันตัดสาย

เดลียื่นข้อเรียกร้องให้จีนลงนามในสนธิสัญญาน้ำอย่างโปร่งใส และประกาศจะสร้างเขื่อน 12 แห่งในอรุณาจัลเป็น “ยาแรง” ตอบโต้ แต่โลกต่างรู้ดีว่า เขื่อนบนต้นน้ำหนึ่งแห่งที่จีนสร้าง…มักเปลี่ยนภูมิศาสตร์การต่อรองทั้งลุ่มน้ำได้เสมอ

ดินแดนที่เคยข่มคนปลายน้ำ วันนี้อาจต้องคุกเข่าร้องขอน้ำจากเขื่อน

จีนไม่ได้สร้างแค่เขื่อน — เขาสร้างยุทธศาสตร์น้ำที่ลึกเหมือนแคนยอนยาร์ลุงซางโป และอินเดีย…อาจเพิ่งเข้าใจสัจธรรมนี้:
> “อย่าขุดหลุมฝังคนอื่น เพราะบางที...หลุมนั้นอาจกลายเป็นอ่างเก็บน้ำของเขา”

แผนของอิสราเอล ในการครอบครอง 40% ของฉนวนกาซ่า

(20 ก.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ แผนของอิสราเอล โดยมีใจความว่า ...

อิสราเอลเสนอแผนเจรจาหยุดยิงโดยเสนอเรียกร้องที่จะครอบครองประมาณ 40% ของฉนวนกาซ่า รวมถึงเมืองราฟาห์ทั้งหมดด้วย

แผนนี้รวมถึงการตั้งทหารของอิสราเอลในบางส่วนของเมืองกาซ่าตะวันออก ราฟาห์ บีท-ลาเฮีย บีท-ฮานูน ข่าน ยาอูน และพื้นที่ชายแดนลึกถึง 3 กิโลเมตร

ในเขตราฟาห์เป็นการวางแผนเพิ่มความหนาแน่นของประชากรที่เป็นผู้อพยพ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้มีการโยกย้ายเกิดขึ้นในลักษณะบังคับชาวปาเลสไตน์

ซึ่งตามแผนนี้ 40% ของฉนวนกาซ่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของอิสราเอล และชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนจะถูกห้ามกลับบ้านของพวกเขาโดยทันที

อิสราเอลยังต้องการสร้างเขตพื้นที่ลำเลียงและค่ายกักกันซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นแหล่งกักขังและศูนย์เนรเทศที่ใหญ่ที่สุด

การต่อรอง ‘อัตราภาษี’ นำเข้า – ส่งออก ที่ยังไม่คืบหน้า ภารกิจงานหนัก!! เตรียมต้อนรับ ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ คนใหม่

(20 ก.ค. 68) หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9:0 รับคำร้อง สว.ยื่นถอดถอน "แพทองธาร ชินวัตร" ขณะที่มติ 7:2 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราวตั้งแต่ 1 ก.ค.2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด ให้ส่งเอกสารชี้แจงภายใน 15 วัน

แต่เศรษฐกิจไทย จะพักทำหน้าที่ คงไม่ได้ เมื่อวันนี้ วิกฤตเศรษฐกิจยังคงมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจต่างๆ ทุกอุตสาหกรรมอย่างเป็นวงกว้าง ประชาชนยังคงต้องรัดเข็มขัด คงใช้คำว่า เศรษฐกิจซบเซาไม่ต่างจากยุคโควิดระบาดทั้งโลก หรืออาจจะวิกฤตมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะกำลังการจับจ่ายใช้สอย ลดน้อยลงมากกว่าเดิม 

ยอดจองโรงแรมลดทั่วประเทศท่องเที่ยวครึ่งปีแรก ต่างชาติเที่ยวไทย 17.75 ล้านคน ลดลง 5% มาเลเซียอันดับ 1 ตามมาด้วยจีนและอินเดีย กังวลช่วงโลว์ซีซั่นหดตัวหนักกว่าปีที่แล้ว นายกสมาคมโรงแรมเผยยอดเข้าพักลดลงเกือบทุกภาค พัทยายังทรงตัว-ภูเก็ตเจอข่าวร้ายกระหน่ำหดตัว เชียงใหม่คนจีนหายกว่า 30%

ธุรกิจโบรกเกอร์แย่กว่าปีก่อน ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ ปีนี้ก็คงไม่ดี และน่าจะแย่กว่าปีที่แล้วด้วย คาดว่าเกินครึ่งหนึ่งของธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้น่าจะขาดทุน เนื่องจากเหตุผล คือ 1.มีหนี้เสียจากมาร์จิ้นโลนมากขึ้น 2.ปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 3.ค่าคอมมิชชั่นถดถอยไปอีก ขณะที่ต้นทุนไม่ได้ลดลง อย่างต้นทุนทางด้านแบ็กออฟฟิศ ที่ต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานก็เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหากธุรกิจหลักทรัพย์จะไปได้ จะมีกำไร ก็ต้องมีธุรกิจอื่นมาเสริม

การเจรจาภาษีนำเข้าส่งออกรอบ 2 ของนายพิชัย ชุณวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับทีมผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) ในการยื่นข้อเสนอเพื่อต่อรองภาษีตอบโต้การค้า (Reciprocal Tariffs) ยังไม่ได้ข้อสรุป SCB EIC ได้ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากไทยเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐฯ อย่าง ‘ไม่มีเงื่อนไข’ โดยชี้ว่าภาคการเกษตรและปศุสัตว์จัดเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อผลการเจรจา เนื่องด้วยราคาสินค้าที่ต่ำลง อาจกดดันให้เกษตรกรผู้ผลิตตัดสินใจล้มเลิกกิจการ เพราะแข่งขันต่อไม่ไหว ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและวัตถุดิบของไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

เนื้อสุกร เนื้อไก่ เครื่องใน และข้าวโพด จัดเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง เนื่องจากไทยพึ่งพาการผลิตในประเทศเป็นหลัก จึงไม่มีการนำเข้าเนื้อสุกรและเนื้อไก่เลย แต่ยังมีการนำเข้าข้าวโพดอยู่บ้างราว 22% ของการบริโภคในประเทศ 

ด้วยต้นทุนการผลิตของไทยที่สูงกว่าสหรัฐฯ ประกอบกับมีเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก การเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาสินค้าในประเทศปรับลดลงอย่างมาก กดดันให้เกษตรกรโดยรวมมีรายได้ลดลง จนอาจต้องยุติการผลิตเพราะแข่งขันต่อไปไม่ไหว

โดยมีเกษตรกรผู้ผลิตข้าวโพดในไทยมีจำนวนมากถึง 4.2 แสนราย มีเกษตรกรผู้ขุนสุกร 1.5 แสนราย และมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ 0.26 แสนราย 

15 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. .... ของกระทรวงการคลัง (กค.) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ตรวจพิจารณาแล้ว และจะมีการบรรจุร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่ 1 นั้น

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ทำหนังสือให้ความเห็นและข้อสังเกต ประกอบการพิจารณาของ ครม. ต่อร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน ฉบับที่ 2 ในการที่รัฐบาลตั้ง ‘ฮับการเงิน’ ต้องดูแลความเสี่ยง ‘ฟอกเงิน-สนับสนุนการเงินก่อการร้าย’ แยกธุรกิจใน ‘Financial Hub’ ไม่ให้ปะปนกับธุรกิจในระบบการเงินหลัก พร้อมสร้างกลไกให้ ‘หน่วยงานกำกับดูแล’ ในระบบการเงินหลัก ออกกฎเกณฑ์-คำสั่งให้ ‘ผู้ประกอบธุรกิจ’ ต้องปฏิบัติตามใน 'ภาวะวิกฤติ'

จากหนังสือฉบับดังกล่าว มีความกังวล ต่อ พ.ร.บ.มาตราต่างๆ เนื่องจากกฎเกณฑ์ใน Financial Hub ผ่อนคลายมากกว่าปกติ Financial Hub บางแห่ง จึงถูกจับตามองหรือมีภาพลักษณ์ในการเป็นแหล่งสนับสนุนธุรภรรมทางการเงินที่ไม่ถูกกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงที่ Financial Hub ในประเทศไทย จะกลายเป็นแหล่งสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ที่กำลังจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ ที่เป็นเสมือนคานถ่วงดุลอำนาจ และดูแลภาพรวมการเงินของประเทศไทย ซึ่งหากติดตามข่าวตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง จะพบว่า มีหลายๆ ประเด็น ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีการท้วงติงในหลายๆ นโยบาย ที่จะกระทบต่อวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ หรือมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้กลไกทางการเงินของประเทศมีปัญหาในระยะยาว รวมทั้งผลงานการสร้างเงินกองทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ลดความผันผวนของค่าเงินบาท มีทองคำสำรองอยู่ลำดับที่ 23 ของโลก มากที่สุดในอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย

ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ ซึ่งเตรียมที่จะเสนอชื่อ ไปยังที่ประชุม ครม. เพื่อแต่งตั้ง โดยปรากฏเป็นชื่อ ‘นายวิทัย รัตนากร’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในวันที่ 15 ก.ค.68 แต่ท้ายที่สุดกลับบรรจุเข้าวาระไม่ทัน โดยมีการชี้แจงว่า ข้อมูลที่ส่งมานั้นยังมีเอกสารไม่ครบ เพื่อความรอบคอบ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงต้องตรวจคุณสมบัติ นายวิทัย รัตนากร ให้ครบถ้วน ก่อนเสนอครม.

รอดูกันต่อไป ว่า... เสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ในยุคเปลี่ยนผ่าน จะเป็นอย่างไร? เมื่อการประสานงานระหว่างทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล และ ว่าที่ ผู้ว่าการแบงค์ชาติ คนใหม่ น่าจะราบรื่นขึ้น วินัยทางการเงินการคลังของประเทศ อยู่ในมือท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายประชานิยม ที่จะทำลายวินัยทางการเงิน จะไม่กลับมาหลอกหลอน เฉกเช่น บางประเทศในแถบอเมริกาใต้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top